คลังเก็บป้ายกำกับ: DTAC

กลับมาอีกครั้ง! โปรโมชั่น Spotify Premium ส่งท้ายปี ในราคาเหมา 3 เดือน แค่ 13 บาท

กลับมาตามคำเรียกร้องสำหรับคอเพลงทั้งไทยและเทศ เพราะ Spotify จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษเป็นของขวัญเตรียมต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ด้วยโปรโมชั่น Spotify Premium ค่าบริการลดกระหน่ำเหลือในราคาเหมา 3 เดือน แค่ 13 บาท เท่านั้น!

ถ้าใครยังพอจำกันได้ เมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ทาง Spotify ก็ได้จัดโปรราคาพิเศษแบบนี้ไปแล้ว และในช่วงปลายปี 2561 นี้ก็เช่นกัน ที่ Spotify จัดโปรสุดพิเศษ ค่าบริการสำหรับ Spotify Premium โดยคิดราคาเหมา 3 เดือน แค่ 13 บาท จากปกติเดือนละ 129 บาท (เดือนละประมาณ 4 บาทกว่าๆ) ซึ่งการใช้งานแบบ Premium นี้ ก็แน่นอนว่ามันต้องพิเศษกว่าแบบฟรีเพราะมันสามารถดาวน์โหลดเพลงเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้, Skip เพลงได้ไม่จำกัด, เลือกเพลงฟังได้ทุกเพลง และที่สำคัญคือไม่มีโฆษณาคั่นให้หงุดหงิดหัวใจ โดยเงื่อนไขนี้สำหรับผู้สมัครใช้งานที่ยังไม่เคยเปิดบริการ Premium เท่านั้น

โปรโมชั่นนี้ใช้ได้กับผู้ที่ลงทะเบียน Spotify Premium ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 เท่านั้น ใครสนใจก็อย่ามัวรอช้า เข้าไปสมัครกันได้ในเว็บไซท์ของ Spotify หรือถ้าไม่อยากวุ่นวายนักก็สามารถเลือกตัดเงินผ่านบริการของ AIS และ dtac ได้เลย 13 บาทได้ 3 เดือนเหมือนกันจ้า

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Spotify

from:https://droidsans.com/spotify-premium-promotion-13-baht-3-months/

Advertisements

ดีแทค มอบกระทงมันสำปะหลังรักษ์โลก ฉลองเปิดศูนย์บริการดีแทค ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าแห่งยุคริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ดีแทคจัดกิจกรรมขอบคุณลูกค้า ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี เริ่มต้นกับเทศกาลลอยกระทง พิเศษสุด ในโอกาสเปิดศูนย์บริการดีแทค ไอคอนสยาม สำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ที่มาทำธุรกรรมเปิดเบอร์ใหม่ เปลี่ยนเป็นรายเดือน หรือย้ายค่าย พร้อมสมัครแพ็กเกจมูลค่า 899 บาท หรือซื้อสมาร์ทโฟน

dtac

พร้อมสมัครแพ็กเกจ แพ็กใดก็ได้ จะได้รับกระทงมันสำปะหลัง รักษ์โลกสีฟ้า สดใส ไว้ลอยในวันลอยกระทง คืนวันพระจันทร์เต็มดวง ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในระหว่างวันนี้ – 22 พฤศจิกายน 2561 (สินค้ามีจำนวนจำกัด) เฉพาะสาขาไอคอนสยามสาขาเดียวเท่านั้น

และเตรียมพบกับเซอร์ไพรส์ ให้กับลูกค้าในวัน Customer Day ที่ดีแทคขอมอบความสุข และขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความไว้วางใจให้ดีแทคดูแล ในเทศกาลคริสมาสต์ ปีใหม่ ที่กำลังจะมาถึง ที่ศูนย์บริการดีแทค 52 สาขา ทั่วประเทศ

from:http://mobileocta.com/dtac-donates-krathong-to-save-the-world-celebrate-dtac-hall-icon-siam/

dtac ประกาศความพร้อม 5G เตรียมทดสอบระบบทันที เมื่อได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.

การเข้าสู่ศักราชของ 5G จะต้องทำความเข้าใจในศักยภาพการสื่อสารดิจิทัลที่ต่างจากเดิม เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ซึ่งแตกต่างจากการมาของเทคโนโลยีการสื่อสาร 3G และ 4G การมาถึงของ 5G จะไม่ใช่แค่กรณีของผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่จะเปลี่ยนอุปกรณ์โครงข่ายของตน หรือผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เพียงเท่านั้น แต่รวมถึงการมีส่วนร่วมทั้งอุตสาหกรรมสู่การเชื่อมต่อธุรกิจ ไม่เพียงแต่กับผู้บริโภค แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจอื่นด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนสู่กลยุทธ์ 5G ของไทย

ดีแทคได้ชี้วัดให้เห็นว่าการทำเกษตรกรรมเป็นความสำคัญหลักที่ 5G สามารถปลดล็อกมูลค่ามหาศาลให้แก่ประเทศไทยได้ กรณีนางสาวปคุณา บุญก่อเกื้อ หรือแก้ว เกษตรกรสาวเจ้าของบ้านสวนเมล่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยโซลูชัน “ฟาร์มแม่นยำ” ซึ่งถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีInternet of Things เพื่อการทำเกษตรที่มีความแม่นยำที่เราพัฒนาขึ้น ทำให้เธอมีรายได้เพิ่มจากการทำเกษตรแล้วมากกว่าร้อยละ 20 วันนี้เมล่อนจากสวนของคุณแก้วเป็นที่ต้องการของตลาดสูง เช่น การบินไทยได้ติดต่อนำเมล่อนสดที่มาพร้อมกับรสชาติอร่อยไปเสิร์ฟให้กับผู้โดยสารในเที่ยวบิน และในขณะที่สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว แต่ 5G จะต้องทำให้คุณแก้วได้ทำผลิตผลจากเกษตรกรรมและมีรายได้ดียิ่งขึ้น

วันนี้ ดีแทคได้พัฒนาและให้บริการเชิงพาณิชย์แอปพลิเคชันฟาร์มเมอร์อินโฟ (Farmer Info)ด้วยเทคโนโลยี AI และ Big Data ทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลปัจจัยการเพาะปลูกแบบครบวงจรรายแรกๆ ของประเทศไทย ภายในแอปพลิเคชันประกอบด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น ข้อมูลที่ช่วยให้เกษตรกรรู้สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันในพื้นที่เพาะปลูกของตนเอง ทำให้มีศักยภาพในวิเคราะห์สภาพการเพาะปลูกในแปลงอย่างแม่นยำจากภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อจัดการวางแผนเพาะปลูกได้ตรงจุดหรือแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ซึ่งดีแทคได้ร่วมมือกับรีคัลท์ สตาร์ตอัพในโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท และบริษัท รักบ้านเกิด พัฒนาขึ้นมา ด้วยเทคโนโลยี 5G จะทำให้เราสามารถใช้โดรนขึ้นบินตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่แปลงเพาะปลูกโดยตรง และใช้วิดีโอสตรีมมิ่ง 360 องศาความละเอียดสูงไปยัง AI ในระบบคลาวด์จะทำให้ประมวลผลข้อมูลได้แม่นยำมากยิ่งขึ้นซึ่งจะเพิ่มคุณภาพการเพาะปลูกและรายได้ให้กับเกษตรกร เช่น แก้ว บ้านสวนเมล่อน

5G ยังเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งที่รวดเร็วขึ้นลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความไว้ใจมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ที่ทำได้รวดเร็วและแม่นยำ ด้วยค่าความหน่วงของสัญญาณที่ต่ำ (Ultra-low latencies) และการตอบสนองที่เร็วของโครงข่าย 5G ทำให้ออกแบบโซลูชั่นส์ให้ยานพาหนะหรือรถบรรทุกสามารถสื่อสารระหว่างกันเพื่อเชื่อมต่อตั้งเป็นขบวนวิ่งไปบนทางร่วมกันในระยะใกล้มากขึ้น ส่งผลให้สามารถลดค่าแรงเสียดทานของอากาศในการขับขี่ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลงถึงร้อยละ 12

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จจากบ้านสวนเมล่อนสู่จุดหมายการบินไทย ทำให้ 5G ยิ่งมีความสำคัญ ด้วยอุปกรณ์นับพันล้านชิ้นที่จะถูกเชื่อมต่อสู่โลกออนไลน์ ทำให้โครงข่าย 4G ไม่สามารถตอบสนองได้อย่างพอเพียง ในขณะที่สถานีฐาน 4G แต่ละแห่งจะเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารได้ร่วมหมื่น แต่ 5G จะเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารนับล้านชิ้นในเวลาเดียวกัน สนามบินในวันพรุ่งนี้จะไม่เหมือนเดิม กระเป๋าเดินทางทุกใบและกล่องขนส่งสินค้าทางอากาศจะได้สามารถระบุตำแหน่งติดตามได้จากอุปกรณ์และเซ็นเซอร์ภายในอาคารสนามบินและเครื่องบิน แน่นอนว่า 5G ไม่เพียงสามารถรองรับอุปกรณ์นับล้านๆ ชิ้นเหล่านี้ แต่ยังใช้พลังงานต่ำมาก ทำให้แบตเตอรี่ในอุปกรณ์กล่องสินค้าสามารถมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปี

การระบุตำแหน่งสินค้าอาหารไม่ใช่แค่บริหารต้นทุนหรือประสิทธิภาพ ด้วยโซลูชันส์ IoT ที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคสามารถที่จะรู้ได้ว่าอาหารบนจานนั้นมาจากที่ไหน ตัวอย่างที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น โซลูชั่นส์ระบุตำแหน่งแบบครบวงจรของ 5G จะช่วยออกแบบให้การบินไทยนำเสนอผ่านแอปพลิเคชันให้ผู้โดยสารได้รู้ว่าเมนูเมล่อนที่ถูกเสิร์ฟด้วยรสชาติความสดอร่อยได้ถูกส่งมาจากจังหวัดฉะเชิงเทราตอนตี 5 และแน่นอนว่าถ้าอยากรู้ต่อไปยังคลิกดูข้อมูลที่ถ่ายทอดจากโดรนที่บินเหนือแหล่งเพาะปลูกได้ว่ามาจากที่ไหน

นี่คือการเดินทางจากธุรกิจสู่ธุรกิจและส่งต่อยังผู้บริโภคซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญของ 5G นี่คือเหตุผลที่ดีแทคมองว่าต้องมีแผนพัฒนาสู่ 5G ทั้งสองแกนด้วยกัน ทั้งแผนสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมที่จะใช้ประโยชน์สูงสุดจาก 5G และแผนดำเนินงานทดสอบเทคโนโลยี 5G

ในส่วนของเทคโนโลยี ดีแทคเป็นรายแรกที่การนำเทคโนโลยีโครงข่ายระบบชุมสายเสมือน (Visualized Core Network: VCN) มาดำเนินงาน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด และรองรับการใช้งาน 5G พร้อมอัปเกรดเทคโนโลยีสู่ 5G ได้ทันที ดีแทคยังเป็นรายแรกในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยี Massive MIMO 64T 64R มาให้บริการเชิงพาณิชย์ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ทดสอบกับอุปกรณ์ แต่ยังรองรับสมาร์ทโฟนที่ใช้งานได้จริงอีกด้วย ด้วยช่องสัญญาณรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูงของ Massive MIMO 64T 64R ที่รับส่งได้มากที่สุดในขณะนี้ จะทำให้สถานีฐานที่ติดตั้งจะรองรับการใช้เทคโนโลยี 5G เช่น Beamforming ที่สามารถออกแบบรับ-ส่งชุดสัญญาณหลากหลายทิศทางในเวลาเดียวกัน เพื่อรองรับพื้นที่ใช้งานได้หลายรูปแบบจากเสาต้นเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่มุมตึก หรือรองรับการใช้งานแบบเคลื่อนไหว ดีแทคจึงมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งสำหรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งสามารถทำการทดสอบใช้งาน 5G เมื่อได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. และเพียงเพิ่มอุปกรณ์บางอย่างติดตั้งให้กับโครงข่ายเท่านั้น

นอกเหนือจากโครงข่ายของดีแทคที่พร้อมรองรับ 5G แล้ว ดีแทคยังเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างแนวคิดสู่อุตสาหกรรมให้แข็งแกร่ง ซึ่ง 5G สามารถสร้างศักยภาพโดยรวมสู่สังคมไทย ไม่ใช่แค่การพัฒนาสู่เกษตรกรรม ดีแทคยังได้ริเริ่มนำ 5G สู่โครงการสมาร์ทซิตี้ของไทย ด้วยการพร้อมสนับสนุนจากประสบการณ์ของเทเลนอร์ที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ 5G ในภาคพื้นยุโรป และได้เริ่มทดสอบ 5G ที่เมืองคองส์เบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ ในรูปแบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เครือข่ายแยกส่วน (Network Slicing) ยานพาหนะไร้คนขับ และระบบการแพทย์ทางไกล

เราเชื่อมั่นว่าดีแทคจะเป็นผู้นำสู่การทดสอบในโครงการต่างๆ ของประเทศไทย  เมื่อเร็วๆ นี้ ดีแทคและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบแจ้งพิกัดความแม่นยำของการระบุตำแหน่งด้วยเทคโนโลยี GNSS RTK เพื่อสนับสนุนสู่บริการ 5Gโดยโครงการนี้ได้เริ่มทดลองปรับปรุงค่าส่งสัญญาณ 200 แห่งซึ่งมีพิกัดในสมาร์ทซิตี้ เมืองอัจฉริยะ ของไทยทั้ง 7 จังหวัด เช่น กรุงเทพ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง เพราะสมาร์ทซิตี้เป็นเมืองที่ใช้นำร่องในการทดลองใช้งานดิจิทัลรูปแบบใหม่ จึงต้องใช้ความแม่นยำสูงในการแสดงชุดพิกัดข้อมูลและต่อยอดสู่นวัตกรรม 5G นอกจากนั้นดีแทคได้นำ IoT สู่มาตรวัดอัจฉริยะ (Smart meter) จำนวน 8,000 แห่ง และการระบุพิกัดติดตามยานพาหนะ 100,000 คัน โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ดีแทคจะให้บริการสวิตช์บอร์ดอัจฉริยะ (Intelligent power switchboards)

การที่จะนำประเทศไทยสู่โครงสร้างพื้นฐานยุค 5G จะต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก เรารู้สึกยินดีที่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) จะส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน (Infrastructure sharing) ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการสร้างโครงข่าย 5G ได้ประมาณร้อยละ 40 แม้ว่าการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันเพียงอย่างเดียวจะยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนความต้องการในการขยายเสาสัญญาณ 5G ที่ต้องลงทุนเพิ่มอย่างมาก ในขณะเดียวกันการจัดสรรคลื่นความถี่และการกำหนดราคาจะต้องนำมาพิจารณาทบทวนเพื่อส่งเสริมสู่ศักยภาพ 5G

เราเชื่อว่านี่คือโอกาสสำคัญสำหรับความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการเป็นพันธมิตรร่วมกัน โดยภาครัฐดูแลโครงสร้างพื้นฐาน 5G และผู้ประกอบการเอกชนดูแลการทำตลาดและให้บริการต่างๆ จากโครงข่าย นอกจากนั้นภาครัฐน่าจะสนับสนุนเปิดให้เข้าถึงการใช้งานได้ฟรีในพื้นที่สาธารณะ และลดความซับซ้อนในการขออนุญาตการตั้งเสาสัญญาณใหม่ นอกจากนั้นน่าจะถึงเวลาที่จะมีแผนยุติการให้บริการ 2G ร่วมกัน เพราะการให้บริการทั้ง 2G, 3G, 4G และ 5Gพร้อมกันทั้งหมดจะเกิดความยุ่งยากในการใช้บริการและมีค่าใช้จ่ายสูง

เรามั่นใจว่ารัฐบาลและ สำนักงาน กสทช. สามารถลดอุปสรรคต่างๆ ที่จะนำไปสู่ 5G สำหรับการพัฒนาสู่ 5G อย่างยั่งยืนนั้นประเทศไทยยังต้องการคลื่นความถี่เพิ่มขึ้นและอุปกรณ์ในการทดสอบ 5G ทั้งนี้ ดีแทคมุ่งมั่นที่จะสร้างแผนงานสู่ 5G อย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงความสำคัญในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น และคู่ค้าในอุตสาหกรรม ดีแทคมีเทคโนโลยีการสื่อสาร ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ที่พร้อมจะนำคนไทยสู่ความยั่งยืนของยุค 5G

from:http://www.flashfly.net/wp/235095

ดีแทค ไตรเน็ต ชำระค่าใบอนุญาต 1800 MHz งวดแรก 6,693.385 ล้านบาท แก่ กสทช.

ดีแทค ไตรเน็ต ยื่นชำระค่าใบอนุญาตจากการประมูลคลื่น 1800 MHz ที่ประมูลชนะในราคา 12,511 ล้านบาท โดยชำระงวดแรก ร้อยละ 50 หรือจำนวน 6,693.385 ล้านบาท แก่ กสทช. เพื่อนำส่งรายได้ให้กับรัฐเรียบร้อย ดีแทคมั่นใจพร้อมเดินหน้าให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ คลื่นครบลุยเต็มที่ทุกย่านความถี่

dtac

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า เราจะนำคลื่น 1800 MHz ที่ชนะจากการประมูลมาให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงแรกมีแผนจะนำคลื่น 1800 MHz มาให้บริการรองรับลูกค้า 2Gที่ยังมีฐานลูกค้าเป็นจำนวนมาก

และวางแผนจะนำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายบริการ 4ตอบสนองการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เติบโตอย่างรวดเร็วต่อไป ขณะนี้ดีแทคสามารถให้บริการครอบคลุมทุกย่านความถี่บนคลื่นทั้งหมดจำนวน 110 MHz 

โดยแบ่งเป็น คลื่น 900 MHz จำนวน 10 MHz, คลื่น 1800 MHz จำนวน 10 MHz, คลื่น 2100 MHz จำนวน 30 MHz และคลื่น 2300 MHz จำนวน 60 MHz ของทีโอทีที่ดีแทคเป็นพันธมิตรในการให้บริการ

สำหรับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ประมูลชนะในราคา 12,511 ล้านบาท นั้นมีจำนวน 1 ชุด รวม 2 5MHz ในช่วงคลื่นความถี่ 1745 – 1750 MHz คู่กับ 1840 – 1845 MHz และมีอายุการใช้งาน 15 ปี  หรือจนถึงปี พ.ศ. 2576 สำหรับการชำระเงินค่าใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz จะแบ่งออกเป็น 3 งวด งวดแรกชำระ 50% ของราคาที่ชนะการประมูล งวดที่ 2 ชำระ 25% และงวดที่ 3ชำระอีก 25% ในปีต่อไปตามลำดับ

ที่ผ่านมาดีแทคได้นำส่งเงินค่าใบอนุญาตคลื่น 2100 MHz ที่ประมูลในปี พ.ศ. 2555 จำนวน 13,500 ล้านบาท ครบถ้วนตามกำหนดเรียบร้อย และนอกจากค่าใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz จำนวน 12,511 ล้านบาทที่ดีแทคมาชำระงวดแรก จำนวน 6,693.385 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว

ดีแทคจะนำเงินมาชำระค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ที่ประมูลล่าสุดมูลค่า 38,064 ล้านบาท โดยดีแทคจะชำระงวดแรกจำนวน 4,020 ล้านบาท แก่ กสทช. เป็นลำดับต่อไปตามข้อกำหนดในการประมูล” นางอเล็กซานดรา กล่าวในที่สุด

from:http://mobileocta.com/dtac-trinet-pays-first-1800-mhz-license-fee-installment-of-6-69-billion-baht-to-nbtc/

ดีแทคสร้าง “รูปแบบการใช้งานจริง” เพื่อก้าวสู่ 5G

การเข้าสู่ศักราชของ 5G จะต้องทำความเข้าใจในศักยภาพการสื่อสารดิจิทัลที่ต่างจากเดิม เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ซึ่งแตกต่างจากการมาของเทคโนโลยีการสื่อสาร 3G และ 4G การมาถึงของ 5G จะไม่ใช่แค่กรณีของผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่จะเปลี่ยนอุปกรณ์โครงข่ายของตน หรือผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เพียงเท่านั้น

แต่รวมถึงการมีส่วนร่วมทั้งอุตสาหกรรมสู่การเชื่อมต่อธุรกิจ ไม่เพียงแต่กับผู้บริโภค แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจอื่นด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนสู่กลยุทธ์ 5G ของไทย

ดีแทคได้ชี้วัดให้เห็นว่าการทำเกษตรกรรมเป็นความสำคัญหลักที่ 5สามารถปลดล็อกมูลค่ามหาศาลให้แก่ประเทศไทยได้ กรณีนางสาวปคุณา บุญก่อเกื้อ หรือแก้ว เกษตรกรสาวเจ้าของบ้านสวนเมล่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยโซลูชัน ฟาร์มแม่นยำ ซึ่งถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Internet of Things เพื่อการทำเกษตรที่มีความแม่นยำที่เราพัฒนาขึ้น ทำให้เธอมีรายได้เพิ่มจากการทำเกษตรแล้วมากกว่าร้อยละ 20

วันนี้เมล่อนจากสวนของคุณแก้วเป็นที่ต้องการของตลาดสูง เช่น การบินไทยได้ติดต่อนำเมล่อนสดที่มาพร้อมกับรสชาติอร่อยไปเสิร์ฟให้กับผู้โดยสารในเที่ยวบิน และในขณะที่สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว แต่ 5จะต้องทำให้คุณแก้วได้ทำผลิตผลจากเกษตรกรรมและมีรายได้ดียิ่งขึ้น

วันนี้ ดีแทคได้พัฒนาและให้บริการเชิงพาณิชย์แอปพลิเคชันฟาร์มเมอร์อินโฟ (Farmer Info) ด้วยเทคโนโลยี AI และ Big Data ทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลปัจจัยการเพาะปลูกแบบครบวงจรรายแรกๆ ของประเทศไทย ภายในแอปพลิเคชันประกอบด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น ข้อมูลที่ช่วยให้เกษตรกรรู้สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันในพื้นที่เพาะปลูกของตนเอง ทำให้มีศักยภาพในวิเคราะห์สภาพการเพาะปลูกในแปลงอย่างแม่นยำจากภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อจัดการวางแผนเพาะปลูกได้ตรงจุดหรือแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที

ซึ่งดีแทคได้ร่วมมือกับรีคัลท์ สตาร์ตอัพในโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท และบริษัท รักบ้านเกิด พัฒนาขึ้นมา ด้วยเทคโนโลยี 5G จะทำให้เราสามารถใช้โดรนขึ้นบินตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่แปลงเพาะปลูกโดยตรง และใช้วิดีโอสตรีมมิ่ง 360 องศาความละเอียดสูงไปยัง AI ในระบบคลาวด์จะทำให้ประมวลผลข้อมูลได้แม่นยำมากยิ่งขึ้นซึ่งจะเพิ่มคุณภาพการเพาะปลูกและรายได้ให้กับเกษตรกร เช่น แก้ว บ้านสวนเมล่อน

5ยังเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งที่รวดเร็วขึ้นลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความไว้ใจมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ที่ทำได้รวดเร็วและแม่นยำ ด้วยค่าความหน่วงของสัญญาณที่ต่ำ (Ultra-low latencies) และการตอบสนองที่เร็วของโครงข่าย 5ทำให้ออกแบบโซลูชั่นส์ให้ยานพาหนะหรือรถบรรทุกสามารถสื่อสารระหว่างกันเพื่อเชื่อมต่อตั้งเป็นขบวนวิ่งไปบนทางร่วมกันในระยะใกล้มากขึ้น ส่งผลให้สามารถลดค่าแรงเสียดทานของอากาศในการขับขี่ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลงถึงร้อยละ 12

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จจากบ้านสวนเมล่อนสู่จุดหมายการบินไทย ทำให้ 5G ยิ่งมีความสำคัญ ด้วยอุปกรณ์นับพันล้านชิ้นที่จะถูกเชื่อมต่อสู่โลกออนไลน์ ทำให้โครงข่าย 4G ไม่สามารถตอบสนองได้อย่างพอเพียง ในขณะที่สถานีฐาน 4G แต่ละแห่งจะเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารได้ร่วมหมื่น

แต่ 5G จะเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารนับล้านชิ้นในเวลาเดียวกัน สนามบินในวันพรุ่งนี้จะไม่เหมือนเดิม กระเป๋าเดินทางทุกใบและกล่องขนส่งสินค้าทางอากาศจะได้สามารถระบุตำแหน่งติดตามได้จากอุปกรณ์และเซ็นเซอร์ภายในอาคารสนามบินและเครื่องบิน แน่นอนว่า 5G ไม่เพียงสามารถรองรับอุปกรณ์นับล้านๆ ชิ้นเหล่านี้ แต่ยังใช้พลังงานต่ำมาก ทำให้แบตเตอรี่ในอุปกรณ์กล่องสินค้าสามารถมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปี

การระบุตำแหน่งสินค้าอาหารไม่ใช่แค่บริหารต้นทุนหรือประสิทธิภาพ ด้วยโซลูชันส์ IoT ที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคสามารถที่จะรู้ได้ว่าอาหารบนจานนั้นมาจากที่ไหน ตัวอย่างที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น โซลูชั่นส์ระบุตำแหน่งแบบครบวงจรของ 5G จะช่วยออกแบบให้การบินไทยนำเสนอผ่านแอปพลิเคชันให้ผู้โดยสารได้รู้ว่าเมนูเมล่อนที่ถูกเสิร์ฟด้วยรสชาติความสดอร่อยได้ถูกส่งมาจากจังหวัดฉะเชิงเทราตอนตี 5 และแน่นอนว่าถ้าอยากรู้ต่อไปยังคลิกดูข้อมูลที่ถ่ายทอดจากโดรนที่บินเหนือแหล่งเพาะปลูกได้ว่ามาจากที่ไหน

นี่คือการเดินทางจากธุรกิจสู่ธุรกิจและส่งต่อยังผู้บริโภคซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญของ 5G นี่คือเหตุผลที่ดีแทคมองว่าต้องมีแผนพัฒนาสู่ 5Gทั้งสองแกนด้วยกัน ทั้งแผนสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมที่จะใช้ประโยชน์สูงสุดจาก 5G และแผนดำเนินงานทดสอบเทคโนโลยี5G

ในส่วนของเทคโนโลยี ดีแทคเป็นรายแรกที่การนำเทคโนโลยีโครงข่ายระบบชุมสายเสมือน (Visualized Core Network: VCN) มาดำเนินงาน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด และรองรับการใช้งาน 5G พร้อมอัปเกรดเทคโนโลยีสู่ 5G ได้ทันที ดีแทคยังเป็นรายแรกในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยี Massive MIMO 64T 64R มาให้บริการเชิงพาณิชย์ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ทดสอบกับอุปกรณ์ แต่ยังรองรับสมาร์ทโฟนที่ใช้งานได้จริงอีกด้วย

ด้วยช่องสัญญาณรับส่งข้อมูลความเร็วสูงของ Massive MIMO 64T 64R ที่รับส่งได้มากที่สุดในขณะนี้ จะทำให้สถานีฐานที่ติดตั้งจะรองรับการใช้เทคโนโลยี 5G เช่น Beamforming ที่สามารถออกแบบรับส่งชุดสัญญาณหลากหลายทิศทางในเวลาเดียวกัน เพื่อรองรับพื้นที่ใช้งานได้หลายรูปแบบจากเสาต้นเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่มุมตึก หรือรองรับการใช้งานแบบเคลื่อนไหว ดีแทคจึงมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งสำหรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งสามารถทำการทดสอบใช้งาน 5G เมื่อได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. และเพียงเพิ่มอุปกรณ์บางอย่างติดตั้งให้กับโครงข่ายเท่านั้น

นอกเหนือจากโครงข่ายของดีแทคที่พร้อมรองรับ 5G แล้ว ดีแทคยังเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างแนวคิดสู่อุตสาหกรรมให้แข็งแกร่ง ซึ่ง 5G สามารถสร้างศักยภาพโดยรวมสู่สังคมไทย ไม่ใช่แค่การพัฒนาสู่เกษตรกรรม ดีแทคยังได้ริเริ่มนำ 5G สู่โครงการสมาร์ทซิตี้ของไทย ด้วยการพร้อมสนับสนุนจากประสบการณ์ของเทเลนอร์ที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ 5G ในภาคพื้นยุโรป และได้เริ่มทดสอบ 5G ที่เมืองคองส์เบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ ในรูปแบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เครือข่ายแยกส่วน (Network Slicing) ยานพาหนะไร้คนขับ และระบบการแพทย์ทางไกล

เราเชื่อมั่นว่าดีแทคจะเป็นผู้นำสู่การทดสอบในโครงการต่างๆ ของประเทศไทย  เมื่อเร็วๆ นี้ ดีแทคและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบแจ้งพิกัดความแม่นยำของการระบุตำแหน่งด้วยเทคโนโลยี GNSS RTK เพื่อสนับสนุนสู่บริการ 5G

โดยโครงการนี้ได้เริ่มทดลองปรับปรุงค่าส่งสัญญาณ 200 แห่งซึ่งมีพิกัดในสมาร์ทซิตี้ เมืองอัจฉริยะ ของไทยทั้ง 7 จังหวัด เช่น กรุงเทพ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง เพราะสมาร์ทซิตี้เป็นเมืองที่ใช้นำร่องในการทดลองใช้งานดิจิทัลรูปแบบใหม่ จึงต้องใช้ความแม่นยำสูงในการแสดงชุดพิกัดข้อมูลและต่อยอดสู่นวัตกรรม 5นอกจากนั้นดีแทคได้นำ IoT สู่มาตรวัดอัจฉริยะ (Smart meter) จำนวน 8,000 แห่ง และการระบุพิกัดติดตามยานพาหนะ 100,000 คัน โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ดีแทคจะให้บริการสวิตช์บอร์ดอัจฉริยะ (Intelligent power switchboards)

การที่จะนำประเทศไทยสู่โครงสร้างพื้นฐานยุค 5จะต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก เรารู้สึกยินดีที่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) จะส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน (Infrastructure sharing) ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการสร้างโครงข่าย 5ได้ประมาณร้อยละ 40 แม้ว่าการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันเพียงอย่างเดียวจะยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนความต้องการในการขยายเสาสัญญาณ 5ที่ต้องลงทุนเพิ่มอย่างมาก ในขณะเดียวกันการจัดสรรคลื่นความถี่และการกำหนดราคาจะต้องนำมาพิจารณาทบทวนเพื่อส่งเสริมสู่ศักยภาพ 5G

เราเชื่อว่านี่คือโอกาสสำคัญสำหรับความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการเป็นพันธมิตรร่วมกัน โดยภาครัฐดูแลโครงสร้างพื้นฐาน 5Gและผู้ประกอบการเอกชนดูแลการทำตลาดและให้บริการต่างๆ จากโครงข่าย นอกจากนั้นภาครัฐน่าจะสนับสนุนเปิดให้เข้าถึงการใช้งานได้ฟรีในพื้นที่สาธารณะ และลดความซับซ้อนในการขออนุญาตการตั้งเสาสัญญาณใหม่ นอกจากนั้นน่าจะถึงเวลาที่จะมีแผนยุติการให้บริการ 2ร่วมกัน เพราะการให้บริการทั้ง 2G, 3G, 4และ 5พร้อมกันทั้งหมดจะเกิดความยุ่งยากในการใช้บริการและมีค่าใช้จ่ายสูง

เรามั่นใจว่ารัฐบาลและ สำนักงาน กสทช. สามารถลดอุปสรรคต่างๆ ที่จะนำไปสู่ 5สำหรับการพัฒนาสู่ 5อย่างยั่งยืนนั้นประเทศไทยยังต้องการคลื่นความถี่เพิ่มขึ้นและอุปกรณ์ในการทดสอบ 5ทั้งนี้ ดีแทคมุ่งมั่นที่จะสร้างแผนงานสู่ 5อย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงความสำคัญในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น และคู่ค้าในอุตสาหกรรม ดีแทคมีเทคโนโลยีการสื่อสาร ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ที่พร้อมจะนำคนไทยสู่ความยั่งยืนของยุค 5G

โดย อเล็กซานดรา ไรช์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค

from:http://mobileocta.com/dtac-is-building-the-uses-cases-that-will-power-5g-tomorrow/

ดีแทคสร้าง “รูปแบบการใช้งานจริง” เพื่อก้าวสู่ 5G

โดย อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค

การเข้าสู่ศักราชของ 5G จะต้องทำความเข้าใจในศักยภาพการสื่อสารดิจิทัลที่ต่างจากเดิม เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ซึ่งแตกต่างจากการมาของเทคโนโลยีการสื่อสาร 3G และ 4G การมาถึงของ 5G จะไม่ใช่แค่กรณีของผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่จะเปลี่ยนอุปกรณ์โครงข่ายของตน หรือผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เพียงเท่านั้น แต่รวมถึงการมีส่วนร่วมทั้งอุตสาหกรรมสู่การเชื่อมต่อธุรกิจ ไม่เพียงแต่กับผู้บริโภค แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจอื่นด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนสู่กลยุทธ์ 5G ของไทย

ดีแทคได้ชี้วัดให้เห็นว่าการทำเกษตรกรรมเป็นความสำคัญหลักที่ 5G สามารถปลดล็อกมูลค่ามหาศาลให้แก่ประเทศไทยได้ กรณีนางสาวปคุณา บุญก่อเกื้อ หรือแก้ว เกษตรกรสาวเจ้าของบ้านสวนเมล่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยโซลูชัน “ฟาร์มแม่นยำ” ซึ่งถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Internet of Things เพื่อการทำเกษตรที่มีความแม่นยำที่เราพัฒนาขึ้น ทำให้เธอมีรายได้เพิ่มจากการทำเกษตรแล้วมากกว่าร้อยละ 20 วันนี้เมล่อนจากสวนของคุณแก้วเป็นที่ต้องการของตลาดสูง เช่น การบินไทยได้ติดต่อนำเมล่อนสดที่มาพร้อมกับรสชาติอร่อยไปเสิร์ฟให้กับผู้โดยสารในเที่ยวบิน และในขณะที่สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว แต่ 5G จะต้องทำให้คุณแก้วได้ทำผลิตผลจากเกษตรกรรมและมีรายได้ดียิ่งขึ้น

วันนี้ ดีแทคได้พัฒนาและให้บริการเชิงพาณิชย์แอปพลิเคชันฟาร์มเมอร์อินโฟ (Farmer Info) ด้วยเทคโนโลยี AI และBig Data ทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลปัจจัยการเพาะปลูกแบบครบวงจรรายแรกๆ ของประเทศไทย ภายในแอปพลิเคชันประกอบด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น ข้อมูลที่ช่วยให้เกษตรกรรู้สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันในพื้นที่เพาะปลูกของตนเอง ทำให้มีศักยภาพในวิเคราะห์สภาพการเพาะปลูกในแปลงอย่างแม่นยำจากภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อจัดการวางแผนเพาะปลูกได้ตรงจุดหรือแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ซึ่งดีแทคได้ร่วมมือกับรีคัลท์ สตาร์ตอัพในโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท และบริษัท รักบ้านเกิด พัฒนาขึ้นมา ด้วยเทคโนโลยี 5G จะทำให้เราสามารถใช้โดรนขึ้นบินตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่แปลงเพาะปลูกโดยตรง และใช้วิดีโอสตรีมมิ่ง 360 องศาความละเอียดสูงไปยัง AI ในระบบคลาวด์จะทำให้ประมวลผลข้อมูลได้แม่นยำมากยิ่งขึ้นซึ่งจะเพิ่มคุณภาพการเพาะปลูกและรายได้ให้กับเกษตรกร เช่น แก้ว บ้านสวนเมล่อน

5G ยังเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งที่รวดเร็วขึ้นลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความไว้ใจมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ที่ทำได้รวดเร็วและแม่นยำ ด้วยค่าความหน่วงของสัญญาณที่ต่ำ (Ultra-low latencies) และการตอบสนองที่เร็วของโครงข่าย 5G ทำให้ออกแบบโซลูชั่นส์ให้ยานพาหนะหรือรถบรรทุกสามารถสื่อสารระหว่างกันเพื่อเชื่อมต่อตั้งเป็นขบวนวิ่งไปบนทางร่วมกันในระยะใกล้มากขึ้น ส่งผลให้สามารถลดค่าแรงเสียดทานของอากาศในการขับขี่ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลงถึงร้อยละ 12

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จจากบ้านสวนเมล่อนสู่จุดหมายการบินไทย ทำให้ 5G ยิ่งมีความสำคัญ ด้วยอุปกรณ์นับพันล้านชิ้นที่จะถูกเชื่อมต่อสู่โลกออนไลน์ ทำให้โครงข่าย 4G ไม่สามารถตอบสนองได้อย่างพอเพียง ในขณะที่สถานีฐาน4G แต่ละแห่งจะเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารได้ร่วมหมื่น แต่ 5G จะเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารนับล้านชิ้นในเวลาเดียวกัน สนามบินในวันพรุ่งนี้จะไม่เหมือนเดิม กระเป๋าเดินทางทุกใบและกล่องขนส่งสินค้าทางอากาศจะได้สามารถระบุตำแหน่งติดตามได้จากอุปกรณ์และเซ็นเซอร์ภายในอาคารสนามบินและเครื่องบิน แน่นอนว่า 5G ไม่เพียงสามารถรองรับอุปกรณ์นับล้านๆ ชิ้นเหล่านี้ แต่ยังใช้พลังงานต่ำมาก ทำให้แบตเตอรี่ในอุปกรณ์กล่องสินค้าสามารถมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปี

การระบุตำแหน่งสินค้าอาหารไม่ใช่แค่บริหารต้นทุนหรือประสิทธิภาพ ด้วยโซลูชันส์ IoT ที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคสามารถที่จะรู้ได้ว่าอาหารบนจานนั้นมาจากที่ไหน ตัวอย่างที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น โซลูชั่นส์ระบุตำแหน่งแบบครบวงจรของ 5G จะช่วยออกแบบให้การบินไทยนำเสนอผ่านแอปพลิเคชันให้ผู้โดยสารได้รู้ว่าเมนูเมล่อนที่ถูกเสิร์ฟด้วยรสชาติความสดอร่อยได้ถูกส่งมาจากจังหวัดฉะเชิงเทราตอนตี 5 และแน่นอนว่าถ้าอยากรู้ต่อไปยังคลิกดูข้อมูลที่ถ่ายทอดจากโดรนที่บินเหนือแหล่งเพาะปลูกได้ว่ามาจากที่ไหน

นี่คือการเดินทางจากธุรกิจสู่ธุรกิจและส่งต่อยังผู้บริโภคซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญของ 5G นี่คือเหตุผลที่ดีแทคมองว่าต้องมีแผนพัฒนาสู่ 5G ทั้งสองแกนด้วยกัน ทั้งแผนสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมที่จะใช้ประโยชน์สูงสุดจาก 5G และแผนดำเนินงานทดสอบเทคโนโลยี 5G

ในส่วนของเทคโนโลยี ดีแทคเป็นรายแรกที่การนำเทคโนโลยีโครงข่ายระบบชุมสายเสมือน (Visualized Core Network: VCN) มาดำเนินงาน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด และรองรับการใช้งาน 5G พร้อมอัปเกรดเทคโนโลยีสู่5G ได้ทันที ดีแทคยังเป็นรายแรกในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยี Massive MIMO 64T 64R มาให้บริการเชิงพาณิชย์ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ทดสอบกับอุปกรณ์ แต่ยังรองรับสมาร์ทโฟนที่ใช้งานได้จริงอีกด้วย ด้วยช่องสัญญาณรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูงของ Massive MIMO 64T 64R ที่รับส่งได้มากที่สุดในขณะนี้ จะทำให้สถานีฐานที่ติดตั้งจะรองรับการใช้เทคโนโลยี 5G เช่น Beamforming ที่สามารถออกแบบรับ-ส่งชุดสัญญาณหลากหลายทิศทางในเวลาเดียวกัน เพื่อรองรับพื้นที่ใช้งานได้หลายรูปแบบจากเสาต้นเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่มุมตึก หรือรองรับการใช้งานแบบเคลื่อนไหว ดีแทคจึงมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งสำหรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งสามารถทำการทดสอบใช้งาน 5G เมื่อได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. และเพียงเพิ่มอุปกรณ์บางอย่างติดตั้งให้กับโครงข่ายเท่านั้น

นอกเหนือจากโครงข่ายของดีแทคที่พร้อมรองรับ 5G แล้ว ดีแทคยังเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างแนวคิดสู่อุตสาหกรรมให้แข็งแกร่ง ซึ่ง 5G สามารถสร้างศักยภาพโดยรวมสู่สังคมไทย ไม่ใช่แค่การพัฒนาสู่เกษตรกรรม ดีแทคยังได้ริเริ่มนำ 5G สู่โครงการสมาร์ทซิตี้ของไทย ด้วยการพร้อมสนับสนุนจากประสบการณ์ของเทเลนอร์ที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ 5G ในภาคพื้นยุโรป และได้เริ่มทดสอบ 5G ที่เมืองคองส์เบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ ในรูปแบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เครือข่ายแยกส่วน (Network Slicing) ยานพาหนะไร้คนขับ และระบบการแพทย์ทางไกล

เราเชื่อมั่นว่าดีแทคจะเป็นผู้นำสู่การทดสอบในโครงการต่างๆ ของประเทศไทย  เมื่อเร็วๆ นี้ ดีแทคและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบแจ้งพิกัดความแม่นยำของการระบุตำแหน่งด้วยเทคโนโลยี GNSS RTK เพื่อสนับสนุนสู่บริการ 5G โดยโครงการนี้ได้เริ่มทดลองปรับปรุงค่าส่งสัญญาณ 200 แห่งซึ่งมีพิกัดในสมาร์ทซิตี้ เมืองอัจฉริยะ ของไทยทั้ง 7 จังหวัด เช่น กรุงเทพ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง เพราะสมาร์ทซิตี้เป็นเมืองที่ใช้นำร่องในการทดลองใช้งานดิจิทัลรูปแบบใหม่ จึงต้องใช้ความแม่นยำสูงในการแสดงชุดพิกัดข้อมูลและต่อยอดสู่นวัตกรรม 5G นอกจากนั้นดีแทคได้นำ IoT สู่มาตรวัดอัจฉริยะ (Smart meter) จำนวน 8,000 แห่ง และการระบุพิกัดติดตามยานพาหนะ 100,000 คัน โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ดีแทคจะให้บริการสวิตช์บอร์ดอัจฉริยะ (Intelligent power switchboards)

การที่จะนำประเทศไทยสู่โครงสร้างพื้นฐานยุค 5G จะต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก เรารู้สึกยินดีที่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) จะส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน (Infrastructure sharing) ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการสร้างโครงข่าย 5G ได้ประมาณร้อยละ 40 แม้ว่าการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันเพียงอย่างเดียวจะยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนความต้องการในการขยายเสาสัญญาณ 5G ที่ต้องลงทุนเพิ่มอย่างมาก ในขณะเดียวกันการจัดสรรคลื่นความถี่และการกำหนดราคาจะต้องนำมาพิจารณาทบทวนเพื่อส่งเสริมสู่ศักยภาพ 5G

เราเชื่อว่านี่คือโอกาสสำคัญสำหรับความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการเป็นพันธมิตรร่วมกัน โดยภาครัฐดูแลโครงสร้างพื้นฐาน 5G และผู้ประกอบการเอกชนดูแลการทำตลาดและให้บริการต่างๆ จากโครงข่าย นอกจากนั้นภาครัฐน่าจะสนับสนุนเปิดให้เข้าถึงการใช้งานได้ฟรีในพื้นที่สาธารณะ และลดความซับซ้อนในการขออนุญาตการตั้งเสาสัญญาณใหม่ นอกจากนั้นน่าจะถึงเวลาที่จะมีแผนยุติการให้บริการ 2G ร่วมกัน เพราะการให้บริการทั้ง 2G, 3G, 4G และ 5G พร้อมกันทั้งหมดจะเกิดความยุ่งยากในการใช้บริการและมีค่าใช้จ่ายสูง

เรามั่นใจว่ารัฐบาลและ สำนักงาน กสทช. สามารถลดอุปสรรคต่างๆ ที่จะนำไปสู่ 5G สำหรับการพัฒนาสู่ 5G อย่างยั่งยืนนั้นประเทศไทยยังต้องการคลื่นความถี่เพิ่มขึ้นและอุปกรณ์ในการทดสอบ 5G ทั้งนี้ ดีแทคมุ่งมั่นที่จะสร้างแผนงานสู่ 5Gอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงความสำคัญในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น และคู่ค้าในอุตสาหกรรม ดีแทคมีเทคโนโลยีการสื่อสาร ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ที่พร้อมจะนำคนไทยสู่ความยั่งยืนของยุค 5G

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/dtac-create-to-5g/

ดีแทคเปิดให้จอง OPPO R17 Pro โดดเด่นด้วยกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมระบบสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ พิเศษสุดให้ลูกค้าดีแทครับส่วนลดสูงสุด 13,000 บาท

นายอรรคพงศ์ ลินพิศาล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานบริหารคู่ค้า บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค จับมือผนึกกำลังครั้งใหญ่กับนายชานนท์ จิรายุกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยออปโป้ จำกัด เปิดให้ จองรุ่น OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนซีรีส์ R รุ่นใหม่จากแบรนด์ OPPO

OPPO R17 Pro

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าดีแทครับส่วนลดค่าเครื่องกว่า 13,000 บาทจ่ายเพียง 11,990 บาท (ราคาปกติ 24,990 บาท) เพียงสมัครหรือมีแพ็กเกจรายเดือนเริ่มต้น 1,499 บาทขึ้นไปพร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือนพิเศษ สำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมรับส่วนลดเพิ่มอีก 1,500 บาท

โดยดีแทคพร้อมวางจำหน่ายที่ศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศหรือร้านค้าออนไลน์ของดีแทคตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายนเป็นต้นไปลูกค้าสามารถ ดตามมีเดียวิกิรายละเอียดโปรคุณโมชั่หนังสือนเพิ่มเติมได้ที่ www.dtac.co.th

OPPO R17 Pro มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่น 2 สีคือ Radiant หมอกสีไล่เฉดระหว่างฟ้า – ม่วงและสีเขียวมรกตสีเขียวมรกตมาพร้อมซ่อนลายนิ้วมือปลดล็อคเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนจอช่วยให้การปลดล็อคหน้าจอของคุณง่ายขึ้น โดยหน้าจอทำจากกระจก Gorilla Glass 6 ซึ่งมีความทนทานกว่า Gorilla Glass 5 ถึงสองเท่า

ดีไซน์ภายนอกที่นอกจากจะสวยสะดุดตาแล้ว ฟังก์ชั่นด้านในยังโดดเด่นด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงสุด 25 ล้านพิกเซลเหนือระดับด้วยกล้องหลังเลนส์ 3 ตัว(12MP 20 MP + TOF) สุดล้ำกับเทคโนโลยีกล้อง TOF 3D วิวัฒนาการ จากภาพ 2 มิติสู่ 3 มิติ

OPPO R17 Pro รุ่นนี้มาพร้อมสโลแกน“ยึดคืน” ที่มีโหมดถ่ายภาพกลางคืนสวยหรือโหมดกลางคืนอัลตร้าสะท้อนให้เห็นมุมมองยามค่ำคืนจนคุณอยากจดจำภาพเหล่านั้นเอาไว้

และที่สุดกับเทคโนโลยีชาร์จไว SuperVOOC แฟลชค่าใช้จ่ายที่เป็นครั้งแรกกับการลงตลาดประเทศไทย SuperVOOC แฟลชชาร์จชาร์จไว 40% ภายในเวลาเพียง 10 นาที

สำหรับการเล่นเกมและฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆก็หมดห่วงเพราะรุ่นนี้ยังมาพร้อม RAM 8 GB ROM 128 GB ซีพียู Qualcomm Snapdragon 710

สอบถามรายด้านละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ดีแทคช้อปทุกสาขาและเว็บไซต์หลักออปโป้ https://www.oppo.com/th/

from:http://mobileocta.com/dtac-opens-booking-oppo-r17-pro/