คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED_POSTS

King Telecom Public Company Limited มอบหมาย ISS Consulting ปรับปรุงระบบ SAP พร้อมเสริมเทคโนโลยี Cloud Analytics

การเติบโตของธุรกิจนั้นย่อมส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในองค์กร และระบบ IT ที่คอยสนับสนุนธุรกิจเหล่านั้นเองก็ต้องถูกปรับปรุงอยู่เสมอเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้อย่างทันท่วงที ในครั้งนี้ King Telecom เองก็ต้องทำการปรับปรุงระบบบริหารจัดการโครงการซึ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก และต้องการมองหาเครื่องมือที่จะช่วยให้การตัดสินใจทางกลยุทธ์ขององค์กรเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นไปด้วย ทำให้ในครั้งนี้ King Telecom ได้ตัดสินใจที่จะปรับปรุงระบบ SAP ที่ใช้งานอยู่ขนานใหญ่ ให้ตอบรับต่อความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

 

รู้จัก King Telecom ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีอย่างครบวงจร

King Telecom เป็นบริษัทหนึ่งในเครือของ King Corporation ที่ดำเนินธุรกิจหลักทางด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมและเทคโนโลยีเป็นหลัก รวมถึงยังมีการบริการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาระบบงานสื่อสารโทรคมนาคมอย่างครบวงจรให้แก่กลุ่มธุรกิจองค์กรเอกชนและภาครัฐทั่วประเทศไทย โดยบริการของ King Telecom จะครอบคลุมบริการต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • งานสำรวจออกแบบและติดตั้งสถานี ติดตั้งเสาอากาศ (Site Preparation for Base Station) สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุ
  • งานสำรวจออกแบบสร้างข่ายสาย (Outside Plant) ทั้งสายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber)
  • งานติดตั้งอุปกรณ์โทรคมนาคมและระบบชุมสาย (Telecom Equipment / System Installation)
  • งานบำรุงรักษาสถานีฐาน และ โครงข่ายสายเคเบิล (Base Station and Optical Fiber Maintenance)
  • งานบริการทางด้านการสื่อสารโทรคมนาคมอย่างครบวงจร (System Integration)
  • งานที่ปรึกษาและแก้ปัญหาระบบงานสื่อสารโทรคมนาคม

จะเห็นได้ว่างานส่วนใหญ่ของ King Telecom นั้นมักจะเป็นงานในลักษณะโครงการที่มีมูลค่าสูง และในแต่ละงานจะต้องมีหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ มาเกี่ยวข้องจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้การบริหารจัดการโครงการจึงถือเป็นหัวใจสำคัญหนึ่งที่จะทำให้ทาง King Telecom สามารถส่งมอบโครงการได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระหว่างการดำเนินงาน

 

ปรับปรุงระบบ SAP PS Module ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจให้ดีขึ้น

การบริหารจัดการโครงการนั้นถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่จะทำให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถแข่งขันได้ดี ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีผลกำไรในการดำเนินธุรกิจสูงขึ้นอย่างชัดเจน หากสามารถบริหารจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทาง King Telecom จึงเลือกปรับปรุง SAP Project System (PS) Module ให้สามารถตอบโจทย์การทำงานและเป็นเทคโนโลยีหลักในการบริหารจัดการโครงการขนาดเล็กใหญ่ภายในองค์กรทั้งหมด

อย่างไรก็ดี การออกแบบระบบ IT สำหรับสนับสนุนการบริหารจัดการโครงการนั้นก็ถือเป็นงานที่ยากพอควร เพราะเมื่อธุรกิจขององค์กรเติบโต มีผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เสริมเข้ามา หรือการเปิดตลาดใหม่และนำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า ระบบบริหารจัดการโครงการเดิมที่เคยใช้งานอยู่นั้นก็อาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์อีกต่อไป ทำให้ทาง King Telecom นั้นตัดสินใจทำการปรับปรุงระบบ SAP PS Module นี้ให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น โดยมีการจัดเก็บรวบรวมและแสดงผลข้อมูลใหม่ๆ ได้อย่างหลากหลายและยืดหยุ่นต่อการทำงานมากยิ่งขึ้นในครั้งนี้

 

เสริมการตัดสินใจในระดับบริหารให้รวดเร็วแม่นยำ ด้วย SAP Analytics Cloud

เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตและมีความซับซ้อนสูงขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจก็กลายเป็นงานที่ยากขึ้นเป็นเงาตามตัว ทาง King Telecom จึงต้องการที่จะเอาชนะความท้าทายนี้ให้ได้ด้วยการนำเทคโนโลยี SAP Analytics Cloud (เดิมชื่อ SAP BusinessObjects Cloud) มาใช้เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจให้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

Credit: SAP

 

จุดเด่นของ SAP Analytics Cloud นี้คือการที่ได้รวมเอา 3 เทคโนโลยีหลักสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจเอาไว้ด้วยกันภายในระบบเดียว ทำให้สามารถตอบโจทย์การวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจของระดับบริหารได้อย่างครบวงจร ดังนี้

  • Business Intelligence (BI) กลุ่มผู้บริหารสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้ในแบบ Self-service ด้วยการเลือกข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์, วิธีการวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูล และวิธีการที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูลทั้งหมดเองได้ โดยไม่ต้องมีความรู้ทางด้านการพัฒนาโปรแกรมหรือการเข้าถึงข้อมูลด้วยตนเอง
  • Predictive Analytics ไม่เพียงแต่การวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบันเท่านั้น SAP Analytics Cloud นี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Machine Learning ที่จะช่วยทำการทำนายแนวโน้มต่างๆ ที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตได้จากข้อมูลธุรกิจที่มีอยู่ในระบบ ทำให้การตัดสินใจของกลุ่มผู้บริหารนั้นอ้างอิงกับหลักสถิติและการคำนวณมากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัย Data Scientist ภายในองค์กร
  • Planning การวางแผนทางธุรกิจโดยอาศัยข้อมูลนั้นสามารถทำได้อย่างเบ็ดเสร็จบน SAP Analytics Cloud ทันที ด้วยความสามารถในการสื่อสารร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้บริหารภายในหน้าจอวิเคราะห์ข้อมูลนี้ ทำให้ผู้บริหารสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันได้ และปรับแต่งการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้มองเห็นภาพการวิเคราะห์และตัดสินใจได้ตรงกันมากยิ่งขึ้น

ด้วยความสามารถเหล่านี้ก็ทำให้กลุ่มผู้บริหารของ King Telecom สามารถทำการปรับแต่งรายงานทางธุรกิจต่างๆ ที่ตนเองสนใจ และเจาะลึกในประเด็นต่างๆ ได้ตามต้องการอย่างทันท่วงที รวมถึงยังสามารถปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องมีการพัฒนาระบบรายงานอย่างแต่ก่อน ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องความล่าช้า อีกต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SAP Analytics Cloud สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sap.com/products/cloud-analytics.html ทันที

 

King Telecom มั่นใจ ให้ ISS Consulting เป็นที่ปรึกษาและติดตั้งใช้งานครบวงจร

ในโครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ต้องอาศัยผู้ที่มีประสบการณ์กับระบบของ SAP อย่างเชี่ยวชาญเข้ามาช่วย เนื่องจาก SAP PS Module ที่ทาง King Telecom ใช้งานอยู่นั้นทำงานอยู่บน SAP ECC 6.0 ในขณะที่ระบบ SAP Analytics Cloud นั้นเป็นเทคโนโลยีที่อยู่บน SAP Cloud การปรับแต่งระบบเดิมที่ใช้งานอยู่ และการเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบปัจจุบันนี้เข้ากับบริการ Cloud ของ SAP นั้นจึงจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และ ISS Consulting ก็เป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจาก King Telecom ในครั้งนี้

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานของ ISS Consulting (Thailand) ที่มีกับระบบ SAP มาหลากหลายรุ่น อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็น SAP Partner ในระดับ Platinum และเคยผ่านการปรับแต่งระบบ SAP ให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจองค์กร รวมถึงยังมีความรู้และประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาเชิงธุรกิจ ก็ทำให้การเลือกใช้บริการ ISS Consulting โดย King Telecom ในครั้งนี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบครันทั้งในด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ที่จะกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในอนาคตของ King Telecom ต่อไป

เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ King Telecom Public Company Limited ได้ที่ http://www.king-telecom.com

 

 

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบ IT รวมถึงระบบ E-Commerce แบบครบวงจรให้แก่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และเป็นผู้นำด้านการบริการดูแลระบบ SAP (Application Management Services) ในประเทศไทย ที่มีความชำนาญอย่างสูงและมี มีประสบการณ์ มามากกว่า 18 ปี

ปัจจุบัน บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก SAP ให้เป็นพาร์ทเนอร์ระดับ Platinum ที่มุ่งเน้นนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นประโยชน์กับองค์กรธุรกิจ หลากหลาย ดังนี้

  • SAP Business All In One (SAP A1) เป็นระบบที่ SAP ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ ให้เป็นระบบ Enterprise Business Solution รองรับความซับซ้อนของธุรกิจเต็มรูปแบบที่เน้นความรวดเร็ว
  • SAP S/4 HANA โซลูชั่น ERP business suite ด้วยการใช้ประโยชน์จาก ดาต้า โมเดล ที่ไม่ซับซ้อน และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือชั้นของ SAP Fiori ช่วยให้ผู้ใช้งานลดความซับซ้อนในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น
  • SAP Hybris Cloud for Customer ซอฟต์แวร์เพื่อการค้าขายและบริการ ครบวงจรทั้งแบบ B2C และ B2B
  • SAP SuccessFactors ระบบการจัดการทรัพยากรบุคคล ครอบคลุมทั้งการจ้างงาน เงินเดือนพนักงาน ช่วยให้การสรรหาพนักงานมาเติมช่องว่างในแผนกต่างๆ ทำได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น
  • SAP Analytics Cloud ระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจบน Cloud พร้อมเทคโนโลยี Machine Learning
  • SAP ARIBA ระบบเพื่อการจัดซื้อ บริษัทสามารถควบคุมการจัดซื้อได้ตั้งแต่ต้นจนจบ คุมค่าใช้จ่าย และลดขั้นตอนความซับซ้อนของการจัดซื้อ
  • SAP ByDesign เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดต่อยอดจาก SAP HANA รองรับโมบายล์และคลาวด์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้ากับสภาพตลาดที่มีการแข่งขันและเปลี่ยนแปลงสูงได้อย่างทันท่วงที
  • SAP Process Orchestration (PO) ระบบบริหารจัดการกระบวนการการทำงานให้เป็นไปได้แบบอัตโนมัติและโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ง่าย
  • Business Planning and Consolidation (BPC) ระบบบริหารจัดการงบประมาณการลงทุน, การวางแผนธุรกิจ และการจัดการด้านการเงิน
  • Extended Warehouse Management (EWM) ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าเชิงลึก
  • SAP Business One (SAP B1) ระบบ ERP โซลูชั่นราคาประหยัดที่จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเติบโตสามารถบริหารจัดการกระบวนการปฏิบัติงานได้อย่างครอบคลุม

เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) ได้ที่ http://www.issconsulting.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/king-telecom-and-iss-consulting-upgrading-existing-sap-with-cloud-analytics/

Advertisements

พบช่องโหว่ระดับโปรโตคอลบน WPA2 อุปกรณ์ไร้สายทั้งหมดได้รับผลกระทบ

Mathy Vanhoef นักวิจัยจาก University of Leuven (KU Leuven) ออกมาเปิดเผยถึงช่องโหว่ร้ายแรงบนมาตรฐาน Wi-Fi Protected Access II (WPA2) ในระดับโปรโตคอล ซึ่งช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถแฮ็คระบบ Wi-Fi เพื่อดักฟังทราฟฟิกที่ถูกเข้ารหัสได้ อุปกรณ์ไร้สายทั้งหมดที่ใช้การเข้ารหัสดังกล่าวได้รับผลกระทบ

Vanhoef ตั้งชื่อการโจมตีที่เขาค้นพบว่า KRACK ย่อมาจาก Key Reinstallation Attack ซึ่งช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถโจมตีแบบ Man-in-the-Middle และบังคับให้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายกันอยู่ติดตั้งกุญแจที่ใช้เข้ารหัสข้อมูลแบบ WPA2 ใหม่อีกครั้ง ส่งผลให้แฮ็คเกอร์สามารถถอดรหัสข้อมูลและแอบดูทราฟฟิกภายในโดยไม่จำเป็นต้องรู้รหัสผ่าน Wi-Fi หรือกล่าวได้ว่า KRACK ไม่ได้ช่วยให้แฮ็คเกอร์แคร็กรหัสผ่าน Wi-Fi แต่ช่วยให้พวกเขาสามารถถอดรหัสข้อมูล Wi-Fi โดยไม่จำเป็นต้องแคร็กหรือรู้รหัสผ่านได้ ดังนั้น ต่อให้ผู้ใช้เปลี่ยนรหัสผ่าน Wi-Fi ใหม่ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแต่อย่างใด

เงื่อนไขของการโจมตีแบบ KRACK คือ แฮ็คเกอร์จำเป็นต้องอยู่ในรัศมีของ Wi-Fi ที่ต้องการดักฟัง ไม่สามารถโจมตีผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ที่สำคัญคือ KRACK อาศัยช่องโหว่บน WPA2 Handshake ในระดับโปรโตคอล ไม่ใช่ระดับ Implementation หรือผูกติดกับผลิตภัณฑ์ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง นั่นหมายความว่า อุปกรณ์ไร้สายทุกชนิดที่ใช้ WPA2 ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Android, Apple iOS, Linux, Windows, macOS หรืออุปกรณ์ IoT อื่นๆ ต่างได้รับผลกระทบทั้งสิ้น

KRACK ช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถดักฟังทราฟฟิกที่ถูกเข้ารหัสทั้งมาตรฐาน WPA1 และ WPA2 แบบ WPA-TKIP, AES-CCMP และ GCMP ได้ และในกรณีที่เป็น WPA-TKIP หรือ GCMP แฮ็คเกอร์ยังสามารถสอดแทรก Packet เข้าไปยังข้อมูลของผู้ใช้เพื่อปลอมทราฟฟิกเว็บได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามการโจมตีแบบ KRACK ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเข้ารหัส SSL แต่อย่างใด

ด้านล่างเป็นวิดีโอสาธิตการโจมตีเพื่อถอดรหัสข้อมูลที่รับส่งกันระหว่างสมาร์ทโฟน Android

Vanhoef ค้นพบช่องโหว่บน WPA2 เมื่อปีที่ผ่านมา แต่เพิ่งได้ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการโจมตีไปยังเจ้าของผลิตภัณฑ์หลายรายเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม รวมไปถึงแจ้งไปยัง US-CERT ซึ่งก็ได้กระจายเรื่องดังกล่าวไปยังเจ้าของผลิตภัณฑ์อีกหลายร้อยรายเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา คาดว่าแพทช์สำหรับอุดช่องโหว่จะออกมาเร็วๆ นี้ ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบและแพทช์ (ที่กำลังจะออก) ได้จากช่องทางของ US-CERT: https://www.kb.cert.org/vuls/id/228519

รายการช่องโหว่บน WPA2 ที่เกี่ยวข้อง

  • CVE-2017-13077: Reinstallation of the pairwise encryption key (PTK-TK) in the four-way handshake.
  • CVE-2017-13078: Reinstallation of the group key (GTK) in the four-way handshake.
  • CVE-2017-13079: Reinstallation of the integrity group key (IGTK) in the four-way handshake.
  • CVE-2017-13080: Reinstallation of the group key (GTK) in the group key handshake.
  • CVE-2017-13081: Reinstallation of the integrity group key (IGTK) in the group key handshake.
  • CVE-2017-13082: Accepting a retransmitted Fast BSS Transition (FT) Reassociation Request and reinstalling the pairwise encryption key (PTK-TK) while processing it.
  • CVE-2017-13084: Reinstallation of the STK key in the PeerKey handshake.
  • CVE-2017-13086: reinstallation of the Tunneled Direct-Link Setup (TDLS) PeerKey (TPK) key in the TDLS handshake.
  • CVE-2017-13087: reinstallation of the group key (GTK) while processing a Wireless Network Management (WNM) Sleep Mode Response frame.
  • ​CVE-2017-13088: reinstallation of the integrity group key (IGTK) while processing a Wireless Network Management (WNM) Sleep Mode Response frame.

รายละเอียดเชิงเทคนิคและเอกสารงานวิจัยสามารถดูได้ที่: https://www.krackattacks.com/

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/new-krack-attack-breaks-wpa2-wifi-protocol/

from:https://www.techtalkthai.com/krack-breaks-wpa2-wifi-protocol/

รู้จัก SolarWinds Perfstack: Dashboard กลางสำหรับทำ Performance Analysis ของทุกระบบ IT จาก SolarWinds

สำหรับผู้ดูแลระบบที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอุปกรณ์และระบบที่หลากหลายแล้ว การเกิดปัญหาในระหว่างการทำงานของผู้ใช้ระบบคงจะไม่ใช่เรื่องที่น่าพึงพอใจนัก หนำซ้ำหากปัญหาที่เกิด ไม่สามารถค้นหาหรือไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น ก็จะทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดีต่อทั้งองค์กร ผู้ใช้งาน ผู้ดูแลระบบ หรือแม้กระทั่งภาพรวมของธุรกิจ ยิ่งเป็นระบบงาน IT ที่ใหญ่ก็จะยิ่งมีหลากหลายทั้งด้านอุปกรณ์ ระบบ และทีมงานที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อแบ่งหน้าที่และแบ่งงานกันดูแลรับผิดชอบ  จนอาจทำให้เกิดความซับซ้อนของระบบที่ต้องคอยดูแลและจัดการ

จากการสำรวจและสังเกตุจาก บริษัทชั้นนำ ทาง SolarWinds พบว่า ทีมงานเหล่านี้มีเครื่องมือที่ใช้สำหรับงาน monitoring เป็นประจำอยู่แล้ว  แต่ก็ยังขาดการนำข้อมูลมาใช้ทำงานร่วมกัน หรือที่เราเรียกว่า Collaboration เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากระบบต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

SolarWinds เล็งเห็นความสำคัญของระบบ Monitoring ของทีมงานที่ต้องรับผิดชอบดูแลระบบขององค์กร จึงทำการต่อยอดด้วยความสามารถในการเชื่อมโยง, รวบรวมข้อมูล (Correlation) เพื่อให้ทีมงานที่ดูแลระบบ ได้เห็นภาพของสิ่งที่ทีมงานกำลังดูแลอยู่ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อการ monitoring และแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงกลายเป็น PerfStack

 

แล้ว PerfStack คืออะไร?

PerfStack คือความสามารถใหม่ล่าสุดของ Orion Platform จาก SolarWinds ที่รวบรวมข้อมูลของระบบที่ SolarWinds สามารถเก็บรวบรวมมาได้ ไม่ว่าจะเป็นจากทางฝั่ง Network, System แล้วนำมาเชื่อมโยงความสัมพันธ์ สร้างเป็น Dashboard ที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยเฝ้าสังเกตุ ได้อย่างรวดเร็ว

 

รูปภาพตัวอย่าง PerfStack

 

จุดเด่นของ PerfStack – การรวบรวม, การเชื่อมโยงข้อมูล (Data Correlation)

เราสามารถรวบรวมข้อมูลของอุปกรณ์หรือระบบที่หลากหลาย มาไว้บนหน้าจอเดียวกันเพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นระบบ Network, Application, System, Virtualization, Storage หมดปัญหาเรื่ืองของข้อมูลที่ได้ไม่ตรงกันจากแต่ละระบบ และช่วยให้ทีมงานที่ดูแลระบบเห็นภาพของโครงสร้างระบบ IT ไปในทิศทางเดียวกัน

 

รูปประกอบ PerfStack (Data Correlation)

 

จุดเด่นของ PerfStack – แค่ลากและวาง (Drag-and-Drop)

ปัญหาของการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบต่างๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจะพบว่าเครื่องมือหรือ monitoring tools ที่ใช้นั้นมีความยุ่งยากในการปรับแต่ง (customize) ทำให้ใช้เวลานาน หรือมีบ้างบางครั้งที่ทีมงาน มองว่าใช้งานยากจนทำให้เลิกใช้ หรือไม่ใช้อีกต่อไป ด้วยความสามารถของ PerfStack ทำให้งานของผู้ดูแลระบบง่ายขึ้น แค่เราลากและวางข้อมูลที่เราต้องการลงบนหน้า dashboard  ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาในการแก้ไข code เพื่อการแสดงผลหรือการจัดเรียงหน้า monitoring ที่ยุ่งยากซับซ้อนอีกต่อไป

 


video ประกอบ PerfStack (Drag-and-Drop)

 

จุดเด่นของ PerfStack – บันทึกและนำกลับมาใช้ใหม่ (Save and Load)

สำหรับระบบงานที่ใหญ่และมีข้อมูลที่เยอะ PerfStack สามารถนำข้อมูลที่เราบันทึกไว้กลับมาใช้งานได้ใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องคอยระบุแหล่งที่มาของข้อมูลอยู่เรื่อยๆ ทำให้การเรียกดูข้อมูลสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

รูปประกอบ PerfStack (Save and Load)

 

จุดเด่นของ PerfStack – แชร์ข้อมูลให้กับทีมงานที่เกียวข้อง (Share)

นอกจากการบันทึกและนำกลับมาใช้งานแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการแชร์ข้อมูลให้ทีมงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ PerfStack สามารถแชร์ข้อมูลให้ทีมงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับการแก้ไขปัญหา IT ที่ตรงจุด เพียงแค่กดปุ่ม share และนำ URL ส่งให้ทีมที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว

 

รูปประกอบ PerfStack (Share)

 

จุดเด่นของ PerfStack – Export ข้อมูลเป็น .csv

เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับทีมที่ต้องการนำข้อมูลจาก PerfStack ไปใช้เรียบเรียงข้อมูลในลักษณะอื่นๆ ต่อได้ PerfStack สามารถทำการ export ข้อมูลเป็นไฟล์นามสกุล .csv เพื่อนำข้อมูลดิบไปวิเคราะห์เพิ่มเติม

 

รูปประกอบ PerfStack (Export)

 

ข้อมูลเพิ่มเติม 

ในปัจจุบัน PerfStack รองรับค่า metric ที่สามารถนำมาแสดงผลได้จาก module ของ SolarWinds ดังนี้

  • NPM – Network Performance Monitoring
  • NTA – Netflow Traffic Analyzer
  • NCM – Network Configuration Management
  • SAM – Server and Application Monitoring
  • WPM – Web Performance Monitor
  • VMAN – Virtualization Manager
  • SRM – Storage Resources Monitoring

โดยในอนาคตจะเปิดรองรับ module อื่นๆ เพิ่มเติมอีกต่อไป

 

และพิเศษสุดๆ กับ PerfStack 2.0 ที่เล็งเห็นความสำคัญของการนำ event เข้ามาร่วมวิเคราะห์ปัญหาในระบบ IT โดยเพิ่ม 2 ความสามารถสุดพิเศษ เช่น

  1. Real-Time Polling สำหรับผู้ดูแลระบบที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ real time !!
  2. การนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระบบมาทำการเรียบเรียงเพื่อทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้นๆ ด้วย Data Explorer !!

 

สำหรับผู้ใช้งาน SolarWinds อยู่และต้องการ upgrade เพื่อใช้งาน feature PerfStack สามารถเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ NPM ver.12.1 และ SAM ver.6.4 เป็นต้นไป โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม!!!!!

 

อ่านเพิ่มเติมและทดลองใช้งาน Solarwinds software PerfStack คลิ๊กที่นี่ >> PerfStack หรือทดลองใช้งานบน online demo ได้ทันทีจาก http://oriondemo.solarwinds.com/

 

ติดต่อขอรับคำแนะนำและปรึกษาเรื่องการทำระบบ Hybrid IT-Monitoring System ได้จาก

Niti Charoenkwanchai

Email:  niti.cha@solarwinds.com  and  pichsinee.k@solarwinds.com

Line@ ID: @slwth

from:https://www.techtalkthai.com/introduction-to-solarwinds-perfstack/

CS LOXINFO จับมือ HPE นำเสนอบริการ DR และ Backup On Cloud ตอบโจทย์การสำรองข้อมูลและระบบ

ด้วยเทรนด์ Digital Transformation ทำให้ทุกๆ ธุรกิจต้องปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้การลงทุนด้านระบบไอทีเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบบันทึกและจัดเก็บข้อมูลรวมไปถึงระบบการดำเนินการอื่นๆ ภายในองค์กร เพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหาย และมีระบบในการทำงานได้หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ซึ่งระบบเหล่านี้ต้องทำให้เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้รดวเร็ว เพื่อนำมาวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ธุรกิจปัจจุบันขององค์กร เพื่อคาดการณ์เหตุการณ์หรือแนวโน้มของธุรกิจในอนาคต

ระบบไอทีที่ดีควรมีการออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการและใช้อุปกรณ์ไอทีที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยทำให้การเขียน อ่าน บันทึก จัดเก็บ หรือเรียกว่าการสำรองข้อมูลทำได้รวดเร็ว ส่งผลให้ระบบต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจเดินหน้าไม่สะดุด

CS LOXINFO ผุ้ให้บริการ IT Solution ตระหนักถึงความสำคัญในการสำรองข้อมูลและระบบของหน่วยงานองค์กรต่างๆ จึงได้ออกแบบโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การสำรองข้อมูลลูกค้าทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอีก 3-5 ปี ภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม ซึ่งองค์กรสามารถใช้งานได้ตามความต้องการในขณะนั้น และสามารถขยายระบบ (Scalable) โดยไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด

พร้อมกันนี้ CS LOXINFO ได้ร่วมมือกับ HPE นำเสนอโซลูชั่น Disaster Recovery on Cloud และ Backup on Cloud ที่ทำงานบนอุปกรณ์ไอทีระดับ Enterprise ของ HPE ที่นอกจากสำรองข้อมูลและระบบตามความต้องการ ยังสามารถปกป้องข้อมูลและระบบไม่ให้สูญหาย หากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดองค์กรยังมีข้อมูลและระบบที่สามารถทำงานได้ ดังนี้

 

1. DR (Disaster Recovery) on Cloud สำหรับ HPE 3PAR StoreServ

HPE 3PAR StoreServ ถือเป็นอุปกรณ์ SAN Storage ประสิทธิภาพระดับ Enterprise จัดเก็บข้อมูลหลักสำหรับระบบไอทีที่มีความสำคัญสูงขององค์กร ไม่ว่าจะเป็น Mission Critical Application ของระบบ ERP, SAP, CRM, ระบบ Virtualization และ Private Cloud ภายในองค์กร นอกจากนี้ยังช่วยปรับเปลี่ยน Environment ได้อย่างยืดหยุ่นแม้เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ ระบบยังทำงานได้โดยกระทบต่อผู้ใช้น้อยที่สุด และยังควบคุมปริมาณการใช้ Workload ได้อย่างเหมาะสม ไม่รบกวนการใช้งานระหว่างแอพพลิเคชั่นที่ทำงานร่วมกัน สามารถกำหนด ปริมาณการรับ-ส่งข้อมูลต่อวินาที (IOPs) ปริมาณแบนด์วิดธ์ MB/s

สำหรับบริการสำรองระบบและข้อมูลสำหรับองค์กรที่ใช้งาน HPE 3PAR StoreServ สามารถทำได้โดยการติดตั้ง HPE 3PAR StoreServ ภายใน CS LOXINFO Data Center เพื่อ Replicate ข้อมูลจากองค์กรที่ใช้งานอยู่มาอยู่บน Data Center ที่มี Storage ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับระบบ Production หลัก พร้อมกู้คืนระบบต่างๆ ขึ้นมาทั้งแบบ Physical หรือ Virtual Machine (VM) ได้ทันที เปรียบเสมือนเป็นศูนย์ข้อมูลขององค์กรอีกแห่ง อีกทั้งด้วยการสำรองข้อมูลจากการทำ Data Replication ก็ทำให้ชุดของข้อมูลที่ถูกสำรองเอาไว้มีความล่าสุดอยู่เสมอ ใช้งานได้โดยเกิดความสูญเสียของข้อมูลน้อยที่สุด ระบบต่างๆ ยังทำงานได้อย่างต่อเนื่องธุรกิจไม่สะดุด

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE 3PAR StoreServ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hpe.com/us/en/storage/3par.html

 

2. Local Backup & Backup on Cloud ด้วย HPE StoreOnce

สำหรับองค์กรที่ต้องการสำรองข้อมูลหรือระบบไปไว้บน Cloud แต่ยังไม่ต้องการทำถึงขั้น Disaster เนื่องจากการลงทุนที่ค่อนข้างสูงในครั้งแรก CS LOXINFO ออกแบบโซลูชั่นที่ทำงานกับ HPE StoreOnce ทำ Local Backup, Remote Backup หรือ Replicate มั่นใจได้ว่าข้อมูลสำคัญขององค์กรจะไม่สูญหายไปไหน

นอกจากนี้ HPE StoreOnce ยังสามารถทำ Backup on Cloud ด้วยการ Integrate เข้ากับ HPE 3PAR StoreServ ที่วางไว้ที่ CS LOXINFO Data Center เพื่อสำรองข้อมูล Snapshot อีกทั้งยังทำงานร่วมกับ Application ชั้นนำอย่าง SAP HANA, Oracle, Microsoft SQL และอื่นๆ รวมถึงโซลูชันของผู้ผลิต Software อื่นๆ เช่น Veeam และ Veritas ได้ ทำให้ HPE StoreOnce กลายเป็นเทคโนโลยีหัวใจของการทำ Backup on Cloud ให้กับระบบ Application ระดับองค์กรได้นั่นเอง

ทั้งนี้ สำหรับองค์กรที่มีขนาดเล็ก หรือมีสาขาจำนวนมาก และต้องการติดตั้งที่ง่ายและรวดเร็ว HPE StoreOnce นี้มีรุ่นที่เป็น Virtual Appliance สำหรับติดตั้งใช้งานได้บนระบบ Virtualization หรือ Private Cloud ขององค์กรทันที ทำให้ไม่ต้องลงทุน Hardware ใหม่แต่อย่างใด

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE StoreOnce สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hpe.com/us/en/storage/storeonce.html

 

3. Backup/DR on Cloud สำหรับ HPE Storage ทุกรุ่นด้วย Software Solution

สำหรับองค์กรที่มีอุปกรณ์ของ HPE รุ่นต่างๆหรืออุปกรณ์ยี่ห้ออื่นๆ และต้องการสำรองข้อมูลหรือระบบจาก CS LOXINFO ก็ได้เตรียมโซลูชัน แบบ Software-based จาก Veeam แเพื่อเป็นทางเลือกในการสำรองข้อมูลและระบบได้โดยไม่ต้องยึดติดกับ Hardware มากนัก

 

 

บริการครบวงจรจาก CS LOXINFO ตอบทุกโจทย์ความต้องการสำรองข้อมูลและระบบได้อย่างมั่นใจด้วยโซลูชั่น DR on Cloud และ Local Backup  & Backup on Cloud ให้ข้อมูลและระบบไม่สูญหาย ธุรกิจดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง

ด้วยทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญสูง ยังเป็น Partner ระดับ Gold ของ HPE ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานร่วมกันมายาวนาน ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า CS LOXINFO สามารถให้คำปรึกษาและส่งมอบโซลูชันให้แก่องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการเชิงธุรกิจอย่างครบถ้วน

บริการระดับมืออาชีพจาก CS LOXINFO ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถมั่นใจได้ในบริการต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานระดับนานาชาติจากทีมงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ดังนี้

  • บริการและกระบวนการที่ได้รับมาตรฐานนานาชาติ เช่น IT Security Management ISO/IEC 27001, Service Management System ISO/IEC 20000 และ Quality Management System ISO/IEC 9001
  • บริการ Link เสริมเชื่อมต่อระหว่าง Data Center ขององค์กรมายัง Cloud Data Center ของ CS LOXINFO เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบเครือข่ายสำหรับระบบสำรองนี้จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ทีมงานวิศวกรของ CS LOXINFO ที่ได้รับ Certificate จาก HPE ในหัวข้อ Technical ASE – Storage Solution Architect V2 สำหรับคอยช่วยเหลือในการออกแบบ, ติดตั้ง, ดูแลรักษา และช่วยเหลือเมื่อต้องทำการกู้คืนข้อมูลและระบบงานต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อทีมงาน CS LOXINFO ได้ที่อีเมล presales@csloxinfo.net หรือโทร 02-263-8185 หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมก่อนได้ที่ https://www.csloxict.com ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/cs-loxinfo-and-hpe-provide-dr-and-backup-on-cloud-solution-in-thailand/

3 วันสุดท้าย !! ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน CDIC 2017 วันนี้ รับส่วนลดสูงสุดถึง 30%

Software Park Thailand และ ACIS Professional Center ร่วมกับพันธมิตรหลัก 7 แห่ง ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาประจำปีด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “Cyber Defense Initiative Conference (CDIC) 2017” ซึ่งปีนี้จัดงานภายใต้ธีม Cybersecurity 4.0: “The Edge of Security Intelligence in Digital Value-driven Economy” ผู้ที่ลงทะเบียนก่อน 12 ตุลาคมรับส่วนลดสูงสุดถึง 30%

งานสัมมนาครั้งนี้เป็นการต่อยอดแนวคิดจากปีที่แล้ว (Time to Trust: Trust and Innovation for Digital Value-based Economy) เพื่อเสริมสร้างประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและด้านไซเบอร์ทั้งระดับองค์กรและระดับบุคคล ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประสบการณ์และทราบถึงนวัตกรรมการป้องกันภัยคุกคามแบบใหม่ รวมไปถึงวิธีการป้องกันตนเองจากการโจมตีไซเบอร์ พร้อมอัปเดตความรู้และข่าวสารด้านความมั่นคงปลอดภัยล่าสุดจากทั่วโลกโดยผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายแขนง สุดท้าย พลาดไม่ได้กับ CDIC Live Show ไฮไลท์ของงาน กับการสาธิตกันสดๆ กับประเด็นภัยคุกคามใกล้ตัวที่คุณอาจคาดไม่ถึง

รายละเอียดงานประชุม CDIC 2017

งานประชุม: Cyber Defense Initiative Conference ครั้งที่ 16 หรือ CDIC 2017
วันที่: 14 – 15 พฤศจิกายน 2017
เวลา: 8:30 – 17:00 น.
สถานที่: ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
ราคาบัตรเข้าร่วมงาน: 9,900 บาท (ยังไม่รวมส่วนลด)
ลิงค์ลงทะเบียน: http://www.cdicconference.com/register.php
กำหนดการสัมมนา: http://www.cdicconference.com/download/CDIC2017_Agenda.pdf

ไฮไลท์ภายในงานสัมมนา

ภายในงานสัมมนา ท่านจะได้พบกับผู้เชี่ยบชาญแขนงต่างๆ ทั้งจากหน่วยงานรัฐบาล ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และผู้ที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศ โดยจะมาให้ความรู้และแชร์ประสบการณ์ครอบคลุมเนื้อหาทางด้าน Cybersecurity 4.0, Cyber Insurance, Digital Literacy, Cyber Threat Intelligence, Cyber Resiliency Engineering Framework, Cyber Sovereignty & Data Residency, แนวโน้มทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในปี 2018 และอัปเดตเกี่ยวกับกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และกฎหมายการปกป้องความเป็นส่วนบุคคลในประเทศไทย

ไฮไลท์ในงานสัมมนาประกอบด้วย

  • National Thailand 4.0 Cybersecurity Strategy Roadmap
  • Cybersecurity Intelligence and Literacy…Matter in Digital Economy
  • From Demographic to Psychographic, Update Emerging Technologies, Future Cybersecurity Trends, Cyber Threat Intelligence, Cyber Sovereignty and Essential Digital Literacy in Digital Value-Driven Economy
  • Challenging Digital Innovation and Cyber Risk
  • Cybersecurity Law: What You Need to Know
  • Blockchain or Distributed Ledger Technology and Cyber Resilience
  • Handling Cyber Risk and IT Risk Management
  • Initial Coin Offerings: Risks, Legality and Issues of ICO’s
  • Cyber Resilience – Shifting Strategies from Keeping the Hackers out to Operating your Critical Missions Through a Cyber-Attack
  • How AI and Machine Learning Help on Cybersecurity Skills Gap Issue?
  • Leadership and Team Building for Cybersecurity in Healthcare
  • Preserve your Privacy on Cryptocurrency with Zcoin
  • Information Security and Cybersecurity…The Essential Base for Insurance Business
  • Offensive Internet of Things (IoT) Exploitation
  • Next Generation Cybersecurity Innovation Through Hacker’s View

ลงทะเบียนวันนี้รับส่วนลดสูงสุดถึง 30%

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ลงทะเบียนก่อนวันที่ 12 ตุลาคมจะได้รับส่วนลดในการเข้าร่วมงานสัมมนา 10% และส่วนลดภาคปฏิบัติสูงสุด 20% ในขณะที่การลงทะเบียนแบบองค์กรจะได้รับส่วนลดเข้าร่วมงานสัมมนาสูงสุดถึง 30%

สำหรับท่านที่เคยเข้าร่วมสัมมนาในครั้งที่ผ่านมา จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 5% จากเงื่อนไขปกติ และสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีหรือต่ำกว่า จะได้รับส่วนลดพิเศษ 50% ต่อท่าน

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่: http://www.cdicconference.com/register.php

สอบถามเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมสัมมนา: ACIS Professional Center

คุณอุไรวรรณ หรือ คุณกิตมณี ฝ่ายประสานงานประชุม CDIC 2017
โทร: 0-2253-4736 หรือ 085-959-8028
อีเมล: registration@cdicconference.com

from:https://www.techtalkthai.com/cdic-2017-conference-30-percent-discount/

ขอเรียนเชิญร่วมงานสัมมนาฟรี Microsoft Azure Summit อัปเดตเทคโนโลยี Cloud จาก Microsoft 3 พฤศจิกายน 2017

ร่วมอัปเดตเทคโนโลยีของ Microsoft Azure กับทีมงานของ Microsoft ทั่วโลก, Microsoft Thailand และเหล่าลูกค้าองค์กรในไทยที่จะมาแชร์ประสบการณ์การใช้งาน Microsoft Azure จริงและมุมมองทางด้านเทคโนโลยี Cloud ในประเทศไทย กับงานสัมมนาฟรี Microsoft Azure Summit ที่จะจัดขึ้นประเทศไทยในครั้งนี้กันได้ฟรีๆ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2017 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

 

Microsoft Azure Summit

วันเวลา 3 พฤศจิกายน 2017 8.30 – 16.30
สถานที่ Conrad Hotel, Grand Ballroom Level 4,87 Witthayu Rd, Lumphini, Pathumwan,Bangkok
ลงทะเบียน https://www.microsoftevents.com/profile/form/index.cfm?PKformID=0x2673415abcd&

 

กำหนดการ


 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://www.microsoftevents.com/profile/form/index.cfm?PKformID=0x2673415abcd& ครับ

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-azure-summit-2017-invitation/

Siam Compressor Industry ไว้วางใจให้ ISS Consulting อัปเกรด SAP HANA ตอบโจทย์ Manufacturing 4.0

ท่ามกลางการปรับตัวของเหล่าธุรกิจด้วยการทำ Digital Transformation เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจให้ตอบรับต่อการแข่งขันในอนาคต ทาง Siam Compressor Industry  Co., Ltd. หรือ SCI ได้ทำการปรับปรุงระบบ IT ขนานใหญ่ ด้วยการอัปเกรดมาใช้ SAP S/4HANA และเชื่อมต่อระบบเข้ากับระบบ e-Factory ก้าวไปสู่การเป็น Manufacturing 4.0 ให้ได้ในอนาคต

 

Siam Compressor Industry Co., Ltd. ผู้ผลิตระบบ Compressor รายใหญ่ ยอดขายกว่า 9,500 ล้านบาทต่อปี

Siam Compressor Industry Co., Ltd. หรือชื่อย่อว่า SCI นี้ เป็นโรงงานผลิต Rotary Compressor สำหรับการนำไปใช้งานภายในเครื่องปรับอากาศเป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1990 และเพิ่มเติมสายการผลิต Advanced Scroll ซึ่งใช้เทคโนโลยี Frame Compliance Mechanism (FCM) ตั้งแต่ปี 2003 พร้อมจัดจำหน่ายไปยังเหล่าผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศชั้นนำทั่วโลก

ปัจจุบันนี้ SCI มียอดขายในแต่ละปีมากถึง 9,500 ล้านบาท และมีพนักงานเกินกว่า 2,650 คน

หลักการหนึ่งของ SCI นั้นก็คือ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการผลิตให้ดีขึ้นอยู่เสมอ โดยระบบการผลิตภายในโรงงานของ SCI นั้นจะถูกควบคุมโดยเทคโนโลยีทันสมัย และใช้ข้อมูลเป็นหลักในการวิเคราะห์แก้ไขและปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้เอง SCI จึงมีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสำหรับปรับปรุงการผลิตมาโดยตลอด ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของ SCI เติบโตมาได้อย่างเข้มแข็งนั่นเอง

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SCI ได้ที่ https://siamcompressor.com

 

อัปเกรดจาก SAP R/3 สู่ SAP S/4HANA รองรับการเติบโตของข้อมูล และการออกรายงานทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

เดิมทีนั้นทาง SCI ได้ทำการใช้งาน SAP R/3 มาอย่างต่อเนื่องยาวนานเพื่อสนับสนุนธุรกิจในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต, การบริหารจัดการคลังสินค้า, การขาย ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย แต่เมื่อธุรกิจของ SCI เติบโตขึ้น และมีนโยบายการนำระบบ e-Factory เข้ามาใช้เพื่อปรับปรุงการผลิตภายในโรงงานให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น SAP R/3 ก็เริ่มไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ทำให้การอัปเกรดระบบเป็น SAP S/4HANA กลายเป็นภารกิจสำคัญอันหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้ SCI สามารถเติบโตต่อไปได้ในอนาคต

SAP S/4HANA นี้เป็นระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ที่ถูกออกแบบมาให้มีสถาปัตยกรรมการทำงานเป็นแบบ In-memory Computing ด้วยการใช้หน่วยความจำมาเสริมความเร็วให้กับการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลโดยเฉพาะ ทำให้ระบบ ERP ขององค์กรนั้นสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรองรับการบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมหาศาลยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ตอบโจทย์ต่อการทำ Digital Transformation ในองค์กรที่มีข้อมูลเป็นศูนย์กลาง และนับวันข้อมูลจะยิ่งมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

การอัปเกรดไปใช้ SAP S/4HANA ในครั้งนี้ จะทำให้ระบบ ERP ของ SCI นั้นสามารถวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลได้แบบ Real-time ส่งผลให้ SCI สามารถดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยใช้ข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญในทุกๆ การดำเนินงานได้ และเมื่อข้อมูลทั้งหมดภายในองค์กรถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันแล้ว พนักงานในทุกๆ หน่วยงานก็จะสามารถรับทราบข้อมูลส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตนเอง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงยังจะรองรับการเข้าถึงข้อมูลระบบงานเหล่านี้ได้ผ่านทางอุปกรณ์พกพาอย่างเช่น Smartphone หรือ Tablet เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับพนักงานหน่วยงานต่างๆ ในการทำงานได้อีกทางหนึ่ง

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีของ SAP S/4HANA ได้ที่ https://www.sap.com/products/s4hana-erp.html

 

 

ผสานรวมระบบ SAP S/4HAHA เข้ากับเทคโนโลยี e-Factory เตรียมก้าวสู่ Manufacturing 4.0 อย่างเต็มตัว

e-Factory นั้นเป็นเทคโนโลยีสำหรับการบริหารจัดการโรงงานโดยเฉพาะ และถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตภายในโรงงานด้วยเทคโนโลยีและแนวทางที่หลากหลาย โดยมีแนวคิดหลักคือการทำให้โรงงานสามารถมองเห็นข้อมูลของขั้นตอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการผลิตได้แบบ Real-time จากอุปกรณ์และเครื่องจักรต่างๆ โดยตรง จากการนำเทคโนโลยีทางด้านแผงวงจร, บอร์ดควบคุม และระบบ IT เข้าไปทำการเชื่อมต่อกับส่วนต่างๆ ในสายการผลิต และทำให้การผลิตแบบอัตโนมัตินั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากการอาศัยข้อมูลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการนำ PLC, CNC, Inverter, Servo, Motion Systems, Robot, EDM และ Laser เข้ามาใช้ในการผลิต อีกทั้งเทคโนโลยีเหล่านี้ยังได้ถูกฝังส่วนเชื่อมต่อเพื่อส่งข้อมูลจากสายการผลิตโดยตรงมายังระบบควบคุมการผลิตและระบบ ERP ได้อีกด้วย โดยตัวอย่างของโรงงานที่ใช้งาน e-Factory นั้นจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ได้

  • ระบบ Production Management Systemที่มีการบันทึกทุกๆ ข้อมูลที่เกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการผลิต, คุณภาพของสินค้า และปัญหาที่พบในระหว่างการผลิตทั้งหมด ทำให้โรงงานสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการตัดสินใจเลือกปรับปรุงกระบวนการการผลิต และทำนายปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องจักรต่างๆ เพื่อทำการซ่อมบำรุงได้ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริง
  • ระบบ Alarm Information Management Systemสำหรับทำการแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสายการผลิตเมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นในแบบ Real-time พร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหานั้นๆ อย่างครบถ้วน และการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหานั้นๆ ได้จากข้อมูลที่ระบบได้รับ

การใช้เทคโนโลยี e-Factory นี้จะช่วยสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในสายการผลิตให้มีความเป็นอัตโนมัติและอัจฉริยะมากขึ้น อีกทั้งการควบคุมคุณภาพของการผลิตนั้นก็สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและง่ายดายยิ่งกว่าแต่ก่อน อีกทั้งการดูแลรักษาเครื่องจักรและสายการผลิตทั้งหมดก็สามารถเป็นไปได้อย่างรวดเร็วด้วยข้อมูลแวดล้อมพร้อมสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาหรือซ่อมบำรุงระบบอีกด้วย

 

ภายในโครงการครั้งนี้ของ SCI นั้น การผสานระบบ SAP S/4HANA เข้ากับระบบ e-Factory เพื่อให้การควบคุมและติดตามการผลิตนั้นเกิดขึ้นได้ในรูปแบบของ Industrial Internet of Things (IIoT) ทำให้ระบบ ERP สามารถแสดงผลและวิเคราะห์แนวโน้มต่างๆ เกี่ยวกับการผลิตได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ในภาพรวมนั้นการวางแผนการผลิตจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสายการผลิตนั้นก็ยังมีข้อมูลที่แม่นยำประกอบการตัดสินใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ E-Factory ได้ที่ http://www.e-factory-alliance.com

 

Siam Compressor Industry Co., Ltd. วางใจให้ ISS Consulting ช่วยติดตั้ง, ปรับแต่ง และดูแลเทคโนโลยีจาก SAP อย่างครบวงจร

 

ในโครงการอัพเกรดระบบ SAP และผสานเทคโนโลยีเข้ากับ e-Factory ในครั้งนี้ ทาง SCI ได้เลือกใช้บริการจากทีมงานของ ISS Consulting (Thailand) ในการดำเนินการทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีสำคัญอย่าง SAP S/4HANA ซึ่งถือเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันของ SCI จะสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี, ได้รัการปรับแต่งให้ตอบโจทย์ต่อการทำธุรกิจ และสามารถทำงานร่วมกับ e-Factory ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

ISS Consulting (Thailand) นั้นมีความเชี่ยวชาญทางด้านการ Implement ระบบ SAP ในวงการมาเป็นระยะเวลานานมากกว่า 18 ปี มีลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น SAP Partner ในระดับ Platinum รวมถึงยังมีประสบการณ์ในการต่อยอด SAP ให้รองรับต่อการใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Warehouse Management System, Handheld Solution, Business Intelligence, Electronic Data Interchange และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ทีมงาน ISS Consulting (Thailand) นั้นมีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการเข้ามาช่วยอัปเกรดระบบ SAP และเชื่อมต่อระบบเข้ากับ e-Factory ในโครงการครั้งนี้

 

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่ปรึกษาและให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  มีความชำนาญในการให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ SAP (Application Management Services) ซอฟแวร์ ERP ชั้นนำระดับโลกแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์มากกว่า 18 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบ IT รวมถึงระบบ E-Commerce ให้แก่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

ปัจจุบัน บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก SAP ให้เป็นพาร์ทเนอร์ระดับ Platinum ที่มุ่งเน้นนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสมแก่องค์กรธุรกิจ เพื่อช่วยให้ธุรกิจของท่านดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันและเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจในยุค Digital Transformation  ด้วยโซลูชั่น ดังนี้

  • SAP Business All In One (SAP A1) เป็นระบบที่ SAP ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ ให้เป็นระบบ Enterprise Business Solution รองรับความซับซ้อนของธุรกิจเต็มรูปแบบที่เน้นความรวดเร็ว
  • SAP S/4 HANA โซลูชั่น ERP business suite ด้วยการใช้ประโยชน์จาก ดาต้า โมเดล ที่ไม่ซับซ้อน และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือชั้นของ SAP Fiori ช่วยให้ผู้ใช้งานลดความซับซ้อนในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น
  • SAP Hybris Cloud for Customer ซอฟต์แวร์เพื่อการค้าขายและบริการ ครบวงจรทั้งแบบ B2C และ B2B
  • SAP SuccessFactors ระบบการจัดการทรัพยากรบุคคล ครอบคลุมทั้งการจ้างงาน เงินเดือนพนักงาน ช่วยให้การสรรหาพนักงานมาเติมช่องว่างในแผนกต่างๆ ทำได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น
  • SAP Analytics Cloud ระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจบน Cloud พร้อมเทคโนโลยี Machine Learning
  • SAP ARIBA ระบบเพื่อการจัดซื้อ บริษัทสามารถควบคุมการจัดซื้อได้ตั้งแต่ต้นจนจบ คุมค่าใช้จ่าย และลดขั้นตอนความซับซ้อนของการจัดซื้อ
  • SAP ByDesign เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดต่อยอดจาก SAP HANA รองรับโมบายล์และคลาวด์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้ากับสภาพตลาดที่มีการแข่งขันและเปลี่ยนแปลงสูงได้อย่างทันท่วงที
  • SAP Process Orchestration (PO) ระบบบริหารจัดการกระบวนการการทำงานให้เป็นไปได้แบบอัตโนมัติและโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ง่าย
  • Business Planning and Consolidation (BPC) ระบบบริหารจัดการงบประมาณการลงทุน, การวางแผนธุรกิจ และการจัดการด้านการเงิน
  • Extended Warehouse Management (EWM) ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าเชิงลึก
  • SAP Business One (SAP B1) ระบบ ERP โซลูชั่นราคาประหยัดที่จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเติบโตสามารถบริหารจัดการกระบวนการปฏิบัติงานได้อย่างครอบคลุม

เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) ได้ที่ http://www.issconsulting.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/siam-compressor-industry-chooses-iss-consulting-to-upgrade-sap-hana-and-becomes-manufacturing-4-0-company/