คลังเก็บป้ายกำกับ: CHINA

Google เปิดศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ในกรุงปักกิ่ง แห่งแรกในเอเชีย

ถึงแม้ผลิตภัณฑ์และบริการของ Google จะถูกบล็อคในจีน แต่ด้วยความที่รัฐบาลจีนสนับสนุนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ก็อาจเป็นสาเหตุให้ Google ประกาศตั้งศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ในกรุงปักกิ่ง นับเป็นศูนย์วิจัยแห่งแรกในจีนและในเอเชียด้วย

การตั้งศูนย์วิจัยในจีนก็เพื่อดึงผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ในจีนเป็นหลัก โดยศูนย์วิจัยแห่งนี้จะทำงานร่วมกับศูนย์วิจัยของ Google ที่อื่นอย่างนิวยอร์ค, โทรอนโต, ลอนดอนและซูริค

ที่มา – Reuters

from:https://www.blognone.com/node/98274

Advertisements

ขยายกิจการ AWS เปิดเขตบริการแห่งที่สองในจีนที่เมือง Ningxia

ก่อนหน้านี้เพิ่งมีข่าว Amazon ขายสินทรัพย์ AWS ในจีนให้พาร์ทเนอร์ในประเทศ ท่ามกลางข้อสงสัยว่า AWS จะถอนตัวในจีน ซึ่งบริษัทก็ยืนยันว่าไม่ใช่อย่างแน่นอน เหตุผลที่ขายสินทรัพย์เป็นเรื่องทางกฎหมายเท่านั้น

ล่าสุด AWS China ประกาศเปิดเขต Region แห่งที่สองในจีนที่เมือง Ningxia ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งจะให้บริการโดยพันธมิตรในจีนคือ Ningxia Western Cloud Data Technology Co. Ltd. (NWCD) ตามกฎหมายของรัฐบาลจีน ที่อนุญาตเฉพาะบริษัทท้องถิ่นให้บริการ public cloud เท่านั้น

AWS China มีเขต Beijing Region ที่ให้บริการโดยบริษัท Sinnet อยู่ก่อนแล้ว (ข่าวเก่าคือ AWS ขายสินทรัพย์ให้ Sinnet นั่นเอง) การขยายมายังเขต Ningxia ย่อมทำให้ลูกค้าในจีนมีทางเลือกมากขึ้น ว่าจะเลือกใช้บริการจากเจ้าไหน

ที่มา – AWS

No Description

from:https://www.blognone.com/node/98261

Google เปิดศูนย์วิจัย Google AI China Center ในประเทศจีน พร้อมประกาศรับสมัครพนักงานจำนวนมาก

ในงาน Google Developer Days ที่เมือง Shanghai ทาง Google ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Google AI China Center เพื่อวิจัยและพัฒนา AI เพิ่มเติมในประเทศจีน ทั้งสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Consumer และ Enterprise

Credit: Google

 

ศูนย์วิจัยแห่งนี้จะมุ่งเน้นการวิจัยเรื่อง AI เป็นหลัก พร้อมทั้งร่วมสนับสนุนชุมชนนักพัฒนา AI ในประเทศจีนทั้งในส่วนของ Conference, Workshop และงานวิจัยภายนอกด้วย

Google นั้นเชื่อว่างานวิจัยทางด้าน AI นั้นไม่มีพรมแดน และที่ผ่านมาเหล่าพนักงาน Google ชาวจีนเองก็มีบทบาทเป็นอย่างมากในการผลักดันด้าน AI ทั้งภายใน Google และภายนอก โดยทีมที่ชนะ ImageNet Challenge ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็เป็นนักวิจัยชาวจีน และงานวิจัยด้าน AI 100 อันดับแรกนั้นก็เป็นผลงานของนักวิจัยชาวจีนมากถึง 43%

ทั้งนี้ Google เองก็ได้ออกมาประกาศรับสมัครพนักงานเพิ่มเติมด้วยที่ https://careers.google.com/jobs#t=sq&q=j&li=20&l=false&jlo=en-US&jl=39.90419989999999%3A116.40739630000007%3ABeijing%2C+China%3ACN%3A%3A29.308715538233194%3ALOCALITY%3A%3A%3A%3A%3A%3A&jld=20&;

 

ที่มา: https://www.blog.google/topics/google-asia/google-ai-china-center/

from:https://www.techtalkthai.com/google-ai-china-center-is-launched/

ตลาดสมาร์ทโฟนจีนเป็นของ 5 แบรนด์ยักษ์ใหญ่รวมกัน 91% ซัมซุงมีส่วนแบ่งแค่ 2.2%

Kantar Worldpanel รายงานส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีน พบว่าตอนนี้ตลาดถูกครอบครองโดย 5 แบรนด์ใหญ่ ได้แก่ Huawei, Xiaomi, Apple, Vivo, Oppo มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 91% เพิ่มขึ้นจาก 79% เมื่อปีที่แล้วอย่างมาก

ในขณะที่แบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่างซัมซุงกลับทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไรในจีน มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 2.2% เท่านั้น (Kantar ไม่ได้บอกตัวเลขส่วนแบ่งตลาดของทุกแบรนด์ บอกเพียงว่าแอปเปิลมี 17.4%)

สภาพตลาดจีนที่ถูกครองโดย 5 แบรนด์ใหญ่ ส่งผลให้แบรนด์จีนรายเล็กๆ ลงมาอย่าง Meizu, LeTV, Coolpad, ZTE, Lenovo เริ่มสูญเสียส่วนแบ่งตลาด และบางรายอาจมีส่วนแบ่งไม่ถึง 1% เท่านั้น

ส่วนแบ่งระบบปฏิบัติการในจีน Android ครองตลาด 82.3% ลดลงจากเดิมเล็กน้อย, iOS 17.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย, Windows 0.3% และอื่นๆ 0.1%

ที่มา – Kantar

No Description

from:https://www.blognone.com/node/98123

Qualcomm จับมือ Baidu พัฒนาระบบ AI สั่งงานด้วยเสียงภาษาจีนร่วมกัน

Qualcomm ประกาศความร่วมมือกับ Baidu ผนึกกำลังพัฒนาด้าน AI ร่วมกัน

Baidu ถือเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการ AI จีน มีระบบปฏิบัติการ DuerOS รองรับการสั่งงานด้วยเสียง (แน่นอนว่าเน้นภาษาจีน) และที่ผ่านมาก็มีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งจับมือกับ Baidu เพื่อใช้งาน DuerOS ที่ว่านี้ เช่น NVIDIA และ Xiaomi

ความร่วมมือกับ Qualcomm จะเป็นการนำ DuerOS มาปรับแต่งให้ใช้กับแพลตฟอร์มประมวลผลเสียง Qualcomm Aqstic ใน Snapdragon 845 ให้ดีขึ้น ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการลดเสียงสะท้อน-รบกวน และการประหยัดพลังงานในการดักจับเสียงด้วย

เป้าหมายของทั้ง Qualcomm/Baidu คือการทำให้ Snapdragon 845 + DuerOS กลายเป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ IoT ในอนาคต ที่จะรองรับการสังงานด้วยเสียงมากขึ้น และถูกนำไปใช้โดยผู้ผลิตสินค้ายี่ห้อต่างๆ นั่นเอง

ที่มา – Qualcomm, Baidu

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/98078

Ford ร่วมมือกับ Alibaba หาช่องทางจำหน่ายรถยนต์สู่คนจีนโดยตรง

Ford ยังคงเดินหน้าบุกตลาดจีนอยู่เรื่อย ๆ หลังจากที่ร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่นผลิตรถยนต์ไฟฟฟ้ามาแล้ว รอบนี้ Ford ก็ได้ร่วมมือกับ Alibaba โดยเน้นไปที่ช่องทางการจำหน่ายสินค้าสู่คนจีนโดยตรง

ปัจจุบัน Alibaba นั้นมีช่องทาง T-Mall และ Taobao เป็นช่องทางสำหรับการซื้อขายสินค้าออนไลน์อยู่แล้ว ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้เราอาจเห็น Ford นำรถยนต์ขึ้นไปขายบนแพลตฟอร์มของ Alibaba เพื่อให้ขายตรงสู่ลูกค้าได้ แต่ว่าความร่วมมือครั้งนี้อาจไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะช่องทางขายสินค้าออนไลน์เท่านั้น เพราะตอนนี้ Alibaba ก็เริ่มขยายตลาดสู่ออฟไลน์มากขึ้นแล้วเช่นกัน

ถัดไปคือความร่วมมือด้านเทคโนโลยี เนื่องจาก Alibaba นั้นก็มีคลาวด์อยู่ในมือ Ford อาจใช้ความร่วมมือครั้งนี้ในการใช้งานการประมวลผลบนคลาวด์ของ Alibaba เพื่อทำการวิเคราะห์ big data, ให้บริการการตลาดดิจิทัล และใช้งานระบบปฏิบัติการ AliOS

ที่มา –TechCrunch

No Description

ภาพจาก Ford China

from:https://www.blognone.com/node/98007

นินเทนโดนำเกม Mario/Zelda จาก Wii ให้เล่นผ่าน NVIDIA Shield แต่จำกัดเฉพาะในจีน

กลายเป็นเรื่องน่าสนใจของวงการเกมขึ้นมาทันที เมื่อบัญชีโซเชียลของ NVIDIA ในจีน โพสต์โฆษณาการเล่นเกมจากค่ายนินเทนโดบนคอนโซล NVIDIA Shield แบบเซอร์ไพร์ส

เกมที่นำมาโชว์เป็นเกมจากเครื่อง Wii ได้แก่ New Super Mario Bros. Wii, The Legend of Zelda: Twilight Princess และ Punch-Out!! โดยระบุว่านำมารีมาสเตอร์ใหม่ ปรับความละเอียดเป็น 1080p และขายราคาเกมละ 68 หยวน (ประมาณ 350 บาท) ทาง NVIDIA ระบุว่าจะมีเกมจาก GameCube รวมถึง Super Mario Galaxy ตามมาให้เล่นด้วย

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนนักว่า นินเทนโดซึ่งขึ้นชื่อในแง่ไม่ยอมนำเกมไปลงคอนโซลยี่ห้ออื่นเลย ยอมนำเกมไปลง Shield ได้อย่างไร (ทั้งสองบริษัทมีสายสัมพันธ์ร่วมกันจากการทำ Switch ที่ใช้ Tegra) โดยคาดว่าความร่วมมือนี้จะจำกัดเฉพาะในจีนเท่านั้น

เว็บไซต์ Ars Technica ประเมินจากข้อมูลบนหน้าเว็บ NVIDIA China ว่านินเทนโดไม่ได้นำเกมพอร์ตมาลง Shield ตรงๆ แต่เป็นการสตรีมเกมผ่านบริการ Geforce Now ของ NVIDIA แทน ซึ่งก็เป็นสัญญาณว่าเราอาจเห็นนินเทนโด “ยอม” นำเกมของตัวเองไปลงคอนโซลหรือพีซี ผ่านวิธีสตรีมมิ่งได้ในอนาคต

ที่มา – Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/97974