คลังเก็บป้ายกำกับ: CAT

CAT พร้อมถ่ายทอดสดการแข่งขัน “ThaiGP PTT Thailand Grandprix 2018” สู่ทั่วโลก

CAT เตรียมส่งต่อความเร้าใจของกีฬามอเตอร์สปอร์ต ในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการ “ThaiGP PTT Thailand Grandprix 2018” จากสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ อย่างเต็มอรรถรสสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกนับล้าน

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจและบริการ  บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า “ในการแข่งขัน ThaiGP PTT Thailand Grandprix 2018 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 61 CAT เป็นผู้ให้บริการเชื่อมโยงสัญญาณ ด้วยรถถ่ายทอดสัญญาณดาวเทียม (DSNG) โดยรับสัญญาณสดจากในสนามสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และส่งสัญญาณสดผ่านดาวเทียม Asiasat-5 สำหรับ World Feed Programโดยแบ่งออกเป็น International Program Feed และ Asian Program Feed  เพื่อให้ผู้รับชมจากทั่วโลกได้รับชมภาพและเสียง ตลอดจนบรรยากาศการแข่งขันแบบสดๆ ครบรส และรายงานข่าวผลการแข่งขันที่ทันต่อเหตุการณ์

ทั้งนี้ระบบดังกล่าวจัดเป็น Carrier Backup ผ่านดาวเทียม Asiasat-7 ให้แก่ระบบถ่ายทอดสดผ่านไฟเบอร์ออพติคไปยังประเทศสิงคโปร์อีกด้วย ซึ่งเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียง สร้างความภาคภูมิใจ ก่อให้เกิดรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับประเทศไทย

นอกจากนี้ CAT ยังได้ให้บริการระบบวิทยุสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงและมีมาตรฐานระดับสากล Digital Trunked Radio System (DTRS) ด้วยการเสริมเครื่องลูกข่ายให้เจ้าหน้าที่ภาคสนามได้ใช้ในการติดต่อสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมแข่งขันและผู้เข้าชมเพิ่มเติม จำนวน 300 เครื่อง ซึ่งถือเป็นการช่วยสร้างความประทับใจในศักยภาพของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย

CAT

การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ MotoGP นั้น ถูกจัดมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 80 ปี โดยการแข่งขันปี 2018 นี้ สนามช้างฯ ได้ถูกบรรจุเป็นหนึ่งในสนามการแข่งขันของรายการนี้ด้วยสำหรับปฏิทินการแข่งขันประจำปี

และด้วยมาตรฐานของสนามที่ได้รับการตรวจสอบจาก Federation of International Motorcycling (FIM) ที่ได้รับเลือกให้เป็นสนามการแข่งขัน World Superbike (WSBK) ถึงสามฤดูกาลติดต่อกัน และในปีนี้พิเศษสุดด้วยการใช้สนามช้างฯ เป็นหนึ่งในสนามการทดสอบ Winter Test ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ต่อจาก สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียอีกด้วย

โดย CAT มุ่งมั่นและตั้งใจในการให้บริการถ่ายทอดสดเหตุการณ์สำคัญ การแข่งขันกีฬาต่างๆ ผ่านระบบดาวเทียม ด้วยสถานีดาวเทียมภาคพื้นดินและรถดาวเทียม DSNG ตลอดจนเชื่อมโยงรับส่งข้อมูลแก่ผู้คนทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพ

from:http://mobileocta.com/cat-is-ready-to-broadcast-live-thaigp-ptt-thailand-grandprix-2018-to-the-world/

Advertisements

ระเบิดความมันส์ สัมผัสความเร็ว แรง กับ Google Station-CAT WiFi ในงาน MotoGP 2018

CAT รุกหนักเดินหน้านำบริการ Google Station-CAT WiFi เข้าสู่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ต้อนรับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ในรายการ “ThaiGP PTT Thailand Grandprix 2018” วันที่ 5-7 ตุลาคมนี้

CAT

​ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า “CAT ได้นำบริการ Google Station-CAT WiFi ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Google และ CAT ไปติดตั้ง ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

ซึ่งเป็นสนามแข่งรถมาตรฐานสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ ระดับ FIA Grade 1 ที่สามารถรองรับการแข่งขัน Formula 1 ได้ เพื่อรองรับการให้บริการผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากทั่วโลกในรายการ MotoGP 2018 หรือการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ตลอดจนนักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจเข้าชมการแข่งขันที่คาดว่าจะมีกว่า 1 แสนคน

โดยการเข้าร่วมสนับสนุนการแข่งขันในครั้งนี้นับเป็นการร่วมประกาศความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในการเป็นที่สุดของสนามการแข่งขันระดับโลกที่สามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ได้มาตรฐานระดับโลกเช่นเดียวกัน”

​สำหรับการร่วมสนับสนุนการแข่งขัน MotoGP 2018 CAT ได้เข้าติดตั้ง WiFi กว่า 50 จุด เพื่อให้บริการ Google Station-CAT WiFi ฟรีไวไฟที่เร็วและแรง ครอบคลุมการใช้บริการของผู้ชมทั้งสนาม

ทั้งนี้ความร่วมมือในการให้บริการ Google Station-CAT WiFi ในประเทศไทย นับเป็นประเทศที่สองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศที่สี่ในโลกที่มีการเปิดให้บริการต่อจากอินเดีย อินโดนีเซียและแม็กซิโก

โดย CAT ได้เปิดให้บริการไปแล้ว 11 สถานที่พร้อมใช้งาน ได้แก่ หัวลำโพง, Mega Bangna, Marvel Experience, โรงภาพยนตร์ SF (สาขาเซ็นทรัลเวิล์ด) , โรงภาพยนตร์ SF (สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า แกรนด์ พระรามเก้า), เดอะพาสิโอ พาร์ค ถนนกาญจนาภิเษก, เดอะพาสิโอ ทาวน์ รามคำแหง, เดอะซีซันส์ มอลล์, เวนิส ดิ ไอริส, ชุมชนทางรถไฟวังกรด จังหวัดพิจิตร, ถนนคนเดินเชียงคาน จังหวัดเลย และอยู่ในระหว่างขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ

from:http://mobileocta.com/explosive-games-experience-speed-with-google-station-cat-wifi-at-motogp-2018/

CAT ยกทัพเทคโนโลยี B2D โชว์ศักยภาพในงาน Digital Thailand Big Bang 2018

CAT ยกทัพเทคโนโลยีโชว์ศักยภาพเต็มพิกัด ในงาน Digital Thailand Big Bang 2018 (DTBB 2018) งานแสดงเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมสุดยิ่งใหญ่แห่งปีซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19-23 กันยายน 2561 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ภายใต้คอนเซ็ปต์ B2D จัด 3 โซนแสดงเทรนด์ธุรกิจทั้ง Big Data, Digital Service และ Digital Park Thailand พร้อมนำนวัตกรรม IoT ที่ใช้งานได้จริงมาให้สัมผัสกันอย่างเต็มที่  

ด้านความคืบหน้าในส่วนของ Digital Park Thailand นั้นขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ก่อนนำเรื่องเข้าคณะกรรมการ EEC คาดว่าไม่เกินกุมภาพันธ์ปีหน้าจะได้ผู้สนใจที่จะลงทุนในโครงการฯ  ส่วนบริการ Big Data คืบหน้ามีลูกค้าเริ่มใช้งานภายในสิ้นปีนี้

CAT

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า CAT ยกทัพเทคโนโลยีโชว์ศักยภาพความพร้อมของธุรกิจในงาน Digital Thailand Big Bang  2018 ภายใต้คอนเซ็ปต์ B2D ที่จะแสดงให้เห็นถึงเทรนด์ทางธุรกิจใหม่ที่ CAT กำลังจะก้าวไปและพร้อมที่จะสนับสนุนไทยแลนด์ 4.0  ประกอบด้วย Big Data, Digital Service และ Digital Park Thailand

ซึ่งการจัดงานดังกล่าว CAT จับมือกับพันธมิตรกว่า 20 รายเข้าร่วมโชว์เทคโนโลยี มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักศึกษาที่อยู่ในระดับปริญญาตรี สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการรายย่อยหรือเอสเอ็มอี โดยคาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้ จะก่อให้เกิดการต่อยอดนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

ภายในงานจะแบ่งเป็น 3 โซนที่มีความเชื่อมโยงกัน แสดงถึงนิวเทรนด์ที่ CAT จะโฟกัสนับจากนี้ โดย 2 โซนแรก Big Data และ Digital Service เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีที่สอดคล้องต่อเนื่องกันในทิศทางของไทยแลนด์ 4.0  เสริมด้วยโซน Digital Park Thailand ซึ่งจะเป็นพื้นที่เพื่อต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เป็นของคนไทยเอง สร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ไม่ใช่เป็นเพียงนำเทคโนโลยีของต่างชาติเข้ามาใช้   โดยรูปแบบการนำเสนอในงานนี้ประกอบด้วย

  1. โซน Big Data จำลองบรรยากาศคล้ายโรงภาพยนตร์ซึ่งจะนำเสนอสื่อมัลติมีเดียในรูปแบบ วิดีโอและอินโฟกราฟิก แสดงการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและการใช้ประโยชน์ Big Data ที่กำลังจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย
  2. โซน Digital Service รวบรวมความก้าวหน้าของบริการด้าน IoT (Internet of Things) ที่ CAT ทำอยู่ โดยเน้นความโดดเด่นของบริการ Security Service ที่มาพร้อมระบบ Video Analytics เทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพและวิดีโอจากกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลภาพจากกล้อง CCTVจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยเก็บข้อมูลภาพใบหน้าของผู้เข้าร่วมงานเพื่อนำภาพมาวิเคราะห์ข้อมูลตามฟังก์ชั่นที่กำหนดได้ตั้งแต่การจดจำรายละเอียดใบหน้าและข้อมูลเบื้องต้นของบุคคล (Face recognition) การตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนที่  (Motion detection) รวมถึงการตรวจวัดความหนาแน่นของคนในพื้นที่ (Heat map) โดยระบบวิเคราะห์ภาพจากกล้อง CCTVดังกล่าวจะสามารถใช้ร่วมกับกล้อง CCTV ได้หลากหลายมาตรฐานโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซ้ำ ตอบโจทย์ให้กับระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ในสถานที่สาธารณะและที่ชุมชน เช่น สนามบิน  สนามกีฬา สถานที่จัดงานอีเวนท์ คอนเสิร์ต การชุมนุมสำคัญต่างๆที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อป้องกันเหตุการณ์ก่อการร้าย วางระเบิด การซุ่มยิง ฯลฯ นอกจากนี้ภายในโซน Digital Service ยังจัดให้มีการแสดง Dashboard ของบริการที่ใช้เทคโนโลยี LoRa โดยแสดงข้อมูลการทำงานของอุปกรณ์นวัตกรรม IoT หลากหลายรูปแบบที่เชื่อมต่อผ่านโครงข่าย LoRaWAN  ไม่ว่าจะเป็น  Smart Meter, Smart Lighting,   Smart Logistics,  Smart Tourism  ให้เห็นเป็นกราฟิกบนจอภาพอย่างชัดเจน
  3. โซน Digital Park Thailand นำเสนอความลงตัวของพื้นที่โครงการ Digital Park Thailand เพื่อเป็นศูนย์กลางการลงทุนดิจิทัลขนาดใหญ่ในอนาคต  โดยโครงการฯได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนภาคเอกชนที่เข้าร่วมสัมมนา Market Sounding ที่ผ่านมา และล่าสุดอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้คาดว่าจะได้จัดทำทีโออาร์สำหรับผู้ร่วมลงทุนตามกำหนดเวลาและน่าจะได้ผู้ร่วมลงทุนในโครงการฯ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

พ.อ.สรรพชัย กล่าวถึงความคาดหวังจากการร่วมแสดงเทคโนโลยีในงาน DTBB 2018 ว่าอยากให้จังหวัดต่างๆได้นำเอาเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลเหล่านี้ไปปรับใช้งานจริง โดยเฉพาะการยกระดับเรื่องความปลอดภัยที่ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยระบบวิเคราะห์ภาพที่จะเข้ามาช่วยทำงานร่วมกับกล้อง CCTV  อีกทั้งโซลูชันด้านโลจิสติกส์และการดูแลนักท่องเที่ยวที่ทุกจังหวัดจะสามารถนำไปใช้ได้

นอกจากนี้ คือการใช้เทคโนโลยี Big data จะเป็นประโยชน์ต่อทุกหน่วยงานอย่างมาก ซึ่งหลังจาก CAT ได้จัดทำระบบทดสอบวิเคราะห์ข้อมูล Big data sandbox ให้กับหน่วยราชการทั้งหมดมาระยะหนึ่ง ขณะนี้ ได้มีหน่วยงานราชการต่างๆราว 10หน่วยงานเริ่มสนใจศึกษาในด้านเทคนิคและการใช้งานข้อมูล Big data ให้เกิดประโยชน์เป็นรูปธรรม

ตลอดจนมีความร่วมมือฝึกอบรมสร้างบุคลากรด้าน Big Data  ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ขณะเดียวกันได้ขยายพันธมิตรในการร่วมพัฒนาบริการและแอปพลิเคชันที่หลากหลายบนแพลตฟอร์ม Big data ของ CAT  เพื่อรองรับความต้องการของหน่วยงานต่างๆในอนาคต โดยคาดว่าจะมีลูกค้าเริ่มใช้งานภายในสิ้นปีนี้

from:http://mobileocta.com/cat-raises-b2d-technology-to-showcase-digital-thailand-big-bang-2018/

dtac ไม่หวั่น ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ใช้งานคลื่น 850MHz ต่อได้ 3 เดือน

ก่อนหน้านี้หวาดหวั่นกันพอสมควรว่าสุดท้ายซิม dtac จะดับหรือไม่ เมื่อ กสทช. ลงมติเสียงข้างมากไม่เยียวยาให้ dtac จนกระทั่งวันนี้ ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครอง ให้ลูกค้าดีแทคเข้าสู่มาตรการเยียวยาโดยสามารถใช้งานคลื่น 850MHz ต่อเนื่องได้จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ตามประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือประกาศมาตรการเยียวยา ซึ่งคำสั่งศาลส่งผลให้ลูกค้าดีแทคยังใช้งานต่อเนื่องได้ทั่วประเทศ

อเล็กซานดรา ไรช์

ศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองชั่วคราว ยังใช้คลื่น 850MHz ต่อได้

อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค บอกว่า คำสั่งศาลเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทาน ดีแทคจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าที่ยังเป็นซิมเดิมในระบบสัมปทานกับ CATโอนย้ายระบบต่อไป

ที่ผ่านมา ดีแทค และ CAT ได้ร่วมมือกันยื่นแผนความคุ้มครองลูกค้าในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต่อ กสทช. ในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามประกาศ กสทช. ที่จะต้องให้ลูกค้าเข้าสู่มาตรการเยียวยาตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ลูกค้าได้รับผลกระทบการใช้งานช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทาน โดยที่ผ่านมา กสทช. ได้มีมติไม่ให้ลูกค้าดีแทคเข้าสู่มาตการเยียวยา ดีแทคจึงต้องยื่นฟ้องเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่อศาลปกครองกลาง ในวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ การใช้งานคลื่นในระหว่างการเข้าสู่มาตรการเยียวยานั้น ดีแทคจะนำรายได้ให้รัฐตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ

จากนี้ ผู้ใช้ดีแทค สามารกด *444# โทรออก หากต้องการเปลี่ยนซิมใหม่ พร้อมจะได้รับข้อเสนอโทรศัพท์มือถือใหม่ หรือสามารถติดต่อที่ศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือได้ทุกแห่ง

ร่วมมือ CAT ทำธุรกิจร่วมหลังหมดสัมปทาน มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี

ความร่วมมือระหว่างดีแทค และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามก่อนหมดสัมปทาน ต่อไปนี้ทั้งสองฝ่ายจะเป็นพันธมิตรร่วมกันในเชิงกลยุทธ์เสริมสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยต่อไป  ข้อตกลงทั้ง 2 สัญญายังก่อให้เกิดความชัดเจนในการประกอบธุรกิจของทั้งสองฝ่ายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หมดความเสี่ยงและทำให้ใช้งานเสาโทรคมนาคมและอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง มีรายละเอียดคือ

  1. สัญญาระงับข้อพิพาทและให้บริการเกี่ยวกับเสาโทรคมนาคม
  2. สัญญาการขอใช้อุปกรณ์โทรคมนาคม

“จากข้อตกลงระงับข้อพิพาทดีแทคจะทำการโอนเสาโทรคมนาคมที่สร้างไว้ระหว่างสัมปทาน จะให้บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ใช้บริการเสาโทรคมนาคมดังกล่าวจำนวน 8,815 แห่งทั่วประเทศ และชำระเงินล่วงหน้า 3.2 พันล้านบาท และจะชำระค่าบริการทั้ง 2 สัญญามูลค่ารวม 3 พันล้านบาทต่อปี โดยสัญญามีระยะยาวขั้นต้น 8 ปีและสามารถต่ออายุได้”

สัญญาดังกล่าวยังทำให้เสาโทรคมนาคมซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีความสำคัญของประเทศและอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคมภายใต้สัญญาสัมปทานซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของประเทศให้สามารถนำมาใช้โดยเกิดประโยชน์ทั้งในการด้านการให้บริการแก่ประชาชนและการสร้างรายได้เพื่อนำมาพัฒนาองค์กรและประเทศในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของชาติ

สรุป

เป็นข่าวดี 2 ข่าวรวดของ dtac คือ ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นเวลา 3 เดือน ต่อเวลาให้ dtac ทำการโอนย้ายลูกค้าไปสู่ระบบใหม่ (หรือให้ลูกค้าย้ายค่าย ขึ้นกับความต้องการ) ไม่ต้องกังวลเรื่องซิมดับไปได้อีกระยะหนึ่ง ขณะเดียวกันได้ประกาศความร่วมมือกับ CAT เปลี่ยนสถานภาพจากคู่สัมปทาน เป็นพันธมิตรธุรกิจ ได้ใช้เสาสัญญาณไป 8 ปี และยุติข้อพิพาทระหว่างกัน แลกกับการจ่ายเงิน 3 พันล้านบาทต่อปี ถือเป็นข่าวดีที่คลายความกังวลได้ไม่น้อย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/dtac-win-protection-850/

ดีแทค-CAT บรรลุเซ็นสัญญารวมมูลค่า 3 พันล้านบาทต่อปี เดินหน้าธุรกิจร่วมกันหลังหมดสัมปทาน

บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เซ็นสัญญาบริการเสาโทรคมนาคมและอุปกรณ์โทรคมนาคมระยะยาว กระชับความเป็นพันธมิตรทางธุรกิจหลังหมดสัมปทาน ชี้ดีกับทุกฝ่าย ลูกค้าดีแทคใช้งานต่อเนื่อง ดีแทคหมดความเสี่ยงต่อการใช้งานเสาและอุปกรณ์โครงข่าย ส่วน CAT ได้ต่อยอดธุรกิจสู่แหล่งรายได้ใหม่

อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า “การบรรลุข้อตกลงซึ่งนำมาสู่การลงนามสัญญาในครั้งนี้ นับเป็นมิติใหม่ครั้งแรกของวงการโทรคมนาคมไทย และเพื่อลูกค้าดีแทค ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างสูงที่ข้อตกลงทั้ง 2 สัญญา ระหว่างดีแทค และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามก่อนหมดสัมปทาน ต่อไปนี้ทั้งสองฝ่ายจะเป็นพันธมิตรร่วมกันในเชิงกลยุทธ์เสริมสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยต่อไป

ข้อตกลงทั้ง 2 สัญญายังก่อให้เกิดความชัดเจนในการประกอบธุรกิจของทั้งสองฝ่ายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หมดความเสี่ยงและทำให้ใช้งานเสาโทรคมนาคมและอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยทั้ง ดีแทค และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) พร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเป็นพันธมิตรดูแลโครงข่ายหรือโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมสู่อนาคต”

การลงนามครั้งประวัติศาสตร์ในวงการโทรคมนาคม 2 สัญญา ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด มีดังนี้

  1. สัญญาระงับข้อพิพาทและให้บริการเกี่ยวกับเสาโทรคมนาคม
  2. สัญญาการขอใช้อุปกรณ์โทรคมนาคม

“จากข้อตกลงระงับข้อพิพาทดีแทคจะทำการโอนเสาโทรคมนาคมที่สร้างไว้ระหว่างสัมปทานให้กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จะให้บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ใช้บริการเสาโทรคมนาคมดังกล่าวจำนวน 8,815 แห่งทั่วประเทศ โดยบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด จะชำระค่าขอใช้เสาโทรคมนาคมล่วงหน้า ณ วันลงนามในสัญญาให้กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นจำนวนรวม 3.2 พันล้านบาท และจะชำระค่าบริการทั้ง 2 สัญญามูลค่ารวม 3 พันล้านบาทต่อปี โดยสัญญามีระยะยาวขั้นต้น 8 ปีและสามารถต่ออายุได้”

อเล็กซานดราไรซ์ กล่าวต่อไปว่า “ลูกค้าดีแทคสามารถมั่นใจในการใช้งานหลังหมดสัมปทาน ซึ่งมิตรภาพและความร่วมมือดังกล่าวได้ส่งผลประโยชน์ต่อกลุ่มลูกค้าและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมากที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทาน”

พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า “การลงนามในสัญญาในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของผู้ให้สัมปทานและผู้รับสัมปทานคลื่นความถี่ที่ร่วมธุรกิจกันมาอย่างยาวนาน จะได้พลิกสู่บทบาทใหม่ในเชิงกลยุทธ์ต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา  CAT ได้มุ่งสู่การพัฒนาโครงข่ายและโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ให้มีความทันสมัยเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถกระจายไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม ประชาชน และความมั่นคงของประเทศชาติ ที่สำคัญนี่คือการร่วมลงนามกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นครั้งแรกในไทยสู่ความร่วมมือที่เป็นพันธมิตรในเชิงกลยุทธ์”

สัญญาดังกล่าวยังทำให้เสาโทรคมนาคมซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีความสำคัญของประเทศและอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคมภายใต้สัญญาสัมปทานซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของประเทศให้สามารถนำมาใช้โดยเกิดประโยชน์ทั้งในการด้านการให้บริการแก่ประชาชนและการสร้างรายได้เพื่อนำมาพัฒนาองค์กรและประเทศในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของชาติ

สำหรับข้อตกลงในสัญญาดังกล่าว บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จะให้ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เป็นผู้ดูแลรักษาเสาโทรคมนาคมทั้งหมด เพราะเป็นผู้ที่ดำเนินการติดตั้งจึงมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีการสื่อสาร และยังมีประสบการณ์โดยตรงในการดูแลเสาโทรคมนาคมดังกล่าวมามากกว่า 20 ปี

“ครั้งนี้นับเป็นการต่อยอดภาพรวมของธุรกิจและสร้างรายได้ใหม่ให้กับ CAT ที่ผ่านมาเราเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลและโทรคมนาคมชั้นนำของชาติ ซึ่งประกอบกิจการโทรคมนาคมและให้บริการทางด้านโทรคมนาคมหลากหลายรูปแบบ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ  การให้บริการเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมในครั้งนี้จึงเป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายร่วมกันอย่างลงตัว รวมทั้งประชาชนและประเทศชาติ” พันเอก สรรพชัย กล่าวในที่สุด

from:http://mobileocta.com/dtac-and-cat-sign-contracts-worth-3-billion-baht-a-year-to-cement-historic-partnership-after-the-concession-expiry/

CAT ร่วมกับ SF ปรับโฉมใหม่ “CAT First Class Cinema” พร้อมให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Google Station – CAT WiFi

บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT โดย ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจและบริการ ร่วมกับ คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงาน CAT First Class Cinema: The Ultimate Cinema Experience” เปิดตัวโรงภาพยนตร์สุดหรูภายใต้ชื่อ “CAT First Class Cinema” โฉมใหม่

พร้อมบริการระดับเวิลด์คลาส ตอบโจทย์ทุกประสบการณ์ความบันเทิงของคอหนังยุคดิจิทัล โดยมีนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี “เต๋อ – ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” และนักแสดงสาวหน้าคม “ปราง –  กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล” ร่วมพูดคุยไลฟ์สไตล์การชมภาพยนตร์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

“CAT First Class Cinema”

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า “CAT ได้ดำเนินนโยบายตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมที่มีเสถียรภาพ เพื่อประโยชน์ทางการสื่อสารของคนไทย อีกทั้งมุ่งมั่นพัฒนาและสรรหาบริการด้านดิจิทัลและโทรคมนาคม โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบสนอง ครอบคลุมและสอดคล้องต่อความต้องการของผู้ใช้บริการภาคธุรกิจและการใช้งานส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพตลอดมา

สำหรับปีนี้เราได้ร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจโรงภาพยนตร์ชั้นนำของไทยอย่าง เอส เอฟ ในการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของ “CAT First Class Cinema” ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ให้มีความหรูหรา ทันสมัย พร้อมให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Google Station – CAT WiFi ที่มีความแรงของสัญญาณและความเสถียรในการใช้งานเต็มประสิทธิภาพ ทั้งสำหรับลูกค้าที่มาชมภาพยนตร์หรือมาเพื่อใช้บริการ CAT First Class Exclusive Room ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อสร้างสุดยอดประสบการณ์และบริการสุดพิเศษ ของทั้งสององค์กรให้ลูกค้าได้สัมผัสกันอย่างชัดเจน”

ด้าน คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับ เอส เอฟ นั้น มีความมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีที่สุดด้วยมาตรฐานคุณภาพและการบริการระดับสากล เพื่อสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าที่เลือกใช้บริการของเรามาโดยตลอด พร้อมร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเพื่อเป็นช่องทางส่งมอบความบันเทิงทุกรูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง CAT และเอส เอฟ เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมายาวนานกว่า 6 ปี

และเพื่อยกระดับมาตรฐานความบันเทิงระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ “CAT First Class Cinema” เราจึงทุ่มงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท ในการปรับลุคใหม่ของโรงภาพยนตร์ตั้งแต่โถงทางเข้าให้มีความสวยงาม ทันสมัย หรูหรามากยิ่งขึ้น อีกทั้งเลานจ์รับรองระหว่างรอรอบฉายภาพยนตร์กับ “CAT First Class Lounge” ซึ่งนอกจากจะได้รับบริการอาหารและเครื่องดื่มจากร้านอาหารชื่อดังที่คัดสรรเป็นอย่างดีแล้ว ยังมาพร้อม “CAT First Class Exclusive Room” พื้นที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้า CAT First Class Cinema ทั้งมุมพักผ่อนและห้องประชุมที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อมอบความพิเศษให้กับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

นอกจากนี้ ภายในโรงเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเปลี่ยนที่นั่งเบาะหนังดีไซน์พิเศษที่สามารถปรับเอนได้ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมช่องเสียบชาร์จโทรศัพท์มือถือสำหรับสาย USB ระหว่างชมภาพยนตร์ รวมถึงบริการการสั่งป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มภายในโรงภาพยนตร์ผ่านแอปพลิเคชั่น CAT First Class Cinema ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงสิ้นปี 2561 ถือเป็นการเติมเต็มความสุขและตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้ายุคดิจิทัลได้ตรงเป้าและเต็มรูปแบบ”

สำหรับคอหนังสามารถสัมผัสความบันเทิงระดับเวิลด์คลาส พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการสุดลักซ์ชัวรี่ให้แก่ลูกค้าในด้านการสื่อสารอย่างสมบูรณ์แบบกับ “CAT First Class Cinema” โฉมใหม่ ณ ชั้น 8 โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SF Call Center 02-268-8888 และ www.sfcinemacity.com หรือ www.facebook.com//Welovesf

from:http://mobileocta.com/cat-and-sf-re-launch-cat-first-class-cinema-with-google-station-cat-wifi/

CAT เปิดตัว “iget Mart” ตลาดออนไลน์ดิจิทัล 4.0 ขยายโอกาสให้ผู้ขาย นักชอปสะดวกซื้อ สไตล์ O2O

CAT เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ “iget Mart” เชื่อมโยงร้านค้าออฟไลน์สู่ร้านค้าออนไลน์แบบ O2O  ในงาน “CAT MARKET 4.0” เน้นสร้างประสบการณ์ใหม่ในการจับจ่ายให้ผู้ซื้อได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น ด้วยการยกตลาดนัดชั้นนำขึ้นออนไลน์

พร้อมเสริมโอกาสช่องทางการค้าให้ผู้ค้าเชื่อมต่อการขายทั้งหน้าร้านออฟไลน์และหน้าร้านออนไลน์ควบคู่กันไป  รวมถึงยกระดับ SMEs ไทยสู่ตลาดโลก ชูจุดเด่นด้านสินค้าคนไทย สินค้า OTOP สินค้าภูมิปัญญาไทย และสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว สามารถดาวน์โหลด iget Mart ได้แล้ววันนี้ ผ่านระบบ Android และ iOS

 “iget Mart”

พันเอกสรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า  CAT ได้ดำเนินการพัฒนาแอปพลิเคชันiget Mart” ขึ้น เพื่อขยายศักยภาพธุรกิจ e-Business เข้าสู่ e-Marketplace อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการจากหน้าร้านออฟไลน์สู่การจัดจำหน่ายออนไลน์ (Offline to Online : O2O) ให้มีความพร้อมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ซึ่ง แอปพลิเคชันiget Mart” ต่อยอดมาจากแอปพลิเคชัน iget POS” โดยจะทำหน้าที่เชื่อมต่อการขายเข้าสู่การขายออนไลน์ผ่านบริการ iget Mart เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

“ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจ e-Commerce กลายมาเป็นหนึ่งในโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาซื้อของหรือทำธุรกรรมในโลกออนไลน์มากขึ้น

อย่างไรก็ดี การค้าขายบนโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียว อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายให้กับผู้บริโภค บรรดาร้านค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ ด้วยการเพิ่มร้านค้าออฟไลน์ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งบรรดาร้านค้าที่มีเพียงออนไลน์อย่างเดียวมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ

iget Mart” จึงนับเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะมาต่อยอดการทำธุรกิจแบบ O2O ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยได้ผนวกร้านค้าออฟไลน์เข้ากับร้านค้าออนไลน์ ผ่าน 2 แอปพลิเคชัน ประกอบด้วย iget POS” ระบบบริหารจัดการหน้าร้านที่สามารถช่วยเหลือในการสั่งสินค้า บริหารสตอก การชำระเงิน การบัญชี ดูสถานะร้านในแต่ละสาขา รวมถึงรายงานทางการเงินเพื่อนำไปต่อยอดการวางกลยุทธ์การตลาดได้ง่ายขึ้น และเชื่อมต่อการขายเข้าสู่การขายออนไลน์ผ่านบริการ iget Mart” โดยเน้นการเป็นตลาดรวมสินค้าไทยยุค 4.0 ทั้งสินค้า OTOP สินค้าท้องถิ่น สินค้าภูมิปัญญาไทย และสินค้าจากตลาดนัดชั้นนำต่าง ๆ ของไทย รวมถึงสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว

และที่สำคัญผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลในด้านการบริหารจัดการช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ด้วยเป็นการเชื่อมต่อเข้ากับระบบ iget POS ซึ่งใช้ในการบริหารจัดการหน้าร้านออฟไลน์เดิมโดยอัตโนมัติ นับได้ว่าเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาสนับสนุนสินค้าและบริการของไทยได้มีโอกาสเติบโตในตลาดโลก และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืนตามแนวนโยบายเศรษฐกิจประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล  พันเอกสรรพชัย กล่าว

งาน “CAT MARKET 4.0” นอกจากจะพบกิจกรรมการเปิดตัวแนะนำแอปพลิเคชัน “iget Mart” แล้วยังมีกิจกรรมนิทรรศการต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ “iget POS : 4.0 Street Market” การแสดงให้เห็นรูปแบบบริหารจัดการหน้าร้านของ iget POS, “iget Mart : 4.0 Digital Community” การจำลองชุมชนร้านค้าออนไลน์ผ่าน iget Mart, “iget Clinic & Workshop” การให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และ “iget Stage & Activity Area” มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน เรืองฤทธิ์ ศิริพาณิช และกิจกรรมแจกของรางวัล  นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มลูกค้าบริการ iget POS มาร่วมออกร้านภายในงานกว่า 50 ร้าน อาทิ สมุนไพรอภัยภูเบศร, Thailand Best, SPEED COMPUTER, สำนักงานตลาด กทม. และสินค้าจากกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยได้นำสินค้ามาจำหน่ายผ่าน iget Mart ด้วย ซึ่งงานจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 – 12 กันยายน 2561 ตั้งแต่เวลา 07.00 ถึง 17.00 น. ณ ลานเอนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

ข้อมูลบริการ

สำหรับบริการภายใต้ iget by CAT นั้น มุ่งเน้นให้กลุ่มผู้ประกอบการไทยได้รับความสะดวกและยกระดับสินค้าและบริการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ โดยระบบบริหารงานจะทำหน้าที่เชื่อมโยงการจำหน่ายหน้าร้านแบบเดิมและการขายออนไลน์เข้าด้วยกัน ตั้งแต่การสั่งสินค้า การบริหารสตอก การชำระเงิน การบัญชี การดูสถานะในแต่ละสาขา รวมถึงรายงานทางการเงิน เพื่อนำไปต่อยอดการวางกลยุทธ์การตลาดได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคสามารถเลือกชอปปิง จองคิว หรือสั่งสินค้า พร้อมชำระเงินได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งหมดนี้นับว่าเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับร้านค้า เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดโลกต่อไปได้ในอนาคต

from:http://mobileocta.com/cat-launches-iget-mart-digital-online-marketplace-4-0-extends-opportunity-to-sellers/