คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED_POSTS

CS LOXINFO ชูฟีเจอร์ NGFW, Wireless IPS และ ClientMatch ของ HPE Aruba สำหรับ Wi-Fi ระดับ Enterprise-class

CS LOXINFO ผู้ให้บริการ ICT Services แบบครบวงจรชั้นนำของประเทศไทยชี้ บริษัทและองค์กรทุกระดับที่ต้องการระบบ Wi-Fi ระดับ Enterprise-class ควรคำนึงถึงคุณสมบัติด้านความเสถียรในการใช้งาน ความมั่นคงปลอดภัยที่สามารถควบคุมการใช้ได้ถึงระดับแอพพลิเคชัน และการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ บนเครือข่ายไร้สาย หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมดนี้ คือ HPE Aruba

ปัจจุบันนี้โลกกำลังอยู่ในยุค #GenMobile ที่ผู้คนนิยมใช้อุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และโน๊ตบุ๊ค เป็นอุปกรณ์หลักในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงาน จากสถิติพบว่า 80% ของผู้ใช้มีอุปกรณ์พกพามากกว่า 3 เครื่องติดตัวอยู่ตลอดเวลา แทบทุกคนต้องการนำอุปกรณ์ของตนเข้ามาใช้ทำงานในองค์กร และมีอิสระในการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายจากที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่ที่โต๊ะทำงานของตนเพียงอย่างเดียว ดังนั้น ระบบเครือข่ายไร้สายที่มีความเสถียรและประสิทธิภาพสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรควรลงทุนให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

ทุกอย่างเกี่ยวกับระบบ Wi-Fi เลือกใช้บริการ CS LOXINFO

CS LOXINFO เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สายทั้งแบบ Indoor และ Outdoor มาอย่างยาวนานถึง 7 ปี โดยให้บริการตั้งแต่การทำ Site Survey เพื่อออกแบบจุดติดตั้ง Access Point ที่ให้สัญญาณครอบคลุมและรองรับปริมาณผู้ใช้งานตามที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ไปจนถึงการติดตั้งอุปกรณ์ เดินสายเคเบิล ปรับปรุงระบบโครงข่ายพื้นฐานเดิมที่ใช้งานอยู่อย่างครบวงจร พร้อมใช้งานระบบเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงตามมาตรฐาน 802.11ac Wave 2

นอกจากนี้ CS LOXINFO ยังให้บริการการประเมินระบบเครือข่ายไร้สายที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน เพื่อตรวจสอบจุดอับสัญญาณ แก้ไขปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อ รวมไปถึงปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายไร้สายให้ดีขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญคือ CS LOXINFO มีฐานลูกค้าที่หลากหลาย ครอบคลุมธุรกิจทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐบาล สถานศึกษา โรงแรม ห้างร้าน อุตสาหกรรมการผลิต และอื่นๆ ทำให้มีแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) สำหรับการออกแบบระบบเครือข่ายไร้สายในสภาวะแวดล้อมต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพดีที่สุดตามที่ลูกค้าต้องการ

แนะนำ HPE Aruba ระบบเครือข่ายไร้สายสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความมั่นคงปลอดภัยสูง และบริหารจัดการง่าย

ด้วยความต้องการที่จะนำเสนอโซลูชันและบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า CS LOXINFO จึงเลือกใช้โซลูชันจาก HPE Aruba ซึ่งเป็นผู้นำตลาดระบบเครือข่ายไร้สาย การันตีด้วยตำแหน่ง Leader ของ Gartner Magin Quadrant ทางด้านระบบเครือข่ายไร้สายติดต่อกันมานานกว่า 10 ปี

HPE Aruba เป็นโซลูชันระบบเครือข่ายไร้สายระดับ Enterprise-class ที่มีสถาปัตยกรรมแบบ Controller-based หรือก็คือสามารถบริหารจัดการ Access Point ทั้งหมดได้จากศูนย์กลางผ่าน Wireless Controller ซึ่งจะทำหน้าที่ตั้งค่าการทำงานต่างๆ ของระบบเครือข่ายไร้สาย ไม่ว่าจะเป็นการพิสูจน์ตัวตน การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึง การบริหารจัดการคลื่นสัญญาณวิทยุ การเข้ารหัสข้อมูล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายไร้สาย ซึ่งช่วยลดปัญหาและเวลาในการติดตั้ง Access Point ทีละเครื่อง รวมไปถึงช่วยให้มั่นใจได้ว่า Access Point ทุกเครื่องสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ

ระบบเครือข่ายไร้สายของ HPE Aruba รองรับการทำงานร่วมกับเซิร์ฟเวอร์สำหรับพิสูจน์ตัวตนได้หลายประเภท เช่น LDAP, RADIUS, TACACS+ และ Microsoft AD และมีวิธีการพิสูจน์ตัวตนให้เลือกใช้ได้หลายแบบตามสถานการณ์ต่างๆ เช่น Web Portal, 802.1x หรือ MAC นอกจากนี้ HPE Aruba ยังสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยหลายยี่ห้อ เช่น Palo Alto Networks เพื่อพิสูจน์ตัวตนแบบ Single Sign-on ซึ่งช่วยขจัดปัญหาเรื่องการติดตามผู้ใช้ผ่านระบบเครือข่ายไร้สายและระบบ LAN ปกติอีกด้วย

นอกจากนี้ HPE Aruba ยังมีฟีเจอร์ที่โดดเด่น เหมาะสมกับการใช้งานระดับองค์กรขนาดใหญ่ ดังนี้

  • คลื่นสัญญาณวิทยุมีความเสถียร: ด้วยฟีเจอร์ ClientMatch ช่วยให้อุปกรณ์ของผู้ใช้เลือกเชื่อมต่อกับ Access Point ที่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุด ณ เวลานั้นๆ นอกจากนี้ยังมีระบบบริหารจัดการคลื่นสัญญาณวิทยุ ซึ่งช่วยเลือกช่องสัญญาณ ปรับแต่งกำลังส่ง และขนาดของช่องสัญญาณให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมขององค์กรโดยอัตโนมัติ
  • ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยระดับสูง: HPE Aruba มี Application Firewall และ Wireless IPS ติดตั้งมาพร้อมใช้งาน ซึ่งช่วยพิสูจน์ตัวตนและกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบเครือข่ายตามประเภทของผู้ใช้ (Role-based Access Control) ได้ถึงระดับแอพพลิเคชัน รวมไปถึงตรวจจับและป้องกันการโจมตีต่างๆ เช่น Rogue AP, Wireless Bridge, Mac Spoofing, Evil Twin AP และ DoS Attack
  • มี Access Point ให้เลือกหลากหลาย: ตอบโจทย์การใช้งานในสภาวะแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานภายในอาคาร ภายนอกอาคาร และแบบรีโมต โดยรองรับความเร็วสูงสุดที่ 2.5 Gbps ตามมาตรฐาน 802.11ac Wave 2 นอกจากนี้ HPE Aruba ยังมี Access Point แบบตั้งโต๊ะที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานในโรงแรม และหอพักโดยเฉพาะ และมีพอร์ต Ethernet สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ผ่านสาย LAN อีกด้วย

เพิ่มทางเลือกให้องค์กรระดับ SME และสำนักงานสาขาด้วย Aruba Instant

Access Point ของ HPE Aruba ทุกรุ่นรองรับการติดตั้งในโหมด Aruba Instant ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Controller-less หรือก็คือ ไม่ต้องใช้ Wireless Controller ในการควบคุมจากศูนย์กลาง แต่จะบริหารจัดการผ่าน Instant AP 1 เครื่องที่ทำหน้าที่เป็น Virtual Controller แทน การทำงานในโหมดนี้จะมีคุณสมบัติสำคัญเกือบเทียบเท่าการใช้ Wireless Controller แต่ติดตั้งและบริหารจัดการได้ง่ายกว่า แม้ผู้ดูแลระบบจะไม่เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่ายไร้สายก็ตาม

Aruba Instant ถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการระบบ Wi-Fi สำหรับธุรกิจที่มีผู้ใช้บริการชั่วคราว (Guest) เป็นจำนวนมาก เช่น Co-working Space, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, โรงแรม หรือแม้แต่การใช้งานทั่วไปสำหรับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีงบประมาณจำกัด นอกจากนี้ ผู้ดูแลระบบยังสามารถบริหารจัดการ Instant AP ของแต่ละสาขาผ่านระบบ Cloud โดยใช้บริการ Aruba Central ได้อีกด้วย

มั่นใจใช้ HPE Araba เรียกใช้ CS LOXINFO

CS LOXINFO พร้อมให้บริการโซลูชันเครือข่ายไร้สายระดับ Enterprise-class ของ HPE Aruba ด้วยทีมวิศวกรระบบที่มีความเชี่ยวชาญสูง การันตีด้วยใบรับรอง ACMP และ ACDX นอกจากนี้ CS LOXINFO ยังเป็น Partner ระดับ Gold ของ HPE Aruba ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานมากับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนานถึง 7 ปีเต็ม ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า CS LOXINFO สามารถให้คำปรึกษาและส่งมอบโซลูชันให้แก่องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการเชิงธุรกิจอย่างครบถ้วน

ผู้ที่สนใจโซลูชัน HPE Aruba สามารถติดต่อทีมงาน CS LOXINFO เพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอ PoC ได้ที่อีเมล presales@csloxinfo.net หรือโทร 02-263-8185

from:https://www.techtalkthai.com/cs-loxinfo-hpe-aruba-partnership/

Advertisements

NTC แจกฟรีทุนสอบ CCNA Routing & Switching พร้อมติวเข้ม เปิดรับสมัครผู้รับทุนแล้ว

นับเป็นข่าวดีสำหรับเหล่า Network Engineer ที่อยากจะสอบ CCNA เมื่อ Network Training Center (NTC) ได้ประกาศเปิดทุนสอบฟรี CCNA Routing & Switching สำหรับให้บุคคลทั่วไปเข้าสมัคร พร้อมมีคอร์สติวเข้มให้ฟรี หมดเขตสมัครวันที่ 21 เมษายน 2017 นี้ โดยมีรายละเอียดโครงการและวิธีการสมัครดังนี้

 

โครงการ Build You To Be CCNA by NTC

เปิดรับสมัครบุคคลทั่วไป ร่วมชิง Voucher สอบ Cisco Certified Network Associate (CCNA) Routing & Switching มูลค่ารางวัลละ 15,500 บาท และคอร์สติวเข้ม CCNA Tutorial Professional Program มูลค่ารางวัลละ 50,000 บาท จำนวน 20 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 1 ล้าน สมัครวันนี้ถึง 21 เมษายน 2560

Network Training Center (NTC) จัดโครงการสนับสนุน Network Engineer ให้ได้รับการติวเข้ม เตรียมสอบ CCNA R&S* ไม่ใช่แค่สอบผ่านแต่ได้ความรู้จริง สัมผัสการทำงานกับอุปกรณ์ Network จริง เพื่อต่อยอดความรู้ทางด้านไอทีและก้าวสู่การเป็น Computer Networking Professional อย่างมั่นคง

เพียงกรอกใบสมัครและตอบคำถามความรู้พื้นฐาน ผู้เข้ารอบจะได้สอบภาคปฏิบัติ (Lab) เพื่อชิงทุนเรียน CCNA Tutorial Professional Program และผู้ที่ได้รับคัดเลือก 5 ท่านจะได้รับทุนสอบ Cisco Certified Network Associate (200-125) ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ

คุณสมบัติผู้สมัคร

บุคคลทั่วไปอายุระหว่าง 20 – 40 ปี มีความรู้พื้นฐานด้าน Computer networking และมีความรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษ ไม่จำกัดประสบการณ์การทำงาน

 

สถานที่อบรม

Network Training Center (NTC), อาคารบางกอกสหประกันภัย ชั้น 14 ถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก กทม.

สามารถเดินทางมาอบรมได้ทาง BTS สถานีช่องนนทรี หรือ MRT สถานีสามย่าน

 

ขั้นตอนการสมัคร

  1. ลงทะเบียนสมัครออนไลน์ วันนี้ถึง 21 เมษายน 2560
    ทำแบบทดสอบความรู้พื้นฐาน (ประกาศผลผู้เข้ารอบ 25 เมษายน 2560)
  2. สอบภาคปฏิบัติ (Lab) 11-12 พฤษภาคม 2560
    (ประกาศผลผู้เข้ารอบ 18พฤษภาคม 2560)
  3. ติวเข้ม CCNA Tutorial Professional Program 26-30 มิถุนายน 2560
  4. ประกาศรายชื่อที่ได้รับ Voucher CCNA Exam 30 มิถุนายน 2560

 

วิธีการสมัคร

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ทันทีที่ https://ntc.trainingcenter.co.th/index.php/course/detail/137 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 เมษายน 2560

 

ติดต่อสอบถาม

ผู้ที่ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงาน NTC ได้ทันทีที่ 02-634-7993-4 ต่อ 12 หรือ mayuraghan.h@trainingcenter.co.th

 

เกี่ยวกับ Network Training Center

Network Training Center (NTC) เป็นศูนย์อบรมที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในหลักสูตร CISCO (Cisco Learning Partner Associate) และหลักสูตร Certified Training อีกมากมายในด้าน Computer Networking, IT Management และ Professional Skills เช่น  ITIL, PMI, EPI Data Centre, CompTIA, EC-Council, ISACA https://ntc.trainingcenter.co.th/

from:https://www.techtalkthai.com/ntc-ccna-routing-switching-scholarship-2017-registration-is-now-open/

Synnex เปิดตัว Aruba Central โซลูชันบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบบูรณาการจาก HPE Aruba

Aruba Central คือโซลูชันแบบ Cloud-based ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการและติดตามการทำงานของระบบ IT ทั้งในส่วนของระบบเครือข่ายมีสายและไร้สายพร้อมกันได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีบริการที่มีประโยชน์ต่อองค์กรหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบ Guest Wi-Fi ที่สามารถปรับแต่งได้เอง, ระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้งาน และอื่นๆ อีกมากมาย

ด้วย Aruba Central คุณจะสามารถตรวจสอบระบบเครือข่ายของคุณได้จากทุกที่ ทุกเวลา และมั่นใจได้ว่าระบบเครือข่ายของคุณยังคงทำงานอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์บริหารจัดการแยกต่างหากให้คุณต้องเสียเวลาติดตั้งและดูแลรักษาอีกต่อไป

ตรวจสอบการทำงานของระบบเครือข่ายและแก้ไขปัญหาได้ทันที

ตรวจสอบรายงานสรุปภาพรวมของระบบเครือข่ายทั้งหมดของคุณได้จากหน้าจอแดชบอร์ดที่ใช้งานง่าย และถูกออกแบบมาให้คุณสามารถเจาะลึกเพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง

ด้วยหน้าจอแดชบอร์ดเพียงหน้าจอเดียวนี้ คุณสามารถตรวจสอบค่าการทำงานต่างๆ ของ Access Point (AP), Switch, ผู้ใช้งาน และทำการตรวจสอบการแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่น่าสนใจพร้อมกับตรวจสอบสถานที่ของเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้นได้

การจำแนกประเภทของปัญหาและการแก้ไขปัญหาเองนั้นก็จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วด้วยขั้นตอนการทำงานที่ง่ายดาย, รายละเอียดเชิงลึกที่ครบถ้วน และความสามารถในการค้นหาข้อมูลที่ครบครัน

  • ตรวจสอบการแจ้งเตือนสำหรับแต่ละ AP, ชื่อของ Switch, MAC Address, Serial Number หรือค่าอื่นๆ และยังสามารถคลิกเพื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้
  • ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานที่ทำการเชื่อมต่อ, หน่วยความจำที่ใช้งาน และรุ่นของ Firmware เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ติดตามข้อมูลการเชื่อมต่อ Wi-Fi ของลูกข่ายแต่ละเครื่อง ได้แก่ ความ แรงของสัญญาณ, ความเร็ว, ประวัติการเชื่อมต่อ และประเภทของอุปกรณ์
  • จำแนกอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตั้งในระบบเครือข่าย (Rogue Device) ได้ด้วยการใช้ Wireless Intrusion Detection System (WIDS)
  • เปิดหน้าจอ Command Line Interface ของแต่ละ AP และ Switch ได้โดยตรงทันทีตามที่ต้องการ

ตรวจสอบและควบคุมการใช้งาน Application ภายในองค์กร

รักษาความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเครือข่ายของคุณด้วยข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานระบบเครือข่ายในระดับของ Application และการจำแนกหมวดหมู่ของเว็บจาก URL ที่แสดงอยู่บนหน้า AppRF แดชบอร์ดของเรา

ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลทราฟฟิคได้เป็นราย Application, หมวดหมู่ของ Application, หมวดหมู่ของเว็บ และความน่าเชื่อถือของแต่ละเว็บ

คุณสามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ Application เหล่านี้เพื่อนำไปกำหนดและบังคับใช้นโยบายการใช้งานระบบเครือข่ายได้ตามต้องการ

รองรับผู้ใช้งานชั่วคราวบนอุปกรณ์พกพาได้เป็นอย่างดี

Aruba Central มีระบบ Guest Wi-Fi Management ที่รองรับผู้ใช้งานชั่วคราวจำนวนมากได้อย่างปลอดภัย และปรับแต่งให้เข้ากับแบรนด์ขององค์กรได้ และใช้งานได้อย่างง่ายดาย

คุณสามารถเลือกใช้วิธีการยืนยันตัวตนที่ง่ายดายสำหรับผู้ใช้งานชั่วคราวของคุณ ได้ดังนี้:

  • เปิดให้เชื่อมต่อเครือข่ายได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนเลย หรือเปิดระบบลงทะเบียนที่ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง
  • มีระบบ Guest Sponsor เช่น ให้พนักงานต้อนรับ, ผู้จัดอีเวนท์ หรือ เจ้าหน้าที่คนอื่นที่ไม่ใช่ฝ่าย IT สามารถสร้าง Account ให้กับผู้ใช้งานชั่วคราวได้
  • ใช้การยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลจาก Social Network เช่น Facebook, Google+, Twitter และ LinkedIn ได้
  • สามารถใช้ Facebook Wi-Fi ได้หากธุรกิจของคุณนั้นมี Facebook Business Page อยู่แล้ว

ปรับแต่งหน้าจอยืนยันตัวตนที่รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์พกพาได้เป็นอย่างดี โดยรองรับทั้งการใส่โลโก้บริษัทของคุณ, ปรับแต่งข้อความต้อนรับ, เงื่อนไขการใช้งาน, การปรับแต่ง Background, การปรับแต่งสี, การปรับแต่งรูปภาพ หรือเลือกใช้จาก Template เพื่อให้สามารถเริ่มต้นได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วก็ได้

Presence Analytics

ทำความเข้าใจกับพฤติกรรมการใช้งานระบบเครือข่ายและการเชื่อมต่อเครือข่ายของผู้ใช้งานจาก Smartphone ด้วยระบบเครือข่ายไร้สายของคุณ

รวบรวมข้อมูลทั้งแบบ Real-time และข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับลูกค้าว่าผ่านสถานที่ใดบ้าง, มีลูกค้าเข้ามากี่คน, มีลูกค้าอยู่ภายในร้านกี่คน และแต่ละคนอยู่นานแค่ไหน

เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างสถานที่และช่วงเวลาเพื่อทำความเข้าใจและตัดสินใจในเชิงธุรกิจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ปรับแต่งค่าต่ำสุดของ RSSI และช่วงเวลาได้ เพื่อใช้ชี้วัดได้ว่ามีลูกค้าเข้ามามากน้อยแค่ไหนได้อย่างแม่นยำ

การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้เอาไว้นั้นไม่ต้องอาศัยการติดตั้งหรือบริหารจัดการระบบใดๆ เพิ่มเติม อีกทั้งผู้ใช้งานเองก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อระบบเครือข่ายเลยด้วยซ้ำในการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับลูกค้าเหล่านี้ และทำให้การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าเพื่อปรับปรุงของธุรกิจคุณนั้นทำได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

Zero Touch Provisioning

ติดตั้งระบบเครือข่ายได้อย่างง่ายดายและลดภาระงานของฝ่าย IT ลงไป ด้วยการส่ง Aruba Instant AP และ Aruba Switch (รุ่น 2540, 29xx และ 3810) ไปยังสาขาขององค์กรที่ไม่มีฝ่าย IT ประจำการอยู่ และทำการแกะกล่อง, ติดตั้ง, เปิดใช้งาน และอุปกรณ์เหล่านี้ก็จะทำการตั้งค่าของตัวเองโดยอัตโนมัติ

เมื่อเปิดอุปกรณ์เครือข่ายเหล่านี้ขึ้นมา อุปกรณ์เหล่านี้จะทำการดาวน์โหลดการตั้งค่าและ Firmware ล่าสุดจาก Aruba Central และระบบเครือข่ายของคุณก็จะพร้อมทำงานทันทีภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

การดูแลรักษาและการบริหารจัดการ Firmware

ทำการบริหารจัดการระบบเครือข่ายของคุณโดยอัตโนมัติอย่างสม่ำเสมอในขณะยังที่ยังควบคุมจัดการอุปกรณ์เครือข่ายได้อย่างสมบูรณ์

  • ทำการอัปเดตอุปกรณ์เองได้ภายในคลิกเดียว หรือตั้งเวลาให้ทำการอัปเดตอัตโนมัติก็ได้เช่นกัน
  • บริหารจัดการลิขสิทธิ์การใช้งานอุปกรณ์และ Account ของผู้ใช้งานได้แตกต่างกันตามระดับสิทธิ์ที่กำหนดเอาไว้บน Aruba Central
  • สามารถสร้างกลุ่มและ Tag สำหรับอุปกรณ์เครือข่ายเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ Firmware และการตั้งค่าการทำงานของอุปกรณ์

การออกรายงาน

เก็บบันทึกข้อมูลการบริหารจัดการของคุณทั้งหมดย้อนหลังเอาไว้อย่างไม่มีกำหนด เพื่อให้คุณสามารถสร้างรายงานจากข้อมูลย้อนหลังได้ตามต้องการ

ตรวจสอบข้อมูลของระบบเครือข่าย, AppRF และข้อมูลด้านความปลอดภัยย้อนหลังได้ตามช่วงเวลาที่เลือก

ออกรายงานตามกำหนดโดยอัตโนมัติได้ทางอีเมล์

สร้างรายงาน Payment Cart Industry (PCI) ที่ระบุถึงการตรวจสอบด้านความปลอดภัย ทำให้องค์กรของคุณผ่านข้อกำหนดที่ต้องการตาม กฎหมายได้ง่ายขึ้น

ปลอดภัยและใช้งานได้ตลอดเวลา

Aruba Central นี้ถูกออกแบบมาให้เป็น Cloud Application ตั้งแต่แรก ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าระบบจะทำงานได้อยู่เสมอและให้บริการคุณได้ตลอดเวลา

  • ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ระดับ Web-scale ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการโต้ตอบทันที ถึงแม้จะเป็นการประมวลผลข้อมูลในขนาดใหญ่ก็ตาม
  • มีระบบสำรองจากการทำ Clustering และการกระจายระบบไปยัง Data Center หลายแห่งจากผู้ให้บริการหลายราย โดยหากผู้ให้บริการรายใดมีปัญหาทางด้านประสิทธิภาพ ระบบที่เหลือก็จะทำให้การให้บริการแทนได้ทันที
  • รองรับการใช้งานได้ทุกพื้นที่จาก Data Center ที่กระจายอยู่ทั่วโลก
  • เชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ของ Aruba ด้วย HTTPS ทำให้มีความปลอดภัยสูง โดย Certificate ทั้งหมดจะถูกจัดเก็บอยู่ภายในชิป Trusted Platform Module (TPM) บนฮาร์ดแวร์ของ Aruba เพื่อความปลอดภัยในระดับสูงสุด

พร้อมให้บริการทางด้านเทคนิคหลังการขาย

Aruba Central นั้นมาพร้อมกับทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อรองรับการบริหารจัดการระบบเครือข่ายสำหรับองค์กร ซึ่งรวมถึงบริการทางด้านเทคนิคด้วยเช่นกัน โดย Subscription ของ Aruba Central นี้จะรวมถึงสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้:

  • การสนับสนุนผ่านทางโทรศัพท์และระบบออนไลน์เพื่อแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นด้วยบริการ Managed Network Devices และ Managed Network Services
  • สามารถเข้าถึง Firmware รุ่นล่าสุดได้เสมอ

บริการที่เลือกได้

Aruba Central สามารถสร้างเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจและงบประมาณที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย

  • เริ่มต้นใช้เพียง Device Management Subscription หากสิ่งที่คุณต้องการคือการบริหารจัดการระบบเครือข่ายและการติดตามการทำงานเท่านั้น
  • เพิ่ม Services เข้าไปเพื่อทำ Guest Wi-Fi และ Presence Analytics
  • ย้ายลิขสิทธิ์การใช้งานจากแต่ละอุปกรณ์และแต่ละบริการได้อย่างง่ายดาย

HPE Aruba จับมือกับ Synnex พร้อมให้บริการโซลูชัน Aruba Central ในประเทศไทย

บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) Value Added Distributor ชั้นนำของประเทศไทย เซนต์สัญญาการให้บริการเต็มรูปแบบสำหรับแบรนด์ HPE Aruba ภายใต้ชื่อ Partner Branded Support โดยมีทีมงานทั้งทางด้าน Sales และ Engineers ที่ผ่านการรับรองต่างๆ มากถึง 6 คน เช่น Aruba Certified Sales Specialist (ACSS), Aruba Certified Mobility Professional (ACMP), Aruba Certified ClearPass Professional (ACCP) เพื่อสร้างความมั่นใจทางด้านการขายที่สร้างความได้เปรียบให้กับพาร์ทเนอร์และสร้างความมั่นใจในการบริการหลังการขายให้กับลูกค้าที่สนใจในตัวผลิตภัณฑ์นี้

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ HPE Aruba และขอทดสอบ POC ได้ที่ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร 090-980-5195 หรืออีเมล hpearuba_sales@synnex.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/synnex-aruba-central/

Cisco จัดงาน Cisco Connect 2017 | Thailand เน้นความมั่นคงปลอดภัยในยุค Digital Transformation

Cisco ผู้ให้บริการโซลูชันเครือข่ายและ Data Center ชั้นนำของโลก จัดงาน Cisco Connect 2017 | Thailand ภายใต้ธีม “Your Time is Now. Secure Your Digital Transformation.” มุ่งเน้นการสนับสนุนให้องค์กรนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เปิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมั่นคงปลอดภัย ผู้ที่สนใจสามารถดูวิดีโอ Keynote Speech และ Panel Discussion ได้ที่บทความนี้

Cisco Connect 2017 | Thailand ได้แบ่งงานออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า ซึ่งผู้บริการระดับสูงจะบรรยายไอเดียของการปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation ไปจนถึงการดำเนินการอย่างไรให้มั่นคงปลอดภัย จากนั้นจะเป็นกรณีศึกษาของลูกค้าในประเทศไทย คือ Insee Digital และ Ananda Development ในการเข้าสู่การทำ Digital Transformation

Keynote Speech โดยคุณ Kok-Keong Lee, Director of Systems Engineering จาก Cisco ASEAN

“การจะเป็นผู้นำในยุค Digital Transformation ต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 4 ประการ คือ People, Process, Technology และ Intelligence การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นการทำให้องค์กรกลายเป็น Digital แต่อย่างใด องค์กรต้องมีการพัฒนาบุคลากรและกระบวนการเพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมูลค่า การเปิดโอกาสใหม่ๆ หรือการปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น ที่สำคัญคือ Intelligence เมื่อทุกอย่างถูกเก็บอยู่ในรูป Digital องค์กรที่ประสบความสำเร็จจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ ต่อยอด เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจของตน” — คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการของ Cisco ประเทศไทย กล่าว

Panel Session: Secure Digital Transformation in Action โดยคุณอิฑยา ศิริวสุกาญจน์ จากบริษัท อินทรี ดิจิตอล จำกัด และ ดร. จอร์น เลสลี่ มิลลาร์ จากบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

สำหรับช่วงบ่ายน้ัน จะเป็นการอัปเดตแนวโน้มและเทคโนโลยีด้านต่างๆ จากทาง Cisco และ Partner ที่มาออกบูธภายในงาน ซึ่งหัวข้อที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับ Digital Workplace คงเป็น Cisco Spark ระบบ Unified Collaboration สำหรับผู้ใช้ระดับองค์กรที่เพิ่งมีการอัปเดตครั้งใหญ่ โดยผสานเทคโนโลยีด้านการเชื่อมต่อสำคัญ 3 ประการ คือ Messaging, Meeting และ Voice ตอบโจทย์ความต้องการตั้งแต่การส่งข้อความแชทหากัน การผสานกับระบบโทรศัพท์เพื่อต่อขยายความสามารถด้านการเชื่อมต่อผ่านเสียง และการสร้างห้อง Virtual Conference Room สำหรับประชุมแบบออนไลน์ ซึ่งทุกอย่างนี้สามารถทำได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว รวมไปถึงสามารถทำงานร่วมกับระบบ Collaboration อื่นของ Cisco และ 3rd Party ได้อีกด้วย

ดูรายละเอียด Cisco Spark ได้ที่: https://www.ciscospark.com

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-connect-2017-thailand/

รู้จักมาตรฐานสาย LAN แบบ Category 8 ความเร็ว 25/40Gbps กับวิธีการทดสอบสาย Cat 8

ในอนาคตอันใกล้นี้ การนำระบบเครือข่ายความเร็ว 25/40Gbps มาใช้งานภายใน Data Center ขององค์กรจะเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นจากการมาของสาย LAN แบบ Category 8 หรือ Cat 8 ที่ช่วยลดต้นทุนให้กับการเดินระบบเครือข่ายความเร็วสูงภายใน Data Center ได้ บทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับมาตรฐาน Category 8 และแนวทางการในการตรวจสอบการทำงานของสาย Cat 8 ว่าสามารถทำงานได้ถูกต้องหรือไม่กันครับ

 

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสาย Category 8 / Cat 8 – ใช้งานใน Data Center เป็นหลัก

Credit: Fluke Networks

 

สำหรับสาย Cat 8 นี้ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน 25G/40GBASE-T เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่ความเร็วสูงสุด 40Gbps ได้ที่ระยะ 30 เมตร และรองรับการทำ Autonegotiation ปรับความเร็วลงไปเหลือ 25Gbps ได้ โดยมีหัวเชื่อมต่อหลักเป็น RJ45 และอาจมีหัวเชื่อมต่อในรูปแบบอื่นได้ในอนาคต

Cat 8 นี้จะรองรับสัญญาณย่านความถี่ 1.6GHz ไปจนถึง 2GHz และแบ่งสายออกเป็น 2 Class ได้แก่ Class I (Cat 8.1) ที่สามารถทำงานร่วมกับ Cat 6A ได้อย่างสมบูรณ์ และ Class II (Cat 8.2) ที่สามารถทำงานร่วมกับ Cat 7A ได้

ด้วยระยะสูงสุด 30 เมตรที่ความเร็ว 40Gbps นี้ ทำให้ Cat 8 นั้นถูกวางตัวเอาไว้เป็นสาย LAN สำหรับเชื่อมต่อภายใน Data Center โดยเฉพาะ ซึ่งนอกจากสาย Cat 8 นี้จะมีราคาที่ถูกว่า Fiber แล้ว Cat 8 ก็ยังช่วยประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว ซึ่งถือเป็นจุดเด่นหลักที่ถือว่าน่าสนใจมากสำหรับการนำไปใช้งานภายใน Data Center ที่ต้องมีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยในอนาคต Cat 8 เองก็อาจถูกนำไปใช้งานในกรณีอื่นๆ ที่ต้องการการเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูงในระยะทางที่ไม่ไกลนักเพิ่มเติมอีกก็เป็นได้

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Cat 8 ในปัจจุบันนี้มี IEEE 802.3bq 25G/40GBASE-T, ANSI/TIA-568-C.2-1, ANSI/TIA-1152-A และภายนในปี 2017 นี้ก็คาดว่าจะมี ISO/IEC เพิ่มเติมเข้ามาอีก

 

Fluke Networks เปิดตัว DSX-8000 อุปกรณ์ทดสอบการทำงานของสาย LAN ที่รองรับสูงสุดถึง Category 8 / Cat 8

Credit: Fluke Networks

 

เนื่องจากประเด็นทางเทคนิคของ Cat 8 นั้นมีจุดที่แตกต่างกับเทคโนโลยีก่อนหน้าค่อนข้างมาก Fluke Networks จึงต้องทำการพัฒนาอุปกรณ์ตรวจสอบสายรุ่นใหม่ล่าสุด DSX-8000 ที่รองรับการตรวจสอบการทำงานของสาย LAN ที่เป็น Copper ได้ทั้งหมดจนถึง Cat 8 สำหรับรองรับต่อความต้องการระยะยาวในอนาคต

Fluke Networks DSX-8000 นี้สามารถตรวจสอบคุณภาพของสาย LAN ได้อย่างรวดเร็วที่สุดในตลาด โดยใช้เวลาเพียง 8 วินาทีสำหรับการทดสอบสาย Cat 6A และใช้เวลาเพียง 16 วินาทีสำหรับการทดสอบสาย Cat 8 โดยรองรับสัญญาณความถี่สูงสุดได้ถึง 2 GHz และยังสามารถตรวจสอบมาตรฐาน ANSI/TIA-1153-A Level 2G ซึ่งสามารถทำได้ยากบน Cat 8 ได้ในตัว

นอกจากนี้ Fluke Networks DSX-8000 ก็ยังได้เสริมความสามารถในการทดสอบสาย LAN ให้ตอบโจทย์ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เช่นการรองรับการทดสอบ Resistance Unbalance สำหรับกรณีที่ต้องการใช้งาน Power over Ethernet (PoE) ให้ได้มีประสิทธิภาพสูง และการวัด TCL/ELTCL Balance สำหรับการตรวจสอบสาย 10GBase-T โดยเฉพาะอีกด้วย

ผู้ที่สนใจเทคโนโลยีระบบตรวจสอบการทำงานของสาย LAN จาก Fluke Networks สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ทันทีที่ http://www.flukenetworks.com/ เลยครับ

 

Fluke Networks แจกฟรี Whitepaper อธิบายพื้นฐานของ Category 8 / Cat 8 และวิธีการตรวจสอบเบื้องต้น

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี Category 8 / Cat 8 และแนวทางการในการตรวจสอบการทำงานของสายเหล่านี้ สามารถกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้เพื่อโหลด Whitepaper ได้ฟรีๆ ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/introduce-to-category-8-lan-cable-with-25-40-gbps-and-how-to-test-by-fluke-networks/

CU ช่วยเสริมศักยภาพองค์กรด้วย IBM PureApplication ในการสร้าง Cloud Technology และ Docker: Tool ในการสร้าง Environment ช่วยติดตั้ง Application

จากการแข่งขันที่สูงขึ้นในโลกธุรกิจ หลายองค์กรเริ่มเห็นประโยชน์จากการใช้ Cloud Technology มากขึ้น เพื่อประหยัดต้นทุนในเรื่องของ Infrastructure และการบำรุงรักษา ทำให้มีความคล่องตัวและหันมาใส่ใจในเรื่องของการแข่งขันทางธุรกิจมากขึ้น การสร้างคลาวด์มีหลายรูปแบบ ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน (CU) ขอเสนอการสร้างคลาวด์ด้วย IBM PureApplication และ Docker ที่เป็น Tool ในการสร้าง Environment ช่วยในการติดตั้ง Application รวมถึงการทำ Hybrid Cloud Integration

 

PureApplication คือ product ของ IBM สำหรับการสร้าง cloud ในระดับ SaaS (Software as a service) โดยมีทั้งหมด 3 editions ด้วยกัน เพือตอบโจทย์องค์การที่มีความหลากหลาย

  • PureApplication System สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ที่ต้องการสร้าง private cloud ภายในองค์กร โดยมาใน concept เดียวกับ Appliance คือผู้ใช้ไม่ต้องเตรียม infrastructure หรือติดตั้งโปรแกรม เพราะ PureApplication System มีการ pre-config เบื้องต้นมาแล้วจากโรงงาน โดยผู้ใช้สามารถเปิดเครื่อง config เบื้องต้นก็สามารถพร้อมใช้งานได้ในทันที
  • PureApplication Service (on SoftLayer) มาในรูปแบบของ public cloud ที่พร้อมใช้งานได้ในทันที และมีความยืดหยุ่น เนื่องจากสามารถเพิ่ม/ลด environment ต่างๆตามความต้องการได้ ทั้งยังไม่ต้องเตรียม infrastructure หรือไม่จำเป็นต้องดูแลระบบเอง เหมาะสำหรับองค์กรที่อยากลองเริ่มใช้งาน, ลักษณะงานแบบ by project หรือมี workload ที่ไม่แน่นอน
  • PureApplication Software สำหรับติดตั้งลงบน Hardware ขององค์กร โดยใช้ concept BYOH/BYOL (Bring your own hardware/Bring your own license) เหมาะสำหรับองค์กรที่มี Infrastructure พร้อมอยู่แล้ว และต้องการทำ private cloud แต่มีงบประมาณค่อนข้างจำกัด

 

Docker คือ Software container ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าเป็นตู้ container ขนาดเล็กที่ข้างในมี Software และ environment ของ software ทั้งนี้ container ตู้นี้สามารถจะนำไปวางที่ไหนก็ได้ เนื่องจากมีขนาดเล็ก ใช้ทรัพยากรไม่เยอะ และไม่ได้รบกวนกับระบบอื่น ในขณะเดียวกันสิ่งที่อยู่ภายใน container ก็จะเป็น software อะไรก็ได้หรือมี environment อะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องตามที่ต้องการ

หลังจากที่ได้ทราบถึง product สำหรับการสร้าง cloud และ docker container กันแล้ว วันนี้เราจะมาดูกันว่า product ทั้งสองตัวนี้มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

อย่างที่เราทราบว่า Docker container นั้นมีจุดเด่นในเรื่องการทำงานที่ใช้ทรัพยากรไม่เยอะ และสามารถนำไปรันบน on-premise หรือ cloud environment ได้ในลักษณะ Hybrid Cloud โดย IBM เองมี product หลายตัวที่สามารถทำงานร่วมกับ Docker container ได้เช่น PureApplication ที่สามารถ deploy pattern ของ Docker private registry เพื่อเป็น Repository สำหรับเก็บ images ของ software ภายในองค์กร แทน Docker Hub ที่เป็น Public repository ในขณะเดียวกันก็สามารถ deploy pattern ของ software ในรูปแบบ Docker container โดยเรียกใช้ image จาก Docker private registry ได้ โดย PureApplication เองซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของการทำ pattern deployment เมื่อนำมา deploy docker container ก็สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดายผ่านทาง web console

นอกจากนี้ IBM ยังเป็น partner รายเดียวที่ลูกค้าสามารถ Subscribe docker support* ในกรณีที่ลูกค้ามีการใช้งาน docker solution และต้องการการดูแล ลูกค้าจึงสามารถหมดห่วงหากต้องการใช้ Docker solution ร่วมกับ IBM Software

 

Hybrid Cloud Integration – ขจัดปัญหาการรับส่งข้อมูลในระบบ Cloud ด้วย IBM AppConnect

หลายๆ องค์กรที่ใช้งาน Hybrid Cloud อาจจะพบปัญหาในเรื่องการรับส่งข้อมูลระหว่างระบบที่เป็น Public cloud กับ Private cloud เนื่องจากไม่สามารถรับส่งข้อมูลกันตรงๆ ได้ เนื่องจาก environment คนละแบบ ระบบคนละระบบกัน หรือ format ของข้อมูลไม่เหมือนกัน ทำให้ต้องมีการพัฒนา application หรือเขียน API สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเอง ทำให้เสียเวลาและไม่มีความยืดหยุ่น ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้โดย IBM AppConnect ไม่ว่าจะเป็น Public cloud  ยี่ห้อไหน  Enterprise application ระบบใด หรือแม้แต่ ระบบ Application on premiss ก็จะสามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างไม่สะดุดด้วย IBM AppConnect

 

Credit : เขียนโดย อนุกูล คงสกูล บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร 02 311 6881 # 7158

หรือ email : cu_mkt@cu.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/build-your-own-cloud-technology-with-ibm-pureapplication-and-docker-by-computer-union/

คลิปย้อนหลัง The first IBM Thailand Live – Unlock the Power of Cognitive with Watson

ทางทีมงาน IBM Thailand ได้ทำ Facebook Live ครั้งแรกเพื่ออัปเดตเทคโนโลยีเกี่ยวกับ Artificial Intelligence (AI) และ Chatbot ครับ โดยเนื้อหาจะเล่าถึงการนำมาใช้งานและวิธีการที่ AI เรียนรู้ในประเด็นต่างๆ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถดูคลิปย้อนหลังได้ดังนี้เลยครับ

ส่วนสัปดาห์หน้าเนื้อหาจะเป็น Blockchain ครับ ผู้ที่สนใจสามารถกด Like เพจ IBM Thailand เอาไว้เพื่อติดตามได้ทันทีที่ Live เริ่มได้เลยนะครับผม

from:https://www.techtalkthai.com/the-first-ibm-thailand-live-unlock-power-cognitive-watson-replay/