คลังเก็บป้ายกำกับ: CLOUD_AND_SYSTEMS

Intel เตรียมใช้ตัวแปรชนิดใหม่ BFloat16 เพิ่มความเร็วงาน Deep Learning ในหน่วยประมวลผล

Intel ได้ออก Whitepaper อธิบายตัวแปรชนิดใหม่ BF16/BFloat16 ซึ่งเป็น Floating Point ใน Format ใหม่ซึ่งจะถูกใช้งานในหน่วยประมวลผลของ Intel ในอนาคต

 

Credit: Intel

 

BF16 นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็วการประมวลผลของ Deep Learning โดยเฉพาะ และสามารถถูกประมวลผลได้เร็วกว่า FP16 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เนื่องจาก BF16 นี้ไม่ได้รองรับการทำ Denormal ดังนั้นจึงไม่ต้องมีการเตรียมจัดการกับ Exception ในระดับ Hardware โดยตัว BF16 เองนี้จะถูก Implement โดยตรงลงไปใน Hardware เลย ส่วนตัวแปรชนิด FP32 นั้นมีประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับ BF16 อยู่แล้ว จึงยังไม่มีการแก้ไขอะไรเพิ่มเติม

Intel BF16 นี้จะเริ่มถูกใช้งานใน Intel Xeon รุ่น Cooper Lake เป็นต้นไป รวมถึงมีแผนจะนำไปใช้งานใน Intel Nervana, Intel FPGA และ Hardware อื่นๆ ที่ออกแบบมาสำหรับประมวลผล Deep Learning โดยเฉพาะด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://software.intel.com/sites/default/files/managed/40/8b/bf16-hardware-numerics-definition-white-paper.pdf ครับ

 

ที่มา: https://www.phoronix.com/scan.php?page=news_item&px=Intel-BFloat16-Deep-Learning

from:https://www.techtalkthai.com/intel-will-use-bfloat16-to-accelerate-deep-learning-operations/

Advertisements

AWS เตรียมเปิด Region ใหม่ในอิตาลีพร้อมใช้ปี 2020

AWS ประกาศว่าตนกำลังสร้าง Region ใหม่ในอิตาลีอยู่และคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในต้นปี 2020 โดย ‘Milan’ Region นี้จะมีโซนให้บริการถึง 3 โซนซึ่งถือเป็น Region ที่ 6 ของ AWS แล้วในทวีปยุโรป

Credit: AWS

AWS ชี้ว่าตนนั้นมีลูกค้าจากอิตาลีที่ใช้งานกันมานานแล้วทั้งกลุ่ม Startup, องค์กร และเอกชนต่างๆ ซึ่งมั่นคงพอที่จะทำให้ AWS มาลงทุนให้บริการ อาทิเช่น ผู้ผลิตช็อกโกแลตรายใหญ่ที่เรารู้จักดีอย่าง Ferrero, ผู้ให้บริการมือถือย่าง Vodafone หรือ Mediaset ผู้ให้บริการทีวีดิจิทัล เป็นต้น ดังนั้นทำให้ตอนนี้ AWS มีดาต้าเซนเตอร์กว่า 57 แห่งแล้วทั่วโลก พร้อมกับภายในครึ่งแรกของปี 2020 จะมีการเปิดตัวใช้งานอีก 15 แห่งใน 5 Region

from:https://www.techtalkthai.com/aws-is-building-new-region-in-italy/

สรุปงานสัมมนา Advancing Beyond the Digital Curve โดย True IDC

True IDC ผู้นำการให้บริการ Data Center และ Cloud Computing แบบครบวงจร ร่วมกับเหล่าพันธมิตร จัดงานสัมมนา Advancing Beyond the Digital Curve พร้อมเชิญเหล่าผู้บริหารจากธุรกิจชั้นนำของไทยรวมแล้วกว่า 70 คน อัปเดตแนวโน้มและเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2019 ไม่ว่าจะเป็น Blockchain, Containerized Platform, Artificial Intelligence และ Cybersecurity เพื่อพลิกโฉมธุรกิจของตนสู่ยุค Digital Business

ไม่ใช่แค่พลิกโฉมเทคโนโลยี แต่ CXO ต้องปรับตัวเองด้วย

คุณศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา ประธานกรรมการบริหารของ True IDC กล่าวเปิดในเซสชัน Keynote ของงานสัมมนา ระบุว่า แนวโน้มทางด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญที่ CXO จำเป็นต้องติดตาม แต่การรับทราบถึงแนวโน้มอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ CXO จะต้องรู้วิธีการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปพลิกโฉมให้แก่อุตสาหกรรมด้วย เพื่อให้ธุรกิจของตนก้าวขึ้นมาเหนือคู่แข่งหรือคงความเป็นที่หนึ่งต่อไป

“สิ่งสำคัญของการเป็น CXO คือการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่พร้อมปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีในปัจจุบัน เข้าใจถึงผลกระทบของเทคโนโลยีต่างๆ และสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจขององค์กรได้ รวมไปถึงคิดค้นโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดและสร้างโอกาสให้เหนือกว่าคู่แข่ง” — คุณศุภรัฒศ์กล่าว

นอกจากนี้คุณศุภรัฒศ์ยังได้แนะนำเทคโนโลยีที่ CXO ควรจับตามองในปี 2019 โดยอ้างอิงจาก Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ทั้งหมด 10 ราย ได้แก่ Autonomous Things, Augmented Analytics, AI-Driven Development, Digital Twins, Empowered Edge, Immersive Experience, Blockchain, Smart Spaces, Digital Ethics and Privacy และ Quantum Computing (ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับประเทศไทยในปี 2019

True IDC ได้คัดเลือกเทคโนโลยีที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับประเทศในปี 2019 ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นสำคัญ คือ Blockchain, Cybersecurity, Containerized Platform และ Artificial Intelligence นำเสนอโดยเหล่าพันธมิตรของ True IDC ได้แก่ TBCASoft Inc., Softbank, NetEase, JP Insurance, HBOT.io, BBL และ SCB

Blockchain

TBCASoft Inc. ได้นำเสนอเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งเป็น Distributed Ledger รูปแบบหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีคนกลางที่ไว้ใจได้ (เช่น ธนาคาร) ในการทำธุรกรรมออนไลน์ และผู้ใช้จะมี Ledger เป็นของตนเอง Blockchain มีจุดเด่นที่มีความมั่นคงปลอดภัยและสภาพคล่องทางการเงินสูง จึงเหมาะแก่การนำไปพัฒนาแอปพลิเคชันหลากหลายประเภท เช่น Digital Value Exchange, Identity Management, Asset Management, Rights Management, Contract Management หรือ Supply Chain Management เป็นต้น

ล่าสุด TBCASoft Inc. ร่วมกับ Softbank ในการนำ Blockchain มาพัฒนาแพลตฟอร์มแบบ Cross-carrier สำหรับให้บริการการชำระเงินผ่านมือถือร่วมกับร้านค้าและเหล่าพันธมิตรจากทั่วโลกแบบเรียลไทม์ โดยมีความมั่นคงปลอดภัยสูง สามารถติดตามการทำธุรกรรมย้อนหลังได้ และมีต้นทุนต่ำ เรียกว่า “Cross-carrier Payment System (CCPS)” จนถึงตอนนี้มีสมาชิกใช้งานแล้วกว่า 1,000 ล้านคน

Cybersecurity

Netease ผู้ให้บริการเซอร์วิสออนไลน์ชั้นนำจากประเทศจีน ระบุว่า เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาถึงคือประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัย เนื่องจากถ้าเทคโนโลยีบริการได้ช้าลงหรือหยุดให้บริการ ย่อมทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก สูญเสียรายได้ เสื่อมเสียชื่อเสียง และอาจถูกลูกค้าฟ้องร้องได้

หนึ่งในภัยคุกคามสำคัญที่ต้องพึงระวังคือการโจมตีแบบ DDoS โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค Internet of Things ที่อุปกรณ์ทั้งหลายสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ อุปกรณ์เหล่านี้มักมีความมั่นคงปลอดภัยต่ำจึงตกเป็นเครื่องมือของแฮ็กเกอร์ในการใช้โจมตีแบบ DDoS ไปยังเป้าหมายที่ต้องการ ปัจจุบันนี้การโจมตีแบบ DDoS ขนาด 500G ถือเป็นเรื่องปกติ และบางครั้งอาจมีขนาดใหญ่ถึง 800G หรือ 1T เลยทีเดียว โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคืออุตสาหกรรมเกมออนไลน์และสถาบันการเงิน

Containerized Platform

คุณธนรรถ สังข์เกษม ประธานกรรมการผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของ True IDC ได้ออกมาเปรียบเทียบผลสำรวจด้านการใช้ระบบ Cloud และเครื่องมือสำหรับ DevOps จาก Rightscale ในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่าแนวโน้มการใช้ Hybrid Cloud มีปริมาณเพิ่มขึ้นจาก 67% ในปี 2017 มาเป็น 71% ในปี 2018 ในขณะที่การใช้ Docker และ Kubenetes ก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นว่า Containerized Platfrom กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในยุค Multicloud เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การทำงานแบบ Microservices ได้เป็นอย่างดี

True IDC เองก็ให้บริการ Containerized Platform ตามมาตรฐาน Cloud Native Computing Foundation (CNCF) ทั้งในรูปของ On-premise, Private Cloud และ Public Cloud แบบครบวงจร ตั้งแต่การพิจารณาและเลือกใช้แพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้า การให้คำปรึกษา ติดตั้ง และดูแลหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าสามารถใช้ Containerized Platform ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อพลิกโฉมธุรกิจของตนได้

Artificial intelligence

Artificial Intelligence หรือ AI อาจกล่าวได้ว่าเป็นเทคโนโลยีเอนกประสงค์ที่ทุกอุตสาหกรรมสามารถนำมาปรับใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจได้ เช่น นำ AI มาผสานรวมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อเพิ่ม Customer Experience, วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าแล้วนำเสนอบริการที่เหมาะสมที่สุด, ตรวจจับการกระทำที่ผิดปกติเพื่อป้องกันการทุจริต หรือทำ Chatbot เพื่อตอบคำถามพื้นฐานของลูกค้า เหล่านี้นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว ยังช่วยลดภาระของพนักงานในการทำงานซ้ำๆ ลงได้อีกด้วย

from:https://www.techtalkthai.com/advancing-beyond-the-digital-curve-by-true-idc/

เปิดตัว Cisco Hybrid Solution for Kubernetes on AWS ตอบโจทย์ Container องค์กรร่วมกัน

Cisco ได้ออกมาประกาศความร่วมมือกับ Amazon Web Services (AWS) เพื่อพัฒนาโซลูชัน Hybrid Cloud สำหรับ Container ในตลาดองค์กรร่วมกัน ภายใต้ชื่อ Cisco Hybrid Solution for Kubernetes on AWS

 

Credit: Cisco

 

โซลูชันนี้มีแนวคิดคือการติดตั้งระบบ On-Premises Kubernetes บน Cisco ให้มี Environment ที่ใกล้เคียงกับ Amazon Elastic Container Service for Kubernetes (EKS) มากที่สุด และเสริมด้วยเทคโนโลยีด้าน Networking, Security, Management และ Monitoring จาก Cisco เข้าไป เพื่อให้ระบบ Kubernetes ทั้งสองสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างดีที่สุด

โซลูชันนี้จะทำให้องค์กรสามารถทำการติดตั้งใช้งาน Containerize Application ได้ทั้งบน On-Premises และ Cloud ได้อย่างอิสระ และสามารถย้าย Workload ระหว่างกันได้ตามต้องการ ทำให้สามารถลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบการทำงานและบริหารจัดการด้วยเครื่องมือชุดเดียวกันทั้งหมดได้ ซึ่งทาง Cisco จะรับบทบาทเป็นผู้ให้การสนับสนุนหลังการขายทั้งหมด

Cisco Hybrid Solution for Kubernetes on AWS นี้จะวางจำหน่ายในตลาดอย่างเป็นทางการภายในเดือนธันวาคม 2018 โดยสามารถเลือกใช้งานได้บนทั้ง Cisco Container Platform และ Cisco HyperFlex

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.cisco.com/c/en/us/products/cloud-systems-management/hybrid-solution-kubernetes-on-aws/index.html

 

ที่มา: https://newsroom.cisco.com/press-release-content?type=webcontent&articleId=1952730

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-hybrid-solution-for-kubernetes-on-aws-is-announced/

อัปเดตสถิติ Supercomputer ล่าสุด IBM/สหรัฐอเมริกากลับมาขึ้นครอง 2 อันดับแรกแซงจีนแล้ว

ในการจัดอันดับ TOP500 ซึ่งเป็นอันดับของ Supercomputer ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลกครั้งที่ 52 นั้น IBM และสหรัฐอเมริกาได้กลับมาชิงตำแหน่งอันดับ 1 และ 2 กลับไปอีกครั้ง ตามมาด้วยจีนอดีตแชมป์เก่า

 

Credit: TOP500

 

สำหรับตัวเลขสถิติอื่นๆ ทางด้าน Supercomputer ของ TOP500 ที่น่าสนใจในครั้งนี้มีดังนี้

  • จีนมี Supercomputer ติดอันดับมากถึง 227 ระบบ นับเป็น 45% ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาที่มี 109 ระบบ นับเป็น 22% และญี่ปุ่น 31 ระบบ, สหราชอาณาจักร 21 ระบบ, ฝรั่งเศส 18 ระบบ, เยอรมนี 17 ระบบ และไอร์แลนด์ 12 ระบบ ประเทศนอกเหนือจากนี้มีไม่ถึง 10 ระบบต่อประเทศที่ติดอันดับ
  • มี Supercomputer 429 ระบบที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Petaflops เมื่อวัดด้วย Linpack
  • ระบบที่มีประสิทธิภาพต่ำที่สุดใน TOP500 มีประสิทธิภาพ 874.8 Teraflops ในขณะที่อันดับที่ 100 มีประสิทธิภาพ 1.97 Petaflops
  • ผู้ผลิต Server ที่ติดอันดับใน TOP500 มากที่สุดได้แก่ Lenovo ที่ 140 ระบบ ตามมาด้วย Inspur 84 ระบบ, Sugon 57 ระบบ, Cray 49 ระบบ, HPE 46 ระบบ, Bull 22 ระบบ, Fujitsu 15 ระบบ, Huawei 14 ระบบ, Dell EMC 13 ระบบ และ IBM 12 ระบบ
  • ใน TOP500 นี้ มีการใช้งาน CPU ของ Intel มากถึง 95.2% ในขณะที่มีเพียง 3 ระบบที่ใช้ CPU จาก AMD
  • การจัดอันดับครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีระบบซึ่งใช้ ARM CPU ติดอันดับเข้ามา
  • 137 ระบบใน TOP500 มีการใช้งาน Accelerator หรือ Coprocessor สูงกว่า 6 เดือนที่แล้วซึ่งมีเพียง 110 ระบบ โดย NVIDIA ยังมีส่วนแบ่งสูงสุด โดยใช้ P100 64 ระบบ, ใช้ V100 46 ระบบ, ใช้ Kepler 12 ระบบ
  • ใน TOP500 นี้ มีการเชื่อมต่อด้วย Gigabit Ethernet 252 ระบบ ตามมาด้วย InfiniBand 135 ระบบ, ระบบเชื่อมต่อแบบพิเศษ 64 ระบบ และ Intel Omni-Path 43 ระบบ
  • ประสิทธิภาพรวมของระบบใน TOP500 รวมกันนี้อยู่ที่ 1.42 Exaflops สูงกว่า 6 เดือนก่อนที่มีประสิทธิภาพรวมกัน 1.21 Exaflops
  • ส่วนระบบที่ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุดและเป็นอันดับ 1 ใน Greem500 นั้นคือ Shoubu System B จากญี่ปุ่นครองแชมป์์เหมือนเดิม โดยอยู่ที่อันดับ 376 ใน TOP500

 

ที่มา: https://www.top500.org/news/china-extends-supercomputer-share-on-top500-list-us-dominates-in-total-performance/

from:https://www.techtalkthai.com/latest-top500-supercomputers-are-led-by-ibm-and-us/

SAP เข้าซื้อกิจการ Qualtrics ที่มูลค่า 256,000 ล้านบาท ก่อน Qualtrics เข้า IPO

SAP ได้ออกมาประกาศถึงการเข้าซื้อกิจการของ Qualtrics International ผู้พัฒนาระบบและบริการสำรวจข้อมูลจากลูกค้า, พนักงาน, และแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์สำหรับธุรกิจต่างๆ กว่า 9,000 แห่งทั่วโลก ที่มูลค่า 8,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 256,000 ล้านบาท เสริมทัพตลาดด้านระบบ Customer Relationship Management (CRM) โดยเฉพาะ

 

Credit: SAP

 

โซลูชันของ Qualtrics นี้จะถูกผนวกเข้ามาเป็นหนึ่งในบริการ Cloud ของ SAP ซึ่งก็จะทำให้ภาพระบบ CRM ของ SAP มีความครบเครื่องยิ่งขึ้นไปอีกจากข้อมูลที่ได้รับจากเครื่องมือสำรวจทางการตลาดนี้

ดีลนี้ถือว่ามีมูลค่าสูงกว่าที่ Qualtrics คาดกันเอาไว้มาก และสูงกว่ามูลค่าการประเมินราคาเพื่อเข้า IPO ด้วย โดย Ryan Smith ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง Qualtrics ซึ่งถือหุ้นรวมกับคนในครอบครัวเป็นสัดส่วน 40% ของทั้งบริษัทนั้นคาดว่าในการเข้า IPO นั้นบริษัทจะถูกประเมินราคาอยู่ที่ 6,000 ล้านเหรียญเท่านั้น

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2019 และ Ryan Smith ก็จะยังคงดำรงตำแหน่งเดิมเพื่อบริหารธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้นต่อไป ซึ่ง Qualtrics เชื่อว่าปีนี้รายรับรวมของบริษัทจะสูงกว่า 400 ล้านเหรียญ และหลังจากการเข้าซื้อกิจการโดย SAP รายรับรวมก็จะเติบโตมากกว่า 40%

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Qualtrics สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.qualtrics.com/ ครับ

 

ที่มา: https://venturebeat.com/2018/11/11/sap-buys-qualtrics-for-8-billion-in-cash-days-before-planned-ipo/

from:https://www.techtalkthai.com/sap-acquires-qualtrics-at-256000-million-thb/

Debian 9.6 ออกแล้ว เน้นแก้บั๊กและอุดช่องโหว่เป็นหลัก

Debian 9.6 ได้ถูกเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในฐานะของ Stable update ล่าสุดในตระกูล Stretch

 

Credit: Debian Project

 

ในอัปเดตครั้งนี้ได้ทำการอุดช่องโหว่ของ Chromium, FFmpeg, OpenJDK, Linux Kernel, Intel CPU Microcode, VLC, Blender, CUPS และอื่นๆ รวมถึงยังมีการรองรับ VirtualBox 5.2 และอื่นๆ อีกมากมาย

ส่วน Debian 10 หรือที่มีชื่อตระกูลว่า Buster นั้นจะออกในช่วงกลางปี 2019 ก็ต้องติดตามกันต่อไป

สำหรับรายละเอียดของ Release Note ฉบับเต็ม สามารถอ่านได้ที่ https://www.debian.org/News/2018/20181110 ครับ

 

ที่มา: https://www.phoronix.com/scan.php?page=news_item&px=Debian-9.6-Released

from:https://www.techtalkthai.com/debian-9-6-is-released/