คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED

สัมผัสประสบการณ์ BLEN FES LIVE PROJECT กิจกรรมดี #ชีวิตดีเรามีได้ ตั้งแต่วันแรกจนถึงอนาคต

ในปัจจุบัน หลายคนหลีกเลี่ยงไม่ได้กับความรวดเร็วของกระแสสังคมที่ปรับเปลี่ยนวินาทีต่อวินาที ทั้งข่าวสารบ้านเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้แต่ครอบครัวและเพื่อนในโลกออนไลน์ จนบางครั้ง เผลอลืมไปว่า ความสุขที่แท้จริงของตัวเราเองอยู่ที่ใด

BLEND 285 เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นสำคัญ ความสุขเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคแสวงหาและสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกโอกาส ทาง Brand เชื่อว่าความสุขเกิดขึ้นได้จากการเลือกสิ่งที่ดี เปิดรับโอกาสที่เหมาะสมและสิ่งสำคัญที่สุด คือ ความคิดที่ดี นั่นจึงเกิดคำที่ว่า #ชีวิตดีเรามีได้  

จากแนวคิดดังกล่าว ทำให้เกิดเป็น Music Marketing Campaign ที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตในโปรเจค BLEN FES LIVE PROJECT (เบลน เฟส ไลฟ์ โปรเจค) โดยหนึ่งในการสร้างประสบการณ์คือการสร้าง Branded Content กับศิลปินชั้นแนวหน้าของเมืองไทยที่มีแนวความคิด “ชีวิตดีเรามีได้” อย่างชัดเจน   นั่นคือ วง bodyslam ที่เป็นแรงบันดาลใจของคนทั้งประเทศ ในเพลง ชีวิตยังคงสวยงาม (BLEN FES Live Project version)

และ วง Lomosonic ที่เล่าเรื่องผ่านการใช้ชีวิตทั้ง 2 ด้านอย่างลงตัวผ่าน scoop ที่ใช้เพลง ส่งมือ มาถ่ายทอดคำว่าชีวิตดีเรามีได้

นอกจากนั้น ทาง brand ยังได้ทำการสื่อสาร #ชีวิตเรามีได้ ผ่านเนื้อเพลงอีก 9 บทเพลง ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆ ในสื่อทั่วประเทศทั้ง ป้ายโฆษณาและสื่อออนไลน์ต่างๆ

เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ให้ครบทุกมิติ ทาง brand จึงได้มีการจัดเทศการดนตรีใหญ่ BLEN FES Live Project 3 ครั้ง ใน 3 จังหวัดหัวเมืองใหญ่ ทั้ง ขอนแก่น ชลบุรี และ นครปฐม ที่นำศิลปินชั้นนำของประเทศมาร่วมสร้างประสบการณ์ชีวิตดีเรามีได้ นำโดย bodyslam, Lomosonic, 25hours, Cocktail, Big ass, Getsunova, Moderndog และ Tabasco

ซึ่งต้องขอบคุณกระแสตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค ที่ออกมาสนุกด้วยกัน และมีความสุขในแบบ  “ชีวิตดีเรามีได้” ตลอด 6 ชั่วโมงเต็ม

BLEND285 เชื่อว่า “ชีวิตดีเรามีได้” เกิดขึ้นกับทุกคน ติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/pg/blenddestination

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/blend-285-blen-fes-live-project/

Advertisements

#แกแมสระดับโลกแล้วว่ะ โฆษณา K PLUS คว้า 2 รางวัลอินเตอร์จาก D&AD Awards 2018

ตอนได้ยินครั้งแรกว่า เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับสายอินดี้ จะมาทำหน้าที่กำกับภาพยนตร์โฆษณาให้กับ KBank โดยร่วมมือกับเอเยนซี่ดัง GREYnJ United ก็นึกไม่ออกว่าโฆษณาจะออกมาแนวขนาดไหน จนกระทั่งได้ดู Friendshi(t)p ก็รู้สึกได้ถึงความ “แหวก” ขนบเดิมๆ จนดูไม่เหมือนโฆษณาของธนาคาร

ล่าสุด Friendshi(t)p ยังบุกไปคว้า 2 รางวัล D&AD Awards 2018 งานโฆษณาระดับโลกจาก ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ยิ่งตอกย้ำว่า โฆษณาตัวนี้ต้องมีอะไรดี และอาจเป็นการต่อยอดมาจาก K PLUS แอปพลิเคชันโมบาย แบงกิ้ง ที่คนไทยใช้งานมากว่า 8 ล้านราย เป็นแอปมหาชนที่ใครๆ ก็ใช้กันในเวลานี้

คว้า 2 รางวัล ดินสอสีเทา – ดินสอไม้ แห่ง D&AD

รางวัล D&AD Awards เป็นเวทีประกวดงานโฆษณาระดับโลก ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1962 เป็นอีกหนึ่งรางวัลทรงเกียรติที่มอบให้ผลงานสร้างสรรค์ในหมวดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญโฆษณา สิ่งพิมพ์ หรือมิวสิควิดีโอ ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่มีการตัดสินที่เข้มข้นและยากที่สุด เพราะเน้นความงามด้านดีไซน์เป็นหัวข้อหลักในการพิจารณารางวัล ถือเป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยแต่ละปีมีผู้ส่งผลงานและผู้ตัดสินผลงานจากหลากหลายประเทศทั่วโลกเข้าร่วม

สำหรับตัวรางวัล D&AD Awards จะเป็นรูปแท่งดินสอ ประกอบด้วย 1) ดินสอสีดำ (Black Pencil) 2) ดินสอสีเหลือง (Yellow Pencil) 3) ดินสอสีเทา (Graphite Pencil) และ 4) ดินสอไม้ (Wood Pencil)

ครั้งนี้ โฆษณา K PLUS เรื่อง Friendshi(t)p ได้รับ 2 รางวัลจากเวที คือ ดินสอสีเทา ในสาขา Film Advertising Crafts/ Direction for Film Advertising/ 2018 และ ดินสอไม้ ในสาขา Branded Content Entertainment/ Fiction Film 5-30 mins/ 2018

เริ่มจาก “ความง่าย” สู่โฆษณาที่สื่อว่า “ใครๆ ก็ใช้ได้”

แนวคิดของ โฆษณาเรื่องนี้ คือ ต้องการสื่อว่า K PLUS ใช้งานง่าย ใครๆ ก็ใช้ได้ และยังช่วยพลัสมิตรภาพและสิ่งดีๆ ในชีวิต

เนื้อเรื่องของโฆษณา เริ่มต้นที่ “ฮุ่ย” หญิงสาวที่ไม่มีเพื่อน และไม่รู้จักวิธีสร้างเพื่อนใหม่ ต้องเดินทางมาเรียนในกรุงเทพฯ การสร้างเพื่อนใหม่เป็นเรื่องยาก โดยมี “จ๋า” เพื่อนคนเดียวของฮุ่ยจึงช่วยหาวิธีสร้างมิตรภาพให้กับฮุ่ย โดยการบอกให้ชวนคนอื่นคุยเรื่อง K PLUS เพราะนี่คือ แอปพลิเคชัน โมบาย แบงกิ้ง ที่ใช้งานง่ายและมีคนใช้งานมากที่สุดในประเทศไทยเวลานี้

หลายคนสงสัยว่า KBank คุยกับ GREYnJ United และ เต๋อ อย่างไร จึงได้ภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้ออกมา

คำตอบง่ายๆ คือ KBank มั่นใจว่า การให้อิสระทั้งทางความคิดและการทำงานจะทำให้ได้ผลงานที่ดีออกมา จนได้ภาพยนตร์โฆษณา Friendshi(t)p ความยาว 5 นาที 37 วินาทีออกมา

นอกจากนี้ยังมีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ จากโฆษณานี้ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เช่น มีฉากล้อเลียนซีรีส์ดังจาก Netflix เรื่อง Stranger Things เป็นแก๊งเด็กปั่นจักรยาน และยังต่อยอดสร้างเพจใหม่ จ๋า ลายไฟ เพลิงมิตรภาพ เป็นเรื่องราวของ จ๋า ที่พูดถึงการใช้แอพ K PLUS ได้อย่างลงตัว

จากโฆษณาต่อยอดสู่ความสำเร็จของ K PLUS

Friendshi(t)p มียอดวิวถึง 1 ล้านวิว ภายในเวลา 3 ชั่วโมง ปัจจุบันมียอดวิวรวมทุกช่องทาง 64.4 ล้านวิว มีจำนวน engagement ของ VDO ทั้งแคมเปญ 841,393 และมี Complete view rate ถึง 32% พิสูจน์ถึงความสำเร็จในการออกนอกกรอบเดิมๆ และเป็นส่วนหนึ่งที่ต่อยอดสู่ความสำเร็จของ K PLUS ด้วย

โดยมีจำนวนผู้ใช้งาน K PLUS เติบโตอย่างก้าวกระโดด จาก 7.5 ล้านรายในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เป็น 8.1 ล้านรายในเดือนเมษายน 2561 โดยมีลูกค้าใหม่สมัครใช้ K PLUS เพิ่มขึ้น 37% และยังทำสถิติแตะ 20 ล้านรายการต่อวัน เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปีก่อน

และเป้าหมายของ K PLUS คือมีผู้ใช้งาน 10.8 ล้านรายในปีนี้ จึงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ถ้าสามารถสื่อสารไปถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อตอกย้ำว่า K PLUS คือเรื่องง่าย ที่ใครๆ ก็ใช้ได้จริงๆ

3 ประสานผู้อยู่เบื้องหลัง Friendshi(t)p: อัศวิน พานิชวัฒนา Executive Creative Director ของ GREYnJ United, นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับ และ พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ KBank
3 ประสานผู้อยู่เบื้องหลัง Friendshi(t)p: อัศวิน พานิชวัฒนา Executive Creative Director ของ GREYnJ United, นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับ และ พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ KBank

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/k-plus-dandad-awards-2018-2-pencils/

Mekhong (แม่โขง) ชวนสัมผัส 5 เอกลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านลวดลายปลายพู่กันของอาจารย์เกริกบุระ ยมนาค

นอกจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์แล้ว ความสวยงามของ Package ก็มีส่วนในการบอกเล่าเรื่องราว ถ่ายทอดเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงสร้างความรู้สึกที่ดีเพื่อสื่อสารไปยังผู้บริโภค

Mekhong (แม่โขง) จึงผสมผสานจุดเด่นของความเป็นไทยมาไว้บน Package แบบ Limited Edition ในชื่อ Mekhong Iconic Thai Collection ที่ผู้บริโภคทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่มาท่องเที่ยวสามารถเข้าถึง และจดจำได้ทันทีผ่านลวดลายบน Package ที่สวยงามที่น่าเก็บไว้เป็นที่ระลึก

อาจารย์เกริกบุระ ยมนาค Iconic Thai Artist
อาจารย์เกริกบุระ ยมนาค Iconic Thai Artist

อาจารย์เกริกบุระ ยมนาค ศิลปินจิตรกรรม กล่าวว่า ศิลปะทุกแขนงมีความงามในตัวเอง เป็นการใช้องค์ประกอบ เช่น แนวคิด เทคนิค โครงสี น้ำหนัก รูปทรง รวมกันเป็นชิ้นงาน ถ่ายทอดความงามของวัฒนธรรมที่มีอยู่แต่โบราณออกมาในรูปแบบของตัวเอง เช่นเดียวกับศิลปะภาพวาดสีน้ำบน Package แต่ละชิ้น ที่ใช้เวลาและโอกาสอย่างมาก เพื่อค้นหา สัมผัสและเข้าถึงความงามในแต่ละแง่มุม เพื่อนำเสนอให้สอดคล้องกันอย่างมากที่สุด

“ถือเป็นความภูมิใจที่ Mekhong (แม่โขง) มอบหมายให้ผมได้ถ่ายทอดความงามทางวัฒนธรรมผ่านลวดลายบน Package แต่ละชิ้น”

สำหรับศิลปะภาพวาดสีน้ำ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเสมือนจริงผ่านเส้นสายและสีสันออกมาเป็น 5 ลวดลายพิเศษอันน่าประทับใจ ที่นอกจากจะสะท้อนภาพความเป็นไทยแล้ว ยังสะท้อนถึงเรื่องราวและที่มาของแบรนด์ Mekhong (แม่โขง) ที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 70 ปี ซึ่งลวดลายเหล่านั้น ได้แก่ ช้าง (Iconic Thai Elephant), ตลาดน้ำ (Original Thai Floating Market), อาหารไทย (Traditional Thai Food), เมืองเก่าของกรุงเทพมหานคร (Iconic Bangkok Experience) และหนังใหญ่ (Thai Grand Shadow Play)

ช้าง สัตว์ประจำชาติไทย

ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาตั้งแต่อดีต มีความผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทย ปัจจุบันการขี่ช้างชมกรุงเก่า ชมธรรมชาติ ช้างยังเป็นตัวแทนของความแข็งแก่งแกร่ง อายุยืนยาว และความสง่างาม

ตลาดน้ำ เสน่ห์วัฒนธรรมแบบไทย

วิถีชุมชนริมน้ำเป็น การรวมตัวของคนในชุมชนเพื่อค้าขายกลายเป็นเรื่องปกติ สมัยนั้นชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทย ขนานนามว่าเป็นเวนิสตะวันออก ทำให้ตลาดน้ำกลายเป็นเสน่ห์ทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง

ปัจจุบัน ตลาดน้ำจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทั้งคนไทยและคนต่างชาตินิยมไปสัมผัสการดำเนินชีวิตริมน้ำ การพายเรือซื้อขายผักผลไม้และสินค้าอื่นๆ

อาหารไทย รสชาติความเป็นไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก

เมื่อพูดถึงความเป็นไทย อาหารไทย เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีทั่วโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในการคัดสรรวัตถุดิบ การประกอบอาหาร จนกระทั่งมาถึงมือผู้บริโภค สะท้อนชีวิต ความคิด จิตวิญญาณของคนไทย

เมืองเก่า เล่าเรื่องราว

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองเก่า มีหลายย่านที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาเยือน โดยมีรถตุ๊กตุ๊ก พาหนะขนส่งที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้การเดินทางสัมผัสกรุงเทพฯ สนุกมากยิ่งขึ้น

หนังใหญ่ การละครแห่งสยามประเทศ

หนังใหญ่ เป็นการแสดงนาฏศิลป์การละครแห่งสยามประเทศ เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ช่างทำหนังใหญ่จะใช้หนังสัตว์นำมาเขียนภาพลงบนแผ่นหนังแล้วฉลุเป็นลวดลายด้วยความปราณีตวิจิตรบรรจงในทุกๆ แผ่น

สรุป

Mekhong Iconic Thai Collection เป็น Package ที่ผลิตขึ้นมาในช่วงเวลาพิเศษแบบ Limited Edition มีจำหน่ายที่ King Power Duty Free Thailand ทุกสาขา สามารถเลือกเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ หรือเป็นของสะสมที่รวมความภาคภูมิใจของคนไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/mekhong-iconic-thai-collection/

สรุปประเด็นสำคัญประชุมผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ประจำปี 2018

สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทในสหรัฐ คงไม่มีใครไม่ยอมรับว่าบริษัทที่มีคนจับตามองการประชุมผู้ถือหุ้นทุกๆ ปีคือบริษัท Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett ซึ่งปีนี้มีหลากหลายประเด็นให้ติดตาม

ภาพจาก Shutterstock

สำหรับปีที่ผ่านมาทาง Berkshire ได้รับผลกระทบจากประเด็นดังๆ อย่างเช่น ธนาคาร Wells Fargo ที่เปิดบัญชีลูกค้าเร่งทำยอด ที่ตามหลอกหลอนมาถึงปีที่แล้ว หรือเรื่องการลงทุนในหุ้นอย่าง IBM ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ฯลฯ

ปีนี้มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม 42,000 คน และมีเด็ก 8 ขวบมาประชุมผู้ถือหุ้นได้ถาม Warren Buffett อีกด้วย!

แน่นอนว่าทาง Brand Inside สรุปประเด็นสำคัญๆ มาให้

ปู่รีไทร์หรือยัง?

ช่วงทีผ่านมามีความกังวลว่าใครจะมาสืบทอดตำแหน่งต่อจาก Buffett ซึ่งยังเป็นเรื่องที่คลุมเครืออยู่มากๆ บ้างก็ว่าลูกชายของเขา หรือไม่ก็คนอื่นๆ

ทาง Buffett ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเขาได้เกษียณตัวเองไปแล้วครึ่งตัว เริ่มมอบหมายการลงทุน ขนาด 12,000 ล้านเหรียญให้กับ Ted Weschler และ Todd Combs ซึ่งเป็นผู้ช่วยของเขา แต่ปู่ยังกล่าวติดตลกนิดหน่อยว่าเงินกว่า 300,000 ล้านเหรียญเขาก็ยังดูแลอยู่

ลงทุนใน Apple แต่ไม่ลงทุน Microsoft

หลังจากที่ปู่ Buffett ได้ซื้อหุ้น Apple ไปกว่า 75 ล้านหุ้น จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ไปแล้ว มีผู้ถือหุ้นถามว่าทำไมไม่ลงทุนใน Microsoft บ้าง

Buffett ได้ตอบแบบติดตลกว่าเป็นความโง่ของเขาเอง แต่ยังได้อธิบายเพิ่มว่าเขากับ Bill Gates สนิทสนมมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน

ส่วนอีกคำถามคือทำไมถึงจัดหนักกับ Apple มากขนาดนี้ Buffett ได้บอกว่า Apple เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจกับผู้บริโภดได้ดีมาก ยิ่งตอนนี้ Apple กำลังมีแผนที่จะซื้อหุ้นของบริษัทคืนกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เขายิ่งชอบมากๆ

ภาพจาก Shutterstock

Amazon กับ Google ล่ะ

บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ อย่าง Amazon หรือโดยเฉพาะ Google เขาเองได้บอกว่าเป็นความผิดพลาดมากๆ แต่อย่างที่เราทราบกันว่า Buffett จะไม่ลงทุนบริษัทที่เขาเองไม่เข้าใจ

ทางด้านของ Amazon เขาคิดว่าเป็นการเสี่ยงมากเกินที่จะลงทุน เพราะ Buffett คิดว่า Amazon เป็นเหมือนความมหัศจรรย์ ซึ่งคิดว่าน้อยคนนักที่จะทำได้

เรื่องของ Wells Fargo

Buffett มองว่าปัญหาจากเรื่องอื้อฉาวอย่างการเปิดบัญชีปลอมๆ ขึ้นมา เกิดขึ้นเพราะนโยบายของผู้บริหารคนก่อนๆ ที่เร่งทำยอด แถมยังให้เงินพิเศษกับพนักงานอีกด้วย

เขายังได้เสริมว่าผู้บริหารคนใหม่กำลังแก้ปัญหาเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นจากผู้บริหารคนเก่า ความสามารถในการแข่งขันของ Wells Fargo ไม่ได้ด้อยกว่าธนาคารใหญ่ๆ ของสหรัฐเลย และเรื่องนี้จะทำให้ผ่านไปได้ด้วยดี เหมือนกรณีอื้อฉาวของ Amercan Express หรือแม้แต่ Geico ในอดีต

ภาพจาก Shutterstock

ทำไมลงทุนกับบริษัทที่ลงทุนหนักๆ

มีเด็กวัย 8 ขวบได้ถาม Buffett ถึงเรื่องของการลงทุนซึ่งระยะหลังๆ มาเขาได้ลงทุนกับบริษัทที่เน้นการลงทุนหนักๆ อย่างเช่นกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น BNSF เป็นต้น ซึ่งขัดแย้งกับหลักการลงทุนที่ Buffett เคยบอกไว้

Buffett ได้ตอบว่าบริษัทเหล่านี้นั้นได้ลงทุนมหาศาล แต่สุดท้ายแล้วผลตอบแทนที่ออกมานั้นเป็นที่น่าพอใจ

เรื่องของ Cryptocurrency

สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องยอดฮิตซึ่งมีคนชอบถาม Buffett อยู่เสมอๆ และรวมไปถึงรองประธานของ Berkshire อย่าง Charlie Munger อีกด้วย

ปู่ Buffett ยังยืนยันคำเดิมว่า Cryptocurreny จบไม่สวยแน่นอน เปรียบเทียบเหมือนเวลาคนมาซื้อขายแลกเปลี่ยนว่าจะให้ราคากันที่เท่าไหร่มากกว่า ส่วน Munger บอกว่า มันน่าขยะแขยง

ประเด็นของ Elon Musk

ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งถามถึงเรื่องประเด็นที่ Elon Musk เคยกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ หุ้นที่มีกำแพงคูเมืองที่ดี เป็นเรื่องไร้สาระ ถ้าเจอศัตรูบุกหนักๆ คุณจะพ่ายแพ้ไวมากๆ สิ่งที่มีผลที่สุดคือเรื่องของนวัตกรรม

Buffett กล่าวว่า Musk อาจเข้าใจผิดไปในประเด็นนี้ และ Buffet มองว่า Musk อาจพลิกโลกได้ แถมยังกล่าวติดตลกว่า Musk คงไม่มาเปิดบริษัททำลูกอมแข่งกับเราหรอกนะ

เรื่องอื่นๆ

  • ถ้าให้เลือกตลาดหุ้นเดียวที่จะลงทุน ปู่จะเลือกตลาดหุ้นสหรัฐ
  • Buffett สนใจในการลงทุนในเอเชียมากขึ้น แต่ตลาดจีนก็ยังยากมากๆ ที่เขาจะเข้าใจ เขาพูดติดตลกว่า Munger ลงทุนในจีนมากกว่าเขาเองด้วยซ้ำ
  • เงินสดที่เพิ่มขึ้นทางที่ดีที่สุดคือซื้อหุ้นกลับคืน คิดว่าไม่น่าจะเห็นปันผลพิเศษ
  • เรื่องสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ทั้งสองประเทศเป็นมหาอำนาจ เหมือนบอกให้ทางทรัมป์คิดให้ดีๆ

ที่มาNew York Times, Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/berkshire-hathaway-agm-brief-2018/

สัมภาษณ์ผู้บริหาร JIBEX ธุรกิจเทรดเงินคริปโต ที่พร้อมให้บริการนักลงทุนชาวไทยแล้ว

หลังจากที่ J.I.B. ธุรกิจฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ชื่อดังของไทย แถลงข่าวเปิดตัวธุรกิจใหม่ในชื่อ “JIBEX” กระดานเทรดเงินคริปโต ไปเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเกตเวย์ของโลกการเงินดิจิทัลในอนาคต

Brand Inside บุกไปสัมภาษณ์ผู้บริหาร JIBEX (จิ๊บเอ็กซ์) เพื่อพูดคุยตั้งแต่ที่มาที่ไปในของการก่อตั้งบริษัท รวมถึงมุมมองต่อสกุลเงินดิจิทัล และลากไกลไปจนถึงเป้าหมายระยะยาวของบริษัท

ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท JIBEX ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานด้านฟินเทค
ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท JIBEX ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานด้านฟินเทค

ที่มาที่ไปของ JIBEX กระดานเทรดเงินคริปโต

เชื่อว่าหลายคนรู้จักธุรกิจฮาร์ดแวร์ของ J.I.B. กันเป็นอย่างดี แต่ตอนนี้ได้ขยายไปสู่ธุรกิจเทรดเงินคริปโตแล้ว คำถามคืออะไรเป็นเหตุผลตั้งต้นที่ต้องลงมาทำเรื่องนี้

ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท JIBEX ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานด้านฟินเทค ให้สัมภาษณ์ด้วยการเริ่มต้นตอบคำถามข้างต้นว่า

“ประการแรก เรามองว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการลงทุนที่เรียกได้ว่าเป็นที่ยอมรับในวงกว้างอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบันคือ Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งโดยหลักการแล้ว สิ่งที่ทำให้มันได้รับความนิยมคือประสิทธิภาพในการทำงาน มีความรวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง เพราะใช้เทคโนโลยีบล็อคเชน ตรงนี้สำคัญเพราะประสิทธิภาพของมันทำให้ค่าใช้จ่ายในการเล่นน้อยลงมาก ยกตัวอย่างเช่น เวลาเราซื้อกองทุนรวม หรือสินทรัพย์บางอย่าง มันต้องมีขั้นต่ำที่กำหนดไว้ แต่สำหรับเงินคริปโตที่ไม่มีตัวกลางมาคอยจัดการ ทำให้คุณมีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อได้ เพราะไม่มีค่าดำเนินการ”

“ส่วนประการที่สองคือมันเป็นเรื่องทั่วโลก สมมติว่าวันนี้ Google ออก  IPO ผมเชื่อว่ามีคนไทยไม่กี่คนที่จะซื้อหุ้นได้ แต่ถ้า Google ออก ICO (การระดมทุนผ่านคริปโต) คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดไหนก็จะซื้อได้”

“ประการที่สามคือความโปร่งใส เพราะว่าข้อมูลทุกอย่างบนบล็อคเชนมันถูกเปิดเผย  ทุกคนมีเก็บไว้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เราสามารถดูได้หมดเลยว่าใครถือหุ้นไว้เท่าไหร่ นี่คือความโปร่งใส หัวใจของคริปโตจึงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ”

ทั้งหมดนี้จึงทำให้ J.I.B. เกิดความสนใจในธุรกิจคริปโต แต่ทว่าการเข้ามาเล่นในธุรกิจเทรดเงินคริปโตที่มีผู้เล่นรายอื่นๆ จับจองพื้นที่ในตลาดกันไปบ้างแล้ว คำถามคือ แล้วอะไรคือจุดแข็งของ JIBEX ในการเข้ามาเล่นในอุตสาหกรรมนี้

จุดแข็งของ JIBEX

ดร.ธรรม์ธีร์ ระบุว่า จุดแข็ง 2 ประการของ JIBEX มีดังนี้

  1. รากฐานที่มั่นคงจากธุรกิจฮาร์ดแวร์: JIBEX มีพื้นฐานที่ดีมาจาก J.I.B. บริษัทไอทีไทยคุณภาพที่มีอายุกว่า 17 ปี จวบจนถึงปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศกว่า 150 แห่ง ทางบริษัทจะเทรนให้พนักงานแต่ละสาขาตอบโจทย์ในด้านการบริการ โดยจะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ แนะนำด้านการใช้งานต่างๆ รวมไปถึงประสานงานในการให้บริการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  2. ความเข้าใจในนักลงทุน: ผู้ก่อตั้ง JIBEX มาจาก 2 วงการ คือด้านธุรกิจไอทีโดย สมยศ เชาวลิต ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท J.I.B. และด้านฟินเทคโดย ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท JIBEX ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานด้านฟินเทค และยังเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารสมาคมฟินเทคประเทศไทย (ผู้ให้สัมภาษณ์) JIBEX เชื่อมั่นว่า ความเชี่ยวชาญในด้านไอทีและฟินเทคที่สั่งสมมานานของผู้ก่อตั้ง จะทำให้ตลาดเกิดความมั่นใจในการเข้ามาใช้บริการเทรดเงินคริปโต

พาร์ทเนอร์ของ JIBEX

ในส่วนของพาร์ทเนอร์ JIBEX มีอยู่ทั้งหมด 3 วงการได้แก่

  1. พาร์ทเนอร์ด้านความปลอดภัย: ACIS สถาบันด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ได้เข้ามาดูแลรายละเอียดทุกขั้นตอนในการพัฒนาระบบ รวมไปถึงการทำมาตรฐานให้เทียบเท่ากับธนาคารและสถาบันทางการเงิน ISO 27001
  2. บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุน: IFCG และ Wealth Inc. จะเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ในส่วนนี้ให้กับ JIBEX
  3. บริษัทที่จะช่วยขยายตลาดในระดับภูมิภาคและระดับโลก: Inter Ventures จากสิงคโปร์ และ Siam Innoventure ได้เข้ามาช่วยในเรื่องการเชื่อมโยงธุรกิจ ทำให้ลูกค้าของ JIBEX สามารถใช้บริการเทรดและใช้จ่ายด้วยเงินคริปโตในต่างประเทศได้

เป้าหมายระยะสั้นของ JIBEX เป็นอย่างไร?

  • วันนี้: เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นได้ให้บริการ Wallet คือเก็บรักษาเงินสกุลดิจิทัล ในช่วงแรกจะเริ่มต้นจาก 5 สกุลหลักได้แก่ Bitcoin, Ethereum, Ripple, Bitcoin Cash และ Litecoin ส่วนสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ รวมถึงเหรียญจากบริษัทไทยที่ทำ ICO ทาง JIBEX จะทำการพิจารณาในอนาคตตามความนิยมและพื้นฐานของเหรียญ
  • ในเดือนมิถุนายน 2018: JIBEX จะเปิดให้แลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัล หรือเทรดคริปโตอย่างเป็นทางการ พูดง่ายๆ คือ สามารถแลกเปลี่ยนเงินบาทเป็นคริปโต คริปโตเป็นเงินบาท และคริปโตไปหาคริปโตได้
  • ไตรมาสที่ 4 ปี 2018: เพิ่มเครื่องมือในการช่วยเทรด เช่นตัวช่วยบอกสัญญาณเทรด และ Robot Trade เข้ามาช่วยเทรดให้อัตโนมัติเวลาเราหลับ (เพราะตลาดคริปโตเปิดตลอด 24 ชั่วโมง) นอกจากนั้นทางธุรกิจหลักคือร้านคอมพิวเตอร์ J.I.B. จะเปิดให้ลูกค้าสามารถนำเงินสกุลดิจิทัลเข้ามาใช้ในด้านอีคอมเมิร์ซกับทาง J.I.B. ออนไลน์ได้
  • ไตรมาสที่ 1 ปี 2019: แผนของ JIBEX คือการนำไปสู่การจัดการบริหารสินทรัพย์ และช่วยบริหารพอร์ตการเงินของลูกค้าโดยรวม ทั้งสินทรัพย์ดิจิทัล และสินทรัพย์อื่นๆ ทั่วไปผ่านความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์บริษัทหลักทรัพย์และที่ปรึกษาการลงทุน
ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท JIBEX ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานด้านฟินเทค
ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท JIBEX ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานด้านฟินเทค

เป้าหมายของ JIBEX ในระยะยาวคืออะไร?

ดร.ธรรม์ธีร์ ระบุว่า “ความฝันของเราคือความต้องการทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของการเงินดิจิทัลและจัดตั้งบริษัทเพื่อออก ICO ในภูมิภาค เพราะว่าประเทศมีความพร้อมอยู่ 3 ประการ คือ ภูมิศาสตร์ของเราอยู่ตรงกลางเหมาะกับการขนส่งและเดินทาง เรามี Real Sector และภาคการผลิตที่แข็งแกร่ง และเรามีทรัพยากรบุคคลทางด้านเทคโนโลยีและการเงิน”

“การเป็น Hub ในเรื่องนี้จะทำให้ประเทศไทยได้ผลประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจากธุรกิจที่เทรดและโอนเงินคริปโต หรือแม้กระทั่งมีต่างชาติมาจัดตั้งบริษัทในไทยเพื่อ ICO และระดมทุนจากทั่วโลก ซึ่งจะทำให้เกิดการไหลเวียนของเม็ดเงินในประเทศไทยอย่างมหาศาล”

ความเห็นต่อข้อกำหนด-กฎหมายของภาครัฐ เป็นอย่างไร?

เมื่อถามถึงข้อระเบียบที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นปัญหาคลาสสิกของสกุลเงินดิจิทัลในระดับโลก นั่นคือการไม่ลงรอยกับข้อกำหนดหรือกฎระเบียบของภาครัฐ คำถามที่สำคัญคือ แล้ว JIBEX มีความเห็นอย่างไรต่อเรื่องนี้

ผู้บริหารของ JIBEX ตอบคำถามโดยแสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า “จุดยืนของ JIBEX คือเราต้องทำตามกฎระเบียบ ไม่ว่าจะกฎระเบียบของทางประเทศไทยจะออกมาอย่างไร เราก็จะทำให้ถูกต้อง 100% ถ้าถามภาพรวมในแง่กฎหมาย ต้องบอกว่าในทุกๆ ประเทศ นวัตกรรมมักจะออกมาก่อนกฎหมายอยู่แล้ว แต่หลังจากที่มีการนำเอานวัตกรรมมาใช้งานจนประสบความสำเร็จ (Best Practice) หลังจากนั้นกฎหมายจะออกมาเพื่อสนับสนุนให้เกิดประโยชน์ และป้องกันความเสียหาย ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลแต่อย่างใด สำหรับ JIBEX เองที่เปิดตัวธุรกิจเทรดเงินคริปโตในช่วงนี้ ด้วยตั้งใจที่จะร่วมสนับสนุนให้เกิด Best Practice ขึ้นในสังคมไทยอย่างรวดเร็ว”

เมื่อ Brand Inside สอบถามถึงจุดแข็งที่ JIBEX โดดเด่นกว่าผู้ให้บริการเทรดคริปโตรายอื่นๆ ในตลาดคือ “การมีหน้าร้าน” ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนเงินคริปโตว่าเรายืนอยู่ข้างคุณตรงนี้ พร้อมบริการ พร้อมเดินคู่กับทุกคน ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง และมีความตั้งใจมุ่งมั่นให้ JIBEX เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลแบบครบวงจรที่ใช้งานง่าย รวดเร็ว ให้ความเชื่อมั่น และความรู้แก่นักลงทุน รวมทั้งการบริการที่ครอบคลุมทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ผ่านช้อป J.I.B. ทั้ง 150 สาขา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถบริหารการลงทุนดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านรายละเอียดของ JIBEX ในวันเปิดตัวธุรกิจเทรดเงินคริปโตเพิ่มเติมได้ที่นี่

อย่างไรก็ตาม JIBEX เปิดให้บริการฟังก์ชั่นแรกคือกระเป๋าเก็บเงินดิจิทัล JIBEX Wallet ฟังก์ชั่นแรกอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนนี้เป็นต้นไป

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกกับ JIBEX ได้แล้วที่ www.jib-ex.com หรือติดตามข่าวสารอัพเดทต่างๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียด้านล่าง

Facebook: https://www.facebook.com/JIBExchange/  

Youtube: JIBExchange  

Twitter: https://twitter.com/JIBExchange

เว็บไซต์: www.jib-ex.com

ติดตามข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับการลงทุนดิจิทัลได้ที่: www.jib-ex.com/news

ดาวน์โหลด JIBEX ได้แล้ววันนี้ สำหรับ Android: http://bit.ly/2HxqebS หรือ สแกน QR code ด้านล่างได้เลย!

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

https://www.facebook.com/plugins/page.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fbrandinsideasia&tabs=profile&width=340&height=214&small_header=false&adapt_container_width=true&hide_cover=false&show_facepile=true&appId=129250203765952
from:https://brandinside.asia/interview-jibex-cryptocurrency/

LinkedIn เตรียมปล่อยวีดีโอสำหรับธุรกิจแล้ว

Linkedin พัฒนาโฆษณาแบบวีดีโอใน Feed สำหรับภาคธุรกิจใกล้เสร็จพร้อมให้บริการแล้ว หลังเปิดให้มีการทดสอบเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา

Jen Brady รองประธานฝ่ายสื่อสารของ LikedIn ได้กล่าวแนะนำว่า เครื่องมือนี้จะช่วยให้บริษัทมืออาชีพทำงานได้ดีขึ้น เพราะช่วยให้แบรนด์สามารถโฆษณาแบบ B2b ได้ เพราะสามารถแทรกความคิดเห็นของผู้นำได้มากกว่าแค่โฆษณาเพียงอย่างเดียว

โดย Linkedin แบบ B2b จะช่วยกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น เช่น ตำแหน่งงานระดับสูง บริษัทหรืออุตสาหกรรมที่ต้องการ รวมทั้งทักษะของผู้สมัคร รวมทั้งจับคู่ระหว่างผู้ที่สนใจชมโฆษณาและผู้ลงโฆษณาได้ผลในระดับเชิงลึกด้วย

Brady แสดงความมั่นใจว่าระบบดังกล่าวจะมีการคัดกรองข้อมูลได้แม่นยำกว่าสังคมเครือข่ายอื่นๆ เพราะลูกค้าที่ใช้งานของ Linked ต้องการข้อมูลและประวัติการทำงานที่แม่นยำและเจาะจงกว่าแค่ข้อมูลส่วนตัวหรือไลฟ์สไตล์แบบผิวเผิน ดังนั้นผู้ลงโฆษณาจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของผู้รับชม รวมทั้งนับจำนวนผู้ที่เข้ารับชมวีดีโอผ่านเว็บไซต์และการกระทำอื่นๆ หลังชมโฆษณา ซึ่ง Linkedin ได้บรรลุข้อตกลงกับ Moat ในการเข้ามาช่วยเก็บข้อมูลการรับชมและวัดความสามารถในการแสดงโฆษณาว่าแม่นยำจริงหรือไม่

จากผลการศึกษาภายใน Linkedin พบว่า 46% ของนักการตลาด b-to-b เชื่อว่า การหาคุณภาพของผู้รับชมวีดีโอถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายมากในการทำแคมเปญบนแพลตฟอร์มอื่นๆ และผู้ใช้งานต้องคาดหวังให้วีดีโอที่แสดงผลถูกปรับขนาดให้เหมาะกับมือถือของพวกเขา ดังนั้น แบรนด์ต้องพัฒนาเรื่องประสบการณ์ในการรับชมให้ดี และเรียนรู้ด้วยว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้วีดีโอบน facebook และ Twitter ยังเข้าไม่ถึงโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ

ทางด้านของ Linkedin หลังจากที่ได้เปิดให้ผู้ใช้งานอัพโหลดวีดีโอได้เมื่อสิงหาคม 2017 และเมื่อต้นเดือนก็เพิ่มตัวคัดกรองรูปและข้อความแบบ Snapchat เข้าไปและมีการแชร์วีดีโอมากกว่าช่องทางอื่นๆ ถึง 20 เท่า

Brady เชื่อว่า บริษัทต่างๆ สนใจในฟีเจอร์ใหม่นี้และจะเพิ่มเนื้อหาและข้อมูลไปบนเว็บไซต์ขององค์กรมากขึ้น และเชื่อว่าเป็นโอกาสสำหรับ Linkedin ในการแย่ง market share ของ Youtube ในกลุ่มแบรนด์ภาคธุรกิจมาได้

ด้าน Steve Carbone หัวหน้าฝ่ายการตลาดิจิทัลและการลงทุน ของ MediaCom กล่าวว่า การกำหนดเป้าหมายแบบ b-to-b ของ Linkedin จะดีกว่าสิ่งที่มีอยู่ใน Social media อื่นๆ การพัฒนาเครื่องมือในครั้งนี้ ถือว่าเป็นข่าวดีซึ่งทางเราก็หวังว่าจะได้ใช้งานเครื่องมือนี้และนำไปสู่หนึ่งในเครื่องมือที่ควรแนะนำแก่ลูกค้าของเรา

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/04/linkedin-vdo-platform/

Native Advertising ไม่ใช่ Content Marketing

ใครที่ทำงานโฆษณาประชาสัมพันธ์น่าจะเคยได้ยินคนใช้คำศัพท์ “Native Advertising” กับ “Content Marketing” สลับกันอยู่บ้าง ผมเองก็เคยงงเหมือนกัน พอดีไปเจอบทความชื่อว่า “Native Advertising” ที่ Joe Pulizzi แห่งเว็บไซต์ Content Marketing Institute (CMI) เขียนเอาไว้ ผมคิดว่าเขาแบ่งแยกเอาไว้ชัดเจนดี เลยขอแปลเอามาแชร์กับเพื่อนๆ นะครับ เผื่อใครเสิร์ชมาเจอจะได้ใช้อ้างอิงกันในภาษาไทย

Content marketing คืออะไร?

Joe เขาเขียน เป็นภาษาอังกฤษไว้อย่างนี้ครับว่า

Content marketing is a strategic marketing technique of creating and distributing valuable, relevant, and consistent content to attract and acquire a clearly defined audience – with the objective of driving profitable customer action.

ผมขอแปลไทยตรงๆ อย่างนี้นะครับ

Content marketing คือหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ว่าด้วยการ สร้าง และส่งมอบเนื้อหาที่มีคุณค่า มีความเกี่ยวข้องกับผู้อ่าน ตลอดจนนำเสนอออกมาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้อ่านที่มีการนิยามเอาไว้อย่างชัดเจน ด้วยจุดประสงค์ของการขับเคลื่อนการกระทำของลูกค้าที่มีประโยชน์ต่อแบรนด์

โดยจุดประสงค์ของ Content marketing คือการดึงดูดและรักษาลูกค้าด้วยการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยน หรือยกระดับพฤติกรรมของผู้บริโภค มันเป็นกระบวนการที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องร่วมกับแผนการตลาดโดยรวมของคุณ และที่สำคัญมันจะโฟกัสอยู่กับ Owned Media ไม่ใช่ไปเช่าคนอื่น

การทำ Content marketing คุณคือคนที่เป็นเจ้าของสื่อ มันคือทรัพย์สินของคุณ แต่ Native advertising คุณจ่ายใครสักคน (จะเป็น Publisher หรือเจ้าของ Native Advertising Platform ก็ตามที) เพื่อให้เขาช่วยยิงเนื้อหาออกไปหาคนที่คุณต้องการให้เขาเสพเนื้อหา

แล้ว Native advertising ล่ะ มันคืออะไร?

  • พูดง่ายๆ ตรงไปตรงมา Native advertising ก็คือการ “จ่าย” เพื่อให้ได้ลง ถ้าแบรนด์ไม่จ่ายมันก็ไม่ใช่ Native advertising ถึงแม้ว่าแบรนด์อาจจะเลือกที่จะโปรโมทเนื้อหาของตัวเองด้วยการจ่ายให้คนเห็นเยอะๆ แต่ Content marketing ไม่ใช่ advertising คุณไม่ต้องจ่ายเพื่อที่จะสร้างเนื้อหาขึ้นในสื่อที่คุณเป็นเจ้าของ ในขณะที่ Native advertising คือการ “เช่า” พื้นที่สื่อของคนอื่น
  • ส่วนใหญ่ Native advertising จะดูคล้ายเนื้อหา (content based) โดยเนื้อหามักจะมีประโยชน์ มีความน่าสนใจ และถูกเขียนมาให้คนอ่านกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ มันจะไม่ใช่การโฆษณาสินค้าหรือบริการของบริษัทอย่างตรงๆ นี่คือสาเหตุที่ทำให้ Native advertising ดูคล้ายกันกับ Content marketing ซึ่งดูๆ ไปก็คล้ายกับเนื้อหาแนว editorial ที่มีอยู่จริงๆ บนเว็บไซต์ของสื่อ เพียงแต่คุณไม่ได้พยายามขายสินค้าหรือบริการของคุณมากเกินไปนัก
  • Delivered in stream (แทรกขึ้นมาขณะที่อ่าน) การที่จะเป็น Native advertising จริงๆ คนอ่านจะต้องรู้สึกไม่ถูก ‘ขัดจังหวะ’ ขณะที่กำลังเพลิดเพลินในการอ่าน แบรนด์ที่ซื้อพื้นที่ในการทำ Native advertising มักจะอยากให้เนื้อหามีลักษณะเหมือนเนื้อหาที่มีอยู่ในเว็บไซต์แบบปกติแบบเนียนๆ ไป และฝ่ายขายของบริษัทสื่อก็อยากจะทำแบบนั้นให้กับแบรนด์เหมือนกัน เพราะจะได้ขายได้ง่ายๆ แต่ก็จะต้องมีป้าย หรือมีการระบุเอาไว้ชัดเจนว่านี่คือพื้นที่โฆษณา (ในบ้านเราชอบเรียกว่า Advertorial)

เป้าหมายของ Native advertising คือการไม่เข้าไป ‘ขัดจังหวะ’ คนอ่านควรจะรู้สึกว่ามันไปกันได้กับเนื้อหาที่สื่อนั้นๆ นำเสนออยู่ และมีคนชอบมากกว่าการดูแบนเนอร์

ในฐานะแบรนด์ เราควรใช้ Native advertising กับ Content marketing คู่กันหรือไม่อย่างไร?

เราควรใช้ Native advertising กับ Content marketing คู่กัน ลองนึกภาพดูว่าถ้าเราเป็นแบรนด์น้ำหอมสักแบรนด์ แล้วคิดจะทำ Content marketing program เราก็จะเริ่มง่ายๆ ด้วยการสร้าง Blog เว็บไซต์ เป็น “บ้านหลัก” ของเรา แต่ตอนแรกเนี่ย ยังไม่มีคนมาเยี่ยมชม “บ้านหลัก” ของคุณแน่ๆ ดังนั้นช่วงแรกอาจจะใช้ Native advertising ในการดึงคนมาเยี่ยมชมเราก่อนให้ได้

สรุปสั้นๆ ว่า Native advertising คือจ่ายเพื่อเช่าพื้นที่สื่อคนอื่น จ่ายเพื่อให้คนได้ดูเยอะๆ แต่ Content marketing คือการที่คุณเป็นเจ้าของสื่อ เป็น Owned media คุณเป็นสื่อได้ด้วยตัวเอง

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/04/native-advertising-is-not-content-marketing/