คลังเก็บป้ายกำกับ: fingerprint

local.jpg

นักวิจัยเตือน!! โพสท่าชู 2 นิ้ว เสี่ยงถูกคัดลอกลายนิ้วมือ

v-sign

มีหลายคนที่โพสท่าชู 2 นิ้วโดยอัตโนมัติเมื่อถูกถ่ายภาพ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในอนาคตคุณควรเปลี่ยนท่าโพสโดยด่วน นักวิจัยของสถาบัน Japan National Institute of Informatics (NII) ออกมาเตือนว่าการ โพสท่าชู 2 นิ้ว เสี่ยงถูกคัดลอกลายนิ้วมือได้ในอนาคต

ปัจจุบันอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ อย่างสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และ แล็ปท็อป จะมาพร้อมเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ เพื่อใช้ตรวจสอบหรือยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าของอุปกรณ์แต่ถ้าเกิดมีคนใกล้ตัวสามารถคัดลอกลายนิ้วมือไปใช้ได้ ข้อมูลส่วนตัวก็จะไม่เป็นส่วนตัวอีกต่อไป และยิ่งกล้องของสมาร์ทโฟนนับวันยิ่งมีความละเอียดสูงขึ้น การคัดลอกลายนิ้วมือจากการโพสท่าชู 2 นิ้ว ก็จะง่ายขึ้นตามไปด้วย แต่ว่ามันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?

v-fingerprint

นักวิจัยจาก NII เปิดเผยว่า การคัดลอกลายนิ้วมือจากภาพถ่ายที่เห็นปลายนิ้ว จะสามารถคัดลอกลายนิ้วมือได้ หากกล้องที่ถ่ายอยู่ในระยะ 3 เมตร และถ้าเห็นลายนิ้วมือชัดเจนก็จะสามารถนำไปสร้างเป็นลายนิ้วมือปลอมได้ง่าย โดยการนำภาพลายนิ้วมือไปพิมพ์ลงบนแผ่นฟิลม์ใสที่มีไทเทเนียมออกไซด์ ซึ่งก็คล้ายกับฉากในหนังโจรกรรมของฮอลลีวูด

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยกล่าวว่าการคัดลอกลายนิ้วมือด้วยวิธีการนี้ ยังต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้ง่ายๆ และเทคโนโลยีนี้จะมีความพร้อมในอีก 2 ปีข้างหน้า ดังนั้นเรายังมีเวลาคิดท่าโพสรูปใหม่ๆ ที่ไม่ควรให้เห็นลายนิ้วมืออีกต่อไป

ที่มา – Japan Times

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=170482

local.jpg

นักวิจัยชาวญี่ปุ่นสุดเจ๋ง ถอดลายนิ้วมือจากรูปถ่ายในระยะ 3 เมตรได้สำเร็จ

แต่อาจเป็นปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัย

ทีมนักวิจัยจาก National Institute of Informatics (NII) ประกาศการค้นพบวิธีดึงลายนิ้วมือออกจากรูปภาพที่ถ่ายจากระยะไกลได้มากถึง 3 เมตร ซึ่งการค้นพบนี้อาจส่งผลกระบทบต่อการพิสูจน์ตัวตนแบบ Biomatrics ซึ่งนิยมใช้ลายนิ้วมือในการยืนยันตัวตนในปัจจุบัน

Sankei Shimbun และ Isao Echizen จากแผนกวิจัยด้าน Digital Content และ Media Sciences ของ NII เปิดเผยต่อหนังสือพิมพ์ประเทศญี่ปุ่นว่า พวกเขาค้นพบวิธีดึงลายนิ้วมือจากรูปภาพถึงแม้ว่าจะถ่ายจากมือถือก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันนี้มือถือสมัยใหม่มีการพัฒนากล้องถ่ายรูปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดเพียงพอที่จะระบุตัวตนว่าผู้ที่ถูกถ่ายคือใคร เพียงแค่ผู้ที่ถูกถ่ายต้องเปิดเผยนิ้วมือให้เห็นเท่านั้น

เมื่องานวิจัยนี้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ ย่อมเป็นไปที่แฮ็คเกอร์จะนำไปใช้ประโยชน์ในการค้นหารูปภาพออนไลน์ แล้วนำใบหน้าและลายนิ้วมือไปปลอมตัวว่าเป็นบุคคลดังกล่าว ที่น่าเป็นกังวลคือ วัฒนธรรมของคนหลายประเทศ (รวมประเทศไทย) มักชู 2 นิ้วขณะถ่ายรูปเซลฟี่ แล้วอัปโหลดรูปภาพไปยัง Social Media ต่างๆ เพื่ออวดเพื่อนๆ ส่งผลให้เสี่ยงต่อการถูกแฮ็คเกอร์นำรูปถ่ายไปวิเคราะห์ลายนิ้วมือแล้วเอาไปใช้ในทางที่ผิดได้ง่ายขึ้น

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/scientists-extract-fingerprints-from-photos-taken-from-up-to-three-meters-away/

from:https://www.techtalkthai.com/researchers-can-extract-fingerprint-from-3-metres-away/

local.jpg

นักวิจัยญี่ปุ่นเตือนการถ่ายภาพชูสองนิ้ว อาจถูกสำเนาลายนิ้วมือจากระยะไกล

Isao Echizen ศาสตรจารย์จากห้องปฎิบัติการวิจัย ELAB Content Security แห่ง National Institute of Informatics ออกมาเตือนว่าการถ่ายภาพเล่นๆ อย่างการชูสองนิ้วใส่กล้องอาจจะทำให้ข้อมูลลายนิ้วมือรั่วไหลไปได้

เขาระบุว่าที่ห้องวิจัยของเขา สามารถทำสำเนาลายนิ้วมือจากกล้องดิจิตอลที่ถ่ายออกไปไกลถึงสามเมตรได้สำเร็จแล้ว ขณะที่กระบวนการทำสำเนาลายนิ้วมือไม่ได้ต้องการเทคโนโลยีระดับสูงอีกต่อไป

ห้องวิจัยของ Echizen กำลังวิจัยฟิล์มป้องกันการทำสำเนาลายนิ้วมือจากภาพถ่าย ขณะที่ยังใช้ลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตนได้ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยียังไม่พร้อมใช้งานไปอีกสองปี

ผมเองเคยเตือนแบบเดียวกันไว้ในช่วงลงประชามติรัฐธรรมนูญ

ที่มา – Japan Times

upic.me

from:https://www.blognone.com/node/89075

แม่เผลอแล้วเจอกัน เด็ก 6 ขวบยืมลายนิ้วมือแม่ที่กำลังหลับ ซื้อของ Amazon ไปกว่า $250

กรณีที่เด็กนำสมาร์ทโฟนของผู้ปกครองไปซื้อของออนไลน์กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูจะแสบกว่าครั้งก่อนๆ และไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อ (?) ของผู้ปกครอง เมื่อ Bethany Howell คุณแม่จากอาร์คันซัสถูกลูกสาวตัวแสบวัย 6 ขวบ ยืมนิ้วมือของเธอ ขณะที่เธอกำลังหลับเพื่อปลดล็อคสมาร์ทโฟน ก่อนจะกดซื้อของจาก Amazon เป็นมูลค่ากว่า 250 เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตามคุณแม่ผู้โชคร้ายไม่ได้รู้ตัวทันทีว่าถูกลูกสาวของตัวเองเล่นเสียแล้ว โดยหลังจากได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อสินค้าโปเกมอนจำนวน 13 ชิ้น Betheny นึกว่าแอคเคาท์ตนเองถูกแฮ็ก ก่อนที่ลูกสาวจะสารภาพว่า “เปล่าค่ะแม่ หนูแค่ช็อปปิ้ง” Bethany เล่าด้วยว่าลูกสาวของเธอพูดอย่างภาคภูมิใจว่าเธอสั่งของออนไลน์ด้วยตัวเอง

หลังจากนั้น Bethany ได้ยื่นเรื่องไปยัง Amazon เพื่อขอคืนสินค้าและสามารถคืนได้เพียง 4 จาก 13 ชิ้นเท่านั้น พร้อมแก้ต่างว่าซานตาครอสจับได้ว่าเธออยากได้อะไรในวันคริสต์มาสและเป็นคนเอามาให้ลูกสาวของเธอเอง

ที่มา – Wall Street Journal via Gizmodo

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/88690

local.jpg

[PR] DERMALOG นำเสนอซอฟต์แวร์สแกนลายนิ้วมือใหม่ ทำสถิติเร็วที่สุดในโลก

คานส์, ฝรั่งเศส — 29 พ.ย. — พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ – AFIS ของ DERMALOG สามารถประมวลผลด้วยความเร็วสูง โดยจับคู่ลายนิ้วมือได้เร็วถึงเกือบหนึ่งพันล้านครั้งต่อวินาที

DERMALOG บริษัทไบโอเมตริกรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี นำเสนอ DERMALOG AFIS ระบบสแกนลายนิ้วมือที่เร็วที่สุดในโลก โดย SGS-TÜV Saar ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการทดสอบที่มีชื่อเสียงยืนยันว่า ซอฟต์แวร์นี้ช่วยให้สามารถจับคู่ลายนิ้วมือได้เร็วเกือบหนึ่งพันล้านครั้งต่อวินาที ถึงแม้ระบบดังกล่าวจะประมวลผลด้วยความเร็วสูง แต่ยังคงมีความน่าเชื่อถือสูง โดย DERMALOG จะจัดแสดงนวัตกรรมไบโอเมตริกใหม่ล่าสุดนี้ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม ที่งาน TRUSTECH 2016 ในเมืองคานส์ ณ บูธหมายเลข RIVIERA L020

DERMALOG is Germany's largest Multi-Biometric supplier: The company's Fingerprint Identification System is part of an efficient Identity Management (PRNewsFoto/DERMALOG Identification Systems)
DERMALOG is Germany’s largest Multi-Biometric supplier: The company’s Fingerprint Identification System is part of an efficient Identity Management (PRNewsFoto/DERMALOG Identification Systems)

DERMALOG จะนำเสนอ AFIS ซึ่งเป็น “ระบบระบุอัตลักษณ์บุคคล” แห่งยุคหน้า ที่เมืองคานส์ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 ทั้งนี้ หลังจากที่ได้ทำการค้นคว้าวิจัยมาเป็นเวลาหลายปี ทีมนักพัฒนาและวิศวกรก็ประสบความสำเร็จในการทำให้ระบบจดจำลายนิ้วมือนี้มีความสมบูรณ์แบบ โดยสามารถทำสถิติใหม่ในการจับคู่ลายนิ้วมือได้เร็วที่สุดในโลกที่ 914,959,533 ต่อวินาทีสำหรับเบลดเซิร์ฟเวอร์มาตรฐาน

กุนเธอร์ มูลล์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ DERMALOG กล่าวว่า “เนื่องจากการจับคู่ลายนิ้วมือมีความรวดเร็วขึ้น ดังนั้นการรักษาความถูกต้องแม่นยำจึงเป็นความท้าทายที่สำคัญ แต่อย่างไรก็ดี AFIS ไม่ได้สูญเสียคุณภาพไป โดยผู้เชี่ยวชาญของ SGS-TÜV Saar ได้ยืนยันแล้วว่า AFIS ของเรามีคุณภาพโดดเด่นทั้งในด้านการเขียนโค้ดและการจับคู่”

AFIS เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของ DERMALOG และเรื่องราวความสำเร็จนี้ก็นับเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ รัฐริโอเดอจาเนโรของบราซิลได้ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของ DERMALOG ในการแก้ปัญหาการปลอมแปลงลายนิ้วมือหรือความผิดพลาดในการระบุอัตลักษณ์มาเป็นเวลา 15 ปีแล้ว ขณะที่ AFIS ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ โดย AFIS ยังถือเป็นระบบสแกนลายนิ้วมือสุดล้ำระบบแรกที่ใช้เพื่อการระบุอัตลักษณ์พลเมืองและอาชญากรในบราซิลด้วย

ในฐานะที่เป็นผู้จัดหาไบโอเมตริกหลายรายการ DERMALOG มีความสามารถในการเชื่อมโยงระบบสแกนลายนิ้วมือของ AFIS ไปยังพารามิเตอร์ไบโอเมตริกอื่นๆได้ ตัวอย่างเช่น สามารถใช้การจดจำม่านตาและใบหน้าในการระบุอัตลักษณ์แบบหลายขั้นตอนได้ กุนเธอร์ มูลล์ กล่าวว่า “เราเป็นผู้พัฒนา ผู้ผลิต และผู้รวมระบบทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน DERMALOG เป็นผู้นำในนวัตกรรมไบโอเมตริกและผลิตภัณฑ์ของเราผลิตในเยอรมนี ซึ่งเรายังคงยืดมั่นในมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุดและหลักการปฏิบัติงานอย่างชาญฉลาด”

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไบโอเมตริกที่เป็นนวัตกรรมจาก DERMALOG ได้ที่ http://www.dermalog.com

from:https://www.techtalkthai.com/dermalog-release-world-fastest-fingerprint-software/

local.jpg

กสทช. เตรียมเก็บลายนิ้วมือสำหรับลงทะเบียนซิมการ์ด คาดเริ่มเก็บ ก.พ. 2560

กสทช. ออกมาประกาศว่าจะเริ่มเก็บลายนิ้วมือระบุตัวตนผู้เปิดใช้ซิมการ์ดใหม่ คาดว่าจะเร่ิมเก็บลายนิ้วมือตั้วแต่เดือน ก.พ. 2560 เป็นต้นไป

เลขาฯ กสทช. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ได้ออกมาประกาศว่าในอนาคตอันใกล้ทาง กสทชจะเก็บลายนิ้วมือผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เปิดเบอร์ใหม่ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมประกาศให้ประชาชนทราบ คาดว่าจะเริ่มต้นใช้งานตั้งแต่เดือน ก.พ. 2560

 

fingerprint_01

 

โดยการเก็บลายนิ้วมือทางนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ระบุว่าช่วยให้ยืนยันตัวตนได้ชัดเจนกว่าการถ่ายสำเนาบัตรประชาชน รวมถึงเพื่อรองรับอนาคตการใช้ทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือที่ต้องการความปลอดภัยมั่นคงใช้งานมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนลายนิ้วมือในอนาคต เบื้องต้นจะดำเนินการผ่านศูนย์บริการของผู้ใช้บริการมือถือและร้านค้าต่าง ๆ ที่จำหน่ายซิมการ์ด ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง กสทช. ได้มีการหารือกับผู้ให้บริการมือถือทุกรายเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเร่ิมจัดซื้อจัดจ้างได้ในเดือน ม.ค. 2560 ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ชนะจัดจ้างในการจัดทำระบบซอฟท์แวร์ต่าง ๆ ซึ่งจะพัฒนาเสร็จภายในเดือน ม.ค. 2560 ส่วนผู้ประกอบการรายย่อย ทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะเป็นผู้รายผิดชอบเอง

การเพิ่มระบบสแกนลายนิ้วมือทำให้ทางผู้ประกอบการมีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทำให้ทาง กสทช. จะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) พิจารณาลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีในส่วนที่มีการจัดเก็บเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ที่ปัจจุบันเก็บในอัตรา 3.75 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมต่อปี

สำหรับแนวคิดเรื่องการเก็บลายนิ้วมือมาจากกรณีปลอมสำเนาบัตรประชาชนเพื่อไปออกซิมการ์ดใหม่แล้วคนร้ายเข้าไปขโมยเงินผ่านระบบออนไลน์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ กสทช เล็งเพิ่มระบบความปลอดภัยในการเพิ่มระบบการสแกนลายนิ้วมือเข้ามา

คำถามที่น่าสนใจคือข้อมูลลายนิ้วมือเก็บอยู่ที่เซิฟเวอร์ของใครและไว้ใจความปลอดภัยได้แค่ไหนว่าจะไม่โดนแฮคข้อมูลที่ส่วนตัวมาก ๆ ของเราออกไปสู่ผู้ไม่หวังดี

ที่มา : bangkokbiznews.com

from:http://www.siampod.com/2016/11/29/nbtc-keep-fingerprint-for-new-sim-card-start-feb-2017/

กสทช. เตรียมเปิดระบบเก็บลายนิ้วมือเมื่อลงทะเบียนซิม ข้อมูลอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ของกสทช.

กสทช. เตรียมเปิดระบบเก็บข้อมูลลายนิ้วมือสำหรับการเปิดซิมใหม่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ โดยเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ใช้บริการ

ทางกสทช. ระบุว่าการเก็บลายนิ้วมือเช่นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการเอง โดยเฉพาะการใช้บริการธนาคารออนไลน์ในอนาคต สำหรับตัวฐานข้อมูลของกสทช. จะพัฒนาโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนา 15 ล้านบาท ส่วนระบบการยืนยันตัวตนของผู้ใช้นั้น ค่ายมือถือจะต้องเป็นผู้พัฒนาด้วยตัวเอง โดยทางกสทช. อาจจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วยการลดค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งรายได้ลงบางส่วน

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คดีพ่อค้าถูกปลอมสำเนาบัตรประชาชนเพื่อออกซิมไปขโมยเงินธนาคารออนไลน์กลายเป็นคดีใหญ่ เมื่อผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกลับคนร้ายออกซิมได้โดยไม่รู้ตัว

น่าสนใจว่าต่อให้มีการเปิดใช้ลายนิ้วมือแล้วก็ตาม แต่หากพนักงานไม่ได้รับการอบรมดีพอ หรือมีความผิดพลาดอีก การลงทุนจำนวนมากเช่นนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้จริงได้อย่างไร ข้อเสนอของผมต่อคดีการปลอมเอกสารเพื่อเปิดซิมโดยไม่ได้รับอนุญาต คือให้มีการบังคับกระบวนการออกซิมอย่างจริงจัง และการลงโทษต่อผู้ให้บริการที่ทำผิดไปจากนโยบายที่ประกาศไว้

ที่มา – Bangkok Post

from:https://www.blognone.com/node/87650