คลังเก็บป้ายกำกับ: EMPLOYEE

“ไทย”ขึ้นแท่นคนทำงานมีความสุขอันดับสามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

เป็นผลการสำรวจของบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ออกมาเผยผ่านรายงานดัชนีความสุขของพนักงานประจำปี 2016 โดยระบุว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคนทำงานในอีก 6 ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ฮ่องกง เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียแล้ว ประเทศไทยติดอันดับสามของประเทศที่พนักงานมีความสุขในการทำงานเลยทีเดียว

โดยประเทศที่พนักงานมีความสุขอันดับหนึ่งได้แก่ ฟิลิปปินส์ (6.25 คะแนน) ตามมาด้วยอินโดนีเซีย (6.16 คะแนน) แล้วจึงเป็นประเทศไทยที่ 5.74คะแนน ส่วนอันดับรั้งท้ายได้แก่ สิงคโปร์ และมาเลเซีย

คุณนพวรรณ จุลกนิษฐ

คุณนพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า สาเหตุที่พนักงานไทยติดอันดับสูงขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับงานที่ทำ  มีความคาดหวังเชิงบวกต่ออนาคตในการทำงาน แต่ก็มีพนักงานอีกไม่น้อยที่เลือกจะมีความสุขในการทำงานด้วยการ “เปลี่ยนบริษัท” เสียเลย

ส่วนตำแหน่งงานที่คนทำงานมีความสุขสูงสุดนั้น สำหรับประเทศไทย เรียงตามลำดับได้แก่

1. ผู้บริหารระดับสูง และผู้อำนวยการ

2. พนักงานระดับเจ้าหน้าที (ประสบการณ์ไม่ถึง 1 ปี)

3. พนักงานระดับผู้จัดการ

4. พนักงาน (ประสบการณ์ 1 – 4 ปี)

5. พนักงานระดับหัวหน้างาน (ประสบการณ์น้อยกว่า 4 ปี)

สาเหตุที่พนักงานระดับหัวหน้างานมีความสุขน้อยที่สุดนั้นเป็นเพราะตำแหน่งงานต้องเผชิญความกดดันจากหลายฝ่าย ทั้งจากผู้บริหารระดับสูงที่กำหนดนโยบายและ KPI ในการทำงาน ส่วนตนเองก็มีลูกน้องให้ต้องบริหาร ทำให้มีโอกาสเกิดความเครียดได้ง่ายกว่าพนักงานตำแหน่งอื่น ๆ

ตรงกันข้ามกับผู้บริหารระดับสูงที่การศึกษานี้ชี้ว่ามีความสุขมากที่สุด เนื่องจากมีอิสระในการกำหนดนโยบายองค์กรได้นั่นเอง

 

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภูมิภาคแล้วพบว่า พนักงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความพึงพอใจต่องานน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศด้วย

ผลสำรวจเผย คนทำงานทุกข์หากหัวหน้าขาดคุณสมบัติผู้นำ

พูดถึงปัจจัยที่ทำให้คนทำงานมีความสุขกันไปแล้ว หันมาดูปัจจัยลบที่ทำให้คนทำงานเกิดทุกข์กันบ้าง โดยประเด็นหลักที่ทำให้พนักงานไม่มีความสุขจนถึงขั้นลาออกจากบริษัทคือ

  • การมีผู้นำที่ขาดคุณสมบัติในการสร้างแรงบันดาลใจ
  • การไม่ได้รับการส่งเสริมให้เติบโตในหน้าที่การงาน
  • ไม่ได้รับการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ

โดย JobsDB ระบุว่า แม้ปัจจัยเหล่านี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ทำให้พนักงานมีความสุขแต่อาจมีผลต่อการตัดสินใจของพนักงานว่าจะอยู่ด้วยความภักดีต่อองค์กรหรือจะไปแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ที่องค์กรอื่น

ซึ่งพนักงานที่ตอบแบบสอบถาม 34% ระบุว่า หากเจอสถานการณ์ดังกล่าว พวกเขาจะมองหาโอกาสที่ดีกว่าหรือหางานใหม่เพื่อเพิ่มความสุขในการทำงาน ส่วนอีก 19% บอกว่าจะเลือกทำงานในตำแหน่งเดิมต่อไปตราบใดที่พวกเขายังได้รับการขึ้นเงินเดือน และมีอยู่ 8% ที่บอกว่าพวกเขาจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้าได้รับการยอมรับในความสามารถหรือได้เลื่อนตำแหน่ง

“เราตั้งใจเผยแพร่ข้อมูลการสำรวจของ JobsDBนี้ไปยังองค์กร หน่วยงาน และบริษัทต่าง ๆ เพื่อให้ทราบถึงปัจจัยที่สร้างความพึงพอใจให้แก่พนักงานและทำอย่างไรองค์กรถึงจะรักษาความพึงพอใจของพนักงานเอาไว้ได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจพนักงานและระดับความพึงพอใจของพนักงานมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พวกเขาสามารถหาแนวทางในการพัฒนาพนักงาน และในท้ายที่สุดจะส่งผลดีต่อธุรกิจของพวกเขาเอง” คุณนพวรรณ กล่าวปิดท้าย

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/02/jobsdb-thai-happiness-index-report-2016/

Advertisements

8 วิธีเอาชนะใจเจ้านายรับปีใหม่

อีกสัปดาห์เดียวก็จะได้หยุดปีใหม่กันแล้ว ดังนั้นลองมาทำอะไรใหม่ๆ รับปีหน้ากันดีกว่า โดยวันนี้ Brand Inside จะนำเสนอวิธีการเอาชนะใจเจ้านายของทุกคน เพราะเมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันแล้ว ชีวิตการทำงานก็คงจะง่ายขึ้นเยอะ ดังนั้นอย่ารอช้ามาร่วมศึกษาทั้ง 8 วิธีกันเลย


ภาพ pixabay.com

1.มาทำงานให้ตรงเวลา

จากข้อมูลของ Michael G. Foster School of Business at the University of Washington ระบุว่า การมาถึงที่ทำงานก่อนเวลางาน เป็นอีกวิธีที่สามารถสร้างการจดจำให้กับเจ้านาย และมีผลถึงการประเมิณปลายปีที่น่าจะเป็นไปในทางที่ดีได้ รวมถึงการอยู่ออฟฟิศเลยเวลางานก็มีผลดีเล็กน้อยเช่นกัน

2.เข้าไปขอคำปรึกษา

อย่ามองว่าการเข้าไปพบเจ้านายเพื่อขอคำปรึกษาเป็นเรื่องที่คนโง่ทำกัน เพราะคนเหล่านั้นอยากพัฒนาตนเองต่างหาก ที่สำคัญการเข้าไปคุยกับเจ้านายบ่อยๆ ยังช่วยสร้างความเป็น Partnership อีกด้วย และเมื่อคุยกันบ่อย ความสนิทสนมก็มีมากขึ้น และสุดท้ายก็ได้ผลดีกลับมาในที่สุด

3.จัดระเบียบงานให้ถูกต้อง

นอกจากนี้การจัดระเบียบงานให้ถูกต้อง และศึกษาข้อมูลของเจ้านายว่าชอบงานสไตล์ไหน รวมถึงทำสิ่งที่ต้องการถูกต้องหรือไม่ เป็นอีกวิธีที่ต่อจากการเข้าไปขอคำปรึกษา เพราะถ้าทำอะไรได้ตรงกับสิ่งที่เจ้านายต้องการ ก็น่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุดในการทำงานแล้ว

4.ตั้งเป้าหมายระยะยาว

Zenger/Folkman บริษัทที่ปรึกษาด้านความเป็นผู้นำ ได้ทำการสำรวจพนักงาน 4,000 คนทั่วโลก พบว่า พนักงานที่ตั้งเป้าหมายระยะยาว แต่ต้องเป็นเป้าหมายที่พลิกโฉมองค์กร และแสดงถึงความทะเยอทะยานของคนๆ นั้น จะเป็นที่จับตามองของเจ้านายเป็นพิเศษ แม้เพื่อนร่วมงานจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็ตาม


ภาพ pixabay.com

5.ใส่ใจในทุกรายละเอียด

การใส่ใจในทุกรายละเอียดถือเป็นเรื่องแรกๆ ที่พนักงานต้องใส่ใจหากอยากเอาชนะเจ้านายได้ เนื่องจากหากคิดการใหญ่ เรื่องเล็กๆ ต้องไม่ลืม และถ้าพลาดรายละเอียดเล็กๆ แล้ว โอกาสที่จะพลาดในสิ่งใหญ่ก็ง่ายกว่าเดิมแน่นอน นอกจากนี้การใส่ใจในสิ่งเล็กๆ ยังช่วยให้คุณดูแตกต่างจากเพื่อนร่วมงานอีกด้วย

6.รู้จักขอบคุณ

เจ้านายของคุณต่างหวังดี และอยากสร้างคุณให้แข็งแรงในโลกธุรกิจ ดังนั้นคงไม่แปลกที่จะมีปากเสียงกันบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรู้จักขอบคุณ ไม่ใช่จะแสดงสีหน้าเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อขอบคุณ และนำไปปรับตัว ทุกอย่างก็จะดีขึ้นกับตัวคุณเอง และสร้างความเชื่อใจให้กับเจ้านายเช่นกัน

7.ลางานซะบ้าง

อย่าเพิ่งตกใจว่าการลางานจะทำให้เจ้านายรักคุณ และได้เลื่อนตำแน่งในเร็ววัน เพราะจริงๆ แล้วการลางานจะทำให้คุณได้พักผ่อน และสามารถสร้างความคิดใหม่ๆ ออกมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งจุดนี้เองจะทำให้เจ้านายเห็นประสิทธิภาพของคุณทันที นอกจากนี้ Oxford Economic ยังรายงานว่า 6.5% ของพนักงานที่ลางาน มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่ง

8.กล้าที่จะพูดคุย

หากมีความเห็นเรื่องใหม่ๆ ก็อย่าเลือกที่จะเก็บเอาไว้คนเดียว ควรพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อแสดงความพร้อมที่จะยกระดับองค์กร และจุดนี้เองเจ้านายก็จะเห็น และสามารถเอาชนะใจได้ไม่ยาก

อ้างอิง // 8 simple ways to make your boss love you

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/8-ways-make-boss-love-you/

Twitter ไปได้ไม่สวย ? รายงานเผยเตรียมปลดพนักงานอีก 300 ตำแหน่ง

ตามรายงานที่ออกมาจาก Bloomberg วันนี้ดูจะเป็นข่าวร้ายของเหล่าพนักงานของ Twitter จริงๆครับ เพราะในรายงานดังกล่าวได้ระบุว่าทาง Twitter อาจมีการปลดพนักงานออกอีกครั้ง ซึ่งตัวเลขของพนักงานที่จะโดนปลดออกในครั้งนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 300 คน หรือคิดเป็น 8% ของพนักงานในบริษัท

โดยการประกาศปลดพนักงานของ Twitter อาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่ทางบริษัทจะประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของปีในวันพฤหัสบดีที่จะถึง แต่ทั้งนี้ทาง Bloomberg ยังได้ระบุว่าการปลดพนักงานของ Twitter อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้หากว่าบริษัทเปลี่ยนใจ

jack-dorsey-layoffs

จากรายงานข้างต้นนี้ทำให้เราเริ่มไม่แน่ใจแล้วครับว่าสถานการณ์ของบริษัท Twitter ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะก่อนหน้านี้หากจำกันได้จะทราบว่าเพิ่งมีการปลดพนักงานไปหมาดๆประมาณ 300 คน คราวนี้จะปลดอีกแล้วหรอครับ ? ถ้าเป็นแบบนี้เชื่อว่าบุคลากรภายในคงต้องร้อนๆหนาวๆอย่างแน่นอน เพราะไม่รู้ว่านั่งอยู่ดีๆจะโดนสั่งปลดวันไหน

นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า Twitter อาจกำลังมองหาบริษัทเข้ามาซื้อกิจการต่อ เนื่องจากผลประกอบการช่วงหลังๆมานี้ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ถ้าเทียบกับเมื่อ 12 เดือนก่อนพบว่าหุ้นของบริษัทราคาตกลงไปถึง 40 % เลยทีเดียว ส่วนทางบริษัทจะปล่อยขายจริงๆหรือไม่นั้นคงต้องมารอดูกันอีกทีครับ

from:https://www.appdisqus.com/2016/10/26/report-says-twitter-may-cut-300-more-jobs.html

11 เรื่องราวแปลกๆ จากปากของอดีตพนักงานที่ Apple Store

ดูภายนอกเหมือนว่าพนักงานร้าน Apple Store ก็ไม่น่าจะมีเรื่องราวอะไรพิสดารไปกว่าพนักงานหน้าร้านแบรนด์อื่น แต่ความจริงแล้วมีเรื่องราวประหลาดหลายเรื่องที่น่าสนใจ จากปากของพนักงานเก่าที่เคยทำงานที่นี่

getty_455693062_20001364200092800_94562

1. คุณไม่สามารถเล่าเรื่องงานให้คนนอกฟัง

ไม่ต่างจากการทำงานให้ CIA พนักงานที่นี่ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดเรื่องงานกับคนนอก อยากบ่นเรื่องวันแย่ๆ ตอนดื่มเบียร์หลังเลิกงานก็ทำไม่ได้ นอกจากนี้ยังห้ามโพสต์รูปตัวเองใส่เสื้อพนักงาน Apple Store หรือห้ามระบุว่าตนกำลังทำงานให้ที่นี่บนโลกโซเชียลอีกด้วย

2. การถูกคุกคามถึงชีวิตเป็นเรื่องปกติ

ลูกค้าของ Apple บางคนจะคลั่งไคล้หลงในสินค้า และบริษัทมาก หรือเรียกได้ว่าดุเดือดจนเกินไป ยกตัวอย่างเช่น เคยมีพนักงานบอกลูกค้าว่าไม่สามารถซ่อมสินค้าให้ฟรีได้ ลูกค้าคนนั้นก็ขู่ว่าจะรออยู่หน้าร้านจนถึงเวลาปิด และจะขับรถชนเธอ โชคดีที่เธอเลิกงานดึก พอออกมาลูกค้าคนนั้นก็หายไปแล้ว ซึ่งการขมขู่ทำนองนี้ ไม่ใช่เรื่องหายากสำหรับที่นี่

3. แต่คุณก็ไม่สามารถเล่าเรื่องแบบนี้ให้เพื่อนร่วมงานฟัง !

อดีตพนักงาน Apple Store เล่าว่า “พวกเราถูกสั่งไม่ให้พูดคุยถึงสถานการณ์ทำนองนี้กับเพื่อนร่วมงาน”

4. กลุ่ม ‘อัจฉริยะ’ เป็นกลุ่มที่น่าสงสาร

กลุ่มที่ต้องทำงานโซน Genius Bar (หรือตอนนี้กลายเป็น Genius Grove) จะได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าพนักงานขายธรรมดา ซึ่งปกติจะต้องเจอกับพวกลูกค้าที่เป็นปรปักษ์กับแบรนด์อย่างน้อยวันละคนอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่ทำงาน Genius Grove จะแย่กว่า เช่น บางคนเคยโดนลูกค้าผลักมาแล้ว และสุดท้ายต้องให้ผู้จัดการสาขาเข้ามาช่วยจัดการ

5. คุณจะต้องวิจารณ์เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย อย่างน้อยวันละครั้ง

ที่นี่มีโปรแกรมชื่อว่า “Fearless Feedback” โดยพนักงานที่ Apple Store จำเป็นต้องให้ feedback เพื่อนร่วมงานและเจ้านายอย่างน้อยวันละครั้ง จะในทางที่ดีหรือแย่ก็ได้ แต่ต้องลงรายละเอียดชัดเจน อย่าคิดว่าเขาทำกันเล่นๆ เพราะผู้จัดการจะถาม feedback จากลูกน้องทุกวันหลังเลิกงาน และถามด้วยว่าแต่ละคนได้รับ feedback ว่าอะไร

6. แม้เงินเดือนขึ้นน้อย แต่พนักงานจะได้รับข้อเสนอเป็นราคาหุ้นที่ดี

อย่างที่รู้กันว่าหุ้นของ Apple ดีแค่ไหน ซึ่งพนักงานของ Apple Store มีโอกาสจะซื้อหุ้นปีละสองครั้งโดยหักจากเงินเดือน ในราคาลดลง 15% จากราคาที่ต่ำที่สุดในช่วง 6 เดือน ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์ของพนักงานที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของที่นี่

7. คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Steve Jobs มากกว่าเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ของที่นี่ซะอีก

อดีตพนักงานเล่าว่า พนักงานที่นี่ไม่ค่อยได้เรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องขายทุกวันเท่าไหร่ แต่ในทางตรงข้าม คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Steve Jobs หลากหลายเรื่องราว เช่น เขาคือคนที่ดีไซน์บันได “floating” ใน Apple Store และเป็นคนคิดว่าต้องจัดวางโต๊ะเป็นแนวเดียวกับการปูกระเบื้อง

8. เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่เป็นพวกกราฟิกและนักดนตรี

Apple Store มักจะรับเด็กจบใหม่ที่ทำงานสายนี้ ซึ่งมันก็ดูเข้าใจได้ เพราะจุดเด่นของ Mac คือด้านกราฟิกดีไซน์ และการอัด หรือตัดต่อเพลง

9. คุณอาจจะได้รับอีเมล์ส่วนตัวจาก Tim Cook

มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน แต่อดีตพนักงานเล่าว่า เคยมีครั้งนึงที่ CEO เลือกจะใช้แผนงานที่เธอเสนอ จึงส่งอีเมล์มาบอกด้วยตัวเอง ซึ่งพนักงานคนอื่นๆ ก็เคยได้รับอีเมล์ทำนองนี้เช่นเดียวกัน

10. คุณควรจะต้องรู้ว่าลูกค้าชอบไอศกรีมรสอะไร

Apple Store อยากให้พนักงานมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า หลังจากที่ปิดการขายได้ ผู้จัดการจะถามพนักงานว่า ลูกค้ามีชื่อเต็มว่าอะไร ทำงานอะไร แล้วทำไมถึงซื้อผลิตภัณฑ์นั้น และคำถามอื่นๆทำนองนี้ ซึ่งสุดท้ายผู้จัดการจะจบด้วยคำแนะนำว่า ให้กลับมาเมื่อรู้แล้วว่าลูกค้าคนนั้นชอบไอศกรีมรสอะไร (นี่ไม่ใช่เรื่องโกหก)

11. เรื่องทั้งหมดที่อ่านมาถือเป็นความลับ

บางบริษัทให้ลูกน้องเซ็นต์ยินยอมที่จะไม่เปิดเผยความลับของบริษัทเมื่อเป็นพนักงาน แต่ Apple ให้เซ็นต์ตั้งแต่วันที่คุณมาสัมภาษณ์งานที่ร้านเลยทีเดียว

แม้ผู้บริหารของ Apple จะไม่ได้ออกมาพูดอะไรถึงการที่อดีตพนักงานออกมาเล่าความลับขนาดนี้ แต่เชื่อว่าบริษัทคงไม่แฮปปี้อย่างแน่นอน เพราะจากที่อ่าน บางข้อดูเป็นเคล็ดลับเล็กๆ ที่ช่วยให้บริษัทเติบโต และมีแฟนคลับเหนียวแน่นอย่างทุกวันนี้

ที่มา : Inc

 
Source: thumbsup

The post 11 เรื่องราวแปลกๆ จากปากของอดีตพนักงานที่ Apple Store appeared first on thumbsup.

from:http://thumbsup.in.th/2016/06/11-seriously-weird-things-about-working-at-an-apple-store/

พนักงาน Samsung เผยข้อมูล Galaxy S7 และ S7 Edge โฟกัสการถ่ายรูปในที่แสงน้อยและนำฟีเจอร์ยอดนิยมกลับมา

สำหรับเรื่องราวที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้นั้นเป็นเรื่องราวของบุคคลที่บอกว่าตนเองนั้นเป็นพนักงานของทาง Samsung เลยครับ โดยเขาได้ออกมาบอกเล่าถึงข้อมูลอุปกรณ์ที่เป็นที่พูดถึงกันมากที่สุดในตอนนี้อย่างเจ้า Samsung Galaxy S7 และ S7 Edge แต่ก่อนจะไปดูสิ่งที่เขาคนนั้นได้ออกมาเปิดเผย แนะนำว่าให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ เพราะยังไงมันก็ยังคงเป็นแค่ข่าวลือ

โดยอย่างแรกที่พนักงานรายนี้ได้เผยออกมาคือ Samsung Galaxy S7 ทุกรุ่นนั้นจะมีตัวเครื่องสีดำเพื่อให้งานออกมาดูพรีเมี่ยม โดยอุปกรณ์ทั้งหมดนั้นวางเป้าหมายไว้เพื่อความสามารถในการถ่ายรูปในที่แสงน้อยได้ดี ตามข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่ามันจะมาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 12MP และ aperture f/1.7 ซึ่งทางบริษัทจะใช้สโลแกนในการโปรโมทประมาณว่า “On the night” (ในกลางคืน) ทั้งนี้ถึงแม้ว่ามันจะมีการลดความละเอียดลงจาก 16MP มาเป็น 12MP ก็ตาม ทางบริษัทไม่ได้สนใจตรงจุดนี้ครับ เพราะหันไปโฟกัสที่ขนาดของเซนเซอร์และความจุของเครื่องมากกว่า ซึ่งกล้องใน S7 และ S7 Edge จะมาพร้อมกับ Dual pixel auto focus คล้ายกับสิ่งที่ Canon ใช้ใน DSLR ครับ ซึ่งภาพที่ได้ออกมานั้นจะมี Noise น้อยลงและมีสีสันที่สวยงามขึ้น

นอกจากนี้ Galaxy S7 และ S7 Edge จะป้องกันน้ำและไรฝุ่นเช่นเดียวกับ Galaxy S5 และรองรับ Dual SIM ทั้งนี้จะมีการนำช่องใส่ microSD กลับมา เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่ทาง Samsung ได้นำออกไปใน Galaxy S6 นั่นเองครับ

ในส่วนของสีที่จะมีมาให้เราเลือกซื้อเขาได้ระบุว่าจะมีทั้ง Black, White Silver และ Gold ตามปกติ แต่สิ่งที่น่าสนใจดูจะเป็นในส่วนของแบตเตอรี่ที่น่าจะมีการเพิ่มขนาดเข้ามาให้

และนั่นก็เป็นข้อมูลทั้งหมดของบุคคลที่อ้างว่าเป็นพนักงานของ Samsung ได้เปิดเผยออกมาครับ สำหรับอุปกรณ์ตัวนี้ตามรายงานที่ออกมาก่อนหน้านี้คาดว่าจะถูกเปิดตัวในงาน  Samsung Unpacked 2016 event ที่จะจัดขึ้นวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ก่อนงาน MWC 2016 ในบาเซโลน่าครับ

 

 

 

 

from:https://www.appdisqus.com/2016/01/26/samsung-employee-leaks-information-about-the-samsung-galaxy-s7-and-samsung-galaxy-s7-edge.html

ไอเดียดี! พนักงาน Google เปลี่ยนรถกระบะเป็นที่พักแล้วนอนที่ทำงานไปเลย

Brandon อายุ 23 ปี พนักงานของบริษัท Google ใน California ตำแหน่ง software engineer ใช้ชีวิตแบบ Life Hack ของจริง เพราะเขาอาศัยอยู่ในหลังรถบรรทุกฮิปๆ ในลานจอดรถของที่ทำงาน โดยหลังรถบรรทุกคันนี้มีความกว้าง 16 x 128 ฟุต สำหรับวางเตียง แขวนเสื้อผ้า และเก็บของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย

Capture1

image

ก่อนหน้านี้ Brandon เคยเป็นเด็กฝึกงานที่ Google และห้องเช่าราคาถูกที่เขาหาได้มีราคาอยู่ที่ $2,000 เหรียญต่อเดือน และเมื่อ Brandon มีโอกาสได้งานจาก Google เขาก็นำเงินจากโบนัสการเซ็นสัญญา $10,000 ไปซื้อรถบรรทุกมาแปรสภาพเป็นที่นอน โดยค่าใช้จ่ายอย่างเดียวที่เขาเสียคือ ค่าประกันอุบัติเหตุเพียงเดือนละ $121 เหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเทียบกับค่าที่พักในแต่ละเดือน  “ผมหมดเงินเช่าอพาร์ตเมนท์เดือนหนึ่งเยอะมาก ถ้าไม่จ่ายค่าอพาร์ทเมนท์คงมีเงินเก็บเยอะขึ้น” Brandon ให้สัมภาษณ์

486234020

โดย Brandon อาบน้ำ ทานอาหารและชาร์ตไฟฟ้าจากแคมปัสของ Google และใช้เวลาว่างชิวๆ ในรถไปกับการเขียนบล็อกเล่าประสบการณ์ที่มีชื่อว่า “Thoughts from Inside the Box” เล่าเรื่องราวของการทำงานและชีวิตของเขา

ด้วยเงินที่เหลือ เขาหวังว่าจะสามารถใช้หนีเงินกู้ยืมค่าเล่าเรียนหมดภายใน 6 เดือน ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีเลยทีเดียว 😀

ที่มา : businessinsider

from:http://thumbsup.in.th/2015/10/google-employee-lives-in-truck-in-parking-lot-save-money/

[ชวนคุยยามเช้า] ทุกวันนี้คุณตั้งโจทย์ให้กับชีวิตผิดไปหรือเปล่า ??

สวัสดีครับผมเหน่งคุงคนเดิมกลับมาพบกันอีกแล้ว ณ ที่เก่าเวลาเดิม และแน่นอนว่าวันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆมาฝากอีกเช่นเคย โดยเรื่องราวในวันนี้ที่ผมกำลังจะพูดถึงนั้น เป็นเรื่องราวของแนวคิดดีๆในการวางแผนให้กับชีวิตครับ ซึ่งผมเชื่อว่าใครหลายๆคนโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่กำลังอ่านบทความของผมอยู่นี้ น่าจะได้อะไรดีๆกลับไปคิดอย่างแน่นอนครับ

ก่อนอื่นเลยผมต้องถามเพื่อนๆทุกคนก่อนครับว่าตอนนี้เพื่อนๆวางแผนเป้าหมายของชีวิตในอนาคตตัวเองไว้ว่าอย่างไรบ้างครับ ??

หากเพื่อนๆตอบว่า “อยากมีชีวิตที่สุขสบาย มีเงินเยอะๆอาจจะไม่ต้องรวยแต่ขอไม่ขัดสน ” ถ้าคำตอบของเพื่อนๆเป็นแบบนี้ผมอยากบอกว่าให้ลองอ่านเรื่องนี้ให้จบนะครับ เพราะผมรับประกันว่าเรื่องราวๆต่างๆที่เพื่อนๆกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้กำลังจะมีผลกับชีวิตในอนาคตของเพื่อนๆแน่นอน

Happiness_confidence_woman

การวางแผนชีวิตของมนุษย์เงินเดือนกับรายได้ที่แน่นอน

จริงๆแล้วในการวางแผนชีวิตนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยครับสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพราะ แน่นอนว่าในแต่ละเดือนรายได้ที่ได้นั้นค่อนข้างจะแน่นอน ซึ่งจะสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าไว้ได้ว่า เดือนนนี้เงินจะเข้า xx,xxx บาท จ่ายค่าห้อง x,xxx บาท จ่ายค่าน้ำค่าไฟและจิปาถะทั้งหลายอีก x.xxx บาท ส่วนที่เหลือจะเป็นเงินเดือนที่สามารถนำไปเก็บหรือนำไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้ในช่วงต้นเดือน ส่วนปลายเดือนคงไม่ต้องพูดถึงจริงไหมครับ ^^

เอาเป็นว่าผมเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ดีครับเพราะผมเองก็เคยเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อน แต่ผมกลับรู้สึกว่าชีวิตที่มีอยู่ในตอนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนนั้น มันไม่ค่อยจะโอเคเท่าไรเลยครับ หากถามผมว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ดีตรงไหน? ผมคงตอบว่า หลายตรง เลยครับ เพราะ จากที่ผมเคยเป็นมนุษย์เงินเดือนผมต้องตื่นนอนแต่เช้า ออกเดินทางให้ถึงที่ทำงานก่อนเวลาเข้างาน พักเที่ยงมีเวลกินข้าว 1 ชม.ต่อวัน แล้วก็กลับบ้าน อาบน้ำนอนเพื่อตื่นไปทำงานพรุ่งนี้ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นเลยนอกจากวันหยุด

และที่สำคัญที่สุดคือ การเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นจะมีรายได้ที่แน่นอน แต่มันก็เป็นรายได้ที่แน่นิ่งด้วยจริงไหมล่ะครับ เพราะต่อให้เราขยันหรือขี้เกียจเราก็จะได้เงินเดือนเท่าเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ต่อให้มีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้มากมายอย่างที่คิด !?

ผมเองเคยทำงานให้กับบริษัทใหญ่ๆอยู่บริษัทหนึ่งเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ตั้งใจเต็มที่งานหนักแค่ไหนก็ไม่เกี่ยง โดยที่รู้อยู่แล้วว่าหากทำงานครบ 1 ปีจะมีการปรับฐานเงินเดือนให้ แล้วสุดท้ายผมก็รอจนถึงวันนั้นครับวันที่เงินเดือนจะขึ้นแล้ว ^^ เชื่อไหมครับหลังจากที่ผมเห็นตัวเลขของเงินเดือนที่จะขึ้นให้ในการทำงานอีก 1 ปีข้างหน้าทำเอาผมน้ำตาร่วงเลยครับ +xxx บาทต่อเดือน!! ผมมองว่ามันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะทรมานหัวใจคนทำงานเลยครับหลังจากที่ได้เห็นตัวเลขเหล่านั้น

article-2383193-0D748DDC00000578-306_634x408

ทุกวันนี้คุณตั้งโจทย์ให้กับชีวิตผิดไปหรือเปล่า ??

บางคนอาจจะงงว่าอะไรคือโจทย์ชีวิต ผมขอบอกว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆครับในการวางแผนชีวิต ยกตัวอย่างเช่น ปกติแล้วเวลาที่เราจะเลือกหางานเราจะตั้งโจทย์อะไรบ้างครับ?? ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะตอบว่า ต้องเป็นงานที่รัก งานที่ตัวเองชอบ ใกล้ที่พัก งานที่สบาย นี่แหละครับเป็นโจทย์ที่คนส่วนใหญใช้ในการหางานสร้างรายได้ ซึ่งผมกำลังจะบอกว่า โจทย์ที่เพื่อนๆตั้งขึ้นมาในการหางานเหล่านี้เป็นโจทย์ที่ผิดครับ เพราะอะไรน่ะหรอครับ เพราะหากเรามองหางานที่ต้องเป็นงานที่รัก งานที่ต้องสบายๆ แน่นอนว่ารายได้ที่ได้ก็จะสบายๆเช่นกัน

คิดใหม่เพื่อให้ได้โจทย์ชีวิตที่ถูกต้อง

ในการตั้งโจทย์ให้ชีวิตนั้นอย่างแรกที่เราต้องทำเลยคือ ตั้งกำหนดเวลาให้กับเป้าหมาย เพื่อสร้างโจทย์ให้กับชีวิต จริงๆแล้วหากเรามีเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว เราควรที่จะตั้งกำหนดเวลาด้วยครับ ไม่ใช่ว่าตั้งเป้าหมายแล้วไม่ได้กำหนดเวลาแล้วเมื่อไรมันจะไปถึงเป้าหมายของเราได้จริงไหมล่ะครับ เพราะฉะนั้นการกำหนดเวลาให้กับเป้าหมายเป็นสิ่งที่ดีและควรทำอย่างมากในการวางแผนให้กับชีวิต

หลังจากที่เราตั้งกำหนดเวลาให้กับเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ง่ายแล้วล่ะครับ จากที่เคยคิดว่าจะทำงานอะไรดีที่รัก ที่สบาย แล้วเปลี่ยนมาตั้งโจทย์ใหม่ว่าจะทำงานอะไรดีให้สามารถไปถึงเป้าหมายให้ได้ภายในเวลา xx ปี เพียงเท่านี้เราก็จะเริ่มเห็นช่องทางที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้นแล้วครับ ซึ่งแน่นอนว่างานประจำบางงานก็สามารถทำให้เราไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้เช่นกันครับ แต่อาจจะใช้เวลานานหน่อยเท่านั้นเองครับ ซึ่งถ้ากำหนดเวลาไม่ได้เร่งรีบก็ไม่ได้มีปัญหา แต่ถ้าอยากจะไปถึงเป้าหมายก่อนแก่ล่ะ ??

งานแบบไหนพาไปถึงเป้าหมายก่อนแก่

ผมว่าเพื่อนๆต้องเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วล่ะครับกับประโยคที่ว่า งานไม่ประจำทำเงินกว่า การทำงานไม่ประจำนั้นสามารถทำเงินได้มากกว่างานประจำจริงๆครับ หากว่าเราเป็นคนที่สามารถวางกฏวางระเบียบให้กับตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ในสายอาชีพต่างๆรวมทั้งการเป็นนายตัวเอง งานเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบสูงมากๆเลยล่ะครับ เพราะหากไม่ทำหรือขี้เกียจก็จะส่งผลกระทบกับรายได้อย่างชัดเจนแตกต่างจากงานประจำ และแน่นอนรายได้ที่ได้จากการทำงานแบบนี้อาจจะไม่แน่นอนในแต่ละเดือนครับ แต่นั่นก็หมายความว่าอาจจะได้เพิ่มขึ้นในทุกๆเดือนก็เป็นได้ครับ ^^

freelancer-productivity

แต่อย่างไรก็ตามผมไม่ได้บอกให้เพื่อนๆเดินไปหาหัวหน้าแล้วบอกว่าจะลาออกไปวิ่งไล่ตามเป้าหมายตอนนี้เลยนะครับ การที่จะทำอะไรเราควรคิดให้รอบคอบ วางแผนไว้ให้ดีเสียก่อน มิเช่นนั้นเราอาจจะไม่ได้วิ่งตามเป้าหมายของเราด้วยซ้ำครับ เพราะจำนวนไม่น้อยที่ต้องผิดหวังกับการทำตามเป้าหมายที่ตัวเองวางไว้โดยการกำหนดระยะเวลาที่สั้นเกินไปในการไปให้ถึงนั่นเองครับ อย่างแรกที่ควรทำหลังจากตั้งเป้าหมายใหม่เรียบร้อยแล้ว ต้องหาความรู้ครับ เพราะหากออกมาทั้งที่ไม่เคยมีความรู้เลย แน่นอนว่าคุณกำลังเอาชีวิตของคุณไปเสี่ยงไม่ต่างกับการเล่นการพนันครับ การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรใช้วิจารณญาณในการลงทุน โดยเฉพาะกับการลงทุนกับชีวิตของตัวเองครับ

from:http://www.appdisqus.com/2015/04/22/is-that-wrong-decision-we-ve-made.html