คลังเก็บป้ายกำกับ: CLOUD_AND_SYSTEMS

Google เลื่อนสถานะ Cloud Source Repositories เป็น GA แล้ว

Google ประกาศเลื่อนสถานะของ Cloud Source Repositories บริการ Git บน cloud ของกูเกิลเองเป็น Generally Available แล้ว พร้อมปรับขนาดของ repository ในการใช้บริการฟรีเพิ่มจาก 1 GB เป็น 50 GB

สำหรับผู้ใช้ free tier นั้นจะสามารถใช้ Cloud Source Repositories ได้ฟรี 5 โปรเจคที่มีได้สูงสุด 5 ผู้ใช้ ขนาดของ repository สูงสุด 50GB และใช้มี bandwidth การส่งข้อมูลไม่เกิน 50GB

นอกเหนือไปจากการใช้แบบ free tier แล้ว จะมีค่าใช้จ่าย $1 ต่อโปรเจค/คน ต่อเดือน รวมถึง $0.10 ต่อ GB ต่อเดือนในการใช้พื้นที่และ $0.10 ต่อ GB ในการส่งข้อมูลออกจาก repository ผ่านเครือข่ายต่อเดือน

ผู้สนใจใช้งานสามารถเข้าใช้ผ่านเว็บไซต์ https://console.cloud.google.com/code/ หรือผ่าน gcloud command line tool ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

ที่มา: http://cloudplatform.googleblog.com/2017/05/Cloud-Source-Repositories-now-GA-and-free-for-up-to-five-users-and-50GB-of-storage.html

from:https://www.techtalkthai.com/cloud-source-repositories-generally-available/

Advertisements

Sponsored Webinar: การพัฒนาโปรแกรมด้วยแนวคิด Infrastructure-as-a-Code โดย Oracle ประเทศไทย

TechTalkThai ร่วมกับ Oracle ประเทศไทย ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจทางด้าน Programming, DevOps และ Infratructure เข้าร่วมฟัง Sponsored Webinar ในหัวข้อเรื่อง “การพัฒนาโปรแกรมด้วยแนวคิด Infrastructure-as-a-Code” ในวันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน 2017 ผ่านทาง Live Webinar ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: การพัฒนาโปรแกรมด้วยแนวคิด Infrastructure-as-a-Code
ผู้บรรยาย: Chatchai Komrangded และ Saroj Punyaphatthanakul ผู้เชี่ยวชาญจาก Oracle
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน 2017 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Cisco WebEx Meeting
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

IT มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในยุค Digital Transformation ด้วยการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ก่อให้เกิดรูปแบบการพัฒนารูปแบบธุรกิจและโปรแกรมใหม่ ๆ เช่น การนำ DevOps เข้ามาใช้งานในกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์สมัยใหม่อย่างแพร่หลาย แต่การทำงานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จำเป็นต้องมี IT Infrastructure ที่สามารถตอบสนองต่อการทำงานของซอฟต์แวร์ทางธุรกิจต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และยืดหยุ่น จะเป็นอย่างไรถ้า Developers อย่างพวกเราสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อกำหนด Resource ของ IT Infrastructure ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือการปรับแต่งเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายขององค์กรในฐานะ “Infrastructure-as-a-Code”

ใน TechTalk Webinar นี้ ท่านจะได้พบกับการพัฒนาโปรแกรมผ่าน Oracle Cloud เพื่อควบคุม Resource ของ IT Infrastructure ได้อย่างตามใจคิด รวมไปถึงสาธิตการใช้งานจริง โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้

  • Stage of the Cloud Journey
  • Oracle Cloud Platform and Infrasturcutre Service
  • Oracle Baremetal Cloud Service
  • สาธิต Infrastructure-as-a-Code on Oracle Cloud
  • Q&A

TechTalk Webinar นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานด้าน Infrastructure, SysOp, DBA, ITOps, DevOps และนักพัฒนาโปรแกรมทั่วไป

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วม Sponsored Webinar: การพัฒนาโปรแกรมด้วยแนวคิด Infrastructure-as-a-Code โดย Oracle ประเทศไทยได้ฟรี โดยทีมงาน TechTalkThai ขอสงวนสิทธิ์ให้ผู้เข้าร่วม TechTalk Webinar 100 ท่านแรก ในวันศุกร์ที่ 7 เมษายน เข้าฟังบรรยายโดยไม่คำนึงถึงอันดับการลงทะเบียนก่อนหลัง

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดต Sponsored Webinar: การพัฒนาโปรแกรมด้วยแนวคิด Infrastructure-as-a-Code โดย Oracle บน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/403209336746171/

from:https://www.techtalkthai.com/sponsored-webinar-infrastructure-as-a-code-by-oracle/

Microsoft เตรียมออก Windows 10 เวอร์ชันสุดพิเศษ สำหรับรัฐบาลจีนโดยเฉพาะ

หลังจากที่รัฐบาลจีนออกมาประกาศแบนระบบปฏิบัติการ Windows ในปี 2014 เนื่องจากกลัวว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ จะร่วมมือกับรัฐบาลในการแอบสอดแนมหรือดักฟังข้อมูลของรัฐบาลจีน จนถึงขั้นต้องปรับแต่ง Windows XP และ Ubuntu ใช้กันเองมาแล้ว ล่าสุด เพื่อที่จะเจาะเข้าตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ Microsoft จึงประกาศเตรียมพัฒนา Windows 10 เวอร์ชันสำหรับรัฐบาลจีนโดยเฉพาะขึ้น

Microsoft ประกาศเปิดตัว Windows 10 China Government Edition ที่เซี่ยงไฮ้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่าเป็นระบบปฏิบัติการ Windows 10 เวอร์ชันพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับรัฐบาลจีนโดยเฉพาะ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็น Windows 10 Enterprise Edition แต่จะเพิ่ม “Management and Security Control” และตัดซอฟต์แวร์ส่วนเกินบางอย่างออกไป เพื่อให้ผ่านความเห็นชอบของรัฐบาลจีน

ที่จริงแล้ว Windows 10 Enterprise Edition มาพร้อมกับฟีเจอร์ด้าน Security, Identity และ Manageability หลายรายการที่รัฐบาลและองค์กรส่วนใหญ่ต้องการ อย่างไรก็ตาม Windows 10 China Government Edition จะมีปรับแต่งฟีเจอร์บางอย่างให้ตรงกับเงื่อนไขที่รัฐบาลจีนต้องการ ได้แก่

  • การออกแบบให้รองรับอัลกอริธึมการเข้ารหัสของจีน เพื่อให้จีนสามารถเลือกเข้ารหัสข้อมูลได้ตามที่ตนเองต้องการ
  • เปิดให้ลบแอพพลิเคชันที่ไม่ต้องการออก เช่น บริการ OneDrive ของ Microsoft ที่ให้ผู้ใช้จัดเก็บเอกสารใน Data Center ที่อยู่ในภายใต้การดูแลของ Microsoft เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีน
  • ควบคุมการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ใช้บนระบบปฏิบัติการ Windows ไม่ให้ส่งกลับไปยัง Microsoft

จนถึงตอนนี้ Microsoft ยังไม่ประกาศว่าจะออก Windows 10 China Government Edition เมื่อไหร่ แต่มีอย่างน้อย 3 หน่วยงานของรัฐบาลจีนที่ประกาศว่าจะนำ Windows 10 เวอร์ชันดังกล่าวมาใช้งานแล้ว นอกจากนี้ทาง Lenovo ยังประกาศแผนเป็นพาร์ทเนอร์รายแรกที่จะ OEM ระบบปฏิบัติการดังกล่าวไว้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของตน

ที่มาและเครดิตรูปภาพ: http://thehackernews.com/2017/05/windows-10-china-edition.html

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-unveils-windows-10-china-government-edition/

Microsoft จับมือ Cisco นำ Azure IoT Suite สู่สถาปัตยกรรม Fog Computing

ในงาน Cisco IoT World Forum ที่กำลังจัดขึ้นอยู่นี้ ทาง Microsoft ได้ออกมาประกาศความร่วมมือกับ Cisco รุกตลาด Internet of Things (IoT) ร่วมกัน ด้วยการผสานโซลูชันระหว่าง Microsoft Azure IoT Suite เข้ากับ Cisco Fog Computing

Credit: everything possible/ShutterStock

 

ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้เคยประกาศเปิดตัว Microsoft Azure IoT Edge ที่จะช่วยให้มันสมองของระบบ IoT บางส่วนนั้นถูกกระจายไปอยู่ใกล้กับอุปกรณ์ IoT มากขึ้น ในขณะที่ Cisco เองก็มีความเชื่อมั่นในสถาปัตยกรรมแบบ Fog Computing ที่เน้นการกระจายหน่วยประมวลผลออกไปจาก Cloud ให้ไปอยู่ใกล้กับเหล่าอุปกรณ์ IoT อยู่แล้วด้วยเช่นกัน ทิศทางที่สอดคล้องกันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในครั้งนี้

การจับมือกันครั้งนี้จะสร้างผลลัพธ์ใหม่ๆ ดังนี้

  • ทำให้การสร้าง IoT Application เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายบน Microsoft Azure ในขณะที่บางส่วนอง Application นั้นถูกตัดไปอยู่บริเวณ Edge บนโซลูชัน Cisco Fog Computing
  • ย้ายการประมวลผลที่มีความสำคัญสูงและต้องการผลลัพธ์ที่ Real-time มากยิ่งขึ้นไปอยู่บน Edge ได้ด้วย ทำให้การทำงานมีความมั่นคงและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้าน IoT ลง ด้วยการส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นไปยัง Cloud เท่านั้น ในขณะที่การประมวลผลทั้งหมดสามารถเกิดที่ Edge ได้

Microsoft นั้นเชื่อว่า IoT, Cloud และ IoT Edge จะมีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากในการทำ Digital Transformation และความร่วมมือในครั้งนี้ก็จะเป็นการนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสู่กลุ่มลูกค้าองค์กรทั่วโลก

 

ที่มา: https://azure.microsoft.com/en-us/blog/microsoft-and-cisco-enable-azure-iot-suite-to-connect-to-cisco-fog-deployments/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-teams-up-with-cisco-on-bringing-microsoft-azure-iot-suite-to-cisco-fog-computing/

สัมภาษณ์คุณสุทัศน์ GM แห่ง Express Software Group ผู้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์บัญชีชื่อดังของไทย กับการก้าวสู่ Cloud ในปัจจุบัน

ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้รับเชิญให้ไปสัมภาษณ์คุณสุทัศน์ สกุลนิวัฒน์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและ General Manager (GM) แห่งบริษัท เอ็กซ์เพรสซอฟท์แวร์กรุ๊ป จำกัด หรือที่สาย IT อย่างเราๆ รู้จักกันในชื่อซอฟต์แวร์บัญชี Express ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วไทย ซึ่งมีทั้งแง่คิดและมุมมองต่างๆ หลากหลายที่น่าสนใจสำหรับทั้งนักพัฒนาซอฟต์แวร์และเหล่าผู้ทำธุรกิจ Startup ไปจนถึงผู้ดูแลระบบด้วยเช่นกัน ขอเชิญทุกท่านอ่านสรุปบทสัมภาษณ์ดังนี้ได้เลยครับ

 

Express: ผู้บุกเบิกซอฟต์แวร์บัญชีสัญชาติไทย ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของวงการ IT ไทย

คุณสุทัศน์ สกุลนิวัฒน์ GM และผู้ร่วมก่อตั้งแห่ง Express Software Group

 

ชื่อของ Express นี้ถือเป็นหนึ่งใน Software ที่หลายๆ คนในวงการ IT, บัญชี และคนที่ทำธุรกิจขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางของตัวเองจะต้องเคยได้ยินกันมาบ้าง ในฐานะของระบบซอฟต์แวร์บัญชีสัญชาติไทยที่อยู่คู่ธุรกิจไทยขนาดน้อยใหญ่มาแล้วเกินกว่า 20 ปี และมีลูกค้าภาคธุรกิจในไทยแล้วเกินกว่า 70,000 ราย เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจซอฟต์แวร์ระดับตำนานเจ้าหนึ่งของไทยก็คงไม่ผิดนัก

คุณสุทัศน์ได้เล่าถึงภาพในอดีตแรกเริ่มก่อตั้งบริษัท Express Software Group ว่าในสมัยนั้นวงการ IT ในเมืองไทยเพิ่งเริ่มต้น และซอฟต์แวร์ระบบบัญชีแทบทั้งหมดในตลาดก็เป็นของผู้ผลิตชาวต่างชาติทั้งสิ้น ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ถูกปรับแก้ให้ตรงกับความต้องการทางกฎหมายในไทยแล้ว การสนับสนุนให้บริการหรือเสริมความสามารถต่างๆ ก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า ไม่สามารถตอบโจทย์ภาคธุรกิจในไทยได้ดีนัก ทำให้คุณสุทัศน์และเพื่อนๆ เกิดความคิดอยากจะพัฒนาระบบบัญชีสำหรับตอบโจทย์ธุรกิจในประเทศไทยโดยเฉพาะขึ้นมาเอง และเกิดเป็น Express ขึ้นมาในภายหลัง

แรกเริ่มนั้น Express นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้การทำบัญชีของธุรกิจไทยเป็นไปแบบรวมศูนย์ และสามารถติดตามข้อมูลการทำบัญชีทั้งหมดได้แบบ Real-time ต่างจากระบบบัญชีอื่นๆ สมัยก่อนที่ต้องมีการนำข้อมูล Batch จากหลายๆ แหล่งมารวบรวมแล้วค่อยๆ ประมวลผลวันละครั้ง ซึ่งในสมัยนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องใหม่และเป็นแนวคิดที่ได้ผลดีมากในการทำธุรกิจ การมุ่งตอบโจทย์ด้านการทำบัญชีให้แผนกบัญชีของทุกๆ ธุรกิจทำงานได้ง่ายขึ้นอยู่ตลอดจึงกลายเป็นแนวทางสำคัญของการดำเนินธุรกิจของ Express ไป

Express ในเวอร์ชันแรกนั้นยังเป็น Software บนระบบ DOS (ที่ปัจจุบันก็ยังคงมีลูกค้าบางรายใช้งานอยู่) จนถัดมาถึงพัฒนาเป็น Application บน Microsoft Windows และสุดท้ายก็ก้าวเข้าสู่การเป็นบริการ Cloud เพื่อตอบทุกโจทย์ความต้องการทางการทำบัญชีในธุรกิจ และก็มีการพัฒนาโมดูลอื่นๆ นอกเหนือจากบัญชีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย แทบจะกลายเป็น ERP ขนาดย่อมๆ ในราคาเพียงหลักหมื่นสำหรับธุรกิจไทยไปแล้ว

 

ถึง Software จะเป็นผลิตภัณฑ์หลัก แต่สิ่งที่ทำให้ชนะคู่แข่งมาได้คือ “บริการ” และ “ความจริงใจ”

คุณสุทัศน์เล่าว่า หลังจากที่ Express ได้เริ่มเปิดตัวนั้น นอกจากความสามารถของ Software ที่พัฒนาขึ้นมาแล้ว ก็ยังมีหัวใจสำคัญอีกข้อที่ทำให้เอาชนะใจลูกค้าจนหันมาใช้ Express กันอย่างต่อเนื่องก็คือประเด็นของ “บริการ” และ “ความจริงใจ”

ในช่วงก่อนการขาย ทีมงาน Express นั้นจะอธิบายลูกค้าโดยละเอียดถึงทั้งสิ่งที่ Express ทำได้และทำไม่ได้ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจและยอมรับให้ได้ก่อนว่าในงบประมาณที่กำลังจะลงทุนไปนั้น ลูกค้าจะได้อะไรกลับไปบ้าง และจะไม่ได้อะไรกลับไปบ้าง เพื่อให้ลูกค้าทุกรายได้คิดอย่างถี่ถ้วนทุกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อ Express มาใช้งานภายในองค์กร และเมื่อความคาดหวังของลูกค้าตรงกับสิ่งที่ได้รับไปนั้น ความพึงพอใจก็ย่อมบังเกิดขึ้นมา กลายเป็นลูกค้าที่ใช้งาน Express ในระยะยาวไป ต่างจากการขายของคู่แข่งในสมัยก่อนที่เน้นการปิดการขายโดยไม่ได้สื่อสารความจริงให้ลูกค้าทราบ และต้องเผชิญกับความผิดหวังในภายหลัง และสุดท้ายก็ต้องล้มหายไปจากวงการ

และหลังจากที่ลูกค้าตัดสินใจใช้งาน Express แล้ว คุณสุทัศน์ก็ได้เล่าถึงการลงทุนหลักอีกส่วนหนึ่งของ Express เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการในการสนับสนุนการใช้งานของลูกค้า Express ทุกราย ด้วยระบบ Contact Center ที่สามารถรับการตอบปัญหาของลูกค้าได้ทั้งทาง Email และโทรศัพท์ตลอดระยะเวลา 8 ชั่วโมงทำงาน ซึ่งในแต่ละวันก็จะมีลูกค้าโทรเข้ามาสอบถามการใช้งานและปัญหาต่างๆ มากกว่าพันสายต่อวัน ทำให้ทาง Express ต้องมีพนักงานสำหรับคอยให้การสนับสนุนผู้ใช้งานพร้อมๆ กันทีละหลายสิบคน พร้อมทั้งยังมีการพัฒนา Software ขึ้นมาสำหรับช่วยในการสนับสนุนการทำงาน, การติดตามเคสการสนับสนุน, การบันทึกเสียงบทสนทนา และอื่นๆ อีกมากมายเพื่อให้การสนับสนุนการใช้งานทั้งหมดเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ในอนาคตด้วย

นอกจากนี้ Express ยังมีนโยบายในการคิดราคาที่เป็นธรรม ด้วยราคาการซื้อลิขสิทธิ์การใช้งานแบบขาดในหลักหมื่น และราคาการอัปเกรดในหลักพันเท่านั้น โดยไม่ได้มีการบังคับให้อัปเกรดหรือซื้อบริการสนับสนุนการใช้งานใดๆ เลย ส่วนการอัปเกรดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้รองรับต่อข้อกำหนดของกฎหมายใหม่ๆ นั้นก็เป็นบริการฟรี ทำให้ธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ ที่ใช้งาน Express นั้นเกิดความคุ้มค่าจริงๆ ทุกราย และเลือกได้เองว่าจะรับบริการใดจากทาง Express บ้าง

 

พัฒนาบุคลากรด้านบัญชีให้มีความรู้ IT ง่ายกว่าการพัฒนาบุคลากรด้าน IT ให้รู้บัญชี

เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของ Express นั้่นคือฝ่ายบัญชีขององค์รกรและธุรกิจต่างๆ ไปจนถึงเจ้าของธุรกิจเองเลยโดยตรง คุณสุทัศน์จึงมองว่าผู้ที่จะคอยให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้จึงควรจะเป็นคนในกลุ่มเดียวกัน ทำให้ Express นั้นวางกลยุทธ์ในการสนับสนุนลูกค้าด้วยการจ้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านระบบบัญชีและกฎหมายบัญชีในเมืองไทย ให้มาเรียนรู้การใช้งาน Software ของ Express เพื่อคอยให้บริการลูกค้าโดยเฉพาะ ซึ่งมีจุดเด่นที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการกลุ่มนี้สามารถให้คำตอบลูกค้าได้ทั้งในเชิงของบัญชี, กฎหมาย และการใช้งาน Software ได้ทั้งหมดภายในคนๆ เดียว และแนวทางนี้ก็ง่ายกว่าการจ้างบุคลากรที่มีความรู้ทางด้าน IT มาเรียนรู้ศาสตร์ทางด้านการทำบัญชีและกฎหมายเพิ่มเติมเป็นอย่างมาก

ความรู้ความสามารถในเชิงนี้ถือเป็น Know How ที่เข้มแข็งของ Express และเกิดการต่อยอดเหนือขึ้นไปยิ่งกว่าการสนับสนุนลูกค้า กลายไปเป็นการทำการตลาดแบบทางตรง ด้วยการจัดคอร์สอบรมการใช้งานซอฟต์แวร์ Express ให้แก่เหล่าบุคลากรทางด้านบัญชีของลูกค้าอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ทำให้ฐานลูกค้าของ Express ขยายอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้ใช้งานที่มารับการอบรมเองนี้ก็จะได้สามารถใช้งาน Express ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความสามารถของบุคลากรคนนั้นๆ ไปด้วยในตัว

ด้วยเหตุนี้ Express จึงได้กลายเป็นหนึ่งใน Software มาตรฐานสำหรับการทำบัญชีในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน จนแม้กระทั่งหน่วยงานรัฐหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ได้มีการสนับสนุนและทำงานร่วมกันในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการหารือด้านระบบบัญชีสำหรับผลักดันธุรกิจในไทยให้เติบโตไปอย่างยั่งยืน ไปจนถึงการที่สถาบันการศึกษาต่างๆ ได้ซื้อ Express ไปใช้ในการเรียนการสอนด้านการทำบัญชีแก่นักเรียนนักศึกษาอย่างกว้างขวาง

 

ก้าวสู่ Cloud ตอบโจทย์การทำธุรกิจได้จากทุกที่ทุกเวลา ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรในไทย

เมื่อมาถึงยุคของ Cloud นั้น ทาง Express ที่เป็นซอฟต์แวร์ระบบบัญชีแบบ Desktop-based บน Windows มาโดยตลอดก็เริ่มนำเทคโนโลยี Virtual Desktop Infrastructure หรือ VDI มาใช้เพื่อทำให้ระบบของ Express นั้นถูกเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านทาง Web Browser และ Mobile Application ทันทีโดยไม่ต้องมีการแก้ไขโค้ดใดๆ ทำให้ผู้ใช้งานของระบบ Express เองก็สามารถก้าวเข้าสู่ Cloud ได้ทันทีด้วยหน้าจอการใช้งานที่เหมือนเดิมทุกประการ ไม่ต่างจากการเปิดใช้งานบน Desktop ในที่ทำงานแต่อย่างใดเลย

Express ได้เข้าร่วมในโครงการ Thaidotcom Marketplace ซึ่งเป็นโครงการของ INET โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยยกระดับ Software ไทยให้สามารถเข้าสู่ยุคของการให้บริการแบบ Cloud บนระบบ IT Infrastructure ที่มีคุณภาพ, มั่นคงปลอดภัย รวมถึงส่งเสริมให้มีการใช้ Cloud ภายในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ Digital 4.0 จนสามารถสร้างบริการ Express on Cloud ต่อยอดขึ้นมาจากบริการ Cloud Desktop พร้อมให้ใช้ได้อย่างประหยัดสำหรับลูกค้า Express เดิมได้อย่างรวดเร็ว

คุณสุทัศน์ได้เผยว่าสาเหตุที่เลือกจับมือเป็นพันธมิตรกับทาง INET และเข้าร่วมโครงการ Thaidotcom Marketplace ท่ามกลางข้อเสนอจากผู้ให้บริการ Cloud รายอื่นๆ อีกหลายเจ้านั้น ก็เป็นเพราะมีปรัชญาทิศทางในการดำเนินธุรกิจตรงกัน ในการขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุน ธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ในไทย ที่ต้องการผลักดันอุตสาหกรรม Software ไทยที่มีร่วมกันกับเหล่าผู้ประกอบการไทยด้วยกันเอง และปัจจุบันถึงแม้จะให้บริการมายังไม่ถึง 1 ปี ทาง Express ก็มีลูกค้าที่ใช้บริการ Express on Cloud เกินกว่า 1 พันรายแล้วไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปในอนาคต

หลังจากนี้ ทาง Express เองก็จะพัฒนาระบบ Express on Cloud ต่อไปให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบบริการอื่นๆ เช่น ระบบ Logistics, การเชื่อมต่อโดยตรงกับทางธนาคาร, เชื่อมต่อกับระบบ Payment จากผู้ให้บริการรายต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นการขยายความสามารถของ Express on Cloud ให้เหนือยิ่งขึ้นไปกว่าเพียงแค่การเป็นระบบบัญชี ให้สามารถตอบโจทย์ของธุรกิจได้ครอบคลุมหลากหลาย และใช้งานได้สะดวกง่ายดายยิ่งกว่าเดิม

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Express on Cloud สามารถศึกษาได้ที่ http://www.esg.co.th/esg/f_download/Cloud_Package_Details.pdf และตรวจสอบราคาได้ที่ http://www.esg.co.th/esg/f_download/Price_Cloud_Std.pdf ทันที ส่วนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ Thaidotcom Marketplace สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaidotcommarketplace.com/ ทันทีครับ

 

Thailand 4.0: ไทยยังขาดการส่งเสริมความรู้การทำธุรกิจ และการปรับมุมมองของคนไทยให้กล้าใช้ผลิตภัณฑ์ไทย

คุณสุทัศน์ได้กล่าวทิ้งท้ายในเรื่องของ Thailand 4.0 ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนของเมืองไทยในตอนนี้ ด้วยการให้ข้อคิดว่าจริงๆ สิ่งที่เหล่าผู้ประกอบการหน้าใหม่ยังขาดนั้นคือแนวคิดของการทำธุรกิจมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี คนรุ่นใหม่นั้นเรียนรู้เทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ๆ ได้รวดเร็วอยู่แล้ว สิ่งที่หน่วยงานต่างๆ ในไทยควรช่วยกันส่งเสริมจึงกลายเป็นเรื่องของการทำธุรกิจเสียมากกว่า

นอกจากนี้อีกประเด็นสำคัญที่แม้แต่คุณสุทัศน์เองก็ต้องฝ่าฟันมาอย่างยากลำบาก ก็คือการที่คนไทยนั้นไม่กล้าใช้งานผลิตภัณฑ์ของคนไทยด้วยกันเอง และมักจะมองผลิตภัณฑ์ของคนไทยด้วยกันว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ด้อยคุณภาพ เทียบกับผลิตภัณฑ์จากต่างชาติไม่ได้ ซึ่งการส่งเสริมภาพลักษณ์เพื่อแก้ไขมุมมองนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ในขณะที่เหล่าผู้ประกอบการไทยเองก็ต้องช่วยกันพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพจริง เพื่อผลดีต่อประเทศชาติของเราเองในระยะยาวไปด้วยเช่นกัน

 

ติดต่อ Express Software Group ได้โดยตรงทันที

ผู้ที่สนใจระบบบัญชี Express Software หรือเป็นลูกค้าอยู่แล้วแต่อยากก้าวไปใช้บริการ Express on Cloud เพิ่มเติม สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.esg.co.th/ และ https://www.facebook.com/ESG.Express/ หรือติดต่อทีมงาน Express Software Group ได้ทันทีดังต่อไปนี้

  • ฝ่ายขาย: 02-217-3555, mkt@esg.co.th
  • ฝ่ายบริการลูกค้า: 02-217-3533 กด 2, support@esg.co.th
  • ฝ่ายบัญชี: 02-217-3555 กด 4

from:https://www.techtalkthai.com/interview-with-mr-sutat-gm-and-co-founder-of-express-software-group-about-the-future-in-the-cloud/

IBM เปิดคอร์สออนไลน์ฟรีสอน Blockchain พร้อมแล็บให้ทำ 10 ชั่วโมง เรียนจบมี Badge ให้

ในปี 2017 นี้คงไม่มีเทคโนโลยีในตลาดองค์กรใดร้อนแรงไปกว่า Blockchain แล้ว และ IBM ก็เปิดคอร์สออนไลน์สอน Blockchain ให้เราเรียนกันฟรีๆ แถมเรียนจบแล้วยังมี Badge เอาไปอ้างอิงตอนสมัครงานกันได้อีกด้วย

Credit: IBM

 

ในคอร์สนี้จะอ้างอิงจาก Hyperledger และ Hyperledger Fabric ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ IBM ใช้ในการพัฒนาบริการ Cloud Blockchain เป็นหลัก โดยเนื้อหาจะครอบคลุมดังต่อไปนี้

  • แนะนำการนำ Blockchain ไปใช้งานในเชิงธุรกิจ
  • รู้จักกับ Blockchain Fabrics
  • รู้จักกับโครงการ Hyperledger Project และส่วนประกอบต่างๆ ของ Blockchain
  • เริ่มต้นใช้งานบริการ IBM Blockchain บน IBM Bluemix แบบฟรีๆ
  • ทดลองสร้างโปรแกรมเชื่อมต่อกับ Blockchain ด้วยตัวเอง ด้วย API ที่เกี่ยวข้อง และสร้าง Chaincode ขึ้นมาเอง

คอร์สนี้ใช้เวลาเรียนประมาณ 10 ชั่วโมงแบบออนไลน์ โดยเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ เรียนได้ฟรีๆ และสิ่งที่ต้องเตรียมมาเรียนก็มีเพียงแค่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่อ Internet ได้เพื่อให้สามารถทำแล็บบน IBM Bluemix ได้ครับ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปลองเรียนกันฟรีๆ ได้เลยที่ https://developer.ibm.com/courses/all-courses/blockchain-for-developers/ นะครับ

from:https://www.techtalkthai.com/free-ibm-blockchain-online-course-for-developers/

James Gosling บิดาแห่ง Java เข้าร่วมทีม AWS แล้ว

James Gosling ชายผู้เขียน Java รุ่นต้นฉบับและพัฒนา Compiler และ Virtual Machine รุ่นแรกของ Java ได้ประกาศเข้าร่วมงานกับทาง Amazon Web Services (AWS) แล้ว

James Gosling Credit: Wikipedia

 

หลังจากที่ James Gosling ได้ริเริ่มการพัฒนา Java ขึ้นมาที่ Sun Microsystems เขาก็ลาออกจากบริษัทไปในปี 2010 หลังจากที่ Oracle เข้าซื้อกิจการของ Sun ไป จากนั้นเขาก็ย้ายไปทำงานที่ Google เป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะย้ายไปพัฒนาหุ่นยนต์ทำงานใต้น้ำที่ Liquid Robotics แทน จนปัจจุบันเขาก็ย้ายมาที่ AWS แทนอย่างเป็นทางการแล้ว

ทาง AWS ไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใดว่า Gosling จะเข้าไปทำงานในส่วนไหนหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์อะไร แต่ก็มีการวิเคราะห์กันว่าด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาของ Gosling นั้น จะสามารถเติมเต็มความต้องการในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ของ AWS ได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Internet of Things (IoT), การพัฒนาหุ่นยนต์ หรือแม้แต่การพัฒนา Platform สำหรับตอบโจทย์เหล่านักพัฒนา

Gosling ได้เคยให้ความเห็นไว้ในปี 2016 ว่า เขาพบว่าโลกนี้ยังไม่มีผู้ให้บริการ Cloud รายใดที่สามารถตอบโจทย์ของธุรกิจ Liquid Robotics ได้เลย ทำให้ทีมงานของเขาต้องพัฒนาทุกอย่างเองใหม่ตั้งแต่เริ่ม ซึ่งนั่นก็เป็นปัญหามาก และนี่ก็อาจเป็นอีกโจทย์หนึ่งที่เขาจะมาแก้ใน AWS ก็เป็นได้ ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับกับตำนานที่ยังมีชีวิตคนนี้

 

ที่มา: https://venturebeat.com/2017/05/22/aws-signs-java-father-james-gosling/

from:https://www.techtalkthai.com/james-gosling-father-of-java-joins-aws/