คลังเก็บป้ายกำกับ: GMM_Grammy

GMM25 ผูกปิ่นโต VIU ผู้นำด้านความบันเทิงระดับเอเชีย กับครั้งแรกของคอนเทนต์ไทยหลากรส จบ ครบที่ VIU

บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด หรือช่อง GMM25 ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ พีซีซีดับเบิลยู มีเดียกรุ๊ป ผู้ให้บริการความบันเทิงระดับเอเชียบนแอปพลิเคชัน VIU ร่วมส่งคอนเทนต์คุณภาพจาก GMM25 จัดเต็มที่ซีรีส์คุณภาพ วาไรตี้ยอดฮิต และรายการบันเทิงครบครันที่คัดสรรเป็นอย่างดีกว่า 200 ชั่วโมง ให้ผู้ใช้งาน VIU ได้รับชมก่อนใครเป็นที่แรก พร้อมบุกตลาดระดับเอเชียด้วยคอนเทนต์สุดพิเศษทั้ง VIU Original และ Globally Content

ที่ผ่านมา VIU สร้างประสบการณ์ความบันเทิงด้วยคอนเทนต์สุดพิเศษจากเกาหลีอย่างถูกลิขสิทธิ์จากทั้งสถานีโทรทัศน์ SBS, KBS, MBC, JTBC และภาพยนตร์สุดฟินจาก TVN Movies ที่การันตีความรวดเร็วในการรับชมเพียง 1 วันหลังออกอากาศที่เกาหลี พร้อมทั้งขยายฐานผู้ชมด้วยคอนเทนต์คุณภาพจากญี่ปุ่น และทั่วเอเชีย ให้ผู้ใช้ VIU ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง วันนี้ VIU ก้าวขึ้นไปอีกขั้น สู่การเป็นผู้ให้บริการคอนเทนต์ระดับท้องถิ่น โดยเริ่มจากการนำซีรีส์และวาไรตี้ของช่อง GMM25 ลงแพลตฟอร์ม VIU ให้ผู้ใช้ VIU ได้ติดตามคอนเทนต์เหล่านี้แบบ Exclusive ที่ VIU ก่อนใคร และพร้อมสานต่อเจตนารมย์ด้วยการเจรจากับช่องทีวีดิจิทัลอื่น ๆ ในอนาคต

   

สำหรับคอนเทนต์ Exclusive ที่มีให้บริการบนแพลตฟอร์ม VIU จะประกอบไปด้วยละครและซีรีส์ช่วง Primetime หลังข่าวในพระราชสำนักประจำวันพุธ-พฤหัสบดี โดยเริ่มจากเรื่อง The Crime ทีมล่าทรชน เป็นเรื่องแรก และรายการวาไรตี้ทอล์คโชว์สุด Exclusive อย่าง Club Friday Show ซึ่งทั้งสองรายการนี้ จะออกอากาศให้ได้รับชมบนแพลตฟอร์ม VIU ทันทีหลังออกอากาศจบทางสถานีโทรทัศน์เป็นระยะเวลา 30 วัน ก่อนให้บริการในแพลตฟอร์ม OTT อื่น ๆ เช่น YouTube GMM25

นอกจากนี้ GMM25 ยังเสริฟคอนเทนต์ที่ออกอากาศแล้วอย่าง ซีรีส์ Love Song Love Series, ซีรีส์ Club Friday Celeb Stories และซีรีส์ แหวนดอกไม้ ให้ได้รับชมย้อนหลังแบบเต็มอิ่มรวดเดียวจบที่ VIU อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดตามคอนเทนต์แบบรวดเดียวโดยไม่มีโฆษณาคั่น

คุณบุษบา ดาวเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม GMM Grammy กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้วงการบันเทิงมีการพัฒนาตามเทคโนโลยีอย่างตลอด และ GMM Grammy เองก็พร้อมที่จะเสริฟคอนเทนต์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง หรือละคร ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ แพลตฟอร์ม และ VIU เองก็เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่จะช่วยผลักดันให้คอนเทนต์ไทยก้าวขึ้นไปไกลสู่ระดับเอเชียและระดับนานาชาติ ถือว่าเป็นการต่อยอดและเพิ่มคุณค่าให้กับคอนเทนต์ และยังเป็นการเพิ่มช่องทางในการรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ อีกด้วย

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็น Exclusive Deal ในระยะเวลา 1 ปี แต่ในอนาคต GMM25 หวังจะเป็นพาร์ทเนอร์ในระยะยาวด้วยการเข้าไปช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับคนไทยมากขึ้น รวมถึงโอกาสในการขยายคอนเทนต์ทั้ง Original Content และ Globally Content ต่อไปในอนาคต

ผู้ใช้งาน VIU สามารถรับชมคอนเทนต์จาก GMM25 ทั้งแบบฟรี ๆ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือถ้าอยากฟิน ๆ กับความละเอียด Full HD 1080p สามารถสมัคร VIU Premium ได้ในราคา 119 บาทสำหรับลูกค้าทั่วไป และดูฟรีหนึ่งเดือน เดือนต่อไป 99 บาท เฉพาะลูกค้า AIS เท่านั้น

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (GMM25 ผูกปิ่นโต VIU ผู้นำด้านความบันเทิงระดับเอเชีย กับครั้งแรกของคอนเทนต์ไทยหลากรส จบ ครบที่ VIUGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4159

Advertisements

Netflix จับมือ GMM Grammy ส่งซีรีส์ไทยให้ชมกันทั่วโลก

Netflix Gmm Grammy

Netflix จับมือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ส่งซีรีส์ไทยกว่า 700 ชั่วโมง สู่สายตาสมาชิก 125 ล้านคนทั่วโลก อย่างเช่น Hormones (ฮอร์โมน), Bad Genius (แบด จีเนียส), O-Negative (โอเนกาทีฟ) และอื่นๆ อีกมากมาย

Netflix จับมือ GMM Grammy ส่งซีรีส์ไทยให้ชมกันทั่วโลก

วันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ผู้นำบริการด้านความบันเทิงทางอินเทอร์เน็ตระดับโลก ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการ กับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ผู้นำทางด้านสื่อและธุรกิจบันเทิงแบบครบวงจรของเมืองไทย ในการนำคอนเทนต์ที่หลากหลายซีรีส์กว่า 700 ชั่วโมงไปออกอากาศให้กับสมาชิกของ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) กว่า 125 ล้านคนทั่วโลกได้รับชมพร้อมกัน

สำหรับข้อตกลงในครั้งนี้คือการนำซีรีส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของกลุ่มจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เช่น Hormones (ฮอร์โมน), Bad Genius (แบด จีเนียส), O-Negative (โอเนกาทีฟ)ฯลฯ เฉกเช่นเดียวกันกับซีรีส์ 11 เรื่องใหม่ที่กำลังจะออกอากาศ ไม่ว่าจะเป็น Girl From Nowhere The Series(เกิร์ล ฟอร์ม โนแวร์ เดอะ ซีรีส์), The Judgement (เดอะ จัดจ์เมนท์), Monkey Twins (มังกี้ ทวิน), Bangkok Love Stories Season 2 (แบงคอก เลิฟ สตอรี่ส์ ซีซัน 2) และ Sleepless Society (สลีปเลส โซไซตี้) ซึ่งจะทยอยออกอากาศให้ได้ชมพร้อมกันทั่วโลกทาง Netflix (เน็ตฟลิกซ์) เร็วๆนี้

เอริก้า นอร์ธ Director of International Originals ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, Netflix (เน็ตฟลิกซ์) กล่าวว่า “เราเชื่อว่าคอนเทนต์ดีๆ ที่มีความหลากหลายของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะสามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกบนการให้บริการของ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ได้ ซึ่งสมาชิกของ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) กว่า 190 ประเทศทั่วโลกจะได้พบกับความสดใหม่ และความน่าตื่นเต้นจากการเล่าเรื่องผ่านซีรี่ส์คุณภาพจากเมืองไทย”

ด้าน นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ความร่วมมือของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่และสร้างปรากฎการณ์ครั้งสำคัญให้กับคอนเทนต์จากประเทศไทย เราภูมิใจและตื่นเต้นที่ฝีมือของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง คนเขียนบท ผู้กำกับ และทีมโปรดักชั่น จะได้เข้าถึงผู้ชมกว่าล้านคนทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้นเรายังรู้สึกตื่นเต้นที่ทีม     ครีเอเตอร์ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะได้นำคอนเทนต์ที่หลากหลายสู่สายตาของผู้ชมทั่วโลกบนแพลตฟอร์มของ Netflix  (เน็ตฟลิกซ์) ซึ่งจะสามารถดึงดูดความสนใจและทำให้ทุกคนทั่วโลกได้รู้จักวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยมากขึ้น”

 

เกี่ยวกับ Netflix (เน็ตฟลิกซ์)

Netflix (เน็ตฟลิกซ์) คือผู้นำบริการด้านความบันเทิงทางอินเทอร์เน็ตระดับโลกที่มีสมาชิกกว่า 125 ล้านคนในจำนวนกว่า 190 ประเทศ มีผู้ชมรายการทีวีและภาพยนตร์ รวมถึงซีรีส์ สารคดี และภาพยนตร์เรื่องยาวทาง Netflix (เน็ตฟลิกซ์) คิดเป็นจำนวนชั่วโมงมากกว่า 140 ล้านชั่วโมงในแต่ละวัน สมาชิกสามารถรับชมได้มากตามต้องการ รับชมได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางหน้าจออุปกรณ์ใดก็ได้ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต สมาชิกสามารถเล่น หยุดรับชมชั่วคราว และกลับมารับชมต่อได้โดยไม่มีโฆษณาคั่นหรือข้อผูกมัดใดๆ

เกี่ยวกับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) คือผู้นำทางด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์, สื่อและธุรกิจบันเทิงแบบครบวงจรของประเทศไทย ซึ่งมีประสบการณ์ในการสร้างความสำเร็จมาตลอด 35 ปี

from:https://www.iphonemod.net/netflix-gmm-grammy-thai-series-to-netflix.html

Netflix จับมือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ส่งซีรีส์ไทยกว่า 700 ชั่วโมง สู่สายตาสมาชิก 125 ล้านคนทั่วโลก

วันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ผู้นำบริการด้านความบันเทิงทางอินเทอร์เน็ตระดับโลก ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการ กับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ผู้นำทางด้านสื่อและธุรกิจบันเทิงแบบครบวงจรของเมืองไทย ในการนำคอนเทนต์ที่หลากหลายซีรีส์กว่า 700 ชั่วโมงไปออกอากาศให้กับสมาชิกของ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) กว่า 125 ล้านคนทั่วโลกได้รับชมพร้อมกัน

สำหรับข้อตกลงในครั้งนี้คือการนำซีรีส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของกลุ่มจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เช่น Hormones (ฮอร์โมน), Bad Genius (แบด จีเนียส), O-Negative (โอเนกาทีฟ) ฯลฯ เฉกเช่นเดียวกันกับซีรีส์ 11 เรื่องใหม่ที่กำลังจะออกอากาศ ไม่ว่าจะเป็น Girl From Nowhere The Series (เกิร์ล ฟอร์ม โนแวร์ เดอะ ซีรีส์), The Judgement(เดอะ จัดจ์เมนท์), Monkey Twins (มังกี้ ทวิน), Bangkok Love Stories Season 2 (แบงคอก เลิฟ สตอรี่ส์ ซีซัน 2) และ Sleepless Society (สลีปเลส โซไซตี้) ซึ่งจะทยอยออกอากาศให้ได้ชมพร้อมกันทั่วโลกทาง Netflix (เน็ตฟลิกซ์) เร็วๆนี้

์์์Netflix

เอริก้า นอร์ธ Director of International Originals ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, Netflix (เน็ตฟลิกซ์) กล่าวว่า “เราเชื่อว่าคอนเทนต์ดีๆ ที่มีความหลากหลายของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะสามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกบนการให้บริการของ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ได้ ซึ่งสมาชิกของ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) กว่า 190 ประเทศทั่วโลกจะได้พบกับความสดใหม่ และความน่าตื่นเต้นจากการเล่าเรื่องผ่านซีรี่ส์คุณภาพจากเมืองไทย”

ด้าน นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ความร่วมมือของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่และสร้างปรากฎการณ์ครั้งสำคัญให้กับคอนเทนต์จากประเทศไทย เราภูมิใจและตื่นเต้นที่ฝีมือของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง คนเขียนบท ผู้กำกับ และทีมโปรดักชั่น จะได้เข้าถึงผู้ชมกว่าล้านคนทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้นเรายังรู้สึกตื่นเต้นที่ทีม     ครีเอเตอร์ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะได้นำคอนเทนต์ที่หลากหลายสู่สายตาของผู้ชมทั่วโลกบนแพลตฟอร์มของ Netflix  (เน็ตฟลิกซ์) ซึ่งจะสามารถดึงดูดความสนใจและทำให้ทุกคนทั่วโลกได้รู้จักวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยมากขึ้น

from:http://mobileocta.com/netflix-joins-gmm-grammy-to-deliver-thai-series-for-over-700-hours/

Netflix เริ่มมีละครไทยเครือ GMM บ้างแล้ว

มีการพบว่าใน Netflix ตอนนี้มีละครของไทยเรื่อง O-Negative ของเครือ GMM Grammy มาให้ดูกันแล้ว อนาคตเราคงได้เห็นละครเรื่องอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ถือว่าเป็นปีเบิกฤกษ์ของละครไทยที่ไปอยู่ใน Netflix ก็ว่าได้เมื่อมีการพบละคร O-Negative ของเครือ GMM Grammy ที่เคยฉายในไทยตั้งแต่ปี 2016 ตอนนี้มีให้ดูบน Netflix แล้วเป็นเรื่องแรก เท่าที่สำรวจใน Netflix ประเทศต่าง ๆ อาทิในอเมริกา, ยุโรป, สิงคโปร์ ก็มีเรื่อง O-Negative ปรากฏในระบบแล้วเช่นกัน ยกเว้น Netflix ในญี่ปุ่นที่ยังไม่มี

 

นอกจากเรื่อง O-Negative เท่าที่ลองค้นหาชื่อละครเรื่องอื่น ๆ ของ GMM Grammy พบว่าชื่อ Club Friday ก็มีอยู่ในระบบแล้วแต่ยังไมปรากฏเรื่องดังกล่าวขึ้นมาให้ดู (นี่เราจะส่งวัฒนธรรมละครแย่งผัวเมีย, ผัวมีเมียน้อยของไทยไปให้ชาวโลกดูจริง ๆ รึ ?) 

 

 

ตามข้อมูลที่มีออกมาทาง GMM ได้เซ็นสัญญากับ Netflix มาพักใหญ่แล้วและพร้อมส่งละครไทยเรื่องต่าง ๆ ในเครือไม่ว่าจะ Hormones วัยว้าวุ่น, ฉลาดเกมส์โกง เตรียมฉายในเร็ว ๆ นี้ (ตามในข่าวระบุว่าวันที่ 20 เม.ย. นี้) ส่วนละครหรือซีรีส์ใหม่ ๆ ที่กำลังฉายอยู่ในไทยก็มีแผนนำขึ้น Netflix ในอนาคตด้วยเช่นกัน 

ทั้งนี้ทาง GMM Grammy ยังไม่ได้เผยรายละเอียดว่าอนาคตจะทำละครหรือซีรีส์หรือหนังที่เป็น Netflix Original ด้วยหรือไม่ (หมายถึงทำเพื่อฉายบน Netflix ที่เดียว โดยไม่ฉายที่อื่นเลย)

เท่าที่มีข้อมูลมาตั้งแต่ปีที่แล้วมีหลายบริษัทที่ทำละครและหนังในไทยที่ได้ติตต่อกับ Netflix แต่เราไม่ทราบขั้นตอนว่าท้ายที่สุดแล้วตกลงจบดีลกันได้หรือไม่ 

from:http://www.siampod.com/2018/04/19/thai-sesries-from-gmm-grammy-on-netflix/

ถึงเวลาซีรีส์ไทยใน Netflix, GMM Grammy นำซีรีส์เด่นลง Netflix ออกสู่สายตาชาวโลก

Netflix ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ GMM Grammy ให้นำซีรี์ของช่องไปออกอากาศให้กับสมาชิกของ Netflix ที่มีผู้ใช้งาน 125 ล้านคนได้

ตัวอย่างซีรีส์ของค่าย GMM Grammy ที่จะนำไปลง Netflix คือบรรดาซีรีส์เก่าที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็น Hormones, Bad Genius, O-Negative รวมทั้งซีรีส์เรื่องใหม่ 11 เรื่องที่กำลังจะออกอากาศ ไม่ว่าจะเป็น Girl From Nowhere The Series, The Judgement, Monkey Twins, Bangkok Love Stories Season 2 และ Sleepless Society

ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้งาน Netflix บางราย เจอซีรีส์ O-Negative ออกอากาศบน Netflix แล้ว

No Description

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/101614

เอไอเอส ชูจุดแข็ง ผู้นำวิดีโอแพลตฟอร์ม หนึ่งเดียวในไทย เดินหน้าจับมือพันธมิตร 3 ค่ายดัง “แกรมมี่ – ซีเนริโอ – วอท เดอะ ดัก”

·       เอไอเอส เผยยอดชมวิดีโอบนแอปฯ AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX โตอย่างก้าวกระโดด คนนิยมชมเอ็กซ์คลูซีฟฟรีคอนเทนต์ อย่างไลฟ์คอนเสิร์ตมากที่สุด จึงเร่งต่อยอดความสำเร็จ ควง  3 ค่าย จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ซีเนริโอ และวอท เดอะ ดัก เชื่อมความสนุกจากออฟไลน์สู่ออนไลน์  ยกขบวนไลฟ์คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง และมิวสิคัลโชว์แห่งปีที่ทุกคนรอคอย รวมถึงคลังคอนเสิร์ตย้อนหลังให้คนไทยชมฟรีตลอดทั้งปี พร้อมปักธง ปั้น AIS PLAY เป็นวิดีโอแพลตฟอร์มบันเทิงเพื่อ  คนไทย พร้อมสนับสนุนโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้กับพันธมิตร

·       ฟ้าใหม่ ย้ำ คอนเสิร์ตแกรมมี่ ยิ่งไลฟ์ยอดขายบัตร ยิ่งพุ่ง มองเป็นโอกาสโตของวงการเพลง ตีโจทย์ขยายความบันเทิงทุกรูปแบบสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เผยฟีดแบ็กปีที่แล้วเปรี้ยงมาก แฟนๆ ติดใจ ภาพคมชัด และมีหลายจอให้เลือก แง้มปีนี้ เสริมทัพ ขนคลังคอนเสิร์ตดังแกรมมี่ที่ทุกคนคิดถึง รวม 120 คอนเสิร์ต ในรอบ 20 ปี มาให้เลือกดูย้อนหลังอย่างเต็มอิ่ม

·       บอย ถกลเกียรติ ร่วมกับ เอไอเอส ปลุกกระแส การแสดงสดรูปแบบใหม่แห่งปี 2018 ด้วยการเปิดประสบการณ์ การชมผ่านหน้าจอแบบเรียลไทม์ ตั้งเป้าขยายฐานผู้ชมการแสดงสดให้บูมในวงกว้าง คาดช่วยกระตุ้นให้อยากมาสัมผัสบรรยากาศจริง เชื่อมั่น ทำออนไลน์ดี ช่วยสร้างการรับรู้ หนุนออฟไลน์

AIS

นายปรัธนา  ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า วันนี้ เอไอเอส มี  AIS PLAY เป็นวิดีโอแพลตฟอร์ม ที่อัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์จากทุกมุมโลก ตอบไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ เอ็กซ์คลูซีฟฟรีคอนเทนต์ อย่างไลฟ์คอนเสิร์ตรายการวาไรตี้ต่างๆ ที่เอไอเอสได้ร่วมกับพันธมิตรคัดสรรมาให้ชมบน AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX โดยเฉพาะ

เป็นสิทธิพิเศษด้านความบันเทิงที่เราตั้งใจมอบให้กับลูกค้าเอไอเอสเท่านั้นที่จะได้ชม ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาด ปีนี้เราจึงต่อยอดความสำเร็จ จับมือกับพันธมิตรธุรกิจบันเทิง ได้แก่ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, ซีเนริโอ และวอท เดอะ ดัก นำคอนเสิร์ตและมิวสิคัลโชว์ มาให้ชมสดผ่านเครือข่ายมือถือ เพื่อมอบประสบการณ์ความสนุกครั้งใหญ่ให้กับลูกค้าได้ชมแบบเต็มอิ่มตลอดปี 61 นี้ และเตรียมเปิดตัวความร่วมมือกับค่ายเพลงและค่ายบันเทิงชั้นนำอีกมากมายในเร็วๆ นี้

โดยเอไอเอสถือเป็นรายแรกที่ลงมาบุกเบิกตลาดคอนเทนต์ ไลฟ์คอนเสิร์ต แบบเต็มตัว เพราะเราเชื่อว่า เครือข่ายดิจิทัลจะเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อโลกของออฟไลน์หรือออนกราวด์อีเวนท์มาอยู่บนออนไลน์ เพื่อให้คนได้สัมผัสและเข้าถึงความสนุกได้อย่างไร้ข้อจำกัด ในแง่พันธมิตร ก็จะเป็นการช่วยสนับสนุนและสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางการตลาดและการเข้าถึงฐานผู้ชมในวงกว้างมากขึ้น โดยเราใช้เทคโนโลยีการถ่ายทอดสดที่ทันสมัย ให้ภาพคมชัด และเลือกชมได้แบบ Multi-Screen สูงสุด 3 มุมกล้อง

ในปีที่ผ่านมา AIS PLAY จัดถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ไปแล้ว จำนวน 23 คอนเสิร์ต มียอดผู้ชมรวม 5 ล้านวิว โดยคอนเสิร์ตที่มียอดผู้ชมสดสูงสุด อันดับ 1 คือ Big Mountain Music Festival 2018อันดับ 2 คือ Urban Music Festival และ อันดับ 3 คือ Whitehaus2 โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ไลฟ์คอนเสิร์ตรายการวาไรตี้ อาทิ Take Me Out Thailand และคอนเสิร์ตย้อนหลัง (VOD) ตามลำดับ

นายฟ้าใหม่ ดำรงธรรม กรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวทางของจีเอ็มเอ็มฯ คือ เราพยายามที่จะสร้าง Total Experience ให้กับผู้ชมอย่างต่อเนื่อง โดยขยายสู่ช่องทางของดิจิทัลแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่เราเคยนำเพลง หรือวิดีโอ มาลงบนออนไลน์

แต่วันนี้ แม้กระทั่ง ออนกราวด์อีเวนท์อย่างคอนเสิร์ต ก็ต้องปรับตัวมาสู่ดิจิทัลได้เช่นเดียวกัน โดยจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้ร่วมกับเอไอเอส ตั้งแต่ปีที่แล้ว ถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตดังๆ ทั้งที่จัดในฮอลล์ หรือระดับมิวสิกเฟสติวัล ซึ่งกระแสตอบรับถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก แฟนๆ ประทับใจที่สามารถชมพร้อมกันได้หลายจอ ทั้งศิลปินบนเวที และบรรยากาศ ทำให้อยากมีโอกาสสัมผัสด้วยตนเอง ส่งผลดีกับยอดการขายบัตรคอนเสิร์ตอื่นๆ ในค่าย ก็ขายหมดในระยะเวลาอันสั้น

ในปีนี้ เราจับมือเอไอเอสแน่นกว่าเดิม ยกขบวนไลฟ์คอนเสิร์ตจากศิลปินในค่ายมาให้ชมแบบจุใจ พร้อม Behind the Scene สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้าเอไอเอส ประเดิมด้วย ไลฟ์คอนเสิร์ตเป๊ก ผลิตโชค วันที่ 22 เม.ย. 2561 นี้ ต่อด้วยเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ของเป๊ก ในชื่อ Palit’s World จำนวน 10 ตอน และเซอร์ไพรส์สุดๆ เราเตรียมขน คลังคอนเสิร์ตดังที่ทุกคนคิดถึงจากศิลปินระดับตำนาน รวม 120 คอนเสิร์ต ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา มาให้ดูกันแบบเต็มอิ่มในรูปแบบวิดีโอออนดีมานซ์ บนแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX ที่แรกที่เดียว เร็วๆ นี้แน่นอน

 

นายถกลเกียรติ วีรวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับเอไอเอสครั้งนี้ เป็นการสร้างปรากฏการณ์การชม การแสดงสดรูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ผู้ชมสามารถได้รับชมโชว์สุดพิเศษผ่านหน้าจอแบบเรียลไทม์ได้ทุกที่ที่ต้องการ ซึ่งเราเองในฐานะผู้ผลิต ยินดีอย่างยิ่งที่ วันนี้ดิจิทัลแพลตฟอร์มทำให้เราสามารถขยายช่องทางการนำเสนอได้มากกว่าเดิม และมั่นใจว่าการทำออฟไลน์ควบคู่ไปกับออนไลน์นั้น จะสามารถส่งเสริมกัน และยิ่งทำให้ขยายฐานผู้ชมได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้าง การรับรู้ให้กับคนที่ไม่เคยดูมาก่อน  ซึ่งเราเชื่อเหลือเกินว่า เมื่อทุกคนได้เห็นบรรยากาศ ความสนุก ความตื่นตาตื่นใจ ความสดของโชว์ จะทำให้ผู้ชมอยากมาสัมผัสกับบรรยากาศจริงๆ แน่นอนครับ

นายสามขวัญ ตันสมพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอท เดอะ ดัก จำกัด กล่าวว่า โลกดิจิทัลทำให้ทุกคนต้องตื่นตัว และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เรามองว่าเทคโนโลยีที่เข้ามาคือโอกาสของทุกๆ คน สำหรับค่ายเพลงเองก็มีช่องทางในการนำเสนอคอนเทนต์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมาเราเน้นเพลง และ มิวสิกวิดีโอ ปล่อยตามวิทยุ หรือทีวี วันนี้ได้ขยายสู่การทำวิดีโอคอนเทนต์อื่นๆ และนำเสนอผ่านโลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ เราร่วมทำไลฟ์คอนเสิร์ตกับทางเอไอเอสมาหลายครั้ง ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ผ่านวิดีโอแพลตฟอร์มขนาดใหญ่อย่าง AIS PLAY ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้แฟนๆ ได้เข้าถึง และใกล้ชิดศิลปินได้ทุกที่ทุกเวลาในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม

ไม่ว่าจะเป็น ไลฟ์คอนเสิร์ต สิงโต นำโชค และ 10 Years Musketeers รวมถึง กิจกรรม Fan Meeting ของ The TOYS ก็มีให้ชมย้อนหลังได้ทาง AIS PLAY เช่นกัน ซึ่งในทุกๆ ครั้งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก และทำให้การันตีได้ว่า ดิจิทัลสามารถเบลนเข้ากับดนตรีได้อย่างลงตัว ปีนี้ วอท เดอะ ดัก จัดเต็มไลฟ์คอนเสิร์ตและ Fan Meeting ตลอดปีอีกเช่นเคย ปีนี้เรามุ่งเน้นผลิตคอนเทนต์ เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แน่นอนว่าการจับมือกับเอไอเอส จะยิ่งทำให้ความตั้งใจของเราเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ลูกค้าเอไอเอส สามารถรับชมการถ่ายทอดสดและรับชมย้อนหลัง คอนเสิร์ต และมิวสิคัลโชว์และ เอ็กซ์คลูซีฟ คอนเทนต์ ได้ผ่านแอป  AIS PLAY และกล่องAIS PLAYBOX โดยติดตามข่าวสาร ตารางการถ่ายทอดสด ได้ที่ Facebook Fan page AIS PLAY

from:http://mobileocta.com/ais-strengthens-video-platform-leadership-the-only-one-in-thailand-go-ahead-join-hands-with-3-partners/

เดินหน้าจับมือ GMM Grammy ต่อ Line TV มั่นใจปีนี้คอนเทนต์แข็งแรงขึ้น

ยังไปต่อไม่หยุด สำหรับการเดินหน้าจับมือพันธมิตรด้านคอนเทนต์ของ LINE TV ที่ตั้งแต่ต้นปีมา มีความร่วมมือไปแล้วทั้งช่อง 3 ช่องวัน 31 และล่าสุด GMM Grammy เพื่อให้การมีคอนเทนต์ในระบบมากที่สุด เพื่อรองรับพฤติกรรมการรับชมรายการย้อนหลังมีมากขึ้น เพื่อรองรับผู้ใช้งานของไลน์ที่มีกว่า 41 ล้านคน ซึ่ง LINE TV ที่เปิดให้บริการมากว่า 3 ปีโตไม่น้อยกว่า 100% แล้ว

ภาวิต จิตรกร, กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ และอริยะ พนมยงค์

จากพฤติกรรมการรับชม LINE TV ตั้งแต่เปิดให้บริการมานั้น ทุกอย่างมีทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ยอดการดาวน์โหลด 20 ล้านครั้ง ค่าเฉลี่ยการรับชมต่อวันอยู่ที่ 176 นาที คิดเป็น 2 ใน 3 ของการรับชมจากการรับชมผ่านทีวีแบบเดิม ส่งผลให้มีการลงโฆษณามีทิศทางเติบโตมากกว่า 100% ผ่าน 3 คอนเซ็ปต์หลัก คือ FIRST – เป็นเอ็กซ์คลูซีฟทีวีรีรันแห่งแรกก่อนใคร FREE – ชมบริการวีดีโอออนไลน์ฟรีและ Original คือ มีคอนเทนต์เฉพาะที่ดูผ่านไลน์ทีวีเท่านั้น

ซึ่งการต่อสัญญาความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มคอนเทนต์ให้ผู้ชมมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกได้มากขึ้น ถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมเพลงในการเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่

นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไป มีการเสพข่าวสาร ความบันเทิง ผ่านโลกออนไลน์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยทำให้เรื่องของเพลงและตัวศิลปินสามารถเข้าถึงผู้ฟัง ผู้ชมได้ง่ายขึ้น และยังเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ของแฟนๆ ทำให้มิติของศิลปินมีความกว้างขึ้น เพราะวันนี้เพลงเป็นมากกว่าเพลง

“LINE TV มี User Base สูงที่สุดในประเทศ มี Watch Time ที่สูงต่อวันและกลุ่มเป้าหมายชัดเจนซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับธุรกิจเพลง คือวัยรุ่นและวัยทำงาน ทำให้เป็นการผสมผสานที่ลงตัว”

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีอีกบทบาทที่สำคัญ คือการเป็น Breakthrough Content Providerในการผลิตและขายคอนเทนต์ไปยังตลาดโลก สำหรับคอนเทนต์ของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่จะนำเสนอผ่านแพลตฟอร์ม LINE TV มีด้วยกัน 2 รูปแบบคือ  Artist Content และ Premium Music Content ที่จะออกใหม่ทุกเดือนและอัดแน่นตลอดทั้งปี ซึ่งคอนเทนต์ทั้ง 2 รูปแบบ จะมาจาก ธุรกิจเพลงป็อป, ร็อค, ลูกทุ่ง เสริฟหลากหลายความบันเทิงผ่าน 12 รายการออนไลน์

โดยรายการต่างๆ จะมีศิลปินเป็นตัวนำ  ไม่ว่าจะเป็น รายการ ถ่ายเรี่ยราด เป็นรายการถ่ายรูปที่ได้ศิลปินจาก ‘White Music’ มาท้าศิลปินและนักแสดงคนอื่นๆ , นู๋เปาวลีมี 300 กับภารกิจการใช้เงินสุดหิน, เที่ยวบ้านพี่ไมค์ ที่จะพาไปเรียนรู้เรื่องการทำเกษตร ว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด และ รายการ WHY ALWAYS OAT? อะไรๆ ก็กู กับ ‘โอ๊ต ปราโมทย์’ผู้ชายที่ต่ำตมของศักราชนี้ เป็นต้น

ทางด้านของ Premium Music Content ที่จะส่งตรงถึงผู้ชมผ่านทาง LINE TV ตลอดทั้งปี จะเป็นคอนเทนต์จากศิลปินยอดนิยม อาทิ เป๊ก ผลิตโชค, ป๊อบ ปองกูล, โอ๊ต ปราโมทย์, อะตอม ชนกันต์, JETSET’ER, หมู MUZU, แบงค์ CLASH, นิว-จิ๋ว, PARADOX เป็นต้น รวมทั้งยังเอ็กซ์คลูซีฟมิวสิควิดีโอ ที่จะได้รับชมที่แรกก่อนใคร

อย่างไรก็ตาม การทำ 2 คอนเทนต์ Artist Content และ Premium Music Content ในครั้งนี้ทำให้เกิด 3 โอกาสด้วยกันคือ

1. โอกาสสำหรับศิลปิน ในการสร้างและส่งเสริมภาพลักษณ์ หรือ DNA ใหม่ๆ ให้กว้างขึ้น มากกว่าการเป็นนักร้องหรือวงดนตรี แถมยังช่วยสร้างรายได้จากวินโดว์ใหม่ให้กับศิลปินอีกด้วย

2. โอกาสสำหรับแพลตฟอร์ม ที่จะได้ Broadcast คอนเทนต์ที่ Exclusive และ Unique กว่ามิวสิคโปรดักส์ทั่วไป สามารถขยายกลุ่มเป้าหมาย โดยการ Cross Fan ของศิลปินไปยังแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นและสามารถสร้างรายได้ใหม่ๆ ให้กับแพลตฟอร์มได้ด้วยเช่นกัน

3. โอกาสสำหรับผู้ชม ที่จะสามารถรับชมคอนเทนต์ที่มีมิติหลากหลายได้มากขึ้นแบบไม่ได้ยึดติดกับ Format เดิมบวกกับการนำเสนอคอนเทนต์ของศิลปินในมุมที่น่าสนใจเพื่อส่งเสริมให้คนรักศิลปินในมิติที่กว้างขึ้น รวมถึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรับชมคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาช่วงสั้นๆ หรือที่จบในตอน เพราะเทรนด์ของตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ Micro Moment ซึ่งคอนเทนต์ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ตอบสนองได้เป็นอย่างดี

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากที่ LINE TV  ได้ประกาศกลยุทธ์ปี 2561 รวมไปถึงไลน์อัพคอนเทนท์ และพันธมิตรหลักไปก่อนหน้านี้ บริษัทจะมุ่งรักษาความเป็นแพลตฟอร์มดูทีวีย้อนหลัง และเพลงก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร

นีลเส็นเคยแถลงผลสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนในปีที่ผ่านมา พบว่า คนไทยใช้เวลากับมือถือเฉลี่ย 216 นาที/วัน โดยร้อยละ 94 ของผู้ใช้งาน จะใช้เวลาไปกับการฟังเพลง และร้อยละ 70 ของผู้ที่ฟังเพลงนี้ เป็นการฟังแบบออนไลน์สตรีมมิ่ง เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ดีต่อเนื่องบริษัทจึงยังเดินหน้าร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ ทั้งสองบริษัทไม่ได้ทำงานร่วมกัน เพียงแค่ในส่วนของคอนเทนท์เท่านั้น แต่ยังทำการตลาดร่วมกัน รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมอีกด้วย

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/03/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-gmm-grammy-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-line-tv-%e0%b8%a1%e0%b8%b1/