คลังเก็บป้ายกำกับ: COMPETITION

ทีม LKB48 จากลาดกระบัง ชนะแข่งซอฟต์แวร์รถยนต์จำลองไร้คนขับของ Toyota Tsusho

Toyota Tsusho Nexty Electronics (Thailand) บริษัทลูกในเครือโตโยต้าที่ทำหน้าที่พัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมรถยนต์ จัดแข่งขันซอฟต์แวร์ควบคุมรถยนต์จำลองไร้คนขับ (Annual Student Meeting on Automotive Embedded System หรือ AMAS) ประจำปี 2561 โดยมีทีมนักศึกษาเข้าร่วม 12 สถาบัน

ทีมที่ชนะคือ LKB48 จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ส่วนอันดับสองคือ Double E จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และอันดับสามคือ Antman จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

มาซามิ อิคุระ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Toyota Tsusho Nexty Electronics (Thailand) ระบุว่าประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลกยานยนต์ (ปัจจุบันอยู่อันดับ 10 ของโลก มีกำลังผลิตปีละ 2 ล้านคัน) ความท้าทายสำคัญคือเตรียมบุคลากรให้พร้อมสำหรับเทคโนโลยีควบคุมยานยนต์ โดยเฉพาะ Autonomous Car หรือ Self Driving Car ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตอันใกล้นี้

No Description

No Description

ที่มา – อีเมลประชาสัมพันธ์ Toyota Tsusho Nexty Electronics (Thailand)

หมายเหตุ: Toyota Tsusho (โตโยต้า ทูโช) เป็นบริษัทการค้าในเครือโตโยต้าที่ประเทศญี่ปุ่น และมีสาขาในเมืองไทยโดยใช้ชื่อว่า Toyota Tsusho (Thailand) และมีบริษัทลูกคือ Toyota Tsusho Nexty Electronics (Thailand) อีกชั้นหนึ่ง (มีบริษัทลูกซ้อนกันหลายชั้นมากครับ – อ้างอิง)

from:https://www.blognone.com/node/101220

Advertisements

WorldQuant Challenge: เส้นทางสู่งาน Quantitative Finance ด้วย Data Science

คงเป็นการยากที่จะปฏิเสธว่างานสาย Data Science กำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูงต่างกับจำนวนบุคลากรที่ยังคงมีอยู่จำกัด ส่วนหนึ่งก็เพราะความเป็นสหวิทยาการที่ต้องอาศัยความรู้คอมพิวเตอร์ สถิติ และคณิตศาสตร์ร่วมกับศาสตร์อื่นๆ จึงเป็นการยากที่ผู้ที่สนใจในสายงานนี้ จะสามารถหาโอกาสการทำงานเพื่อเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ในการบูรณาการณ์ศาสตร์ที่แตกต่างกัน บุคลากรที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่องค์กรต้องการ จึงยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม และสนใจเข้ามาเรียนรู้การนำ Data Science มาประยุกต์ใช้ในงานสาย Quantitative Finance โอกาสนั้นมาถึงแล้วกับ WorldQuant Challenge จากบริษัท WorldQuant บริษัทที่นำข้อมูลมาสร้างโมเดลการลงทุน

alt="media-20180219 (3)"

รู้จัก WorldQuant

WorldQuant เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารสินทรัพย์โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงปริมาณ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2007 ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 600 คน ทำงานอยู่ในสำนักงานกว่า 25 แห่ง ใน 15 ประเทศ WorldQuant มุ่งเน้นในการพัฒนากลยุทธ์การลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก โดยใช้กระบวนการวิจัย และการจัดการความเสี่ยงของบริษัทเอง สำนักงานWorldQuant ในประเทศไทยมุ่งเน้นในการทำวิจัย เพื่อสร้างโมเดลการลงทุน (ที่เรียกว่า alpha) แต่ไม่ได้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WorldQuant ได้ที่ We are WorldQuant

บทบาทของ Big Data

Big Data เป็นสิ่งที่ WorldQuant ใช้ช่วยในการตัดสินใจลงทุนมาตลอดระยะเวลาหลายปี WorldQuant ได้ลงทุนกับทีมนักวิจัย ซึ่งประกอบด้วย Quantitative Researcher หรือ Quant โดยดึงเอาผู้มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และคอมพิวเตอร์จากทั่วโลกมาช่วยกันประมวลผลข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ เพื่อให้ฝ่ายลงทุน นำไปใช้ลงทุนจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ (อ่านบทความฉบับเต็มได้จากที่นี่

alt="media-20180219 (2)"
คุณสงกรานต์ จารุสิริสวัสดิ์ และ คุณวัชรินทร์ เหลืองวัฒนากิจ ผู้รับผิดชอบโครงการ WorldQuant Challenge ในไทย

WorldQuant Challenge โอกาสสำหรับผู้ที่สนใจด้าน Quantitative Finance

WorldQuant Challenge เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้เรียนรู้การทำงานสายการเงินด้าน quantitative finance โดยผู้ที่สนใจหรืออยากท้าทายตัวเอง สามารถสร้างโมเดลจำลองกลยุทธ์ในการลงทุน หรือ alpha แล้วส่งเข้ามาแข่งขันในรายการนี้ ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันมาจากทั่วโลก

การเข้าร่วมการแข่งขัน ผู้ที่สนใจเพียงแค่ลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บ WorldQuant Challenge เมื่อเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว ทางบริษัทจะมีเครื่องมือสำหรับสร้างกลยุทธ์ในการลงทุน (alpha) เอาไว้ให้เสร็จสรรพตั้งแต่ simulator บนเว็บ (WebSim) ไปจนถึงข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ และสร้างโมเดล

ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่สนใจแต่ยังไม่ถนัดในการเขียนโปรแกรม หรือไม่มีความรู้ด้านการเงินการลงทุน WorldQuant ก็มีวิดีโอ tutorial สอน ให้ด้วยเช่นกัน โดยเริ่มตั้งแต่การสร้าง alpha ตัวแรก เรียกว่าขอแค่มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้เท่านั้น ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้

alt="media-20180219 (3)"
ตัวอย่างดาต้าสำหรับวิเคราะห์และสร้างโมเดลของผู้เข้าแข่งขัน

alt="media-20180219 (2)"
วิดีโอ tutorial

ทั้งนี้ การแข่งขันในโครงการ WorldQuant Challenge ไม่มีกำหนดปิดรับสมัครหรือสิ้นสุดการแข่งขัน โดยโครงการนี้จะเปิดรับผู้เข้าแข่งขันและผู้ที่สนใจหน้าใหม่เรื่อยๆ ผู้เข้าแข่งขันจึงมีโอกาสในการส่ง alpha เข้าไปได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง พร้อมๆ กับการปรับปรุง และพัฒนาทักษะของตัวเองอยู่ตลอด

alt="WorldQuant"ตัวอย่าง Alpha Expression และผลการ backtest บน WebSim

Alpha ที่ส่งจะได้คะแนนแตกต่างกันตามคุณภาพของ Alpha นั้นๆ โดยคะแนนของผู้เข้าแข่งขันจะเป็นคะแนนสะสมของ Alpha ทุกตัวที่ส่งตั้งแต่วันแรก และเมื่อคะแนนสะสมผ่านเกณฑ์ก็จะเปลี่ยนสถานะผู้แข่งขันไปสู่ Level ถัดไปได้แก่ เหรียญทองแดง (1,000 คะแนน), เหรียญเงิน (5,000 คะแนน) และเหรียญทอง (10,000 คะแนน) โดยผู้เข้าแข่งขันสามารถดูข้อมูลคะแนนและอันดับของตัวเองได้จาก leaderboard

alt="media-20180219"

alt="WorldQuant"ตารางคะแนนของผู้ใช้ WebSim จากทั่วโลก

อย่างที่เกริ่นไปว่า WorldQuant Challenge เป็นโอกาสสำหรับผู้ที่สนใจและมีความสามารถ โดยผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับเหรียญทอง ในอนาคตจะมีสิทธิ์สมัครร่วมงานกับ WorldQuant ในตำแหน่ง Research Consultant แบบพาร์ทไทม์ ภาระหน้าที่ของ Research Consultant คือการใช้ความเชี่ยวชาญทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และความรู้ทางคณิตศาสตร์ ในการสร้าง alpha ส่งให้บริษัท แต่คราวนี้จะได้รับค่าตอบแทนขึ้นกับคุณภาพของผลงานที่ส่งเข้ามา (ตามที่ตกลงกันในสัญญา) เมื่อ alpha ของตัวเองที่ถูกนำไปใช้ในการลงทุนจริง

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและสมัครเข้าแข่งขันได้เลยที่ WorldQuant Challenge

from:https://www.blognone.com/node/99943

Imagine Cup Thailand 2018 เปิดรับสมัครแล้ว

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดรับสมัครนักเรียนนักศึกษา (อายุ 16 ปีขึ้นไป) เข้าแข่งขัน Imagine Cup Thailand เพื่อให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการจินตนาการนวัตกรรมใหม่ ชิงเงินรางวัล 100,000 เหรียญ ผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วม Mentoring Session กับคุณ Satya Nadella ซีอีโอของไมโครซอฟท์

Imagine Cup คือการแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากไมโครซอฟท์ ในในปีนี้จะเป็นการแข่งขันปีที่ 16 โดยในปีที่ผ่านมา มีเยาวชนเข้าร่วมประชันความสามารถแล้วกว่า 1.65 ล้านคนจาก 190 ประเทศทั่วโลก พร้อมสานต่อสถิติความสำเร็จ หลังนักศึกษาไทยคว้าแชมป์โลกมาครองแล้วถึง 6 สมัย

No Description

รายละเอียด

  • ทีมผู้เข้าแข่งขันต้องมีจำนวนไม่เกิน 3 คน
  • สมาชิกทุกคนในทีมต้องสมัครเข้าร่วมการแข่งขันผ่านเว็บไซต์
  • จะต้องใช้บริการของ Microsoft Azure เป็นส่วนหนึ่งของผลงาน
  • ดูกติกาทั้งหมดได้ที่นี่

รางวัลพิเศษ

ปีนี้ไม่มีการแบ่งหมวดการแข่งขัน นอกจากรางวัลใหญ่ 100,000 เหรียญในรอบ Worldwide Finals แล้ว ก็มี 3 รางวัลพิเศษ รางวัลละ 15,000 เหรียญ สำหรับผู้ที่พัฒนาผลงานในด้าน

  1. Artificial Intelligence (Azure AI / Cognitive Services)
  2. Big Data (Azure Data / Analytics / IoT)
  3. Mixed Reality (HoloLens / VR / AR)

รางวัลพิเศษในรอบประเทศไทย

และในการแข่งขันรอบประเทศไทยก็ยังจะมี 2 รางวัลพิเศษ Innovation Partner Category Award รางวัลละ 500 เหรียญ

  1. Education on the Cloud จาก UNICEF
  2. Smart Living on the Cloud จาก Siri Ventures

No Description

กำหนดการ

  • 14 ก.พ. ส่งผลงานผ่าน https://imagine.microsoft.com
  • 3 มี.ค. นำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการในงาน Imagine Cup Thailand ที่ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และประกาศผลทีมผู้ชนะที่จะไปแข่งต่อในรอบภูมิภาค
  • เดือนเม.ย. ทีมผู้ชนะตัวแทนประเทศไทยเดินทางไปแข่งขัน Imagine Cup Regional Finals กับผู้เข้าแข่งขันประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • เดือนมิ.ย. Finalists ในรอบภูมิภาคเดินทางไปแข่งขัน Imagine Cup Worldwide Finals

การส่งผลงาน

  1. ชื่อผลงาน
  2. คำอธิบายผลงาน (สูงสุด 255 อักษร)
  3. Project Proposal
  • ในรูปแบบเอกสาร Microsoft Word / PDF ความยาวไม่เกิน 10 หน้า
  • หรืองานนำเสนอ PowerPoint ความยาวไม่เกิน 20 สไลด์
  1. ลิงก์คลิปนำเสนอผลงาน (สูงสุด 10 นาที)

การแข่งขันเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 14 ก.พ.นี้

เยาวชนที่สนใจอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันสามารถดูรายละเอียดได้ที่ Thailand Imagine Cup บนเฟซบุ๊กและ เว็บไซต์ Microsoft Imagine

ที่มา – Thailand Imagine Cup

from:https://www.blognone.com/node/99607

การแข่งเขียนโปรแกรม ACM-ICPC รองรับภาษา Python และ Kotlin แล้ว

การแข่งขันเขียนโปรแกรมแก้โจทย์ปัญหาระดับอุดมศึกษา ACM-ICPC รองรับการส่งคำตอบด้วยภาษาโปรแกรม Python และ Kotlin สำหรับรอบการแข่งขันรอบชิงแชมป์โลก 2018 แล้ว

การรองรับภาษา Python นั้นเริ่มตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ Python 3.5 พร้อม interpreter จากผู้พัฒนาภาษาเพื่อความสามารถใหม่ๆ หรือจะถอยไปใช้ Python 2.7 ที่รันบน PyPy อีกที เพื่อเร่งความเร็วในการคำนวณก็ย่อมได้

ส่วนภาษา Kotlin 1.1 ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาในปีนี้ ก็ทำให้การแข่งขันดังกล่าวรองรับการส่งคำตอบมากถึง 5 ภาษา ซึ่งภาษาอื่นๆ ได้แก่ C, C++ และ Java ที่อยู่คู่การแข่งขันมาอย่างยาวนานนั่นเอง

No Description

การรองรับภาษาเหล่านี้ เป็นเพียงข้อกำหนดสำหรับรอบชิงแชมป์โลกเท่านั้น การแข่งขันในรอบภูมิภาคอาจใช้กฏการแข่งขันที่แตกต่างออกไป

อนึ่ง การเลือกใช้ภาษาที่ประมวลผลได้ช้ากว่า จะไม่ได้รับการผ่อนปรนด้านข้อจำกัดทางเวลาแต่อย่างใด และกรรมการจะตรวจทานโจทย์ด้วยการเขียนเฉลยใน 2 ภาษา คือ C/C++ และ Java เท่านั้น

การรองรับหรือยกเลิกภาษาโปรแกรมในการแข่งขันดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะในปี 1988 ก็มีการยกเลิกภาษา FORTRAN เนื่องจากไม่สามารถเขียน recursion ได้ และปี 2007 ก็ยกเลิกภาษา Pascal ปิดตำนานหนึ่งในสองภาษาดั้งเดิมที่การแข่งขันนี้รองรับ

การแข่งขันรอบชิงแชมป์โลก 2018 จะจัดขึ้นในวันที่ 15-20 เมษายน 2018 ณ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง โดยปีนี้บริษัท JetBrains เป็นสปอนเซอร์ด้านเครื่องมือเขียนโปรแกรมครับ

อ้างอิง: คู่มือสภาพแวดล้อมเครื่องสำหรับการแข่งขัน ACM-ICPC ปี 2017 และปี 2018, บล็อกคุณ redviper บน Codeforces, กระทู้คุณ shahriar_manzoor บน UVa Online Judge

from:https://www.blognone.com/node/98115

โปรดิวเซอร์ Stranger Things เตรียมทำผลงานใหม่ให้ Amazon Studios

Stranger Things ซีรีส์ที่เรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้แก่ Netflix และซีซั่นสองที่คนทั่วโลกรอคอยกำลังจะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้ แฟนๆ Stranger Things อาจสนใจเมื่อรู้ว่าคนเขียน และโปรดิวเซอร์คือ Justin Doble เตรียมทำผลงานใหม่แล้ว คราวนี้ไปเซ็นสัญญากับ Amazon แทน

ยังไม่มีรายละเอียดใดเกี่ยวโปรเจกต์เผยออกมา และ Justin Doble ก็เป็นเพียงหนึ่งในโปรดิวเซอร์มือดีที่เซ็นสัญญากับ Amazon ยังมี Shonda Lynn Rhimes โปรดิวเซอร์เรื่อง Off the Map, How to Get Away with Murder และมี Robert Kirkman หนึ่งในผู้สร้าง The Walking Dead

Amazon มีกลยุทธ์ใหม่ [จะทำซีรีส์ให้ดังเทียบได้กับ Game of Thrones (https://www.blognone.com/node/95393) ดูจากรายชื่อผู้สร้างที่เซ็นสัญญาด้วยแล้ว ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามองมากทีเดียว

No Description
ภาพประกอบจาก Facebook Stranger Things

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/95626

ประกาศผล 3 ทีมผู้ชนะ TechJam by KBTG 2017 พร้อมโจทย์และความเห็นจากกรรมการ

KBTG บริษัทด้านเทคโนโลยีของธนาคารกสิกรไทย เพิ่งจัดแข่งขัน TechJam by KBTG 2017 รอบชิงชนะเลิศไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้ผู้ชนะเรียบร้อยแล้ว

การแข่งขัน TechJam แบ่งออกเป็น 3 แทร็คคือ Code Track, Data Track, Design Track โดยงานปีนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 594 คน จาก 421 ทีม แบ่งออกเป็นแทร็คต่างๆ ดังนี้

  • Code Track เข้าแข่งขัน 210 ทีม ผู้ชนะคือ ทีม AI shiteru
  • Data Track 146 ทีม ผู้ชนะคือ ทีม M&M
  • Design Track 65 ทีม ผู้ชนะคือ ทีม Consumotive

ผู้ชนะทั้ง 3 ทีมจะได้รางวัลไปดูงานที่ซิลิคอนวัลเลย์ ส่วนรายละเอียดเรื่องโจทย์ของการแข่งขันและผลงานของทีมผู้ชนะ มีดังนี้

No Description

No Description

Code Track

โจทย์รอบสุดท้าย: โจทย์มีหลายข้อ เป็นแนว Algorithm, Data Structure, Optimization ทุกคนจะได้โจทย์เหมือนกัน และ input สำหรับแก้ไขปัญหา จากนั้นให้เขียนโปรแกรมด้วยภาษาอะไรก็ได้ที่ถนัดเพื่อแก้ปัญหา และส่งคำตอบพร้อม source code ให้ระบบตรวจและให้คะแนนอัตโนมัติ โดยคะแนนจะวัดจากความถูกต้อง และคำตอบที่ดีที่สุด

คะแนนความง่าย-ยาก จะไม่ถูกกำหนดโดยกรรมการ แต่ถูกกำหนดโดยผู้แข่งขันทุกคน จากสูตรนี้ ถ้าข้อไหนมีผู้แข่งขันทำได้เยอะ คะแนนเต็มจะน้อย แต่ถ้าผู้แข่งขันทำได้น้อย คะแนนเต็มจะเยอะ

ทีมชนะเลิศ:

  • อันดับ 1: ทีม AI shiteru พีรจิตร ภาสุภัทร, ธนภัทร์ คุ้มสภา
  • อันดับ 2: ทีม GM วัชรพล วัชรวิเศษกุล, มานะ บวรผดุงกิตติ
  • อันดับ 3: ทีม wizard of skn ภัทระ ธีระพงษ์, รชตะ คำพิทักษ์

ความเห็นจากกรรมการ: ทีม AI shiteru สามารถเขียนโปรแกรมเพื่อแก้โจทย์ที่กำหนดได้ โดยได้คำตอบที่ถูกต้อง และ optimize ที่สุด สามารถทำโจทย์ที่ต้องการ exact answer ได้หมด เช่น โจทย์แนวหาเส้นทางที่เป็นไปได้ทั้งหมด โดยจะมี trick ว่าคำตอบจะใหญ่มากจนไม่สามารถ fit ได้ด้วย integer 32 bits, ผู้แข่งขันต้องแก้ปัญหา interger ขนาดใหญ่ของแต่ละ programming language เอง, หรือโจทย์แนว optimization, ทีมที่ชนะเลิศสามารถหาคำตอบที่ดีที่สุด ได้มากกว่าผู้แข่งขันทั้งหมดในงาน

ทีมชนะเลิศ AI shiteru

No Description

บรรยากาศระหว่างการแข่งขัน Code Track

No Description

Data Track

โจทย์รอบสุดท้าย: ให้ผู้เข้าแข่งขันวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนหนึ่ง แล้วนำผลการวิเคราะห์ที่ได้ เพื่อไปทำนายข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่ถูกปิดซ่อนไว้ โดยจะให้ผู้เข้าแข่งขัน พยายามวิเคราะห์เพื่อให้ได้ผลการทำนายที่แม่นยำที่สุด

ในการแข่งขันรอบสุดท้าย ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับข้อมูลบัตรเครดิตจำลองและรายการธุรกรรมจำลองเป็นระยะเวลา 18 เดือน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำข้อมูลที่ได้มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าในเดือนที่ 19 โดยมีเป้าหมายคือเพื่อทำนายยอดค่าใช้จ่ายและความถี่ในการใช้บัตร ในแต่ละ 5 หมวดหมู่ (ยานยนต์, เสื้อผ้า, การบริการ, การเดินทาง, สาธารณูปโภค)

การให้คะแนนจะเป็น 2 ส่วน คือ

  • Objective Score 70 คะแนน มาจากความแม่นยำในการพัฒนาโมเดล
  • Subjective Score 30 คะแนน มาจากการสื่อสาร (Communication) 10 คะแนน, ความสามารถด้านเทคนิค (Technical skills) 10 คะแนน และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ (Business value generation) 10 คะแนน

ทีมชนะเลิศ:

  • อันดับ 1: ทีม M&M ธนิพล วัฒนาอาษากิจ, ณพเมธ เนยเมืองปัก
  • อันดับ 2: ทีม Bank1234 วสุ จรีรัตนชาติ, ไม้เอก ธนังคุณานิจ
  • อันดับ 3: ทีม Baseline พัทธมน ดุลยคุปต์, ธนัสม์ปกรณ์ นิยมการ

ความเห็นจากกรรมการ: ผู้เข้าแข่งขันทำการศึกษาข้อมูลที่มีอย่างละเอียด และพบว่าข้อมูลที่มีมีลักษณะไม่หนาแน่น (sparse) บัตรเครดิตบางใบอาจจะไม่มีธุรกรรมเลยในบางเดือน ผู้เข้าแข่งขันจึงเลือกที่จะทำโมเดลสองชั้น โดยชั้นแรก จะทำนายว่าบัตรใบดังกล่าวจะมีธุรกรรมหรือไม่ในเดือนที่ 19 หากผลทำนายปรากฏว่าบัตรจะมีธุรกรรมเกิดขึ้น ก็จะใช้โมเดลชั้นที่ 2 ทำนายจำนวณการใช้งาน และค่าใช้จ่าย ในเดือนที่ 19

การสร้างโมเดลแยกกันทำให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถทำนายข้อมูลได้แม่นยำสูงที่สุดในบรรดาทุกทีม นอกจากนี้ ทีมผู้เข้าแข่งขันยังนำเสนอและอธิบายผลงานของตัวเองได้กระจ่างชัด เข้าใจง่าย รวมไปถึงสามารถเสนอแนวทางเพิ่มเติมเพื่อที่จะนำข้อมูลที่มีอยู่ ไปใช้สร้างมูลค่าทางธุรกิจด้านอื่นๆ ได้

ทีมชนะเลิศ M&M

No Description

บรรยากาศระหว่างการแข่งขัน Data Track

No Description

Design Track

โจทย์รอบสุดท้าย: สร้างสรรค์และออกแบบการให้บริการทางการเงินแห่งอนาคต ในรูปแบบที่ถูกใจและสอดคล้องกับ จิตวิญญาณ ความต้องการ มุมมองและรูปแบบการใช้ชีวิตของเหล่า Digital Natives ที่จะทำให้ชีวิตของเขาเหล่านั้น สะดวก ทัดเทียม และเติมเต็มในทุก ๆ ระดับ (functional, emotional และ spiritual) รูปแบบในการนำเสนอผลงานการออกแบบสามารถนำเสนอในรูปแบบใดก็ได้ ที่สามารถนำเสนอแนวความคิดและถ่ายทอดเนื้อหาให้เห็นภาพ เข้าใจ และแสดงถึงคุณค่าที่เกิดขึ้นจากผลงานได้ดีที่สุด

ทีมชนะเลิศ:

  • อันดับ 1: ทีม Consumotive พัทยา อุประ, สรรพวิชญ์ ศิริผล
  • อันดับ 2: ทีม Moon Farm ณัชพล ศิริพานิชกร, ภีศเดช เพชรน้อย
  • อันดับ 3 ร่วม: ทีม Beyond Art and Craft อนุกุล ลีลาภัทรกิจ, ณิชชาภัทร สถิรพิพัฒน์กุล
  • อันดับ 3 ร่วม: ทีม Ratana รตน ลิ่มนรรัตน์, ต้องกมล กสิศิลป์

ความเห็นจากกรรมการ: ผู้ชนะได้สร้างสรรค์งานออกแบบที่ใช้แนวคิดที่แปลกใหม่ (revolutionary) มาเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีอยู่เดิมที่กำลังจะตกยุค ให้กลายเป็นรูปแบบการบริการแบบใหม่ ผ่านช่องทางการบริการแบบ Digital ที่ตอบโจทย์ความต้องการอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม Digital Natives ได้อย่างดีทั้งในระดับพื้นฐานและจิตวิญญาณ ผ่าน solution ที่เรียบง่ายสามารถทำได้จริงด้วยการลงทุนที่ไม่สูงจนเกินไป

นอกจากนั้นผู้ชนะยังสามารถนำเสนอแนวคิดและผลงานการออกแบบของพวกเขาได้อย่างครบถ้วนกระชับ ชัดเจน และเต็มไปด้วยสีสันในระหว่างการ pitch ที่มีเวลาอันจำกัดและภายใต้ความเหนื่อยล้าจากการทำงานกันมาแล้วกว่า 20 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงการเป็นมืออาชีพ ความมุ่งมั่นและ passion ในการทำงานของพวกเขาทั้งสองได้อย่างน่าภูมิใจ

เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของ Design Track ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นผู้ที่เรียนด้านออกแบบมาตั้งแต่ต้น แต่เป็นมืออาชีพในรูปแบบที่เรียกว่า Inter Disciplinary คือผู้ที่มีการศึกษาและความเชี่ยวชาญในรูปแบบที่ผสมผสานความรู้ ความสามารถและประสบการณ์จากหลายแขนงไว้ในคนเดียวกัน

ผู้ชนะ คนแรก จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านนิเทศศาสตร์และกำลังศึกษาระดับปริญญาโทด้านศึกษาศาสตร์ ในขณะที่ทำงาน และสนใจเรียนรู้ด้าน User Experience Design อีกคนหนึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์และปริญญาโทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยปัจจุบันสนใจและทำงานด้าน User Interface Design

ภาพดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทางในการสร้างทีมและการทำงานในรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิดของ Design Thinking ที่เชื่อว่า การสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นได้จากกลุ่มคนหลายอาชีพที่มาทำงานร่วมกัน โดยทีมงานในอุดมคติควรประกอบดัวย สมาชิกที่เป็น Inter Disciplinary มีความหลายหลายทางความคิดและความเชี่ยวชาญภายในทีม อันจะก่อให้เกิดความคิดที่แปลกใหม่ที่มีความนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ และได้มาจากพื้นฐานของความหลากหลายทางมุมมองของคนในทีมนั้นเอง

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการทางด้านบุคลากรที่กำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานในยุคแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงนวัตกรรม และยังชี้ให้เห็นถึงของโหว่ในระบบศึกษาที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน อันถูกออกแบบมาในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เน้นการสร้างบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Single-discipline Expert) เป็นหลัก
ในยุคของการปฏิวัติทางนวัตกรรม ที่ทุกภาคธุรกิจ กำลังถูกเปลี่ยนแปลงและ Disrupted โดยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและรูปแบบทางธุรกิจใหม่ ๆ นั้น ภาคการศึกษาจำเป็นที่จะต้องถูกเปลี่ยนแปลงและ Disrupted เช่นกัน เช่น การผลิตบุคลากรในรูปแบบใหม่ ที่มีความเหมาะสมกับรูปแบบและสภาพแวดล้อมในการทำงานในยุคปัจจุบัน บุคลากรที่เป็น Inter Discipline ที่มีความสามารถคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์แบบ Divergence และบุคลากรที่มีจิตวิญญาณ รวมทั้งแนวคิดแบบ Entrepreneur เป็นต้น

ทีมชนะเลิศ Consumotive

No Description

บรรยากาศระหว่างการแข่งขัน Design Track

No Description

from:https://www.blognone.com/node/95078

นักศึกษาจาก TUM เยอรมนีชนะการแข่งขัน Hyperloop รอบสอง ทำความเร็วถึง 324 กม./ชม.

Blognone อาจไม่ได้ลงข่าวเกี่ยวกับ Hyperloop บ่อยนัก แต่ไอเดียการขนส่งมวลชนแบบใหม่ที่เสนอโดย Elon Musk ซีอีโอของ SpaceX และ Tesla ก็มีความเคลื่อนไหวอยู่เรื่อยๆ โดย SpaceX ได้สร้างท่อสำหรับวิ่งทดสอบระยะทางประมาณ 1 ไมล์ และจัดการแข่งขันขึ้นเพื่อหาทีมที่สามารถสร้าง Hyperloop Pod ที่นำไปสู่การใช้งานจริง

การแข่งขันรอบแรกมีขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2017 มีทีมเข้าร่วมการแข่งมากมาย แต่ต้องผ่านการทดสอบจำนวนมากถึงจะได้ลงวิ่งในท่อจริง เช่นการทดสอบว่าตัวรถพอดีกับรางหรือไม่, ทดสอบการเบรก ไปจนถึงการทดสอบว่าตัวรถและระบบสื่อสารสามารถทำงานได้ในท่อเกือบสุญญากาศ และเหลือทีมที่ผ่านเข้ารอบเพียง 3 ทีมเท่านั้นที่ได้แข่งจริง คือ

  • ทีม WARR จากมหาวิทยาลัยเทคนิคมิวนิค (Technische Universität München – TUM) ประเทศเยอรมนี
  • ทีม MIT จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
  • ทีม Delft จากมหาวิทยาลัยเทคนิค Delft ประเทศเนเธอร์แลนด์

โดยผลการแข่งขันรอบแรก ทีม WARR ทำความเร็วได้สูงสุดที่ 94 กม./ชม. ในขณะที่ทีม Delft ได้รางวัลคะแนนรวมสูงสุด และทีม MIT ได้รางวัลความปลอดภัย

เวลาผ่านไป 7 เดือน ก็มาถึงการแข่งขันรอบที่สอง โดยรอบนี้มีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ “ความเร็ว” ทีมไหนทำความเร็วได้สูงสุดก็ชนะเลย ซึ่งไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้เข้ารอบจากการแข่งขันรอบแรกอีกด้วย แต่เงื่อนไขคือต้องเป็นทีมจากสถาบันการศึกษาเท่านั้น (บริษัทเอกชนไม่เกี่ยว)

ผลการแข่งขันมี 3 ทีมที่ชนะ คือทีม WARR, ทีม Paradigm ซึ่งเป็นการร่วมกันจากสองสถาบันคือ Northeastern ที่บอสตันและ Memorial University จากแคนาดา และสุดท้ายคือทีม Swissloop จากสถาบันเทคโนโลยี ETH Zürich สวิตเซอร์แลนด์

Pod ของทีม WARR ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 50 กิโลวัตต์ ทั้งคันหนักเพียง 80 กิโลกรัม ทำความเร็วได้น่าทึ่งที่ 324 กม./ชม. ตามมาห่างๆ ด้วยทีม Paradigm ที่ความเร็ว 101 กม./ชม. และสุดท้ายทีม ETH Zürich ทำความเร็วได้ 40 กม./ชม.

สุดท้าย Elon Musk ประกาศว่าจะจัดการแข่งขันรอบที่สามในปีหน้า แต่ยังไม่มีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติม

ที่มา – Engadget, TechCrunch

No Description

No Description

No Descriptionภาพจาก WARR Hyperloop

from:https://www.blognone.com/node/95071