คลังเก็บป้ายกำกับ: COMPETITION

โปรดิวเซอร์ Stranger Things เตรียมทำผลงานใหม่ให้ Amazon Studios

Stranger Things ซีรีส์ที่เรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้แก่ Netflix และซีซั่นสองที่คนทั่วโลกรอคอยกำลังจะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้ แฟนๆ Stranger Things อาจสนใจเมื่อรู้ว่าคนเขียน และโปรดิวเซอร์คือ Justin Doble เตรียมทำผลงานใหม่แล้ว คราวนี้ไปเซ็นสัญญากับ Amazon แทน

ยังไม่มีรายละเอียดใดเกี่ยวโปรเจกต์เผยออกมา และ Justin Doble ก็เป็นเพียงหนึ่งในโปรดิวเซอร์มือดีที่เซ็นสัญญากับ Amazon ยังมี Shonda Lynn Rhimes โปรดิวเซอร์เรื่อง Off the Map, How to Get Away with Murder และมี Robert Kirkman หนึ่งในผู้สร้าง The Walking Dead

Amazon มีกลยุทธ์ใหม่ [จะทำซีรีส์ให้ดังเทียบได้กับ Game of Thrones (https://www.blognone.com/node/95393) ดูจากรายชื่อผู้สร้างที่เซ็นสัญญาด้วยแล้ว ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามองมากทีเดียว

No Description
ภาพประกอบจาก Facebook Stranger Things

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/95626

Advertisements

ประกาศผล 3 ทีมผู้ชนะ TechJam by KBTG 2017 พร้อมโจทย์และความเห็นจากกรรมการ

KBTG บริษัทด้านเทคโนโลยีของธนาคารกสิกรไทย เพิ่งจัดแข่งขัน TechJam by KBTG 2017 รอบชิงชนะเลิศไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้ผู้ชนะเรียบร้อยแล้ว

การแข่งขัน TechJam แบ่งออกเป็น 3 แทร็คคือ Code Track, Data Track, Design Track โดยงานปีนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 594 คน จาก 421 ทีม แบ่งออกเป็นแทร็คต่างๆ ดังนี้

  • Code Track เข้าแข่งขัน 210 ทีม ผู้ชนะคือ ทีม AI shiteru
  • Data Track 146 ทีม ผู้ชนะคือ ทีม M&M
  • Design Track 65 ทีม ผู้ชนะคือ ทีม Consumotive

ผู้ชนะทั้ง 3 ทีมจะได้รางวัลไปดูงานที่ซิลิคอนวัลเลย์ ส่วนรายละเอียดเรื่องโจทย์ของการแข่งขันและผลงานของทีมผู้ชนะ มีดังนี้

No Description

No Description

Code Track

โจทย์รอบสุดท้าย: โจทย์มีหลายข้อ เป็นแนว Algorithm, Data Structure, Optimization ทุกคนจะได้โจทย์เหมือนกัน และ input สำหรับแก้ไขปัญหา จากนั้นให้เขียนโปรแกรมด้วยภาษาอะไรก็ได้ที่ถนัดเพื่อแก้ปัญหา และส่งคำตอบพร้อม source code ให้ระบบตรวจและให้คะแนนอัตโนมัติ โดยคะแนนจะวัดจากความถูกต้อง และคำตอบที่ดีที่สุด

คะแนนความง่าย-ยาก จะไม่ถูกกำหนดโดยกรรมการ แต่ถูกกำหนดโดยผู้แข่งขันทุกคน จากสูตรนี้ ถ้าข้อไหนมีผู้แข่งขันทำได้เยอะ คะแนนเต็มจะน้อย แต่ถ้าผู้แข่งขันทำได้น้อย คะแนนเต็มจะเยอะ

ทีมชนะเลิศ:

  • อันดับ 1: ทีม AI shiteru พีรจิตร ภาสุภัทร, ธนภัทร์ คุ้มสภา
  • อันดับ 2: ทีม GM วัชรพล วัชรวิเศษกุล, มานะ บวรผดุงกิตติ
  • อันดับ 3: ทีม wizard of skn ภัทระ ธีระพงษ์, รชตะ คำพิทักษ์

ความเห็นจากกรรมการ: ทีม AI shiteru สามารถเขียนโปรแกรมเพื่อแก้โจทย์ที่กำหนดได้ โดยได้คำตอบที่ถูกต้อง และ optimize ที่สุด สามารถทำโจทย์ที่ต้องการ exact answer ได้หมด เช่น โจทย์แนวหาเส้นทางที่เป็นไปได้ทั้งหมด โดยจะมี trick ว่าคำตอบจะใหญ่มากจนไม่สามารถ fit ได้ด้วย integer 32 bits, ผู้แข่งขันต้องแก้ปัญหา interger ขนาดใหญ่ของแต่ละ programming language เอง, หรือโจทย์แนว optimization, ทีมที่ชนะเลิศสามารถหาคำตอบที่ดีที่สุด ได้มากกว่าผู้แข่งขันทั้งหมดในงาน

ทีมชนะเลิศ AI shiteru

No Description

บรรยากาศระหว่างการแข่งขัน Code Track

No Description

Data Track

โจทย์รอบสุดท้าย: ให้ผู้เข้าแข่งขันวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนหนึ่ง แล้วนำผลการวิเคราะห์ที่ได้ เพื่อไปทำนายข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่ถูกปิดซ่อนไว้ โดยจะให้ผู้เข้าแข่งขัน พยายามวิเคราะห์เพื่อให้ได้ผลการทำนายที่แม่นยำที่สุด

ในการแข่งขันรอบสุดท้าย ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับข้อมูลบัตรเครดิตจำลองและรายการธุรกรรมจำลองเป็นระยะเวลา 18 เดือน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำข้อมูลที่ได้มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าในเดือนที่ 19 โดยมีเป้าหมายคือเพื่อทำนายยอดค่าใช้จ่ายและความถี่ในการใช้บัตร ในแต่ละ 5 หมวดหมู่ (ยานยนต์, เสื้อผ้า, การบริการ, การเดินทาง, สาธารณูปโภค)

การให้คะแนนจะเป็น 2 ส่วน คือ

  • Objective Score 70 คะแนน มาจากความแม่นยำในการพัฒนาโมเดล
  • Subjective Score 30 คะแนน มาจากการสื่อสาร (Communication) 10 คะแนน, ความสามารถด้านเทคนิค (Technical skills) 10 คะแนน และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ (Business value generation) 10 คะแนน

ทีมชนะเลิศ:

  • อันดับ 1: ทีม M&M ธนิพล วัฒนาอาษากิจ, ณพเมธ เนยเมืองปัก
  • อันดับ 2: ทีม Bank1234 วสุ จรีรัตนชาติ, ไม้เอก ธนังคุณานิจ
  • อันดับ 3: ทีม Baseline พัทธมน ดุลยคุปต์, ธนัสม์ปกรณ์ นิยมการ

ความเห็นจากกรรมการ: ผู้เข้าแข่งขันทำการศึกษาข้อมูลที่มีอย่างละเอียด และพบว่าข้อมูลที่มีมีลักษณะไม่หนาแน่น (sparse) บัตรเครดิตบางใบอาจจะไม่มีธุรกรรมเลยในบางเดือน ผู้เข้าแข่งขันจึงเลือกที่จะทำโมเดลสองชั้น โดยชั้นแรก จะทำนายว่าบัตรใบดังกล่าวจะมีธุรกรรมหรือไม่ในเดือนที่ 19 หากผลทำนายปรากฏว่าบัตรจะมีธุรกรรมเกิดขึ้น ก็จะใช้โมเดลชั้นที่ 2 ทำนายจำนวณการใช้งาน และค่าใช้จ่าย ในเดือนที่ 19

การสร้างโมเดลแยกกันทำให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถทำนายข้อมูลได้แม่นยำสูงที่สุดในบรรดาทุกทีม นอกจากนี้ ทีมผู้เข้าแข่งขันยังนำเสนอและอธิบายผลงานของตัวเองได้กระจ่างชัด เข้าใจง่าย รวมไปถึงสามารถเสนอแนวทางเพิ่มเติมเพื่อที่จะนำข้อมูลที่มีอยู่ ไปใช้สร้างมูลค่าทางธุรกิจด้านอื่นๆ ได้

ทีมชนะเลิศ M&M

No Description

บรรยากาศระหว่างการแข่งขัน Data Track

No Description

Design Track

โจทย์รอบสุดท้าย: สร้างสรรค์และออกแบบการให้บริการทางการเงินแห่งอนาคต ในรูปแบบที่ถูกใจและสอดคล้องกับ จิตวิญญาณ ความต้องการ มุมมองและรูปแบบการใช้ชีวิตของเหล่า Digital Natives ที่จะทำให้ชีวิตของเขาเหล่านั้น สะดวก ทัดเทียม และเติมเต็มในทุก ๆ ระดับ (functional, emotional และ spiritual) รูปแบบในการนำเสนอผลงานการออกแบบสามารถนำเสนอในรูปแบบใดก็ได้ ที่สามารถนำเสนอแนวความคิดและถ่ายทอดเนื้อหาให้เห็นภาพ เข้าใจ และแสดงถึงคุณค่าที่เกิดขึ้นจากผลงานได้ดีที่สุด

ทีมชนะเลิศ:

  • อันดับ 1: ทีม Consumotive พัทยา อุประ, สรรพวิชญ์ ศิริผล
  • อันดับ 2: ทีม Moon Farm ณัชพล ศิริพานิชกร, ภีศเดช เพชรน้อย
  • อันดับ 3 ร่วม: ทีม Beyond Art and Craft อนุกุล ลีลาภัทรกิจ, ณิชชาภัทร สถิรพิพัฒน์กุล
  • อันดับ 3 ร่วม: ทีม Ratana รตน ลิ่มนรรัตน์, ต้องกมล กสิศิลป์

ความเห็นจากกรรมการ: ผู้ชนะได้สร้างสรรค์งานออกแบบที่ใช้แนวคิดที่แปลกใหม่ (revolutionary) มาเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีอยู่เดิมที่กำลังจะตกยุค ให้กลายเป็นรูปแบบการบริการแบบใหม่ ผ่านช่องทางการบริการแบบ Digital ที่ตอบโจทย์ความต้องการอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม Digital Natives ได้อย่างดีทั้งในระดับพื้นฐานและจิตวิญญาณ ผ่าน solution ที่เรียบง่ายสามารถทำได้จริงด้วยการลงทุนที่ไม่สูงจนเกินไป

นอกจากนั้นผู้ชนะยังสามารถนำเสนอแนวคิดและผลงานการออกแบบของพวกเขาได้อย่างครบถ้วนกระชับ ชัดเจน และเต็มไปด้วยสีสันในระหว่างการ pitch ที่มีเวลาอันจำกัดและภายใต้ความเหนื่อยล้าจากการทำงานกันมาแล้วกว่า 20 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงการเป็นมืออาชีพ ความมุ่งมั่นและ passion ในการทำงานของพวกเขาทั้งสองได้อย่างน่าภูมิใจ

เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของ Design Track ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นผู้ที่เรียนด้านออกแบบมาตั้งแต่ต้น แต่เป็นมืออาชีพในรูปแบบที่เรียกว่า Inter Disciplinary คือผู้ที่มีการศึกษาและความเชี่ยวชาญในรูปแบบที่ผสมผสานความรู้ ความสามารถและประสบการณ์จากหลายแขนงไว้ในคนเดียวกัน

ผู้ชนะ คนแรก จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านนิเทศศาสตร์และกำลังศึกษาระดับปริญญาโทด้านศึกษาศาสตร์ ในขณะที่ทำงาน และสนใจเรียนรู้ด้าน User Experience Design อีกคนหนึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์และปริญญาโทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยปัจจุบันสนใจและทำงานด้าน User Interface Design

ภาพดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทางในการสร้างทีมและการทำงานในรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิดของ Design Thinking ที่เชื่อว่า การสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นได้จากกลุ่มคนหลายอาชีพที่มาทำงานร่วมกัน โดยทีมงานในอุดมคติควรประกอบดัวย สมาชิกที่เป็น Inter Disciplinary มีความหลายหลายทางความคิดและความเชี่ยวชาญภายในทีม อันจะก่อให้เกิดความคิดที่แปลกใหม่ที่มีความนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ และได้มาจากพื้นฐานของความหลากหลายทางมุมมองของคนในทีมนั้นเอง

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการทางด้านบุคลากรที่กำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานในยุคแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงนวัตกรรม และยังชี้ให้เห็นถึงของโหว่ในระบบศึกษาที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน อันถูกออกแบบมาในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เน้นการสร้างบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Single-discipline Expert) เป็นหลัก
ในยุคของการปฏิวัติทางนวัตกรรม ที่ทุกภาคธุรกิจ กำลังถูกเปลี่ยนแปลงและ Disrupted โดยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและรูปแบบทางธุรกิจใหม่ ๆ นั้น ภาคการศึกษาจำเป็นที่จะต้องถูกเปลี่ยนแปลงและ Disrupted เช่นกัน เช่น การผลิตบุคลากรในรูปแบบใหม่ ที่มีความเหมาะสมกับรูปแบบและสภาพแวดล้อมในการทำงานในยุคปัจจุบัน บุคลากรที่เป็น Inter Discipline ที่มีความสามารถคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์แบบ Divergence และบุคลากรที่มีจิตวิญญาณ รวมทั้งแนวคิดแบบ Entrepreneur เป็นต้น

ทีมชนะเลิศ Consumotive

No Description

บรรยากาศระหว่างการแข่งขัน Design Track

No Description

from:https://www.blognone.com/node/95078

นักศึกษาจาก TUM เยอรมนีชนะการแข่งขัน Hyperloop รอบสอง ทำความเร็วถึง 324 กม./ชม.

Blognone อาจไม่ได้ลงข่าวเกี่ยวกับ Hyperloop บ่อยนัก แต่ไอเดียการขนส่งมวลชนแบบใหม่ที่เสนอโดย Elon Musk ซีอีโอของ SpaceX และ Tesla ก็มีความเคลื่อนไหวอยู่เรื่อยๆ โดย SpaceX ได้สร้างท่อสำหรับวิ่งทดสอบระยะทางประมาณ 1 ไมล์ และจัดการแข่งขันขึ้นเพื่อหาทีมที่สามารถสร้าง Hyperloop Pod ที่นำไปสู่การใช้งานจริง

การแข่งขันรอบแรกมีขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2017 มีทีมเข้าร่วมการแข่งมากมาย แต่ต้องผ่านการทดสอบจำนวนมากถึงจะได้ลงวิ่งในท่อจริง เช่นการทดสอบว่าตัวรถพอดีกับรางหรือไม่, ทดสอบการเบรก ไปจนถึงการทดสอบว่าตัวรถและระบบสื่อสารสามารถทำงานได้ในท่อเกือบสุญญากาศ และเหลือทีมที่ผ่านเข้ารอบเพียง 3 ทีมเท่านั้นที่ได้แข่งจริง คือ

  • ทีม WARR จากมหาวิทยาลัยเทคนิคมิวนิค (Technische Universität München – TUM) ประเทศเยอรมนี
  • ทีม MIT จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
  • ทีม Delft จากมหาวิทยาลัยเทคนิค Delft ประเทศเนเธอร์แลนด์

โดยผลการแข่งขันรอบแรก ทีม WARR ทำความเร็วได้สูงสุดที่ 94 กม./ชม. ในขณะที่ทีม Delft ได้รางวัลคะแนนรวมสูงสุด และทีม MIT ได้รางวัลความปลอดภัย

เวลาผ่านไป 7 เดือน ก็มาถึงการแข่งขันรอบที่สอง โดยรอบนี้มีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ “ความเร็ว” ทีมไหนทำความเร็วได้สูงสุดก็ชนะเลย ซึ่งไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้เข้ารอบจากการแข่งขันรอบแรกอีกด้วย แต่เงื่อนไขคือต้องเป็นทีมจากสถาบันการศึกษาเท่านั้น (บริษัทเอกชนไม่เกี่ยว)

ผลการแข่งขันมี 3 ทีมที่ชนะ คือทีม WARR, ทีม Paradigm ซึ่งเป็นการร่วมกันจากสองสถาบันคือ Northeastern ที่บอสตันและ Memorial University จากแคนาดา และสุดท้ายคือทีม Swissloop จากสถาบันเทคโนโลยี ETH Zürich สวิตเซอร์แลนด์

Pod ของทีม WARR ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 50 กิโลวัตต์ ทั้งคันหนักเพียง 80 กิโลกรัม ทำความเร็วได้น่าทึ่งที่ 324 กม./ชม. ตามมาห่างๆ ด้วยทีม Paradigm ที่ความเร็ว 101 กม./ชม. และสุดท้ายทีม ETH Zürich ทำความเร็วได้ 40 กม./ชม.

สุดท้าย Elon Musk ประกาศว่าจะจัดการแข่งขันรอบที่สามในปีหน้า แต่ยังไม่มีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติม

ที่มา – Engadget, TechCrunch

No Description

No Description

No Descriptionภาพจาก WARR Hyperloop

from:https://www.blognone.com/node/95071

ภาคธุรกิจ-นักวิชาการชวนปั้น “สตาร์ทอัปด้านอาหาร-เครื่องดื่ม”

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ก็จริง แต่สำหรับหลาย ๆ ประเทศทุกวันนี้ สามารถนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาทำให้อาหารเป็นมากกว่าอาหารในรูปแบบเดิม ๆ จนเป็นที่ฮือฮากันอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาหุ่นยนต์ชงกาแฟในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ที่สามารถสั่งกาแฟได้ล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน และหุ่นยนต์เองก็ชงกาแฟได้อย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย หรือ การพัฒนาวัตถุดิบที่ผลิตจากพืชแต่ได้รสชาติที่หลายคนก็ยอมรับว่าคล้ายกับเนื้อบดสำหรับทำเบอร์เกอร์ ไปจนถึงแนวคิดการพัฒนาสูตรอาหารสำหรับให้ผู้ประกอบการเช่าสูตรไปทดลองทำขาย (จากนักธุรกิจประเทศญี่ปุ่น) และอื่น ๆ อีกมากมายที่น่าสนใจ

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าก็คือ นวัตกรรมที่กล่าวมาข้างบนนี้ ยังเป็นสิ่งที่ไม่เห็นภาพในเมืองไทยที่มีเป้าหมายจะก้าวขึ้นเป็นครัวโลก และการเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมด้านอาหารเลย โดยเฉพาะในระดับผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่ยังเข้าไม่ถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ

นั่นจึงทำให้สามหน่วยงานอย่างบริษัทยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จับมือกันทำโครงการประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Start-up Innovative F&B Products Competition ขึ้นมา เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่มีแนวคิด ได้มีโอกาสพบกับผู้เชี่ยวชาญ และได้เข้าถึงนวัตกรรม เพื่อที่จะได้ใช้นวัตกรรมเหล่านั้นสร้างสรรค์ผลงานอาหารและเครื่องดื่มของตนเองเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และตอบรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วย

คุณมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) เผยว่า ตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่า 900,000 ล้านบาท และไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) รวมถึงเป็นผู้ส่งออกอาหารสำเร็จรูปอันดับที่ 13 ของโลก และคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมอาหารในปี 2560 จะเติบโตขึ้นอีกร้อยละ 8 จากปีที่ผ่านมา ซึ่งพิจารณาแล้วน่าจะเป็นตัวเลขการเติบโตที่ดี แต่สิ่งที่สามารถเพิ่มเติมได้นั้นก็คือ ประเทศไทยยังสามารถทำให้อาหารหรือเครื่องดื่มนั้นน่าสนใจมากขึ้นกว่านี้ได้ ซึ่งจะทำให้อาหารหรือเครื่องดื่มนั้นตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

ด้านคุณรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจัยที่ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยมีศักยภาพคือ การมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เก็บเกี่ยวได้ตลอดปี รวมถึงการมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร  แต่จุดร่วมของความสำเร็จก็คือ สินค้าอาหารและเครื่องดื่มต้องมีจุดเด่น จึงจะสามารถแข่งขันในตลาดได้  และหากนำนวัตกรรมมาใช้ก็จะทำให้อาหารและเครื่องดื่มได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น  ซึ่งความร่วมมือในการจัดประกวดครั้งนี้ของยูบีเอ็มจะอยู่ในรูปแบบการอบรม การสนับสนุนด้านงบประมาณ และให้พื้นที่ในงาน Fiasia สำหรับแสดงสินค้า

ขณะที่ รศ.ดร.อนุวัตร แจ้งชัด รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในคณะผู้จัดงานกล่าวว่า คาดหวังจะเห็นการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการด้านอาหาร เพราะโครงการนี้จะเร่งกระบวนการบ่มเพาะผู้ประกอบการให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ รวมถึงมอบทุนทรัพย์ให้บางส่วนด้วย

“ความยากของ Food Startup เทียบกับ Tech Startup คือสเกลได้ยากกว่า เราต้องทำต้นแบบ แล้วไปทดลองตลาด ซึ่งต้องมีกฎหมายเข้าไปเกี่ยวข้อง ยิ่งถ้าเป็นสินค้าสุขภาพนั้นยากมาก เพราะถ้าเราจะระบุว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เราต้องทดสอบ ต้องมีการจดทะเบียน”

 

ด้วยเหตุนี้ การมีทีมผู้เชี่ยวชาญ และนักวิจัยเข้าร่วมบ่มเพาะผู้ประกอบการรายใหม่ภายใต้โครงการดังกล่าวก็อาจเป็นทางออกที่ดีที่จะช่วยให้ Food Startup ของไทยได้เติบโต โดยผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.fiasia.com โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2560 และจะมีการประกาศผลผู้ชนะเลิศในวันที่ 14 กันยายน 2560 ภายในงานฟู้ดอินกรีเดียนท์เอเชีย 2017

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/07/food-startup-competition/

เชิญร่วมงาน TechJam Mixer Event เสาร์นี้ เตรียมความพร้อมก่อนแข่ง TechJam by KBTG

หลายคนอาจพอทราบข่าว KBTG บริษัทด้านเทคโนโลยีของธนาคารกสิกรไทย จัดงานแข่งขัน TechJam by KBTG กันไปแล้ว

ตัวกิจกรรมหลักของ TechJam จะเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2560 และแข่งรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 26-27 สิงหาคม 2560 แต่ทางผู้จัดก็จะมีงานรอบอุ่นเครื่อง TechJam Mixer Event พร้อมผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรจาก KBTG, Google Developers และ LINE Thailand ก่อน ในวันที่ 24 มิถุนายน (วันเสาร์นี้) ที่โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

No Description

TechJam Mixer Event เตรียมความพร้อมก่อนแข่งขัน TechJam

กิจกรรม TechJam Mixer Event จะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. โดยภายในงานเป็นการแนะนำการแข่งขัน TechJam พร้อมอธิบายกฎกติกาอย่างละเอียด

ในงาน Mixer ยังเชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญใน 3 สาขาที่แข่งขันคือ Code, Data, Design มาแนะนำแนวโน้มและทิศทางของแต่ละวงการ ทั้งผู้เชี่ยวชาญจาก KBTG และต่างประเทศ Linux Foundation, Google Asia Pacific, LINE Thailand และนักพัฒนา Google Developer Expert (GDE) หัวข้อในงานประกอบด้วย

Code Track

  • How technology apply to Financial Business
  • Blockchain and Hyperledger
  • Business Connect API (LINE)
  • How to become programming experts

Data Track

  • How data can benefit financial business
  • Google ML API
  • Data Science Technique
  • AI latest trend

Design Track

  • The Age of AI and Human Centric Design

สำหรับกำหนดการอย่างละเอียดของงาน สามารถดูได้จากภาพด้านล่าง

No Description

แนะนำโครงการ TechJam by KBTG

TechJam by KBTG เป็นรูปแบบการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทาง คือความสามารถทาง
Programming, Data Science และ UX/UI Design โดยจะแยกการแข่งขันเป็น 3 แทร็คได้แก่

1) Code Track: สำหรับผู้ที่มีความสามารถด้าน Programming การรวมพลเหล่านักพัฒนาที่ชอบประลองฝีมือเขียนโปรแกรมและไขโจทย์ที่ท้าทาย โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์จะมีชุดโจทย์ปัญหาให้ทำตามเวลาที่กำหนด

ส่วนการแข่งขันรอบตัดสินจะมีโจทย์ที่หลากหลายเพื่อให้ผู้แข่งขันเลือกแก้โจทย์ โดยแต่ละโจทย์จะระบุให้ใช้ API ตามที่กำหนด
โดยเกณฑ์การตัดสินของทั้งสองรอบจะพิจารณาจากความถูกต้องแม่นยำและประสิทธิภาพของโปรแกรมและความครบถ้วนตามเงื่อนไขที่โจทย์กำหนด

2) Data Track: สำหรับผู้ที่มีความสามารถด้าน Data Science, Machine Learning

ผู้ที่ชอบทดสอบและศึกษาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ผู้สร้างปัญญาประดิษฐ์ และผู้วิจัยโมเดลข้อมูล นี่คือโอกาสของคุณที่จะได้สร้างโมเดล โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์จะมีโจทย์พร้อมข้อมูลประจำโจทย์
(training data set) ให้ทำตามเวลาที่กำหนด

ส่วนการแข่งขันรอบตัดสินจะมีโจทย์และข้อมูลที่ความซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยเกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากทีมที่สามารถสร้างโมเดลที่ให้ผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำที่สุด

3) Design Track: สำหรับผู้ที่สนใจอยากใช้ Creativity และ Design Thinking

เพื่อออกแบบแนวคิดชีวิตที่ดีกว่าด้วยเทรนด์ทางสังคมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เราเฟ้นหาสุดยอดนักคิดวิสัยทัศน์สร้างสรรค์ที่มี Passion ใน Human Centric Experience Design มาเข้าร่วม Jam ใน

Design Track โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์ นำเสนอ Conceptual Design ในโจทย์ด้านการออกแบบชีวิตแห่งอนาคต ที่ผสมผสานไปกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกเป็นการท้าทายให้ผู้สมัครได้แสดงออกถึงวิสัยทัศน์ ไอเดีย และทักษะในการออกแบบเพื่อใช้ในการพิจารณาคัดเลือกเข้าสู่รอบตัดสิน

ระยะเวลาการรับสมัคร

รายละเอียดของการแข่งขัน TechJam by KBTG จะเปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป เข้าร่วมแข่งขันใน 3 แทร็ค คือ Code Track, Data Track, Design Track โดยสมัครแบบคนเดียวหรือทีมละไม่เกิน 2 คน และเลือกได้แทร็คเดียว

  • เปิดรับสมัครผ่านเว็บไซต์ techjam.tech ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 กรกฎาคม
  • ผู้สมัครจะต้องทดสอบเบื้อต้นทางออนไลน์ (Online Audition Round) ระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม
  • ประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบตัดสินวันที่ 5 สิงหาคม
  • ผู้เข้ารอบสุดท้าย ต้องไปแข่งรอบชิงชนะเลิศที่อาคาร KBTG แจ้งวัฒนะ ในรูปแบบ Hackathon วันที่ 26-27 สิงหาคม

รางวัล

  • ผู้ชนะเลิศในแต่ละแทร็ค จะได้ศึกษาดูงานและเวิร์คช็อปที่ซิลิคอนวัลเลย์ พร้อมตั๋วเครื่องบิน และเงินใช้จ่าย pocket money อีก 17,000 บาทต่อคน บวกเครดิต Firebase มูลค่า 100,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เงินรางวัล 50,000 บาท, ลำโพง Google Home และเครดิต Firebase 80,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับสอง เงินรางวัล 20,000 บาท, ลำโพง Google Home และเครดิต Firebase 60,000 บาท

สามารถติดตามกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของงานได้ที่เฟซบุ๊ค TechJam by KBTG

from:https://www.blognone.com/node/93319

สมาคมไทยอีสปอร์ต-ศรีปทุม จัดแข่ง Minecraft Thailand Competition ชิงแชมป์ประเทศไทย

สมาคมไทยอีสปอร์ต ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดการแข่งขัน Minecraft ครั้งแรกในไทย ใช้ชื่อว่า Minecraft Thailand Competition

การแข่งขันเปิดกว้างสำหรับคนทั่วไปที่อายุ 13 ปีขึ้นไป แต่ของรางวัลคือทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม 4 ปี (อันดับหนึ่งให้ทุน 100%, อันดับสอง-สามให้ทุน 50%) จึงน่าจะเหมาะกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมเป็นหลัก (ทุนที่ได้รับไม่มีวันหมดอายุ แต่ผู้ที่เรียนปริญญาตรีอยู่แล้วจะไม่ได้รับทุนนี้ แต่ได้รางวัลอื่นที่เหลือ)

รูปแบบการแข่งขันแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกแข่งออนไลน์โดยสตรีมผ่าน Twitch ในช่วงเวลาที่กำหนด 3 ชั่วโมง จากนั้นผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายจะแข่งขันแบบออฟไลน์ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมอีกครั้ง การแข่งขันทั้งสองรอบใช้โหมด Creative เพื่อให้แสดงไอเดียและความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ตามโจทย์ที่กรรมการกำหนด

No Description

ระยะเวลาการแข่งขัน

  • เปิดรับสมัคร 25 เมษายน-2 พฤษภาคม 2560
  • แข่งรอบออนไลน์ 6-7 พฤษภาคม 2560
  • แข่งรอบชิงชนะเลิศ 20 พฤษภาคม 2560

ของรางวัลผู้ชนะ 3 รางวัล

  • รางวัลชนะเลิศ – ทุนการศึกษาระดับ ปริญญาตรี 4 ปี (มูลค่า 400,000 บาท) + Notebook Acer VX5 1 เครื่อง (มูลค่า 32,000 บาท) + Neolution Gaming gear 1 เซ็ต มูลค่า 3,200 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง – ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีฟรี 50%(มูลค่า 200,000 บาท) + Notebook Acer VX5 1 เครื่อง (มูลค่า 32,000 บาท)+ Neolution Gaming gear 1 เซ็ต มูลค่า 3,200 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง – ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีฟรี 50% (มูลค่า 200,000 บาท) + Notebook Acer VX5 1 เครื่อง(มูลค่า 32,000 บาท) + Neolution Gaming gear 1 เซ็ต มูลค่า 3,200 บาท

ของรางวัลสำหรับ 13 คนที่ตกรอบ จะได้รับ Neolution Gaming gear 1 เซ็ต มูลค่า 3,200 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก Minecraft Thailand Competition

from:https://www.blognone.com/node/91928

“ABAC” คว้ารางวัลชนะเลิศเวที L’Oreal Brandstorm 2017

ทีม Chemirical จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คว้าตำแหน่งชนะเลิศจาก L’Oreal Brandstorm 2017 เวทีการแข่งขันวางแผนกลยุทธ์สำหรับแบรนด์ฝีมือนักศึกษา

โดยการแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ Dirrupt Men’s Grooming with Life-Changing Innovation หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพลิกโฉมการดูแลตนเองสำหรับผู้ชายผ่านแบรนด์ L’Oreal Men Expert โดยมีโจทย์ให้ผู้เข้าแข่งขันต้องพัฒนากลยุทธ์และแผนการตลาดสำหรับการสื่อสาร เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียล และสร้างผลเชิงบวกต่อสังคม

นอกจากนี้ในปี 2017 อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการตัดสินคือ การนำเทคโนโลนีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาเป็นกลยุทธ์หลักในการนำเสนอแคมเปญสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งต้องนำเสนอผลงานที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับแบรนด์ในอนาคตได้

ผลการตัดสินในปีนี้ปรากฏว่า ทีมชนะเลิศได้แก่ทีม Chemirical จากคณะ International Business Management มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โดยเป็นทีมที่อาจกล่าวได้ว่ามีการวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการหา Consumer Insights ของกลุ่มเป้าหมายซึ่งก็คือผู้ชายมิลเลนเนียลอายุระหว่าง 18 – 25 ปี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้น ไปจนถึงการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ และการสื่อสารออกไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ โดยพวกเธอเลือกใช้เทคโนโลยี iBeacon ร่วมกับการพัฒนาแอปพลิเคชันและเกมในการสื่อสารแมสเซจทั้งหมดเหล่านั้น 

(ซ้ายไปขวา) Belle Ling, Journey Ling และ วีรินทร์ วรกิตติโสภณ จากทีม Chemirical ผู้ชนะเลิศ

สมาชิกภายในทีม Chemirical ซึ่งประกอบด้วย Journey Ling, วีรินทร์ วรกิตติโสภณ และ Belle Ling นักศึกษาคณะ Internation Business Management ได้กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ทางทีมได้มีการทำรีเสิร์ชมาพบว่าผู้ชายมิลเลนเนียลนั้น 88% มีการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศหลายครั้งต่อปี และมีไลฟ์สไตล์ที่ไม่อยู่นิ่ง เช่น ออกกำลังกาย การเข้าสังคม ขณะที่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายสำหรับผู้ชายส่วนใหญ่กลับมีขนาดใหญ่เทอะทะ พกพาลำบาก หรือเป็นลักษณะของของเหลวที่ไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงมีการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ในลักษณะของ Ultimate refreshing bullet ที่พกพาสะดวกกว่าออกมา

“ในด้านการนำเสนอนั้นเราจุดประกายจากการที่เราไปดูงานของต่างประเทศ และรู้สึกว่างานของเขาทรงพลังมาก ซึ่งเมื่อมาพิจารณากับตลาดในปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการอะไรที่ Customize กับเขา iBeacon เองเป็นจุด ๆ หนึ่งที่แบรนด์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เรารู้สึกว่าน่าสนใจและน่าจะใหม่สำหรับเอเชีย ก็เลยนำมาใช้”

ตัวอย่างผลงานที่นำเสนอ

“ความท้าทายของโปรเจ็คนี้คือเราไม่เคยลองทำอะไรที่ต้องคิดนอกกรอบ สิ่งที่ยากอีกข้อหนึ่งคือ เรามีแอปพลิเคชัน เรามีเกม เรามี iBeacon แต่ทำอย่างไรถึงจะ Link ทั้งหมดเหล่านี้ให้เป็น 1 แมสเซจส่งถึงลูกค้าได้”

สำหรับทีมที่ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งคือทีม pH 5.5 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งนำเสนอผลงานสำหรับผู้ชายที่รู้สึกไม่สบายตัวในระหว่างวันในคอนเซ็ปต์ Trinity ผ่านโปรดักซ์ 3 ตัวอย่างโฟมล้างหน้า, มอยเจอไรเซอร์ และ Wet Wipes

ส่วนทีมที่ได้รับรางวัลด้าน CSR คือทีม Brajofan จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มีปัญหาผมบาง โดยนำเสนอผ่านงานวิจัยที่พบว่ามีกลุ่มมิลเลนเนียลถึง 1 ใน 4 ที่ประสบปัญหาดังกล่าว และทางทีมจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ Hair Cushion ตัวใหม่ขึ้นมาร่วมกับการใช้เซเลบริตี้คนดังในการดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ผ่านแชนแนลอย่าง YouTube, Facebook

สำหรับทีม Chemirical ที่ได้รับตำแหน่งชนะเลิศนั้นจะได้รับรางวัลเป็นเงินสดจำนวน 100,000 บาท และมีโอกาสได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในระดับเอเชียแปซิฟิก เพื่อไปแข่งขันในระดับโลก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศยังมีสิทธิได้รับพิจารณาเข้าโครงการ Management Trainee ของลอรีอัล ประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการที่ปกติจะรับแต่นักศึกษาปริญญาโทเท่านั้นด้วย

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/04/abac-win-loreal-brandstorm-thailand-2017/