คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED

รู้จัก Venmo ทำไมระบบจ่ายเงินแบบคนต่อคนจึงเป็นที่นิยมขึ้นมาได้

หากพูดถึงระบบการจ่ายเงินผ่านมือถือแบบคนต่อคน ปัจจุบันผู้ที่โด่งดังในตลาดนี้ก็คือ Venmo ซึ่งถูกซื้อโดย Braintree และภายหลัง Braintree ก็ถูกซื้อโดย PayPal อีกต่อหนึ่ง เท่ากับว่าตอนนี้ Venmo ก็เป็นส่วนหนึ่งของ PayPal บริการด้านการเงินยักษ์ใหญ่ของโลกอินเทอร์เน็ตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทำความรู้จัก Venmo

Venmo ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 โดย Iqram Magdon-Ismail และ Andrew Kortina แนวคิดของบริการนี้คือการโอนเงินระหว่างเพื่อนฝูงแบบไม่มีค่าธรรมเนียม และ Venmo ยังเป็นผู้บุกเบิกไอเดียของ social payment เพราะตัวแอพจะมีการประกาศการติดต่อทางธุรกิจของผู้ใช้งานและบันทึกในรูปแบบสตรีมการสนทนา

social payment แนวคิดหนึ่งจาก Venmo

Bill Ready อดีตซีอีโอของ Braintee และปัจจุบันเป็นซีโอโอของ PayPal บอกว่าแนวคิดของ social payment ของ Venmo ถือเป็น crazy genius เพราะเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้ใช้เห็นเพื่อนกำลังจ่ายเงินให้คนอื่น เช่น เพื่อนหารค่าอาหาร, รูมเมทจ่ายค่าเครื่องมือเครื่องใช้ในห้อง, คู่รักร่วมกันจ่ายค่าอาหารที่ไปทานกันตอนกลางคืน

ก่อนหน้าที่จะมาทำงานกับ Braintree นั้น Ready เคยเป็นหัวหน้าระบบจ่ายเงินออนไลน์และระบบจัดการเงินของธนาคารมาก่อน ในช่วงนั้นเขาสังเกตว่าผู้ใช้ต้องการเข้าถึงบัญชีธนาคาร โดยเข้าเว็บจากเบราว์เซอร์มือถือ (ช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มต้นของสมาร์ทโฟน เว็บเพจยังไม่รองรับอุปกรณ์พกพา) และพยายามใส่ชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่าน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าเอือมระอามาก แต่ผู้คนก็ยังอยากลองอยู่ดี

นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ Ready ก่อตั้ง Braintree ซึ่งเป็นระบบประมวลผลการจ่ายเงินให้กับบริษัทใหญ่ ๆ ขึ้นมา ปัจจุบันมีผู้ใช้งานเป็นบริษัทใหญ่จำนวนมาก เช่น Uber หรือ Airbnb แต่ในตอนนั้น Ready รู้สึกว่า Braintree ยังขาดผลิตภัณฑ์ของผู้ใช้ทั่วไปที่สามารถจ่ายเงินได้ในคลิกเดียว จึงทำให้เมื่อ Ready พบกับ Venmo เขาจึงสนใจในตัวแอพขึ้นมา (แม้ตอนนั้นจะมีผู้ใช้เพียง 3,000 คนก็ตาม)

Venmo ใหญ่แค่ไหน​

ปัจจุบัน Venmo เป็นบริการที่สามารถเติบโตสูงมากในแวดวงระบบจ่ายเงินแบบคนต่อคน จากสถิติปีที่แล้วพบว่ามีผู้ใช้จ่ายเงินผ่านระบบกว่า 18,000 ล้านดอลลาร์ (เฉพาะไตรมาสแรก 5,600 ล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้นถึง 126% จากปีก่อนหน้า

ผู้ก่อตั้ง Venmo มีความรู้เกี่ยวกับการวางข้อบังคับด้านการเงินที่ใช้กับผลิตภัณฑ์น้อยมาก ในช่วงแรกของการเปิดใช้งาน ตัวบริการไม่มีการรักษาความปลอดภัยเลย จึงมีช่องทางให้โกงได้ง่าย เช่น นำบัตรเครดิตที่ถูกขโมยมาใส่ในแอพและถอนเงินจากวงเงินทั้งหมด, แฮกบัญชี หรือซื้อสินค้าโดยใช้ Venmo จ่ายเงิน และดึงเงินคืนเมื่อได้ของแล้ว

ในช่วงหลัง Venmo จึงได้เปลี่ยนมาจากบริการที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว มาเป็นการบริการที่มั่นคงและแข็งแรง เมื่อเข้ามาอยู่กับ PayPal แล้ว ทางบริษัทก็เริ่มนำโครงสร้างพื้นฐานของ PayPal มาใช้ เพื่อให้มีระบบติดตามและดูแนวโน้มการโกงเงิน, ระบบล็อกอินสองปัจจัย และ Venmo ยังมีสิ่งที่ธนาคารแบบเดิม ๆ ให้ไม่ได้ คือถ้าผู้ใช้มีการทำธุรกรรมทางการเงินกับใครสักคนหนึ่ง Venmo จะเช็คว่าพวกเขามีเพื่อนที่เหมือนกันบ้างไหม เพื่อทำให้แน่ใจว่ากำลังโอนเงินถูกคนจริง

Venmo ในอนาคต

หลังจาก Venmo ได้เปิดตัวมาแล้ว 8 ปี ก็ถึงเวลาที่ผู้สร้างจะหาทางทำเงินจากบริการบ้าง เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว PayPal ก็ได้เปิดตัวบริการ Pay With Venmo ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าผ่านผู้ค้าด้วยบัญชีตัวเอง (และแอพจะเก็บค่าดำเนินการ) และตอนนี้ Venmo ก็มีปุ่ม tap-to-pay ให้ใช้กับแอพ 12 แบรนด์ เช่น Munchery, White Castle และ Delivery.com ซึ่ง Venmo หวังว่าจะเปิดบริการนี้ให้ใช้กับธุรกิจอีกหลายแห่งในเดือนหน้า

นอกจากนี้ แผนธุรกิจของ Venmo ที่ PayPal คิดไว้คือการใช้โซเชียลของ Venmo ให้เป็นประโยชน์ต่อการซื้อสินค้า โดยมีการหน้าตัวพนักงานที่ทำการเชื่อมต่อผู้ใช้เข้ากับธุรกิจ และพนักงานฝ่ายผลิตภัณฑ์ในด้านโซเชียลของ Braintree ก็ได้ย้ายไปทำงานกับ Venmo แล้ว และล่าสุด Venmo ก็เพิ่งเปิดตัว emoji เฉพาะบนแพลตฟอร์มตัวเองเป็นในธีมเทศกาล ซึ่งก็น่าคิดว่าต่อไป Venmo อาจจะเปิดตัว emoji ที่เป็นรูปแบรนด์ก็เป็นได้

emoji บน Venmo

อนาคตของ ​Venmo ก็ยังไม่ราบรื่นนัก เพราะเมื่อมีการเติบโตแล้วก็มักจะมีคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็น Facebook Messenger หรือแม้กระทั่งธนาคารเองก็ตาม ที่จะสร้างบริการแข่งกับ Venmo

ช่วงหนึ่ง Bank of Amierica, U.S. Bancorp, Wells Fargo, Chase และ Capital One ได้รวมกันเปิดตัว Zelle ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับ Venmo คือผู้ใช้สามารถโอนเงินไปยังบัญชีของผู้ใช้คนอื่น ๆ ตอนแรก Zelle ถูกใช้เฉพาะบนแอพธนาคารเท่านั้น ภายหลังจึงมีแอพแยกแต่ก็ยังคงจำกัดธนาคาร ขณะที่ Venmo ทำงานได้ไม่จำกัดธนาคาร และล่าสุด PayPal ก็ยังเซ็นสัญญากับ MasterCard และ Visa เพื่อให้ผู้ใช้ส่งเงินและฝ่ายผู้ใช้ก็ได้รับทันที แตกต่างจากเดิมที่ต้องรอ 1-2 วันก่อนที่เงินจะเข้า

สรุป

Venmo ถือเป็นผู้บุกเบิกรายแรกๆ ของวงการจ่ายโอนเงินแบบคนต่อคน และยังเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดของระบบ social payment ซึ่งในช่วงหลัง Venmo เติบโตสูงขึ้นมาก และยังมีความน่าเชื่อถือสูงขึ้นจากการที่เข้ามาอยู่กับ PayPal ทำให้สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทแม่ได้ และในอนาคต Venmo ก็จะเริ่มพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อทำการหาเงินจากบริการ แม้จะมีคู่แข่งหลายรายตั้งแต่ยักษ์ใหญ่ด้าน social network อย่าง Facebok ไปจนถึงธนาคาร

ที่มา – Fast Company

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/get-to-know-venmo-peer-to-peer-payment/

Advertisements

G-ABLE ขยายธุรกิจสู่การเป็น Digital Transformation Agent ช่วยองค์กรไทยปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล

หนึ่งในประเด็นสำคัญของภาคธุรกิจปีนี้ รวมถึงปีต่อไปคือ การทำ Digital Transformation ทำให้องค์กรพร้อมแข่งขัน อยู่รอด และเติบโตในยุคดิจิทัล ที่เทคโนโลยีเข้ามาอยู่ในทุกส่วนของการทำธุรกิจ แต่ปัญหาสำหรับหลายองค์กรคือ ไม่มีความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีที่เพียงพอ ดังนั้นการมีผู้ช่วยที่เข้าใจเทคโนโลยีและเชี่ยวชาญเรื่องการ Transformation คือปัจจัยสำคัญ

G-ABLE ได้ขยายธุรกิจและการให้บริการสู่การเป็น Digital Transformation Agent ไม่ได้เป็นเพียง System Integrator (SI) เหมือนในอดีตอีกต่อไป โดยเน้นใน 3 โซลูชั่นหลัก คือ Big Data, Marketing Technology และ Cloud ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำ Digital Transformation ให้กับองค์กร บน Concept หลัก 3 ข้อที่บริษัทวางไว้ คือต้องทำให้ธุรกิจวัดผลได้ (Measurable) ทำงานได้อัตโนมัติ (Automated) และขยายผลเพื่อรองรับการเติบโตได้ (Scalable)

สุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท G-ABLE

เทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพ 3 กลุ่มโซลูชั่น

สุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท G-ABLE บอกว่า ในกระบวนการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้พร้อมกับการแข่งขันในยุคดิจิทัล G-ABLE จะทำหน้าที่ Digital Transformation Agent ช่วยลูกค้าในการปฏิรูปองค์กรให้ตอบโจทย์การขับเคลื่อนของธุรกิจในยุคดิจิทัล ซึ่งทั้งหมดต้องใช้ IT และ Digital Technologies เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

  1. Modern Digital Solutions: สร้างจากการผสานนวัตกรรมใหม่ในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยเน้นเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เช่น Big Data, Machine Learning, Internet of Things เพื่อพัฒนาต่อยอดให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้สูงสุด โดยโซลูชั่นเรือธงของกลุ่มนี้คือ Big Data
  2. Enterprise Solutions: สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสำหรับองค์กรโดยเฉพาะ เช่น Enterprise Business Solutions, Enterprise Communication, Marketing Technology (MarTech) โดยโซลูชั่นเรือธงของกลุ่มนี้ คือ Marketing Technology
  3. Infrastructure Solutions: โครงสร้างพื้นฐานในระบบสารสนเทศที่เน้นความง่ายในการบริหารจัดการและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถปรับขยายให้รองรับการเติบโตของธุรกิจ หรือการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เช่น Cloud Infrastructure & Platform, IT Operation Management โดยโซลูชั่นเรือธงของกลุ่มนี้คือ Cloud Infrastructure

สร้าง Transformation ต้องแข็งแกร่งทั้ง 3 ส่วน

G-ABLE เห็นว่า การจะสร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กรให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล ต้องมีความแข็งแกร่งทั้ง 3 ส่วน เริ่มจากระดับ Infrastructure ให้มีเสถียรภาพที่รองรับการขยายตัวทางธุรกิจได้ และต่อไปสู่การใช้โซลูชั่น Big Data เพื่อทำการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีกว่า

ต่อมาคือ การเพิ่มศักยภาพทางการตลาดด้วย Digital Marketing ที่ใช้พลังของ Marketing Technology ผสมกับการใช้ Big Data ที่มีอยู่มหาศาลสร้างยอดขายผ่าน Digital Channels ที่ทันสมัย

ปีที่ผ่านมา G-ABLE เป็นผู้เปิดตลาด Big Data Solutions ในประเทศไทย โดยลงทุนสร้างนวัตกรรมเอง ลงทุนในโครงการ Big Data Experience Center ศูนย์ให้คำปรึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ Big Data ครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาโซลูชั่น Big Data ขั้นสูงด้วยฝีมือคนไทย และปีนี้ ได้ทำการต่อยอดโซลูชั่น Big Data ให้สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ เช่น Machine Learning, Marketing Technology และ Internet of Things (IoT) ได้ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการได้ผลการวิเคราะห์ที่รวดเร็ว แม่นยำที่สุด เพื่อใช้ในประกอบการตัดสินใจในการทำธุรกิจ

Marketing Technology เครื่องมือใหม่สำหรับทำตลาด

เรื่องของ Digital Marketing กลายเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรมีความต้องการ เป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างผลลัพธ์และวัดผลทางธุรกิจได้แบบเรียลไทม์ แต่การทำ Digital Marketing ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีการลงทุนด้าน Marketing Technology และวิศวกรรม โดยเฉพาะการทำ High Performance Website, ROI Optimization, Marketing Cloud

โซลูชั่นเหล่านี้ คือสิ่งที่ G-ABLE มีความเชี่ยวชาญ โดยทุกโซลูชั่นจะเน้น Automation Technology มีระบบและการจัดการอัตโนมัติ สามารถวัดผล สร้างความมั่นใจในการลงทุนว่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

Cloud ยังมาแรง ตลาดยังโตต่อเนื่อง

แม้จะถูกพูดถึงมาหลายปี แต่การใช้งาน Cloud ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง องค์กรต่างๆ เปลี่ยนจากการลงทุนระบบ เป็นการใช้บริการ โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2020 ตลาด Cloud จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปัจจุบัน หรือประมาณ 195,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 6.825 ล้านล้านบาท โดยรายได้รวมของ IT Infrastructure สำหรับ Private Cloud และ Public Cloud นั้นเติบโตรวมกันอยู่ที่ 15.7% (ไตรมาสที่ 4 ปี 2015)

ด้วยประสบการณ์ด้านการพัฒนาและดูแลรักษาระบบ Data Center มายาวนาน G-ABLE สามารถเสนอโซลูชั่นที่เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ Data Center แบบครบวงจร ตั้งแต่การอัพเกรด data center ด้วย 3rd generation platform การทำ virtualization และการสร้าง private cloud การเชื่อมโยงระหว่าง data center และ public cloud ด้วยการทำระบบให้รองรับการทำ Hybrid Cloud

Total Solutions คือคำตอบ มาที่เดียวจบ

G-ABLE ทำการ Transformation ให้กับองค์กรธุรกิจต่างๆ มาโดยตลอด จุดเด่นของ G-ABLE คือความสามารถในการให้บริการแบบ Total Solutions มีความหลากหลายเชิงธุรกิจและเทคนิค มีบุคลากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าได้โซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

ที่สำคัญ G-ABLE ไม่ได้เน้นสร้างการเติบโตทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะมองความพร้อมของลูกค้า และเลือกเสนอโซลูชั่นที่ดีที่สุดให้ลูกค้า และเพื่อทำตามแผนดังกล่าว G-ABLE มีแผนลงทุนใน 3 ด้าน คือ People, Partner และ Technology มีการจ้างคนเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในทีมงานที่ดูโซลูชั่นด้าน Big Data, Securityและ Digital Marketing รวมถึง Industry Expert ในธุรกิจต่างๆ

ดังนั้นลูกค้ามั่นใจได้ว่า G-ABLE มีทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทีมงานที่มีประสบการณ์ และการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ Business Practices และความต้องการในธุรกิจต่างๆ เพื่อการทำ Digital Transformation อย่างแท้จริ

เกี่ยวกับ G-ABLE

G-ABLE คือบริษัทผู้พัฒนา, ติดตั้งจนถึงให้บริการด้านระบบ IT และ Digital ในไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้าน modern digital solutions, enterprise business solutions และ IT infrastructure solutions โดยมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในภาคเอกชนและรัฐบาล https://www.g-able.com/

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/g-able-digital-transformation-agent/

ฟัง “ธนา เธียรอัจฉริยะ” พูดถึงก้าวต่อไปของ Digital Ventures และผล DVA b0 มีอะไรมากกว่าที่คิด

Demo Day ของ DVA b0 ที่จบไป แม้จะเป็นเสมือน batch ทดลอง (เพราะยังไม่ใช่ครั้งที่ 1) แต่ Digital Ventures (DV) ก็จัดหนักจัดเต็ม ดึง VC จากทั่วโลก และได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างมาก

ก่อนจะว่าถึงผลการประกวดและข้อมูลหลังการประกวด “ธนา เธียรอัจฉริยะ” ประธานกรรมการบริหารของ DV ได้เปิดเผยถึงก้าวต่อไปของ DV ที่บอกได้ว่าไม่ธรรมดา…

“ธนา เธียรอัจฉริยะ” ประธานกรรมการบริหารของ DV และ Acting CMO ของ SCB

DVb1 ชวน ปตท. ลุยระดับอาเซียน สร้างการ exit

ธนา บอกว่า DV ไม่เคยทำ startup มาก่อน นี่คือครั้งแรก DVA b0 จึงเป็นการทดลองแบบลงมือทำจริง มีพันธมิตร VC ต่างประเทศมาร่วม เพื่อสร้างเวทีที่จะส่งเสริม Startup ไทย ให้เติบโตและไปถึงระดับโลกให้ได้

เพราะเป้าหมายของ DVA คือ สร้าง startup ที่ exit ได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งได้เรียนรู้ว่า ตลาดไทยเล็กเกินไป ทำให้ใช้เวลานานกว่าจะ exit ได้ ทางที่เร็วกว่าคือ DV ต้องสร้างพันธมิตรเป็น VC จากทั่วโลกให้มาร่วมงาน มารับรู้ และตัดสินใจลงทุน เพื่อนำ startup ไทยออกไปนอกประเทศ

และจะมองแค่ startup ไทยไม่ได้ ดังนั้น DVA b1 จะเพิ่มขนาดเป็นระดับภูมิภาคอาเซียน อย่างน้อยต้องมี startup จากเวียดนามและอินโดนีเซีย มาร่วมแข่งขันด้วย โดยที่จำนวนทีมจะไม่ต่างจากเดิม แสดงว่าทีนั่งของ startup ไทยจะน้อยลง

“startup ไทยต้องเรียนรู้ว่า ในเวทีการแข่งขันไม่มีแต้มต่อ ดังนั้นถ้า DVA b1 มี 10 ทีมเท่าเดิม อาจจะมีทีมไทยแค่ 2-3 ทีมที่เข้ารอบ ที่เหลือจะเป็นทีมจากต่างประเทศ เพราะโลกธุรกิจต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา”

การจะทำ DVA b1 ระดับภูมิภาคทาง DV ได้ชวน ปตท. (PTT) มาจัดงานร่วมกัน ถือเป็นความร่วมมือที่จะสร้าง impact ครั้งสำคัญ ที่เกิดจากการร่วมมือของ 2 องค์กรใหญ่จาก 2 อุตสาหกรรม และอาจมีองค์กรที่ 3 เข้ามาร่วมอีกด้วย

อรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย

ดึง “อรพงศ์ เทียนเงิน” บิ๊กไมโครซอฟท์ ไทย นั่งประธานกรรมการบริหาร DV

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของ DV โดย ธนา บอกว่าได้ลงมานั่งตำแหน่ง กรรมการบริหาร ของ DV (และรักษาการ CMO ของ SCB) โดยทาง SCB ได้ดึง อรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย มาทำหน้าที่ ประธานกรรมการบริหาร ของ DV แทน โดยจะมีผลเป็นทางการ 1 พ.ค. นี้

มีการยืนยันว่า อรพงศ์ จะเข้ามาทำโปรเจ็กใหญ่ ที่ถือเป็น big move ของ SCB ในครึ่งปีหลังด้วย

ธนา บอกว่า การทำหน้าที่ กรรมการบริหาร แต่ยังดูแล DV อยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่ค่อนข้างลงตัว จากนี้งานจะขยายเป้าหมายขึ้น เช่น หาพันธมิตร VC เพิ่มทั่วโลก, ขยาย DVA อาเซียน, คิดค้นบริการใหม่ หรือเข้าไปลงทุนใน startup ที่น่าสนใจทั่วโลก ซึ่งทุกฝ่ายมี MD ที่ดูแลรับผิดชอบอยู่แล้ว

ส่วนตัวจะขยับมาช่วยงานที่ SCB มากขึ้น โดยเฉพาะการ transformation องค์กรเพื่อให้ SCB เป็น The Most Admired Bank ตามนโยบายของ CEO

SCB ลงทุนทั้ง 10 startup ที่เข้ารอบ พร้อมหนุนผู้ชนะ

สำหรับการลงทุนใน startup ธนา บอกว่า ทั้ง 10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบมา ตลอดเวลาในโครงการจะมีการประเมินผลตลอด ซึ่ง SCB (ในนาม DV) มีการลงทุนใน startup ทั้ง 10 ทีมมากน้อยแตกต่างกันไป และเตรียมสนับสนุนที่ชนะการประกวดเต็มที่

OneStockHome

ทีมชนะการประกวด OneStockHome แพลตฟอร์มด้านงานก่อสร้าง จัดซื้อวัสดุก่อสร้างได้สะดวกยิ่งขึ้น มีความง่าย ปลอดภัย เพราะมีการรับประกันการสั่งซื้อ เงินรางวัล 250,000 ดอลลาร์ โดย OneStockHome เป็นพันธมิตรกับ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

SeekSter

อันดับที่ 2 SeekSter แพลตฟอร์มตลาดออนไลน์สำหรับบริการต่างๆ เงินรางวัล 150,000 ดอลลาร์ ซึ่ง Seekster เป็นพันธมิตรกับ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท้ เช่นเดียวกัน มีโอกาสเข้าถึงลูกบ้านจำนวนหลายพันครอบครัว

FLOWACCOUNT

อันดับที่ 3 FLOWACCOUNT ระบบบัญชีออนไลน์ ใช้งานง่ายสำหรับธุรกิจ เงินรางวัล 75,000 ดอลลาร์ เป็นหนึ่งใน startup ขวัญใจสำหรับธุรกิจ sme ช่วยให้เรื่องบัญชีง่ายขึ้น

ETRAN

นอกจากนี้ ยังมีรางวัล Popular Vote เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานลงคะแนน ทีมที่ได้รางวัลคือ ETRAN สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารับจ้าง โดยมีแผนร่วมมือกับ BTS เพื่อให้บริการ ได้เงินรางวัล 100,000 บาท

ขณะที่ทีมอื่นๆ ถือเป็น startup ที่น่าสนใจและมีโอกาสเติบโตทางธุรกิจ เช่น CONVO LAB บริการแชทบอท, KYC-CHAIN บล็อกเชนยกระดับธุรกรรมการเงิน, PeerPower แพลตฟอร์มสินเชื่อระหว่างบุคคล, PetInsure บริการประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์, PLIZZ ระบบบัญชีออนไลน์, Refinn บริการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ออนไลน์

จบงานนี้ SCB ยังมอบเงินสนับสนุนให้ startup ทั้ง 10 ทีมเพิ่มอีกทีมละ 1 ล้านบาท

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thana-dv-next-step-and-dvb0/

ตามหาความฝัน ค้นหาแรงบันดาลใจ ต้องไป Meet the Dream Makers

ถ้าจะบอกว่านี่คือยุคของการตามหาความฝัน (Dream) และการค้นหาแรงบันดาลใจ (Inspiration) และลงมือทำให้เป็นความจริงก็คงไม่ผิด เพราะทุกวันนี้สิ่งรอบตัวพร้อมจะส่งเสริมให้ทุกคนสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองได้ แต่ถ้าหลายคนยังคิดไม่ออก ยังติดกับกรอบเดิมๆ ลองออกมาที่ Meet the dream makers

ทำไมต้องไป ที่ Meet the dream makers มีอะไร

การได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์จริง ได้พบกับคนต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจ ได้รับฟังแนวคิดใหม่ๆ และที่สำคัญมีโอกาสได้ลงมือทำจริง ทั้งหมดมีอยู่ในโครงการ Meet the dream makers โดยจัดที่ Siam Discovery ซึ่งตรงกับแนวคิดของศูนย์การค้าที่ต้องการสร้าง Creative Space เปลี่ยนพื้นที่ศูนย์การค้าเป็นพื้นที่สำหรับสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ขับเคลื่อนความคิด ต่อยอดความฝัน ได้แบบไม่รู้จบ

สำหรับโครงการ Meet the dream makers จะรวบรวมเทรนด์ 4 เรื่องราวที่คนรุ่นใหม่ไม่ควรพลาด ได้แก่ Style Makes, Journey Makers, Coffee Cult. Makers และ Design Makers ตรงกับไลฟ์สไตล์และตัวตนของคนยุคปัจจุบัน

กับคำถามที่หลายคนอาจจะคิดอยู่ในใจ ถ้าอยากทำธุรกิจที่เป็นของตัวเอง สร้างสรรค์จากความคิดของตัวเอง จะเริ่มต้นอย่างไร ที่นี่มีต้นแบบของคนที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนสร้างฝันให้เป็นจริง หรือ The Dream Makers ทั้ง 20 คน จาก 4 เทรนด์ดังกล่าว เชื่อว่าจะช่วยเป็นแรงผลักดันได้เป็นอย่างดี

24 เม.ย. – 7 พ.ค. จิบกาแฟกับ Coffee Cult. Makers

คนที่หลงรักกาแฟ อยากรู้จักบาริสต้า อยากสัมผัสประสบการณ์ตรง อยากรู้เรื่องราวของเมล็ดพันธุ์จากไร่จนกลายเป็นแก้วกาแฟรสกลมกล่อมในมือ มีที่มาที่ไปอย่างไร และถ้าอยากจะพัฒนาให้กลายเป็นธุรกิจของตัวเองจะต้องทำอย่างไร ต้องไม่พลาดไปงาน Meet the dream makers ระหว่างวันที่ 24 เม.ย. – 7 พ.ค. นี้ เพราะเป็นช่วงเวลาของ Coffee Cult. Makers อยากสร้างแบรนด์กาแฟที่เป็นของตัวเอง มาเริ่มต้นได้ที่นี่

โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์วันเสาร์-อาทิตย์ 29 – 30 เม.ย. และ 6-7 พ.ค. จะมีการจัด Work Shop ให้คอกาแฟตัวจริง คนที่อยากมีแบรนด์กาแฟของตัวเอง รวมถึงผู้ที่สนใจ ได้มีโอกาสทดลองทำเมนู Latte Art การดริปกาแฟ และอีกหลากหลายเรื่องราวกาแฟ สามารถลงทะเบียนได้ที่นี่ www.facebook.com/SiamDiscovery (ดูที่ตารางกิจกรรม)

นอกจากนี้ ในงานยังมีสินค้า อุปกรณ์การชง เช่น เครื่องทำกาแฟ Kinto, Karita อุปกรณ์ชงชาชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น และ bodum อุปกรณ์ชงกาแฟแบบ French Press มาให้เลือกซื้อตามความพอใจ รวมถึงร้านกาแฟสุดแนว เช่น RootsBKK, Roast Runner และ Phil Coffee ฟิลคอฟฟี่ มาร่วมออกบูธด้วย

ครั้งต่อไปไม่ควรพลาดกับ Design Makers

โครงการ Meet the dream makers ยังมีเรื่องราวของ Design Makes ผลงานสร้างสรรค์ของศิลปินที่คว้ารางวัลมาแล้วจากหลายเวทีระดับโลก ที่พร้อมจะเป็นแรงผลักดันให้กับคนที่มีศิลปะในหัวใจ ได้เข้าใจถึงแนวทาง วิธีคิด ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้ประสบความสำเร็จ โดยจัดระหว่างวันที่ 8 – 31 พ.ค. แน่นอนว่ากิจกรรมจัดเต็มเช่นเดิม

สำหรับก่อนหน้านี้มีเรื่องราวของ Style Makes และ Journey Makers ซึ่งน่าเสียดายสำหรับคนที่พลาด ดังนั้น Coffee Cult. Makers และ Design Makers จึงไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

งานจัดที่ Siam Discovery ชั้น 2 ใกล้ทางเชื่อมสยามเซ็นเตอร์ มาร่วมตามหาความฝัน ค้นหาแรงบันดาลใจ ไม่แน่ Dream Maker คนต่อไป อาจเป็นคุณ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/meet-the-dream-makers-coffee/

[วิเคราะห์] บทเรียนทางธุรกิจ HUAWEI แบรนด์ระดับโลก ที่ก้าวผิดพลาดครั้งสำคัญ

ต้องยอมรับว่า HUAWEI เป็น Big Brand ในวงการโทรคมนาคมของโลก ไม่ได้มีเฉพาะสมาร์ทโฟน แต่ยังเป็นผู้นำในด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีอื่นๆ อีกหลายชนิด ถือเป็นแบรนด์ชั้นนำของจีนที่ใช้ในการบุกตลาดโลก

ภาพจาก Twitter Huawei Mobile

ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก HUAWEI เป็นแบรนด์ Top10 แต่ใช้เวลาช่วง 2 ปีนี้บุกทำตลาดอย่างหนัก จนขึ้นมาติด Top3 มียอดขายสูงมากทั่วโลก แต่กรณีตั้งแต่ HUAWEI P10 / P10 Plus และล่าสุดกับ HUAWEI Mate9 กับชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายใน ไม่ตรงกับที่มีการโฆษณาไว้ ถือเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญ

สรุปใจความสั้นๆ คือ ทั้ง HUAWEI P10 และ P10 Plus ใช้หน่วยความจำ (RAM) ซึ่งมีผลต่อการประมวลผลที่แตกต่างกัน โดยมีทั้งรุ่น UFS 2.1 ที่ให้ความเร็วในการอ่านมากกว่า 700 Mbps ขณะที่รุ่น UFS 2.0 (รุ่นต่ำกว่า) ความเร็วอยู่ที่ประมาณ 500 Mbps รวมถึงรุ่น eMMC 5.1 ความเร็วประมาณ 300 Mbps เช่นเดียวกับรุ่น Mate9 ที่มีการใช้หน่วยความจำหลายแบบเช่นกัน โดยมีการตัดคำโฆษณาใช้ UFS 2.1 ออกจากหน้าเว็บไปแล้ว

แปลว่า สมาร์ทโฟนรุ่นเดียวกัน แต่ชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในไม่เหมือนกัน ซึ่งทาง Richard Yu ซีอีโอ ของ HUAWEI ออกมายอมรับว่า ส่วนตัวเขาใช้งานเองไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในการประมวลผล การใช้งานยังไหลลื่น ซึ่งเหตุที่ต้องใช้อุปกรณ์ภายในแตกต่างกัน เพราะยอดขายที่ดีมากจนไม่สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการ

Richard Yu, CEO HUAWEI

เรียนรู้อะไรจาก ความผิดพลาดของ HUAWEI

มีข้อความจากผู้ใช้ในโลกออนไลน์ จำนวนไม่น้อยเปรียบเทียบกรณีของ HUAWEI ว่าเหมือนกับการซื้อคอมพิวเตอร์แล้วอุปกรณ์ข้างในต่างกัน เช่น Harddisk กับ SSD ซึ่งมีราคาต้นทุนไม่เท่ากัน แต่พอรวมเสร็จกลับขายในท้องตลาดราคาเท่ากัน เท่ากับว่า ผู้บริโภคแต่ละคนจ่ายเงินเท่ากัน แต่ได้ของไม่เหมือนกัน

ยิ่งในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ยิ่งบนโลกโซเชียลที่ทุกคนพร้อมแชร์ข้อมูล การทำผิดพลาดและไม่แก้ไขอย่างทันท่วงที (หรือแก้ไขแบบผิดๆ) ยิ่งกลายเป็นความผิดพลาดซ้ำสองและจะส่งผลเสียต่อแบรนด์อย่างรุนแรง

เหตุเกิดในต่างประเทศ ในไทยควรทำอย่างไร

ลองพิจารณาเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อเป็นกรณีศึกษาให้กับบริษัทต่างๆ ในไทย ซึ่งจำนวนไม่น้อยเป็นบริษัทข้ามชาติ หากกรณีนี้เกิดขึ้นกับบริษัทแม่ในต่างประเทศ และส่งผลมาถึงการทำตลาดในไทย ควรทำอย่างไร จริงอยู่ว่าก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทแม่ด้วยว่าจะมีท่าทีอย่างไร

แต่สิ่งที่จะแก้ปัญหาได้เร็วที่สุดคือ “คำขอโทษอย่างจริงใจ” ต่อกรณีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา จากนั้นควรมีมาตรการเยียวยาตามมาโดยเร็วที่สุด ถือเป็นทางออกที่พอจะเป็นไปได้ เช่น การชดเชยผู้ซื้อที่ได้เครื่องรุ่นสเปคต่ำ การรับซื้อคืน หรือแลกซื้อเครื่องใหม่ เป็นต้น

CEO คือหัวใจสำคัญ ทีมกลยุทธ์ต้องชัดเจน

Brand Inside ได้วิเคราะห์เรื่องของ United Airlines ไปก่อนหน้านี้ว่า CEO ไม่ควรออกโรงมาตั้งแต่แรก แต่ควรให้โฆษกหรือผู้บริหารระดับรองออกมาชิมลางก่อน และให้ CEO เป็นแผนสอง เพื่อย้ำหรือเพื่อแก้สถานการณ์ เรื่องนี้มีส่วนคล้ายกันคือ ท่าทีของ CEO ที่มีผลต่อภาพรวม

เพราะ ผู้บริโภคกำลังรอฟังว่า CEO จะพูดอะไร ดังนั้นการให้ข่าวกับสื่อมวลชน (หรือคนในสังคม) ต้องคม และมีทิศทางที่ชัดเจน

Richard Yu ซีอีโอ ของ HUAWEI ออกมาโพสต์ผ่านทาง Weibo ซึ่งการเป็นข้อความ ทำให้ยากที่จะอ่านความรู้สึกของผู้เขียนได้ และยิ่งเนื้อหาระบุว่าปัญหาอยู่ที่ supply chain ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ไม่ทันต่อความต้องการของตลาด จึงนำชิ้นส่วนอื่นมาใช้ทดแทน นั่นแสดงว่า HUAWEI ให้ความสำคัญกับยอดขาย แต่ต้องไม่ลืมว่า ผู้บริโภคไม่ได้มองการใช้งานไหลลื่นไม่แตกต่างกัน แต่สาระสำคัญคือ อุปกรณ์ที่ใส่มาในสมาร์ทโฟนรุ่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันและไม่เหมือนกับที่โฆษณาไว้

สรุป

นี่เป็นเรื่องของบริษัทแม่ในต่างประเทศ บริษัทในไทยคงทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากจะมีนโยบายสั่งการลงมา แต่ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาด้วย จริงอยู่ประเทศไทยอาจจะเป็นตลาดเล็กๆ ไม่มีผลต่อยอดขายรวม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าข่าวสารที่ไว ทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวและอาจส่งผลเสียระยะยาวต่อแบรนด์ได้ มารอดูกันว่า HUAWEI จะแก้วิกฤตครั้งนี้อย่างไร

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/huawei-p10-mate9-crisis/

KERRY EXPRESS จัดขบวน Bike Mob ส่งความสดชื่นแบบไม่กลัวร้อน ด้วยบริการส่งของแบบวันเดียวถึง

กระแส e-Commerce มาแรง ด้วยความสะดวก และรวดเร็วในการสั่งซื้อของออนไลน์ ทำให้ผู้ซื้ออยากได้รับสินค้าโดยเร็วตามไปด้วย นั่นทำให้คนไทยเกือบทั่วประเทศรู้จัก KERRY EXPRESS มากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุ (Logistics) ทั่วประเทศที่มาแรงที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมาพร้อมกับสีสัน “ส้ม-เทา” ที่สะดุดตาจดจำง่าย  และบริการส่งของแบบวันเดียวถึง หรือ Bangkok Sameday ทำให้ KERRY EXPRESS ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

วราวุธ นาถประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ของ KERRY EXPRESS บอกว่า นอกจากการส่งพัสดุทั่วไทยกว่า 250,000 ชิ้นต่อวัน สิ่งที่พิเศษสำหรับ KERRY EXPRESS คือ บริการส่งของแบบวันเดียวทั่วกรุงเทพ หรือ Bangkok Sameday พร้อมให้บริการ เรียกว่า จะให้ส่งของจากบางนาในตอนเช้าถึงมือผู้รับที่ดอนเมืองในตอนบ่าย เป็นเรื่องสบายๆ กับราคาเริ่มต้น 50 บาท

สำหรับการใช้บริการ เพียงเรียกรับพัสดุผ่าน Application KERRY EXPRESS หรือโทร 1217 พนักงานจะเข้าไปรับพัสดุภายใน 1 ชั่วโมง ยิ่งถ้าเป็นผู้ขายสินค้าออนไลน์ สามารถจองรถเข้ารับสินค้าก่อน 11.00 น. จะช่วยให้สามารถส่งสินค้าถึงมือผู้ซื้อทั่วกรุงเทพได้ภายในวันเดียว

และเพื่อตอกย้ำว่า ต่อให้วันนี้กรุงเทพจะร้อนแค่ไหน KERRY EXPRESS ก็พร้อมส่งความสดชื่นแบบไม่กลัวร้อน ด้วยขบวน Bike Mob Bangkok Sameday กว่า 150 คัน พาเหรดพนักงาน KERRY EXPRESS เริ่มตั้งแต่บริเวณประชาชื่น วิ่งวนรอบตัวเมืองกรุงเทพชั้นใน ให้คนกรุงเทพรู้ว่า ส่งของแบบวันเดียวถึง ทำได้ง่ายๆ ผ่าน KERRY EXPRESS

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/kerry-express-bike-mob-bangkok-sameday/

AWS จัดงาน HackDay และ Summit เกาะกระแสแรงเน้นพัฒนาเทคโนโลยี AI

AWS หรือ Amazon Web Services เดินหน้าโปรโมทบริการของตัวเองแก่บริษัทและธุรกิจในโซนเอเชียอย่างเต็มที่ จัดงาน AWS Summit และ HackDay ในหลายประเทศ และครั้งนี้เกิดขึ้นที่สิงคโปร์ จุดเด่นคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย AI

AWS เชื่อว่าองค์กรและธุรกิจในเอเชีย เข้าใจและรู้ถึงประโยชน์ที่จะได้รับ ทำให้สนใจใช้งาน Cloud Service มาขึ้น ดังนั้นการจัดงาน AWS HackDay 2017 และ AWS Summit 2017 ขึ้นที่สิงคโปร์ จึงเป็นการเจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบชัดๆ

AWS HackDay 2017

งาน AWS HackDay เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นก่อนงาน AWS Summit เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ จาก Amazon แล้วนำมาสร้างไอเดียที่น่าสนใจ รวมไปถึงนำบริการต่างๆ จาก AWS Cloud เข้ามาแก้ปัญหาและพัฒนาไอเดียที่คิดขึ้นมา

ทีมที่เข้าแข่งขันต้องพัฒนาต้นแบบจากไอเดียที่นำเสนอเข้ามา โดยนำฮาร์ดแวร์ที่กำหนดให้ เช่น Amazon Echo Dot, AWS IoT Button, กล้องเว็บแคมและบอร์ดวงจรจาก Intel รวมไปถึงการนำบริการจาก AWS เช่น Amazon Polly (ระบบเปลี่ยนตัวอักษรเป็นเสียงพูด), Amazon Rekcognition (ระบบประมวลผลภาพ) หรือ Amazon S3 (ระบบเก็บข้อมูล) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชิ้นงานที่สร้างขึ้นมา โดยใช้เวลาในการพัฒนาและแข่งขันเป็นเวลา 12 ชั่วโมง

ปีนี้มีทีมที่เข้าแข่งขันทั้งหมด 22 ทีม เป็นนักเรียนนักศึกษาในประเทศสิงคโปร์, กลุ่มบริษัทและสตาร์ทอัพและมีกลุ่มนักพัฒนาจาก Data Girls เข้าร่วม ซึ่งทุกทีมจะต้องเลือกหมวดหมู่ในการแข่งขันจาก 3 หมวดได้แก่ ด้านสุขภาพ, ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านบ้านอัจฉริยะ

สำหรับผลการแข่งขัน รางวัลที่สองคือทีมจาก Singtel พัฒนาระบบกริ่งหน้าบ้านโดยใช้ IoT Button สามารถตรวจจับใบหน้าของผู้กดกริ่งได้ รางวัลที่หนึ่งคือทีม DareDevils พัฒนาระบบฟาร์มอัจฉริยะ สามารถแจ้งพยากรณ์อากาศและสั่งให้เปิดปิดระบบในฟาร์มได้ด้วยเสียงผ่าน Alexa นอกจากนี้ยังมีรางวัลสำหรับกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ผู้ชนะคือทีม 4 Musketeers พัฒนาระบบสแกนสลากยาด้วย QR Code และอ่านชื่อยาเป็นภาษาที่ต้องการพร้อมทั้งให้แจ้งเตือนการกินยาได้

AWS Summit 2017

ผู้บริหารจาก AWS ประจำภูมิภาคอาเซียน พูดถึงการเตรียมตัวที่จะให้บริการในภูมิภาคอาเซียนต่อจากนี้ทั้งเรื่องการตั้งสำนักงานในประเทศต่างๆ ซึ่งมี ประเทศไทยและมาเลเซียอยู่แล้ว รวมไปถึงจัดงานสัมมนาในประเทศที่มีผู้ใช้เยอะหรือมีโอกาสเติบโตได้ โดยในอาเซียนมีองค์กรที่หันมาใช้ AWS เป็นส่วนหนึ่งของระบบในของธุรกิจกันมาก ทั้งเป็นบริษัทชื่อดัง, สตาร์ทอัพและพาร์ทเนอร์หลายๆ เจ้า จนทำให้ตอนนี้ AWS ยังคงเป็นบริการอันดับที่ 1 ในตลาดของ Cloud Service ตอนนี้

นอกจากนี้ได้เชิญผู้บริหารจาก Grab, Astro และธนาคาร DBS มาพูดถึงการมีส่วนร่วมของ AWS และธุรกิจของตัวเอง โดยผู้บริหารจาก Grab กล่าวว่า บริการจาก AWS ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ทำให้ทีมงานไม่ต้องเสียเวลาในการดูแลระบบแต่อย่างใด

Astro เป็นบริการสื่อที่เปิดให้ใช้งานในมาเลเซีย ผู้บริหารกล่าวว่าเค้านำ AWS มาใช้ในการช่วยบริการสตรีมมิ่งของตัวเอง จะทำให้รองรับผู้ใช้งานได้มากกว่าเดิม และทำให้อนาคตสามารถขยายปริมาณการให้บริการได้ต่อเนื่องหากผู้ใช้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และคงความเป็นที่ 1 ในตลาดมาเลเซียได้

สุดท้ายคือผู้บริหารจากธนาคาร DBS ได้พูดถึงการเปลี่ยนตัวเองเป็นธนาคารดิจิตอล โดยนำ AWS มาใช้พัฒนาระบบต่างๆ ของตัวเองจนทำให้เป็นผู้นำด้าน Digital Banking ได้

ในปีนี้ AWS ได้ให้ความสำคัญกับเทรนด์ของ AI เป็นอย่างมาก ได้นำเสนอบริการ 3 ตัวที่ทำให้องค์กรและธุรกิจริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ได้แก่ Amazon Lex (ระบบสนทนาด้วยเสียง), Amazon Polly (ระบบอ่านข้อความเป็นเสียง) และ Amazon Rekognition (ระบบวิเคราะห์ภาพขั้นสูง) ซึ่ง AWS มองว่าบริการทั้ง 3 ตัวนี้จะตอบโจทย์กับองค์กรที่อยากสร้าง AI หรือระบบตอบโต้ผู้ใช้อัจฉริยะเป็นอย่างมาก

Alex Smith ผู้เชี่ยวชาญสถาปัตยกรรมด้านโซลูชันสื่อและความบันเทิงได้พูดถึงประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับเมื่อเปลี่ยนมาใช้ Cloud ในการพัฒนาระบบว่า มันช่วยให้เกิดบริการของบริษัทที่หลากหลายขึ้น, ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น, ขยายธุรกิจของคุณได้รวดเร็วกว่าเดิม, ไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการลงทุนและทำให้ธุรกิจของคุณเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม

ตอนนี้ AWS มีบริการใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกเดือน มีองค์กรทั่วโลกทั้งขนาดใหญ่และสตาร์ทอัพทั่วโลกใช้งาน และมี Data Center ทั้งหมด 42 แห่งทั่วโลก ในอนาคตจะเพิ่มอีก 3 แห่งได้แก่ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส, เมืองหนิงเซี้ย ประเทศจีน และกรุงสต็อกโฮม ประเทศสวีเดน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/aws-hackday-summit-ai/