คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED

คำตอบจาก LINE MOBILE หลังเปิดตัว 1 เดือน กับ ผู้ให้บริการมือถือแบบดิจิทัล เจ้าแรกในไทย

ทำไม dtac ต้องเปิด sub brand คือ LINE MOBILE ขึ้นมาเพื่อให้บริการ แทนที่จะพัฒนาบริการของ dtac ขึ้นมาเอง คำตอบนี้ LINE MOBILE คงไม่สามารถตอบได้

แต่ LINE MOBILE รู้ว่า อะไรคือจุดที่สามารถทำได้ดีกว่า ในฐานะที่เป็น First Digital Mobile Service ที่ยืนยันในความเป็นอิสระ และพร้อมจะก้าวข้ามความเป็น dtac โดยประกาศว่า จะเป็นคู่แข่งกับผู้ให้บริการในตลาดทุกราย แม้แต่กับ dtac

ครั้งนี้ ปวริศา ชุมวิกรานต์ CMO ของ LINE MOBILE ประเทศไทย มาให้ข้อมูลแบบชัดๆ หลังเปิดบริการมาครบ 1 เดือนพอดี

มีหรือไม่มี Shop ไม่ใช่อุปสรรค เน้นสร้างเชื่อมั่นผู้ใช้บริการ

ปวริศา บอกว่า LINE MOBILE เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 19 ก.ย. และให้ข้อมูลชัดเจนกับผู้ใช้บริการว่า อยู่ภายใต้บริการของ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต เน็ตเวิร์ค จำกัด หรือ dtn และด้วยแบรนด์ LINE MOBILE ที่เป็นพันธมิตรกับ LINE มีส่วนสร้างความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว

แม้จะไม่มี Shop หรือศูนย์บริการ ซึ่งอาจจะกระทบความรู้สึกผู้ใช้บริการบางส่วน แต่จากการสำรวจจะพบว่า ผู้ใช้บริการก็ไม่ได้ไป Shop อยู่แล้ว อาจจะเดือนละครั้งหรือต่ำกว่านั้น ซึ่ง LINE MOBILE เน้นให้บริการผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ มี Call Center ที่ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง และให้บริการโดย “พนักงาน” ไม่ใช้ bot เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้ใช้ ไม่ว่าจะติดต่อเวลาไหน LINE MOBILE พร้อมให้บริการเสมอ

ปวริศา ชุมวิกรานต์ CMO ของ LINE MOBILE ประเทศไทย

“คนไทยชอบความเป็นส่วนตัวและชอบ chat เป็นหลัก LINE MOBILE จึงมีพนักงาน Call Center ให้บริการผ่าน chat ระหว่าง chat มีการบอกตลอดว่าอยู่ระหว่างรอพนักงาน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน หรือสามารถโทรหาได้ทันทีโดยไม่เสียค่าบริการ”

ความเชื่อมั่นสะท้อนให้เห็นผ่าน ช่วงทดลองให้บริการ (Beta) ประมาณ 2 เดือนมีผู้ใช้บริการเริ่มต้น 2,000 ราย สามารถชวนเพื่อนมาใช้บริการได้ ทำให้มียอดผู้ใช้เพิ่มเป็น 10,000 ราย ทำการเก็บข้อมูลเพื่อมาปรับปรุงบริการและแพ็คเกจก่อนจะเปิดตัว ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก และหลังจากเปิดตัวมา 1 เดือน ยอดผู้ใช้ก็เพิ่มขึ้น แม้จะเปิดเผยตัวเลขไม่ได้ แต่ก็เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

เปิดปิดเน็ตความเร็วสูงได้ / กำหนด Limit เงินที่เกินแพ็คเกจ / ถ้าเงินเกินที่ Limit มีการแจ้งเตือน

เน้นที่บริการ ตอบโจทย์ pain point ผู้ใช้

อย่างที่บอกว่า LINE MOBILE มั่นใจว่าทำได้ดีกว่าผู้ให้บริการรายอื่น และจากการรับฟังว่าผู้ใช้บริการต้องการอะไร และอะไรคือ pain point สำคัญ เช่น ไม่อยากมีสัญญาผูกมัด สามารถเลิกบริการได้ตลอดเวลา อยากได้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่อยากรอคิวนาน อยากได้ค่าบริการที่เรียบง่าย ชัดเจนจริงใจ สรุปได้ดังนี้

  • LINE MOBILE จึงเป็นบริการแบบ Post Paid ที่สามารถยกเลิกได้ตลอดเวลา
  • ใช้แค่วันเดียวจะยกเลิกเลยก็ได้ คิดค่าบริการตามจริง
  • มีปัญหาติดต่อ Call Center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา Shop และมีแพ็คค่าบริการที่เรียบง่าย

และด้วยการแสดงรายละเอียดผ่านแอพพลิเคชั่น ดังนั้นลูกค้าจะเห็นทุกอย่างและควบคุมได้ เช่น

  • โทรไปแล้วกี่นาที กี่วินาที เหลืออีกเท่าไร อินเทอร์เน็ตใช้ไปแค่ไหนแล้ว
  • เปิด-ปิด ความเร็วสูงสุดได้ตลอดเวลา ทำให้ไม่ต้องกลัวเน็ตหมด
  • กำหนด Limit เงินส่วนเกินจากแพ็คเกจได้ ถ้ามีการใช้เกินกว่าแพ็คเกจระบบจะแจ้งเตือนทันที หมดปัญหา Shock Bill หรือ ค่าบริการเสริมที่คาดไม่ถึง
  • ดูประวัติย้อนหลังได้ตลอดว่า โทรไปเบอร์ไหน นานกี่นาทีกี่วินาที
  • การใช้ Roaming ต่างประเทศ ก็เลือกผู้ให้บริการได้ และแจ้งค่าบริการให้แบบเห็นๆ

“ถ้าไม่พอใจ LINE MOBILE สามารถยกเลิกบริการได้ทันที และจะคิดค่าบริการตามที่มีการใช้จริงเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ LINE MOBILE ต้องทำคือ ให้บริการอย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้ใช้ยกเลิกบริการ”

ตัวอย่าง การโทรไปอาร์เจนตินา จาก 2 ผู้ให้บริการโรมมิ่ง ค่าบริการต่างกันชัดเจน ผู้ใช้เลือกได้

อีกส่วนหนึ่งที่อาจมีหลายคนสงสัยว่าทำไมถึง Log in ด้วย Facebook แทนที่จะเป็น LINE Account จุดนี้ก็มาจากการสำรวจความเห็นผู้ใช้ ที่ส่วนใหญ่นิยม Log in ด้วย Facebook มากกว่า และมีช่องทาง email เป็นอีกทางเลือก ส่วนอนาคต อาจจะมีทาง LINE Account เพิ่มขึ้นมา

รวมถึงช่องทางในการเข้าถึงบริการ LINE MOBILE ที่ปัจจุบันเป็น Online เท่านั้น คือ ต้องเข้าเว็บไซต์ th.LINEMOBILE.com ทำตามขั้นตอน ยืนยันตัวตน และรอซิมไปส่งที่บ้านในเวลา 1-2 วัน ซึ่งยอมรับว่า อาจจะไม่ทันใจคนดิจิทัล แต่อนาคตอาจมีขั้นตอนที่เร็วขึ้น หรือมีช่องทางอื่นๆ และรวมถึงมี เบอร์มงคล เบอร์สวย ให้เลือกอีกด้วย

ค่าบริการระบุชัดเจน ใช้ไปแค่ไหน (ในภาพได้ส่วนลด 75% เพราะเป็นกลุ่มผู้ใช้ Beta)

ปล่อย 3 หนังโฆษณา ยืนยันการตลาดมาถูกทาง

ปวริศา บอกว่า จาก pain point และความต้องการของผู้ใช้ LINE MOBILE ได้ทำงานร่วมกับ BBDO สร้างสรรค์มาเป็นงานโฆษณา 3 ตัว โดยมีแนวคิดว่า การใช้บริการโทรศัพท์มือถือ ก็เหมือนกับคู่รัก มีสถานะ In relationship ระหว่างกัน แต่ถ้าวันหนึ่งที่ไม่ใช่ ก็ต้องเลิกราและเปลี่ยนคนรักได้

แนวคิดดังกล่าว สะท้อนออกมาเป็น 3 คาร์แรกเตอร์ คือ ปลาหมึก ที่มีความหมายถึง อาการติดหนึบ ติดสัญญา เปลี่ยนไม่ได้, เต่า ที่ช้า รอนาน และ แมวน้ำ ที่ดูเผินๆ อาจน่ารัก แต่แฝงความร้ายกาจไว้ภายใน โดยสถิติจาก Youtube พบว่า มีคนดูโฆษณาจนจบ ประมาณ 40% จากปกติคนจะดูจบประมาณ 20% แสดงว่า เป็นเนื้อหาที่ตรงใจผู้บริโภค

ในเดือน พ.ย. นี้จะมีโฆษณาตัวใหม่ เน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ปล่อยออกมาอีก 5 ตัว เชื่อว่าจะมีเนื้อหาตรงใจกับผู้บริโภคเช่นเดียวกัน

สรุป

LINE MOBILE ต้องการให้คนสนใจที่ “บริการ” โดยไม่ต้องสนใจเบื้องหลังที่เป็น dtac พร้อมประกาศชัดเจนว่า LINE MOBILE จะแข่งทั้งกับตัวเอง (เพราะลูกค้ายกเลิกบริการได้ตลอด) และยังแข่งกับ dtac ซึ่งเป็นบริษัทแม่ด้วย โดยจุดแข็งที่ชัดเจนที่สุดของ LINE MOBILE คือ ความสามารถปรับ Customize) ทุกอย่างได้โดยผู้ใช้บริการเอง ซึ่งผู้ให้บริการมือถืออื่นในไทยไม่ทำ

ที่ผ่านมาอาจจะมีบางอย่างเปิดเผยออกมาช้าไปบ้าง (ซึ่งเป็นไปตามแผนการตลาด) แต่รูปแบบบริการที่ “ถูกใจ” คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Savvy น่าจะดึงดูดความสนใจได้ไม่น้อย (สมัครวันนี้ค่าบริการลด 50% นาน 1 ปีด้วย) จากนั้นก็อยู่ที่การลงทุนและบริหารสัญญาณมือถือของ dtn ถ้าทำได้ดี ความเร็วไม่ตก ครอบคลุมทุกพื้นที่ LINE MOBILE จะเป็นอีกหนึ่งผู้ให้บริการที่น่ากลัวไม่น้อย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/line-mobile-launch-for-1-month/

Advertisements

วิธีตั้งค่าให้ iPhone พูดชื่อคนที่โทรเข้ามา โดยไม่ต้องมองหน้าจอ

Announcecalls Cover

เบื่อมั้ยครับกับการที่เราขับรถอยู่แล้วมีคนโทรเข้ามา ต้องเสียเวลาและเสี่ยงต่ออันตรายไปหยิบมือถือขึ้นมาดู จะเปิดโหมด Do Not Disturb While Driving ก็กลัวเป็นเรื่องสำคัญอีก ที่จริงแล้ว iPhone สามารถตั้งค่าให้ Siri พูดชื่อคนที่โทรเข้ามาได้ครับ จะมีวิธีการอย่างไร มาติดตามกันได้เลย

วิธีตั้งค่าให้ iPhone พูดชื่อคนที่โทรเข้ามา โดยไม่ต้องมองหน้าจอ

ที่จริงแล้วฟีเจอร์ Announce Calls หรือให้ Siri อ่านชื่อสายเรียกเข้า ถูกเพิ่มเข้ามาตั้งแต่ iOS 10 แล้วครับ แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยใช้กัน ทั้งที่มันเป็นฟีเจอร์ที่แสนจะสะดวกมาก โดยมีวิธีเปิดการใช้งานง่าย ๆ ดังนี้

1. เข้า Settings และเลื่อนลงมาที่ Phone

Announcecalls Setting1
2. เลือก Announce Calls และเลือกเป็น Always

Announcecalls Setting2

  • Always ใช้ทุกครั้งเมื่อมีสายเรียกเข้า
  • Headphones & Car ใช้เมื่อมีการเชื่อมต่อ Bluetooth ภายในรถยนต์
  • Headphones Only ใช้เมื่อมีการเสียบหูฟัง
  • Never ไม่ใช้เลย

เพียงเท่านี้เมื่อมีสายเรียกเข้า เราก็สามารถรู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องหันไปมองหน้าจออีกต่อไป ง่ายและสะดวกใช่มั้ยครับ หากถูกใจก็อย่าลืมกด Like กด Share เป็นกำลังใจให้แอดมินด้วยนะครับ^^

หมายเหตุ: สำหรับสระ อักขระ หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ Siri จะไม่สามารถอ่านได้ โดยจะข้ามไปอ่านเฉพาะตัวอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพียงเท่านั้น

หัวข้ออื่นที่น่าสนใจ

from:https://www.iphonemod.net/announce-calls-feature.html

แข่งเดือด Workpoint – GMM Grammy กับยอด sub 10 ล้านรายบน YouTube รายแรกในอาเซียน

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ช่อง YouTube จะมียอดสมาชิก (Subscribe) ถึง 10 ล้านราย ถ้าเทียบในประเทศไทย ก็ประมาณ 16% ของประชากร 65 ล้านคน ถ้านับจริงๆ ในอาเซียนยังไม่มีช่อง YouTube ช่องไหนมียอดสมาชิกถึง 10 ล้านรายมาก่อน

จนล่าสุด 2 ช่องที่กำลังก้าวเข้าไปใกล้ความจริง และน่าจะมียอดสมาชิก Youtube ถึง 10 ล้านรายได้เป็นอันดับ 1 และ 2 คือ GMM Grammy และ Workpoint ซึ่งเป็น 2 ช่อง Youtube จากประเทศไทย

GMM Grammy โปรโมทหนัก ถึง 10 ล้านก่อนคือชนะ

ถ้าพูดถึงสื่อที่ใช้ช่องทางโซเชียล (YouTube และ Facebook) ได้โดดเด่น หลายคนน่าจะนึกถึง Workpoint เรียกว่าใช้เป็นเครื่องมือเพื่อดึงคนมาดูคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างทรงพลังมาก แต่ช่อง YouTube ที่มียอดสมาชิกนำอันดับ 1 ในเวลานี้ คือ GMM Grammy official

และตอนนี้กำลังเร่งโปรโมทเพื่อให้ถึง 10 ล้าน sub ด้วยกิจกรรมการตลาด เช่น แจกบัตร Big Mountain Music Festival สำหรับการกด Subscriber หรือ การดึงดารานักร้องในสังกัด เช่น เป๊ก ผลิตโชค (ซึ่งดังจาก The Mask Singer ของช่อง Workpoint!!) มาทำ Fan Meet เป็นต้น

นอกจากนี้ มีการนำบทเพลงพระราชนิพนธ์, คอนเทนต์เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึงการร้องเพลงพิเศษๆ ของนักร้องในสังกัดมาโปรโมทอย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขล่าสุดอีกไม่กี่พันราย GMM Grammy จะถึง 10 ล้านราย และน่าจะเป็นช่อง YouTube แรกของไทยและอาเซียนที่แตะหลักนี้ได้

Workpoint คอนเทนต์ คือ หัวใจสำคัญสู่ 10 ล้าน sub

สำหรับ Workpoint Official ต้องบอกว่ามาทีหลัง แต่ด้วยความแรงของคอนเทนต์ในมือ กับสารพัดรายการเกมโชว์ เช่น The Mask Singer ที่สร้างประวัติศาสตร์คนไทยดูผ่าน YouTube สูงที่สุด, I Can See You Voice นักร้องซ่อนแอบ หรือ ปริศนาฟ้าแล่บ และอีกหลายรายการ ที่ดึงดูดให้คนดูอยากติดตาม

ทำให้ก่อนหน้านี้ Workpoint คือช่อง YouTube ที่มียอดสมาชิกสูงที่สุดในไทย (ก่อนที่ GMM Grammy จะมาแรงตอนท้าย) ล่าสุด กันต์ พิธีกรแม่เหล็ก ก็ออกมาขอแรงใจแฟนๆ กด subscribe แล้วจะมีของรางวัลมาแจก

ไม่ว่าอย่างไร เชื่อว่าด้วยปริมาณและคุณภาพของคอนเทนต์ Workpoint ยังมีศักยภาพที่จะแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้ อาจจะทำยอดสมาชิก 10 ล้านรายไม่ได้เป็นรายแรก แต่เชื่อว่าห่างกันไม่เกินวัน

ได้เบอร์ 1 หรือเบอร์ 2 สุดท้ายเพื่อการสร้างชื่อเสียง

การได้ยอดสมาชิก 10 ล้านรายเป็นรายแรกในไทยและอาเซียน ซึ่งรายที่ 2 คงตามมาแบบห่างกันไม่เกินวัน ความแตกต่างนี้คือ การนำไปโปรโมทว่าเป็น “ช่องรายการแรกที่มียอดสมาชิก 10 ล้านราย” ซึ่งมีผลในเชิงการตลาด และชื่อเสียง

สุดท้ายทั้ง 2 รายก็น่าจะผ่านหลัก 10 ล้านไปในเวลาไล่เลี่ยกัน และคนที่น่าจะดีใจที่สุดคือ Google ประเทศไทย

ช่อง YouTube ที่มีจำนวน Subscribe มากที่สุด ข้อมูลจาก wikipedia.org

ทำยอดสมาชิกได้ดี รับ YouTube Creator Awards

สำหรับช่องรายการ YouTube ที่มียอด Subscriber ในแต่ละละดับจะได้รับรางวัล เรียกว่า YouTube Creator Awards โดยถ้ามียอดถึง 10 ล้านซึ่งสูงที่สุดในเวลานี้ จะได้รับ Diamond Creator Award ถ้ายอดสมาชิก 1 ล้าน จะได้ Gold Creator Award และสำหรับยอดสมาชิก 1 แสน จะได้ Silver Creator Award

การได้ยอดสมาชิกและได้รับรางวัล เป็นสิ่งการันตีว่า นี่คือช่องรายการที่ผลิตคอนเทนต์คุณภาพ ถูกกฎหมายไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ มีความคิดสร้างสรรค์ ก็จะได้รับการช่วยเหลือต่างๆ Google และ YouTube ในการผลิตคอนเทนต์ โอกาสในการหารายได้ และการเข้าร่วมงานกิจกรรมระดับโลกต่างๆ

YouTube Channel ในประเทศไทยที่มี Subscribe มากที่สุด ณ วันที่ 9 ต.ค. 60 จากเว็บ socialblade.com

สรุป

ในภาพรวมไม่ว่าใครจะไปถึง 10 ล้าน sub ก่อนกันระหว่าง GMM Grammy และ Workpoint แต่สุดท้ายจะมีช่อง YouTube จากไทย 2 ช่องที่มีสมาชิก 10 ล้านรายเป็นช่องแรกในภูมิภาคนี้ สะท้อนถึงคุณภาพของคอนเทนต์ที่ได้รับการยอมรับ และหวังว่าจะมีช่องรายการอื่นๆ ตามมาในไม่ช้า ซึ่งถ้าดู YouTube Channel ที่ตามหลังมา มีจากค่าย RS, GMM Grammy เป็นหลัก

และแน่นอนว่า คนที่ดีใจที่สุดคือ Google ประเทศไทย ที่สามารถส่งเสริมให้การใช้งาน YouTube เป็นที่นิยมมากขึ้น

source: socialblade.com, Wikipedia.org, YouTube

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/workpoint-gmm-grammy-youtube-10-million/

เชื่อหรือไม่ “รถตักดิน” ทำให้รู้ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจก่อนทางการจะประกาศตัวเลข

อ่านแล้วก็อาจจะงงกันสักนิด ว่า “รถตักดิน” ทำให้รู้ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจได้ด้วยหรือ?

แต่บอกได้เลยว่ายอดขายเครื่องจักรอย่างรถบรรทุก รถตักดินหรือแม้แต่รถแบคโฮ ที่มีการใช้งานทั่วโลกที่ติดตั้ง GPS และเปิดระบบให้ใช้งานได้ตลอดเป็นจำนวน 470,000 คัน (และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ) ทำให้รู้ว่าตอนนี้มีการใช้งานอยู่หรือไม่ทั่วโลก

ยิ่งเป็นผู้ผลิตอันดับ 2 ของโลกอย่าง Komatsu เองเปิดเผยข้อมูลออกมา ยิ่งน่าสนใจ มีประโยชน์อย่างไร Brand Inside จะพาไปเจาะลึกกันครับ

Komatsu ได้ข้อมูลมาอย่างไร

หลายๆ ท่านอาจสงสัยว่า Komatsu ได้ข้อมูลนี้อย่างไร โดยเมื่อปีที่แล้ว Komatsu ได้ทำสัญญาว่าจ้าง Iridium ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมสื่อสาร และโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมชื่อดังของโลก ให้เชื่อมต่อเครื่องจักรอย่างเช่นรถบรรทุก รถตักดิน รถแบคโฮ ของ Komatsu ผ่านทางระบบ KOMTRAX เพื่อที่เอาไว้เช็คว่ารถทำงานที่ไหน (ส่วนหนึ่งเพื่อกันโดนขโมยรถหรือเอารถไปใช้) สภาพตัวรถเป็นอย่างไรบ้าง

เครื่องจักรที่ขายโดย Komatsu มากกว่า 470,000 คันทั่วโลก ได้ส่งข้อมูลแบบ Real time มาที่บริษัทแทบตลอดเวลา โดยข้อมูลดิบเหล่านี้จะลงในเว็บไซต์ทุกวันที่สิบของเดือน ทางหน้าเว็บไซต์ และรวมไปถึง Application บนไอโฟนอีกด้วยเพื่อรายงานข้อมูลเกี่ยวกับยอดขาย รวมไปถึงชั่วโมงการใช้งาน

ข้อมูลเก็บมาจากที่ไหนบ้าง

จำนวนเครื่องจักรเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นรถตักดิน รถบรรทุกดิน (คันใหญ่ระดับเหมืองแร่ใช้) รถแบคโฮ เป็นต้น กว่า 470,000 คัน เก็บข้อมูลมาจากประเทศญี่ปุ่น 140,000 คัน ประเทศจีน 110,000 คัน ทวีปยุโรป 50,000 คัน สหรัฐอเมริกา 70,000 คัน และที่เหลือทั่วโลกกว่า 100,000 คัน และจำนวนเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่อันดับ 1 อย่าง Caterpillar ก็มีข้อมูลเหล่านี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้เผยแพร่เหมือน Komatsu

แล้วข้อมูลพวกนี้เอามาทำอะไรได้บ้าง

เครื่องจักรเหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้ในงานหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหมืองแร่ ประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประเทศอุตสาหกรรมโดยตรงจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลดิบเหล่านี้ที่ออกมาทุกเดือน ซึ่งไวกว่าตัวเลขของทางการที่ออกทุกๆ ไตรมาสนั้นทำให้เอกชนอย่างเช่น Mitsubishi Heavy Industry, Toyota หรือแม้แต่ตัวบริษัทอย่าง Komatsu เองมองเห็นอะไรได้ไวขึ้นกว่าที่จะมารอตัวเลขจากทางการซึ่งอาจช้าไป

ข้อมูลเหล่านี้สัมพันธ์กันจริงๆ หรือเปล่า

โดยข้อมูลการใช้งานเครื่องจักรที่ออกมาล่วงหน้าเหล่านี้มีค่าสหสัมพันธ์กับข้อมูลของ Japanese Industrial Production ถึง 0.76 และเป็นข้อมูลที่ออกมาก่อนด้วย โดย Yoshikazu Shimada นักวิเคราะห์ของ Tachibana Securities ได้กล่าวถึงว่าข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ เพราะว่ามีข้อมูลของการทำงานเครื่องจักรในประเทศจีนรวมอยู่ด้วย ซึ่งประเทศจีนเป็นกลไกลหนึ่งของเศรษฐกิจโลก ทำให้มีข้อมูลในส่วนนี้มากขึ้น

เคยมีการใช้ข้อมูลแบบนี้มาบ้างหรือเปล่า

ก่อนหน้านั้นเคยมีการใช้ข้อมูลอย่างการใช้ไฟฟ้า การเดินรถไฟขนส่ง การกู้ยืมเงินผ่านทางธนาคารในการมาหาค่าเฉลี่ยในเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนเอง โดยไว้ดูนอกจากตัวเลขของ GDP โดยผู้คิดค้นดัชนีตัวนี้คือนิตยสาร The Economist ในปี 2010 โดยให้เกียรติกับนายกรัฐมนตรีของจีน Li Keqiang ที่เคยกล่าวกับฑูตของสหรัฐ (ซึ่งเอกสารนี้เผยแพร่โดย Wikileaks) ว่าส่วนตัวไม่เชื่อตัวเลข GDP ของทางรัฐบาลจีนเท่าไหร่นัก หรือที่เรารู้จักกันว่า Li Keqiang Index

ข้อมูลจากBloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/komatsu-heavy-equipment-can-predict-economics/

เติมเงินเข้า โอนเงินออกง่ายขึ้น TrueMoney จับมือ SCB เปิดรับบริการ PromptPay

ช่วงที่ผ่านมาธนาคารโปรโมทบริการ PromptPay หรือ พร้อมเพย์ ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ต้องการให้การทำธุรกรรมของประชาชนสะดวกขึ้น และวันนี้บริการ PromptPay ก็ได้ขยายมาถึงผู้ให้บริการ e-Wallet เรียบร้อย

TrueMoney PromptPay รับ-โอน-จ่ายง่ายกว่าเดิม

บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ได้พัฒนาบริการ ทรูมันนี่ พร้อมเพย์ (TrueMoney PromptPay) ขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้ TrueMoney กว่า 3 ล้านราย สามารถรับ-โอนเงินผ่าน หมายเลขโทรศัพท์มือถือ, หมายเลขบัตรประชาชน หรือหมายเลข e-Wallet

การเติมเงินเข้ากระเป๋า TrueMoney Wallet หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมเป็นแค่จุดแรกเริ่มของ TrueMoney PromptPay  โดยต่อไปสามารถใช้ TrueMoney Wallet จ่ายชำระสินค้าผ่าน QR Code ไปเจอร้านค้าไหนที่รองรับการจ่ายเงินแบบ QR Code ก็จ่ายได้ทันที

รวมถึงบริการเรียกชำระเงิน Request to Pay และ บริการชำระบิลข้ามธนาคาร Cross-Bank Bill Payment เพิ่มความสะดวกสบาย สร้างสังคมไร้เงินสด เข้า 7-ELEVEN จ่ายด้วย TrueMoney เจอร้านค้าภายนอกที่รองรับ QR Code ก็จ่ายได้เช่นกัน

โอนเงินปั๊บ ได้รับทันที พร้อมเพิ่มความปลอดภัย

หนึ่งในสิ่งที่ผู้ใช้หลายคนกังวลคือ เรื่องค่าธรรมเนียม ในการเติมเงินเข้าหรือโอนเงินออกจากกระเป๋า e-Wallet จะมีค่าธรรมเนียมหรือไม่ สำหรับ TrueMoney PromptPay ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียม และกำหนดวงเงินไว้ที่ไม่เกิน 7,500 บาทต่อรายการ

และเพื่อรองรับการจ่ายเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีการโอนเงินแล้ว ผู้รับ จะได้รับเงินทันที มีความปลอดภัยและรวดเร็วไม่ต่างจากธนาคาร

สำหรับการเปิดใช้บริการ TrueMoney PromptPay มีขั้นตอนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อความปลอดภัย โดยหลังจากติดตั้งแอพพลิเคชั่น กรอกข้อมูลส่วนตัวตามมาตรฐานของหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว ต้องยืนยันตัวตนเพิ่มที่ ตู้ทรูมันนี่ ซึ่งมีอยู่ 800 ตู้ที่ True Shop ทั่วประเทศ

จากนั้นรอผลการยืนยันภายใน 30 นาที (ระหว่างเวลาทำการ 8.00-18.00 น. วันจันทร์-ศุกร์) เท่านี้ก็เสร็จขั้นตอน

ขั้นตอนการใช้งาน TrueMoney PromptPay

  1. Log-in เข้าสู่แอพพลิเคชั่น TrueMoney Wallet ผ่านทางมือถือ
  2. เลือกเมนู โอนเงินพร้อมเพย์
  3. ระบุหมายเลขพร้อมเพย์ของผู้รับ และจำนวนเงิน
  4. ตรวจสอบข้อมูล และชื่อผู้รับ
  5. ยืนยันการรายการด้วย OTP
  6. เสร็จสิ้นการทำรายการ

การเติมเงินจากบัญชีธนาคาร ไปยัง TrueMoney Wallet

  1. เลือกช่องทางการเติมเงินของธนาคารทุกธนาคาร ตามที่สะดวก
  2. เลือกเมนู เติมเงินผ่าน e-Wallet ID
  3. ระบุหมายเลข e-Wallet ID 15 หลัก ของกระเป๋าเงิน TrueMoney Wallet (14000 ตามด้วยเบอร์มือถือที่สมัคร TrueMoney Wallet ไว้)
  4. ตรวจสอบข้อมูล และชื่อผู้รับ
  5. ยืนยันการรายการด้วย OTP
  6. เสร็จสิ้นการทำรายการ

สรุป

เป็นการพัฒนาอีกก้าวของบริการ e-Wallet โดย TrueMoney ที่ได้พัฒนา TrueMoney PromptPay ขึ้นเพื่อให้สามารถเติม โอน จ่ายเงินได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ดังนั้นในอนาคต ถ้าใครใช้ TrueMoney อยู่แล้ว จะไม่พกเงินสดเลย (Cashless Society) ก็ไม่ใช่ปัญหา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.truemoney.com/promptpay

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/truemoney-promptpay-scb/

ในยุคที่ YouTube มาแรงสุดๆ เทคโนโลยี AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยแบรนด์จัดการคอนเทนต์ VDO

จากสถิติไทยติดอันดับท็อป 10 ของโลกในแง่การบริโภค VDO ผ่าน YouTube [1] ขณะที่ข้อมูลจากทั่วโลกระบุว่าทุกๆ 1 นาทีมีคอนเทนต์ VDO ถูกอัพโหลดขึ้น YouTube มากกว่า 300 ชั่วโมง [2]

นอกจากนี้ยังพบว่าคนใช้มากกว่า 50% ของเวลาที่ออนไลน์ในแต่ละวันไปกับการดู VDO โดยอยู่บน YouTube เฉลี่ย 1.9 ชั่วโมงต่อวัน เข้ามาดู YouTube เฉลี่ย 3.3 ครั้งต่อวัน และแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 34 นาที [3]

เมื่อ VDO เป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์

สถิติข้างต้นตอกย้ำว่า VDO ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้บริโภคยุคดิจิทัลไปแล้ว ทุกวันนี้ VDO กลายเป็นแหล่งข้อมูลมหาศาลที่เอาเข้าจริงยังแทบจะไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถจัดการหรือประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ได้

จะดีแค่ไหนหากมีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่สามารถ “รู้และเข้าใจ” เนื้อหาใน VDO นั้นๆ สามารถเป็นตัวช่วยให้แบรนด์ใช้ประโยชน์จาก VDO ได้ง่ายขึ้น วิเคราะห์เนื้อหาได้อย่างละเอียดในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง หรืออารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแต่ละซีน

ที่ผ่านมา IBM ในฐานะบริษัทไอทีผู้บุกเบิกเรื่อง AI ภายใต้แบรนด์ IBM Watson เล็งเห็นถึงความสำคัญข้อนี้ และได้นำเทคโนโลยี AI ที่อาจดูเป็นเรื่องยากและไกลตัวมาให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงได้ผ่าน IBM Cloud ทำให้การจัดการคอนเทนต์ VDO กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าจะสะท้อนภาพได้ดีที่สุดคงต้องดูจากตัวอย่างการนำไปใช้จริง เราไปดูกันเลยว่าเทคโนโลยี AI จะเข้ามาเป็นตัวช่วยแบรนด์จัดการคอนเทนต์ VDO ได้อย่างไรบ้าง

คัดเลือก Highlight สุดยอดการแข่งขันกอล์ฟ Masters

การแข่งขันกอล์ฟ Masters ใช้เทคโนโลยี IBM เข้ามาช่วยสนับสนุนมากว่า 20 ปีแล้ว ที่ผ่านมามีการนำ IBM Watson ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI มาช่วยประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ในแง่ต่างๆ เช่น ความเร็วของลูก ปฏิกริยาของผู้ชม เป็นต้น โดยวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลสถิติย้อนหลังของการแข่งขัน

แต่ที่พิเศษในปีนี้คือการใช้ IBM Watson ช่วยคัดเลือกไฮไลต์การแข่งขันกอล์ฟ Masters โดยประเมินจากเสียงเชียร์ของผู้ชม (crowd cheering) ท่าทางของผู้เล่น (player gestures) ระดับความตื่นเต้นรวมถึงคำพูดที่แสดงถึงความตื่นเต้นของเสียงคนพากย์ (commentator excitement) และวัดผลออกมาเป็นคะแนนความน่าตื่นเต้นของคลิปนั้น (overall excitement)

ดังนั้นเมื่อเกิดการโห่ร้อง เสียงปรบมือ ท่าทางดีใจ จังหวะสำคัญต่างๆ ระบบก็จะวัดผลและตัดมาเป็น Highlight สำคัญๆ เพื่อนำเสนอเป็นวิดีโอรวมไฮไลต์การแข่งขันให้อัตโนมัติ

ดูแล้วเหมาะมากสำหรับการนำมาต่อยอดช่วยตัดต่อไฮไลต์การถ่ายทอดสดกีฬา คอนเสิร์ต หรือรายการต่างๆ ในบ้านเรา เพื่อแชร์ผ่านโซเชียลให้แฟนๆ ติดตามได้แบบไม่ต้องรอ ช่วยเรียกคะแนน likes และ engagement ให้กับแบรนด์

Trailer หนัง ก็ใช้ AI ตัดต่อได้แล้ว!

อีกผลงานหนึ่งที่น่าจะเรียกเสียงฮือฮาในวงการภาพยนตร์ได้พอสมควร คือ ความสามารถในการตัดต่อ Trailer หรือหนังตัวอย่าง ซึ่งระบบจะพิจารณาจากคอนเทนต์ทั้งเรื่อง และเลือกตัดเนื้อหาที่สำคัญโดยพิจารณาจาก 3 ส่วน คือ

การวิเคราะห์จากภาพ บุคคล สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น (Visual analysis) การวิเคราะห์เสียงพูดคุย ดนตรีประกอบ (Audio analysis) เพื่อเข้าใจบริบทและอารมณ์ในเวลานั้น และสุดท้ายพิจารณาจากองค์ประกอบของฉาก ซึ่งโดยปกติการตัดต่อ Trailer จะใช้คนที่มีประสบการณ์และใช้เวลาราว 10-30 วัน แต่ครั้งนี้เป็นหน้าที่ของ AI ทำได้ภายใน 24 ชั่วโมง

และภาพยนตร์ที่เลือกใช้ IBM Watson มาตัดต่อ Trailer คือเรื่อง Morgan ถือเป็นเรื่องท้าทายเพราะเป็นหนังสยองขวัญ และต้องสร้างแรงดึงดูดใจให้ผู้ชมอยากตามไปดูต่อในโรงภาพยนตร์ ซึ่ง IBM Watson ต้องดูภาพยนตร์เรื่อง Morgan ทั้งเรื่อง วิเคราะห์เนื้อหาทั้งหมด และตัดต่อมาเป็น Trailer ที่เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก

ตรวจสอบภาพในวิดีโอด้วย AI

อีกหนึ่งรูปแบบการใช้งานสำหรับ VDO คือ การใช้ AI ในการจดจำ จำแนกคนและสิ่งของ และประมวลผลอัตโนมัติ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ในไลน์การผลิตที่มีการติดตั้งกล้องวิดีโอ ระบบ AI สามารถช่วยจำแนกวัตถุดิบที่เสีย เพื่อไม่ให้มีผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหลุดไประหว่างส่งออก หรืออาจนำมาใช้ในการตรวจสอบบุคคลที่เดินเข้าออกสถานที่สำคัญ หากใส่แว่น ใส่หน้ากาก หรืออำพรางใบหน้า ระบบจะจับได้ทันที

ระบบดังกล่าวเรียกว่า Object detection และ Image classification ซึ่งหลังจากฝึกฝนระบบด้วยวิธีง่ายๆ ชนิดที่ใครก็ทำได้แล้ว จะสามารถนำระบบมาช่วยวิเคราะห์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อีกหลายด้าน เช่น การใช้ AI มาช่วยสอดส่อง shelf ในซูเปอร์มาร์เก็ตผ่านกล้องวิดีโอ หากสินค้าชนิดใดขายดีจะรู้ถึงความต้องการของตลาด หรือสินค้าใดหายไปจากชั้นวางทีมงานต้องรีบเติมสินค้า ในอีกแง่แบรนด์อาจใช้ระบบช่วยดูข่าว ละคร หรือรายการต่างๆ ย้อนหลังเพื่อดูว่าคู่แข่งมีการโฆษณาอย่างไร มากน้อยแค่ไหน จะได้วางกลยุทธ์แข่งขันได้ต่อไป

บริการนี้เรียกว่า Power AI นอกจากในธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิตแล้ว ยังสามารถใช้ในระบบรถยนต์ไร้คนขับได้ด้วย โดย AI จะพิจารณาภาพที่ปรากฎบนวิดีโอเพื่อจำแนกว่า มีคน รถ หรือวัตถุที่กีดขวางทางอยู่หรือไม่

ตรวจสอบความเสียหายอย่างชาญฉลาดด้วย Drone อัจฉริยะ

อีกตัวอย่างที่ใกล้ตัวมากขึ้น คือการใช้ Visual Recognition มาวิเคราะห์จากภาพวิดีโอแบบเกือบเรียลไทม์ เช่น บริษัทประกันภัย ที่ใช้ Drone บินสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาพรวมหลังจากลูกเห็บตก และนำไปสู่การพิจารณาจ่ายเงินประกันชดเชย หรือการวางแผนซ่อมแซม

หรือบริษัทประกันอาจเพิ่มเติมเทคโนโลยี Personality Insights ที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์บุคลิกของลูกค้าแต่ละคนจากแหล่งข้อมูลที่ลูกค้าอนุญาต (เช่น social network, log การสนทนาระหว่างลูกค้ากับ call center เป็น) เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับสไตล์ของลูกค้าได้แบบเฉพาะบุคคลจริงๆ หลักการนี้อาจต่อยอดไปใช้กับธนาคารต่างๆ ที่ต้องการนำเสนอกองทุนที่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของลูกค้าแต่ละคน แถมวิเคราะห์ได้ว่าควรส่งตัวแทนคนไหนไปคุยกับลูกค้า ที่น่าจะเข้ากับสไตล์ของลูกค้าแต่ละคนมากที่สุด (ลองใช้งานได้ที่ IBM Investment Advisor)

เริ่มใช้ AI จัดการคอนเทนต์ VDO ได้แล้ววันนี้ที่ IBM Cloud ทดลองใช้ฟรีทุกฟีเจอร์

ปัจจุบันมีการนำระบบ AI จาก IBM Watson ไปใช้งานอย่างแพร่หลายแล้วใน 45 ประเทศ กระจายอยู่ใน 20 อุตสาหกรรม โดยคาดว่าภายในปีนี้จะมีผู้บริโภคที่ได้รับประโยชน์จาก IBM Watson ถึง 1,000 ล้านคนทั่วโล

ความพิเศษคือตอนนี้สามารถสมัครใช้งานได้ทุกฟีเจอร์ฟรี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ IBM Bluemix หรือ inbox หา IBM Thailand ได้โดยตรงที่ fb.com/IBMThailand

ข้อมูลอ้างอิง:

[1] กูเกิ้ลประเทศไทย

[2] fortunelords.com/youtube-statistics

[3] TNS

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/technology-ai-ibm-watson/