คลังเก็บป้ายกำกับ: CPU

AMD ยื่นข้อเสนอ นำซีพียู Core i7-8086K มาแลก Ryzen Threadripper ฟรี

ย้อนไปในงาน Computex 2018 ที่ผ่านมา Intel ได้เปิดตัวซีพียู Core i7-8086K Limited Edition เพื่อฉลองการครบรอบ 40 ปี ของการเปิดตัว Intel 8086 ไมโครโปรเซสเซอร์ บนสถาปัตยกรรม x86 พร้อมให้ผู้สนใจได้ร่วมชิงโชคเพื่อลุ้นรับซีพียูรุ่นพิเศษ ซึ่ง Intel ใจปล้ำแจกถึง 8086 ชุด

แต่ล่าสุด AMD ได้ยื่นข้อเสนอสำหรับผู้โชคดีที่ได้ซีพียู Intel Core i7-8086K Limited Edition ซึ่งมี 6 คอร์ 12 เธรด, สัญญาณนาฬิกา 4GHz, Boost สูงสุดที่ 5GHz นำมาแลกซีพียู Ryzen Threadripper 1950X ที่มี 16 คอร์ 32 เธรด, สัญญาณนาฬิกา 3.4GHz, Boost สูงสุดที่ 4GHz ได้ฟรี แถมบอกด้วยว่าการแลกเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อการใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงไปอีก 40 ปี

โดยเงื่อนไขของ AMD ในการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ ระบุว่าจะต้องเป็นผู้โชคดี 40 คนแรก ที่ได้รับซีพียู Intel Core i7-8086K Limited Edition, มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกติกาต่างๆ จะถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้

สำหรับ Intel Core i7-8086K Limited Edition มีราคาอยู่ที่ 425 ดอลลาร์ หรือประมาณ 13,900 บาท ขณะที่ AMD Ryzen Threadripper 1950X ราคาอยู่ที่ 800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 26,000 บาท

ที่มา : PCWorld, AMD

No Description
ภาพจาก Techpowerup

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103226

Advertisements

AMD – ชมผลการทดสอบของชิปประมวลผล Ryzen 3 2300X และ Ryzen 5 2500X สั้นๆ จะแรงไปไหน

สำหรับใครที่กำลังรอการมาของ AMD Ryzen 3 2300X และ Ryzen 5 2500X ที่เป็นรุ่นที่มีราคาถูกกว่าตัวท็อปอย่าง AMD Ryzen 7 2700X อย่างที่ได้เห็นประสิทธิภาพของ AMD Ryzen 7 2700X กันไปแล้ว และคาดหวังว่ารุ่นน้องอย่าง Ryzen 5 และRyzen 3 Gen2 จะแรงเหมือนกัน วันนี้เรามีผลการทดสอบจาก Geekbench มาให้ชมกันด้วย ส่วนจะแรงแค่ไหนไปชมกัน

เริ่มกันที่ตัวแรกอย่าง AMD Ryzen 5 2500X CPU แบบ Quad Core รองรับ multi-thread ที่มีความเร็วพื้นฐานที่ 3.60 GHz และ boost เร่งความเร็วไปที่ 4.00 GHz มี L3 cache ขนาด 16 MB ค่า TDP อยู่ที่ 65W และผลิตขึ้นบนสถาปัตยกรรม 12 นาโนเมตร จึงทำให้มันแรงขึ้นกว่าเดิม ส่วนราคาคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 5000-5500 บาท แต่มีประสิทธิภาพที่พอๆ กับ IntelCore i7-7700 และผลคะแนนก็อยู่ด้านล่างนี้เลย

ตัวถัดไปอย่าง AMD Ryzen 3 2300X CPU แบบ Quad Core ที่มีความเร็วพื้นฐานที่ 3.50 GHz และ boost เร่งความเร็วไปที่ 4.00 GHz มี L3 cache ขนาด 12 MB และผลิตขึ้นบนสถาปัตยกรรม 12 นาโนเมตร จึงทำให้มันแรงขึ้นกว่าเดิม ส่วนราคาคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 4000-4500 บาท แต่มีประสิทธิภาพที่พอๆ กับ IntelCore i5-7600k และผลคะแนนก็อยู่ด้านล่างนี้เลย

เรียกได้ว่าหลังจากที่ผลการทดสอบนี้ออกมา น่าจะทำให้ใครหลายคนสมหวังกันไปไม่น้อย ด้วยความแรงที่ถือว่าใช้ได้เลย และ ราคาที่เร้าใจ คือถูกกว่า Intel เกือบครึ่ง แต่แรงพอๆ กัน สำหรับใครที่อยากได้ความแรงในราคาที่ถูกกว่า AMD Ryzen Gen2 ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย ส่วนวันเข้าไทย และ ราคาในไทยจะเท่าไหร่ ถ้าเรารู้เมื่อไหร่จะรีบมาบอกเพื่อนๆ กันนะครับ

ที่มา wccftech

from:https://notebookspec.com/amd-amd-ryzen-3-2300x-ryzen-5-2500x-test-res/444250/

HPE เปิดตัว ARM Supercomputer ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกว่า 145,000 Core เร็ว 2.3 Petaflops

HPE ได้ออกมาประกาศเปิดตัว HPE Astra ระบบ Supercomputer ที่ใช้ CPU ตระกูล ARM ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยจำนวนกว่า 145,000 Core พร้อมประสิทธิภาพระดับ 2.3 Petaflops

 

ภาพ Render ของ HPE Astra Credit: https://www.zdnet.com/article/hpe-announces-worlds-largest-arm-based-supercomputer/

 

ระบบ Supercomputer นี้ถูกออกแบบโดยใช้ HPE Apollo 70 จำนวนมากที่ติดตั้ง ARM CPU จาก Cavium Thunder X2 จำนวน 5,184 ชุด ที่ความเร็ว 2GHz โดยใช้สถาปัตยกรรมการออกแบบแบบ Memory-Driven Computing เพื่อให้หน่วยประมวลผลทั้งหมดสามารถเข้าถึงหน่วยความจำปริมาณมหาศาลได้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าทั่วๆปถึง 33% ทำให้สามารถรองรับงานประมวลผลเฉพาะทางประสิทธิภาพสูงได้ดี แตกต่างจากแนวทางการใช้ GPU ไปอีกแบบ

มีการคาดกันว่าประสิทธิภาพระดับนี้น่าจะทำให้ HPE Astra สามารถก้าวเข้าสู่ทำเนียบของ Supercomputer ที่เร็วที่สุด 100 อันดับแรกได้ทันที โดยระบบนี้จะถูกนำไปใช้ที่ National Nuclear Security Administration (NNSA) ของ US Department of Energy สำหรับการประมวลผลด้านความมั่นคงของสหรัฐ, พลังงาน, วิทยาศาสตร์ และสาธารณสุข

ก้าวนี้ถือเป็นทั้งการเปิดศักราชใหม่ของตลาด Supercomputer สำหรับ HPE และ ARM ไปพร้อมๆ กัน และหลังจากนี้ก็เชื่อว่าจะมีระบบ Supercomputer ที่ใช้ ARM เกิดขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง

 

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/hpe-announces-worlds-largest-arm-based-supercomputer/, https://www.digitaltrends.com/computing/hpe-arm-supercomputer/

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-astra-largest-arm-supercomputer-is-announced/

Microsoft เริ่มพอร์ตโค้ด Windows 10 และ Linux ให้มาทำงานบน CPU ที่ Microsoft ออกแบบเอง

หลายๆ คนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า Microsoft นั้นมีการออกแบบและพัฒนา CPU ของตนเองภายใต้ชื่อโครงการ E2 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรมใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเทคโนโลยีที่เราใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน และ Microsoft เองก็เริ่มทำการแปลงโค้ดของ Windows 10, Linux และระบบปฏิบัติการอื่นๆ ให้มาทำงานบน E2 CPU แล้ว

 

Credit: https://twitter.com/sigarch/status/1004395534281396225

 

E2 CPU นี้มีการออกแบบที่แตกต่างไปจาก CPU จาก Intel, ARM, AMD และอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ด้วยการใช้สถาปัตยกรรมของ Instruction Set ที่เรียกว่า Explicit Data Graph Execution หรือ EDGE โดยมีข้อมูลที่ไม่ยืนยันระบุว่าในช่วงแรกนั้น E2 CPU ได้ถูกนำมาใช้เป็นหน่วยประมวลผลบน FPGA ก่อนในแบบ Prototype และต่อไป Qualcomm ก็จะเริ่มทำการทดสอบ CPU ที่มีความเร็ว 2GHz และผลิตด้วยเทคโนโลยี 10nm

โครงการพัฒนา E2 CPU ของ Microsoft นี้มีมาตั้งแต่ปี 2010 แล้ว ในขณะที่งานวิจัยในระดับมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับหน่วยประมวลผลดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปี 2000 ด้วยเป้าหมายที่จะพัฒนาหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพระดับ TFLOPS ขึ้นมาให้ได้ แต่ปัจจุบันโครงการนี้ของ Microsoft ก็มีเป้าหมายที่ยังไม่แตกต่างออกไปนัก คือการพัฒนาหน่วยประมวลผลที่เหนือกว่า Intel, ARM และ AMD ให้ได้

ตอนนี้ Microsoft กำลังแปลงโค้ดของ Windows 10, Linux, Busybox, FreeRTOS, LLVM C/C++ Compiler/Debugger และ C/C++ Runtime Library อื่นๆ ให้มาทำงานบน E2 ได้ เพื่อทำการแสดงว่าเหล่านักพัฒนานั้นไม่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงโค้ดใดๆ ภายใน Software ของตนเองเลยก็สามารถนำมาใช้งานบนหน่วยประมวลผลนี้ได้ทันที เพียงแค่นำมา Compile ใหม่เท่านั้น

หลังจากนี้ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าอนาคตของ CPU จาก Microsoft นี้จะถูกพัฒนาในทิศทางใดต่อไป และจะมาตอบโจทย์ใดบนโลกใบนี้

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2018/06/18/microsoft_e2_edge_windows_10/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-is-porting-windows-10-and-linux-to-its-microsoft-edge-cpu/

Tips – สอนวิธีปิด Turbo Boost ช่วยลดอุณหภูมิเครื่องได้มากกว่า 20 องศา ได้ผลชัวร์ 100%

หลายคนที่ใช้งานเกมมิ่งโน้ตบุ๊คอยู่เวลาเล่นเกมหนักๆ เป็นเวลานานคงจะเจอสภาพเดียวกันกันหมด นั่นก็คืออุณหภูมิตัวเครื่องค่อนข้าง ร้อนจนอดเป็นห่วงไม่ได้ ทั้งที่เล่นในห้องแอร์ก็แล้ว ใช้ Cooling Pad เปลี่ยนซิลิโคนใหม่ก็แล้ว หรือบางทีก็ร้อนจนแบบทะลุ 95 องศาจับบอดี้แล้วลวกมือก็มี ซึ่งความร้อนที่มากเกินไปเหล่านี้อาจจะส่งผลกระทบต่ออายุการใช้งานเครื่องได้ โดยในบทความนี้เองทีมงาน NBS จะมาสอนวิธีการปิด Turbo boost เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของ CPU กันแบบง่ายๆ จะมีวิธีการอย่างไรบ้างไปดูกันเลย

ขั้นตอนการปิด Turbo Boost

1. ไปที่ Control Panel แล้วเลือกไปที่ Power option

2. กด Creat a power plan ด้านซ้ายมือ

3. จากนั้นให้สร้าง Plan ใหม่ ตั้งชื่ออะไรก็ได้ ในบทความจะใช้ชื่อว่า “Turbo Boost Off”

4. กลับมาที่ Power Option จะเห็นว่ามี Plan “Turbo Boost Off” เพิ่มเข้ามาจากนั้นกด Change Plan Setting > Change advance power settings

5. ดูที่แท็ป Advanced settings ให้เลื่อนลงด้านล่างหาหัวข้อ Processor Power Management แล้วปรับตรง Maximum Processor State โดยการแก้ตัวเลขให้ต่ำกว่า 100% (แนะนำแก้เป็นช่วง 60-85%) จากนั้นก็กด OK เป็นอันเสร็จสิ้นครับ

เปรียบเทียบอุณหภูมิระหว่างเปิด Turbo Boost 100% กับแบบ 80%

ในการทดสอบครั้งนี้ทีมงาน NBS ใช้เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่เป็นสเปค i7-8750H + GTX 1060 6 GB + Ram 16 GB เล่นเกม PUBG ปรับกราฟิคระดับ Ultra สุดทุกอย่าง ปิด V-sync บนความละเอียด Full HD มาดูกันครับว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

รูปภาพแรกทางฝั่งซ้ายจะเป็นอุณหภูมิของ CPU แบบที่เปิด Turbo Boost 100% ส่วนรูปทางขวาจะเป็นรูปที่ลด Turbo Boost ลงมาเหลือ 80% จะเห็นได้ว่าอุณหภูมิ CPU ตัวเครื่องลดลงมาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว จาก 100 องศาแบบร้อนๆ พัดลมทำงานหนักเสียงดัง เหลือเพียง 68 องศาเท่านั้น (ลดลงเยอะกว่า 30 องศาทีเดียว) และพัดลมเสียงไม่ดังเท่าด้วย

 

ส่วนเฟรมเรท PUBG ปรับ Ultra ทุกอย่าง ในเกมรูปแรกถ้าเปิด Turbo Boost 100% ปกติจะมีค่า FPS วิ่งอยู่ที่ประมาณ 60+ ตลอดแต่จะมาตกหล่นมาบ้างบางฉากที่มี Texture เยอะๆ ซึ่งอุณหภูมิวิ่งที่ระดับกับ 85+ องศาขึ้นไปถือว่าค่อนข้างร้อนเลยทีเดียวครับ

รูปสองลด Turbo Boost เหลือ 80% จะเห็นว่าค่า FPS จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหลือเฉลี่ยประมาณ 50-60 FPS ซึ่งสังเกตอุณหภูมิ CPU วิ่งไม่ถึง 70 องศาด้วยซ้ำตลอดการเล่นสามตาติดๆ กัน

สรุป

จากผลการทดสอบและเปรียบเทียบสังเกตว่าเมื่อลดค่า Turbo Boost ลงไปแล้ว สามารถลดอุณหภูมิได้วกว่า 30 องศาเลยทีเดียว ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเฟรมเรทโดยตรงสำหรับเกมที่ใช้ทรัพยากรสูงๆ อย่างเช่น PUBG ที่ปรับกราฟิคระดับ Ultra ซึ่งตัวเกมกินสเปคค่อนข้างหนักเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าหากเล่น PUBG หรือเกมอื่นๆ ที่กินสเปคหนักๆ ให้ลื่นไหลแบบใช้วิธีลด Turbo Boost ก็ควรปรับค่ากราฟิคในเกมแค่ระดับ Medium – High ก็พอ เพื่อจะได้ไม่เห็นความแตกต่างของ FPS นั่นเองครับ (ต่างอย่างมาก 5 FPS)

เป็นอย่างไรกันบ้างกับบทความสอนวิธีปิด Turbo Boost หวังว่าเพื่อนๆ ชาว NBS ทุกคนจะสามารถทำตามกันได้ไม่ยาก ซึ่งจะช่วยถนอมเครื่องเราให้อยู่กับเราไปนานๆ หรือถ้าหากเพื่อนๆ คนไหนมีข้ออะไรสงสัยหรืออยากให้ทีมงาน NBS ทำบทความอะไรเพิ่มเติมก็สามารถบอกกล่าวได้ที่ข้างล่างคอมเมนต์มากันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/tips-how-to-turn-off-close-turbo-boost-reduce-temperature-cooling/444064/

CPU – มาแล้วราคาของ Intel Core i7-8086K Limited Edition เริ่มต้นราคาประมาณ 15,000 บาท แพงสุดราคาประมาณ 28,000 บาท

หลายคนคงอาจจะทราบข่าวกันมาบ้างแล้วว่าทาง Intel ได้ออก CPU รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 40 ปี Intel โดยรุ่นที่ได้ออกมาคือ Intel Core i7-8086K Limited Edition หรือ Intel Core i7-8700K ที่แรงขึ้นกว่าเดิม สำหรับวันนี้ทาง Intel ได้เปิดเผยราคาออกมาแล้ว โดยมีหลายรุ่นให้เลือกด้วยกัน ตามความเร็ว ซึ่งบอกเลยว่าตัวแพงสุดอยู่ที่ราคาประมาณ 28,000 บาท ส่วนราคารุ่นอื่นๆ อยู่ด้านล่างนี้เลย

สำหรับความพิเศษของ Intel Core i7-8086K Limited Edition คือนอกจจากจะ Limited Edition แล้ว ยังมาพร้อมกับความเร็วที่มากกว่าเดิมด้วย โดยเป็นความเร็วที่ Intel กรันตีว่าเพียงแค่เปิดกล่อง ก็จะได้ความเร็วนี้ทันที ไม่ต้องมีการ Overclock เพิ่มแต่อย่างใด สำหรับในเรื่องของความเร็วที่ได้จะเริ่มต้นที่ 5.0 GHz และสูงสุดที่ 5.3 GHz ทำให้มีการแบ่งเป็น 4 รุ่นย่อย หรือ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นรุ่นละ 100 MHz นั่นเอง

  • Core i7-8086K @ 5.0 GHz ราคาประมาณ 15,000 บาท
  • Core i7-8086K @ 5.1 GHz ราคาประมาณ 16,000 บาท
  • Core i7-8086K @ 5.2 GHz ราคาประมาณ 19,000 บาท
  • Core i7-8086K @ 5.3 GHz ราคาประมาณ 28,000 บาท

ส่วนราคาจะเริ่มต้นที่ 15,000 บาท และ แพงสุดราคาประมาณ 28,000 บาท เรียกได้ว่าแพงเอาเรื่อง ส่วนตัวคิดว่าราคาที่เพิ่มขึ้น มาจากการที่ Intel จะต้องทำให้ CPU รุ่นที่แรงกว่า มีความทนทานเท่ากับรุ่นที่แรงน้อยกว่า เนื่องจากแรงกว่าย่อมมีความร้อนที่มากกว่าด้วยเช่นกัน เลยทำให้ออายุการใช้งานสั้นกว่า Intel ต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ รวมไปถึงมีความยากในการผลิตที่มากกว่าด้วย เพื่อนๆ ละครับถ้าจะต้องจัดหนึ่งใน 4 รุ่นนี้จะเลือกรุ่นไหน ลองคอมเม้นบอกกันได้นะครับ

ที่มา wccftech

from:https://notebookspec.com/intel-core-i7-8086k-limited-edition-price-4-choice/444060/

Preview – Intel Core i7-8086K มีดีที่ 5GHz และความ LIMITED EDTION ต้นกระกูล 8086พ่อทุกสสถาบัน

หากย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปี ที่แล้ว ใครจะคิดว่าคอมพิวเตอร์จะพัฒนามาได้ถึงขนาดนี้จากคอมพิวเตอร์ที่มีเครื่องขนาดใหญ่ ประมวลผลงานได้เทียบเท่าเครื่องคิดเลข แค่นั้นก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว และหนึ่งในบริษัทที่ได้ชื่อว่าวางรากฐานวงการคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่แรกคือ โดยได้เปิดตัวซีพียูตัวแรกของบริษัทในนามว่า Intel 8086 เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นซีพียูตัวแรกที่มาพร้อมสถาปัตกรรม X86 ที่เราใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้

หน้าตา Intel 8086 ต้นกระกูล Intel พ่อทุกสสถาบัน

และเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปี ของซีพียูที่ถือเป็นต้นตระกูลของซีพียูทุกวันนี้ Intel ก็เลยได้เปิดตัวซีพียูรุ่นพิเศษในงาน Computex 2018 ที่ผ่านมาด้วยซีพียูที่มาในรหัสเดียวกันอย่าง Intel Core i7-8086K โดยเป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นมาจาก i7-8700K เพิ่มความเร็วสูงกว่าปกติ 300 MHz เป็น 4.0GHz และสามารถเร่งความเร็ว Turbo Boost ไปได้สูงสุดที่ 5.0 GHz โดยสเปคอื่นจะเหมือนกับ i7-8700K ทุกประการ

ลิงค์เทียบสเปค : https://intel.ly/2Mziyoj

เทียบสเปคระหว่าง i7-8700K และ i7-8086K จะเห็นว่ามีจุดต่างแค่ความเร็วที่เริ่มต้น 4GHz และ Turbo Boost ที่ 5.0GHz โดยสเปคอื่นๆนั้นเท่ากันหมด ไม่ว่าจะเป็น คอร์ เทรด แคช หรืออื่นๆ แต่จะมีความเนียน 2 อย่างที่ i7-8086K โดนถอดออกไปคือ ไม่มี Intel vPro และ Intel SIPP ที่โดนตัดออก ซึ่งจริงๆก็ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไรหรอก แต่แน่นอนว่าแม้จะโดนตัดออปชั่นบางอย่างออก แต่ได้ความเร็วเพิ่มขึ้นมาราคาจึงเพิ่มขึ้นมาเป็น $425 หรือราคาขายในบ้านเราที่ 15,990 บาท ขณะที่ i7-8700K จะอยู่ที่ $359-$370 หรือ 12,800 บาท แพงขึ้นมาถึง 3,000 บาท กับความเร็วที่เพิ่มขึ้นมา 300MHz (หรือตก 100MHz ต่อ 1,000 บาท เลยทีเดียว) แต่แน่นอนว่ามันเป็น LIMITED EDTION จึงเอาแค่ความเร็วต่อราคามาเทียบกันไม่ได้หรอก (มั้ง)

มาพรีวิวตั้งแต่กล่องกันก่อนเลย Intel Core i7-8086K มาในกล่องทรงเดียวกับ i7-8700K แต่จะเป็นกล่องแข็งและเปิดโดยการกรีดฉลาดและดึงออกมาเท่านั้น ไม่ได้เป็นกล่องกระดาษบางและดึงจากด้านข้างแล้ว เป็นกล่องเล็กแบบไม่แถมพัดลมมาด้วย และที่สำคัญคือมาพร้อมคำว่า LIMITED EDTION ชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความเลอค่าอมตะยิ่งนัก นอกนั้นก็พิมพ์ชื่อรุ่น สเปคเหมือนกล่องซีพียูทั่วไป

โดยทีมงานไปหิ้วเจ้า Intel Core i7-8086K มาจากไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศกลุ่มแรกที่ขาย จึงมีสติกเกอร์ร้าน และการเขียนชื่อรุ่นด้วยปากกาขาวกันสับสนมาด้วย ซึ่งจะต่างจากบ้านเราเล็กน้อย

เมื่อเปิดกล่อง Intel Core i7-8086K ออกมาก็จะพบกับคู่มือ พร้อมติกเกอร์ติดที่เคสซึ่งเป็น Intel Core i7 Gen 8 ธรรมดา ไม่ได้ลิมิเต็ดแต่อย่างใด -*- แต่ที่ลิมิเต็ดจะเป็นใบรับรองที่การันตีว่าเป็นซีพียูรุ่นพิเศษฉลอง 40 ปี Intel และจดหมายที่ระลึกจาก CEO ซึ่งซีพียูทั่วไปคงไม่มีมาให้แน่นอน

หน้าตาของซีพียู Intel Core i7-8086K ก็เหมือนๆกับซีพียูทั่วไปละครับ ไม่ได้มีสีสันอะไรพิเศษ แต่มีชื่อรุ่น Intel Core i7-8086K ที่ไม่เหมือนชาวบ้านชาวเมืองเท่านั้นเอง

Intel Core i7-8086K เป็นซีพียูที่ Intel ออกมาพิเศษจริงๆด้วยความเป็น LIMITED EDTION ที่มาทั้งกล่องพิเศษ ใบรับรอง และความเร็วที่สามารถ Boost ได้ถึง 5.0GHz โดยไม่ต้อง OC หรือต้องปรับอะไรให้วุ่นวาย และที่สำคัญคือมีจำนวนจำกัด เหมาะกับสายสะสม หรือต้องการซีพียูที่แรงมาเลยแบบไม่ต้องปรับแต่งอะไรให้วุ่นวายและที่สำคัญคือเงินไม่ใช่ปัญหา เพราะราคาซีพียูตัวนี้สูงถึง 15,990 บาท

แต่ถ้างบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ และเน้นการใช้งานที่ไม่ต้องการความเร็วสูงสุด แค่ต้องการ Core-i7 ที่สามารถ Boost ความเร็วได้สูงสักหน่อย OC บ้าง ลากบ้าง และเน้นความคุ้มค่าที่ไม่ได้ต้องการของสะสม ผมว่าแค่ Intel Core i7-8700K ก็เพียงพอในการใช้งานแล้ว ด้วยราคาเพียง 12,800 บาท ถูกกว่า Intel Core i7-8086K ถึง 3,000 บาท แถมได้ใช้เต็มฟังค์ชั่นทั้ง Intel vPro และ Intel SIPP อีกด้วย

รีวิวประสิทธิภาพตามมาเร็วๆนี้

ใครอยากลองจัดสเปค Intel Core i7-8086K ตามไปจัดกันได้เลยที่ : https://bit.ly/2HUVwVr

 

from:https://notebookspec.com/preview-intel-core-i7-8086k-limited-edtion/444035/