คลังเก็บป้ายกำกับ: DUAL_CAMERA

เปิดตัว Huawei Maimang 6 อย่างเป็นทางการ มาพร้อมกล้อง 4 ตัว, หน้าจอ Full Screen และชิปเซ็ท Kirin 659 SoC

Huawei ประกาศเปิดตัว Huawei Maimang 6 อย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มาพร้อมจุดเด่นกล้องหลังคู่ และกล้องหลังคู่ (รวม 4 เลนส์) และหน้าจอแบบเต็มจอ Full Screen Displays ในอัตราส่วน 18:9

สเปก Huawei Maimang 6

Huawei Maimang 6

ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ด้วยขนาด 156.2 × 75.2 × 7.5 มม. และน้ำหนัก 164 กรัม หน้าจอแสดงผลความละเอียด Full HD+ 2,160 x 1080 พิกเซล ขนาด 5.9 นิ้ว พร้อมกระจกขอบโค้ง 2.5D

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core (4 xA53 at 2.36GHz + 4 x A53 at 1.7GHz) โดยใช้ชิปเซ็ท Kirin 659, หน่วยประมวลผลกราฟิก MaliT830-MP2, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

ติดดั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual Tone LED โดยกล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าก็เป็นกล้องคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช Soft LED โดยกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

รวมทั้งติดตั้งสแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM แบบไฮบริด, รองรับ 4G LTE with VoLTE, WiFi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.2, NFC, แบตเตอรี่ความจุ 3,340 mAh และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย EMUI 5.1

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง Huawei Maimang 6 หรือชื่อในบ้านเรา Nova 2i มีให้เลือก 3 สีคือ  สีดำ Obsidian Black, สีทอง Streamer Gold และสีฟ้า Aurora Blue โดยเปิดใหจองแล้ว และจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนวันที่ 30 กันยายนเป็นต้นไปในราคา 2,399 หยวนหรือประมาณ 11,995 บาท

ที่มา : Gizmochina

from:http://mobileocta.com/huawei-maimang-6-nova-2i-officially-launched-with-4-cameras-and-the-kirin-659-soc-chipset/

Advertisements

เปิดตัว Vivo X20 และ X20 Plus มาพร้อมจอ Full View Display, ชิปเซ็ท Snapdragon 660 และกล้องหลังคู่

Vivo ประกาศเปิดตัว Vivo X20 และ X20 Plus อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน โดยเป็นสมาร์ทโฟนตระกูล X Series รุ่นภาคต่อจาก X9 และ X9 Plus และเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอแบบ Full Screen รุ่นที่ 2 ต่อจากรุ่น V7+ ที่เปิดตัวที่ประเทศอินเดียเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา 

Vivo X20

สเปก Vivo X20 และ X20 Plus

ตัวเครื่อง Vivo X20 และ X20 Plus มีดีไซน์โค้งมนแบบ 3D ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้รองรับกับฝ่ามือถือจับได้อย่างสบาย โดยด้านหลังมีแถบเสาอากาศดีไซน์แบบ  U-shaped ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.8 มม. โดยใช้กระบวนการขึ้นรูปแบบ nano-injection molding และ ultra-fine zirconium sand spray ที่ให้ความรู้สึกเนียนเรียบ

Vivo X20 มาพร้อมขนาด 155.85 x 75.15 x 7.2 มม. และน้ำหนัก 159 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด Full HD+ 2160 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.01 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9 พร้อมกระจกขอบโค้ง 2.5D

ส่วน Vivo X20 Plus มีตัวเครื่องที่ใหญ่กว่าด้วยขนาด 165.32×80.09x 7.45 มม. และน้ำหนัก 181.5 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด Full HD+ 2160 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.43 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9 พร้อมกระจกขอบโค้ง 2.5D

ทั้ง Vivo X20 และ X20 Plus ใข้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core (Quad 2.2GHz Kryo 260 + Quad 1.8GHz Kryo 260 CPUs) โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 660, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS, รูรับแสง f/1.8 และสามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสุูงสุด 24 ล้านพิกเซล กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล  พร้อมไฟแฟลชแบบ Soft Light LED, ระบบ Dual Pixel และรูรับแสง F/2.0

รวมทั้งฟีเจอร์ Face Wake ปลดล็อกหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้าที่ทาง Vivo เคลมว่าสามารถปลดล็อกได้ในเวลาเพียง 0.1 วินาที, ติดตั้งสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, ชิปเซ็ทเสียง Hi-Fi AK4376A DAC,

รองรับ 2 SIM แบบไฮบริด, รองรับ 4G VoLTE, WiFi 802.11 ac (2.4 GHz + 5 GHz), Bluetooth 5.0, แบตเตอรี่ความจุ 3.245 mAh (X20)/3,905 mAh (X20 Plus) รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว

และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.1.1 Nougat ครอบทับด้วย FunTouch OS 3.2

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง Vivo X20 และ X20 Plus มีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ Matte Black, สีทอง และสีชมพูทอง

โดยราคา Vivo X20 รุุ่น RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB อยู่ที่ 2,998 หยวนหรือประมาณ 14,990 บาท และรุุ่น RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 128GB ราคา 3,398 หยวนหรือประมาณ 16,990 บาท

ส่วน Vivo X20 Plus ราคา 3.498 หยวนหรือประมาณ 17,490 บาท โดยจะเริ่มเปิดให้จองที่ประเทศจีนในวันที่ 25 กันยายน และวางจำหน่ายในวันที่ 30 กันยายนนี้

ที่มา : Gizmochina

from:http://mobileocta.com/vivo-x20-and-x20-plus-unveiled-with-189-full-view-screens-snapdragon-660/

ซัมซุง เปิดตัว “กาแลคซี่ โน้ต 8” ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Do Bigger Things – ทำให้ใหญ่กว่าใจคิด” พร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศ 22 กันยายน นี้

ซัมซุง เปิดตัว ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8” มิติใหม่แห่งสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงในซีรี่ย์โน้ตที่ดีที่สุดที่เคยมีมาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Do Bigger Things”  ทำให้ใหญ่กว่าใจคิด  ตอกย้ำภาพผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนและผู้นำนวัตกรรมสมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของโลกและในประเทศไทย

อัดแน่นด้วยขีดสุดของเทคโนโลยีที่ซัมซุงคิดค้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม อาทิ S Pen ที่มีฟีเจอร์ใหม่ฉลาดล้ำมากขึ้นกว่าเดิม และเป็นสมาร์ทโฟนกล้องคู่รุ่นแรกของซัมซุง

พร้อมสัมผัสประสบการณ์ที่เปิดกว้างยิ่งขึ้นกับจอภาพไร้กรอบ อินฟินิตี้ ดิสเพลย์ (Infinity Display) ขนาด 6.3นิ้ว  ที่ตอบโจทย์เทรนด์การใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศวันที่ 22 กันยายน 2560 นี้

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด    กล่าวว่า ซัมซุงได้เปิดตัวซีรีย์ กาแลคซี่ โน้ต ครั้งแรกในปี 2554 ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิด โน้ต คอมมูนิตี้ ที่รวมตัวกันของผู้ที่รักและชื่นชอบ กาแลคซี่ โน้ต

โดยมีผลสำรวจของซัมซุงพบว่า 85% ของผู้ใช้โน้ตกล่าวว่าพวกเขามีความภูมิใจที่จะแสดงตัวตนว่าเป็นเจ้าของกาแลคซี่ โน้ต และยินดีแนะนำกาแลคซี่ โน้ต ให้แก่เพื่อนๆ และราว 75 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานจริงกล่าวว่า โน้ตคือสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดที่พวกเขาเคยมีมา ซึ่งกลุ่มคนรักโน้ตในคอมมูนิตี้เหล่านี้ ก็ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ขับเคลื่อนให้ซัมซุงสร้างสรรค์กาแลคซี่ โน้ตรุ่นใหม่ๆ ให้มีการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นเรื่อยมา

ปัจจุบัน เทรนด์การใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ผลวิจัยจาก Strategy Analytics คาดการณ์ว่าสมาร์ทโฟนที่มีขนาดจอภาพ 6.0 ถึง 6.99 นิ้ว จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดในเอเชียแปซิฟิกถึง 42.5 ล้านเครื่องในสิ้นปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 98.8 ล้านเครื่องในปี 2565 หรือจะเติบโตขึ้นกว่า126.11% 

อีกทั้ง ระยะเวลาของการดูรายการต่างๆ ย้อนหลังผ่านออนไลน์ต่อวันอยู่ที่ 58 นาที คิดเป็น 80% ส่วนการดูคอนเทนต์ผ่านทางออนไลน์อยู่ที่ 41 นาทีต่อวัน โดยส่วนใหญ่จะดูผ่านสมาร์ทโฟน 65% ตามมาด้วยโทรทัศน์ และแท็บเล็ต เห็นได้ว่าผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ในการทำกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค วันนี้ ซัมซุง นำเสนอ ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8 ที่เราพัฒนานวัตกรรมจนเป็น  กาแลคซี่  โน้ตที่ดีที่สุดที่เคยมีมา ซึ่งเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีสมาร์ทโฟนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นนอน ทำงาน และเข้านอน ประกอบไปด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่น ได้แก่ S Pen ที่มีฟีเจอร์ใหม่ฉลาดล้ำมากขึ้นกว่าเดิม เช่น Live Message สามารถแชร์ข้อความในรูปแบบแอนนิเมชั่น หรือใช้แชร์รูปวาดพร้อมข้อความสั้นๆ บนแพลตฟอร์มต่างๆ ในรูปแบบไฟล์ Animated GIF (AGIF) เพื่อเพิ่มชีวิตชีวาให้การแชทและสื่อสารกับเพื่อนๆ อย่างไม่น่าเบื่อ

และยังปฏิวัติวงการกล้องด้วยสุดยอดกล้องที่มาพร้อม คุณสมบัติ สุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็น Dual Camera กล้องคู่ความละเอียด 12MP สองตัวที่ดีที่สุดของซัมซุง Dual OIS ระบบป้องกันการสั่นสะเทือน OIS (Optical Image Stabilization) ทั้งสองเลนส์ คือ เลนส์มุมกว้าง (Wide-Angle Lens) และเลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto Lens) ซึ่งสามารถซูมแบบ Optical ได้ถึง เท่า Dual Captureสามารถแชะภาพทีเดียวแต่ได้ถึงสองรูป โดยกล้องหลังทั้งสองเลนส์จะเก็บภาพพร้อมกันและบันทึกไว้ทั้งสองภาพภายในช็อตเดียว ทั้งภาพแบบ Portrait ที่ปรับให้หน้าชัดหลังละลายได้แบบเรียลไทม์ และภาพมุมกว้างช่วยเก็บรายละเอียดวิวได้อย่างครบถ้วน Dual Pixel พร้อมระบบออโต้โฟกัสแบบทันที ทำให้เก็บภาพที่คมชัดมากขึ้นแม้ในสภาพแสงน้อย และ จอภาพไร้กรอบในสไตล์ อินฟินิตี้ ดิสเพลย์ (Infinity Display) ขนาด 6.3 นิ้วที่ตอบโจทย์เทรนด์การใช้สมาร์ทโฟนของโลก

เรามั่นใจว่าการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8 ในประเทศไทย จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นสมาร์ทโฟนขีดสุดแห่งการปฏิวัติวงการที่ช่วยตอบสนองในทุกสิ่งได้ดั่งใจ แม้แต่สิ่งที่ผู้คนไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ ตามแนวคิด ‘Do bigger things – ทำให้ใหญ่กว่าใจคิด’ และสานต่อการเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของไทยและทั่วโลกต่อไป วิชัย กล่าวสรุป

ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8 ราคา 33,900 บาท มี สีให้เลือก ได้แก่ สีดำมิดไนท์ (Midnight Black), สีเทาออร์คิด (Orchid Gray) และสีทองเมเปิล (Maple Gold)  เริ่มวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนนี้ เป็นต้นไป สามารถดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/galaxynote8

from:http://mobileocta.com/samsung-launches-galaxy-note-8-in-thailand-on-september-22/

โมโตโรล่า เตรียมวางจำหน่าย Moto G5s Plus สมาร์ทโฟนเลนส์กล้องคู่ในไทยเร็วๆ นี้

โมโตโรล่า เตรียมส่ง Moto G5S Plus สมาร์ทโฟนรุ่นแรกจากตระกูล moto g ที่มาพร้อมเลนส์กล้องหลังแบบคู่สุดล้ำ (Dual-Lens Camera) ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างมืออาชีพ แถมโดดเด่นทั้งดีไซน์ซึ่งเป็นโลหะทั้งเครื่อง พร้อมหน้าจอมิติใหญ่ขึ้น เพียบพร้อมด้วยประสิทธิภาพการทำงานเร็ว

และสเปคใหม่ของ Moto G5s ที่แรงไร้ข้อจำกัดยิ่งขึ้น พร้อมให้จับจองกันทั่วประเทศได้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2560 นี้!

สเปก Moto G5s Plus

ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ All Metal Unibody และเคลือบสารนาโนกันละอองน้ำได้ หน้าจอแสดงผลความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซลขนาด 5.5 นิ้ว ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3

 

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2GHz โดยใชช้ชิปเซ็ท Snapdragon 625, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.1 Nougat

นอกจากนี้ยังคิดตั้งกล้องหลังคู่ Daul Camera โดยกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual Tone LED เซ็นเซอร์ภาพสี  RGB กล้องรองความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ภาพขาวดำ และรูรับแสง f.2.0 ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และรูรับแสง f/2.0

รวมทั้งติดตั้งสแกนลายนิ้วมือบนปุ่มโฮม, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE with VoLTE และแบตเตอรี่ 3,000 mAh รองรับเทคโนโลบีชาร์จเร็ว Turbo Charging

สเปก Moto G5S

ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะอลูมิเนียมขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ที่มีความแข็งแรงและดูพรีเมี่ยมขึ้น และเคลือบสารนาโนกันละอองน้ำได้ หน้าจอแสดงผลความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซลขนาด 5.2 นิ้ว ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.4GHz โดยใชช้ชิปเซ็ท Snapdragon 430, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 505, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 32GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.1 Nougat

นอกจากนี้ยังคิดตั้งกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual Tone LED และรูรับแสง f.2.0 ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และรูรับแสง f/2.0

Moto

รวมทั้งติดตั้งสแกนลายนิ้วมือบนปุ่มโฮม, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE with VoLTE และแบตเตอรี่ 3,000 mAh รองรับเทคโนโลบีชาร์จเร็ว Turbo Charging

from:http://mobileocta.com/motorola-to-release-moto-g5s-plus-dual-lens-smartphone-camera-in-thailand-soon/

เผยภาพ Press Render ของ Huawei G10 (Maimang 6) ว่าที่สมาร์ทโฟนกล้อง 4 ตัว และหน้าจอ 18:9

หลังจากที่ Huawei ได้ปล่อยภาพทีเซอร์เตรียมเปิดตัว Huawei Maimang 6 ว่าที่สมาร์ทโฟนกล้อง 4  ตัว ในวันที่ 22 กันยายนนี้นั้น ล่าสุดมีภาพ Press Render พร้อมข้้อมูลสเปกหลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว

Huawei Maimang 6

/LEAKS (Slash Leaks) เว็บไซต์ภาพหลุดสมาร์ทโฟนชื่อดัง ได้ปล่อยภาพ Press Render  ของ Huawei Maimang 6  ซึ่งเผยให้เห็นตัวเครื่องแบบชัดๆ ทุกด้าน ทุกมุม โดยด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลในอัตราส่วน 18:9 เหนือหน้าจอมีเลนส์กล้องคู่ Dual Camera พร้ออมไฟแฟลชสำหรับถ่ายเซลฟี่

ส่วนด้านหลังก็มาพร้อมกล้องคู่ Dual Camera ด้วยเหมือนกัน พร้อมไฟแฟลช LED และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ในขณะที่ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง และด้านล่างมีช่องหูฟัง 3.5 มม., ช่องไมโครโฟน, พอร์ต microUSB และช่องลำโพงเสียง

นอกจากนี้นาย Evan Bass หรือ @evleaks จอมปล่อยข่าวลือสมาร์ทโฟนชื่อดังก็ได้โพสต์ภาพ Press Render ของ Huawei Maimeng 6 ที่มาพร้อมตัวเครื่องสีดำอีกสีหนึ่ง โดยยืนยันมาพร้อมกล้องหน้าและหลังคู่ (4 เลนส์) และหน้าจอแสดงผลในอัตราส่วน 18:9

สเปก Huawei Maimeng 6

คาดว่าจะมาพร้อมขนาด 156.2 × 75.2 × 7.5 มม. และน้ำหนัก 164 กรัม หน้าจอแสดงผลขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 1080 x 2160 พิกเซล ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 659 SoC, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB, แบตเตอรี่ 3,240 mAh หรือ 3,340 mAh และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย EMUI 5.1

ทั้งนี้ คาดว่า Huawei Maimeng 6 ที่วางจำหน่ายตลาดนอกประเทศจะใช้ชื่อ Huawei G10 หรือ G10 Plus

ที่มา : Gsmarena

from:http://mobileocta.com/huawei-g10-maimang-6-with-quad-camera-and-189-screen-now-leaks-in-press-renders/

Huawei Maimang 6 ว่าที่สมาร์ทโฟนกล้องหน้าและหลังคู่ (4 เลนส์) เตรียมเปิดตัวในจีน 22 กันยายนนี้

หลังจากที่เมื่อวานมีข่าวเกี่ยวกับ Huawei รหัสรุ่น RNE-A100 ได้ผ่านการรับรองจาก TENAA หรือหน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมของประเทศจีน โดยเป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นคือ ติดตั้งกล้องหน้าและหลังคู่ (4 เลนส์) แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อรุ่นนั้น

ล่าสุดทาง Huawei ได้ปล่อยภาพทีเซอร์เตรียมเปิดตัว Huawei Maimang 6 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในวันที่ 22 กันยายนนี้ 

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่าสมาร์ทโฟนตระกูล Maimang Series ของ Huawei มาได้ยังไง ซึ่งสมาร์ทโฟนตระกูลที่ว่านี้ได้วางจำหน่ายในตลาดอื่นๆ นอกประเทศจีนในชื่อตระกูล G Series โดยปีที่แล้ว Maimang 5 ได้วางจำหน่ายในชื่อ Huawei G9 Plus นั่นเอง

แม้ว่าภาพทีเซอร์จะไม่มีการพูดถึงเรื่องกล้องหน้าหลังคู่ 4 ตัว แต่ก็โชว์หน้าจอในอัตราส่วน 18:9 และถ้ามองไปที่โลโก้ที่อยู่มุมซ้ายด้านล่างก็จะโลโก้เดียวกันกับที่อยู่ด้านหลังเครื่อง Huawei รหัสรุ่น RNE-A100 ในฐานข้อมูล TENAA

Huawei Maimang 6

ในส่วนสเปกของ Huawei Maimang 6 คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียด Full HD+, ใช้หน่วยประมวลผลแบบ Octa Core ความเร็ว 2.6GHz, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB, ติดตั้กล้องหลังคู่ความละเอียด 16 MP + 2 MP ส่วนกล้องหน้าคู่ความละเอียด 13 MP + 2 MP และใช้แบตเตอรี่ความจุ 3,240 mAh

ทั้งนี้ Huawei Maimang 6 จะเปิดตัวในวันที่ 22 กันยายน ซึ่งหมายความว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Huawei ที่มีหน้าจอ EntireView Display ก่อนที่รุ่น Mate 10 Pro จะเปิดตัวในวันที่ 16 ตุลาคม 

ที่มา : Gizmochina

 

from:http://mobileocta.com/huaweis-quad-camera-phone-maimang-6-launches-september-22/

เปิดตัว iPhone X รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone มาพร้อมจอไร้ขอบ, Super Retina Display, กล้องคู่แนวตั้ง และ Face ID

ปีนี้เป็นปี่ที่ครบรอบ 10 ปีนับตั้งแต่ที่ Apple เปิดตัว iPhone รุ่นแรกเมื่อปี 2007 ซึ่งในงาน Apple Special Event เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว iPhone X พร้อมกับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ซึ่ง iPhone X (ไอโฟนเท็น) ถือเป็นรุ่นพิเศษ ที่มาพร้อมดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ และสเปกสุดล้ำ

iPhone X

สเปก iPhone X

ดีไซน์บอดี้กระจกสุดแกร่ง

ตัวเครื่อง iPhone X ใช้วัสดุที่ทำจากกระจกสุดแกร่ง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยขอบตัวเครื่องใช้วัสดุแบบ Stainless Steel เกรดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องมือศัลยกรรม ส่วนด้านหน้ามาพร้อมกับดีไซน์จอแบบชิดขอบ และตัดปุ่มโฮมออกไป ทำให้สามารถแสดงผลได้อย่างเต็มหน้าจอ และกันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP67

หน้าจอแสดงผลแบบ Super Retina Display

iPhone X มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super Retina Display ขนาด 5.8 นิ้ว และเทคโนโลยีหน้าจอแบบ OLED ที่นอกจากจะมีสีสันสวยงามและให้สีสันที่ถูกต้องแล้ว ยังแสดงสีดำได้ดำสนิท มีความสว่างสูง โดยมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1 และรองรับขอบเขตสีแบบกว้างพร้อมด้วยการจัดการสีสันทั้งระบบที่ดีที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน  นอกจากนี้ จอภาพ HDR ยังรองรับ Dolby Vision และ HDR10 พร้อมการแสดงผลแบบ True Tone ที่เพิ่มเข้ามายังช่วยปรับไวท์บาลานซ์บนหน้าจอให้ตรงกับแสงรอบๆ อยู่ตลอดเวลา

ระบบยืนยันตนใหม่ Face ID

iPhone X มาพร้อมจอแบบไร้ขอบ และตัดปุ่มโฮมออกไป ทำให้ไม่รองรับ Touch ID หรือสแกนลายนิ้วมือ โดยเปลี่ยนมาเป็นฟีเจอร์ใหม่อย่าง Face ID หรือระบบการยืนยันตัวตนแบบใหม่ด้วยการสแกนใบหน้าที่ปลอดภัยมากกว่าเดิม ด้วยระบบกล้องแบบใหม่ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า TrueDepth ซึ่งประกอบด้วย ตัวฉายจุดแสง, กล้องอินฟราเรด และอิลลูมิเนเตอร์มุมกว้าง สำหรับสร้างโครงสร้างของใบหน้า และจดจำใบหน้าได้อย่างแม่นยำ

กล้องหน้าหลังสุดไอเทค

กล้องหน้าบน iPhone X มีความละเอียด 7 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า TrueDepth ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของ Face ID โดยมีคุณสมบัติในการบันทึกภาพด้วยขอบเขตสีกว้าง, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวอัตโนมัติ และการควบคุมค่าแสงที่แม่นยำ นอกจากนี้ยังมีโหมดถ่ายภาพแบบ Portrait ที่สามารถถ่ายภาพแบบระยะชัดลึกได้

นอกจากโหมด Portrait แล้ว ยังมาพร้อมกับโหมด Portrait Lighting หรือโหมดจัดแสงภาพถ่ายบุคคล โดยสามารถเลือกเอฟเฟกต์ในการจัดแสงได้แตกต่างกันถึง 5 แบบ ซึ่งโหมดนี้ยังเป็นแบบแบต้า สำหรับทดลองใช้งานอยู่

ส่วนด้านหลังเป็นกล้องคู่ Dual Camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ดีไซน์ในแนวตั้ง มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่ (Dual Optical Image Stabillization) โดยกล้องมุมกว้างมีรูรับแสง F/1.8 ส่วนกล้องเทเลโฟโต้มีรูรับแสง F/2.4

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟิลเตอร์สีแบบใหม่, พิกเซลที่เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น และหน่วยประมวลผลรับสัญญาณภาพที่ดีกว่าเดิม ซึ่ง Apple ออกแบบเอง ทำให้สามารถบันทึกภาพด้วยขอบเขตสีกว้าง และออโต้โฟกัสในสภาพแสงน้อยได้เร็วขึ้น รวมไปถึงถ่ายภาพแบบ HDR ได้สวยกว่าเดิมอีกด้วย

สำหรับไฟแฟลช เป็นแบบ Quad-LED True Tone ทั้งหมด 4 ดวง พร้อมคุณสมบัติ Slow Sync ทำให้ภาพมีความสว่างสม่ำเสมอยิ่งขึ้นทั้งในฉากหลังและฉากหน้า รวมทั้งปรับแต่งให้รองรับเทคโนโลยี AR ซึ่งมีเซ็นเซอร์ Gyroscope และอุปกรณ์สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหว

อีกทั้งยังรองรับการบันทึกวีดีโอความละเอียด 4K สูงสุด 60fps และวีดีโอแบบ Slow Motion แบบ 1080p สูงสุด 240fps

นอกจากนี้ ยังมีโหมด Portrait Lighting หรือโหมดจัดแสงภาพถ่ายบุคคล โดยสามารถเลือกเอฟเฟกต์ในการจัดแสงได้แตกต่างกันถึง 5 แบบเช่นเดียวกับกล้องด้านหน้า

Aninoji อิโมจิเคลื่อนไหวได้

กล้องหน้า TrueDepth บน iPhone X นั้น นอกจากจะใช้งานร่วมกับ Face ID แล้ว ยังเพิ่มสีสันให้กับอิโมจิด้วย Animoji

โดยทำงานร่วมกับชิปเซ็ต Apple A11 Bionic เพื่อบันทึกและวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่แตกต่างกันกว่า 50 รูปแบบ แล้วจำลองการแสดงออกทางใบหน้าเหล่านั้นบน Animoji ที่เคลื่อนไหวได้ 12 แบบ เช่น แพนด้า, ยูนิคอร์น, หุ่นยนต์ เป็นต้น

โดยสามารถบันทึกและส่งข้อความ Animoji ผ่านทางแอป iMessage ที่ติดตั้งมาให้แล้วบน iPhone X โดยใช้เสียงของตนเอง และยังสามารถยิ้ม, ขมวดคิ้ว และอื่น ๆ อีกมากมาย

ชิปเซ็ท Apple A11 Bionic

ในด้านขุมพลังซีพียูนั้น iPhone X มาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple A11 Bionic โดยเป็นแบบ 6-Core Processor ซึ่งประกอบด้วย 2-Core สำหรับการประมวลผลขั้นสูง ที่เร็วขึ้น 25% และ 4-Core สำหรับการประมวลผลแบบประหยัดพลังงาน ซึ่งเร็วกว่าชิปเซ็ต Apple A10 Fusion บน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ถึง 70%

รองรับการชาร์จแบบไร้สาย

การดีไซน์ด้านหลังแบบกระจกของ iPhone X ทำให้รองรับการชาร์จแบบไร้สาย สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของ Qi ซึ่งรวมถึงแผ่นรองชาร์จไร้สายแบบใหม่สองรุ่นจาก Belkin และ mophie ซึ่งมีจำหน่ายที่ apple.com และ Apple Stores.

นอกจากนี้ยังรองรับ AirPower อุปกรณ์ชาร์จแบบไร้สายที่จะวางจำหน่ายในปี 2018 โดยมีพื้นที่ขนาดกว้างสามารถชาร์จ iPhone 8, iPhone 8 Plus หรือ iPhone X ได้พร้อมกันถึง 3 เครื่อง รวมถึง Apple Watch Series 3 และกล่องชาร์จ AirPods แบบไร้สายใหม่

ราคา iPhone X

  • iPhone X 64 GB ราคา 999 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 35,000 บาท
  • iPhone X 256 GB ราคา 1,149 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 40,500 บาท

iPhone

ทั้งนี้ iPhone X จะเริ่มเปิดพรีออเดอร์ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ และวางจำหน่ายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2017 ในประเทศอันดอร์รา, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, บาห์เรน, เบลเยียม, บัลแกเรีย, แคนาดา, จีน, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ,

กรีนแลนด์, เกิร์นซีย์, ฮ่องกง, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, ไอร์แลนด์, เกาะแมน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เจอร์ซีย์, คูเวต, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, มอลตา, เม็กซิโก, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์,

โปรตุเกส, เปอร์โตริโก, กาตาร์, โรมาเนีย,​ รัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, สิงคโปร์, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา 

ส่วนบ้านเรา iPhone X ยังไม่มีกำหนดวันวางจำหน่ายออกมาในตอนนี้

ที่มา : Apple

from:http://mobileocta.com/launched-the-iphone-x-the-10th-anniversary-of-the-iphone/