คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

เฟซบุ๊กขยายเกณฑ์การรายงานช่องโหว่ ครอบคลุมแอพภายนอกบางส่วน

เฟซบุ๊กประกาศขยายโครงการรางวัลสำหรับรายงานช่องโหว่ (bug bounty) ออกไปสู่แอพภายนอกที่ใช้แพลตฟอร์มเฟซบุ๊กด้วย โดยจำกัดเฉพาะช่องโหว่ที่ทำ access token ของผู้ใช้รั่วไหลเท่านั้น

รายงานช่องโหว่รั่วไหลนี้ต้องเป็นการรั่วไหลจากการ “รับชม” ข้อมูลบนแอพหรือเว็บไซต์เท่านั้น ไม่รวมถึงการโจมตีเว็บไซต์ด้วยวิธีการต่างๆ แนวทางเช่นนี้คือเฟซบุ๊กหาทางลดแอพ “มักง่าย” ที่พัฒนาอย่างไม่ระวังจนทำ access token ของผู้ใช้หลุดออกไป

รางวัลขึ้นกับผลกระทบของรายงานแต่ละครั้ง รางวัลขั้นต่ำ 500 ดอลลาร์

แม้รางวัลจะไม่มากมายนัก แต่การที่เฟซบุ๊กรวมแอพภายนอกเข้ามาในโครงการด้วยก็เปิดโอกาสให้มีการรายงานช่องโหว่ได้มากขึ้นมาก โดยเฟซบุ๊กระบุว่ายังไม่เคยเห็นโครงการให้รางวัลแบบเดียวกันให้รางวัลกับแอพที่มาใช้แพลตฟอร์มาาก่อน

ที่มา – Facebook

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105316

Advertisements

Facebook ปรับระบบซื้อโฆษณาให้โปร่งใสมากขึ้น

ก่อนหน้านี้นักการตลาดจำนวนไม่น้อยรู้สึกสงสัยในการวัดผลของแพลตฟอร์มออนไลน์ หลายคนมีความรู้สึกว่าการจ่ายเงินซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์นั้นเป็นการลงทุนที่วัดผลบนระบบที่ไม่โปร่งใส เพื่อแก้ไขปัญหานี้ Facebook ลงมือปรับระบบให้การติดตามรายงานทำได้ง่ายและมีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่โปร่งใสมากขึ้นกว่าเดิม

Facebook ประกาศในโพสต์บล็อกว่ากำลังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ซึ่งจะคลุมทั้งบริการโฆษณาแบบวิดีโอ in-stream video, บทความ Instant Articles และเครือข่าย audience network จุดนี้ Facebook ระบุว่าจะเปิดเผยรายชื่อผู้จัดพิมพ์หรือ publisher lists และรายงานการแสดงโฆษณาหรือ publisher delivery reports ซึ่งจะทำให้ทุกคนได้เห็นว่ามีใครที่ลงโฆษณากับ Facebook บ้าง

เพิ่มความมั่นใจให้นักการตลาด

การเปิดเผยรายชื่อผู้เผยแพร่โฆษณาทั้งหมดที่สร้างรายได้เข้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของตัวเอง จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถดูว่าโฆษณาของแต่ละคนจะถูกส่งไปที่ใดก่อนที่จะเริ่มแคมเปญ ผู้ลงโฆษณายังสามารถดูรายชื่อเว็บไซต์ publisher ผู้เผยแพร่โฆษณาที่โฆษณาของตนปรากฏ ด้วยการดาวน์โหลดรายงานการจัดส่งของผู้เผยแพร่โฆษณา (publisher delivery reports)

นอกจากนี้ Facebook ยังประกาศ (ในโพสต์ที่แยกกัน) ว่ากำลังเปลี่ยนชื่อรูปแบบโฆษณา Canvas มาเป็น “Instant Experience” ซึ่งจะมีการเพิ่มความสามารถใหม่หลายจุด หนึ่งในนั้นคือเทมเพลตใหม่ Instant Forms ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนสามารถแบ่งปันข้อมูลการติดต่อกับธุรกิจได้ง่ายขึ้น

จำนวนแคมเปญที่รันบน Instant Experience พบว่าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นถึง 15 เท่าเมื่อเทียบกับไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่มาตรฐานทั่วไป

สำหรับบริการ Facebook Pixel ระบบ Tracking ของ Facebook ที่ใช้ติดตั้งบนเว็บไซต์ของแบรนด์เพื่อติดตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้เยี่ยมชม เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปกำหนดกลุ่มเป้าหมายการโฆษณาในแบบที่ละเอียดมากขึ้นนั้น Facebook ยังยืนยันว่าจะช่วยให้ผู้ลงโฆษณารวม Facebook Pixel เข้ากับระบบอื่นหรือ third-party pixel เพื่อใช้กับแคมเปญ Instant Experience ได้ด้วย

ผลคือ Pixel จะถูกเพิ่มลงไปใน Instant Experience แบบอัตโนมัติทันทีเพื่อให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถใช้เป็นเครื่องมือให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับลูกค้าที่ร่วมแคมเปญอีกครั้ง จุดนี้นักโฆษณายังสามารถฝังพิกเซลของบุคคลที่สามหรือ third-party pixel เพื่อติดตามการมีส่วนร่วม และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแคมเปญได้ดีขึ้นด้วย

ที่มา: : MarketingDive

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/09/facebook-transparent/

Facebook เปิดตัว SapFix เครื่องมือดีบั๊กด้วยพลัง AI ช่วยเขียนแพตช์แก้บั๊กให้อัตโนมัติ

ทีมวิศวกรของ Facebook เปิดตัว SapFix เครื่องมือช่วยดีบั๊กด้วยพลัง AI ที่ล้ำหน้าถึงขั้นแก้บั๊กหรือเขียนแพตช์ให้อัตโนมัติด้วยในบางกรณี

SapFix ถูกนำมาใช้งานจริงแล้วในกระบวนการพัฒนาแอพ Facebook Android โดย Facebook ระบุว่าเป็นครั้งแรกที่นำ AI มาใช้ตรวจหาบั๊กในงานที่ใหญ่ระดับนี้

การทำงานของ SapFix มักใช้คู่กับเครื่องมืออีกตัวของ Facebook คือ Sapienz ซึ่งทำหน้าที่รัน automate testing ให้ก่อน เมื่อ Sapienz พบบั๊กแล้วจะส่งต่อให้กับ SapFix ช่วยวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไข ซึ่งเป็นไปได้หลายแบบ

  • อย่างง่ายที่สุด SapFix จะเขียนแพตช์เพื่อถอนโค้ดที่ก่อให้เกิดบั๊กนั้นกลับเป็นเวอร์ชันก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปได้ทั้งการถอนกลับทั้งหมด (revert full diff) หรือบางส่วน (revert partial diff)
  • ถ้าปัญหาซับซ้อนมากขึ้น SapFix จะพิจารณาจากเพมเพลตการแก้บั๊กในฐานข้อมูลเดิม เพื่อสร้างแพตช์ขึ้นมาจากเทมเพลตเหล่านี้
  • หากแนวทางแก้บั๊กในเทมเพลตไม่เวิร์ค SapFix จะลองใช้วิธีที่เรียกว่า mutation หรือการลองปรับแก้โค้ดบางส่วนไปเรื่อยๆ โดยอิงจากแผนภาพ abstract syntax tree (AST) ของจุดที่เกิดปัญหา จนกว่าจะสามารถแก้บั๊กได้

No Description

SapFix จะนำเสนอแนวทางหลายแบบในการแก้บั๊กเดียวกัน และทดสอบคุณภาพของแพตช์จากปัจจัย 3 อย่างคือ compilation error, ทดสอบว่าหายแครชหรือไม่ และทดสอบว่าแพตช์ก่อให้เกิดการแครชในกรณีอื่นหรือไม่ หลังทดสอบเสร็จหมดแล้วจะส่งต่อให้มนุษย์ตรวจสอบอีกชั้น เพื่ออนุมัติการใช้แพตช์ต่อไป

ตอนนี้ SapFix ยังเปิดให้ใช้งานเฉพาะภายใน Facebook และมีแผนจะเปิดซอร์สในอนาคต

ที่มา – Facebook Code

from:https://www.blognone.com/node/105278

Mark Zuckerberg : สรุปบทเรียนตลอด 2 ปี กับการเตรียม Facebook ไม่ให้เป็นเครื่องมือการเมือง

Mark Zuckerberg เขียนโน้ตยาวพูดถึงการเตรียม Facebook ให้พร้อมกับการเลือกตั้ง และการป้องกันไม่ให้ Facebook ถูกแทรกแซงเพื่อเป้าหมายทางการเมือง

No Description
ภาพจาก Mark Zuckerberg

เริ่มต้นจากบทเรียนในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทำให้ Facebook รู้ว่า รูปแบบของผู้ไม่หวังดีคืออะไร ต้องแก้ปัญหาตรงไหนบ้าง โดย Facebook พบว่า เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคนสร้างบัญชีปลอมกับบัญชีจริง คือต่างคนต่างบูสต์โพสต์ของกันและกันทำให้แน่ใจว่าเนื้อหาจะแพร่ได้จริงในวงกว้าง ความท้าทายอีกอย่างคือ กิจกรรมที่ชวนคนเข้าร่วมวึ่งไม่ผิดกฎแพลตฟอี์มแต่คนเข้าร่วมมีทั้งบัชีจริงและปลอม และกลยุทธ์หนึ่งของพวกผู้ไม่หวังดีคือสร้างเนื้อหาที่ดีและไม่ดีพร้อมๆกัน

ตัวอย่างผลของการทำงานในช่วงที่ผ่านมา

  • Facebook ลบเพจที่มีความเกี่ยวข้องกับ IRA หน่วยงานในรัสเซีย ไป 270 เพจ
  • พบเครือข่ายในอิหร่านที่พยายามแพร่โฆษณาชวนเชื่อในอังกฤษ, สหรัฐฯ, ตะวันออกกลาง โดย Facebook ได้ลบออกไปเป็นหลักร้อยเพจ
  • ลบเพจแพร่เนื้อหาปลอมช่วงเลือกตั้งในบราซิล
  • ลบเพจแพร่เนื้อหาเกลียดชังปลุกระดมในพม่า

No Description

ด้านรูปแบบของข่าวปลอมมีการเผยแพร่สามวิธีคือ แพร่จากบัญชีปลอม (รวมทั้งแรงผลักดันทางการเมือง), แพร่โดยสแปมเพื่อเอายอดไปทำเงิน, แพร่โดยคนธรรมดาที่รู้ว่าเป็นข่าวปลอมแต่ก็ยังเผยแพร่ กุญแจสำคัญคือต้องตัดช่องทางที่บัญชีปลอมจะสร้างรายได้ ป้องกันไม่ให้สแปมเข้าถึงช่องทางโพสต์โฆษณา ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกคอยตรวจสอบข่าว เป็นต้น

นอกจากนี้ Facebook ยังปรับนโยบายให้โฆษณาเพื่อการเมืองต้องเปิดเผยหน่วยงานที่ซื้อและเงินที่ซื้อ แต่หลายเรื้อหาก็ไม่ได้โปรโมทนักการเมืองคนไหนเป็นพิเศษ แต่ก็มีเนื้อหาที่มีเป้าหมายทางการเมือง ในการจับทางเนื้อหาประเภทนี้ Facebook พยายามผลักดันให้หน่วยงาน และธุรกิจที่มีเพจต้องได้รับการรับรอง แม้เนื้อหาบนเพจจะไม่ใช่การเมืองเลยก็ตาม

Mark Zuckerberg กล่าวสรุปในช่วงท้ายว่า ปี 2016 บริษัทไม่ได้เตรียมรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว แต่ในขณะที่ Facebook เตรียมรับมือกับการเลือกตั้ง ศัตรูผู้ไม่หวังดีก็อาจเตรียมวิธีการที่ตรวจจับยากกว่าเดิมไว้แล้ว Facebook ก็ต้องทำงานและร่วมมือกับภาคส่วนอื่นเพื่อปกป้องประชาธิปไตยต่อไป

ที่มา – Mark Zuckerberg

from:https://www.blognone.com/node/105245

Facebook สร้างเครื่องมือ AI ไว้สำหรับอ่านข้อความในภาพ Meme เพื่อดูว่าเนื้อหาเหมาะสมหรือไม่

Facebook เปิดเผยรายละเอียดของ Rosetta เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นไว้สำหรับอ่าน Meme (มีม) ต่าง ๆ ที่โพสต์ลงทั้งใน Facebook และ Instagram โดยอาศัย AI เข้ามาช่วยในการทำงาน

ถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่าถ้าเป็นการสแกนหาข้อความในรูปภาพ ก็ไม่น่าถึงกับต้องใช้ AI ก็ได้ คำอธิบายของ Facebook คือ สิ่งที่ Rosetta เหนือกว่าการแยกข้อความในรูปภาพ คือสามารถอ่าน Meme ให้เข้าใจว่าข้อความที่สื่อในภาพนั้น มีเนื้อหาที่เหมาะสมหรือไม่ รวมทั้งสามารถรับรู้ได้ว่าข้อความในนั้นเป็นภาษาอะไร

ขั้นตอนทำงานของ Rosetta เริ่มด้วยการสแกนรูปภาพทีละรูปเพื่อค้นหาตัวหนังสือในนั้น นำตัวหนังสือมาจัดเรียงเป็นข้อความ แล้วใช้ระบบอีกตัวตีความหมายจากข้อความนั้น หากพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมก็รายงานให้ตรวจสอบต่อไป

ความสามารถของ Rosetta ตอนนี้สามารถจัดการอ่านรูปภาพได้มากกว่า 1 พันล้านรูปต่อวัน ในอนาคต Facebook จะทำให้สามารถอ่านข้อความที่ปรากฏในวิดีโอได้ด้วย รายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติมสามารถอ่านได้จากที่มา

ที่มา: Facebook Code

alt="Rosetta"

from:https://www.blognone.com/node/105195

ชมภาพ MPK 21ตึกใหม่ของ Facebook มีสวนบนหลังคาและแผงโซลาร์ด้วย

Facebook ประกาศโครงการสร้างตึกใหม่ขยายเพิ่มเติมใน Menlo Park ในชื่ออาคาร MPK 21 ที่สร้างเสร็จแล้วและใช้เวลาสร้างประมาณ 18 เดือน ที่นอกจากจะสวยงามสมกับเป็นออฟฟิศไอทียักษ์ใหญ่ในยุคใหม่แล้ว บนหลังคายังมีสวนขนาดย่อมและแผลโซลาร์ด้วย

ตัวอาคารออกแบบโดย Frank Gehry สถาปนิกชื่อดังที่สร้างผลงานเป็นที่จดจำ โดยเฉพาะอาคาร Walt Disney Concert Hall ที่แอลเอ และ Dancing House ในปราก เป็นต้น

ด้านสวนบนหลังคาของตึก MPK 21 มีขนาด 3.6 เอเคอร์ ที่จะประกอบด้วยต้นไม้ประมาณ 200 ต้น และยังมีพื้นที่ Town Square เป็นพื้นที่เอาท์ดอร์ที่รายล้อมด้วยต้นไม้สูง สามารถเดินเชื่อมไปยังส่วนต่างๆ ของตึกได้ และบนหลังคายังมี แผงโซลาร์เซลล์ซึ่งจะสร้างกระแสไฟฟ้าเกือบ 2 ล้าน kWh ต่อปี Facebook ยังระบุด้วยว่าตัวอาคารได้รับการออกแบบเพื่อให้บรรลุการรับรอง LEED Platinum ตามมาตรฐานของ US Green Building Council

No DescriptionNo DescriptionNo Description

ที่มา – Facebook Newsroom

from:https://www.blognone.com/node/105154

Facebook คัดกรองและแจ้งเตือนเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ (วิดีโอ/เพลง) ไม่ให้ผู้ใช้อัปโหลดขึ้นระบบ

Facbook Music Copyright Upload

หากเราอัปโหลดวิดีโอ เพลง หรือเนื้อหาที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์บน Facebook ทางระบบจะทำการแจ้งเตือนให้เราทำการถอดเนื้อหาเหล่านั้นออกไปจากระบบ

Facebook คัดกรองและแจ้งเตือนเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ (วิดีโอ/เพลง) ไม่ให้ผู้ใช้อัปโหลดขึ้นระบบ

ก่อนหน้านี้ผู้เขียนได้ทดลองอัปโหลดวิดีโอที่ถ่ายจากมือถือขึ้นระบบ Facebook โดยวิดีโอนั้นเป็น Music Video เพลงเกาหลีที่ผู้เขียนใช้กล้องอัดจาก TV อีกต่อหนึ่งแล้วมาอัปโหลดลง Facebook

Facbook Music Copyright 1

เมื่ออัปโหลดวิดีโอขึ้นไปสักพัก ทาง Facebook ก็ได้ตัดเสียงในวิดีโอออกไปแล้วแจ้งเตือนว่าวิดีโอนั้นละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีการสงวนสิทธิ์ในหลายประเทศ ซึ่งผู้อัปโหลดจะสามารถปล่อยวิดีโอตัวนั้นได้อยู่แต่เสียงจะถูกตัดออกไป

Facbook Music Copyright 2

นอกจากนั้นผู้อัปโหลดจะสามารถเลือกได้ว่าจะถอดวิดีโอนั้นออกหรือจะให้คงอยู่ไว้ (คืนค่าเสียง : หากมั่นใจว่าไม่ละเมิดลิขสิทธิ์) แต่เมื่อผู้เขียนลองกดให้คงอยู่ไว้ (คืนค่าเสีย) วิดีโอนั้นก็ยังถูกระบุว่าเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ดี

นั่นหมายความว่า Facebook เริ่มเข้มงวดกับการคัดกรองข้อมูล วิดีโอ เพลง หรือเนื้อหาที่ผู้ใช้จะอัปโหลดลงระบบมากขึ้น โดยเบื้องต้นผู้เขียนคาดว่า Facebook จะตรวจสอบข้อมูลการละเมิดลิขสิทธิ์จากเจ้าของผลงานที่ลงทะเบียนกับ Facebook เป็นหลักก่อน

ดังนั้นหากผู้ใช้อย่างเราๆ อัปโหลดเนื้อหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิดีโอ เพลง ข้อความ ที่มีการสงวนลิขสิทธิ์ไว้อาจได้รับการแจ้งเตือนในลักษณะนี้ ดังนั้นการอัปโหลดเนื้อหาเข้าระบบ Facebook ผู้ใช้ควรตรวจสอบสิทธิ์ในการนำไปใช้ให้ดี

ข้อมูลเพิ่มเติม – ลิขสิทธิ์บน Facebook

from:https://www.iphonemod.net/facbook-music-copyright-notify-users.html