คลังเก็บป้ายกำกับ: GUI

ไมโครซอฟท์อัพเดตแอพ XAML Controls Gallery ช่วยสาธิตการใช้ Fluent Design System

ไมโครซอฟท์ยังคงทยอยปรับปรุงเครื่องมือและเอกสารต่างๆ เพื่อสนับสนุนและผลักดันการใช้ Fluent Design System แนวทางการดีไซน์แบบใหม่สำหรับการพัฒนาแอพบน Windows 10

และล่าสุดก็มาถึงคราวของ XAML Controls Gallery แอพสาธิตการทำงานของ control ต่างๆ ที่ให้ใช้ใน Universal Windows Platform ที่ได้รับอัพเดตเพื่อเพิ่มตัวอย่างการใส่ลูกเล่นใหม่ๆ ของ Fluent Design

โดยไมโครซอฟท์ตั้งใจให้แอพดังกล่าวเป็นตัวช่วยทดลอง Fluent Design แบบอินเตอร์แอคทีฟ ที่นักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดไปใช้ศึกษาควบคู่กับการอ่านเอกสารบนเว็บ Windows Style Guide เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการเรียนรู้คุณสมบัติและโค้ด XAML ของ control ตัวใหม่ที่นักพัฒนาจำเป็นต้องใช้เพื่อปรับแอพของของตัวเองให้เข้ากับการออกแบบสไตล์ Fluent Design

นักพัฒนาท่านใดสนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอพ XAML Controls Gallery ได้ที่ Microsoft Store และเข้าไปรับซอร์สโค้ดของแอพได้ที่ GitHub ครับ

ที่มา – Channel 9, MSPoweruser

ภาพตัวอย่างแอพ XAML Controls Gallery จาก Microsoft Store
No Description

from:https://www.blognone.com/node/96695

Advertisements

ไมโครซอฟท์ยกเครื่อง XAML Designer for Visual Studio ทำงานเร็วขึ้น รองรับ Fluent Design

ไมโครซอฟท์มีตัวช่วยออกแบบอินเทอร์เฟซ XAML Designer อยู่ใน Visual Studio มานาน แต่มันไม่ค่อยได้รับการปรับปรุงมากนัก โดยเฉพาะเรื่องประสิทธิภาพที่มีคนบ่นกันมาก

ล่าสุดไมโครซอฟท์ประกาศยกเครื่อง XAML Designer ใหม่ โดยเน้นไปที่ประเด็นเหล่านี้

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพให้ทำงานรวดเร็วขึ้นมาก
  • รองรับสไตล์การออกแบบอันใหม่ของไมโครซอฟท์ Fluent Design System ที่เน้นแสง เงา เลเยอร์โปร่งแสง ภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ
  • เสถียรภาพ ปรับปรุงให้ทำงานร่วมกับแอพตระกูล .NET บนเดสก์ท็อป
  • ปรับสถาปัตยกรรมของตัวโปรแกรมใหม่ โดยใช้โครงจากฟีเจอร์ XAML Edit & Continue ให้โพรเซสส่วนการออกแบบของโปรแกรมมีขนาดเล็กลง โหลดเร็วขึ้น ไม่แครชง่าย แต่อาจสูญเสียฟีเจอร์บางอย่างของ XAML Designer ตัวเก่าไปบ้าง

XAML Designer ตัวใหม่ยังมีสถานะเป็น early preview และมาพร้อมกับ Visual Studio 2017 version 15.4.0 Preview โดยจะใช้ได้กับการสร้างแอพแบบ UWP ของ Windows Fall Creators Update

ที่มา – Microsoft

ซ้าย: XAML Designer ของใหม่ รองรับวัตถุโปร่งใสของ Fluent Design, ขวา: เวอร์ชันปัจจุบัน

No Description

from:https://www.blognone.com/node/95544

ไมโครซอฟท์ออก XAML Standard มาตรฐาน GUI เขียนครั้งเดียวทำงานได้ข้ามแพลตฟอร์ม

ในโลกของไมโครซอฟท์มีภาษา XAML (อ่านว่า “ซาเมล”) สำหรับบรรยาย UI แยกจากส่วนของโค้ดโปรแกรม ภาษา XAML ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัย .NET 3.0 และถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย

ในยุคถัดมา XAML ถูกนำมาใช้กับการพัฒนาโปรแกรมบนแพลตฟอร์มอื่นที่ไม่ใช่ .NET เช่น Windows Phone (ปัจจุบันคือ UWP) หรือ Xamarin.Forms ของค่าย Xamarin (สมัยยังไม่ถูกไมโครซอฟท์ซื้อ) ปัญหาที่เกิดขึ้นคือแต่ละแพลตฟอร์มก็สร้างแท็ก XAML เฉพาะของตัวเองที่ใช้งานร่วมกันไม่ได้ สร้างความยุ่งยากให้กับนักพัฒนา

ในงาน Build 2017 เมื่อคืนนี้ ไมโครซอฟท์จึงประกาศทำ XAML Standard เป็นชุดมาตรฐานกลางให้แพลตฟอร์มในสังกัดตัวเองต้องปฏิบัติตาม เป้าหมายของไมโครซอฟท์คือนักพัฒนาเขียน UI เพียงชุดเดียว (ตามสเปก XAML Standard) แล้วสามารถทำงานข้ามกันได้ทั้งบน UWP, WPF และ Xamarin.Forms ที่จะใช้งานกับแอพบน Android/iOS ได้ด้วย

No Description

ในเบื้องต้น XAML Standard 1.0 จะออกภายในปีนี้ ยังทำงานได้กับ UWP และ Xamarin.Forms (WPF ต้องรออีกหน่อย) และเมื่อเราเขียนหน้าตาของแอพตาม XAML Standard แล้ว แอพของเราจะมีหน้าตาสวยงามทั้งบน UWP (Windows 10, Windows 10 Mobile) และ Android/iOS โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย

ในกรณีของการเขียน XAML Standard บนวินโดวส์ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือแอพของเราจะได้ดีไซน์แบบใหม่ Fluent Design System โดยอัตโนมัติ

No Description

แนวคิดของ XAML Standard คือการเป็นชุด GUI มาตรฐานกลาง เมื่อบวกกับ .NET Standard 2.0 ที่เป็นไลบรารีมาตรฐานกลาง จะทำให้การเขียนแอพบนมาตรฐานเหล่านี้ด้วย Visual Studio สามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้นมาก

No Description

ที่มา – XAML Standard

from:https://www.blognone.com/node/92368

LibreOffice โชว์ UI แบบใหม่ หน้าตาเหมือน Ribbon ของ Microsoft Office

The Document Foundation องค์กรผู้ดูแล LibreOffice ประกาศโครงการปรับปรุงอินเทอร์เฟซของโปรแกรมครั้งใหญ่ ในชื่อ MUFFIN (My User Friendly & Flexible INterface)

Project MUFFIN จะมี GUI ทั้งหมด 4 แบบให้เลือกใช้ตามต้องการ ได้แก่

  • Standard Toolbar แบบในปัจจุบัน
  • Single Toolbar แถบเครื่องมือแถวเดียว เพื่อมุมมองกว้างที่สุด
  • Sidebar with Single Toolbar มีแถบเครื่องมือด้านข้างเพิ่มเข้ามา
  • Notebook Bar แถบเครื่องมือขนาดใหญ่ ลักษณะเดียวกับ Ribbon ของ Microsoft Office

แนวคิดของ Notebook Bar คล้ายกับ Ribbon ของ Microsoft Office มาก ตอนนี้โครงการยังอยู่ในขั้นต้นแบบ และกำลังเปิดรับความคิดเห็นว่าควรมี “แท็บ” ใน Notebook Bar ด้วยหรือไม่ และยังไม่มีกำหนดเวลาชัดเจนว่าเราจะได้เห็น UI ชุดนี้ใน LibreOffice เวอร์ชันเสถียรกันเมื่อไร

ที่มา – The Document Foundation, LibreOffice Design Team

from:https://www.blognone.com/node/88647

Raspberry Pi มีระบบ GUI ของตัวเองชื่อ PIXEL, พัฒนาต่อจาก LXDE

Raspberry Pi มีดิสโทรลินุกซ์ของตัวเองชื่อ Raspbian (พัฒนาจาก Debian) ล่าสุดดิสโทรตัวนี้กำลังพัฒนาไปอีกขั้น เพราะมีระบบ GUI ของตัวเองในชื่อ PIXEL แล้ว

PIXEL คือการนำระบบเดสก์ท็อปโอเพนซอร์ส LXDE มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับ Raspberry Pi มากขึ้น หน้าตาสวยงามกว่าเดิม มีหน้าจอบูตแบบกราฟิกพร้อมโลโก้ Raspberry Pi และเลขเวอร์ชัน, มีภาพพื้นหลังที่สวยงาม, ปรับปรุงไอคอนใหม่ให้น่าใช้กว่าเดิม, ปรับปรุงการแสดงผลฟอนต์, เพิ่มตัวเลือกการปิด Wi-Fi และ Bluetooth, เปลี่ยนเบราว์เซอร์จาก Epiphany มาเป็น Chromium และเพิ่มแอพใหม่ Real VNC เข้ามา

ส่วนชื่อ PIXEL นั้นไม่เกี่ยวอะไรกับ Google Pixel แต่ย่อมาจาก “Pi Improved Xwindows Environment, Lightweight” ซึ่งทีมพัฒนาระบุว่าพยายามคิดชื่อที่มีคำว่า Pi ผสมกับ X window นั่นเอง

ผู้ที่สนใจดาวน์โหลด สามารถดาวน์โหลดอิมเมจได้จาก หน้าเว็บของ Raspberry Pi โดยเลือกเป็น Raspbian with PIXEL

ที่มา – Raspberry Pi

from:https://www.blognone.com/node/85972

ชาว Windows Phones มีเฮเตรียมพร้อมใช้งาน Lumia Camera สำหรับผู้ใช้ Windows 10

Lumia-Camera-50-Denim-lede
แอพลิเคชัน Lumia Camera มีแนวโน้มว่ากำลังจะขยายตัวไปยังผู้ใช้ระบบปฏิบัติการณ์มือถือ Windows 10 สำหรับสมาร์ทโฟนทุกยี่ห้อในช่วงสัปดาห์หน้านี้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งข้อมูลต่างๆ ก็ได้รับการเปิดเผยออกมาแล้วเรื่อยๆ แอพลิเคชันใหม่ล่าสุดสำหรับกล้องรุ่นเบต้า สามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้จากร้านค้าของ Microsoft โดยเมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา Jesse Leskinen ได้ทำการดาวน์โหลดไฟล์แอพลิเคชันลงมาบนสมาร์โฟน Samsung ATIV S

รูปภาพจากแอพลิเคชันได้ถูกพบใน Windows Central ที่ถูกโพสต์ขึ้นโดย Leskinen ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปแบบของแอพลิเคชัน Lumia Camera นั่นเอง แม้ว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่นั้นจะมีบางคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์จาก Lumia Denim ที่เหมือนกับ Rich Capture ที่ไม่ได้ถูกนำเสนอออกมาก็ตาม

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแอพลิเคชันกล้องนี้คือ HID (Human Interface Devices – ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้และอุปกรณ์) การสนับสนุนบลูทูธ ถึงแม้ว่าข้อมูลในส่วนนี้จะยังไม่มีความชัดเจนสำหรับแอพลิเคชันนี้ก็ตาม ด้วยรูปแบบของ Advanced Bluetooth ที่เป็นข่าวลือว่าจะมีอยู่ใน Windows Phone 8.1 GDR2 นั้นทำให้มีแนวโน้มเป็นอย่างมากที่จะมีอยู่ใน Windows 10 ด้วยเช่นกัน

lumia-camera-win10-samp

Leskinen ได้แบ่งปันประสบการณ์ของการใช้แอพลิเคชันเพิ่มเติมดังนี้:

“สำหรับตอนนี้ดูเหมือนจะมีเพียงแอพลิเคชัน Lumia Camera เท่านั้นที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง GUI อย่างชัดเจน และดูเหมือนจะเป็นเฉพาะสำหรับ Lumia เท่านั้นอีกด้วย แต่ฉันคิดว่าแอพลิเคชันนี้จะสามารถพบได้ในโทรศัพท์ทุกรุ่นที่มี Windows 10 Technical Preview อย่างแน่นอน ไม่มีตัวเลือกสำหรับกล้องโทรศัพท์นั่นก็เพราะโทรศัพท์ของฉันยังไม่รองรับแอพลิเคชันนี้นั่นเอง”

camera-beta

แอพลิเคชันที่มีอยู่ตอนนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงใหม่มาตั้งแต่เดือนตุลาคมของปีที่แล้วตามข้อมูลที่ปรากฏที่พบอยู่ในร้านค้า หมายถึงว่ามีความเป็นไปได้มากทีเดียวที่รุ่นใหม่จะนำไปใส่ไว้ใน Windows 10 สำหรับโทรศัพท์มือถือในอนาคต

ปัจจุบันโทรศัพท์ Lumia มีแอพลิเคชันกล้องหลักอย่างน้อย 2 แอพลิเคชันด้วยกัน ซึ่งเป็นแอพลิเคชันพื้นฐานจาก Microsoft และจาก Nokia Lumia Camera เอง ซึ่งรวมกับแอพลิเคชันกล้องอื่นๆ ของ Lumia เช่น การถ่ายภาพพาโนรามา, Cinemagraph และอื่นๆ และทำให้รู้สึกว่า Microsoft ต้องการจะรวมแอพลิเคชันต่างๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อนำไปไว้ใน Windows 10 โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ Microsoft เองก็ถือเป็นเจ้าของ Lumia Camera อยู่แล้วเช่นกัน

lumia-camera-win10

 

ในท้ายที่สุดแล้ว Leskinen เผยให้เห็นว่าแอพลิเคชัน Windows Previewer จะสามารถพบได้ในโทรศัพท์รุ่น 8.1 GDR1 และ GDR2 ในเร็วๆ นี้พร้อมทั้งรุ่นปรับปรุงใหม่ก็เป็นได้ นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ใช้ Windows Phone ในปัจจุบัน โดยคาดกันว่า Microsoft จะออกมาประกาศสำหรับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน Windows 10 ในสัปดาห์หน้านี้

ที่มา : WINDOWSCENTRAL

from:http://www.appdisqus.com/2015/01/19/lumia-camera-app-likely-be-expanded-all-windows-phones-windows-10.html

การออกแบบอินเทอร์เฟซระหว่างรถยนต์กับมนุษย์ใน Ford SYNC 3

การออกแบบอินเทอร์เฟซเพื่อให้มนุษย์ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะเป็นหัวข้อวิจัยที่วงการคอมพิวเตอร์พยายามพัฒนาอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จุดสำคัญที่สุดคงเป็นการที่คอมพิวเตอร์เปลี่ยนจากระบบอินพุตหลักเป็นคีย์บอร์ดและเมาส์มาเป็นจอสัมผัส

upic.me

ในงาน NAIAS นอกจากฟอร์ดจะเปิดตัวรถหลายรุ่น (รุ่นสำคัญที่สุดที่สื่อสหรัฐฯ ให้ความสนใจคือ GT ที่เป็นรถแข่งที่ยังใช้วิ่งบนถนนจริงได้) หัวข้อนำเสนอหนึ่งคือกระบวนการพัฒนาอินเทอร์เฟซของ SYNC 3 ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าผู้ใช้ต้องเข้าถึงฟีเจอร์สำคัญๆ ของรถได้โดยที่ไม่เสียสมาธิต่อการขับขี่ หัวข้อนี้นำเสนอโดย Parrish Hanna ผู้อำนวยการฝ่าย Human Machine Interface

upic.me
upic.me

คำถามสำคัญของการออกแบบ SYNC 3 คือการถามว่าผู้ใช้ทั่วไปเข้าใจและใช้งานฟีเจอร์ที่รถให้มาหรือไม่ โดยทุกวันนี้รถยนต์มีฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อร้อยปีก่อนอย่างมาก แต่อินเทอร์เฟซของรถกลับพัฒนาอย่างสะเปะสะปะ ผู้ใช้เข้าใจได้ยากว่าสุดท้ายแล้วจะต้องการใช้ฟีเจอร์เหล่านั้นอย่างไร

upic.me

เป้าหมายหนึ่งของการออกแบบทของฟอร์ดคือเปิดให้รถยนต์ทำงานร่วมกับโทรศัพท์ได้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตอบโต้กับโทรศัพท์ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย Parrish ระบุว่าผู้ใช้จำนวนมากวางโทรศัพท์ไว้บนหน้าตักตลอดเวลา บางคนวางไว้ในที่วางแก้วแล้วหันไปมองตลอดเวลาซึ่งอันตรายมาก ทางฟอร์ดพิจารณาแนวทางที่จะวางอินเทอร์เฟซใหม่นี้ลงไปหลายจุด แล้วตัดสินใจว่าจะวางลงไปแทนวิทยุในรถยนต์

upic.me
upic.me
upic.me

กระบวนการออกแบบอินเทอร์เฟซจะวนเป็นรอบๆ ออกแบบและทดสอบกับกลุ่มทดสอบไปเรื่อยๆ โดยบางครั้งผู้ทดสอบจะต้องอยู่ในรถจำลอง บางครั้งอยู่ในคอนโซลจำลองเพื่อถามว่าสามารถเปิดปิดฟังก์ชั่นที่กำหนดได้ถูกต้องหรือไม่ ในการทดสอบหนึ่งผู้ทดสอบจะได้รับมอบหมายให้ขับรถจำลองต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงเพื่อสังเกตว่าเขายังตอบสนองได้ดีหรือไม่หากขับรถยาวจนเหนื่อยล้า จากนั้นจึงนำผลที่ได้มาปรับปรุงเป็นเวอร์ชั่นต่อไป

upic.me

หน้าจออินเทอร์เฟซของ SYNC 3 ถูกเลือกมาหลายหลายว่าจะออกแบบในธีมแบบไหน และได้ข้อสรุปว่าจะอาศัยความเคยชินกับโทรศัพท์อยู่แล้วโดยปรับเป็นการออกแบบแบบ flat

upic.me

จากนั้นจึงออกแบบอินเทอร์เฟซะพื้นฐานว่าควรจะมีหน้าจออะไรบ้าง อินเทอร์เฟซถูกปรับมาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้รูปแบบที่ทีมงานพอใจเมื่อช่วงกลางปี 2013 แล้วจึงเริ่มกระบวนการทดสอบครั้งแรกในเดือนกันยายน ทีมงานได้รับเสียงตอบรับว่าอินเทอร์เฟซมีปัญหาอะไรบ้าง การทดสอบหนึ่งแสดงให้เห็นว่าการ “เลื่อน” บนหน้าจอสัมผัสไม่เหมาะกับการใช้งานในรถนักเพราะผู้ใช้ไม่สามารถปรับค่าได้ตามต้องการ

upic.me

การทดสอบแต่ละรอบผู้ใช้จะมีโจทย์ให้สั่งงานรถในฟังก์ชั่นพื้นฐานที่ใช้งานบ่อยๆ เช่น เล่นเพลงจาก USB, สั่งโทรศัพท์ด้วยเสียง, หาเส้นทางในแผนที่, ปรับอุณหถูมิในห้องโดยสาร ฯลฯ ผลการทดสอบได้คำตอบอย่างหนึ่งคือผู้ใช้ส่วนมากไม่ต้องการปุ่ม “Home” บนโทรศัพท์ ต่างจากการใช้งานแท็บเล็ตและโทรศัพท์

upic.me

เมื่อมาถึงขั้นสุดท้ายก่อนอินเทอร์เฟซจะได้รับอนุมัติ ทีมงานจึงทดสอบกับ “ANN” หญิงคนหนึ่งที่ขับรถจำลองแล้วขอให้ทำตามคำสั่งที่กำหนดขณะที่ขับรถไปด้วย

upic.me

ทางฟอร์ดยอมรับว่าปัญหาอินเทอร์เฟซนั้นไม่ได้จบแค่การทดสอบภายใน แต่เมื่อรถยนต์ที่ใช้ SYNC 3 ออกสู่ตลาดจริงๆ แล้วน่าจะมีปัญหาอื่นๆ เข้ามายังฟอร์ดจากการซัพพอร์ต ทางฟอร์ดเตรียมเก็บข้อมูลที่ได้รับรายงานจากซัพพอร์ดเพื่อมาอัพเดตซอฟต์แวร์ให้สมบูรณ์ขึ้นไปภายหลัก เพราะ SYNC 3 นั้นรองรับการอัพเดต OTA ผ่าน Wi-Fi ได้ด้วย

ความสำเร็จของ SYNC 3 คงไม่ได้ขึ้นกับกระบวนการออกแบบเพียงอย่างเดียว ยังมีความท้าทายอื่นๆ ทั้งการหาแนวร่วมและการแข่งขันจากคู่แข่ง แต่บทเรียนการออกแบบส่วนอินเทอร์เฟซระหว่างรถและผู้ใช้ของฟอร์ดก็น่าจะเป็นบทเรียนให้กับกระบวนการออกแบบแอพพลิเคชั่นได้

อัลบั้มภาพทั้งหมดของการบรรยายนี้อยู่ใน Google+ ครับ

Ford, GUI, Usability

from:http://www.blognone.com/node/64715