คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED_POSTS

เปิดตัว Dell EMC PowerEdge 14G ในไทย รองรับ Intel Xeon ใหม่, เสริม Security, 25GbE, NVMe, NV-DIMM

Dell EMC ประเทศไทยได้ออกมาแถลงข่าวเปิดตัว Dell EMC PowerEdge 14G ในไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมให้เหล่าองค์กรซื้อไปใช้งานได้แล้ว พร้อมกับนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เสริมเข้ามาใน 14G ดังนี้

หน้ากากใหม่ เป็น DellEMC แล้ว

 

Scaleble Business Architecture มีหลายรุ่น ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายภายใน Data Center

Dell EMC PowerEdge 14G รุ่นนี้เปิดตัวมาพร้อมกับการรองรับ Intel Xeon Scalable ครบทุกซีรีส์ ทำให้มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายทางด้านลิขสิทธิ์ของระบบ Business Application ลงได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นดังนี้

  • รองรับ NVMe มากขึ้น สามารถใช้งาน NVMe เป็น Production SSD ได้แล้วใน Server หลายรุ่น
  • เปิดตัว Server หลายรุ่น รองรับการปรับแต่งภายในเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน Software-defined Storage, Database และ Virtual Machine ได้ดีขึ้น
  • รองรับระบบเครือข่ายแบบ 25GbE ในตัว เสริมความเร็วขึ้นมาอีกระดับจาก 10GbE และรองรับ RDMA ได้ เหมาะสำหรับทำงานร่วมกับ Microsoft Storage Spaces Direct (S2D)
  • เพิ่มเทคโนโลยี Multi-Vector Cooling มีการปรับแต่งระดับของระบบระบายอากาศภายในได้ตามปริมาณการทำงานของแต่ละชิ้นส่วนภายในระบบ ทำให้ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม
  • มีระบบ Boot Optimization Storage โดยมี M.2 PCIe Storage สำหรับทำ Boot Drive แยกต่างหากโดยเฉพาะ ทำให้ช่องติดตั้ง Disk หน้าเครื่องถูกเอาไปใช้จัดเก็บข้อมูลได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับระบบ Software-defined Storage (SDS)
  • ในรุ่น 2U 4 Node มีออปชันเสริมสำหรับการใช้ของเหลวในการระบายความร้อน รองรับงานประเภท High Performance Computing (HPC)
  • ในรุ่น 4 CPU มีการออกแบบ Mainboard ให้เป็น 2 ชั้น ใส่ชั้นละ 2 CPU เพื่อลดความยาวของเครื่องลง, ระบายความร้อนได้ดีขึ้น และทำให้ลดควมสูงของเครื่องจาก 4U เป็น 3U ลงได้
    Mainboard 2 ชั้น ยกขึ้นได้
  • รองรับ GPU ได้ 3-6 ชุดภายในเครื่องขนาด 2U สำหรับงานประเภท Artificial Intelligence (AI)
  • มีแผนรองรับ NV-DIMM ในปลายปีนี้ สำหรับตอบโจทย์ In-Memory Database อย่างเช่น SAP HANA
  • มีแผนรองรับ Intel 3D X Point และ Intel Optane ต่อไปในอนาคต

ส่วนสิ่งที่ Dell EMC PowerEdge 14G ตัดออกไปนั้นก็คือดิสก์ขนาด 1.8″ ออกไป และหันกลับมารุกตลาดกับดิสก์ขนาด 2.5″ และ 3.5″ รวมถึง PCIe ต่อไป

 

Intelligent Automation บริหารจัดการได้สะดวกง่ายดายยิ่งกว่าแต่ก่อน

ใน Dell EMC PowerEdge 14G นี้มีอัปเดตหลักๆ ด้วยกัน 3 ส่วน ได้แก่

  • Dell EMC OpenManage Enterprise เป็นอีกโซลูชันสำหรับการบริหารจัดการ Server ของ Dell EMC ที่เสริมขึ้นมาจาก OpenManage Essential และ OpenManage Mobile โดยเปิดให้ใช้งานได้ฟรี และอัปเกรดฟีเจอร์อื่นๆ เช่นการ Deploy ได้ โดย OpenManage Enterprise นี้จะเป็น Virtual Appliance สำหรับใช้ในการบริหารจัดการ Hardware ในแบบ Real-time และทำ Automation โดยเฉพาะ เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกทีในเดือนพฤศจิกายน 2017 นี้
  • Dell EMC QuickSync 2.0 อัปเกรดจาก QuickSync รุ่นแรกที่รองรับเพียง NFC ในการอ่านข้อมูลจากเครื่องโดยไม่ต้องเชื่อมต่อผ่าน iDRAC ให้เพิ่มการรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ Wi-Fi ได้ด้วย และยังสามารถยืนยันตัวตนผ่าน QR Code ที่ติดไว้ในแต่ละเครื่องซึ่งแตกต่างกัน ทำให้มีความมั่นคงปลอดภัยสูงขึ้น รวมถึงออกแบบ Bezel ใหม่ให้ QuickSync 2.0 ไม่ไปบังทางลมระบายอากาศด้วย
  • Dell EMC iDRAC 9 ทำงานได้เร็วกว่า iDRAC 8 ถึง 4 เท่า
ภายในเครื่อง พัดลม Redundant ส่วนที่เหลือก็ออกแบบมาแบบ Tool-less

 

Integrated Security เสริมความปลอดภัยระดับ Hardware ถึง 4 ประเด็นหลัก

ด้วยประเด็นในปีที่ผ่านมาเรื่องการโจมตีที่แอบแฝงอยู่ภายใน BIOS, Firmware และอื่นๆ บน Server ที่เกิดขึ้นอย่างหลากหลาย ทาง Dell EMC จึงได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงให้กับเหล่า Data Center ด้วยกัน 4 ประการ ดังนี้

  • Protect มีระบบ Signed Firmware เพื่อยืนยันตัวตนของ Firmware ว่าเป็นของจริงได้ก่อนจะทำการอัปเดต, มีการเพิ่มระบบ Secure Boot และมีระบบ System Lock Down เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใน Firmware ได้
  • Detect มีการจัดเก็บข้อมูล Log เวลาถูกโจมตี และ Alert แจ้งเตือนผู้ดูแลระบบได้
  • Recover มีการสำรองข้อมูล BIOS เอาไว้ ดังนั้นหาก BIOS หลักถูกโจมตี, ตั้งค่าผิด หรือมีปัญหาใดๆ ก็สามารถย้อนกลับมาใช้รุ่นก่อนหน้าได้
  • Retire เมื่อเลิกใช้เครื่องแล้ว Dell EMC ก็จะมีโซลูชัน Instant Secure Erase สำหรับลบข้อมูลบน Disk หรือ USB ให้กู้คืนไม่ได้ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีข้อมูลรั่วไหลจาก Hardware ที่เลิกใช้งานแล้ว

 

เปิดตัวรอบแรกด้วยกัน 6 รุ่น เดี๋ยวมีรุ่นถัดๆ ไปอีก

ในการเปิดตัวครั้งนี้จะเปิดตัวออกมาก่อนด้วยกันทั้งสิ้น 7 รุ่น ได้แก่

  • Dell EMC R640 เครื่อง 1U 2CPU
  • Dell EMC R740 และ Dell EMC R740XD เครื่อง 2U 2CPU รุ่นขายดี และยังได้ Reddot Design Award ด้วย
  • Dell EMC R940 เครื่อง 3U 4CPU
  • Dell EMC M640 และ Dell EMC FC640 สำหรับ Blade และสำหรับ FX Architecture
  • Dell EMC C6420 รุ่น 2U 4 Node เลือกใช้ Liquid Cooling ได้

 

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถขอข้อมูลและราคาจาก Partner ของ Dell EMC ทั่วไทยได้เลยครับ

from:https://www.techtalkthai.com/dell-emc-poweredge-14g-is-officially-released-in-thailand/

Advertisements

TechTalk Webinar: วิดีโอย้อนหลังเรื่อง “5 เทคนิคลดพื้นที่จัดเก็บ Backup บน Storage ให้ได้ถึง 90%”

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “5 เทคนิคลดพื้นที่จัดเก็บ Backup บน Storage ให้ได้ถึง 90%” โดย ArcServe และ Ingram Micro ที่เพิ่งจัดไปเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถดูวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณพรสิทธิ์ ปาลิไลยก์ Technical Service Manager และคุณอิศรา โฉมอินทรีย์ Business Development Manager จาก Ingram Micro

ปัจจุบันนี้ ความต้องการจัดเก็บข้อมูลในรูปดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้พื้นที่บน Storage สำหรับสำรองไฟล์ข้อมูลเพิ่มขึ้นตาม การขยายระบบงาน ปริมาณข้อมูลที่ต้องการสำรอง การเก็บข้อมูลสำรองให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น เหล่านี้ต่างส่งผลกระทบต่อพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลทั้งสิ้น เมื่อรวมไปถึงการสำรองไฟล์ข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เช่น File Backup หรือ Image Backup ทำให้การใช้สอยพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลให้คุ้มค่าที่สุดเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ของการสำรองข้อมูล นอกจากนี้การทำ Deduplication ระดับ Global และการสำรองข้อมูลในรูปของ File Backup หรือ Image Backup อย่างถูกต้องก็เป็นประเด็นที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่ง

เนื้อหาภายใน Webinar นี้ประกอบด้วย

  • สิ่งสำคัญ 5 อย่างเกี่ยวกับ Data Protection
  • ความท้าทายและข้อจำกัดของเครื่องมือที่ใช้
  • ความต้องการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น และแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบ

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-video-backup-by-arcserve/

Case Study: บริหารจัดการผู้ใช้ Wi-Fi ชั่วคราวอย่างชาญฉลาดด้วย HPE Aruba

บทความนี้เป็นกรณีศึกษาของการนำ HPE Aruba ทั้งโซลูชันระบบเครือข่ายไร้สายและ ClearPass เข้ามาใช้พิสูจน์ตัวตน ควบคุม และติดตามการใช้ระบบ Wi-Fi ของผู้ใช้งานชั่วคราวของบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ไม่ว่าจะเป็นแขกของบริษัท หรือลูกค้าที่เข้ามาติดต่อ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่บริษัทกำหนด รวมไปถึงการจัดเก็บ Log ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปี 2560

ปัญหาและความท้าทาย

บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็น Value Added Distributor ชั้นนำของประเทศไทย ที่แต่ละวันต้องให้บริการแขกและลูกค้าที่เดินทางมาติดต่อที่บริษัทเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ทั้งแขกและลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด ทางบริษัทจึงให้บริการ Guest Wi-Fi สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตชั่วคราวสำหรับให้ผู้ใช้เหล่านั้นสามารถเช็คอีเมล ติดต่อสื่อสาร และใช้งานโซเชียลมีเดียได้

อย่างไรก็ตาม ระบบ Wi-Fi ที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้นมีข้อจำกัดในการพิสูจน์ตัวตนที่ยุ่งยากและใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างนาน รวมไปถึงการกำหนดนโยบายเพื่อควบคุมการใช้งานที่ทำได้อย่างยากลำบาก ส่งผลให้อาจเกิดการรุกล้ำเข้ามายังระบบเครือข่ายภายในของบริษัทโดยไม่ได้ตั้งใจ นอกจากนี้ การที่ไม่สามารถระบุตัวตนและติดตามการใช้งานย้อนหลังได้อย่างครบถ้วนทำให้ขัดกับนโยบายการจัดเก็บ Log ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปี 2560 ที่ประกาศใช้งานไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

เลือกใช้ HPE Aruba สำหรับจัดการระบบเครือข่ายไร้สาย

เพื่อให้สามารถพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้บริการระบบ Wi-Fi ชั่วคราวได้อย่างรวดเร็ว และสามารถควบคุมการใช้งาน รวมไปถึงติดตามพฤติกรรมการใช้ย้อนหลังได้อย่างครอบคลุม ทางบริษัท ในฐานะที่เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ HPE Aruba นอกจากจะแนะนำโซลูชันทางด้านเครือข่ายไร้สายที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าแล้ว ยังเลือกติดตั้งโซลูชันดังกล่าวในบริษัทของตนเพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยในการใช้ระบบ Wi-Fi อีกด้วย ซึ่งโซลูชันที่เลือกใช้ประกอบด้วย

Aruba ClearPass: ระบบริหารจัดการนโยบายสำหรับควบคุมการใช้ระบบเครือข่ายของบริษัท โดยรวมโซลูชัน AAA, NAC, BYOD และ Guest Access เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว บริษัทเลือกใช้โซลูชันนี้เพื่อทำ Self-service Registration และ Facebook Wi-Fi สำหรับแขกและลูกค้าที่ต้องการใช้ระบบ Wi-Fi ชั่วคราว เพื่อลดความยุ่งยากในการพิสูจน์ตัวตน และลดภาระการทำงานของฝ่ายประชาสัมพันธ์และผู้ดูแลระบบเครือข่าย นอกจากนี้ ยังเพิ่มระบบการยืนยันการใช้งานโดยสปอนเซอร์ (Sponsor Approval) เพื่อให้มั่นใจว่าเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Wi-Fi ของบริษัทได้

Aruba Wireless: ระบบเครือข่ายไร้สายของ HPE Aruba มาตรฐาน 802.11ac บริหารจัดการแบบรวมศูนย์ผ่าน Mobility Controller ซึ่งมีการเพิ่มฟีเจอร์ AppRF สำหรับควบคุมและติดตามการใช้งานของผู้ใช้ชั่วคราวได้ถึงระดับแอพพลิเคชัน และฟีเจอร์ Clarity สำหรับตรวจสอบรายละเอียดการพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้ในกรณีที่มีปัญหาไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Wi-Fi ได้ ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาของผู้ดูแลระบบ และเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการ

Aruba Airwave: นอกจากนี้ บริษัทยังใช้ Aruba Airwave ในการจัดทำผังอาคารเพื่อแสดงตำแหน่ง Access Point และอุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อระบบ Wi-Fi สำหรับตรวจจับจุดอับสัญญาณ และติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้ทั้งหมดแบบเรียลไทม์อีกด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้ระบบ Wi-Fi ชั่วคราวจะอยู่เฉพาะในบริเวณพื้นที่ที่กำหนด ไม่รุกล้ำเข้าไปยังเขตหวงห้ามของบริษัท

ประโยชน์ที่ได้รับ

หลังจากติดตั้งระบบ Aruba Wireless, Aruba AirWave และ Aruba ClearPass แล้ว บริษัทได้รับประโยชน์ดังนี้

  • เพิ่มความพึงพอใจแก่แขกและลูกค้าผู้ใช้บริการชั่วคราว เนื่องจากสามารถลงทะเบียนเพื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ด้วยตนเองผ่านทาง Self-service Registration หรือ Facebook
  • ลดภาระการทำงานของฝ่ายประชาสัมพันธ์และผู้ดูแลระบบในการจัดการกับผู้ใช้ระบบ Wi-Fi ชั่วคราว
  • สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้ Wi-Fi ติดตามการใช้งาน และแสดงตำแหน่งของผู้ใช้นั้นๆ บนผังอาคารได้แบบเรียลไทม์
  • ควบคุมการใช้ระบบ Wi-Fi ของผู้ใช้ชั่วคราวให้เป็นไปตามนโยบายที่บริษัทกำหนด รวมไปถึงป้องกันการรุกล้ำเข้ามายังระบบเครือข่ายภายในขององค์กร
  • ทราบถึงประเภทของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ แอพพลิเคชันที่ใช้ และรายละเอียดการใช้งานอื่นๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อจัดทำนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้นได้ง่าย
  • ติดตามและจัดเก็บ Log ของผู้ใช้ระบบ Wi-Fi ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปี 2560
ตัวอย่างภาพรวมการเข้าใช้งานของ Client

 

ตัวอย่างสรุปการพิสูจน์ตัวตนผ่าน Aruba ClearPass

 

ตัวอย่างการใช้ AppRF เพื่อแสดงแอพพลิเคชันที่ใช้งานมากที่สุด

 

ตัวอย่างสรุปอุปกรณ์ที่พิสูจน์ตัวตนผ่าน Aruba ClearPass

“หลังจากที่เรานำ Aruba Wireless, Aruba Airwave และ Aruba ClearPass เข้ามาใช้ ช่วยให้บริษัทของเราสามารถควบคุมการใช้ระบบ Wi-Fi ของผู้ใช้ชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นแขกหรือลูกค้าของทางบริษัทได้ดียิ่งขึ้น ในแง่ของความมั่นคงปลอดภัย Aruba ทำให้เราทราบว่าผู้ที่มาติดต่อเป็นใคร ใช้ Wi-Fi ทำอะไร เข้ามายุ่มย่ามกับระบบเครือข่ายของเราหรือไม่ ส่วนในแง่ของการให้บริการนั้น ลูกค้ามีความพึงพอใจดีมาก เนื่องจากสามารถลงทะเบียนขอใช้ Wi-Fi ฟรีได้ด้วยตนเอง แถมทำได้ง่ายผ่านการใช้ Facebook” — คุณสมเกียรติ์ อุดมพรพิสิษ Product Sales Specialist ของ Synnex กล่าว

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ HPE Aruba และขอทดสอบ POC ได้ที่ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร 090-980-5178 หรืออีเมล hpearuba_sales@synnex.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/case-study-synnex-hpe-aruba/

สถิติจาก PandaLabs พบว่ามีการโจมตีอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 40% ในไตรมาสที่ 2 ของปี

โซลูชันป้องกันแบบดั้งเดิมถึงแม้ว่าจะป้องกันมัลแวร์ตัวที่รู้จักกันแล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่สามารถปกป้องการโจมตีที่ไม่รุ้จักหรือการโจมตีที่มีเทคนิคขั้นสูงได้ การโต้แย้งกันนี้ทำให้มีการตรวจสอบที่มาจาก PandaLabs Anti-malware Lab จาก Panda Security รายงานว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2017 มีอาชญากรไซเบอร์เพิ่มขึ้น มีการแฮ็คผลการเลือกตั้งในหลายประเทศ เครื่องมือในการสอดแนมรั่วไหล และการโจมตีขนาดใหญ่ระดับประเทศ ทั้งหมดเป็นตัวยกระดับสงครามไซเบอร์ไปยังระดับสูงสุด ซึ่งสั่นคลอนไปยังรากฐานของระบบรักษาความปลอดภัยทั่วโลก

ข้อสรุปเหตุการณ์ในไตรมาสที่ 2

  • กลุ่มอาชญากรไซเบอร์มีจำนวนเพิ่มขึ้น: กลุ่ม Shadow brokers วางแผนทีจะกระจายข้อมูลที่ขโมยมาจาก NSA ทำให้อาชญากรมีอาวุธมากขึ้น ดังนั้นผู้ใช้งานทั่วไป และบริษัทควรมีระบบป้องกันความปลอดภัยเพิ่ม
  • ผู้ใช้งานทั่วไป และองค์กรตกเป็นเป้าหมาย: อุปกรณ์ทั้งหมดที่ไม่ได้ป้องกันด้วยโซลูชันของ Panda Security 3.44% ของพวกเขาถูกโจมตีจากภัยคุกคามที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเพิ่มขึ้นเกือบ 40% จากไตรมาสก่อนหน้านี้ ถ้าเรามองดูประเภทของลูกค้า , ผู้ใช้ตามบ้านแลธุรกิจเล็กๆ รวมแล้วอยู่ที่ 3.81% ในขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่อยู่ที่ 2.28% ผู้ใช้ตามบ้านยังไม่มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยทำให้มีความเสี่ยงมากที่จะถูกโจมตีได้มากกว่า และการโจมตีส่วนใหญ่ไปยังผู้ใช้ตามบ้านก็ง่ายกว่าการโจมตีไปยังเครือข่ายของบริษัท
  • สงครามไซเบอร์: ไตรมาสที่ 2 ของปีมีการโจมตีขนาดใหญ่ที่สุดถึง 2 ครั้งในประวัติศาสตร์ทั้ง WannaCry และ Petya ได้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเองก็ไม่รีรอที่จะเริ่ม เมื่อถึงเวลาที่มีการโจมตีบนไซเบอร์เกิดขึ้นทุกคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตหรืออุปกรณ์กำลังเชื่อมต่อกับเครือข่ายอาจตกเป็นเหยื่อของการโจมตีระดับโลกที่เรียกได้ว่าเป็นสงครามไซเบอร์ที่เริ่มต้นจาก WannaCry
  • การโจมตีด้วย Ransomware ยังคงเพิ่มขึ้น: สิ่งที่อธิบายได้ว่าทำไมถึงเพิ่มขึ้น เพราะว่าเหยื่อยังคงยอมจ่ายเงินค่าไถ่ ถ้าไม่ใช่แบบนั้นการโจมตีรูปแบบนี้คงเริ่มที่หายไป ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนว่าจะทำให้การโจมตีนี้หยุดไปได้หรือไม่ เริ่มจากการป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และมีการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่ไม่ต้องจ่ายค่าไถ่
  • การโจมตี “Zero- Day” คือการใช้ช่องโหว่หาประโยชน์เพิ่มหลังจากที่เกิดการโจมตี: พวกเขาหาช่องโหว่ที่ผู้ผลิตไม่รู้เพื่อใช้ในการโจมตีคอมพิวเตอร์ ถึงแม้ว่ามีการอัพเดทซอฟต์แวร์แล้วในเดือนเมษายน แต่ช่องโหว่ที่ถูกค้นพบสามารถส่งผลกระทบได้หลากหลาย
  • IoT และเมืองอัจฉริยะ: การเชื่อมต่อเมืองอย่างรวดเร็วทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ที่อาจก่อให้เกิดการโจมตีรูปแบบใหม่ ๆ โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา WannaCry ทำให้กล้องที่ถูกติดไว้บริเวณไฟจราจรติดไวรัสไป 55 ตัว รวมถึงจุดควบคุมความเร็วในออสเตรเลียหลังจากที่เชื่อมต่อไปยังคอมพิวเตอร์ที่ติดเชื้อบนเครือข่าย ตำรวจต้องยกเลิกค่าปรับการจราจรราว 8,000 ครั้งจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ขอแนะนำ PandaLabs Cybersecurity

ในตอนนี้นี้การปรับเปลี่ยนระบบรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ด้วยซอฟต์แวร์ ที่สามารถวัดได้ถึงภัยคุกคามที่เราเผชิญได้กลายเป็นเรื่องเร่งด่วน มีโซลูชันอย่าง Panda Adaptive Defense เพียงเท่านั้นที่ใช้ระบบ EDR (Endpoint Detection & Response) เทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบและจัดประเภทขั้นตอนการทำงานที่ใช้งานอยู่ได้ 100% เพื่อลดการตกเป็นเหยื่อของการโจมตีที่เราได้บอกไปในรายงานนี้

from:https://www.techtalkthai.com/pandalabs-q2-2017-report/

TechTalk Webinar: วิดีโอย้อนหลังเรื่อง “รวมกรณีศึกษาและตัวอย่างการใช้งาน SD-WAN ในชีวิตจริง”

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “รวมกรณีศึกษาและตัวอย่างการใช้งาน SD-WAN ในชีวิตจริง” โดย Velocloud และ PROEN Internet ที่เพิ่งจัดไปเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถดูวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณกังวาฬ ชินธรรมมิตร์, Director of Solution จาก Velocloud

SD-WAN เริ่มกลายเป็นมาตรฐานของการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย WAN ที่เข้ามาแทนที่การเชื่อมต่อยุคเก่า ด้วยคุณสมบัติด้านความง่ายในการบริหารจัดการ ประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยสูง ในขณะที่มีต้นทุนต่ำ ทำให้ SD-WAN กลายเป็นโซลูชันที่หลายองค์กรในปัจจุบันให้ความสนใจและหันมาใช้บริการมากยิ่งขึ้น

เพื่อให้เห็นภาพการใช้งาน SD-WAN ของหลายๆ องค์กรในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น VeloCloud ได้รวบรวมกรณีศึกษาและตัวอย่างการใช้งานจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายในการเชื่อมต่อ WAN ในยุคดิจิทัล การนำ SD-WAN เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมต่อสำนักงานแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน และการออกแบบ SD-WAN ในอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ

เนื้อหาภายใน Webinar นี้ประกอบด้วย

  • แนวโน้มและความท้าทายของการเชื่อมต่อผ่าน WAN
  • คุณลักษณะและฟีเจอร์ที่สำคัญของ SD-WAN
  • Case Study: การลดภาระค่าใช้จ่าย MPLS ของสถาบันการเงิน
  • Case Study: การจัดการกับการรับส่งข้อมูลแบบ Voice สำหรับธุรกิจค้าปลีก
  • Case Study: การเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ Office 365 ในธุรกิจโรงแรม
  • Case Study: การเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในอุตสาหกรรมการผลิตโดยใช้ Cloud-based Web Security

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webina-video-playback-sd-wan-case-studies/

HPE จับมือ NASA ทดลองส่ง Supercomputer ขึ้นไปทำงานบนอวกาศด้วย SpaceX

HPE ร่วมกับ NASA ในการออกแบบและผลิต Supercomputer ในชื่อ Spaceborne เพื่อนำไปทำงานบนสถานีอวกาศ ISS (International Space Station) โดยมีกำหนดการส่งในวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 11.31 p.m. โดยประมาณตามเวลาประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการทดลองนำ Server ที่ใช้บนโลกขึ้นไปทดสอบใช้งานจริงบนสถานีอวกาศเป็นเวลา 1 ปี เพื่อหาข้อบกพร่อง หรือข้อผิดพลาดที่อาจมีขึ้นได้ โดย Server ดังกล่าวต้องผ่านการทดสอบกว่า 146 ขั้นตอนบนพื้นโลกจากองค์การนาซาเสียก่อน

Credit: HPE

 

เนื่องจากในอดีตคอมพิวเตอร์ที่ส่งขึ้นไปต้องเป็นคอมฯ ที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้ในสภาวะแวดล้อมที่สมบุกสมบัน เนื่องจากตำแหน่งของสถานีอวกาศ ISS อยู่นอกเหนือชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการแผ่รังสีจากเปลวสุริยะ รังสีคอสมิกที่เกิดขึ้นในระบบสุริยะที่อยู่นอกชั้นบรรยากาศของโลก จึงต้องทำการ “ชุบแข็ง” ด้วยการป้องกันเพื่อให้ทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีรังสีสูง แต่กระบวนการนี้ใช้เวลาและเงินเป็นจำนวนมาก และเป็นการเพิ่มน้ำหนักซึ่งยากต่อการขนส่ง การได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างรุ่นแรงระหว่างช่วงเวลาที่ได้รับแสงอาทิตย์กับช่วงพ้นแสงอาทิตย์เป็นต้น

ซึ่งเป้าหมายการทดสอบที่แท้จริงในครั้งนี้เพื่อหา Server ไปใช้ในภารกิจสำรวจดาวอังคาร ซึ่งนอกเหนือจากต้องทำงานภายใต้สภาวะแวดล้อมที่สมบุกสมบันแล้ว มันยังต้องสามารถบริหารจัดการตัวเองได้อันเกิดจากสิ่งที่คาดไม่ถึง เช่นการปรับ speed CPU หรืออื่นๆ เพื่อลดการใช้พลังงาน การกู้คืนการทำงานอันเกิดจากความผิดพลาดของ software เช่น firmware หรือ driver เป็นต้น ลองนึกภาพว่ายานสำรวจดาวอังคารที่ไม่มีมนุษย์ควบคุมเมื่อเกิดปัญหาขึ้นและต้องการสั่งการจากสถานีอวกาศ หรือภาคพื้นดิน สัญญาณต้องเดินทางเที่ยวละประมาณ 20 นาที เมื่อรวมไปกลับจะกินเวลาถึง 40 นาที จะเกิดอะไรขี้น

จากข้อความข้างต้นนี้อาจคุ้นๆ กับ iLO, Intelligent Provisioning และ Active Health System ที่มีอยู่ใน HPE ProLiant Server Gen8, Gen 9 และ Gen10 ซึ่งหมายความว่าลูกค้าสามารถใช้เทคโนโลยีที่องค์การนาซาใช้งานอยู่บนสถานีอวกาศ ISS

 

Embedded Management

  • HPE Integrated Lights-Out (HPE iLO) Monitor your servers for ongoing management, service alerting, reporting and remote management with HPE iLO. Learn more at http://www.hpe.com/info/ilo
  • UEFI Configure and boot your servers securely with industry standard Unified Extensible Firmware Interface (UEFI). Learn more at http://www.hpe.com/servers/uefi
  • Intelligent Provisioning Hassle free server and OS provisioning for 1 or more servers with Intelligent Provisioning. Learn more at http://www.hpe.com/servers/intelligentprovisioning
  • iLO RESTful API iLO RESTful API is Redfish API conformance and offers simplified server management automation such as configuration and maintenance tasks based on modern industry standards. Learn more at http://www.hpe.com/info/restfulapi

 

Server Utilities

  • Active Health System The HPE Active Health System (AHS) is an essential component of the iLO management portfolio that provides continuous, proactive health monitoring of HPE servers. Learn more at http://www.hpe.com/servers/ahs
  • Active Health System Viewer Use the Active Health System Viewer, a web-based portal, to easily read AHS logs and speed problem resolution with HPE self-repair recommendations, to learn more visit: http://www.hpe.com/servers/ahsv
  • Smart Update Keep your servers up to date with the HPE Smart Update solution by using Smart Update Manager (SUM) to optimize the firmware and driver updates of the Service Pack for ProLiant (SPP). Learn more at http://www.hpe.com/info/smartupdate

 

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Google หรือ https://www.youtube.com/watch?v=VpA-t4gJVoQhttps://www.theverge.com/2017/8/13/16140176/spacex-nasa-iss-hewlett-packard-enterprise-spaceborne-computerhttps://www.nasa.gov/mission_pages/station/research/experiments/2304.html

บทความโดยคุณ Thanawath Grerasitsirt, Hewlett Packard Enterprise (Thailand)

 

ที่มา: HPE Thailand

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-and-nasa-send-supercomputer-to-operate-in-space-with-spacex/

Gartner เผย 3 เทรนด์เทคโนโลยี ที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งโลกไปอีก 10 ปี

Gartner ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงเทคโนโลยี 3 กลุ่มหลักๆ จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งสิ้น 2,000 รายการ ที่จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทั่วโลกในการก้าวไปสู่การเป็น Digital Business ในอีก 10 ปีนับถัดจากนี้

Credit: Gartner

 

การวิเคราะห์แนวโน้มครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ต่อยอดขึ้นมาจาก Hype Cycle for Emerging Technologies 2017 ที่ได้ทำการวิเคราะห์ถึงเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่สนใจของภาคธุรกิจในปี 2017 นี้ และจัดกลุ่มออกมาด้วยกันได้ 3 กลุ่ม ได้แก่

1. AI Everywhere

Gartner ได้ยกให้ Artificial Intelligence (AI) เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงภาคธุรกิจมากที่สุดในอีก 10 ปีนับถัดจากนี้ ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีด้านการประมวลผล, ปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด, ความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยี Deep Neural Networks ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยการประยุกต์นำข้อมูลต่างๆ มาใช้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเจอมาก่อนกันได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีที่ Gartner แนะนำให้องค์กรเริ่มศึกษานั้นได้แก่ Deep Learning, Deep Reinforcement Learning, Artificial General Intelligence, Autonomous Vehicles, Cognitive Computing, Commercial UAVs (Drones), Conversational User Interfaces, Enterprise Taxonomy and Ontology Management, Machine Learning, Smart Dust, Smart Robots และ Smart Workspace

2. Transparently Immersive Experiences

Gartner ชี้ว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะถูกพัฒนาโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางมากขึ้น และทำให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้นระหว่างผู้คน, ธุรกิจ และสิ่งของ โดยความสัมพันธ์ของสามกลุ่มนี้จะถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และทำให้เทคโนโลยีสามารถปรับตัวตามผู้ใช้งาน, สถานการณ์ และสภาพแวดล้อมได้มากขึ้น ทั้งในที่ทำงาน, บ้าน, การติดต่อกับภาคธุรกิจ และผู้คน

เทคโนโลยีที่ Gartner แนะนำให้องค์กรเริ่มศึกษานั้นได้แก่ 4D Printing, Augmented Reality (AR), Computer-Brain Interface, Connected Home, Human Augmentation, Nanotube Electronics, Virtual Reality (VR) และ Volumetric Displays

3. Digital Platforms

Gartner ทำนายว่าเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่นี้จะต้องการเทคโนโลยีพื้นฐานใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างหรือรวบรวมข้อมูลตามที่เทคโนโลยีอื่นๆ ต้องการนำไปใช้, มีความสามารถในการประมวลผลระดับสูง และสามารถนำไปใช้งานได้อย่างกว้างขวางในหลากหลายสถานการณ์ เข้าสู่การเป็น Ecosystem-enabling Platform และเกิดเป็น Business Model รูปแบบใหม่ๆ ที่สร้างการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีขึ้น

เทคโนโลยีที่ Gartner แนะนำให้องค์กรเริ่มศึกษานั้นได้แก่ 5G, Digital Twin, Edge Computing, Blockchain, IoT Platform, Neuromorphic Hardware, Quantum Computing, Serverless PaaS และ Software-Defined Security

สุดท้าย Gartner ยังได้สรุปว่า AI Everywhere นั้นเป็นแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วมาก โดยอาศัยเทคโนโลยีจากกลุ่ม Transparently Immersive Experiences เป็นพื้นฐานสำหรับการต่อยอด และ Digital Platforms เองก็จะเป็นอีกกลุ่มที่เติบโตตามมา

from:https://www.techtalkthai.com/gartner-reveals-3-emerging-technologies-that-will-affect-the-world-in-next-10-years/