คลังเก็บป้ายกำกับ: Digital_Advertising

โซเชียลไทยคึกคัก รับศึกพิซซ่าแป้งดำ

เพจดังแชร์ภาพโฆษณาพิซซ่าแป้งสีดำที่หลายแบรนด์พร้อมใจสร้างสรรค์ออกมาแย่งลูกค้าที่อยากลองของใหม่ ทำให้วงการโซเชียลไทยเฮฮาอารมณ์ดีกับข้อความที่เกทับบลัฟแหลกกันจนเป็นสีสันที่เรียกยอดไลค์ได้สุดคึกคัก กลายเป็นอีกศึกล่าสุดของวงการการตลาดออนไลน์ในอุตสาหกรรมพิซซ่าที่น่าจับตา

โฆษณาแรกที่โซเชียลไทยหยิบมาพูดถึงเป็นของ Pizza Hut ที่ใช้ข้อความว่า “แปลกไปหรือแปลกใหม่?” พร้อมกับอธิบายว่า The BLACK นี้ทำมาจาก Black Cocoa ธรมชาติ 100%

คู่แข่งอย่าง The Pizza ไม่ยอมแพ้ ส่งโปสเตอร์พร้อมข้อความว่า ”พิซซ่า แบล็ก โวลเคโน่ เดือดกว่า ดาร์กกว่า” อธิบายให้เห็นภาพอีกว่าเข้มด้วยแป้งโกโก้ ปะทุลาวาชีส

ทีเด็ดอยู่ที่รายสุดท้ายคือ Domino Pizza ที่ใช้พื้นหลังสีดำ แต่โชว์พิซซ่าแป้งขาวพร้อมชีสไหลเยิ้มล่างข้อความว่า — จงอย่าเข้า “สู่ด้านมืด”

สถิติตั้งแต่ 14 กันยายนที่ผ่านมา โพสต์แซวแคมเปญนี้บนเพจ “สับหนัง ฝังซีรีย์” ถูกแสดงความรู้สึก 13,000 ครั้ง ความเห็นมากกว่า 4,600 รายการหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย การแชร์ระเบิดไปหลัก 19,000 ครั้ง ล่าสุด เพจดังกล่าวระบุว่าทาง “Pizza Hut” ได้ติดต่อและส่งพิซซ่า 4 ถาดมาให้เพจลองชิม เพจจัดการติดป้ายคำ #ขอขอบคุณพิซซ่าฮัทครับ และ #PizzaHut ให้ตามธรรมเนียม แม้โพสต์รีวิวพิซซ่าแป้งดำจะได้รับความสนใจไม่มาก แต่ทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นอีกกรณีศึกษาน่าสนใจในแวดวงโซเชียลไทย

https://web.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Fsubnang%2Fposts%2F2733209790038194&width=500

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/09/pizza-cocoa-social-thai/

Advertisements

Amazon ยิ้มกว้าง แบรนด์ดังแห่ซื้อโฆษณาเพียบ

สื่ออเมริกันตั้งข้อสังเกตว่าวันนี้เพจค้นหาข้อมูลสินค้าของ Amazon นั้นเต็มไปด้วยโฆษณา โดยผลจากการที่แบรนด์ดังมากมายที่แห่เข้ามาซื้อโฆษณากับ Amazon มากขึ้นอย่างชัดเจน นั้นตอกย้ำว่า Google ที่เป็นเจ้าพ่อวงการโฆษณาออนไลน์กำลังถูกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดไปไม่มากก็น้อย

สำนักข่าวที่รายงานแนวโน้มความรุ่งโรจน์ของ Amazon คือ Recode ซึ่งเมื่อทดลองค้นหาข้อมูลบน Amazon พบว่าบริการและหน้าผลการค้นหาของ Amazon จัดเต็มโฆษณาที่ได้รับการสนับสนุนหรือ sponsored ads มากขึ้น โดย sponsored ads นี้เป็นโฆษณาที่แบรนด์จะต้องประมูลจึงจะสามารถแสดงรายการสินค้าไว้ด้านผลของผลการเสิร์ชบน Amazon

Recode ย้ำว่าหลังจากศึกษาบริการของ Amazon มาระยะหนึ่ง พบ sponsored ads ถูกแบรนด์ใหญ่หมายปองมากขึ้น แถมแบรนด์ยังกล้าเสนอราคาสูงเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองโดดเด่นขึ้นเมื่อผู้บริโภคค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Amazon มีการจัดพื้นที่แสดง sponsored ads ให้ปรากฏในการค้นหาที่มีการใช้คำทุกรูปแบบทั้งคีย์เวิร์ดวงกว้างและคีย์เวิร์ดเฉพาะเจาะจงด้วย

ซึ่งความสามารถเหล่านี้ทำให้ sponsored ad ถูกมองว่าจะช่วยนักการตลาดรายใหญ่ของแบรนด์ดัง ให้มีโอกาสในการขายของบริษัท ตัวอย่างเช่น Kellogg ที่อัดงบเต็มที่เพื่อให้แบรนด์ในเครือ Kellogg ได้โชว์ตัวทันทีเมื่อมีการค้นหาคำว่า “cereal” หรือธัญพืช ซึ่งนอกจาก Kellogg วันนี้ยังมีอีกหลายบริษัทที่ลงทุนใน Amazon ตามรอย Kellogg

รายงานระบุว่าเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประมาณ 8% ของจำนวนการดูสินค้าบนหน้าผลิตภัณฑ์ของ Amazon มาจากลิงก์ sponsored ad ตัวเลขนี้มากกว่า 2 เท่าของปีที่แล้ว (ข้อมูลการสำรวจจาก Jumpshot) จุดนี้รายงานของ Recode พบว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนการดูสินค้าบนหน้า Amazon นี้เชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของ sponsored ad และตำแหน่งที่ Amazon จัดวางใหม่ให้โดดเด่นขึ้น

สถิติยังชี้ว่าเม็ดเงินสะพัดหรือการใช้จ่ายใน sponsored ad ของ Amazon เพิ่มขึ้นเรียบร้อย 165% ต่อปีในไตรมาสที่ 2 ปี 2018 (ข้อมูลจาก Merkle ที่อ้างอิงโดย Recode)

ที่มา: : MarketingDive

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/09/amazon-brands-are-buy/

Ted Baker โชว์คอลเลกชันใหม่ด้วย chatbot พลัง AI

แบรนด์แฟชั่นอย่าง Ted Baker จัดทัพโชว์ผลงานแฟชั่นฤดูใบไม้ร่วงประจำปีนี้ด้วย chatbot ที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI อย่างน่าทึ่ง เพราะสามารถปฏิวัติภาพโชว์ที่เน้นเฉพาะความสวยงาม ให้มีมิติเรื่องการตอบข้อซักถามที่ทำได้แบบเรียลไทม์

แบรนด์ดังที่หลายคนชื่นชอบอย่าง Ted Baker ร่วมมือกับเอเจนซี่ดิจิตอลชื่อ Puzzle สร้างสรรค์ chatbot หรือโปรแกรมตอบอัตโนมัติบนบริการ Facebook Messenger เพื่อทำหน้าที่ตอบคำถามเกี่ยวกับแฟชั่นใหม่ฤดูใบไม้ร่วงที่ Ted Baker จะเริ่มทำตลาดช่วงก่อนปลายปีนี้ โดยผู้ใช้จะสามารถเรียกดูภาพคอลเล็กชันเสื้อผ้าทั้งหมดเพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับซื้อสินค้าภายในแอป Messenger ด้วย

ผู้ช่วยอัจฉริยะ

Ted Baker ตั้งชื่อผู้ช่วยของบริษัทว่า “Seemore” ผู้ช่วยอัจฉริยะนี้จะสามารถตอบคำถามมาตรฐานทั่วไป และช่วยให้ลูกค้าติดตามใบสั่งซื้อ ซึ่งจะถูกผูกพ่วงเข้ากับระบบข้อมูลบริการลูกค้าแบบไร้รอยต่อ

ตัวระบบ Seemore นี้เองที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเรียนรู้จากปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อให้สามารถตอบคำถามได้ถูกต้อง และเป็นคำตอบที่เข้ากับลูกค้าแต่ละคนมากขึ้น

เบื้องต้น Ted Baker จำกัดให้ระบบผู้ช่วยนี้ รองรับชุมชนผู้ใช้ Facebook ในอังกฤษเท่านั้น จุดนี้ Craig Smith ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ดิจิทัลของ Ted Baker กล่าวในการแถลงการณ์ว่า chatbot จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริษัท โดยการตอบคำถามที่ทีมบริการลูกค้าอยู่อาศัยมักจะได้รับอยู่เสมอ

ระบบผู้ช่วยอัตโนมัติของ Ted Baker อย่าง Seemore ถือเป็นระบบล่าสุดในตลาด chatbot ทั่วโลกซึ่งคาดว่าจะเติบโตได้เกือบ 25% ในช่วง 4 ปีข้างหน้า ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในการบริการลูกค้าอาจช่วยให้แบรนด์ลดค่าใช้จ่ายสำหรับการสอบถามข้อมูลทั่วไปและการติดตามคำสั่งซื้อ คาดว่าภายในปี 2023 ระบบ chatbot จะช่วยให้ธุรกิจค้าปลีก ธนาคาร และบริการดูแลสุขภาพ สามารถประหยัดงบประมาณส่วนนี้ได้มากกว่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ตามการประเมินของ Juniper Research)

ที่มา: : MobileMarketing

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/09/ted-baker-chatbot-ai/

Facebook ปรับระบบซื้อโฆษณาให้โปร่งใสมากขึ้น

ก่อนหน้านี้นักการตลาดจำนวนไม่น้อยรู้สึกสงสัยในการวัดผลของแพลตฟอร์มออนไลน์ หลายคนมีความรู้สึกว่าการจ่ายเงินซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์นั้นเป็นการลงทุนที่วัดผลบนระบบที่ไม่โปร่งใส เพื่อแก้ไขปัญหานี้ Facebook ลงมือปรับระบบให้การติดตามรายงานทำได้ง่ายและมีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่โปร่งใสมากขึ้นกว่าเดิม

Facebook ประกาศในโพสต์บล็อกว่ากำลังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ซึ่งจะคลุมทั้งบริการโฆษณาแบบวิดีโอ in-stream video, บทความ Instant Articles และเครือข่าย audience network จุดนี้ Facebook ระบุว่าจะเปิดเผยรายชื่อผู้จัดพิมพ์หรือ publisher lists และรายงานการแสดงโฆษณาหรือ publisher delivery reports ซึ่งจะทำให้ทุกคนได้เห็นว่ามีใครที่ลงโฆษณากับ Facebook บ้าง

เพิ่มความมั่นใจให้นักการตลาด

การเปิดเผยรายชื่อผู้เผยแพร่โฆษณาทั้งหมดที่สร้างรายได้เข้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของตัวเอง จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถดูว่าโฆษณาของแต่ละคนจะถูกส่งไปที่ใดก่อนที่จะเริ่มแคมเปญ ผู้ลงโฆษณายังสามารถดูรายชื่อเว็บไซต์ publisher ผู้เผยแพร่โฆษณาที่โฆษณาของตนปรากฏ ด้วยการดาวน์โหลดรายงานการจัดส่งของผู้เผยแพร่โฆษณา (publisher delivery reports)

นอกจากนี้ Facebook ยังประกาศ (ในโพสต์ที่แยกกัน) ว่ากำลังเปลี่ยนชื่อรูปแบบโฆษณา Canvas มาเป็น “Instant Experience” ซึ่งจะมีการเพิ่มความสามารถใหม่หลายจุด หนึ่งในนั้นคือเทมเพลตใหม่ Instant Forms ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนสามารถแบ่งปันข้อมูลการติดต่อกับธุรกิจได้ง่ายขึ้น

จำนวนแคมเปญที่รันบน Instant Experience พบว่าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นถึง 15 เท่าเมื่อเทียบกับไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่มาตรฐานทั่วไป

สำหรับบริการ Facebook Pixel ระบบ Tracking ของ Facebook ที่ใช้ติดตั้งบนเว็บไซต์ของแบรนด์เพื่อติดตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้เยี่ยมชม เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปกำหนดกลุ่มเป้าหมายการโฆษณาในแบบที่ละเอียดมากขึ้นนั้น Facebook ยังยืนยันว่าจะช่วยให้ผู้ลงโฆษณารวม Facebook Pixel เข้ากับระบบอื่นหรือ third-party pixel เพื่อใช้กับแคมเปญ Instant Experience ได้ด้วย

ผลคือ Pixel จะถูกเพิ่มลงไปใน Instant Experience แบบอัตโนมัติทันทีเพื่อให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถใช้เป็นเครื่องมือให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับลูกค้าที่ร่วมแคมเปญอีกครั้ง จุดนี้นักโฆษณายังสามารถฝังพิกเซลของบุคคลที่สามหรือ third-party pixel เพื่อติดตามการมีส่วนร่วม และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแคมเปญได้ดีขึ้นด้วย

ที่มา: : MarketingDive

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/09/facebook-transparent/

Google เพิ่มวิดีโอให้ Showcase Shopping เตรียมพร้อมรับเทศกาลช็อปปลายปี

Google 

Showcase Shopping ads เป็นโฆษณาบน Google ที่เจ้าของเว็บไซต์สามารถแสดงภาพให้ผู้ชมคลิกซื้อสินค้าได้ทันทีจากโฆษณา ล่าสุด Google เพิ่มการนำเสนอรูปแบบใหม่นั่นคือวิดีโอ ทำให้วันนี้โฆษณา Shopping Showcase สามารถเข้าถึงผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ได้ดีขึ้น ถือเป็นการเตรียมพร้อมในช่วงก่อนที่เทศกาลวันหยุดปลายปีที่กำลังจะมาถึง

Shopping Showcase เป็นรูปแบบโฆษณาพร้อมช็อปที่ Google เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว จากที่มีเพียงภาพนิ่งเท่านั้น วันนี้ Google จัดวิดีโอเป็นส่วนขยายให้โฆษณา Shopping Showcase โดยแทนที่นักการตลาดจะสามารถอัปโหลดภาพผลิตภัณฑ์จำนวนมากไปยังโฆษณาเดียว แต่นับจากนี้ทุกคนจะสามารถเพิ่มวิดีโอ ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้กลมกลืนกับโฆษณาและเข้ากับประสบการณ์การใช้งานมากกว่าวิดีโอทั่วไป

การให้ความสำคัญกับวิดีโอของ Google ถือเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจ เพราะการสำรวจพบว่าผู้บริโภคเกือบ 2 ใน 3 กล่าวว่าวิดีโอออนไลน์ให้แรงบันดาลใจและความคิดสำหรับการซื้อสินค้าในอนาคต ขณะที่ 90% ระบุว่าพบผลิตภัณฑ์และรู้จักแบรนด์ใหม่จาก YouTube

สำหรับภาพ Shoppable images เป็นภาพที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถแสดงโฆษณาเกี่ยวกับเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์พันธมิตร เครื่องมือนี้ช่วยให้ publisher ผู้เผยแพร่โฆษณาสามารถมอบโอกาสให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้ง่าย ตัวอย่างเช่น ผู้ซื้ออาจคลิกเข้าชมบล็อกโปรดของตัวเอง และเลือกชมรายการข้อเสนอพิเศษที่คล้ายกันเมื่อคลิกไอคอนป้าย tag บนรูปภาพ จุดนี้ Google กล่าวว่าจะเปิดตัวฟีเจอร์นี้แก่ publisher ผู้เผยแพร่โฆษณาวงกว้างมากขึ้น และกำลังทดสอบฟีเจอร์นี้ใน Google Image Search ต่อไป

การปรับตัวครั้งนี้เชื่อว่า Google เตรียมมาเพื่อตอบโจทย์นักช็อปช่วงปลายปี โดยการสำรวจของ Google ย้ำว่ามากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ซื้อสินค้าช่วงเทศกาลหยุดยาว จะค้นหาภาพสินค้าก่อนที่จะเดินทางไปที่ร้านเพื่อซื้อสินค้า

ที่มา: : MarketingDive

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/09/google-showcase-shopping-ads/

ตามไปดู 6 วิดีโอใหม่จาก iPhone XR, XS และ XS Max รวมถึง Apple Watch Series 4

Apple CEO Tim Cook speaks about the Apple iPhone XS at the Steve Jobs Theater during an event to announce new Apple products Wednesday, Sept. 12, 2018, in Cupertino, Calif. (AP Photo/Marcio Jose Sanchez)

เพียงแค่วันเดียว Apple ก็จัดวิดีโอ 6 ชุด  เพื่อเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับอีเวนท์เปิดตัวสินค้าเรือธงรุ่นใหม่อย่าง iPhone XR, XS และ XS Max รวมไปถึง Apple Watch Series 4 โดยทั้ง 6 วิดีโอ  สามารถเรียกผู้ชมได้หลายแสนครั้ง แต่มีเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถเรียกแขกได้มากกว่า 8 ล้านครั้งในเวลาไม่ถึง 14 ชั่วโมง

ตามคาดความคาดหมาย Apple กลายเป็นข่าวพาดหัวตัวใหญ่ของสำนักพิมพ์ทั่วโลกออนไลน์ด้วยการเปิดตัวทั้ง iPhone XR, XS และ XS Max (อ่านว่าไอโฟนเท็นอาร์ เท็นเอส และเท็นเอสแม็กซ์) ครั้งนี้ Apple โชว์ภาพยนตร์ที่เล่นก่อนเริ่มงานบน YouTube ด้วย เรียกยอดชมได้ 3.7 แสนครั้งใน 16 ชั่วโมงแรก

ไม่นาน Apple เปิดตัวโฆษณา Apple Watch Series 4 — Hokey Pokey สะท้อนการใช้งานของนาฬิกาในกลุ่มคนหลากหลาย โฆษณานี้ถูกเปิดชมน้อยกว่าวิดีโอแนะนำการใช้งาน Introducing Apple Watch Series 4 จำนวน 2 ชุดที่ถูกเปิดชมมากกว่า 5 แสนถึง 7 แสนครั้งในช่วง 16 ชั่วโมงแรก

ทั้งหมดนี้แพ้วิดีโอ Introducing iPhone XS, iPhone XS Max, and iPhone XR ยอดชมทะลุ 4,204,687 ครั้งในช่วง 16 ชั่วโมงแรก แสดงว่าคนสนใจไอโฟนใหม่มากที่สุด

สำหรับวิดีโอแชมป์คือ วิดีโอชื่อ Apple’s big news in 108 seconds ยอดชมทะลุ 8 ล้านครั้งในเวลา 16 ชั่วโมง ถือเป็นรูปแบบวิดีโอสรุปใจความงานอีเวนท์ที่แบรนด์ควรศึกษาให้ดี

แต่น่าเสียดายที่ความคิดเห็นถูกปิดใช้งานสำหรับวิดีโอเหล่านี้ ทำให้เราไม่รู้ความเห็นของผู้ชมที่ชัดเจน มีเพียงการกด “ฉันไม่ชอบวิดีโอนี้” ซึ่งมีผู้ชมจำนวนหลักหมื่นที่คลิกไม่ชื่นชอบโดยไม่รู้เหตุผล  ถึงอย่างไรก็ตามเรายังมองว่าสินค้าของ Apple ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามอยู่ดี

 

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/09/iphone-xr-xs-xs-max-apple/