คลังเก็บป้ายกำกับ: CLOUD_AND_SYSTEMS

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาฟรี SUSE Expert Days 2018 เรียนรู้ Software-Defined Infrastructure 17 พฤษภาคม 2018

SUSE ขอเชิญเหล่า IT Manager, System Engineer, Linux Engineer และผู้ที่ดูแลระบบ Data Center เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี SUSE Expert Days 2018 เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางฝั่ง Open Source สำหรับใช้การทำ Digital Transformation และการสร้าง Cloud เพื่อใช้งานภายในองค์กร วันที่ 17 พฤษภาคม 2018 โดยมีรายละเอียดและวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

 

SUSE Expert Days 2018

 

 

วันที่ 17 พฤษภาคม 2018
เวลา 9.00 – 18.00
สถานที่ 2Fl., Lotus room, Swissotel Le Concorde, Bangkok (แผนที่)

 

SUSE ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Open Source สำหรับธุรกิจองค์กร ได้จัดงาน SUSE Expert Days 2018 ภายใต้ธีม Open. Redefined. เพื่อแบ่งปันวิสัยทัศน์ด้านการนำเทคโนโลยี Open Source ไปใช้ตอบโจทย์ในการทำ Digital Transformation และ IT Transformation ด้วยการชูเทคโนโลยี SUSE Software-Defined Infrastructure (SDI) และ Application Delivery Solutions ขึ้นมาเป็นแกนหลักในการเสริมความรวดเร็วและความคล่องตัวให้กับระบบ IT ขององค์กร ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะได้รับชมการนำเสนอและแสดงเทคโนโลยีฝั่ง Data Center ที่หลากหลายจาก SUSE ในงานครั้งนี้ ได้แก่

  • Software-Defined Infrastructure (SDI) & Application Delivery Solutions
  • SLES 12 SP3 & SLE 15
  • SUSE OpenStack Cloud (Enterprise Cloud)
  • SUSE Enterprise Storage
  • SUSE Studio Express (OBS)
  • SUSE Manager
  • SUSE CaaS Platform (Enterprise Container)
  • SUSE Cloud Application Platform

 

กำหนดการ

8:30AM Registration and light breakfast
9:00AM Welcome and Introduction
9:15AM Keynote – Introduction to SUSE SDI SUSE can help you win the game – SDI/ App Delivery
9:45AM Innovation – Short video, SUSE Container as a Service Platform and Demonstration
10:30AM Morning Tea Break
10:45AM Agility – Short video, SUSE OpenStack Cloud and Demonstration, SUSE Enterprise Storage and Demonstration
12:00PM Lunch & visit Sponsor’s booth
1.00PM Sponsor Presentation by Microsoft
1:30PM Transformation – Short video, SUSE Manager and Demonstration
2.15PM Transformation, SUSE Enterprise Linux / Mission Critical Computing
3:00PM Wrap-up, Q&A & Lucky Draw
3:30PM Tea break & visit Sponsor’s booth

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://events.suse.com/events/2018-apj-suse-expert-days-bangkok/registration-47629b45d47743fba22f8d277f8b0d0c.aspx?fqp=true

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://events.suse.com/events/2018-apj-suse-expert-days-bangkok/event-summary-47629b45d47743fba22f8d277f8b0d0c.aspx

 

สนับสนุนโดย

Sponsor

Distributor

from:https://www.techtalkthai.com/suse-expert-days-2018-seminar-invitation/

Advertisements

STelligence จับมือ Alteryx แจกฟรี E-Book แนะนำการทำ Data Blending เบื้องต้น สำหรับเหล่านักวิเคราะห์ข้อมูล

สำหรับเหล่าองค์กรที่มีการทำ Data Analytics หรือใช้เครื่องมือ Business Intelligence (BI) อยู่แล้ว และกำลังมองหาแนวทางในการจัดเตรียมข้อมูลแบบ Automation เพื่อให้งานทั้งหมดง่ายขึ้น ทาง STelligence และ Alteryx ได้ร่วมมือกันแจกฟรี E-Book เพื่อถ่ายทอดความรู้และแนวทางเหล่านี้โดยเฉพาะ

 

Credit: ShutterStock.com

 

E-Book ฉบับนี้มีชื่อว่า Data Blending for Dummies โดยสำนักพิมพ์ Wiley ซึ่งเป็นเอกสารฉบับพิเศษของ Alteryx โดยเฉพาะ เนื้อหาทั้งหมดมีด้วยกัน 53 หน้า แบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้

  • บทบาทของเหล่า Data Analyst หรือนักวิเคราะห์ข้อมูลในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นและกว้างขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก
  • รู้จักกับแนวคิดของ Data Blending อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่อยู่ถัดจากการทำ Data Preparation
  • องค์ประกอบในการทำ Data Blending อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Data Blending กับการนำไปใช้งานจริงในโลกธุรกิจ
  • 10 ประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาในการทำ Data Blending

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้เพื่อโหลด E-Book ฉบับนี้ได้ฟรีๆ ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/stelligence-and-alteryx-free-e-book-on-data-blending-concept/

คุ้มค่าแรงได้อีก! Cisco ชี้ ต่อไปพนักงาน IT 1 คน อาจต้องดูแลอุปกรณ์ IT มากถึง 100,000 ชุด

หากใครคิดว่าปัจจุบันองค์กรต่างๆ ใช้งานฝ่าย IT คุ้มค่าแรงมากแล้วนั้นอาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะ Cisco ทำนายว่าอนาคตพนักงาน IT แต่ละคนยังจะทำงานคุ้มกว่านี้ได้อีกประมาณ 100 เท่า ท่ามกลางยุคสมัยแห่ง Internet of Things (IoT)

 

Credit: ShutterStock.com

 

Cisco ได้ออกมาทำนายว่าในอนาคตนั้นอัตราส่วนอุปกรณ์ IT ที่พนักงาน IT แต่ละคนต้องดูแล อาจจะเพิ่มจากปัจจุบันที่อัตราส่วน 1,000 อุปกรณ์ต่อพนักงาน IT 1 คน ไปเป็น 100,000 อุปกรณ์ต่อพนักงาน IT 1 คน

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าพนักงาน IT แต่ละคนจะต้องทำงานหนักข้ามคืนหรือว่าทำงานวันหยุดกันมากขึ้น แต่ทักษะและเทคโนโลยีที่ใช้ในการทำงานของพนักงาน IT แต่ละคนนั้นจะต้องเปลี่ยนไป กล่าวคือการเปิดรับเทคโนโลยี Software-Defined Networking (SDN) และการทำ Automation ให้ได้นั้นจะกลายเป็นหัวใจสำคัญของงานในแผนก IT แห่งอนาคต และแนวคิดในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายนั้นจะต้องเปลี่ยนไปเป็น Intent-based Networking แทน

เทคโนโลยี 3 กลุ่มที่ Cisco กำลังพัฒนาเพื่อให้ตอบรับต่อการนำ IoT มาใช้งานภายในองค์กรนั้น มีดังนี้

  • Cisco Identity Service Engine (ISE) สำหรับตรวจสอบ, ควบคุม และจัดการการเชื่อมต่อและใช้งานระบบเครือข่ายของอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายขององค์กร
  • Software-Defined Access (SD-Access) ระบบ Automation สำหรับจัดการการเชื่อมต่อและบริหารจัดการอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบเครือข่าย รวมถึงทำ Microsegmentation ด้วย
  • Cisco Operational Insights บริการ Cloud สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT และทำ Location Analytics, Asset Tracking และอื่นๆ ด้วยการรวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT เพื่อนำมาทำการประมวลผลบน Cloud

 

ที่มา: https://www.sdxcentral.com/articles/news/cisco-extends-its-intent-based-networking-to-iot/2018/04/

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-says-an-it-administrator-will-manage-upto-100000-devices-in-the-future/

Intel เผย FPGA รุ่นล่าสุดชิปเดียวมีความเร็ว 10 TFLOPS เน้นตอบโจทย์ AI เต็มตัว

Intel ได้ออกมาเปิดเผยถึงประสิทธิภาพการทำงานของ Intel Stratix 10 FPGA รุ่นล่าสุดที่เพิ่งมีข่าวเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา ว่าจะมีความเร็วถึงระดับ 10 TFLOPS หรือประมวลผล Floating Point ได้ถึง 10 ล้านล้านคำสั่งภายในวินาทีเดียวเท่านั้น

 

Credit: Intel

 

ความเร็วระดับนี้ทำให้ Intel Stratix 10 FPGA ก้าวสู่ทำเนียบชิป FPGA ที่มีความเร็วสูงสุดในตระกูลนี้ของ Intel ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยความสามารถของ FPGA นี้จะเน้นการประมวลผลเฉพาะทางที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับงานของตนเองได้ ทำให้การรองรับการทำ Speech Recognition, Artificial Intelligence (AI), Next-Generation Wireless Network, Search Engine หรือ High Performance Computing (HPC) นั้นเป็นไปได้ด้วยชิปประมวลผลเพียงชุดเดียว

FPGA นี้จะเข้ามามีบทบาทช่วย CPU ประมวลผลสำหรับงานเฉพาะทางเป็นหลักด้วยพลังงานที่ต่ำกว่าและประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ซึ่งในอนาคตก็มีการคาดกันว่า FPGA เองจะกลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีประมวลผลที่ขาดไปไม่ได้เลยในโลกของ AI

 

ที่มา: https://newsroom.intel.com/news/intel-chip-performs-10-trillion-calculations-per-second/

from:https://www.techtalkthai.com/intel-stratix-10-fpga-can-perform-10-tflops-in-a-chip/

Microsoft Office 365 เพิ่มความสามารถ Multi-Geo เลือกได้ว่าจะเก็บข้อมูลใน Data Center ไหน

Microsoft ได้ออกมาประกาศเพิ่มความสามารถ Multi-Geo ให้กับ Office 365 เพื่อให้เหล่าลูกค้าองค์กรสามารถเลือกได้ว่าข้อมูลของผู้ใช้งานคนใด จะถูกเก็บอยู่ใน Cloud Data Center แห่งไหนเป็นหลัก เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า

 

Credit: Microsoft

 

ความสามารถนี้ยังคงครอบคลุมเฉพาะบน Exchange Online และ OneDrive เท่านั้นในปัจจุบัน โดย Multi-Geo นี้จะเป็นความสามารถที่เปิดให้ใช้งานได้สำหรับองค์กรที่มี Office 365 Subscription จำนวนขั้นต่ำ 5,000 ราย และเปิดให้เลือก Cloud Data Center ได้ 9 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

ในอนาคต Microsoft มีแผนที่จะเพิ่มความสามารถนี้ให้กับ SharePoint Online และ Office 365 Groups ด้วย ส่วน Office 365 ที่เหลือนั้นกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา

 

ที่มา: https://www.onmsft.com/news/office-365-introduces-multi-geo-to-control-where-your-data-is-stored

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-office-365-adds-multi-geo-feature/

ผลสำรวจชี้ AWS และ MS Azure เป็นผู้นำตลาด IoT Cloud, องค์กรยังกังวลเรื่อง IoT Security

Eclipse Foundation ได้ออกมาเผยแพร่ผลสำรวจแนวโน้มต่างๆ ของบริการ IoT Cloud จากเหล่า IoT Developer และพบว่า AWS กับ Microsoft Azure ขึ้นเป็นผู้นำในตลาดนี้ โดยมีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

 

Credit: Eclipse Foundation

 

  • สัดส่วนการใช้ IoT Cloud ของ AWS อยู่ที่ 51.8%, MS Azure อยู่ที่ 31.2% และ Private/On-premises Cloud อยู่ที่ 19.3% ตามลำดับ
  • ประเด็นที่ถูกคำนึงถึงในการเลือกใช้ระบบ IoT นั้น Security มาเป็นอันดับหนึ่งที่ 39% ตามมาด้วยเทคโนโลยีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล 18.5% และการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย 15.5%
  • ภาษาที่ใช้ในการพัฒนาระบบ IoT อันดังหนึ่งคือ Java 66.5% ตามมาด้วย C 56.9%, JavaScript 47.1%, Python 46% และ C++ 45.7%
  • IoT Database ที่ถูกใช้งานอันดับหนึ่งคือ MySQL 44.6% ตามมาด้วย MongoDB 29.8%, InfluxDB 15.7%
  • ข้อมูลแบบ Time Series ถูกรวบรวมจัดเก็บมากเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยข้อมูล Device Information และ Log
  • ระบบ IoT Platform ถูกพัฒนาเพื่อรองรับการทำ Home Automation เป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วย Industrial Automation, Smart City, Energy Management และการเกษตร
  • OS ที่ใช้ในระบบ IoT สูงสุดได้แก่ Raspbian, Ubuntu และ Debian โดย Linux มีสัดส่วนนับเป็น 71.8% ของทั้งหมด

 

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายงานฉบับเต็มได้ดังนี้

 

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/developers-favoring-aws-microsoft-azure-for-cloud-iot-platforms/

from:https://www.techtalkthai.com/researcher-says-aws-and-microsoft-azure-are-iot-cloud-leaders/

MySQL 8.0 ประกาศ Generally Available แล้ว รองรับ JSON และ GIS ดีขึ้น, เสริม Security

ทีมพัฒนา MySQL ได้ประกาศเปิดตัว MySQL 8.0 รุ่น Generally Available แล้วอย่างเป็นทางการ โดยมีความสามารถใหม่ๆ ที่น่าสนใจดังนี้

 

Credit: MySQL

 

  1. SQL เพิ่มความสามารถในการจัดการ Window functions, Common Table Expressions, NOWAIT and SKIP LOCKED, Descending Indexes, Grouping, Regular Expressions, Character Sets, Cost Model และ Histograms
  2. JSON เพิ่ม Syntax และ Function ใหม่, ปรับปรุงการทำ Sorting และมี JSON Table Function ทำให้สามารถใช้คำสั่ง SQL กับข้อมูล JSON ได้
  3. GIS  สนับสนุนข้อมูล Geography โดยมีระบบ Spatial Reference Systems (SRS) รวมถึงเพิ่ม SRS Aware Spatial Datatype, Spatial Index และ Spatial Function เข้ามา
  4. Reliability คำสั่ง DDL ทำงานแบบ Atomic และ Crash Safe ได้แล้ว โดยมีการจัดเก็บ Meta-data ใน Transactional Data Dictionary เดียว ใช้ InnoDB เป็นเบื้องหลัง
  5. Observability ปรับปรุง Performance Schema, Information Schema, Configuration Variables และ Error Logging ขนานใหญ่
  6. Manageability รองรับการทำ Remote Management, Undo Tablespace Management และเพิ่ม Instant DDL แบบใหม่เข้ามา
  7. Security ปรับปรุง OpenSSL, เปลี่ยน Default Authentication, เพิ่ม SQL Roles, ยกเลิก Super Privilege, เพิ่มระบบ Password Strength และอื่นๆ
  8. Performance InnoDB สามารถรองรับ Read/Write Workloads, IO Bound Workloads และ Hot Spot Workload ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก, เพิ่ม Resource Group เพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกได้ว่าจะรองรับ Workload แบบใดบน Hardware ชนิดใดให้ดีเป็นพิเศษ ด้วยการทำ CPU-User Thread Mapping
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถโหลด MySQL 8.0 ได้ที่ http://dev.mysql.com/downloads/mysql/ หรือสามารถตรวจสอบ Source Code ได้ที่ https://github.com/mysql และอ่านสรุปฟีเจอร์ฉบับเต็มได้ที่ https://mysqlserverteam.com/whats-new-in-mysql-8-0-generally-available/ ครับ

 

ที่มา: https://mysqlserverteam.com/whats-new-in-mysql-8-0-generally-available/

from:https://www.techtalkthai.com/mysql-8-0-is-generally-available/