คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

เคเบิลใต้น้ำความเร็ว 160Tbps ของ Microsoft และ Facebook สร้างเสร็จแล้ว เตรียมเปิดใช้งานต้นปี 2018

โครงการเคเบิลใต้น้ำ MAREA ซึ่งเป็นโครงการร่วมกันระหว่าง Microsoft และ Facebook ในการเดินสายเคเบิลความเร็ว 160Tbps ได้ถูกสร้างเสร็จแล้วอย่างเป็นทางการ

Credit: Microsoft

 

MAREA นี้จะถูกเปิดใช้ในช่วงต้นปี 2018 เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็ว 160Tbps ระหว่าง Virginia Beach, USA เข้ากับ Bilbao, Spain ผ่านสายเคเบิลที่อยู่ลึกเกือบ 11,000 ฟุตจากผิวน้ำทะเล ด้วยระยะทางกว่า 6,600 กิโลเมตร โดยในโครงการนี้มีการเดินสายเคเบิลเพียงแค่ 8 คู่เท่านั้น แต่การอัปเกรดที่ Station ระหว่างปลายทางทั้งสองนี้ก็ยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วของระบบเครือข่ายขึ้นไปได้อีกในอนาคต ทำให้ MAREA นี้จะรองรับการใช้งานต่อไปได้อีกนับสิบปี

ทางด้าน Microsoft นั้นได้ประกาศด้วยว่าการมาของ MAREA นี้จะช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความทนทานให้กับ Microsoft Azure ที่เปิดให้บริการในหลายๆ Region ในบริเวณใกล้เคียง

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/09/22/microsoft_and_facebooks_transatlantic_cable_completed/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-and-facebook-160tbps-cable-marea-is-completed/

Advertisements

Facebook เพิ่มเครื่องมือโฆษณาโดยเลือกกลุ่มเป้าหมายตามสถานที่ได้แล้ว

Facebook เปิดตัวเครื่องมือใหม่สำหรับการโฆษณา โดยให้การโฆษณาของ Facebook ขึ้นกับสถานที่และกิจกรรมที่ผู้ใช้ทำบนโทรศัพท์ เมื่อผู้ใช้อนุญาตให้แอพ Facebook ติดตามตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้

สำหรับเครื่องมือโฆษณานี้ เปิดให้ผู้โฆษณาเลือกเป้าหมายในการโฆษณาเป็นสถานที่ได้ อข่างเช่นถ้าผู้ใช้ไปร้านค้า อย่างเช่นเดิมไปยังร้านขายรองเท้า ตอนเปิด Facebook ก็จะเจอโฆษณารองเท้าแสดงขึ้นมาได้

ฟีเจอร์การโฆษณาดังกล่าวถือเป็นความต้องการในการบุกตลาดโฆษณาของสินค้าที่ต้องเดินไปซื้อตามร้านมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Facebook ก็ได้เปิดตัวฟีเจอร์วัดผลการโฆษณาต่อการเข้าร้านมาแล้ว ฟีเจอร์ใหม่นี้ก็จะช่วยเติมเต็มความต้องการของร้านค้าปลีกแบบหน้าร้านที่ต้องการโฆษณาบน Facebook ให้คนมาเข้าร้านมากขึ้น

ที่มา – Engadget

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/95680

4 แนวทางการลดความเสี่ยงทางไซเบอร์จาก ฟอร์ติเน็ต

มีองค์กรจำนวน 60% ที่รายงานว่าพบภัยที่อาศัยช่องโหว่ที่เกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปีแล้วซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นจะเป็นภัยที่โจมตีอุปกรณ์ใช้ในครัวเรือน

อ้างอิงรายงานภัยคุกคามของฟอร์ติเน็ตประจำไตรมาส Q2 2017 ที่แสดงให้เห็นว่า มีองค์กรจำนวน 90% ได้พบภัยคุกคามเข้ามาในระบบผ่านช่องโหว่มานานกว่า 3 ปีถึงแม้ว่าจะมีแพทช์เพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้นแล้วก็ตาม เรื่องที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้น คือ มีองค์กรจำนวน 60% ที่รายงานว่าพบภัยที่อาศัยช่องโหว่ที่เกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปีแล้วซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นจะเป็นภัยที่โจมตีอุปกรณ์ใช้ในครัวเรือน อาทิ เราท์เตอร์และแอคเซสพ้อยท์ไร้สาย ซึ่งพบว่า 1 ใน 20 ของภัยดังกล่าวมุ่งโจมตีที่อุปกรณ์โมบายเช่นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ใช้ระบบแอนดรอยด์

ฟอร์ติเน็ตจึงมีเคล็ดลับในการป้องกันภัยเพื่อลดความสี่ยงต่อภัยคุกคามดังนี้:

1. ควบคุมโซเชี่ยลมีเดียของตนเอง

ท่านควรรู้ว่า ใครคือ “เพื่อน” ในแอพพลิเคชั่นที่ท่านใช้อยู่ เนื่องจากผู้ไม่หวังดีมักสร้างเพจแปลกปลอมที่จะมาขอเป็นเพื่อนกับท่าน และให้ระวังดังต่อไปนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนขโมยข้อมูลหรือลวงให้ท่านคลิกที่ลิ้งค์หรือนำไปเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย

2. พิจารณาธุรกรรมออนไลน์ของท่านให้รอบคอบ

ธนาคารของท่านมักจะไม่ขอยืนยันบัญชีของท่านหรือให้ข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบของท่านซึ่งท่านสามารถละเลยหรือลบทิ้งคำขอดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นแบบออนไลน์หรือทางอีเมล์ได้ ทั้งนี้ หากท่านได้รับอีเมล์หรือหน้าเว็บเบราว์เซอร์ที่มีลิงก์แนบ ให้ท่านดูที่ URLทุกครั้งก่อนที่ท่านจะคลิก และที่ลิงก์นั้น ให้ท่านวางเม้าส์และดูที่อยู่ที่แสดงขึ้นว่าควรเริ่มต้นด้วยที่อยู่จริงเช่น “www. (yourbank).com” ที่อยู่นั้นควรสั้นพอสมควรและหากท่านต้องการพิสูจน์เพิ่มเติมให้เข้าไปที่เว็บไซต์นั้นโดยตรงแทนที่จะใช้ลิงก์ที่ส่งให้มานั้นหรือติดต่อสถาบันการเงินของท่านเพื่อให้แน่ใจว่าคำขอที่ท่านได้รับนั้นถูกต้อง

3. ตรวจสอบอีเมล์ของท่าน

วิธีที่จะให้ลวงผู้ใช้โหลดซอฟต์แวร์หรือมัลแวร์ที่เป็นอันตรายลงในระบบพบได้บ่อยที่สุด คือวิธีการแนบไฟล์ทางอีเมล์ที่เรียกว่าฟิชชิ่งซึ่งการโจมตีเหล่านี้มักอ้างว่าไฟล์ที่แนบมากับอีเมล์ของท่านเป็นใบเสร็จรับเงินหรือเอกสารเรียกเก็บเงินสำหรับการทำธุรกรรมที่ปลอมขึ้นมาโดยเรียกร้องให้ท่านสนใจเอกสารปลอมนั้นทันทีหรือมักเป็นข้อความจากเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวของท่านจงอย่าคลิกที่ไฟล์แนบหรือเว็บลิงค์ในอีเมล์จากคนที่ท่านไม่รู้จักซึ่งท่านเองไม่ได้ร้องขอหรือติดต่อด้วยและดูเหมือนอีเมล์นั้นจะไม่ถูกต้องตามกฎหมายวิธีในการตรวจสอบความถูกต้องของอีเมล์ที่รวดเร็ว คือการดูอีเมล์แอดเดรสของผู้ส่ง(โดยที่ท่านดับเบิลคลิกที่ชื่อผู้ส่งหรือโดยการกดปุ่มตอบกลับ) ให้ตรวจดูว่าอีเมล์ตรงกับองค์กรนั้นหรือไม่? เป็น ชื่อองค์กรดูว่ายาวเกินไปหรือมาจากสถานที่อื่นที่ท่านคาดหวังไว้หรือไม่ มีตัวอักษรหรือตัวเลขใดบ้าง?ถ้าตัวอักษรหรือตัวเลขที่ท่านไม่แน่ใจ ให้ท่านลบอีเมล์นั้นไป

4. อัพเดตอุปกรณ์อยู่เสมอ

ตรวจสอบอุปกรณ์ในบ้านของท่านที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตซึ่งรวมถึงโทรศัพท์, DVRs, ทีวี, กล้องรักษาความปลอดภัยและอุปกรณ์ออนไลน์อื่นๆแม้แต่เราเตอร์ใช้ในบ้านและอุปกรณ์แอคเซสพ้อยท์ไร้สายให้ท่านเขียนชื่อผู้ผลิตและหมายเลขรุ่นและแสดงรายการซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่ทำงานบนระบบเหล่านี้ไว้เมื่อท่านมีรายการทั้งหมดครบแล้ว ให้ท่านค้นหาช่องโหว่ที่เป็นที่รู้จักกันหรือหาแพทช์ ทั้งนี้ให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์เหล่านี้และแอพพลิเคชันทั้งหลายใช้แพทช์รุ่นล่าสุดและใช้ระบบปฏิบัติการ เฟิร์มแวร์หรือซอฟต์แวร์ของพวกอุปกรณ์ในเวอร์ชันล่าสุดหากพบว่าอุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันใดไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตอีกต่อไป ให้ท่านซื้อเครื่องใหม่จะปลอดภัยที่สุด

ที่มา : Fortinet

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7988

Facebook ปล่อยฟีเจอร์ ห่างกันสักพัก (Take a Break) ให้ iOS ใช้งานแล้ว

Facebook Takeabreak

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่ Facebook ได้ปล่อยให้กับผู้ใช้อุปกรณ์ iOS ได้ใช้ คือฟีเจอร์ ห่างกันสักพัก (Take a Break) ที่เป็นการจำกัดการเข้าถึงของ Friend แต่ละคน

ห่างกันสักพัก (Take a Break)

Facebook ได้ปล่อยฟีเจอร์ ห่างกันสักพัก (Take a Break) ในแอป Facebook ของ iOS ให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกัน โดยหลักการของฟีเจอร์นี้จะเป็นการจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึง ความเป็นส่วนตัว และอยากเห็นข้อมูลของ Friend คนนั้นน้อยลง

Facebook Takeabreak 5

วิธีการใช้งานก็จะคล้ายๆ กับเลิกติดตาม (Unfollow) โดยแตะไปที่ Friend (เพื่อน) แล้วเลือก ห่างกันสักพัก (Take a Break)

Facebook Takeabreak 1

จากนั้นก็เลือกการจำกัดการมองเห็นได้ 3 ส่วน คือ

เห็นใครคนหนึ่งน้อยลง : การจำกัดนี้เราจะไม่ค่อยเห็นความเคลื่อนไหวของ Friend คนนั้นบนหน้า Feed

Facebook Takeabreak 2

จำกัดการเห็นโพสต์ของคุณและโพสต์ที่คุณถูกแท็ก : ซ่อนโพสต์จาก Friend ที่ต้องการห่างสักพักโดย Friend จะถูกเพิ่มลงใน รายชื่อผู้ที่ถูกจำกัด ด้วย

Facebook Takeabreak 3

แก้ไขผู้ที่สามารถเห็นโพสต์ในอดีต : จำกัดผู้ที่สามารถเห็นโพสต์ (เช่น รูปภาพ การอัพเดตสถานะ วิดีโอ และอื่นๆ) ให้เฉพาะคนที่ถูก Tag เท่านั้นสามารถเห็นได้ แต่จะไม่แสดงบน Timeline ของเรา (แต่แสดงบน Timeline ของผู้ที่ถูก Tag อยู่)

Facebook Takeabreak 4

Facebook บอกว่าฟีเจอร์ห่างกันสักพักเหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเห็นข้อมูลของ Friend คนนั้นมากและไม่อยากให้เขาเห็นข้อมูลของเรามากเช่นกัน ซึ่งแตกต่างจาก เลิกติดตาม (Unfollow) ที่เราจะไม่เห็นข้อมูลอะไรเลยของ Friend บน Timeline ของเรานั่นเอง

สามารถดาวน์โหลดและอัปเดต แอป Facebook ได้ที่ App Store

รายละเอียดเพิ่มเติม – ห่างกันสักพัก (Take a Break)

from:https://www.iphonemod.net/facebook-take-a-break-feature.html

[TIP] วิธีปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติใน Facebook บน iOS และ Android

Facebook คือโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ปัจจุบันนี้ขาดกันไม่ได้ไปเสียแล้วครับ แต่หลังจากผ่านการอัพเดตมาหลายครั้ง หลังๆ นี่ Facebook เริ่มฮาร์ดเซลพวกโฆษณาต่างๆ ของตัวเองไปหน่อย จนเป็นผลให้ไปตั้งค่าเปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติของหน้าฟีดเราเป็นค่ามาตรฐานซะอย่างนั้น บ่อยครั้งที่รูดฟีดไปแล้วเจอวิดีโอเสียงดังขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว บางทีอยู่ในที่ประชุมหรือติดงานสำคัญนี่ก็เป็นเรื่องเอาเหมือนกันนะ ยิ่งปัจจุบันใครมีเพื่อนๆ ที่ชอบแชร์วิดีโอแปลกๆ ด้วยแล้วน่าจะยิ่งเข้าใจความรู้สึกกันดีเลย

แต่ไม่ต้องตกใจไป ทุกปัญหามีทางแก้ วันนี้ APPDISQUS เอาวิธีการปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติที่กวนใช่เพื่อนๆ นี้ออกทั้งบน iOS และ Android มาฝากกัน รับรองว่าทำง่ายๆ แต่คุณภาพชีวิตเรากับ Facebook จะดีขึ้นมาก ดาต้าก็ประหยัดขึ้น วิดีโอก็ไม่เล่นเองพร้อมเสียงดังๆ กวนใจอีกนะเออ

 

วิธีการปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติใน Facebook บน iOS



turn-off-facebook-autoplay-ios-3.jpeg

turn-off-facebook-autoplay-ios-5.jpeg

  1.  เปิดแอพพลิเคชั่น Facebook ขึ้นมา จากนั้นกดที่เมนู (เส้นตรงสามเส้นแนวนอน) ตรงมุมขวาล่าง
  2. เลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนเจอ Settings
  3. เลือก Account Settings
  4. เลือก Videos and Photos
  5. เลือก Autoplay
  6. เลือกออฟชั่นสุดท้าย คือ Never Autoplay Vidoes (ออฟชั่นแรกคือเล่นวิดีโออัตโนมัติทั้งบนดาต้ามือถือและ WiFi ส่วนออฟชั่นที่สองคือเล่นอัตโนมัติเฉพาะบน WiFi)

 

วิธีการปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติใน Facebook บน Android



turn-off-facebook-autoplay-android-3.jpeg

  1.  เปิดแอพพลิเคชั่น Facebook ขึ้นมา จากนั้นกดที่เมนู (เส้นตรงสามเส้นแนวนอน) ตรงมุมบนด้านขวามือ
  2. เลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนเจอ App Settings
  3. มองหา Autoplay
  4. เลือกออฟชั่นสุดท้าย คือ Never Autoplay Vidoes (ออฟชั่นแรกคือเล่นวิดีโออัตโนมัติทั้งบนดาต้ามือถือและ WiFi ส่วนออฟชั่นที่สองคือเล่นอัตโนมัติเฉพาะบน WiFi)

ที Tips และ Tricks มากมายมาฝากเพื่อนๆ กันอยู่เป็นประจำ อย่าลืมติดตามเราไว้เพื่อให้ไม่พลาดทุกเทคนิคดีๆ ที่เรานำมาฝากกัน หรือหากเพื่อนๆ สนใจ อาจลองเช็ค Tips & Tricks ที่เราคัดสรรมาให้นี้ได้เลย

from:https://www.appdisqus.com/2017/09/20/how-to-turn-off-facebook-video-autoplay-ios-android.html

เอเจนซีใหญ่ชี้ Amazon เป็นแพลตฟอร์มที่ต้อง “ใส่ใจ” มากที่สุด

หากเอ่ยชื่อ Amazon, Facebook และ Google คงต้องบอกว่าทั้งสามแพลตฟอร์มนี้ได้ก้าวขึ้นมามีอิทธิพลต่อแบรนด์มากเป็นอันดับต้นของโลกแล้ว โดยต่างมีจุดได้เปรียบเสียเปรียบแตกต่างกันไป แต่สำหรับนักการตลาดแล้ว เอเจนซีรายใหญ่อย่าง WPP ชี้ว่า Amazon น่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่อันตรายที่สุด

เหตุที่กล่าวเช่นนั้นอาจเป็นเพราะว่า Amazon เป็นแพลตฟอร์มที่โดดเด่นในด้าน e- Commerce ในระดับโลก การเช็คราคาสินค้าจาก Amazon เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อต่างทำเป็นกิจวัตร หรือบางคนหากไปพบสินค้าที่ถูกใจแล้วจากเว็บอื่น พวกเขาก็จะกลับมาเช็คราคาจาก Amazon อีกทีหนึ่งเหมือนกัน

หนึ่งในหลักฐานสนับสนุนคือรายงานจาก Kenshoo ในหัวข้อ Amazon: The Big E-Commerce Marketing Opportunity for Brands ที่พบว่า 56% ของผู้บริโภคจะเข้า Amazon ก่อนถ้าต้องการช้อปออนไลน์  และ 22% ก็มักจะเลือกซื้อเสร็จสรรพอยู่ใน Amazon ไม่ไปเยี่ยมเยียนเว็บอื่นอีก นอกจากนั้น ยังมีถึง 51% ที่ไปพบสินค้าถูกใจจากเว็บอื่นแล้ว ก็ยังต้องกลับมาเช็คจาก Amazon อีกครั้งด้วย

ในด้านการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ก็พบว่า สำหรับผู้ที่ใช้เสิร์ชเอนจินเลือกใช้ Amazon เป็นที่สอง (72%) คือเป็นรองแค่ Google เท่านั้น (85%) และอันดับสามคือ eBày

ส่วนผู้ที่สนใจเสิร์ชหาสินค้าใน Social media ก็แน่นอนว่าไปที่ Facebook เป็นหลัก (27%)

นอกจากตัวเลขดังกล่าวแล้ว ความเห็นจากซีอีโอ WPP อย่าง Martin Sorrell ก็เผยถึงทั้งสามแพลตฟอร์มอย่างตรงไปตรงมา โดยมองว่า ทั้งสามเจ้าล้วนเป็น “frenemies”ของ WPP ทั้งสิ้น แต่ Google นั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นมิตรมากที่สุด และ Amazon เป็นมิตรน้อยที่สุด แถม Amazon ยังเป็นภัยต่อ Google ด้วยเช่นกัน เนื่องจาก Amazon นั้นแข็งแกร่งมากในโลกแห่ง e-Commerce ที่ต่อให้ผู้ซื้อมาเสิร์ชหาข้อมูลบน Google แต่เมื่ออยู่บน Amazon แล้ว พวกเขากลับอยู่ในสถานะที่พร้อมจะซื้อซึ่ง Google อาจยังทำในจุดนี้ไม่ได้ดีเท่านั่นเอง

ที่มา: Marketingdive

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/09/amazon-role-for-brand/

[PR] Facebook เปิดส่วนการใช้งานใหม่ป้องกันการฆ่าตัวตาย เนื่องในเดือนแห่งการป้องกันการฆ่าตัวตายโลก

เนื่องในเดือนแห่งการป้องกันการฆ่าตัวตาย Facebook จะเชื่อมต่อผู้ใช้งานกับข้อมูลจากกลุ่มที่ให้ความช่วยเหลือต่างๆ และเครื่องมือป้องกันการฆ่าตัวตาย ผ่านโฆษณาบนฟีดข่าว ตลอดเดือนกันยายนนี้

Facebook พร้อมเปิดส่วนการใช้งานใหม่ในศูนย์ความปลอดภัย เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันการฆ่าตัวตาย และความเป็นอยู่ที่ดีบนโลกออนไลน์ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นออนไลน์ ช่วยเหลือเพื่อนที่มีแนวโน้มคิดฆ่าตัวตาย หรือเข้าถึงข้อมูลความช่วยเหลือต่างๆ หากพวกเขากำลังประสบปัญหาที่ยากลำบาก

แอนธิโกเน่ เดวิส ประธานฝ่ายความปลอดภัยระดับโลก Facebook กล่าวว่า “จากความสัมพันธ์ของผู้คนมากมายบน Facebook เราจึงเป็นพื้นที่พิเศษที่คอยเชื่อมต่อผู้คนที่กำลังโศกเศร้า กับเพื่อนๆ ที่สามารถสนับสนุนและให้กำลังใจพวกเขาได้ เพื่อนๆ ของผู้ใช้แต่ละรายจะทราบดีที่สุด หากเพื่อนของพวกเขากำลังประสบปัญหา และการตอบสนองอย่างรวดเร็วทันท่วงทีเป็นสิ่งที่สำคัญ เราจะเห็นการติดต่อหรือมอบความช่วยเหลือโดยตรงผ่านคอมเมนต์บนโพสต์ ทั้งนี้ ในหลายๆ กรณี การผสมผสานกันของเทคโนโลยี อาทิ การจดจำรูปแบบการคอมเมนต์ของผู้ใช้บนโพสต์ต่างๆ กับความห่วงใยจากเพื่อนๆ ผู้ใช้ในชุมชนนั้น สามารถป้องกันอันตรายต่างๆ ได้”

ผู้คนสามารถรายงาน Facebook เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นพฤติกรรมบางอย่างของเพื่อนที่น่าเป็นกังวล Facebook มีทีมงานซึ่งประจำอยู่ทั่วโลก คอยตรวจสอบรายงานต่างๆ ที่เข้ามาตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ความสำคัญกับกรณีร้ายแรงอย่างการฆ่าตัวตายเป็นอันดับแรก

สำหรับผู้ที่ติดต่อและรายงานปัญหามายัง Facebook ทางบริษัทเตรียมข้อความที่แนะนำไว้ให้เริ่มบทสนทนากับเพื่อนที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่นเดียวกับข้อมูลต่างๆ ที่จะช่วยบรรเทาและจัดการสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ที่มีแนวโน้มคิดฆ่าตัวตายจะได้รับข้อมูลสายด่วนที่ดูแลเหตุฉุกเฉินต่างๆ พร้อมกับเคล็ดลับและข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ ด้วย

Facebook ได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายรายในการจัดเก็บวลี, แฮชแทค และชื่อกลุ่มต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับแนวความคิดในการทำร้ายร่างกายตนเอง หรือฆ่าตัวตายบนโลกออนไลน์ บริษัทจะนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้คนที่ค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดดังกล่าวบน Facebook และจะกำจัดคอนเทนต์ที่ขัดต่อมาตรฐานชุมชนของ Facebook ซึ่งไม่อนุญาตให้มีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายตนเอง หรือการฆ่าตัวตาย

“Facebook ได้เปิดใช้งานเครื่องมือป้องกันการฆ่าตัวตาย ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากความร่วมมือกับองค์กรด้านสุขภาพจิตมากมาย มาตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเราในการสร้างชุมชนที่ปลอดภัย ทั้งในโลกออฟไลน์ และบน Facebook และเราหวังว่าจะสามารถมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการได้อย่างต่อเนื่อง” แอนธิโกเน่ เดวิส กล่าวสรุป

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องการฆ่าตัวตายและความปลอดภัยบน Facebook คลิกไปที่ https://www.facebook.com/safety

###

from:https://www.techtalkthai.com/facebook-safety-prevent-suicide/