คลังเก็บป้ายกำกับ: CLOUD_AND_SYSTEMS

VMware ออก All Flash vSAN ReadyNode Sizer ใหม่ ช่วยออกแบบ Hardware สำหรับ vSAN

VMware ออก All Flash vSAN ReadyNode Sizer ช่วยออกแบบ Hardware สำหรับ All Flash vSAN ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมด ช่วยให้ผู้ที่สนใจใช้งาน vSAN หรือทาง Partner ของ VMware สามารถคำนวณ Hardware Spec ขั้นต่ำสำหรับระบบ vSAN ได้เอง เพียงแค่ใส่ Input ของ Workload ที่ต้องการ หลังจากนั้นระบบจะทำการคำนวณหา Hardware Server ที่เหมาะสม เช่น CPU, Memory และ SSD หลังจากนั้นสามารถทำการ Export เป็น PDF และส่งให้ทาง Server Vendor ช่วยเลือก Hardware ที่ตรงกับความต้องการได้ทันที

All Flash vSAN ReadyNode Sizer มีความสามารถดังนี้

  • มีระบบ Evaluation Sizer – สามารถใช้งานได้ทันที โดยที่ไม่ต้อง Sign-in ช่วยในการออกแบบขั้นพื้นฐาน โดยสามารถใส่ Input ได้บางอย่างเท่านั้น เช่น จำนวน VM และจำนวน Storage เหมาะกับระบบที่มีจำนวน Workload ไม่มาก
  • Access Control – สามารถ Sign-in เข้าใช้งาน vSAN ReadyNode Sizer เพื่อให้สามารถปรับแต่งค่าอื่นๆเพิ่มเติมได้ โดยใช้บัญชีเดียวกับ my.vmware.com หรือใช้บัญชี VMware Partner Central แทนได้
  • Advanced Sizer – หาก Sign-in เข้าระบบ สามารถเลือกประเภทของ Workload ได้ เช่น VDI, Database และ General Purpose ซึ่งสามารถผสม Workload เหล่านี้รวมกันได้
  • ระบบช่วยคำนวณ Overhead สำหรับ Raw Storage – ระบบจะช่วยคำนวณ Overhead ที่จำเป็นต้องใช้งานในระบบ vSAN เช่น Slack Space, Swap Space, Dedup Overhead, Compression Overhead, Disk Formatting

ปัจจุบัน vSAN ReadyNode Sizer รองรับเฉพาะ All Flash vSAN เท่านั้น ซึ่ง VMware จะทยอยการเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆอีกในอนาคต เช่น ช่วยคำนวณ TCO แบบ Online, รองรับการทำงานร่วมกับ vSAN Assessment, ช่วยแนะนำ vSAN ReadyNode และรองรับ Hybrid vSAN

ผู้ที่สนใจสามารถทดสอบใช้งานได้ที่: https://vsansizer.vmware.com/

ที่มา : https://blogs.vmware.com/virtualblocks/2017/07/14/vsan-readynode-sizer-size-deploy-vsan-workload-choice/

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-announces-new-all-flash-vsan-readynode-sizer/

Advertisements

McAfee เผยผลสำรวจการใช้ Cloud เชื่อว่า 65% ยังมีปัญหาเรื่อง Shadow IT

McAfee ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบบูรณาการ ออกมาเปิดเผยถึงผลสำรวจการใช้ระบบ Cloud ล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยกว่า 1,400 คนทั่วโลก พบองค์กรส่วนใหญ่หันมาใช้ Cloud Services เกือบทั้งหมด แต่เกือบร้อยละ 50 ยังคงมีปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

จากสถิติของปี 2015 พบว่า องค์กรส่วนใหญ่ (51%) เลือกใช้ Private Cloud เพียงอย่างเดียว เนื่องจากยังไม่มีความเชื่อมั่นในการใช้บริการ Public Cloud ในขณะที่มีเพียง 1 ใน 5 ขององค์กรเท่านั้นที่ใช้ Hybrid Cloud อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ปี 2016 ทิศทางการใช้ระบบ Cloud พลิกกลับอย่างสิ้นเชิง ร้อยละ 57 ขององค์กรหันไปใช้ Hybrid Cloud ในขณะที่มีเพียง 24% เท่านั้นที่ยังคงใช้ Private Cloud เพียงอย่างเดียวอยู่

การใช้บริการบนระบบ Cloud กำลังเป็นที่นิยมขององค์กรส่วนใหญ่ทั่วโลก ผลสำรวจของ McAfee ระบุว่า องค์กรในปัจจุบันมีการใช้ Cloud Services มากถึง 93% ซึ่งคิดเป็นงบประมาณในการลงทุนสูงถึง 80% ของงบประมาณด้าน IT ทั้งหมด (พิจารณาจากระยะเวลา 15 เดือนที่ผ่านมา) อย่างไรก็ตาม เกือบครึ่งขององค์กรทั้งหมดเหล่านี้ (49%) มีการชะลอการใช้งานระบบ Cloud เนื่องจากปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อันดับหนึ่งของการใช้ระบบ Cloud คือ ความสามารถในการติดตามและควบคุมการใช้ Cloud Services (Visibility and Control) ซึ่งสามารถสรุปสถิติที่น่าสนใจได้ดังนี้

  • 40% ของการจัดซื้อบริการ Public Cloud อยู่นอกเหนือการดูแลของฝ่าย IT
  • ฝ่าย IT สามารถติดตามการใช้ Cloud Services ขององค์กรได้เพียง 47% เท่านั้น
  • 65% ของผู้เชี่ยวชาญด้าน IT เชื่อว่า Shadow IT เป็นปัญหาหลักด้านความมั่นคงปลอดภัยบนระบบ Cloud

นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญอีกประการของการใช้บริการ Public Cloud คือ การรั่วไหลของข้อมูลสำคัญสู่สาธารณะ จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้าน IT พบว่ามี 74% ของบริษัทที่ตนเองสังกัดอยู่ จัดเก็บข้อมูลสำคัญของบริษัทบน Public Cloud ในขณะที่ 62% มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าด้วย ซึ่งจากการประเมินความเสี่ยงพบว่าการใช้ Public Cloud เหล่านี้ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสถูกมัลแวร์โจมตีสูงถึง 52%

สำหรับประเด็นที่ผู้ตอบแบบสำรวจให้ความกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับการหันไปใช้ IaaS นั้น คือ การมีมาตรการควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ช่วยให้สามารถบริหารจัดการระบบ Cloud ทั้งแบบ Public และ Private รวมไปถึง Data Center ขององค์กรได้แบบองค์รวมหรือแบบบูรณาการ เนื่องจากต้องการลดความซับซ้อนของระบบ Infrastructure เพิ่มขีดความสามารถในการติดตามและดูแลระบบทั้งหมดได้แบบรวมศูนย์ และลดภาระการทำงานของผู้ดูแลระบบลง

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.mcafee.com/us/resources/misc/infographic-building-trust-cloudy-sky.pdf

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่: https://www.mcafee.com/us/solutions/lp/cloud-security-report.html

from:https://www.techtalkthai.com/mcafee-cloud-security-survey/

Google ประกาศใช้ TCP BBR ในระบบเครือข่ายของ GCP เพิ่ม Throughput สูงสุด 2,700 เท่า

Google ออกมาประกาศถึงการนำ TCP BBR ซึ่งเป็น Congestion Control Algorithm ใหม่สำหรับระบบเครือข่ายมาใช้งานภายใน Google Cloud Platform (GCP) ซึ่งช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบในบางแง่มุมสูงขึ้นถึง 2,700 เท่าเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับ Algorithm แบบก่อนๆ

Credit: Google

 

TCP Bottleneck Bandwidth and Round-trip Propagation Time (BBR) นี้เดิมทีถูกใช้อยู่แล้วในบริการ Search Engine ที่ Google.com และบริการวิดีโอบน YouTube.com ซึ่งช่วยให้ Throughput ของระบบสูงขึ้น 4% โดยเฉลี่ย และสูงสุดถึง 14% ในบางประเทศ ซึ่งในการนำมาใช้งานบน GCP ครั้งนี้เองก็ได้ช่วยให้เว็บไซต์ที่เป็น WordPress กว่า 500,000 แห่งทั่วโลกทำงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นอยู่ จากคำกล่าวอ้างของทีมพัฒนา WPengine

จากการทดสอบของ Google เองนั้น TCP BBR ช่วยให้ระบบเครือข่ายมี Throughput ได้สูงกว่าการใช้ระบบ Loss-based Congestion Control ที่ดีที่สุดถึง 2,700 เท่า และมี Queueing Delay น้อยลงถึง 25 เท่า

TCP BBR นี้ถูกนำมาใช้ทั้งการเชื่อมต่อภายใน GCP เอง ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อไปยังบริการ Cloud Bigtable, Cloud Spanner หรือ Cloud Storage ก็ตาม ในขณะเดียวกันการเชื่อมต่อไปยังผู้ใช้งานทั่วๆ ไปทั้งหมดเองผ่านทาง Google Cloud Load Balancing และ Google Cloud CDN เองก็ใช้ TCP BBR ด้วย ทำให้การเข้าถึงบริการต่างๆ ที่อยู่บน GCP นั้นจะมีความรวดเร็วสูงยิ่งกว่าบริการอื่นๆ

สิ่งที่ TCP BBR ทำนั้น คือการปรับแก้ไขจาก Congestion Control Algorithm เดิมที่จะต้องรอให้เกิดปัญหาเสียก่อน ระบบเครือข่ายถึงจะรู้ตัวว่าปัญหากำลังเกิด ให้กลายมาเป็นการประเมินตัวเลขประสิทธิภาพทางด้านเครือข่ายที่ต้องการก่อนล่วงหน้า แล้วทำให้ระบบเครือข่ายพยายามรักษามาตรฐานเหล่านั้นให้ได้แทน ส่งผลให้สามารถควบคุมได้ทั้ง Latency และ Throughput ที่จำเป็นต้องใช้งานทั้งหมด

สำหรับผู้ที่สนใจอ่านรายละเอียดเชิงลึกของ TCP BBR สามารถศึกษาได้ที่ http://delivery.acm.org/10.1145/3010000/3009824/p58-cardwell.pdf?ip=73.202.96.115&id=3009824&acc=OA&key=4D4702B0C3E38B35%2E4D4702B0C3E38B35%2E4D4702B0C3E38B35%2E5945DC2EABF3343C&CFID=962320512&CFTOKEN=49188759&__acm__=1500514584_579dd2cbfef96cccfe8d7ee1791e304d และ https://tools.ietf.org/html/draft-cheng-iccrg-delivery-rate-estimation นะครับ โดยมีตัวอย่างโค้ดอยู่ที่ https://git.kernel.org/pub/scm/linux/kernel/git/torvalds/linux.git/tree/net/ipv4/tcp_bbr.chttps://git.kernel.org/pub/scm/linux/kernel/git/torvalds/linux.git/commit/?id=0f8782ea14974ce992618b55f0c041ef43ed0b78 และ https://chromium.googlesource.com/chromium/src/net/+/master/quic/core/congestion_control/bbr_sender.cc ครับ

 

ที่มา: https://cloudplatform.googleblog.com/2017/07/TCP-BBR-congestion-control-comes-to-GCP-your-Internet-just-got-faster.html

from:https://www.techtalkthai.com/google-announces-tcp-bbr-usage-in-google-cloud-platform/

ACIS ร่วมกับ Hitachi Security จัดงานสัมมนา Hitachi Security Innovation Forum

ACIS Professional Center ร่วมกับ Hitachi Security จัดงานสัมมนา Hitachi Security Innovation Forum ในหัวข้อ Smart Cities are Safe Cities thru Hitachi Social Innovation พร้อมเชิญผู้ที่สนใจด้าน IoT Security เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี ในวันอังคารที่ 8 สิงหาคม 2017 นี้

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: Smart Cities are Safe Cities thru Hitachi Social Innovation
วัน: อังคารที่ 8 สิงหาคม 2017
เวลา: 11.30 – 17.00 น.
สถานที่: Royal Maneeya Ballroom – M Floor, Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel
ลิงค์ลงทะเบียน: https://training.acisonline.net/hitachi/register.htm

กำหนดการ

from:https://www.techtalkthai.com/acis-hitachi-security-seminar-2017/

Citrix จับมือ Google รองรับการใช้งาน Workspace Service และ Netscaler บน Google Cloud Platform

Citrix จับมือ Google รองรับการใช้งาน Workspace Service และ Netscaler บน Google Cloud Platform

Credit: ShutterStock.com

การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการผสานเอาจุดเด่นของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน ช่วยให้องค์กรที่กำลังมองหาโซลูชัน Workspace บน Public Cloud และ Hybrid Cloud สามารถเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่ง Citrix Workspace Services จะรองรับการทำงานบน Google Cloud Platform (GCP) โดยมีการเพิ่มส่วน Integration ระหว่าง ShareFile และ G Suite เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งาน NetScaler CPX บน GCP ช่วยตอบโจทย์นักพัฒนาที่ใช้งาน Kubernetes อีกด้วย ซึ่งการประกาศความร่วมมือในครั้งนี้ มีรายละเอียดดังนี้

  • Citrix Workspace Services รองรับการทำงานบน Google Cloud Platform
  • Netscaler CPX รองรับการทำงาน Google Cloud Platform ช่วยให้นักพัฒนาสามารถใช้งาน Application Load balancing และ Microservices ของ Netscaler บน GCP ได้ โดยจะเปิดให้ใช้งานภายใน Q3 ปี 2017
  • ShareFile รองรับการเชื่อมต่อเข้ากับ G Suite และเพิ่ม Google Drive Connector ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการส่งไฟล์ผ่าน Gmail
  • ปรับปรุง Citrix Receiver สำหรับ Chrome และ Android เช่น รองรับ Multi-Monitor บน Chrome
  • เตรียมผลักดันโซลูชันอื่นๆที่ทำงานร่วมกับ Google เพิ่มเติม โดยจะมีการประกาศเปิดตัวอีกครั้งในงาน Citrix Summit ที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2018

ที่มา : https://www.citrix.com/blogs/2017/07/20/google-citrix-extend-alliance-to-support-secure-cloud-transformation-for-the-enterprise/

from:https://www.techtalkthai.com/citrix-announces-partnership-with-google-support-workspace-service-and-netscaler-on-google-cloud-platform/

IBM เผยแผนเปิด Cloud Data Center เพิ่มอีก 4 แห่งทั่วโลก

IBM ได้ประกาศเปิดตัว Data Center ใหม่อีก 4 แห่ง โดย 2 แห่งอยู่ที่ London, 1 แห่งที่ San Jose, California และอีก 1 แห่งที่ Sydney, Australia เพื่อขยายฐานการให้บริการ Cognitive, Blockchain และ Big Data บน Cloud แก่เหล่าธุรกิจองค์กรและ Startup ทั่วโลก

Credit: IBM

 

การเปิดตัว Data Center ใหม่เหล่านี้จะทำให้ IBM มี Cloud Data Center รวม 60 แห่งใน 19 ประเทศทั่วโลก โดย Data Center ที่เปิดในยุโรปเองก็ผ่านข้อกำหนด Data Protection Code of Conduct for Cloud Service Providers ของ EU ด้วย ทำให้ลูกค้าของ IBM สามารถมั่นใจได้ไม่ว่าจะทำธุรกิจอยู่ในภูมิภาคใดก็ตาม

Data Center 4 แห่งใหม่นี้จะมีบริการและ API ต่างๆ ให้ใช้งานมากกว่า 150 รายการ ครอบคลุมทั้ง Cognitive, Blockchain, Big Data และ IoT โดยหลังจากนี้ IBM เองก็จะยังคงเดินหน้าขยายฐานบริการ Cloud เพิ่มเติมทั่วโลกต่อไป

 

ที่มา: http://www-03.ibm.com/press/us/en/pressrelease/52838.wss

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-will-open-4-more-cloud-data-centers/

เรียนรู้และทดลองใช้ Docker กันง่ายๆ ไม่ต้องติดตั้งอะไรเองเลย ด้วย Play-with-Docker

Play-with-docker (PWD) คือชื่อของโครงการระบบ Docker Playground ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถทดลองใช้งาน Docker และ Docker Swarm Mode ได้ฟรีๆ ผ่าน Web Browser ทั้งหมด โดยไม่ต้องติดตั้งอะไรในเครื่องตัวเองเลยแม้แต่น้อย

Credit: Docker

 

โครงการ PWD นี้เกิดขึ้นมาเพื่อให้เหล่านักพัฒนาสามารถเข้าถึง Docker ได้ง่ายขึ้น และทดลองความสามารถต่างๆ ของ Docker ได้อย่างรวดเร็ว โดยเบื้องหลัง PWD นี้คือการใช้ Alpine Linux Virtual Machine ร่วมกับ Docker-in-Docker (DinD) เพื่อให้สามารถสร้าง Instance จำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว

เว็บไซต์ของโครงการนี้อยู่ที่ http://play-with-docker.com/ โดยสามารถเข้าใช้ได้ทันทีไม่ต้องมี Login ใดๆ เพียงแค่ยืนยันตัวตนว่าไม่ใช่บอตก็พอ รวมถึงยังมีคอร์สอบรมฟรีๆ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูงให้เข้าไปลองเล่นและตอบคำถามกันได้ที่ http://training.play-with-docker.com/ ด้วย

ล่าสุด ทีมงานและชุมชน Docker ได้ทำการปรับปรุงระบบให้ PWD รองรับความสามารถใหม่ๆ มากมาย และหลังจากนี้ก็จะมีการเพิ่มเติมความสามารถอื่นๆ ต่อไปอีกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหล่านักพัฒนาได้ใช้งานเทคโนโลยี Container กันได้อย่างแพร่หลายที่สุด

 

ที่มา: https://blog.docker.com/2017/07/best-way-learn-docker-free-play-docker-pwd/

from:https://www.techtalkthai.com/learn-docker-easily-on-play-with-docker/