คลังเก็บป้ายกำกับ: GMM_Grammy

LINE ประเทศไทยเปิดตัวสติกเกอร์แบบใหม่ล่าสุด “Music Sticker” ที่มาพร้อมเสียงเพลง สนุกกับการแชตยิ่งขึ้น ผ่านท่อนฮุกเพลงฮิตจาก GMM Grammy

LINE ประเทศไทยเปิดตัวสติกเกอร์แบบใหม่ล่าสุด “Music Sticker” จัดใหญ่เซตแรก จับมือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ สร้างสรรค์สติกเกอร์ท่อนฮุกเพลงฮิตรวมประโยคเด็ดสุดจี๊ดโดนใจผู้ใช้ทุกรุ่นทุกวัย ให้ใช้สติกเกอร์แทนคำพูดและความรู้สึก สร้างสีสันในการสื่อสารให้สนุกยิ่งขึ้น

unnamed

นายกณพ ศุภมานพ หัวหน้าธุรกิจสติกเกอร์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันสติกเกอร์กลายเป็นเครื่องมือการสื่อสารที่ได้รับความนิยมอย่างมากและมีแนวโน้มจะเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ โดย4 ประเทศหลักที่ธุรกิจสติกเกอร์มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย และอินโดนีเซีย สำหรับประเทศไทยนั้น ในปีที่ผ่านมา ยอดดาวน์โหลดสติกเกอร์มีการเติบโตสูงกว่าร้อยละ 25 โดยปัจจัยที่ผลักดันในธุรกิจสติกเกอร์ของ LINE ได้รับการตอบรับที่ดีมาโดยตลอด มาจากการพัฒนารูปแบบของสติกเกอร์ให้มีความหลากหลาย และน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งสติกเกอร์ภาพนิ่ง รูปภาพ สติกเกอร์ที่มีการเคลื่อนไหว ป๊อบอัพ หรือสติกเกอร์ที่มีเสียง และล่าสุดสติกเกอร์ที่มีเสียงเพลง หรือ มิวสิคสติกเกอร์ ซึ่งประเทศไทยเปิดตัวเป็นประเทศที่สองรองจากประเทศญี่ปุ่น”

หลังจากเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน 2554 LINE ได้เริ่มใช้สติกเกอร์ในแชตตั้งแต่เดือนตุลาคม โดยมีการพัฒนารูปแบบสติกเกอร์เรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กในปี 2557 สติกเกอร์ที่มีเสียงและขยับได้เมื่อต้นปี 2558 ป๊อบอัพสติกเกอร์ ส่งความน่ารักแบบป๊อบอัพเต็มจอโทรศัพท์มือถือได้ในเดือนมิถุนายน 2559 รวมไปถึงโฟโต้สติกเกอร์ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2559 และล่าสุด “มิวสิคสติกเกอร์ (Music Sticker)” ครั้งแรกของสติกเกอร์ที่มาพร้อมเสียงเพลงความยาวสูงสุด 8 วินาที ที่จะเปลี่ยนแชตธรรมดาๆ ให้มีชีวิตชีวามากขึ้น โดยมิวสิคสติกเกอร์ เชตแรกที่เปิดตัวในประเทศไทย LINE ได้จับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่วงการเพลงอย่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งถือเป็นค่ายเพลงที่มีศิลปินที่ได้รับความนิยม และมีเพลงฮิตติดปากคนไทยจำนวนมาก โดยได้นำท่อนฮุกจากเพลงยอดนิยมทั้งในอดีตและปัจจุบันมาสร้างสรรค์เป็นสติเกอร์แบบพิเศษ เจาะกลุ่มผู้ใช้ทุกเพศทุกวัย ประเดิมเซ็ทแรกด้วยท่อนเพลงฮิตติดปากสำหรับคนทำงานออฟฟิศ ที่คัดสรรมาแล้วว่าโดนใจคนทำงานสุดๆ อาทิ อ้าว เฮ้ย (เพลง ‘อ้าว’ จากอะตอม), ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ (‘ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ’ จาก เจ เจตริน) เหนื่อยไหมสิ่งที่เธอทำอยู่ (‘เหนื่อยไหม’ จากเบิร์ด ธงไชย), เช้าไม่กลัว กลัวไม่เช้า (เพลง ‘เช้าไม่กลัว’ จากลีโอ พุฒ) นั่นแหละคือความกดดัน (‘กดดัน’ จากแอม เสาวลักษณ์) ไปจนถึง ออก อย่างนี้ต้องลาออก (เพลง ‘ลาออก’ จากบิลลี่ โอแกน) และอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะอารมณ์ไหนก็แชตได้ง่ายๆ แค่กดสติกเกอร์ส่งในคลิกเดียว

unnamed

นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทาง LINE ประเทศไทยที่ทำให้ไอเดียนี้เกิดขึ้นได้จริงด้วยการทำให้ท่อนฮุกสามารถสื่อสารเพลงได้ยาวถึง 8 วินาทีเป็นครั้งแรก ผมเชื่อว่าท่อนฮุกเพลงฮิตของแกรมมี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เนื้อหาที่สามารถเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยได้เพียงอย่างเดียว แต่เพลงของเราสามารถเจาะลึกเข้าถึงความรู้สึกด้วยการสร้างสรรค์บทเพลงคุณภาพกว่า 34 ปี ทุกคนมีประสบการณ์ร่วมกับท่อนฮุกในอารมณ์ที่หลากหลาย โปรเจคนี้เกิดขึ้นได้เพราะเรามี Big Data ที่บอกได้เลยว่าเพลงไหนฮิตเมื่อไหร่ โดนกลุ่มไหน คนฟังอายุเท่าไหร่ ฉะนั้นด้วยคลังเพลงและเพลงฮิตที่มีมากที่สุดในประเทศเราสามารถสร้างสรรค์มิวสิคสติกเกอร์ร่วมกับทาง LINE ได้อีกหลายร้อยหลายพันเวอร์ชั่น ซึ่งจะทำการปล่อยออกมาในอนาคตอันใกล้นี้”

” LINE มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าสติกเกอร์ “ท่อนฮุก เพลงฮิต” จากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ที่เปิดให้ดาวน์โหลดเป็นครั้งแรกในวันนี้จะช่วยให้ทุกๆ แชตสนุกและมีสีสันมากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้อย่างแน่นอน ” นายกณพ กล่าวทิ้งท้าย

ดาวน์โหลดสติกเกอร์ “ท่อนฮุกเพลงฮิต” ไปเม้าท์กันได้ตั้งแต่วันนี้ คลิกเลย : http://lin.ee/3EN42W6

สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต ยังสามารถซื้อสติกเกอร์และธีม ได้ง่ายๆ ผ่านช่องทาง LINE STORE (store.line.me) ไปลองดูวิดีโออธิบายการใช้งาน LINE STORE ได้ที่ :

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=181088

Advertisements

ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง Atime ปรับ Chill FM เป็น Chill Online วิทยุออนไลน์เต็มตัวครั้งแรกของไทย

เป็นคำถามที่ค้างคาใจใครหลายคนว่าทุกวันนี้ “คนยังฟังวิทยุกันอยู่หรือไม่” นี่คือเรื่องคอขาดบาดตายในวงการวิทยุพอสมควร Atime Media ในฐานะผู้นำตลาดนี้จึงทำการสำรวจทั้งด้วยตัวเอง และบริษัทวิจัยการตลาด พบว่า

คนยังฟังวิทยุอยู่ แต่เปลี่ยนอุปกรณ์การฟัง โดยพบว่าส่วนใหญ่ใช้ สมาร์ทโฟน ในการฟังเพลง แปลว่า ไม่ได้ยึดติดกับเครื่องรับวิทยุ ซึ่งกลายเป็นข้อดีสำหรับวงการวิทยุ เพราะคนสามารถฟังวิทยุได้ตลอดเวลา เมื่อคลื่นวิทยุมีความจำเป็นน้อยลง Atime จึงตัดสินใจ เปลี่ยน Chill FM เป็น Chill Online ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. นี้เป็นต้นไป

และนี่คือ วิทยุออนไลน์เต็มรูปแบบ ครั้งแรกในประเทศไทย

หมดสัญญา คืนคลื่น 94 ปรับทัพธุรกิจวิทยุใหม่

สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา หรือ พี่ฉอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มีเดีย บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) บอกว่า เมื่อคลื่นความถี่มีความจำเป็นน้อยลง และคลื่น 94 หมดสัญญา Atime จึงตัดสินใจคืนคลื่นความถี่ ไม่ต่อสัญญาอีก นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากที่เมื่อก่อนจะเกิดการประมูลแข่งขันเพื่อนำคลื่นความถี่มาใช้งาน แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว ความเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้น 2 ส่วน

1. Chill FM เปลี่ยนเป็น Chill Online เนื่องจากเป็นสถานีที่มีกลุ่มคนฟังออนไลน์สูงที่สุด เน้นเปิดเพลงฟังง่าย สบายๆ จึงเปลี่ยนเป็น วิทยุออนไลน์ฟังทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ตั้งแต่ 1 เม.ย.

2. คลื่น 94 คืนไปแล้ว ดังนั้น EFM จึงย้ายมาอยู่ที่ 104.5 และจะปรับผังรายการใหม่ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความสนุกสนานเฮฮากับดีเจชื่อดังเหมือนเดิม และทั้ง Chill Online กับ 104.5 EFM จะผสานพลังด้านธุรกิจในการจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน

ส่วน Green Wave 106.5 ถือเป็นสถานีที่อยู่มายาวนาน เน้นเปิดเพลงสบายๆ รู้สึกอบอุ่น มีกลุ่มคนฟังที่เหนียวแน่นแข็งแกร่งมาก จึงยังอยู่ตามเดิม

สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา

ปรับตัวในวันที่ธุรกิจแข็งแกร่ง มาที่เดียวมีครบทุกบริการ

พี่ฉอด บอกว่า การที่ไม่ต่อสัญญาคลื่น ทำให้ Atime ต้นทุนลดลงจากค่าเช่าคลื่น แต่ก็ต้องยอมรับว่ารายได้จากออนไลน์ถือว่ายังน้อยมาก ต้องใช้เวลาในการเริ่มสักระยะ ซึ่ง Atime จะเน้นขายโฆษณาเป็นแพ็คเกจ ไม่ได้เจาะจงเฉพาะราคาสปอตโฆษณาเท่านั้น ปรับเปลี่ยนเนื้อหาของ Chill Online ให้สอดคล้องกับรูปแบบออนไลน์

โดยผู้ฟังสามารถฟัง Chill Online ได้ทางเว็บไซต์ มีดีเจเปิดเพลง ทำกิจกรรมต่างๆ มีช่องทาง Facebook สำหรับถ่ายทอดรายการ Talk รวมถึงมีพื้นที่ให้ลูกค้า เช่น การรีวิว, การวางป้ายสินค้า และในอีก 2-3 เดือนจะเปิดแอปพลิเคชั่นของ Chill Online โดยเฉพาะเพื่อให้เกิดความชัดเจน และทำงานร่วมกับแอป Atime Media

ที่สำคัญคือ การมีธุรกิจที่ครบวงจรมากที่สุด ทั้งวิทยุ ออนไลน์ และ ออนแอร์ (คลื่น) ทั้ง 3 สถานี, มีช่องทีวีดิจิทัล GMM25 รวมถึง Atime Traveler, Atime Showbiz จัดกิจกรรมเต็มรูปแบบ มาที่เดียวมีบริการครบ

GMM25 เตรียมซีรีส์-รายการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

ด้านช่องทีวีดิจิทัล GMM25 ยังเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุ 15-34 ปี และเป็นกลุ่มคนเมืองเป็นหลัก โดยมีโปรแกรมที่หลากหลาย ทั้งหมดละคร ซีรีส์ และรายการต่างๆ ซึ่งเดือน เม.ย. นี้จะมีซีรีส์ละครใหม่ เช่น ละครคน, Club Friday The Series, Love Song Love Series มั่นใจว่าเป็นช่องที่มีซีรีส์มากที่สุด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในหลายรูปแบบ

“ปีนี้เตรียมงบลงทุนไว้ 500 – 600 ล้านบาท สำหรับรายการ และละคร อย่างละครึ่ง เพื่อให้ได้คอนเทนต์ที่มีคุณภาพและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย”

ทั้งนี้ ปัจจุบัน GMM25 มีเรทติ้งประมาณ 0.198-0.2 ซึ่งเป็นเรทติ้งแบบรวม มีเป้าหมายเพิ่มให้ได้ 0.5 ในปีนี้ แต่มั่นใจว่าหากวัดเรทติ้งแบบแยกกลุ่ม เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 15-34 เชื่อว่าจะมีเรทติ้งที่ดีกว่านี้

สรุป

กลุ่มธุรกิจที่เป็นผู้นำเลือกที่จะปรับเปลี่ยน หรือ Transform ตัวเองในวันที่ธุรกิจยังแข็งแกร่ง มากกว่าจะรอให้ถึงเวลาที่สถานการณ์บังคับ สำหรับธุรกิจวิทยุที่ดูเหมือนเป็นขาลง แต่จริงๆ คนดูแค่ปรับพฤติกรรมมาใช้อุปกรณ์ใหม่ๆ เท่ากับว่า วิทยุกำลังเข้าสู่โลกออนไลน์แบบเต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องรอการจัดสรรคลื่นเพื่อเป็นวิทยุดิจิทัล (ซึ่งมีอุปสรรคมาก และไม่รู้จะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน) พอเป็นออนไลน์ ก็สามารถออกอากาศได้ตลอดเวลา ไม่มีข่าวต้นชั่วโมง ไม่มีการตัดเข้ารายการพิเศษ ไม่มีช่วงเวลาคืนความสุขให้ประชาชน น่าจะถูกใจหลายๆ คนแน่นอน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

https://www.facebook.com/plugins/page.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fbrandinsideasia&tabs=profile&width=340&height=214&small_header=false&adapt_container_width=true&hide_cover=false&show_facepile=true&appId=129250203765952
from:https://brandinside.asia/chill-fm-change-to-chill-online/

FOX ฟ้อง ธนาคารกรุงเทพ 2,500 ล้านบาท ไม่จ่ายแบงก์การันตีค่าลิขสิทธิ์ GMM และ CTH

เรื่องในวงการทีวียังมีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด FOX NETWORK GROUP ASIA หรือ ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชีย (FOX) ได้ยื่นเรื่องต่อศาลที่ฮ่องกงและไทย ฟ้องธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กรณีไม่จ่ายแบงก์การันตีสำหรับค่าลิขสิทธ์การออกอากาศรายการของฟ็อกซ์ แทน บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) สองยักษ์ใหญ่ธุรกิจดิจิทัลทีวี

FOX ได้ทำสัญญาให้สิทธิ์ในการออกอากาศรายการต่างๆ แก่ จีเอ็มเอ็ม และซีทีเอช ตั้งแต่ปี 2556 โดยทั้งสองบริษัทได้ค้างชำระค่าสิทธิ์การออกอากาศดังกล่าวเป็นมูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท และต้องชำระดอกเบี้ยกรณีจ่ายล่าช้า ซึ่งธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ออกแบงก์การันตีเพื่อค้ำประกันการชำระเงินให้กับจีเอ็มเอ็ม และซีทีเอช และตั้งแต่ปี 2558 ธนาคารกรุงเทพ ไม่ได้ทำตามสัญญาเพื่อจ่ายแบงก์การันตีแทน 2 บริษัทดังกล่าวเลย

ซูบิน กานเดเวีย ประธานบริษัท ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป ประจำภูมิภาพเอเชีย-แปซิฟิก และตะวันออกกลาง บอกว่า การผิดสัญญาในการจ่ายแบงก์การันตีครั้งนี้ไม่เพียงจะส่งผลต่อฟ็อกซ์เท่านั้น แต่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย

“ความน่าเชื่อถือของธนาคาร ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของการเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน แบงก์การันตีที่ออกโดยธนาคารถือว่าเป็นเครื่องมือทางการเงินที่เป็นพื้นฐานต่อทั้งระบบการเงินและการพาณิชย์ของประเทศ ดังนั้น การทำหน้าที่ผู้ค้ำประกันตามสัญญา ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้ผู้ลงทุนเชื่อมั่นต่อธนาคารไทย การเพิกเฉยในการทำหน้าที่ดังกล่าว จึงถือเป็นความเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือของธนาคารด้วย”

ธนาคารรับความเสี่ยงร่วมธุรกิจทีวีดิจิทัล

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว กสทช. ได้เปิดประมูลใบอนุญาตการดำเนินกิจการทีวีดิจิทัล และสร้างรายได้ให้แก่รัฐกว่า 50,000 ล้านบาท โดยมีธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ออกแบงก์การันตีรายใหญ่ที่สุดแก่ผู้ให้บริการทีวีดิจิทัลในประเทศไทย โดยออกแบงก์การันตีแก่ผู้ให้บริการจำนวน 14 ราย จากทั้งหมด 24 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท หรือ 41% ของค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมด

อย่างไรก็ตามผู้ชนะการประมูลต้องประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากการซื้อขายเวลาโฆษณาชะลอตัว อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน อีกทั้งผู้ชมยังคงนิยมรับชมทีวีแบบอนาล็อก และเปลี่ยนมาดูทีวีแบบดิจิทัลในอัตราที่ต่ำอยู่มาก

การยุติการให้บริการของทีวีดิจิทัลช่องต่างๆ นับเป็นการทดสอบระบบของธนาคารไทย เนื่องจากส่งผลให้บรรดาเจ้าหนี้ขอให้ธนาคารหลักหลายแห่งในประเทศไทยต้องจ่ายแบงก์การันตีแก่คู่สัญญา และผู้ผลิตหลายราย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การซื้อเวลาโฆษณาในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการซื้อเวลาโฆษณาผ่านช่องทีวีดิจิทัล ถือว่าต่ำมาก โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 การซื้อเวลาโฆษณาผ่านทีวีดิจิทัล คิดเป็นมูลค่าราว 9,000 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การซื้อเวลาโฆษณาผ่านทีวีอนาล็อกลดลง 11% คิดเป็นมูลค่าราว 26,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากการบริโภคภายในประเทศที่ลดลง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/fox-sue-bangkokbank-for-lg-tvdigital/

กลุ่มปราสาททองโอสถ ซื้อหุ้นเพิ่มทุนช่อง GMM ONE 31 ครองสัดส่วนหุ้น 50%

GMM One HD

ตลาดทีวีดิจิตอลเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หลัง บริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ผู้ถือหุ้นใหญ่ 51% ของบริษัท “เดอะวันเอ็นเตอร์ไพรส์” เจ้าของสถานีทีวีช่อง One HD 31 ประกาศว่า บริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด ของตระกูลปราสาททองโอสถ (โรงพยาบาลกรุงเทพ และสายการบินบางกอกแอร์) จะเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุน และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของช่อง One HD ด้วยสัดส่วน 50%

เดิมที บริษัทเดอะวันเอ็นเตอร์ไพรส์ มี GMM Grammy ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และมีกลุ่มบริษัทของ “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้กำกับละครชื่อดัง ถือหุ้น 49% (กลุ่มของนายถกลเกียรติ ถือหุ้นในชื่อของนายถกลเกียรติเอง, บริษัทซีเนริโอ และบริษัท วันทำดี รวมกัน 49%) โดยมีทุนจดทะเบียนเดิม 1.9 พันล้านบาท

การเข้ามาของกลุ่มปราสาททองโอสถครั้งนี้ บริษัทเดอะวันเอ็นเตอร์ไพรส์ จะเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3.8 พันล้านบาท (เพิ่มอีก 1.9 พันล้านบาท) และสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหม่จะเป็นดังนี้

  • บริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด 50%
  • GMM Grammy 25.50%
  • กลุ่มของนายถกลเกียรติ 24.50%

กระบวนการเพิ่มทุนจะแบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 จำนวน 500 ล้านบาท และครั้งที่สองในเดือนพฤษภาคม 2560 จำนวน 1.4 พันล้านบาท

บริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด ผู้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของช่อง One HD มีนางสาวปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ บุตรสาวของนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นผู้ถือหุ้น 99.98%

การซื้อหุ้นครั้งนี้ยังมีประเด็นว่า กลุ่มปราสาททองโอสถ ถือหุ้นในช่องทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีช่อง PPTV อยู่แล้ว โดยช่อง PPTV บริหารงานโดย บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งมีนายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ และบุตรชาย นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ เป็นกรรมการ (แต่นางสาวปรมาภรณ์ บุตรสาว ไม่ได้เป็นกรรมการ)

การซื้อหุ้น One HD ของกลุ่มปราสาททองโอสถ ถือเป็นความต่อเนื่องของการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของบริษัทสื่อไทย หลังจากที่เพิ่งมีข่าว ตระกูลสิริวัฒนภักดี เจ้าของเบียร์ช้าง ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของกลุ่มอมรินทร์ จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เช่นกัน

ที่มา PPTV

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/one-hd-channel-owners-change/

การปรับตัวของยักษ์ใหญ่ GMM Grammy เจ้าของคอนเทนต์ในยุคดิจิทัลครองเมือง

160729 Pic AIS - GMM_4

ในยุคดิจิทัล ที่แม้ทีวีจะยังเป็นสื่อหลัก แต่ก็ไม่ได้สร้างรายได้มากเหมือนแต่ก่อน และกำลังมีสื่อช่องทางออนไลน์ที่มีความหลากหลาย และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคแบบ Individual Mass หรือ เจาะรายบุคคลจำนวนมากๆ ผ่านอุปกรณ์ ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เจ้าของคอนเทนต์ก็ต้องปรับตัว เพราะจะรอส่งออกคอนเทนต์ทางทีวีอย่างเดียวไม่พอแล้ว

GMM Grammy ที่มีทีวีดิจิทัล 2 ช่องในมือก็รู้เรื่องนี้ดี เพราะสื่อทีวี ผูกติดอยู่กับ “เวลา” การออกอากาศไหลไปเรื่อยๆ หยุดไม่ได้ และมีเวลาที่จำกัดมาก ยิ่งเมื่อรายได้จากโฆษณาไม่ได้มากมายอย่างที่คิด การต่อสู้แย่งชิงเรทติ้ง มีทั้งกับช่องทีวีด้วยกัน และต้องสู้กับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปดูสื่ออนไลน์มากขึ้น

ว่าแล้ว GMM Grammy ก็จับมือกับ AIS ผู้ให้บริการมือถือที่มีโครงข่าย 3G-4G และมีผู้ใช้งานมากที่สุด เพื่อให้บริการคอนเทนต์ผ่านทาง AIS Play

160729 Pic AIS - GMM_8

เปิด VDO Platform ต่อยอดไปทุกสื่อ

ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด AIS และ ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย GMM Grammy บอกว่า การทำธุรกิจคอนเทนต์ปัจจุบันต้องเป็นแบบ Multi-Channel หนึ่งในนั้นคือ VDO Streaming ผ่านการให้บริการของ AIS ซึ่งมีผู้ใช้ประจำ (Active User) กว่า 1 ล้านราย ข้อดีของการทำคอนเทนต์ทางออนไลน์คือ จะสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ชม และติดตามผลได้แบบชัดเจน

ดังนั้น อนาคตถ้าคอนเทนต์ได้ดัง ได้รับความนิยมมาก มีโอกาสนำมาต่อยอดออกทางแพล็ตฟอร์มอื่นๆ ซึ่งตรงกับโมเดลธุรกิจของ GMM Bravo ที่นอกจากจะทำ Exclusive แล้วจะมี Library Content คือรวมคอนเทนต์ต่างๆ ไว้นำมาฉายใหม่ รีรันใหม่ได้ตลอดเวลา

การบริหารคอนเทนต์ลักษณะนี้ สร้างรายได้ให้กับ GMM Bravo เป็นสัดส่วนกว่า 20% อีกประมาณ 70% เป็น Advertising และ Sponsor โดยทาง ฟ้าใหม่ บอกว่า แม้ออนไลน์จะเป็นสื่อที่มาแรงมาก แต่ช่องทางทีวี ยังสร้างรายได้หลักให้บริษัท แต่ออนไลน์ จะเป็นโลกใหม่ (New World) ของ GMM Grammy

ais ais

ลูกค้าไม่ได้ดู AIS Play แต่ดูคอนเทนต์ที่ AIS หามาให้

AIS บอกว่า การจับมือกับ GMM Grammy ทำให้ AIS มีคอนเทนต์ ซึ่งคนดูแค่ไม่ได้ดู AIS Play แต่กำลังดูคอนเทนต์ที่ AIS หามาให้ แต่แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เริ่มต้นคือ ต้องมี Network ที่ดีและครอบคลุมก่อน คาดว่าปลายปีนี้ 4G จะครอบคลุม 85% ของประชากร และการมีคอนเทนต์ดีๆ มาให้ดู จะทำให้ลูกค้ามีความสุขกับการใช้บริการมากขึ้น

สำหรับคอนเทนต์จะประกอบด้วย

  1. LIVE Streaming Concert ครั้งแรกของไทย กับการถ่ายทอดสด คอนเสิร์ตใหญ่ของแกรมมี่ กว่า 10 คอนเสิร์ต บนแอป AIS Play และ AIS PLAYBOX ให้ลูกค้าเอไอเอสได้ชมฟรี พร้อมกับผู้ชมในฮอลล์! สนุกเต็มอารมณ์ ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยเทคนิคมุมกล้องพิเศษแบบ LIVE X 3 ให้สามารถเลือกชมคอนเสิร์ตในมุมที่หลากหลายยิ่งกว่า ประเดิมด้วย คอนเสิร์ต PACK 4 ของ 4 หนุ่มร็อก “แบงค์-ปั๊บ-หนุ่ม-กวาง” ในวันที่ 3 ก.ย. 59 และ คอนเสิร์ต Bodyslam and The orchestra รวมถึงคอนเสิร์ต ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ตลอดปี 59
  2. ซีรี่ส์ชุดพิเศษ ได้แก่ ซีรี่ส์ชุด Melodies of life อาทิ คนไม่มีแฟน, ภาพลวงตา, เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิด และแบดเฟรนด์ รวมถึง ซีรี่ส์ชุดอังกอร์ 100 ล้านวิว อาทิ เชือกวิเศษ, ลมเปลี่ยนทิศ, ภูมิแพ้กรุงเทพ และไม่เคย ซึ่งเอ็กซ์คลูซีฟ ชมย้อนหลังได้บนแอป AIS PLAY และ AIS PLAYBOX เท่านั้น
  3. Artist Story รายการ Music Masters ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตของ 4 ศิลปินระดับแถวหน้าของเมืองไทย ได้แก่ ตูน บอดี้สแลม, ปั๊บ โปเตโต้, เนม ปราการ ไรวา และ แหลม 25 Hours ซึ่งเอ็กซ์คลูซีฟ ชมย้อนหลังได้บนแอป AIS PLAY และ AIS PLAYBOX เท่านั้น

160729 Pic AIS - GMM_3

สรุป

GMM Grammy เป็นผู้ให้บริการคอนเทนต์ที่จับมือกับผู้ให้บริการช่องทาง (ก่อนหน้านี้มีให้บริการกับ LINE TV) ครั้งนี้เป็น AIS เชื่อว่าครั้งต่อๆ ไปจะมีผู้ให้บริการที่มีช่องทางไปถึงผู้บริโภคอื่นๆ อีก เป็นจุดเริ่มต้นการปรับตัวทางธุรกิจ เพื่อส่งคอนเทนต์ไปให้ถึงมือผู้บริโภคให้มากที่สุด

จากนี้เชื่อว่า จะเห็นรูปแบบการผูกรวมคอนเทนต์ทั้งคอนเทนต์เก่าและคอนเทนต์ใหม่ แบบ exclusive มากขึ้น เพื่อดึงดูดผู้ชม จริงอยู่ว่าตอนนี้รายได้หลักของ GMM Grammy ยังเป็นทีวี แต่การไม่ยึดติดกับทีวีเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องแล้ว

ขณะที่ AIS คือการใช้ประโยชน์จากโครงข่าย 4G ให้มากที่สุด แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้บริการ

from:https://brandinside.asia/gmm-grammy-ais-vdo-streaming/

ครั้งแรกของไทย AIS ผนึก GMM GRAMMY ถ่ายทอดสด Live Streaming คอนเสิร์ตใหญ่ ให้ลูกค้า ชมสด ย้อนหลัง ฟรี! ที่นี่ที่เดียว!

เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำด้านเครือข่ายและบริการดิจิทัล รุกสู่ความเป็นเบอร์ 1 ด้าน VDO Platform ของไทย ผนึกกำลัง “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ยักษ์ใหญ่ธุรกิจสื่อบันเทิงของประเทศ ร่วมสร้างปรากฎการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ จัดเต็ม เอ็กซ์คลูซีฟ คอนเทนต์ที่ดีที่สุด ของแกรมมี่ ทั้งคอนเสิร์ต และซีรี่ส์ยอดนิยม ให้ลูกค้าเอไอเอส ชมสดและย้อนหลัง ฟรี! บนวิดีโอแพลทฟอร์มที่ดีที่สุดอย่าง AIS PLAY และ AIS PLAYBOX มอบความสุขให้คอบันเทิงชาวไทยและลูกค้าเอไอเอสได้เต็มอิ่มกับสุดยอดของความบันเทิงแห่งยุคดิจิทัลได้ ทุกที่ ทุกเวลา

160729 Pic AIS - GMM_2

ครั้งแรกของไทย! กับการถ่ายทอดสด Live Streaming 10 คอนเสิร์ตใหญ่แห่งปี ให้ลูกค้าเอไอเอสได้ชมฟรี! แบบ Real Time พร้อมกับผู้ชมในฮอลล์! ประเดิมด้วย คอนเสิร์ต PACK 4 ของ 4 หนุ่มร็อกชั้นนำ วันที่ 3 ก.ย. 59 รวมทั้ง ซีรีส์ชุดใหม่ล่าสุด Melodies of life, อังกอร์ 100 ล้านวิว และArtist Story ชุด “มิวสิค มาสเตอร์” รวมอีกกว่า 112 ตอน ทยอยออกอากาศ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 59 เป็นต้นไป พร้อมเปิดให้ชมย้อนหลังได้บนแอป AIS PLAY และ AIS PLAYBOX เท่านั้น

160729 Pic AIS - GMM_8

นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า “วันนี้ เราได้ก้าวเข้าสู่ยุค DATA อย่างเต็มตัว ด้วยศักยภาพของเครือข่าย Digital Infrastructure ที่แข็งแกร่งของเอไอเอสทั้ง 3G, 4G, 4.5 G, AIS SUPER WiFi และ AIS FIBRE ทำให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลคอนเทนต์ ให้ลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้เทรนด์ของวิดีโอคอนเทนต์เติบโตแบบก้าวกระโดด มากกว่า 167 % จากปีที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน VDO Platform เอไอเอสจึงได้ สานต่อความร่วมมือกับพันธมิตรรายสำคัญ “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ผู้นำอันดับ 1 ด้านธุรกิจสื่อบันเทิงของไทย ซึ่งร่วมมือกันในเชิงกลยุทธ์มาอย่างยาวนาน ทั้งในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่ายเพลง, ช่องทางการเข้าถึงคอนเทนต์ ฯลฯ และวันนี้ เราจับมือกันก้าวไปอีกขั้น มุ่งสร้างสรรค์ The best digital entertainment platform ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและคนไทย โดยประสานความแข็งแกร่งของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน ส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงอันน่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยคอนเทนต์ที่ดีที่สุดของแกรมมี่ ทั้งคอนเสิร์ต และซีรี่ส์ยอดนิยม ให้ลูกค้าเอไอเอสได้รับชมฟรี! ทั้งสดและย้อนหลัง บนแอปพลิเคชั่น AIS PLAY และกล่องทีวีอินเทอร์เน็ต AIS PLAYBOX เท่านั้น ประกอบด้วย

160729 Pic AIS - GMM_5

1. LIVE Streaming Concert ครั้งแรกของไทย กับการถ่ายทอดสด คอนเสิร์ตใหญ่ของแกรมมี่ กว่า 10 คอนเสิร์ต บนแอป AIS Play และ AIS PLAYBOX ให้ลูกค้าเอไอเอสได้ชมฟรี พร้อมกับผู้ชมในฮอลล์! สนุกเต็มอารมณ์ ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยเทคนิคมุมกล้องพิเศษแบบ LIVE X 3 ให้สามารถเลือกชมคอนเสิร์ตในมุมที่หลากหลายยิ่งกว่า ประเดิมด้วย คอนเสิร์ต PACK 4 ของ 4 หนุ่มร็อก “แบงค์-ปั๊บ-หนุ่ม-กวาง” ในวันที่ 3 ก.ย. 59 และ คอนเสิร์ต Bodyslam and The orchestraรวมถึงคอนเสิร์ต ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ตลอดปี 59
2. ซีรี่ส์ชุดพิเศษ ได้แก่ ซีรี่ส์ชุด Melodies of life อาทิ คนไม่มีแฟน, ภาพลวงตา, เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิด และแบดเฟรนด์ รวมถึง ซีรี่ส์ชุดอังกอร์ 100 ล้านวิว อาทิ เชือกวิเศษ, ลมเปลี่ยนทิศ, ภูมิแพ้กรุงเทพ และไม่เคย ซึ่งเอ็กซ์คลูซีฟ ชมย้อนหลังได้บนแอป AIS PLAY และ AIS PLAYBOX เท่านั้น
3. Artist Story รายการ Music Masters ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตของ 4 ศิลปินระดับแถวหน้าของเมืองไทย ได้แก่ ตูน บอดี้สแลม, ปั๊บ โปเตโต้, เนม ปราการ ไรวา และ แหลม 25 Hours ซึ่งเอ็กซ์คลูซีฟ ชมย้อนหลังได้บนแอป AIS PLAY และ AIS PLAYBOX เท่านั้น

160729 Pic AIS - GMM_4

นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความร่วมมือกับเอไอเอส ในครั้งนี้ว่า “เนื่องจาก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เป็น Content Provider ที่มีคลังคอนเทนท์ด้านบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในปีนี้เราได้ปรับรูปแบบการบริหารคอนเทนท์เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นในหลากหลายช่องทาง โดยนำเอากลยุทธ์ Total Viewer Experience มาใช้ในการนำพาคอนเทนท์ไปสู่ Multi Platform เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับกลุ่มเป้าหมายหลัก 2 กลุ่ม ประกอบด้วย
ในด้านของคนดู ที่ปัจจุบันมีไลฟ์สไตล์ในการเสพคอนเทนท์แบบมัลติสกรีน นั่นหมายความว่าพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ได้ดูแค่จอเดียว แต่ยังเปิดรับสื่อในช่องทางอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ทีวี มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต จึงทำให้เราต้องนำพาคอนเทนท์ไปสู่ทุกมัลติสกรีน เพื่อพาคอนเทนท์ให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ แบบ on demand ของคนดู วิธีนี้จะทำให้เกิด online engagement ได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ขณะที่ด้านของสปอนเซอร์ ก็สามารถสร้าง Product Experience ไปคู่กับเนื้อหาของคอนเทนท์ และเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้ชมได้ผ่านทุก contact point ซึ่งจะส่งผลให้แบรนด์มีบทบาทในชีวิตผู้บริโภคและมี Brand Engagement กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

160729 Pic AIS - GMM_7
ทั้งนี้ การเปิดให้บริการผ่าน AIS PLAY และ AIS PLAYBOX จะช่วยขยายผลในการบริหารคอนเทนต์ ดังนี้ 1. ไลฟ์สตรีมมิ่ง คอนเสิร์ต ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถขยายผลของการจัดคอนเสิร์ตให้เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างมากขึ้น โดยจุดเด่นของการดูแบบ ไลฟ์ สตรีมมิ่ง ผ่าน AIS PLAY ก็คือ การเพิ่มมุมกล้องเพื่อให้ผู้ชมได้เห็นโชว์จากคอนเสิร์ตในหลากหลายมิติมากขึ้น 2. ซีรี่ส์ ที่ถูกสร้างมาจากเพลงยอดนิยมและยังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งผู้ชมยังสามารถรับชมซีรี่ส์เรื่องโปรดแบบย้อนหลังได้ตามที่ต้องการ ถึง 104 ตอน และ 3. Artist Story เรื่องราวที่จะเปิดแง่คิดและมุมมองของศิลปินที่เป็น Pop Icon ของวงการเพลง ที่มาของแรงบันดาลใจและการก้าวมายืนในจุดสูงสุดของวงการเพลงในบ้านเราได้ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมที่จะไปให้ถึงจุดหมายของตัวเอง ซึ่งคอนเทนท์ดังกล่าวนี้ เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชม และน่าจะส่งผลให้เกิด engagement ในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการพูดถึง บอกต่อ การแชร์ ที่จะทำให้คอนเทนท์ของเราถูกขยายผลออกไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น” นายฟ้าใหม่กล่าว

นายปรัธนากล่าวสรุป “ทั้งนี้ เอไอเอสรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้ให้ความไว้วางใจ และเชื่อมั่นในศักยภาพเครือข่าย และแพลตฟอร์มของเรา ร่วมกันส่งมอบประสบการณ์บันเทิงแห่งยุคดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ และเติมเต็ม Digital Ecosystem ของธุรกิจคอนเทนต์วีดิโอในเมืองไทยให้เติบโตไปด้วยกัน”

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=153294

AIS จับมือ GMM ผลิตคอนเทนต์ผ่าน AIS PLAY และ AIS PLAYBOX ให้ชมฟรี

AIS ร่วมมือกับค่ายดนตรี GMM Grammy ทำคอนเทนต์วิดีโอลงแพลตฟอร์ม Streaming ประกอบด้วย Live Concert ที่จัดโดยแกรมมี่แบบสดๆ 10 โชว์ ซีรี่ส์ และ เรื่องราวของศิลปินยอดนิยมหรือ Artist Story ให้ลูกค้า AIS ชมผ่าน AIS PLAY และ AIS PLAYBOX เท่านั้น

ในการผนึกกำลังกันครั้งนี้ ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้จัดการการตลาด GMM ระบุว่าแกรมมี่ เป็น Content Provider ที่มีคลังบันเทิงที่ใหญ่ที่สุด และปีนี้ได้ปรับรูปแบบการบริหารคอนเทนต์เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้หลายช่องทางมากขึ้น โดยใช้กลยุทธ์ Total Viewer Experience มาใช้ในการนำพาคอนเทนต์ไปสู่ Multi Platform ด้าน AIS ระบุว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แกรมมี่ให้ความไว้วางใจในแพลตฟอร์มของเรา ที่จะมาเติมเต็มธุรกิจคอนเทนต์วีดิโอในเมืองไทยให้เติบโตไปด้วยกัน

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/83969