คลังเก็บป้ายกำกับ: CHINA

Tongcheng-eLong เว็บจองที่พัก-บัตรโดยสารของจีน เตรียมเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง ระดมทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท

South China Morning Post รายงานว่า Tongcheng-eLong Holdings เจ้าของบริการออนไลน์ด้านการจองที่พักและบัตรโดยสารในจีน มีแผนนำบริษัทไอพีโอเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง โดยคาดจะเพิ่มทุนราว 1-1.5 พันล้านดอลลาร์

Tongcheng-eLong Holdings เป็นการควบรวมกิจการกันระหว่างสองเว็บด้านการเดินทางออนไลน์คือ Tongcheng และ eLong ซึ่งให้บริการจองที่พัก, ตั๋วเครื่อง และบัตรโดยสารรถไฟ มีจำนวนผู้ใช้งาน ณ ปี 2016 รวมกว่า 300 ล้านคน มียอดจอง (GMV) บัตรโดยสารรวมกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่ผ่านมา

ผู้ถือหุ้นรายสำคัญในบริษัทโฮลดิ้งนี้ก็คือ Ctrip บริษัทด้านการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ของจีน ที่เป็นเจ้าของเว็บหาตั๋วเครื่องบิน Skyscanner ก็น่าจะทำให้เห็นภาพของแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวในจีนว่ามีการขยายอาณาจักรอย่างไร

ที่มา: South China Morning Post

alt="eLong"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103331

Advertisements

สงครามการค้า บาดลึก จีน-ผู้ส่งออกกลุ่มประเทศเกิดใหม่

หลังเกิดสงครามการค้า แม้ผลกระทบต่อกลุ่มประเทศเกิดใหม่(Emerging Market-EM)จะยังไม่มีภาพที่แย่ที่สุด แต่ก็ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้ส่งออกในตลาดเกิดใหม่ และ กลุ่มซัพพลายเออร์สินค้าโภคภัณฑ์ที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน(จีน) อย่างมาก

อย่าง ไทย และ แอฟริกาใต้ กว่า 20 % ของเรือสินค้าต่างชาติส่งออกไปที่จีน ซึ่งขณะนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลร์สหรัฐ ส่วนเงินสกุลแอฟริกาใต้ แรนด์(Rand) อ่อนค่าลง 1.9%ภายในสัปดาห์นี้
และส่วนใหญ่ใน 24 ประเทศ สกุลเงินในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่ติดตามโดย Bloomberg ก็อ่อนค่าที่สุดในรอบ 7 เดือน

ผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ ราคาวัถุดิบใน ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ของ Bloomberg ตกลง 4% ในเดือนนี้(มิ.ย.) ถือว่าต่ำสุดตั้งแต่ ก.ค. ปี 2016 ในขณะที่ดัชนี the London Metal Exchange LMEX  ปรับตัวลดลง 5.8 % ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา

“หากการเสื่อมถอยของการค้าทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว  ก็เดาได้ว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะปรับลดลงไม่เพิ่มขึ้นเช่นกัน” คริสเตียน แมคจิโอ (Cristian Maggio) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดกลุ่มประเทศเกิดใหม่ TD Securities ที่อยู่ในลอนดอนให้สัมภาษณ์ต่อว่า ประเทศที่มีการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์และการผลิต ผูกพันใกล้ชิดกับปักกิ่ง อย่างรัสเซีย และประเทศเศรษฐกิจอย่าง เกาหลีใต้ จะมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ

จากประกาศของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ว่าจะเพิ่มภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีน 200,000 ล้านเหรียฐสหรัฐ ทำให้เกิดแรงกดดันต่อกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาซึ่งอยู่ระหว่างการปรับตัวรับกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ สงครามการค้าจะทำให้จีนชะลอการเติบโตลง ซึ่งจีนถือเป็นผู้บริโภควัตถุดิบรายใหญ่ที่สุด

สกุลเงินวอน(Won)ของเกาหลีใต้ และ รูเบิล(Ruble)ของรัสเซีย ได้รับผลกระทบโดยอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ นับว่าอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน

จากข้อมูลของ Bloomberg พบว่า กว่า 1 ใน 3 ของการส่งออกของเกาหลีใต้ ส่งออกไปที่จีน ซึ่งจีนก็เป็นพันธมิตรการค้ารายใหญ่ที่สุของรัสเซียเช่นกัน

วิลเลี่ยม แจ็คสัน (William Jackson) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส Capital Economics Ltd. ในลอนดอน บอกว่า ในเอเชียตะวันออกเป็นเศรษฐกิจแบบเปิดขนาดเล็ก เช่น ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย มองว่า ภาษีการนำสินค้าจากจีนของสหรัฐ ส่งผลต่อเนื่องถึงบทบาทซัพพลายเชนของพวกเขา ซึ่งเป็นในทิศทางเดียวกับชิลี ที่เป็นผู้ผลิตทองแดงส่งให้ภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในจีน ย่อมได้รับผลกระทบด้วย

นอกจากนี้ จีนยังมีส่วนในการซื้อแร่กว่าครึ่งของการส่งออกในแอฟริกาใต้

อิสยาห์ ลังกา(Isaah Mhlanga) นักเศรษฐศาสตร์ FirstRand Bank Ltd. ที่โจฮันเเนสเบิร์ก บอกว่าการเติบโตยังอ่อนแอ ในส่วนธนาคารกลางแอฟริกาใต้(the South African Reserve Bank) ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนมิ.. และยังคงที่ไว้จนถึงปัจจุบันในขณะที่  ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศเกิดใหม่อื่นๆมีทีท่าจะปรับเพิ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ถือว่าทำให้ สกุลเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้ดูอ่อนแอเหมือนคนที่กำลังแก้ผ้าว่ายน้ำกับแมงกะพรุนในฤดูร้อน

ข้อมูลจาก Societe Generale SA ระบุว่า สกุลเงินในกลุ่มประเทศเกิดใหม่จะได้รับแรงกดดันต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เพราะได้รับแรงกดดันจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งจะทวีความรุนแรงขึ้น หากการค้ายังชะลอตัวลง

เจสัน ดอว์ (Jason Daw) นักยุทธศาสตร์ SocGen ในสิงคโปร์ เล่าว่าค่าเงินในกลุ่มประเทศเกิดใหม่น่าจะอ่อนค่าลง เพราะได้รับแรงกดดันโดยเฉพาะช่วงที่ FED มีความเคลื่อนไหว และจะกลายเป็นเรื่องแย่ไปอีกถ้า FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในขณะที่การเติบโตเศรษฐกิจยะงชะลอตัว

สรุป

สงครามการค้าส่งผลกระทบต่อกลุ่มประเทศเกิดใหม่ เพราะเป็นซัพพลายเออร์ที่ส่งออกสินค้าต่อเนื่องไปยังจีน ขณะเดียวกันยังรับผลกระทบจากค่าเงินกลุ่มประเทศเหล่านี้อ่อนค่าลง ระยะต่อไปปัจจัยที่ต้องจับตามองคือความเคลื่อนไหวของFED และมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2018-06-20/trade-war-piles-currency-pain-on-china-exporter-emerging-markets

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/trade-ware-effect-china-and-emerging/

แก๊งแฮ็กเกอร์จีนถูกจับนับสิบ หลังลอบวาง Cryptominer บนอินเทอร์เน็ตคาเฟ่กว่า 30 แห่ง

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์จีน Hangzhou ออกมาเปิดเผย สัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจจีนได้จับกุมตัวแก๊งแฮ็กเกอร์จำนวน 16 คนซึ่งทำงานในบริษัท IT แห่งหนึ่ง หลังลอบวาง Cryptocurrency Miner ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่รวมแล้วถึง 30 แห่งทั่วประเทศจีน

Credit: Morrowind/ShutterStock.com

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2017 ที่ผ่านมา เมื่อสมาชิกแก๊ง 16 คนลอบติดตั้ง Cryptocurrency Miner ลงบนคอมพิวเตอร์ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่บริษัทต้นสังกัดของตนให้บริการอยู่ เพื่อลอบขุดเหรียญ Siacoin ซึ่งติดอันดับ 32 บนเว็บไซต์ CoinMarketCap สร้างรายได้ให้แก่ตนเอง และเมื่อทางร้านอินเทอร์เน็ตแจ้งมาว่าคอมพิวเตอร์ของตนช้า ใช้งานไม่ค่อยได้ ทั้ง 16 คนที่ถูกเรียกไปตรวจสอบก็จะรายงานว่าไม่พบสิ่งใดผิดปกติเพื่อปกปิดร่องรอยดังกล่าว

ทางตำรวจจีนเชื่อว่า สมาชิกแก๊งนี้ได้ลอบติดตั้ง Cryptocurrency Miners ลงบนคอมพิวเตอร์มากกว่า 1,000 เครื่องภายในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่กว่า 30 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วประเทศจีน จนกระทั่งเรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดเผยเมื่อทางเจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตไปจ้างบุคคลอื่นมาช่วยตรวจสอบปัญหาแทน และพบว่ามี Cryptocurrency Miner ถูกติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์ของตน

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวแก๊งแฮ็กเกอร์ทั้ง 16 รายนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วแจ้งข้อกล่าวหาแฮ็กระบบคอมพิวเตอร์ ก่อนส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/sixteen-arrested-after-deploying-coinminers-across-internet-cafes-in-30-cities/

from:https://www.techtalkthai.com/chinese-hackers-arrested-after-deploying-cryptominers-in-30-internet-cafes/

Valve จับมือพับลิชเชอร์เกมของจีน เตรียมเปิด Steam Store ในจีน

Valve เตรียมนำ Steam บุกตลาดเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีนแผ่นดินใหญ่ จากความร่วมมือกับ Perfect World พับลิชเชอร์และสตูดิโอพัฒนาเกมของจีน หลังเคยร่วมมือกันมาก่อนแล้วในการนำ Counter-Strike และ DOTA 2 ไปให้บริการในจีน

ความร่วมมือนี้จะทำให้ผู้เล่นชาวจีนเข้าถึงเกมบน Steam ได้ง่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Valve และ Perfect World ไม่ยืนยันว่าทุกเกมบน Steam จะสามารถขายและให้บริการในจีนได้ทั้งหมด ส่วนวันเปิดตัว Steam ในประเทศจีนยังไม่มีประกาศออกมา

งานนี้ Tencent ที่ครองตลาดเกมจีนน่าจะได้เจอคู่แข่งที่หินมากขึ้นบ้างแล้ว

ที่มา – Venturebeat

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103036

Tencent ร่วมมือรัฐบาลจีนทำระบบข้ามเขตแดนไปฮ่องกงผ่าน WeChat

Tencent ร่วมมือกับรัฐบาลจีน ทำระบบข้ามเขตแดนผ่าน WeChat อำนวยความสะดวกให้ผู้ที่เดินทางข้ามเขตแดนระหว่างฮ่องกง และ จีนแผ่นดินใหญ่ โดยจะทำเป็นการเชื่อมโยงเอกสารประจำตัวไปยังแอปพลิเคชัน WeChat นักเดินทางสามารถข้ามพรมแดนด้วยโค้ดง่ายๆ และใช้การสแกนใบหน้า

ปกติแล้ว นักท่องเที่ยวระหว่างฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่จะต้องมีใบอนุญาตพิเศษคล้ายกับวีซ่า แม้ว่าทั้งสองพื้นที่จะนับเป็นประเทศเดียวกันก็ตาม ซึ่งในระบบใหม่นี้จะช่วยลดขั้นตอนการเดินทางได้

ความคาดหวังของ Tencent คือนอกจากจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปฮ่องกงแล้ว ยังจะขยายไปยังพื้นที่ทางใต้ของกวางตุ้ง มาเก๊า ที่ต้องทำเอกสารข้ามแดนเหมือนฮ่องกง

No Description
ภาพจาก Shutterstock โดย Ronnie Chua

ที่มา – Technode

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103014

Yinxiang Biji หรือ Evernote ที่ไปเปิดบริการในจีน เตรียมแยกเป็นบริษัทอิสระเต็มตัว

Evernote ขยายตลาดเข้าไปในจีนตั้งแต่ปี 2012 ด้วยชื่อ Yinxiang Biji โดยตั้งทีมวิศวกรและทีมบริการลูกค้าและศูนย์ข้อมูลในปักกิ่ง การบริการก็แยกขาดจาก Evernote ล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม โดย Yinxiang Biji จะขยับไปสู่การบริหารแบบเป็นอิสระเลย มีผู้ถือหุ้นรายย่อยและมีทีมผู้บริหารคนจีนคอยควบคุม นอกจากนี้ Yinxiang Biji ยังได้รับเงินระดมทุนจากกองทุน Sequoia CBC Cross-border Digital Industry ในซีรีส์ A ด้วย แต่ไม่เปิดเผยจำนวนเงิน

Yinxiang Biji อ้างว่ามีผู้ใช้ที่ลงทะเบียนมากกว่า 20 ล้านราย มีการสร้างบันทึกมากกว่า 1,000 ล้นรายการ Raymond Tang ซีอีโอ กล่าวว่าการสร้างโน้ตในประเทศจีนต่อผู้ใช้สูงกว่าฐานลูกค้าอื่นๆ ของ Evernote ถึง 50% ในขณะที่ธุรกิจเติบโตขึ้นในอัตราร้อยละ 60 ต่อปี

Andrew Malcolm ซีเอ็มโอ Evernote ระบุว่า Yinxiang Biji จะมีอิสระในการผลักดันธุรกิจมากขึ้นเช่นการสร้างคุณลักษณะที่ใช้สำหรับประเทศจีนโดยเฉพาะ เช่น ฟีเจอร์ผสานการใช้งานเข้ากับโซเชียลมีเดียจีน

alt="Untitled"
ภาพจาก Yinxiang Biji

ที่มา – TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103011

สหรัฐฯ อ้างว่าจีนได้แฮคข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโครงการพัฒนายุทโธปกรณ์เรือดำน้ำไป 2 ครั้ง

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลการสืบสวนภายในโดยระบุอ้างว่ารัฐบาลจีนได้ทำการแฮคระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับกองทัพเรือสหรัฐฯ และได้ขโมยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับระบบอาวุธของเรือดำน้ำไป 2 ครั้ง

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ระบุว่าการแฮคขโมยข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าบริษัทเอกชนคู่สัญญาของกองทัพเรือซึ่งเป็นผู้โดนแฮคระบบคอมพิวเตอร์ล้วงข้อมูลนั้นคือบริษัทไหน

ข้อมูลที่ถูกขโมยไปได้นั้นมีขนาด 614 GB โดยเป็นข้อมูลเกี่ยวกับโครงการพัฒนาอาวุธติดเรือดำน้ำที่มีชื่อโครงการว่า “Sea Dragon” โดยในข้อมูลเหล่านั้นมีทั้งเรื่องเกี่ยวกับระบบอาณัติสัญญาณ, ข้อมูลเซ็นเซอร์ล, รายละเอียดห้องวิทยุสื่อสารของเรือดำน้ำ รวมทั้งระบบการเข้ารหัสข้อมูลสำหรับการสื่อสาร ตลอดจนไลบรารีสำหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการรบของเรือดำน้ำ

ข้อมูลที่ว่ามานี้แน่นอนว่าจะต้องถูกจัดให้เป็นข้อมูลปกปิดเป็นการลับ ทว่าในระหว่างการจัดเก็บอยู่บนเครือข่ายของบริษัทเอกชนผู้พัฒนาระบบอาวุธ มันกลับไม่ได้รับการจัดหมวดหมู่ตามระดับความสำคัญของสถานะการปกปิดข้อมูล เรื่องนี้สร้างความกังวลเรื่องมาตรการที่กองทัพเรือใช้ควบคุมบริษัทเอกชนในเรื่องการรักษาข้อมูลในระหว่างการทำงานให้กับกองทัพ

เจ้าหน้าที่สืบสวนยังระบุว่าการแฮคข้อมูล 2 ครั้งนี้เป็นฝีมือของหน่วยงานกระทรวงความมั่นคงของจีน ซึ่งรับผิดชอบงานปฏิบัติการด้านการข่าวทางลับทั้งในและนอกประเทศของจีน

ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ FBI ได้เข้ามาช่วยกองทัพเรือของสหรัฐฯ ทำการสืบสวนเหตุการณ์แฮคอีกแรงหนึ่ง และถึงแม้จะรายละเอียดอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนที่บางสำนักข่าวได้รับไปเพิ่มเติมแล้วนั้น ทางสำนักข่าวก็ถูกสขอให้ระงับการเผยแพร่รายละเอียดข่าวเหล่านั้นไว้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการทำงานและแผนการพัฒนาโครงการต่อไป

ที่มา – South China Morning Post

No Description

from:https://www.blognone.com/node/102975