คลังเก็บป้ายกำกับ: GAMING_NOTEBOOK

Review – Predator Helios 500 พี่เบิ้มรุ่นใหญ่ จอ 4K สเปคแน่นปึก i9 + GTX 1070 ราคาแสนนิดๆ

ในที่สุดก็มาใครสักทีกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นท็อปของทางแบรนด์ Acer รุ่น Predator Helios 500 ที่เป็นการพัฒนาสานต่อจากรุ่น Helios 300 ให้ดียิ่งขึ้น ดีไซน์ใหม่ ใหญ่บึกบึน ให้สมกับเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คระดับท็อปที่มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว แถมจัดสเปคมาแรงๆ จัดเต็มไม่มีกั๊ก ซึ่งมีมาให้เลือกด้วยกันถึง 4 สเปค 4 แบบ 4 ราคาด้วยกัน เริ่มต้นตั้งแต่ 69,900 บาท ไปจนถึง 109,900 บาทเองทีเดียวครับ

โดยทั้ง 4 รุ่นมาพร้อมกับประกัน 3 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ซึ่งรุ่นที่ทีมงาน NBS ได้มารีวิวนั้นจะเป็นรุ่นตัวท็อปสุด i9-8950HK + GTX 1070 ราคา 109,900 บาท ประสิทธิภาพการทดสอบจะเป็นเช่นไรบ้าง ไปติดตามที่รีวิวนี้เต็มๆ ในบทความนี้กันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/review-predator-helios-500-i9-gtx-1070/459296/

Advertisements

Dell – เผย Alienware แบรนด์ Gaming ของตน มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านเหรียญ (เกือบ 10,000 ล้านบาท)

หากพูดถึงโน๊ตบุ๊ค Gaming ระดับท็อป เทพสุดๆ เชื่อว่าหนึ่งในชื่อที่หลายคนจะต้องนึกถึงคงจะเป็น Alienware แน่นอน ด้วยดีไซน์ที่ดูล้ำสมัย ไฟ RGB ที่จัดมาให้เต็ม เสริมความเป็น Gaming ให้มีความโดดเด่น และหากพูดถึงราคาก็จัดว่าสูงเอาเรื่องเลยทีเดียว แต่ก็ได้ประสิทธิภาพ และความเป็นแบรนด์ Alienware ซึ่งก็ถือว่าเป็นราคาที่รับได้ ทำให้ปัจุบันมูลค่าของแบรนด์ Gaming จากทาง Dell มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ได้มีข้อความบน Twitter ของคุณ Patrick Moorhead บอกว่าแบรนด์ Dell Alienware มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านเหรียญไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในตอนนี้ ซึ่งข้อมูลนี้ส่วนหนึ่งมาจากคุณ Frank Azor ผู้ดูแลผลิตภัณฑ์ตระกูล Alienware, Gaming, และ XPS แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้มีข้อมูลที่อ้างอิงได้อยู่ดีว่า Alienware มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านเหรียญจริงตามที่กล่าวอ้าง

อย่างไรก็ตาม Alienware เป็นเพียงหนึ่งในสินค้า Gaming จากทาง Dell ที่ออกมา ดังนั้นข้อมูลที่ว่า มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านเหรียญ อาจจะหมายความว่ารวมผลิตภัณฑ์ Gaming ส่วนอื่นๆ ของ Dell เข้าไปด้วยก็ได้ อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า Dell มีสินค้า Gaming อื่นๆ ด้วยที่ไม่ใช่ Alienware ทำให้สินค้ามีหลากหลายระดับราคา ไม่ใช่แค่เพียงตัว High-End อย่าง Alienware เท่านั้น

ที่มา theverge

from:https://notebookspec.com/dell-gaming-worth-3-billion-alienware/459357/

Notebook Promotion – ASUS ROG Strix GL503 ลดราคาเหลือ 24,900 บาท สเปก i7 + GTX 1050 ส่งฟรีถึงบ้าน

ใครกำลังมองหาจะซื้อโน้ตบุ๊คที่เน้นความแรงเน้นการเล่นเกมล่ะก็ แนะนำเลยลองดูเป็นในส่วนของ ASUS ROG Strix GL503 ที่เป็น Gaming Notebook รุ่นสุดคุ้มตระกูล ROG ที่ถูกที่สุด ที่จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง มาพร้อมกับสเปกเล่นเกมลื่น อย่างชิปประมวลผล Core i7 Gen 7 และการ์ดจอ GTX 1050 ล่าสุดทาง BaNANAStore จัดโปรโมชั่นเด็ด ราคาปกติ 34,900 บาท ลดไป 1,000 บท เหลือเพียง 24,900 บาทเท่านั้น

ASUS ROG Strix GL503 ถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งก็ว่าได้ในช่วงราคานี้ เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงทั้งด้วยชิปประมวลผลและกราฟิกการ์ดที่ OC แรงกว่าปกติ พร้อมจอพาเนล IPS ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเบาลง ไม่แค่นั้นเรื่องระบบระบายความร้อนก็ทำได้ดี ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง เหมาะกับคนที่งบถึงเงินถึงและต้องการประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ที่สเปกใกล้เคียงกัน

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ ASUS ROG Strix GL503 มาพร้อมดุดัน เห็นได้ชัดว่าได้รับ DNA จาก ASUS ROG ZEPHYRUS GX501 มาเต็มๆ ทั้งฝาหลังและบานพับ ตัวเครื่องใช้วัสดุเป็นทั้งโลหะและพลาสติก พัฒนาขึ้นมาน่าใช้งานมากๆ พร้อมลวดลายที่ดูดุดัน มีความเป็น Gaming สูงกว่ารุ่นก่อนมาก มาในโทนดำตัดกับสีเทาเข้ม (Armor Titanium)

ซึ่งฝาหลังและด้านในตัวเครื่องจะถูกแบ่งออกเป็น 2 โซนชัดเจนแบบตัดกันแนวทะแยง ที่มีความโดดเด่นมากๆ อีกทั้งจัดว่าบางสุดๆ สำหรับ Gaming Notebook ด้วยน้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม โดยมีความบางตัวเครื่องเพียง 23 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง ที่สำคัญชุดระบายความร้อนยังเป็นพัดลมแบบคู่ ช่วยระบายความร้อนได้ดีเช่นเคย

ฝาหลังเป็นวัสดุอลูมิเนียมแบบขัดลาย ให้สัมผัสที่ขรุขระ จับติดมือ ไม่ลื่น และรู้สึกดีกว่าพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป (แต่เป็นรอยนิ้วมือง่ายหน่อย) โดยมีโลโก้ ROG มีไฟสีแดงติดขึ้นเมื่อเปิดเครื่องใช้งาน ส่วนหน้าจอของ ASUS ROG Strix GL503 จะเป็นแบบบานพับเดียวดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณนึง

พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ด้านหลังด้วยช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่แบบคู่สองพัดลม ครีบฟินที่แดงเน้นเรียบๆ โดยสามารถทำหน้าที่ช่วยลดความอุณหภูมิจากชิปประมวลผลและกราฟิการ์ดได้อย่างน่าประทับใจ ส่งผลให้ไม่มีความร้อนสะสม

เอาว่าใครสนใจจะซื้อโน้ตบุ๊ค ASUS ROG Strix GL503, FX504 Gaming Notebook ลดราคาสูงสุด 5,000 บาท  ตอนนี้ก็สามารถสั่งซื้อกันได้เลย พร้อมบริการส่งฟรีทั่วไทย ส่งเร็วทันใจใน 3 ชั่วโมง เรียกได้ว่านอนอยู่บ้านสั่งซื้อสบายๆ ก็ได้ของแล้ว ไม่เสียเวลาไปซื้อเองเลยล่ะ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

  • Inbox Facebook : BaNANAStore
  • Line : @bananastore (มี@ ด้านหน้า)
  • โทร.02-017-7788 (จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00 น.)

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

from:https://notebookspec.com/notebook-promotion-asus-rog-strix-gl503-price-24900-baht/459094/

How to – วิธีการตั้งค่า VSYNC ให้ถูกต้องที่สุด เพื่อการเล่นเกมลื่นไหล ทั้ง Notebook และ Monitor

สำหรับเทคโนโลยี VSYNC นั้น เชื่อเหลือเกินครับว่าหลายๆ ท่านน่าจะรู้จักกันแล้ว ทว่าด้วยความรู้จักนั้นตัวเทคโนโลยี VSYNC ในปัจจุบันนั้นก็มีหลายรูปแบบแตกต่างกันไปจนทำให้นักเล่นเกมบางคนอาจจะสับสนและไม่เข้าใจในส่วนวิธีของการตั้งค่า ซึ่งผลที่ออกมานั้นก็คือการที่เราๆ ท่านๆ อาจจะเซ็ทค่า VSYNC ผิดไปทำให้ไม่สามารถที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ วันนี้นั้นเราจึงอยากจะขอมานำเสนอวิธีการเซ็ท VSYNC ที่ถูกวิธี ซึ่งจะต้องทำเช่นไรบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลยครับ

สำหรับตัวเทคโนโลยี vsync (vertical synchronization) นั้นจะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ตัวมอนิเตอร์สามารถที่จะแสดงผลการเปลี่ยนเฟลมของหน้าจอให้เหมาะสมกับที่กราฟิกการ์ดสามารถที่จะทำออกมาได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผลของมันนั้นก็คือคุณจะสามารถได้รับประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ราบลื่นมากขึ้นไม่เกิดปัญหาภาพแตกในตอนที่ทำการเล่นเกมครับ

ในการเซ็ท VSYNC นี้นั้นเราจะขอยึดหลักในส่วนของกราฟิกการ์ดที่มีใช้ในปัจจุบันมากกว่ากราฟิกการ์ดรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA RTX 2000 ซีรีส์ เนื่องด้วยในปัจจุบันนั้นตัวกราฟิกการ์ก RTX นั้นยังคงเกป็นกราฟิกการ์ดที่ใหม่และคงจะยังมีนักเล่นเกมไม่มากนักที่จะใช้กราฟิกการ์ดดังกล่าวในการเล่นเกม แถมด้วยในการเซ็ท VSYNC ในครั้งนี้นั้นเราจะอิงการใช้งานกราฟิกการ์ดเพียงตัวเดียวเป็นหลักเนื่องจากว่าการใช้กราฟิกการ์ดเชื่อมต่อกันแบบ SLI หรือ CrossFire นั้นน่าจะมีผู้ใช้จำนวนไม่มากที่จะมีฮาร์ดแวร์ในระดับนี้ในการเล่นเกมครับ

หลักการทำงานของ VSYNC

ก่อนที่จะเข้าสู่การปรับแต่ง VSYNC ให้ถูกวิธีนั้นขอกล่าวเกี่ยวกับหลักการทำงานของ VSYNC กันก่อนครับ โดยหลักการของ VSYNC นั้นก็ไม่มีอะไรมากครับเพราะมันเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในการประสานงานระหว่างตัวกราฟิกการ์ดและมอนิเตอร์ให้มีการแสดงผลเฟลมที่เท่ากันเพื่อที่จะลดปัญหาเรื่องของภาพแตกเป็นเส้นๆ เวลาที่คุณทำการเล่นเกมครับ

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากที่สุดเลยนั้นก็คือคุณมีความจำเป็นที่จะต้องรู้จักกับ refresh rate ของหน้าจอ(หรือความถี่คงที่ของหน้าจอที่สามารถจะทำได้สูงสุดตามสเปคของตัวหน้าจอ) โดยทั่วไปแล้วนั้นหน้าจอที่เราๆ ท่านๆ ใช้งานกันนั้นจะมาพร้อมกับความถี่ในการแสดงผลแบบคงที่ตัวอย่างเช่น 60 Hz, 100 Hz, 120 Hz และ 144 Hz โดยที่ความถี่ยิ่งมากเท่าไรคุณก็มีโอกาสที่จะได้พบกับประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ไร้รอยต่อเท่านั้น

แต่ครับแต่อีกสิ่งหนึ่งที่คาดไปไม่ได้เลยก็คือตัวการ์ดจอของคุณนั้นจำเป็นที่จะต้องทำ frame rate ให้เท่ากันกับความถี่ของหน้าจอด้วยและต้องทำ frame rate ให้เท่ากับความถี่ของหน้าจอตลอดเวลา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเจอได้ยากมากเพราะในการเล่นเกมนั้น frame rate ที่การ์ดจอจะสามารถทำได้จะมีการแกว่งของ refresh rate อยู่ตลอดเวลาซึ่งนั่นเลยทำให้เกิดปัญหาการแสดงผลที่ไม่เสถียรจนทำให้การรอยแยกของการแสดงผลบนหน้าจอขึ้นมาครับ

หลายท่านอาจจะบอกว่าหากเราใช้กราฟิกการ์ดที่ไม่แรงมากนักก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อหน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงๆ ก็ได้ เพราะยังไงซะตัวกราฟิกการ์ดก็คงไม่สามารถที่จะขับ frame rate ได้ออกมาเท่ากับความถี่ของหน้าจออยู่ดี ทว่านั่นเป็นความเชื่อที่ถูกเพียงแค่ 50 % เท่านั้นเนื่องจากในการทำงานที่ไม่ใช่การเล่นเกมนั้นยิ่งหน้าจอของเรามีความสูงมากเท่าไร นั่นหมายความว่าในการใช้งานทั่วไปคุณจะพบกับความราบลื่นของการทำงานอย่างเห็นได้ชัดตัวอย่างเช่นการเลื่อนเมาส์ที่จะสังเกตได้อย่างชัดเจนครับว่ามันตอบสนองได้ดีกว่าบนหน้าจอที่มีความถี่มากๆ เมื่อเทียบกับหน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่น้อยๆ ครับ

Tearing, Smoothness and Lag

ในการตั้งค่า VSYNC ที่ผิดวิธีนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา 3 อย่างครับ ปัญหาอย่างแรกนั้นก็คือ Tearing ซึ่งเกิดมาจากการที่ตัวการ์ดจอวาดภาพแล้วส่งข้อมูลไปที่หน้าจอตาม refresh cycle โดยจะก่อให้เกิดปัญหาภาพที่เห็นนั้นไม่ต่อเนื่อง, เกิดการกระโดดของภาพและมีการแสดงผลภาพซ้อนกันเกิดขึ้น ปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเพราะการแสดงผลของภาพเกิดดีเลย์ขึ้นมา โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นเมื่อคุณใช้หน้าจอที่มีความถี่ต่ำ โดยหน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่ต่างๆ นั้นจะมีวงจรการเปลี่ยนภาพดังต่อไปนี้ครับ

  • หน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงสุดที่ 60 Hz จะมีอัตราเวลาในการแสดงผลภาพต่อรอบอยู่ที่ 16.7 ms
  • หน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงสุดที่ 120 Hz จะมีอัตราเวลาในการแสดงผลภาพต่อรอบอยู่ที่ 8.3 ms
  • หน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงสุดที่ 240 Hz จะมีอัตราเวลาในการแสดงผลภาพต่อรอบอยู่ที่ 4.2 ms

ด้วยเหตุผลของช่วงเวลาในการแสดงผลภาพต่อ 1 วงจรภาพนี่เองครับที่จะทำให้เกิดปัญหาต่อมาซึ่งนั่นก็คืออาการ lag ของภาพครับ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้นสามารถที่จะทำได้โดยการเลือกซื้อหน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงๆ เข้าไว้อย่างเช่นที่ 240 Hz แต่นั่นก็จะไปทำให้งบประมาณในการซื้อหน้าจอของคุณเพิ่มขึ้นไปอีกแถมหน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงที่สุดอย่าง 240 Hz ในปัจจุบันนั้นก็ค่อนข้างที่จะมีราคาแพงและตัวเลือกน้อยครับ

ในเว็บบอร์ดหลายๆ เว็บนั้นมีผู้ที่แนะนำวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวเอาไว้อย่างเช่นการเปิดฟีเจอร์ VSYNC ในเกมทิ้งไปแล้วเลือกโปรแกรมอื่นๆ อย่างเช่น RivaTuner เพื่อที่จะทำการเซ็ท frame rate ของตัวการ์ดจอให้เข้าใกล้กับความถี่ของหน้าจอมากที่สุด ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องมากนักแถมทาง wccftech เองนั้นก็ได้ทดสอบดูแล้วพบว่ามันไม่ได้ช่วยให้ปัญหาดังกล่าวนั้นหายไปอย่างถาวรเพราะถึงแม้ว่ามันจะสามารถแก้ปัญหาเรื่อง lag ได้แต่คุณก็ยังจะได้พบเห็นการกระโดดของภาพที่ไม่ต่อเนื่องกันอยู่ดีครับ

NVIDIA FastSync – Killer Feature

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นดูเหมือนว่าทาง NVIDIA และ AMD มีความพยายามจะแก้ปัญหาดังกล่าวออกมาครับโดยทาง NVIDIA นั้นได้มีการเผยฟีเจอร์ใหม่อย่าง FastSync ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ของ VSYNC ออกมา(ทาง AMD เองก็มีเช่นเดียวกันโดยจะเรียกว่า Enhanced Sync) โดยที่ผู้ใช้อาจจะไม่รู้ตัวเลยว่าทาง NVIDIA ได้เพิ่มฟีเจอร์ดังกล่าวนี้เข้ามาตั้งแต่ในกราฟิกชิปในซีรีส์ 900 c]h;8iy[

ฟีเจอร์ดังกล่าวนี้นั้นจะเข้ามาช่วยทำให้ VSYNC ทำงานได้ดีมากขึ้นแต่ว่าก็ต้องแลกมากับการใช้ประมาณของหน่วยความจำบนกราฟิกการ์ดที่สูงมากซึ่งนั่นทำให้ผู้ใช้อาจจะต้องซื้อกราฟิกการ์ดที่มาพร้อมกับหน่วยความจำขนาดใหญ่มากขึ้นถึง 8 GB อย่าง GTX 1080(หรือทางฝั่ง AMD ก็จะเป็น RX Vega 56/64) ซึ่งกราฟิกการ์ดที่จะสามารถใช้งานได้ดีนั้นก็ควรที่จะต้องสามารถทำ frame rate ได้มากกว่าความถี่ของหน้าจออย่างน้อยก็ 3 เท่าขึ้นไปถึงจะเห็นผลที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนครับ

สาเหตที่ต้องใช้กราฟิกการ์ดที่สามารถสร้าง frame rate ได้สูงกว่าความถี่ของหน้าจอ 3 เท่านั้นก็เนื่องมาจากว่าตัวกราฟิกการ์ดจะมีการรันเฟรมล่วงหน้าเพื่อส่งข้อมูลไปที่หน้าจอก่อนที่วงจรการแสดงผลหน้าจอในแต่ละเฟรมจะหมดลงไปครับ ผลเสียที่จะตามมาก็คือในส่วนของกราฟิกการ์ดนั้นก็จะต้องทำงานหนักมากขึ้นตามมาด้วยการใช้พลังงานที่มากกว่าเดิมจนทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นกับตัวการ์ดจอนั้นสูงมากขึ้นกว่าเดิมด้วยครับ

อย่างไรก็ตามถึงจะเป็นเช่นนั้นทว่าผลการทดสอบของทาง wccftech นั้นก็พบว่าการเล่นเกมนั้นมีความราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิมโดยที่จะยังคงมีอาการ lag ให้เห็นกันบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่มากเท่ากับการเปิดใช้ VSYNC แบบธรรมดาครับ นอกไปจากนั้นแล้วทาง NVIDIA ยังคงมีฟีเจอร์ VSYNC แบบใหม่ที่เรียกว่า AdaptiveSync อยู่ด้วยโดยมันจะทำงานในการเปิดปิด VSYNC ให้กับผู้ใช้โดยอัตโนมัติตาม frame rate ที่ตัวการ์ดสามารถสร้างออกมาได้และปิด VSYNC ลงไปเองหาก frame rate ได้ต่ำกว่าความถี่ของหน้าจอครับ

หมายเหตุ – ทาง NVIDIA ยังมีฟีเจอร์ AdaptiveSync (half refresh rate) มาให้เลือกอีกหนึ่งอย่างซึ่งมันจะทำหน้าที่ในการกำหนดให้การ์ดจอรัน frame rate ที่คึ่งหนึ่งของความถี่ของตัวหน้าจอซึ่งจะทำให้การทำงานของ GPU นั้นลดลงเมื่อเทียบกับ AdaptiveSync แต่ทว่าก็มีข้อเสียตามมาด้วยเช่นกันตัวอย่างเช่นหากคุณมีหน้าจอที่มีความถี่อยู่ที่ 240 Hz แล้วเปิดใช้ AdaptiveSync (half refresh rate) แล้วนั้น frame rate ที่ GPU จะทำได้จะอยู่ที่ 120 Hz ซึ่งคงมีกราฟิกการ์ดไม่กี่รุ่นนักที่จะสามารถขับ frame rate ของเกมออกมาได้สูงถึงขนาดนี้ได้ครับ

หมายเหตุ 2 – หลักการของ AdaptiveSync (half refresh rate) นั้นถูกใช้บนเครื่องเกมคอนโซลอย่าง PS4 หรือ Xbox One ด้วยดังจะเห็นได้ว่าเกมที่มีรายละเอียดสูงบางเกมนั้นผู้พัฒนาจะเลือกล๊อค frame rate เอาไว้ที่ 30 FPS เท่านั้นครับ

The VSYNC Holy Grail: Adaptive Sync

อย่างไรก็ตามครับดูเหมือนว่าทั้ง NVIDIA และ AMD จะก้าวไปไกลกว่านั้นด้วยการนำสเนอแนวทางของ adaptive sync รุ่นใหม่อย่างของ NVIDIA เองก็จะเป็น G-Sync ส่วนของทาง AMD ก็จะเป็น FreeSync ซึ่งในจุดนี้นั้นถือได้ว่ามีการพัฒนาขึ้นมาเป็นอย่างมากเนื่องจากว่ามันสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทว่าสิ่งที่คุณจะต้องมีอยู่ด้วยนั้นก็คือมอนิเตอร์ที่รองรับกับเทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งในปัจจุบันนั้นมอนิเตอร์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี G-Sync ค่อนข้างที่จะมีจำนวนน้อยและราคาค่อนข้างแพงในขณะที่มอนิเตอร์ที่รองรับ FreeSync นั้นมีราคาไม่แพงมากเท่าไรนักและมีตัวเลือกมากกว่าครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/how-to-set-vsync-the-right-way-in-your-games/459065/

Review – MSI GS65 8RF Stealth Thin ขอบจอบางเฉียบ ตัวเครื่องบางเบา สเปก i7 + GTX 1070 พร้อมจอ 144Hz

หาก #AdminPong นึกถึง Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ ทั่วไป จะมีตัวเครื่องที่ใหญ่ หนา โดยมีน้ำหนักระดับ 2.5 กิโลกรัมขึ้นไป ด้วยเหตุผลที่ว่าตัวเครื่องนั้นใช้สเปกภายในที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งในส่วนของชิปประมวลผลและการ์ดจอ ทำให้จำเป็นต้องใช้ชุดระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ตัวเครื่องนั้น ใหญ่ หนา หนัก เป็นธรรมดา แต่เมื่อปีก่อนๆ ก็ได้สัมผัสกับ MSI GS Series ที่เป็น Gaming Notebook ตัวแรง แต่เบาแค่ 1.88 กิโลกรัมเท่านั้น บาง 17.9 มิลลิเมตร

โดยล่าสุดทาง #AdminPong NBS ได้มีโอกาสรีวิวในส่วนของ MSI GS65 8RF Stealth Thin ที่เป็นรุ่นอัพเดทมาจาก MSI GS65 8RE Stealth Thin ที่สเปกแรงเหนือชั้นไปอีก โดยมีสเปกประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าพีซีตั้งโต๊ะ มีการออกแบบมาให้มีความเรียบหรูและบางเบา ซึ่งตัวเครื่องจะมีน้ำหนักที่เบาที่สุดจากทุก Series และจากการที่ใช้ชุดระบายความร้อนที่พัฒนามาอย่างดี ได้สเปก Core i7-8750H + NVIDIA GeForce GTX 1070 Max-Q (8GB) + หน้าจอ 15.6″ Full HD พร้อมรองรับการแสดงผล 144Hz ขอบจอบางเพียง 4.9 มิลลิเมตรเท่านั้น

from:https://notebookspec.com/msi-gs65-8rf-stealth-thin-gaming-notebook/458440/

Razer – เปิดตัว Blade 15 รุ่นอัพเดทปลายปี 2018 มาพร้อมพัดลมที่ใหญ่ขึ้นกับราคาที่ถูกลงกว่าเดิม เริ่มต้น 52,000 บาท

ปฎิเสธไม่ได้จริงๆ ครับว่า Razer เองนั้นก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้นั้นทาง Razer ได้ทำการเปิดตัว Blade 15 รุ่นอัพเดทประจำปลายปี 2018 อย่างเป็นทางการออกมา

โดยในส่วนของสเปคนั้นคงต้องบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่อย่าง Razer Blade Pro พอสมควรไม่ว่าจะเป็นการมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนแบบใหม่รวมไปถึงแหล่งเก็บข้อมูลแบบ HDD ตัวที่ 2 หรือจะเป็น AC adapter ที่บางลงกว่าเดิม พร้อมกับราคาเริ่มต้นนั้นก็ถูกลงกว่าเดิมด้วยเช่นเดียวกันครับ

จุดที่แตกต่างไปจากรุ่นแรกอย่างเห็นได้ชัดนั้นน่าจะเป็นในส่วนของตัวเลือกรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลแบบคู่ครับ โดยนอกจากคุณจะได้รับแหล่งเก็บข้อมูลแบบ HDD 2.5 นิ้วเพิ่มเติมจาก SSD แล้วนั้น ตัวเครื่องยังจะมาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Gigabit Ethernet โดยที่ตัวเครื่องนั้นถึงแม้ว่าจะหนากว่าในรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลเดียวทว่าในส่วนของน้ำหนักนั้นกลับเบากว่าคือจะอยู่ที่ 2.03 kg เท่านั้นครับ(สำหรับความหนาของตัวเครื่องนั้นจะแตกต่างกันอยู่ที่ 2 – 3 mm โดยที่ความยาวและความกว้างยังคงเท่ากัน)

จุดที่น่าเสียดายหน่อยน่าจะเป็นในส่วนของตัวเลือกกราฟิกชิปกับระบบระบายความร้อนของตัวเครื่องที่ในรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลแบบคู่นั้นจะมีกราฟิกชิปเป็นรุ่น GeForce GTX 1060 Max-Q เท่านั้นในขณะที่รุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลแบบเดี่ยวนั้นจะมีตัวเลือกชิปกราฟิก GeForce GTX 1070 Max-Q ให้เลือกด้วยครับ สำหรับระบบระบายความร้อนนั้นรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลคู่จะใช้ Heat Pipe ส่วนรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลเดี่ยวนั้นจะใช้ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ครับ

สำหรับตัวเลือกสเปคต่างๆ ของ Blade 15 รุ่นอัพเดทประจำปลายปี 2018 จะมีดังต่อไปนี้ครับ

ในส่วนของราคาเริ่มต้นนั้นจะอยู่ที่ $1,599 หรือประมาณ 52,000 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่ในวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/new-razer-blade-15-launching-this-week-with-bigger-fans-and-a-cheaper-price/458852/

NVIDIA – หลุดข้อมูลการ์ดจอสำหรับโน้ตบุ๊ค Geforce RTX 2070 ,2070 Max-Q ,2060 Ti ,2060 ,2050 Ti และ 2050

หลายคนหลังจากที่ทาง Nvidia เปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ Geforce RTX 2000 Series ไป และในตอนนี้ก็มีมาจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ทำให้คงจะมีบางคนได้สัมผัสความแรงของมันแล้ว แต่หนึ่งในคำถามที่ตามมาคือ แล้วของโน๊ตบุ๊คละ? วันนี้เรามีข้อมูลข่าวหลุดเกี่ยวกับชิพการ์ดจอ Geforce RTX สำหรับโน๊ตบุ๊คมาฝากกันด้วย ส่วนจะเป็นอย่างไรไปดูกัน

ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลชิพการ์ดจอ Geforce RTX สำหรับโน๊ตบุ๊คหลุดออกมาหลายรุ่นมากจนแทบจะเรียกได้ว่าทั้งตระกูลเลยทีเดียว ซึ่งข้อมูลนี้มาจากภาพรายการสินค้าที่จะออกจำหน่ายในช่วงต้นปีหน้าของแบรนด์หนึ่ง จากภาพพบข้อมูลของชิพการ์ดจอ 2070 ,2070 Max-Q ,2060 Ti ,2060 ,2050 Ti และ 2050 แต่ไม่พบชื่อของ 2060 Max-Q ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ชื่อ 2060 Ti แทน หรือไม่ก็ไม่ได้มีการพัฒนาแล้ว

ส่วนข้อมูลของรุ่นใหญ่อย่าง Geforce RTX 2080 Max-Q หรือ Moblie ที่หลุดมาก่อนหน้านี้ คาดว่าน่าจะเปิดตัวก่อน ดังนั้นรุ่นที่เล็กกว่าก็ตองรอไปก่อน (PC ยังไม่เปิดเลย) สิ่งที่น่ากังวลของ Geforce RTX สำหรับโน๊ตบุ๊คคงจะเป็นเรื่องของความร้อนเพราะ ในหลายๆ รุ่นได้มีการลดความเร็วลง ไม่ได้ใส่เป็นตัวเต็มเหมือนเดิม จึงอาจจะเป็นอีกหนึ่งคำถามก็ได้ว่า เครื่องจะใหญ่ขึ้นไหมด้วยนั่นเอง

ที่มา wccftech

from:https://notebookspec.com/exclusive-nvidia-rtx-mobility-graphics-cards-lineup-leaked/458466/