คลังเก็บป้ายกำกับ: HACKATHON

Elon Musk จัด Hackathon เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาในสายการผลิต Tesla Model 3

ผู้อ่านคงเคยได้ยินคำว่า Hackathon กันมาบ้าง ส่วนมากจะเป็นการแข่งขันเขียนโปรแกรมตามโจทย์ที่ตั้งไว้และรับรางวัลกันไป ล่าสุด Elon Musk ซีอีโอ Tesla ทวีตว่าได้จัด Hackathon เพื่อแก้ปัญหาสายการผลิต Model 3 อยู่

ทวีตดังกล่าวเป็นการอ้างถึงบทความของ Ars Technica ที่บอกว่า Tesla กำลังทำผิดซ้ำรอยบริษัทรถยนต์อื่นๆ ตั้งแต่ปี 1980 เช่น GM เคยพยายามทำให้สายการผลิตเป็นแบบอัตโนมัติ เสียเงินไปมากมายและล้มเหลว ซึ่ง Elon Musk ก็บอกว่าเป็นบทความวิจารณ์ที่แฟร์ แต่พวกเขาก็กำลังแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว และตอนนี้มี Hackathon ดำเนินอยู่เพื่อแก้ 2 ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในสายการผลิต และมันกำลังไปได้สวยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ Elon ยอมรับว่าเขาผิดเองที่ใช้หุ่นยนต์มาประกอบ Tesla Model 3 มากเกินไป

ที่มา – Electrek

No Description

from:https://www.blognone.com/node/102252

Advertisements

จีนขอร้องแฮคเกอร์อย่าไปร่วมงานแข่งแฮคต่างประเทศ เพราะหวั่นเป็นการช่วยเหลือชาติคู่แข่ง

Beijing Chaitin Technology หรือเรียกโดยย่อว่า Chaiting ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจีนเผยข้อมูลว่าสาเหตุที่แฮคเกอร์จีนซึ่งเคยทำผลงานได้ดีในการแข่งรายการ hackathon ระดับนานาชาติต่างๆ กลับเงียบหายไปอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้ เป็นผลมาจากการที่ทางการจีนเรียกร้องให้นักวิจัยด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ของจีนงดการร่วมงานแข่งในต่างประเทศ สาเหตุเป็นเพราะมอว่านั่นถือเป็นการช่วยเหลือต่างชาติ

Chaintin อ้างว่าช่วงปลายปีที่แล้วมีคำร้องขอจากทางการจีนมายังบริษัทให้งดการเข้าร่วมงานแข่งแฮคในต่างประเทศ และขอให้หันมาเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเสริมสร้างความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ภายในประเทศจีนเป็นหลัก

No Description

ในระยะหลังนี้แฮคเกอร์จีนทำผลงานในการแข่งแฮคได้อย่างโดดเด่น ตัวอย่างเช่นงาน Pwn2Own เมื่อปีก่อน 3 ทีมตัวแทนของจีนอันได้แก่ Qihoo 360, Tencent และ Chaitin พากันกวาดรางวัลกันไปมากมาย แต่ปีนี้ Chaitin เองต้องงดส่งตัวแทนเข้าร่วมงานที่แคนาดาตามคำเรียกร้องของทางการจีน

ทางสำนักข่าว SCMP ได้ติดต่อไปยัง Qihoo 360 และ Tencent เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ยังไม่มีการตอบกลับ ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทสซึ่งเป็นกระทรวงที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยระบบอินเทอร์เน็ตก็ไม่ตอบรับข้อซักถามจาก SCMP เช่นเดียวกัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ Trend Micro หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงผู้จัดงาน Pwn2Own ก็แสดงความเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยแม้จะไม่ระบุชื่อประเทศจีนตรงๆ แต่ก็บอกว่าทราบเรื่องที่บางประเทศมีนโยบายขอให้องค์กรในประเทศของตนงดการเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันอย่าง Pwn2Own หรือ Capture the Flag

ไม่มีใครรู้ว่านี่เป็นนโยบายการตอบโต้ชาติมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อย่างสหรัฐอเมริกาที่อาจดำรงอยู่แค่ช่วงสั้นๆ หรือจะกลายเป็นกฎแข็งขันที่จะบังคับใช้ในระยะยาว แต่หลายคนเป็นห่วงว่านี่จะทำให้วงการคอมพิวเตอร์เสียโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยของระบบในภาพรวม

ที่มา – SCMP

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/101233

ครั้งแรกของ Hackathon จัดโดยวาติกัน เน้นใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาสังคม วิกฤตผู้อพยพ

องค์กรต่างๆ จัด Hackathon จนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่จะมีสักกี่ครั้งที่องค์กรศาสนาใช้แฮกกาธอน เป็นอีกช่องทางในการโปรโมทประเด็นเชิงสังคม

VHacks คือ Hackathon ครั้งแรกที่เจ้าภาพการจัดคือนครรัฐวาติกัน โดยมีเป้าหมายคือใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อเอาชนะอุปสรรคทางสังคม โดยครอบคลุมสามประเด็นหลักคือ การรวมตัวกันทางสังคม, ความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และ การช่วยเหลือผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย

ผู้เข้าร่วม VHacks เป็นนักเรียนนักศึกษาประมาณ 120 ชีวิต และยังเน้นความหลากหลายทางภูมิหลังของผู้เข้าร่วมแข่งขันด้วย ไม่จำเป็นต้องนับถือศาสนาคริสต์ก็เข้าร่วมการแข่งขันได้ นอกจากนครรัฐวาติกันแล้วยังมีผู้ร่วมจัดงานเป็นภาคเอกชนหลายแห่ง เช่น Google, Microsoft, SalesForce

สำนักวาติกันนำโดยโป๊บฟรานซิสในระยะหลังมานี้ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมากในวงการศาสนา โป๊บฟรานซิสโปรโมทประเด็นความหลากหลายสูงมาก และยังเป็นบุคคลที่ประยุกต์นำเอาเทคโนโลยี และโซเชียลมีเดียในการทำงานเผยแผ่คำสอนด้วย

No Description
ภาพจาก VHacks

ที่มา – WIRED

from:https://www.blognone.com/node/100486

เทสโก้ โลตัสจัดแฮกกาธอนให้ผู้สนใจเข้าอบรมทำนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ร้านค้า Lotus Express

เทสโก้ โลตัส ประกาศจัดงานแฮกกาธอน 2018 ให้สตาร์ทอัพ บุคคลจากวงการต่างๆ นิสิต นักศึกษาสมัครเข้ามาฝึกอบรมและประกวดนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมค้าปลีก Lotus Express โดยนวัตกรรมต้องตอบโจทย์ 5 โจทย์สำคัญคือ digital transformation, เทรนด์สุขภาพ, โครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง ครอบครัวขนาดเล็กลง การมาถึงของสังคมสูงอายุ, ความสะดวกรวดเร็ว และความยั่งยืน เปิดรับผลงานที่จะเข้าประกวดทุกรูปแบบ เช่น ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น

สำหรับผู้ชนะในงาน เทสโก้ โลตัส แฮกกาธอน จะได้รางวัลมูลค่า 400,000 บาท เป็นตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ – ลอนดอน เพื่อไปดูงานที่เทสโก้ แล็บ และรางวัลเงินสดอีกประมาณ 450,000 บาท

No Description

สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส ระบุว่าสาเหตุที่กำหนดโจทย์เป็นการค้าปลีก Lotus Express เนื่องจากเป็น touch point หรือจุดสัมผัสสำคัญที่ได้เจอกับผู้บริโภคมาก โดย Lotus Express มีลูกค้าใช้บริการประมาณ 415 ล้านครั้งต่อปี

ในงานประกาศจัดงาน แฮกกาธอน ยังมีสัมมนาหัวข้อ “แนวโน้มการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีกและ Mega Trends ของลูกค้ายุคใหม่” ผู้เข้าร่วมเสวนาได้แก่

  • รศ.ดร. ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย ผู้ช่วยอธิการบดีงานยุทธศาสตร์และนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส
  • ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผุ้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA
  • อมฤต เจริญพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง HUBBA

แรงงานไหลออกนอกระบบ productivity ลด ส่งผลต่อ GDP

ฉัตรชัย จาก DEPA ระบุว่า ประเทศไทยมีแรงงานไหลออกจากระบบปีละ 1% และหาก productivity ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ปีละ 1% จะส่งผลต่อ GDP ฉะนั้นเราจึงต้องมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเพิ่ม productivity สำนักงาน DEPA พยายามเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนวัตกรรมและตลาด เพื่อให้ตลาดปรับตัวได้ และสร้างโอกาสให้นวัตกรรมได้เติบโต

บทบาทมหาวิทยาลัยเปลี่ยนจากผู้สอนมาเป็นผู้สร้างนวัตกร

ณัฐชา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่าที่มหาวิทยาลัยเตรียมเปิดตัว Siam Innovation District หรือเมืองนวัตกรรมแห่งสยาม ภายในเดือนมีนาคม 2018 เป็นพื้นที่เปิดให้เยาวชนเข้ามาสร้างนวัตกรรมใหม่ เนื่องจากสตาร์ทอัพเป็นเทรนด์โลก จึงเป็นพันธกิจของมหาวิทยาลัยจากเดิมที่เป็นเพียงผู้สอน มาเป็นผู้สร้างนวัตกร โดยมีวิสัยทัศน์สำคัญคือ Industry lead Innovation หรือการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมและเอกชน ให้มามีส่วนร่วมสร้างนวัตกรรมเพื่อที่คนทำนวัตกรรมจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาสร้างโจทย์ใหม่ ดังนั้นเราจึงจะเห็นเวทีในลักษณะนี้ (แฮกกาธอน) มากขึ้นเรื่อยๆ
มองศักยภาพเยาวชนไทยว่ามีความสามารถมาก ขอแค่ให้มีระบบนิเวศน์ที่เหมาะสม มีพื้นที่ให้พวกเขา อย่างทาง Siam Innovation District มี sandbox, มีทุน มี mentor และเวทีให้พวกเขาได้เข้ามาแสดงผลงานกัน

สตาร์ทอัพไทยต้องเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม

อมฤต จาก Hubba มองว่าอาจจะไม่ทันแล้ว ที่สตาร์ทอัพไทยจะสร้างนวัตกรรมที่คนทั่วโลกอยากใช้ จากประสบการณ์เห็นว่าสตาร์ทอัพไทยอาจยังขาดความเข้าใจในอุตสาหกรรม การจัดแฮกกาธอนจึงเป็นโอกาสดีที่ให้คนทำนวัตกรรมทำโซลูชั่นที่เอาไปใช้ได้จริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนั้นเข้ามาเล่าปัญหา ในขณะเดียวกัน วงการสตาร์ทอัพของไทยมีจุดแข็งคือมีการทำงานร่วมกันระหว่าง สตาร์ทอัพและภาคอุตสาหกรรมมาก เพื่อจะสร้างนวัตกรรมที่เอาไปใช้ได้จริง

from:https://www.blognone.com/node/98900

Tesco Lotus จัด Hackathon ปรับ Tesco Lotus Express สู่ค้าปลีก 4.0

 

เริ่มต้นปีก็คึกคักกันแล้วสำหรับวงการค้าปลีกไทย เมื่อ Tesco Lotus ออกมาประกาศจัด Hackathon 2018 ขึ้นเป็นครั้งแรกในวงการ โดยมองว่ามี 5 เทรนด์ที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ เรื่องของ Digital Transformation, Healthy Lifestyle, New Family Structure, Sustainability และประเด็นของความรวดเร็วและความสะดวกสบาย โดยจะเน้นไปที่ร้านค้าปลีกขนาดเล็กออย่าง Tesco Lotus Express

โดยสาเหตุที่จัดเป็น Hackathon นั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ Tesco Lotus มีทีมพัฒนาเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว และมีแล็ปด้านนวัตกรรมของตนเองที่ประเทศอังกฤษ การจัด Hackathon 2018 จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจได้รับคำตอบ หรือ Solutions ต่าง ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่การจัดกิจกรรมในรูปแบบอื่นนั้น กว่าจะได้ผล หรือได้ทีมที่ชนะเลิศ บางทีอาจกินเวลาเป็นเดือน แถมบางครั้งในเชิงการตลาดก็อาจไม่ทันการณ์ เพราะแนวคิดนั้น ๆ อาจจะตกยุคไปแล้วนั่นเอง

อีกจุดหนึ่งที่น่าสังเกตก็คือ Tesco Lotus เลือกที่จะใช้ Hackathon กับโจทย์ธุรกิจของ Tesco Lotus Express ซึ่งปัจจุบันเป็นร้านค้าปลีกที่มีสาขามากถึง 1,500 แห่ง จากร้านค้าทั้งหมด 1,900 แห่งทั่วประเทศ และมียอดการซื้อสินค้าเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 415 ล้านครั้ง ซึ่งเหตุผลนั้น Tesco บอกว่าต้องการสร้างประสบการณ์การเข้าใช้ร้านค้าปลีกอย่าง Express เสียใหม่ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต

ส่วนทั้ง 5 เทรนด์ที่ Tesco Lotus หยิบขึ้นมาเป็นโจทย์ในครั้งนี้ คุณสลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท Tesco Lotus มองว่า ทั้งห้าเทรนด์ เป็นเทรนด์ที่มีผลกระทบกับสังคมไทยค่อนข้างสูง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของโครงสร้างครอบครัวยุคใหม่ที่ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกในครอบครัวลดน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากคนมีลูกน้อยลง หรือในส่วนของ Healthy Lifestyle ที่คนในยุคนี้เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น

ด้านคุณอมฤต เจริญพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง HUBBA  ได้แชร์ไอเดียเกี่ยวกับค้าปลีก 4.0 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ว่า เขามองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากการมีหน้าร้านไปสู่การมีดาต้าของผู้ใช้อยู่ในมือ และนำดาต้าเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของ Experience ที่ห้างกลายเป็นสถานที่ให้คนมา Experience สินค้ามากขึ้น ขณะที่โซนจัดแสดงสินค้าอาจมีน้อยลง และไปปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์เสียมากกว่า 
“ปัญหาที่ผ่านมาของวงการสตาร์ทอัปคือ หลาย ๆ ประเทศ สตาร์ทอัปไม่มีโอกาสเข้าไปคลุกคลีกับอุตสาหกรรมที่ตนเองอยากเข้าไปแก้ปัญหามากนัก ตรงข้ามกับบ้านเราที่ต้องบอกว่าในระดับภูมิภาค ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องที่สตาร์ทอัปมีโอกาสทำงานร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่มากที่สุดในอาเซียน” ในจุดนี้ คุณอมฤตมองว่าเป็นจุดแข็งของสตาร์ทอัปไทย และทำให้สตาร์ทอัปในไทยที่จะได้เรียนรู้เพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนั้น ๆ ทำให้ผลงานออกมาสามารถนำไปปรับใช้ในเชิงธุรกิจได้เป็นผลสำเร็จมากกว่า
“การมีคอนเนคชันกับคนในวงการทำให้สตาร์ทอัปได้เข้าใจภาพรวมของธุรกิจ ได้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า ได้เข้าใจภาคการเกษตร ฯลฯ ที่พวกเขาอาจไม่เคยได้มีโอกาสสัมผัสดีเท่ากับผู้ที่อยู่ในวงการมาก่อน ซึ่งการได้รู้ข้อมูลเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ต่อสตาร์ทอัปเองในการคิดโปรเจ็ค” คุณอมฤตกล่าว
ทั้งนี้ เป็นไปได้ว่า รูปแบบของ Hackathon อาจถูกนำมาใช้มากขึ้นกับภาคธุรกิจ โดยผู้ที่กล่าวถึงประเด็นนี้คือ รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย ผู้ช่วยอธิการบดี งานยุทธศาสตร์และนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มองว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกันมากกับการบ่มเพาะความรู้ในด้านต่าง ๆ ซึ่งไม่เฉพาะในระดับปริญญาตรี แต่ในระดับประถม – มัธยม ก็พบได้มากขึ้น พร้อมยกตัวอย่างนักเรียนของสาธิตจุฬาฯ เองก็มีการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
“Hackathon เป็นโอกาสที่ดีที่จะดึงคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เข้ามาทำงานร่วมกันในเวลาสั้น ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าแนวคิดหรือไอเดียของเขาสามารถนำมาสร้างเป็นธุรกิจได้”
ทั้งนี้ข้อมูลจากคุณฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อานวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA เผยว่า ทุกวันนี้ ประเทศไทยมีแรงงานไหลออกจากระบบปีละ 1% ดังนั้นหากไม่สามารถเพิ่ม Productivity ให้ได้มากกว่านี้ จะมีผลทำให้จีดีพีของประเทศลดลง 
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครผ่านทาง www.facebook.com/TescoLotusHackathon2018 ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม – 20 กุมภาพันธ์ โดยจะมีการจัดกิจกรรม Open House ในวันที่ 3 มีนาคม 2561 เพื่อปฐมนิเทศให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขันได้เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจของ Tesco Lotus และได้รับความรู้จากกูรูในสาขาต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ก่อนเริ่มต้นแข่งขันในวันที่ 16-18 มีนาคม ให้เวลาแข่งขันทั้งสิ้น 48 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้เข้าสมัครได้ระดมความคิดและนำเสนอไอเดียกันอย่างเต็มที่ โดยคณะกรรมการตัดสินประกอบไปด้วย  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และผู้บริหาร Tesco Lotus  ชิงรางวัลมูลค่า 400,000 บาท ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ ลอนดอน เพื่อไปดูงานที่เทสโก้ แล็บ และพบปะกับผู้บริหารกลุ่ม Tesco ด้วย

 

“นอกจากรางวัลแล้ว เราเชื่อมั่นว่าโอกาสในการได้ทำงานร่วมกับธุรกิจขนาดใหญ่และการนำไอเดียมาพัฒนาต่อยอดใช้งานจริงภายในร้านค้าของเทสโก้ โลตัส จะเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยผลักดันวงการสตาร์ทอัพของไทย นอกจากนั้นแล้ว ภายในกลุ่มเทสโก้ มีธุรกิจค้าปลีกอยู่ใน 10 ประเทศ ซึ่งอาจนำมาซึ่งโอกาสสำหรับสตาร์ทอัพไทยในการก้าวสู่เวทีในระดับโลก” นางสาวสลิลลากล่าวสรุป

 

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/01/tesco-lotus-express-hackathon/

ประกาศผล 3 ทีมผู้ชนะเลิศการแข่ง TechJam by KBTG 2017 เตรียมบินไปเวิร์กช็อปที่ซิลิคอน วัลเลย์

KBTG ร่วมกับ Google Developers และ LINE ประเทศไทย ประกาศผลการแข่งขัน TechJam by KBTG ประจำปี 2017 พร้อมนำผู้ชนะเลิศทั้ง 3 ทีมทางด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programming) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Science) และการออกแบบที่สร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้งาน (UX/UI Design) จากผู้เข้าร่วมแข่งขันรวม 421 ทีม ไปเวิร์กช็อปที่ซิลิคอน วัลเลย์ ฟรีในปลายปีนี้

3 แทร็คการแข่งขันภายใต้ธีม Human-centric AI

TechJam by KBTG เป็นโครงการที่ให้เหล่านักพัฒนา นักออกแบบ และโปรแกรมเมอร์ในประเทศไทย เข้าร่วมเรียนรู้และแข่งขันทางด้าน Software Development, Data Science และ UX/UI Design ภายใต้ธีม Human-centric AI เพื่อค้นหาผู้ชนะเลิศ 3 ทีมจากแต่ละด้านไปดูงานและฝึกฝนทักษะที่ซิลิคอน วัลเลย์ พร้อมตั๋วเครื่องบินและค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง และรางวัลอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

การแข่งขัน TechJam by KBTG ปี 2017 นี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 421 ทีม รวม 594 คน แบ่งออกเป็น 3 แทร็ค ได้แก่

  • Code Track (210 ทีม) – รวมพลนักพัฒนาที่ชอบประลองฝีมือเขียนโปรแกรมและไขโจทย์ที่ท้าทาย
  • Data Track (146 ทีม) – สำหรับผู้ที่ชอบทดสอบและศึกษาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ Data Science และ Machine Learning
  • Design Track (65 ทีม) – สำหรับผู้ที่สนใจอยากใช้ความคิดสร้างสรรค์และกระบวนการออกแบบ (Design Thinking) เพื่อดีไซน์แนวคิดชีวิตที่ดีกว่าด้วยเทรนด์ทางสังคมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

การแข่งขันถูกออกแบ่งออกเป็น 2 รอบ คือ รอบคัดเลือกและรอบตัดสิน โดยรอบคัดเลือกจะเป็นการแข่งแบบออนไลน์ ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับโจทย์ผ่านทางเว็บไซต์และมีเวลา 2 วันในการส่งคำตอบ ส่วนรอบตัดสินนั้นจะเป็นแนวการแข่งขันแบบ Hackathon ที่จะให้แต่ละทีมมาแฮ็ค แก้ไขโจทย์ภายในเวลาที่กำหนดที่อาคาร KBTG แจ้งวัฒนะ ซึ่งโจทย์ของทุกแทร็คจะอยู่ภายใต้ธีมการนำเทคโนโลยีด้าน AI มาใช้เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันและความต้องการในชีวิตประจำวัน

“ตอนนี้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เข้ามา Disrupt Business ก่อให้เกิดบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันได้ดีกว่าเดิม เราจึงให้ความสำคัญแก่ Specialist ทางด้าน IT เป็นอย่างมาก การแข่งขัน TechJam นี้จึงถูกแบ่งออกเป็น 3 แทร็คเฉพาะทาง คือ Code, Data และ Design ที่สำคัญคือเราผนวกเรื่อง AI ที่เป็นเทรนด์สำคัญในอนาคตเข้าไปในการแข่งขันด้วย” — คุณสมคิด จิรานันตรัตน์ รองประธาน KBTG กล่าว

เฟ้นหาสุดยอดผู้เข้าแข่งขัน 3 ทีมจากทั้ง 3 แทร็ค

การแข่งขันรอบตัดสินถูกจัดขึ้นที่อาคาร KBTG แจ้งวัฒนะเมื่อวันที่ 26 – 27 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยกิจกรรมในรอบชิงชนะเลิศคือการแก้โจทย์และนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการจาก KBTG, นักพัฒนาจาก Google, คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และผู้ทรงคุณวุฒิด้าน IT จนได้ผู้ชนะ 3 ทีมสุดท้าย ซึ่งทีมที่ชนะเลิศการแข่งขัน TechJam by KBTG 2017 ในแต่ละแทร็คประกอบด้วย

  • Code Track – ทีม AI shiteru ได้แก่ นางสาวพีรจิตร ภาสุภัทร และนายธนภัทร์ คุ้มสภา
  • Data Track – ทีม M&M ได้แก่ นายธนิพล วัฒนาอาษากิจ และนายณพเมธ เนยเมืองปัก
  • Design Track – ทีม Consumotive ได้แก่ นายพัทยา อุประ และนายสรรพวิชญ์ ศิริผล

“ความท้าทายของการแข่งขันรอบตัดสินคือ ไม่รู้โจทย์ล่วงหน้าและมีเวลาจำกัด ถ้าสามารถคาดเดาโจทย์ ทำการบ้านมาก่อน ก็จะได้เปรียบ แต่จุดสำคัญจริงๆ คือการตีโจทย์ให้แตก ซึ่งพวกผมต้องนำเสนอผลงานโดยมองทั้ง 2 มุม คือทั้งฝั่งผู้รับประโยชน์ที่ต้องสามารถเรียนรู้ได้เร็ว เกิดความอยากใช้ และฝั่งผู้ให้ประโยชน์ที่ต้องใช้งานได้จริงและลงทุนต่ำ” — ทีม Consumotive ให้ความเห็นเกี่ยวกับการแข่งขันรอบตัดสิน

“ผู้ชนะได้สร้างสรรค์งานออกแบบที่ใช้แนวคิดที่แปลกใหม่ (Revolutionary) มาเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีอยู่เดิมที่กำลังจะตกยุค ให้กลายเป็นรูปแบบการบริการแบบใหม่ ผ่านช่องทางการบริการแบบ Digital ที่ตอบโจทย์ความต้องการอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม Digital Natives ได้อย่างดีทั้งในระดับพื้นฐานและจิตวิญญาณ ผ่านโซลูชันที่เรียบง่ายสามารถทำได้จริงด้วยการลงทุนที่ไม่สูงจนเกินไป” — คุณอภิรัตน์ หวานชะเอม Deputy Managing Director จาก KBTG ให้ความเห็นเกี่ยวกับผลงานของทีม Consumotive

นอกจากนี้ คุณอภิรัตน์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของบางแทร็คนั้น ไม่ได้จบการศึกษาทางด้านนั้นๆ มาตั้งแต่ต้น แต่เป็นมืออาชีพในรูปแบบที่เรียกว่า Inter Disciplinary คือผู้ที่มีการศึกษาและความเชี่ยวชาญในรูปแบบที่ผสมผสานความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จากหลายแขนงไว้ในคนเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางในการสร้างทีมและการทำงานในรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิดของ Design Thinking ที่เชื่อว่า การสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นได้จากกลุ่มคนหลายอาชีพที่มาทำงานร่วมกัน อันจะก่อให้เกิดความคิดที่แปลกใหม่ที่มีความนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งมาจากความหลากหลายทางมุมมองของคนในทีมนั้นเอง

พร้อมเดินทางไปเวิร์กช็อปที่ซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา

ทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันในแต่ละแทร็คจะได้ไปศึกษาดูงานและร่วมทำเวิร์กช็อปที่ซิลิคอน วัลเลย์ ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ทางด้าน IT ที่นักพัฒนาต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตกับ Google พร้อมตั๋วเครื่องบินและค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทางที่สหรัฐอเมริกา และรางวัลอื่นๆ สำหรับทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

“เราอยากพบกับสิ่งที่เราไม่เคยได้พบ ได้เรียนรู้วิธีการทำงานทำงาน วัฒนธรรมองค์กร กระบวนการต่างๆ ในระดับโลก เพื่อที่จะได้นำกลับมาปรับใช้กับตัวเราได้ในอนาคต ที่สำคัญคือเราอยากอัปเดตความสามารถของตนเอง และผลักดันเราให้พัฒนาตนเองให้เก่งยิ่งขึ้นกว่านี้” — ทีม AI shiteru และทีม M&M ตั้งเป้ากับการไปเวิร์กช็อปที่ซิลิคอน วัลเลย์

ในขณะที่ทางคุณจิรัฎฐ์ ศรีสวัสดิ์ Advanced Visionary Architect จาก KBTG ระบุว่า อยากให้ผู้ชนะเลิศทั้ง 3 ทีมได้ไปเวิร์กช็อปเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้เพิ่มเติม รวมไปถึงเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานและสภาพแวดล้อมของผู้นำทางด้าน IT ว่าช่วยเอื้อประโยชน์ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร และพร้อมนำความรู้ที่ได้มาเป็นกำลังในการพัฒนาคอมมูนิตี้ทางด้าน IT ของประเทศชาติต่อไป

“ที่อยากฝากมี 2 สิ่ง คือ ให้คิดว่าซิลิคอน วัลเลย์ เสมือนเป็นสัญลักษณ์ สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าตัวเราสามารถเปลี่ยนโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรถ้าเราตั้งใจ เราสามารถทำมันได้ อีกสิ่งหนึ่งคือการไปสัมผัสกับชาวต่างชาติ เพื่อให้เรารู้ว่า จริงๆ แล้วต่างชาติไม่ได้มีศักยภาพเหนือกว่าชาวไทยเลย แต่ทำไมซิลิคอน วัลเลย์ถึงเป็นผู้นำของโลกได้ ผมอยากฝากให้ไปช่วยค้นหาว่า อะไรที่เขามีแต่เราไม่มี เพื่อที่เราจะได้มุ่งพัฒนาสิ่งนั้นให้ทัดเทียมกับนานาชาติ” — คุณอภิรัตน์กล่าวเสริม

เกี่ยวกับ KBTG

KBTG เป็นบริษัทของธนาคารกสิกรไทย มุ่งมั่นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในการสร้างธนาคารแห่งอนาคตแบบดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งสนับสนุนฟินเทคในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นทางการเงินเพื่อตอบสนองการใช้งานของกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย โดยในปี 2559 ทาง KBTG ได้สนับสนุนบริษัท บีคอน อินเตอร์เฟส ซึ่งเป็นฟินเทคของไทย ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นธนาคารบนมือถือสำหรับผู้บกพร่องทางการเห็น ส่งเข้าประกวดในงาน Singapore FinTech Festival 2016 รับรางวัลชนะเลิศ Winner of Global FinTech Hackcelerator จากธนาคารกลางของสิงคโปร์ และรางวัล Developer Hub Award จาก Citigroup หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันควบอีก 1 รางวัลจากการประกวดดังกล่าว และล่าสุดในปี 2560 ทาง KBTG ได้รับรางวัล Best Innovation Center by Financial Institution in Thailand จากวารสาร The Asian Banker อีกด้วย ตอกย้ำความเป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีของไทย

from:https://www.techtalkthai.com/techjam-by-kbtg-2017-final/

เชิญร่วมงาน TechJam Mixer Event เสาร์นี้ เตรียมความพร้อมก่อนแข่ง TechJam by KBTG

หลายคนอาจพอทราบข่าว KBTG บริษัทด้านเทคโนโลยีของธนาคารกสิกรไทย จัดงานแข่งขัน TechJam by KBTG กันไปแล้ว

ตัวกิจกรรมหลักของ TechJam จะเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2560 และแข่งรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 26-27 สิงหาคม 2560 แต่ทางผู้จัดก็จะมีงานรอบอุ่นเครื่อง TechJam Mixer Event พร้อมผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรจาก KBTG, Google Developers และ LINE Thailand ก่อน ในวันที่ 24 มิถุนายน (วันเสาร์นี้) ที่โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

No Description

TechJam Mixer Event เตรียมความพร้อมก่อนแข่งขัน TechJam

กิจกรรม TechJam Mixer Event จะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. โดยภายในงานเป็นการแนะนำการแข่งขัน TechJam พร้อมอธิบายกฎกติกาอย่างละเอียด

ในงาน Mixer ยังเชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญใน 3 สาขาที่แข่งขันคือ Code, Data, Design มาแนะนำแนวโน้มและทิศทางของแต่ละวงการ ทั้งผู้เชี่ยวชาญจาก KBTG และต่างประเทศ Linux Foundation, Google Asia Pacific, LINE Thailand และนักพัฒนา Google Developer Expert (GDE) หัวข้อในงานประกอบด้วย

Code Track

  • How technology apply to Financial Business
  • Blockchain and Hyperledger
  • Business Connect API (LINE)
  • How to become programming experts

Data Track

  • How data can benefit financial business
  • Google ML API
  • Data Science Technique
  • AI latest trend

Design Track

  • The Age of AI and Human Centric Design

สำหรับกำหนดการอย่างละเอียดของงาน สามารถดูได้จากภาพด้านล่าง

No Description

แนะนำโครงการ TechJam by KBTG

TechJam by KBTG เป็นรูปแบบการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทาง คือความสามารถทาง
Programming, Data Science และ UX/UI Design โดยจะแยกการแข่งขันเป็น 3 แทร็คได้แก่

1) Code Track: สำหรับผู้ที่มีความสามารถด้าน Programming การรวมพลเหล่านักพัฒนาที่ชอบประลองฝีมือเขียนโปรแกรมและไขโจทย์ที่ท้าทาย โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์จะมีชุดโจทย์ปัญหาให้ทำตามเวลาที่กำหนด

ส่วนการแข่งขันรอบตัดสินจะมีโจทย์ที่หลากหลายเพื่อให้ผู้แข่งขันเลือกแก้โจทย์ โดยแต่ละโจทย์จะระบุให้ใช้ API ตามที่กำหนด
โดยเกณฑ์การตัดสินของทั้งสองรอบจะพิจารณาจากความถูกต้องแม่นยำและประสิทธิภาพของโปรแกรมและความครบถ้วนตามเงื่อนไขที่โจทย์กำหนด

2) Data Track: สำหรับผู้ที่มีความสามารถด้าน Data Science, Machine Learning

ผู้ที่ชอบทดสอบและศึกษาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ผู้สร้างปัญญาประดิษฐ์ และผู้วิจัยโมเดลข้อมูล นี่คือโอกาสของคุณที่จะได้สร้างโมเดล โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์จะมีโจทย์พร้อมข้อมูลประจำโจทย์
(training data set) ให้ทำตามเวลาที่กำหนด

ส่วนการแข่งขันรอบตัดสินจะมีโจทย์และข้อมูลที่ความซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยเกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากทีมที่สามารถสร้างโมเดลที่ให้ผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำที่สุด

3) Design Track: สำหรับผู้ที่สนใจอยากใช้ Creativity และ Design Thinking

เพื่อออกแบบแนวคิดชีวิตที่ดีกว่าด้วยเทรนด์ทางสังคมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เราเฟ้นหาสุดยอดนักคิดวิสัยทัศน์สร้างสรรค์ที่มี Passion ใน Human Centric Experience Design มาเข้าร่วม Jam ใน

Design Track โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์ นำเสนอ Conceptual Design ในโจทย์ด้านการออกแบบชีวิตแห่งอนาคต ที่ผสมผสานไปกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกเป็นการท้าทายให้ผู้สมัครได้แสดงออกถึงวิสัยทัศน์ ไอเดีย และทักษะในการออกแบบเพื่อใช้ในการพิจารณาคัดเลือกเข้าสู่รอบตัดสิน

ระยะเวลาการรับสมัคร

รายละเอียดของการแข่งขัน TechJam by KBTG จะเปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป เข้าร่วมแข่งขันใน 3 แทร็ค คือ Code Track, Data Track, Design Track โดยสมัครแบบคนเดียวหรือทีมละไม่เกิน 2 คน และเลือกได้แทร็คเดียว

  • เปิดรับสมัครผ่านเว็บไซต์ techjam.tech ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 กรกฎาคม
  • ผู้สมัครจะต้องทดสอบเบื้อต้นทางออนไลน์ (Online Audition Round) ระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม
  • ประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบตัดสินวันที่ 5 สิงหาคม
  • ผู้เข้ารอบสุดท้าย ต้องไปแข่งรอบชิงชนะเลิศที่อาคาร KBTG แจ้งวัฒนะ ในรูปแบบ Hackathon วันที่ 26-27 สิงหาคม

รางวัล

  • ผู้ชนะเลิศในแต่ละแทร็ค จะได้ศึกษาดูงานและเวิร์คช็อปที่ซิลิคอนวัลเลย์ พร้อมตั๋วเครื่องบิน และเงินใช้จ่าย pocket money อีก 17,000 บาทต่อคน บวกเครดิต Firebase มูลค่า 100,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เงินรางวัล 50,000 บาท, ลำโพง Google Home และเครดิต Firebase 80,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับสอง เงินรางวัล 20,000 บาท, ลำโพง Google Home และเครดิต Firebase 60,000 บาท

สามารถติดตามกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของงานได้ที่เฟซบุ๊ค TechJam by KBTG

from:https://www.blognone.com/node/93319