คลังเก็บป้ายกำกับ: Cloud_services

[PR] ไมโครซอฟท์ชี้แนวทางหนุนสถาบันการเงินไทย พลิกโฉมสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลด้วยนวัตกรรมคลาวด์และบล็อกเชน

กรุงเทพฯ 21 กุมภาพันธ์ 2560 – ในกลุ่มธุรกิจการเงินนั้น บ่อยครั้งที่เทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดความทันสมัย ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากนวัตกรรมคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และบล็อกเชน (Blockchain) ที่สามารถขับเคลื่อนเพื่อการปฎิรูปธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ส่งผลต่อกลุ่มธุรกิจนี้อย่างชัดเจน

ในโอกาสนี้ ไมโครซอฟท์จึงเดินหน้าเผยแนวทางสนับสนุนสถาบันการเงินไทยให้ก้าวสู่โลกดิจิทัลได้อย่างเต็มตัว โดยเริ่มจากการเปิดตัวคู่มือปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือธนาคารไทยและสถาบันการเงินให้มีการจัดการกับปัญหาการจัดซื้อ การประเมินและข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ คู่มือของไมโครซอฟท์จะทำให้ธนาคารไทยและผู้บริหารฝ่ายการเงินทราบถึงข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อข้อกำหนดที่จำเป็น รวมถึงแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อสถาบันการเงินกำลังพิจารณาระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง คู่มือที่มีชื่อว่า “Navigation Your Way to the Cloud” สร้างขึ้นสำหรับธนาคารไทยและผู้บริหารฝ่ายการเงิน และได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากคู่มือก่อนๆ ของไมโครซอฟท์ที่ใช้เผยแพร่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมถึงออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

คู่มือของไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้นโดยมีพื้นฐานอยู่บนข้อกำหนดใหม่ของประเทศไทยที่ออกมาเมื่อไม่นานมานี้ และในเดือนที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับปรุงคู่มือการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของธปท. สำหรับสถาบันการเงิน

คู่มือฉบับใหม่ของธปท. แสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินจำเป็นต้องก้าวให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คู่มือของธปท. ตอกย้ำว่าสถาบันการเงินสามารถใช้บริการคลาวด์ คอมพิวติ้ง ได้ในหลายกรณีด้วยกัน ซึ่งรวมถึงบริการคลาวด์แบบสาธารณะ บริการทางการเงินที่พบได้ทั่วไปตามสาขาธนาคาร หรือแม้แต่ศูนย์ข้อมูลและเครือข่าย

“สถาบันการเงินหลายแห่งยอมรับว่าคลาวด์เป็นเครื่องมือที่สถาบันการเงินควรนำมาใช้ แต่ทั้งนี้ต้องผ่านมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลก่อนที่จะดำเนินการขั้นตอนสำคัญ ด้วยเหตุนี้ ไมโครซอฟท์จึงได้พัฒนาบริการช่วยเหลือเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ให้บริการทางการเงินแต่ละราย เช่น บริการ Financial Services Compliance Program ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้สถาบันการเงินสามารถเปลี่ยนไปใช้บริการระบบคลาวด์ของไมโครซอฟท์ในขณะที่ยังคงตอบสนองข้อกำหนดที่เข้มงวดของหน่วยงานที่กำกับดูแลระบบนิเวศของผู้ให้บริการทางการเงิน” นายแอนดูว์ คุก ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านกฎหมาย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น บริษัทไมโครซอฟท์ กล่าว

“คู่มือ Navigating Your Way to the Cloud ออกแบบมาเพื่อเป็นแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้จริงสำหรับสถาบันการเงินไทยในการพิจารณาเปลี่ยนมาใช้บริการคลาวด์ ทั้งนี้ไมโครซอฟท์ชื่นชมการตัดสินใจของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมบริการทางการเงินของไทยในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วบนระบบคลาวด์ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุมัติให้ใช้บริการคลาวด์แบบสาธารณะได้ เป็นการเปิดทางให้สถาบันการเงินได้รับประโยชน์จากบริการคลาวด์ในการบริหารความเสี่ยงและข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลได้อย่างเหมาะสม” นายคุก กล่าว

นอกเหนือไปจากการเปิดตัวคู่มือเพื่อคลาวด์สาธารณะในประเทศไทยแล้ว ไมโครซอฟท์ยังจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยจัดงานบล็อกเชน แฮกเฟส (Blockchain Hackfest) ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 22 – 24 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะทำให้ธนาคารได้ทราบถึงประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาเสริมประสิทธิภาพในภาคการเงิน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เกิดกับลูกค้า เป็นกำลังให้กับพนักงาน ช่วยบริหารความเสี่ยงและท้ายที่สุดคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการเพื่อตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคร่วมแบ่งปันแนวทางการปฏิบัติและกรณีศึกษา

หัวใจสำคัญของการปฎิรูปธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลคือ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ซึ่งปัจจุบันร้อยละ 80 ของธนาคารขนาดใหญ่ทั่วโลกต่างเลือกใช้บริการคลาวด์ของไมโครซอฟท์ ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ประกาศจัดงานบล็อกเชน แฮกเฟส (Blockchain Hackfest) โดยร่วมกับบริษัทดิจิทัล เวนเจอร์ส และพันธมิตรด้านบล็อกเชน คือบริษัท คอนเซ็นซิส เพื่อส่งเสริมการใช้งานโซลูชั่นโดยเฉพาะสู่ภาคการเงินบนระบบคลาวด์ของไมโครซอฟท์และพันธมิตร

ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวแนวทางสนับสนุนสถาบันการเงินดังกล่าวนี้

from:https://www.techtalkthai.com/pr-microsoft-digital-age-cloud-and-blockchain/

Advertisements

ตลาด Cloud เดือด! ยอดขาย Cloud ของ IBM ปี 2016 โต 35% สูสีกับ AWS แล้ว

IBM ได้ออกมาเปิดเผยถึงยอดขายบริการ Cloud ในปี 2016 ที่เติบโตขึ้นถึง 35% จนมีมูลค่ารวม 13,700 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 479,500 ล้านบาท สูสีกับยักษ์ใหญ่ในบริการ Cloud อย่าง Amazon Web Services (AWS) แล้ว

หลังจากที่ IBM ตัดสินใจปรับทิศทางธุรกิจสู่บริการ Cloud อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการกลุ่ม Software-as-a-Service (SaaS) ในที่สุดวันนี้้บริการ IBM Cloud นั้นก็เติบโตขึ้นจนถึงมูลค่า 13,700 ล้านเหรียญต่อปี หรือราวๆ 479,500 ล้านบาทในปี 2016 ที่ผ่านมาทั้งปี และทำให้ธุรกิจ Cloud ของ IBM นี้มีส่วนแบ่งรายรับถึง 17% ของธุรกิจทั้งหมดแล้ว

หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง AWS แล้วนั้น AWS มียอดขายอยู่ที่ราวๆ 12,200 ล้านเหรียญหรือราวๆ 427,000 ล้านบาทเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา และมี Run Rate ต่อปีอยู่ที่ 14,000 ล้านเหรียญ เรียกได้ว่าหากเทียบกับ IBM แล้วก็ถือว่า IBM เองก็กำลังไล่ตามมาติดๆ เลยทีเดียว แต่หากลงรายละเอียดลึกๆ แล้วบริการ Cloud ของทั้งสองเองก็ยังแตกต่างกันค่อนข้างมาก

และหากการเปรียบเทียบครั้งนี้นำ Microsoft เข้ามาอยู่ในภาพด้วยก็จะยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก เพราะบริการ Cloud ของ Microsoft เองนั้นก็เติบโตถึง 93% ในส่วนของ Microsoft Azure เมื่อไตรมาสล่าสุดที่ผ่านมา และธุรกิจ Cloud ของ Microsoft เองนั้นก็มี Run Rate เกินกว่า 10,000 ล้านเหรียญมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2016 แล้ว แต่แน่นอนว่าบริการ Cloud ของ Microsoft เองนี้ก็มีส่วนที่ยังไม่ได้นับอย่าง Microsoft Office 365 และบริการ Cloud อื่นๆ ด้วยเช่นกัน

(สำหรับการเปรียบเทียบบริการ Cloud ฉบับเต็มๆ เดี๋ยวทางทีมงาน TechTalkThai ขอเวลารวบรวมข้อมูลแล้วจะมาเขียนให้ได้อ่านกันอีกครั้งนะครับ เพราะมีรายละเอียดค่อนข้างมากทั้งประเภทบริการ, การนับปีงบประมาณ และอื่นๆ แต่ภาพรวมๆ ที่ Vendor นำเสนอที่หาได้ตามข่าวก็มีเนื้อหาประมาณนี้ครับ)

อย่างไรก็ดี ธุรกิจอื่นของ IBM อย่าง Hardware และ Operating Systems นั้นก็หดตัวลง 12.5% ในปี 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้องของ IBM แล้วในการผลักดันตลาดทางด้าน Cloud ขึ้นมาแทน

ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจไม่น้อย กับผู้ผลิตแต่ละรายที่เริ่มพัฒนา Cloud ขึ้นมาแข่งขันกันอย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลานี้ครับ

 

ที่มา: https://www.thestreet.com/story/13959949/1/ibm-s-fourth-quarter-results-beat-expectations-but-stock-falls-after-hours.htmlhttp://www.geekwire.com/2017/cloud-report-card-amazon-web-services-12b-juggernaut-microsoft-google-gaining/ , http://venturebeat.com/2017/01/26/microsoft-reports-26-1-billion-in-q2-2017-revenue-azure-up-93-but-phone-down-81-and-surface-down-2/

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-cloud-grows-35-percent-in-2016/

Google Cloud Platform เปิดให้เช่าใช้ GPU ได้แล้ว

Google ประกาศเปิดให้ใช้งาน GPU ได้บน VM ใน 3 Region แล้ว ได้แก่ us-east1, asia-east1 และ europ-west1 เพื่อเร่งความเร็วในการทำ Deep Learning และ Machine Learning ให้สูงขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้


Credit: Google

 

GPU ที่เปิดให้เช่าใช้ได้นั้นคือ NVIDIA K80 ที่มี 2,496 Stream Processor พร้อมหน่วยความจำแบบ GDDR5 ขนาด 12GB โดยแต่ละ VM ของ Google Cloud Platform (GCP) นี้จะรองรับ GPU ได้สูงสุดถึง 8 ชุด และคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายน GPU ดังตารางต่อไปนี้


Credit: Google

 

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีที่ https://cloud.google.com/gpu/

ที่มา: http://cloudplatform.googleblog.com/2017/02/GPUs-are-now-available-for-Google-Compute-Engine-and-Cloud-Machine-Learning.html

from:https://www.techtalkthai.com/google-cloud-platform-gpu-is-released/

การใช้ Open Source ในธุรกิจขนาดใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และการเตรียมบุคลากรให้พร้อมนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ Open Source ได้เข้ามามีบทบาทในธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมและหลากหลายขนาด และในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมถึงประเทศไทยเองนั้นการใช้ Open Source เองก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในบทความนี้จึงข้อสรุปแนวคิดและแนวโน้มต่างๆ เกี่ยวกับการนำ Open Source มาใช้ในภาคธุรกิจสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยเฉพาะ ดังนี้


Credit: Red Hat

 

Open Source นั้นไม่ได้เป็นแค่ Software แต่เป็นทั้งวิธีการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความร่วมมือ

คุณ Damien Wong ผู้ดำรงตำแหน่ง Vice President and General Manager ประจำภูมิภาค ASEAN แห่ง Red Hat นั้นได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเอาไว้ว่า Open Source นั้นไม่ได้เป็นทั้งบริษัทหรือผลิตภัณฑ์ แต่มันหมายถึงวิธีการที่เราใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และสื่อสารร่วมมือระหว่างกันเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา ทำให้เหล่าบุคลากรผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถนั้นร่วมกันสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็น Internet of Things (IoT) หรือ Machine Learning ที่เราได้ยินกันจนคุ้นหูในทุกวันนี้ก็ตามที


Damien Wong Credit: Red Hat

 

นอกจากนี้ คุณ Damien Wong ยังให้ความเห็นอีกด้วยว่า แนวโน้มของการใช้ Open Source นี้เป็นสิ่งที่เหล่าองค์กรจะปฏิเสธไม่ได้เลย เพราะแม้แต่ในภาคธุรกิจการเงินของเอเชียแปซิฟิกเองนั้นก็มีอัตราการใช้งาน Open Source สูงขึ้นถึง 7.5% เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับปี 2013 ตัวเลขนี้ถึงแม้จะดูน้อย แต่หากเจาะลึกในรายละเอียดแล้ว ธุรกิจการเงินขนาดใหญ่บางแห่งนั้นกลับมีการเติบโตของการใช้ Open Source ที่สูงถึง 120% เลยทีเดียว เนื่องจากความต้องการในการปรับแต่ง Software ให้ได้อย่างรวดเร็ว และความสามารถในการเสริมความปลอดภัยให้กับระบบต่างๆ ได้ตามต้องการนั่นเอง

 

4 กรณีศึกษาการใช้ Open Source ในการทำ Digital Transformation ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

คุณ Damien Wong แห่ง Red Hat ยังได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการนำ Open Source มาใช้เป็นหัวใจในการทำ Digital Transformation ที่เกิดขึ้นจริงแล้วในแถบเอชีย ดังนี้

BSE หรืออดีต Bombay Stock Exchange Ltd. นั้นได้เปลี่ยนจากการใช้เทคโนโลยีแบบ Proprietary มาเป็น Open Source แทน และสามารถลดเวลาที่ใช้ในการทำธุรกรรมต่างๆ ลงได้ถึง 40% จาก 10 Millisecond เหลือเพียงแค่ 6 Millisecond เท่านั้น และทำให้ BSE ก้าวสู่การเป็นตลาดแลกเปลี่ยนหุ้นที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุดในโลก ส่งผลให้สามารถเพิ่มปริมาณการซื้อขายหุ้นต่อวันได้ถึง 40 เท่า จาก 10 ล้านคำสั่งต่อวันกลายเป็น 400 ล้านคำสั่งต่อวันเลยทีเดียว

ในโครงการ Singapore Smart Nation Vision เองนั้นก็ได้มีการนำ Open Source ไปใช้ในการสร้าง Smart City ให้เป็นจริงขึ้นมาได้ และเนื่องจาก Smart City นั้นเป็นแนวคิดใหม่ การเปลี่ยนแปลงและการต่อยอดความคิดใหม่ๆ จึงต้องเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งนี่เองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ทางสิงคโปร์เลือกใช้ Open Source เป็นแกนกลางของโครงการนี้ ทำให้สิงคโปร์เกิดความคล่องตัวในการพัฒนาโครงการ Smart City ได้อย่างต่อเนื่อง

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ Red Hat ได้เข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรง คือการร่วมมือกับ Singapore Nanyang Technological University (NTU) ที่ Red Hat ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ทางมหาวิทยาลัยสามารถเชื่อมผสานระบบ Private Cloud และ Public Cloud เข้าด้วยกันกลายเป็น Hybrid Cloud ได้ จนสามารถให้บริการทรัพยากรต่างๆ ทางด้าน IT ได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าแต่ก่อนมาก จากเดิมที่เคยต้องใช้เวลาเป็นวันนั้นก็ลดลงเหลือเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น

สำหรับตัวอย่างสุดท้าย Google และ Facebook เองนั้นต่างก็ได้ผลักดันเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) และเปิด Open Source เทคโนโลยีทางด้าน AI ของตนให้แก่ทั้งโลกได้นำไปศึกษาและพัฒนาต่อยอด เกิดเป็นความร่วมมือขนาดใหญ่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ บนพื้นฐานของ AI เป็นวงกว้างทั้งในภาคธุรกิจและการศึกษาทั่วโลกเลยทีเดียว

 

การใช้ Open Source ในไทยจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ธุรกิจองค์กรเปิดรับ Open Source มากขึ้นเรื่อยๆ

IDC Thailand เองนั้นก็ได้ทำนายว่าภายในสิ้นปี 2017 นั้น เกินกว่า 50% ของ 100 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในไทย (T100) จะยกให้การทำ Digital Transformation นั้นเป็นกลยุทธ์หลักของธุรกิจ ดังนั้นธุรกิจเหล่านี้บางส่วนหรือทั้งหมดก็ต้องมีการนำ Open Source ไปใช้เพื่อสร้างสรรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเหล่า CEO นั้นจะต้องมองเรื่องของการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีเป็นกลยุทธ์ในเชิงรุก และต้องเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในวัฒนธรรมของ Open Source เพื่อผลักดันให้องค์กรก้าวไปสู่ขีดความสามารถใหม่ๆ ในการพัฒนานวัตกรรมเชิงเทคโนโลยีขึ้นมาให้ได้

 

การเปิดรับ Open Source เพื่อทำ Digital Transformation ให้สำเร็จลุล่วงได้นั้น บุคลากรคือหัวใจสำคัญ

แน่นอนว่าการรับ Open Source ไปปรับใช้งานภายในภาคธุรกิจนั้น ประเด็นสำคัญที่สุดที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นจริงขึ้นมาได้ก็คือเรื่องของ “คน” ซึ่งคำว่าคนในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงเฉพาะแต่บุคลากรทางด้าน IT เท่านั้น แต่พนักงานฝ่ายอื่นๆ รวมถึงผู้บริหารเองก็ต้องเข้าใจในธรรมชาติและวัฒนธรรมของความเป็น Open Source ด้วยเช่นกัน

วัฒนธรรมของ Open Source ที่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อแบ่งปัน, การช่วยเหลือระหว่างกันเพื่อให้สิ่งที่สร้างสรรค์ออกมานั้นมีผลลัพธ์ดีที่สุด ไปจนถึงการผลักดันเพื่อให้่นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมานี้ถูกนำไปใช้และต่อยอดอย่างต่อเนื่องนั้นถือเป็นทิศทางเดียวกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จำเป็นต่อการทำ Digital Transformation ทั้งสิ้น ในขณะที่ธรรมชาติของความไม่หยุดนิ่งที่ Open Source จะต้องถูกพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่องนั้นก็ถือเป็นอีกสิ่งที่องค์กรต้องปรับตัวรับให้ได้

ขณะเดียวกัน การ Contribute ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือ Open Source นั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับเหล่าบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่การคิด, การออกแบบ, การนำเสนอความเห็น, การแก้ไขปัญหา และมุมมองต่างๆ จากผู้ที่เกี่ยวข้องต่อการสร้างนวัตกรรมนั้นต่างก็เป็นสิ่งสำคัญทั้งสิ้น และบรรยากาศในการสร้างนวัตกรรมที่ทุกคนมีส่วนร่วมนี้เอง คือบรรยากาศที่จะเกิดได้จากการที่ทุกคนโอบรับ Open Source เอาไว้นั่นเอง

 

สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ Digital Transformation สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://red.ht/2iCQILR ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/apac-buinesses-open-source-adoption-rate-grows-due-digital-transformation/

แนะนำโซลูชันจาก Barracuda ตอบโจทย์การใช้งานยุค Thailand 4.0

ในยุค Thailand 4.0 นี้ หลายองค์กรต่างนำเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนองค์กรเพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการนำระบบออนไลน์เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ลูกค้า การหันไปใช้เทคโนโลยีระบบ Cloud หรือแม้แต่การอนุญาตให้นำอุปกรณ์ส่วนบุคคลเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานเชิงธุรกิจเพื่อให้เกิดความคล่องตัวเหล่านี้ ส่งผลให้ระบบเครือข่ายขององค์กรมีความซับซ้อนมากขึ้น การปกป้องข้อมูลซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจดิจิทัลกลายเป็นสิ่งท้าทายและทำได้ยาก ที่สำคัญคือ เมื่อหน่วยงานรัฐออกกฏหมายดิจิทัล เช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปี 2560 ที่เพิ่งประกาศใช้งานไป หรือร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เตรียมประกาศใช้งานในอนาคต ทำให้หลายองค์กรต้องให้ความสำคัญกับด้านความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ทำความรู้จักกับ Barracuda

Barracuda ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลและได้มีการพัฒนาปรับปรุงโซลูชันของตนเองเพื่อตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความมั่นคงปลอดภัยของการใช้เทคโนโลยีระบบ Cloud และการปกป้องข้อมูลบนโลกออนไลน์ ด้วยประสบการณ์การเป็นผู้นำโซลูชันด้าน Security, Data Protection และ Application Delivery มานานนับสิบปี มีผู้ใช้บริการมากกว่า 150,000 รายจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทำให้มั่นใจได้ว่า โซลูชันของ Barracuda จะตอบสนองความต้องการเชิงธุรกิจของบริษัทตั้งแต่ระดับ Startup และ SMB ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศได้อย่างครอบคลุม

“Barracuda ทำให้การบริหารจัดการระบบ IT สามารถทำได้ง่ายโดยใช้โซลูชันบนระบบ Cloud อันนำสมัย ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ลูกค้าในการปกป้องระบบเครือข่าย แอพพลิเคชัน และข้อมูลสารสนเทศ โดยไม่ต้องกังวลว่าสิ่งเหล่านั้นจะอยู่ที่ไหนในโลก” — นโยบายในยุค Digital Economy ของ Barracuda

ตอบโจทย์ความต้องการด้าน Security, Data Protection และ Application Delivery แบบครบวงจร

Barracuda พร้อมให้บริการทุกโซลูชันภายใต้คอนเซ็ปต์ “Simplified IT, Fast ROI” โดยนำเสนอความง่าย ความมั่นคงปลอดภัย และความยืดหยุ่นในการติดตั้ง ในราคาที่ทุกบริษัทสามารถจับต้องได้ พร้อมทั้งมีการสนับสนุนหลังการขายโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญภายในประเทศ และพร้อมให้บริการแบบ 7/24

โซลูชันของ Barracuda แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Security, Data Protection และ Application Delivery ดังนี้

Security

Web Application Firewall ปกป้องเว็บแอพพลิเคชันอันแสนสำคัญขององค์กรจากภัยคุกคามแบบ Data Loss, Application-layer DDoS รวมไปถึงการโจมตีระดับแอพพลิเคชันตาม OWASP Top 10
NextGen Firewall Firewall ที่ปกป้องและควบคุมการเข้าถึงได้ถึงระดับแอพพลิเคชัน มาพร้อมกับเทคโนโลยี Next-generation Firewall, Link Balancing และ WAN Optimization ภายในโซลูชันเดียว
Web Security Gateway โซลูชันสำหรับการกรองข้อมูล มัลแวร์ โซเชียลมีเดีย และแอพพลิเคชันแปลกปลอมบนอินเทอร์เน็ตที่อาจเข้ามาทำอันตรายผู้ใช้และระบบเครือข่ายขององค์กร
Web Security Service โซลูชัน Web Content Filtering และ Malware Protection บนระบบ Cloud สำหรับปกป้องผู้ใช้ภายในองค์กรจากไวรัส สปายแวร์ และการเข้าถึงเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย
Email Security Gateway ปกป้องข้อมูลสำคัญบนระบบอีเมลด้วยคุณสมบัติ Inbound/Outbound Filtering และ Data Leak Prevention รวมไปถึงป้องกันมัลแวร์ สแปม และการโจมตีแบบ Phishing ที่เข้ามาทางอีเมล
Essentials for Email Security โซลูชัน Email Security บนระบบ Cloud สำหรับปกป้องระบบอีเมลทั้งแบบ On-premises และ Cloud-based
Essentials for Office 365 บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบหลายเลเยอร์ สำรองข้อมูล บีบอัดและจัดเก็บ รวมไปถึงทำ eDiscovery สำหรับการใช้ Office 365
SSL VPN ให้บริการการเชื่อมต่อ VPN ความมั่นคงปลอดภัยสูงสำหรับพนักงานที่ต้องทำงานภายนอกบริษัท โดยรองรับทั้งการใช้งานผ่านเว็บเบราเซอร์และอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

Data Protection

Backup ระบบสำรองข้อมูลสำหรับปกป้องข้อมูลสารสนเทศจากภัยคุกคามไซเบอร์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความเสียหายของฮาร์ดแวร์ ทั้งบนอุปกรณ์แบบ Physical, Virtual, Cloud และ SaaS
Message Archiver โซลูชันการบีบอัดและจัดเก็บอีเมลสำหรับองค์กรที่ต้องการจัดสรรพื้นที่การเก็บข้อมูลสารสนเทศให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
Cloud Archiving Service บริการการบีบอัดและจัดเก็บอีเมล รวมไปถึงทำ eDiscovery สำหรับผู้ใช้บริการอีเมลบนระบบ Cloud เช่น Office 365 โดยเฉพาะ
ArchiveOne ซอฟต์แวร์สำหรับค้นหา บริหารจัดการ และบีบอัดข้อมูลสารสนเทศแบบครบวงจร
PST Enterprise ซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการไฟล์ PST โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลอีเมลที่ถูกจัดเก็บในรูปของไฟล์ PST ที่กระจายอยู่ทั่วระบบขององค์กร การจัดเก็บไฟล์ PST แบบรวมศูนย์ และการสำรองข้อมูล

Application Deliver

Load Balancer ADC โซลูชัน Load Balance ที่มาพร้อมกับการทำ SSL Offloading, HTTP Caching, Data Compression, TCP Pooling และอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้แอพพลิเคชันให้ถึงขีดสุด
Link Balancer โซลูชันสำหรับบริหารจัดการลิงค์อินเทอร์เน็ตที่มาจากหลายๆ ISP เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องในการใช้บริการอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงสามารถทำ QoS เพื่อจัดอันดับความสำคัญของการใช้แอพพลิเคชันประเภทต่างๆ ได้

นอกจากนี้ Barracuda ยังจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกับ Microsoft Azure, Microsoft Office 365 และ Amazon AWS เพื่อส่งมอบโซลูชันต่างๆ ในรูปของ Cloud-enabled Servies สำหรับปกป้องข้อมูลสารสนเทศและการใช้เทคโนโลยี Public Cloud ขององค์กรโดยเฉพาะอีกด้วย

Microsoft Azure Certified Security Solution Provider อันดับหนึ่งประจำปี 2016

การันตีความเป็นผู้นำตลาดความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ด้วยตำแหน่ง Microsoft Partner of the Year ประจำปี 2016 โดย Barracuda ได้รับรางวัล Microsoft Azure Certified ISV Solution Award สำหรับชุดโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลสารสนเทศอันได้แก่ Web Application Firewall, NextGen Firewall, Email Security Gateway และ Message Archiver ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด Downtime, Data Loss, Data Theft และ Data Breaches

การันตีความสำเร็จด้วยปริมาณการขายที่เหนือกว่า

จากผลสำรวจประจำปี 2016 ของ IDC บริษัทวิจัยตลาด IT ชื่อดัง แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ของ Barracuda เป็นหนึ่งในโซลูชันที่ผู้ใช้บริการทั่วโลกต่างให้การยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นโซลูชัน Purpose-built Backup Appliance, Content Security Appliance, Messaging Security Appliance และ Web Security Appliance ที่ Barracuda ที่มีปริมาณการขายเหนือว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Purpose-built Backup Appliance ของ Barracuda ที่มียอดการส่งออกอันดับหนึ่งซึ่งสูงเกือบ 7,000 หน่วย มากกว่าอันดับที่สองเกือบเท่าตัว

พร้อมให้คำปรึกษาและให้บริการทุกโซลูชันในประเทศไทย

Barracuda ก่อตั้งเมื่อปี 2003 เป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลชั้นนำของโลก โดยมีสำนักงานกระจายอยู่ 15 ประเทศทั่วโลก และพันธมิตรทางธุรกิจอีกมากกว่า 5,000 ราย พร้อมให้บริการทุกโซลูชัน ไม่ว่าจะเป็น Security, Data Protection และ Application Delivery ในประเทศไทยแล้ว ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อขอ POC ได้ที่

ACA Pacific Group
โทร: 0-2717-1044
อีเมล: webmaster@acagroup.com
เว็บไซต์: http://www.acagroup.com/index.html

Ingram Micro (Thailand) Ltd.
โทร: 0-2012-2222
อีเมล: TH-PMSecurity@ingrammicro.com
เว็บไซต์: http://www.imonline.in.th
Facebook: http://www.facebook.com/IngramMicroThailand

from:https://www.techtalkthai.com/barracuda-solutions-for-digital-thailand/

Cloud Talk #16: แนะนำ Amazon Web Services สำหรับมือใหม่โดยเฉพาะ

True IDC จัดงานสัมมนา Cloud Talk #16 สำหรับมือใหม่ที่เริ่มหัดใช้ Amazon Web Services ซึ่งจะปูพื้นตั้งแต่การใช้งานเบื้องต้น ไปจนถึงแนะนำบริการยอดนิยมที่เป็นบริการพื้นฐานของ AWS เช่น EC2 (Compute), S3, EBS (Storage), RDS (Database), VPC (Network) พร้อมสาธิตวิธีการสร้าง Services ดังกล่าว อย่างเข้าใจง่ายและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

รายละเอียดการจัดงาน

หัวข้อ: Introduction to Amazon Web Services
วัน: 28 กุมภาพันธ์ 2017
เวลา: 13.30 – 17.00 น.
สถานที่: อาคาร AIA Capital Center ชั้น 18 (MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ)
ลิงค์ลงทะเบียน: https://goo.gl/forms/wYNtthhKUklvUDMM2

กำหนดการ

13.30 – 14.00: ลงทะเบียน
14.00 – 14.45: ภาพรวมของ AWS
14.45 – 15.30: บริการของ AWS: VPC, EC2, EBS
15.30 – 15.45: พักเบรก
15.45 – 16.15: บริการของ AWS: S3, RDS, Direct Connect (DX)
16.15 – 17.00: สาธิตการใช้งานและตอบคำถาม

หมายเหตุ งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดใช้ Amazon Web Services

from:https://www.techtalkthai.com/true-idc-cloud-talk-16/

Deloitte บุกตลาด SAP บน AWS เต็มตัว อบรมพนักงาน 2,500 คนสำหรับ SAP S/4HANA บน AWS โดยเฉพาะ

Deloitte ได้ประกาศทิศทางในการมุ่งสู่ Cloud เพื่อช่วยผลักดันองค์กรให้ก้าวเข้าสู่การทำ Digital Transformation ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการอบรมพนักงานสายธุรกิจ Consult ให้สามารถ Deploy SAP S/4HANA บน AWS ได้อีกถึง 2,500 คน


Credit: ShutterStock.com

 

พนักงานสาย Consult เหล่านี้จะได้เรียนรู้ Industry Solution ที่แตกต่างกันถึง 20 รูปแบบบน SAP S/4HANA ที่ติดตั้งบน AWS เพื่อให้พร้อมต่อการให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าองค์กรในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม พร้อมกับเป็นการยกระดับ Partner ของ Deloitte ให้กลายเป็น Premier Partner สำหรับ AWS ด้วย

สำหรับระบบที่ Deloitte มองว่าจะขายเป็นหลักนั้นคือ Amazon X1 Instance ที่มีหน่วยความจำขนาด 1.952TB พร้อมหน่วยประมวลผล Intel Xeon E7-8880 v3 จำนวน 4 ชุด ซึ่งมี vCPU รวม 128 ชุด และเครื่อง Instance ที่มีขนาดเล็กกว่านี้ครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นทางเลือกให้กับองค์กร พร้อมทั้งจัดเก็บข้อมูลบน Amazon Elastic Block Store

จริงๆ ช่วงนี้ถือว่าความเคลื่อนไหวของเหล่า Big Four ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะครับ กับการปรับตัวของเหล่าธุรกิจ Consultant ชั้นนำ ที่ต้องลงลึกด้านการบริการให้มากขึ้นกว่าเดิม และสร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอบริการเฉพาะทางใหม่ๆ มาแข่งขันกัน

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/02/20/deloitte_hana_aws_alliance/

from:https://www.techtalkthai.com/deloitte-train-2500-more-sap-s4hana-on-aws-specialists/