คลังเก็บป้ายกำกับ: HUAWEI

Huawei Mate 10 Pro เปิดตัวแรง ยอดจองพุ่งกว่า 4 เท่า

เพิ่งเปิดจองไปสดๆร้อนๆในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาสำหรับ HUAWEI Mate 10 Pro สมาร์ทโฟนชิปเซ็ต AI ที่มาพร้อมกล้องคู่เทคโนโลยี Leica ก็ทำให้ผู้บริหารและพนักงานหัวเว่ยยิ้มแก้มปริ เพราะลูกค้าให้การตอบรับอย่างล้นหลาม โดยสามารถกวาดยอดจองในช่วง วันแรกมากกว่ารุ่นก่อนถึง เท่าตัวเลยทีเดียว!   

huawei mate 10 pro

HUAWEI Mate 10 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้ชิปเซ็ตเทคโนโลยี AI ในการเสริมประสิทธิภาพการทำงานอย่างแท้จริง เพราะเทคโนโลยี AI ในHUAWEI Mate 10 Pro นั้น ไม่เพียงแต่จะช่วยทำให้การถ่ายภาพของคุณดีขึ้นเพียงอย่างเดียวแต่ยังยกระดับประสบการณ์การสื่อสารและการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ไฮไลท์ของเทคโนโลยี AI ใน HUAWEI Mate 10 Pro

1. กล้อง

เทคโนโลยี AI จะมาช่วยในการวิเคราะห์วัตถุในกล้องและปรับค่าแสงสีต่างๆแบบอัติโนมัติ และยังเอามาช่วยในการประมวลผลซึ่งจะทำให้ภาพถ่ายมีความเป็นธรรมชาติสมจริงมากขึ้นทั้งเฉดสีหรือองค์ประกอบของภาพ กล้องสามารถเรียนรู้ได้ถึง 13 Objects และ Scene ช่วยเลือกรูปแบบการถ่ายภาพให้เหมาะสม อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ AI Selfie ที่ทำให้การถ่าย Selfie ของคุณสวยงามและสมจริงยิ่งขึ้น และเอกลักษณ์อันโดดเด่นสมาร์ทโฟนหัวเว่ย คือ กล้องคู่เทคโนโลยีจากLeica โดยใช้เลนส์ SUMMILUX-H ที่รูรับแสงมีกว้างถึง f/1.6 ในทั้งสองเลนส์ซึ่งช่วยให้สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี

2. แบตเตอรี่

เทคโนโลยี AI ทำให้ระบบการจัดการแบตเตอรี่ดีขึ้น และเทคโนโลยี Super Charge จะช่วยให้ใช้เวลาเพียง 30 นาทีสำหรับการชาร์จแบตเพื่อใช้งานทั้งวัน ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจาก TÜV Rheinland ประเทศเยอรมนีด้วย

3. ระบบแปลภาษาในโหมดออฟไลน์

เทคโนโลยี AI ทำให้เราสามารถใช้ระบบแปลภาษาได้แม้ว่าจะไม่ได้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็ตาม โดยสามารถแปลได้มากกว่า 50 ภาษา

4. ระบบเสียง

 เทคโนโลยี AI ทำให้เกิดฟังก์ชั่น Huawei Easy Talk ที่จะเรียนรู้ว่าเสียงไหนเป็นเสียงของเจ้าของโทรศัพท์ ทำให้สามารถตัดเสียงรบกวนคนรอบข้างได้แม้อยู่ในที่เสียงดัง อีกทั้งยังสามารถช่วยเพิ่มความดังของเสียงเราให้ชัดเจนเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจสั่งจองหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หัวเว่ยแบรนด์ช้อปและร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 26 พฤศจิกายน โดยลูกค้าที่สั่งจองในช่วงดังกล่าวจะได้รับของสมนาคุณ HUAWEI Brand 2 Pro สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ และ HUAWEI Mate Dock 2 อุปกรณ์เชื่อมต่อจออิเล็คทรอนิกส์ รวมมูลค่า 6,480 บาท

from:http://mobileocta.com/huawei-mate-10-pro-launches-more-than-4x/

Advertisements

Huawei แอบติดตั้งแอปตัดต่อวิดีโอ Quik จาก GoPro ลงไปในมือถือหลายรุ่นโดยไม่มีการขออนุญาต

Android Planet จากเนเธอแลนด์รายงานว่า มีผู้ใช้มือถือของ Huawei จำนวนหนึ่งเผยว่าอยู่ดีๆ มือถือของตัวเองก็มีแอปตัดต่อวิดีโอ Quik ของ GoPro โผล่ขึ้นมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นการติดตั้งแอปลงไปในเครื่องของผู้ใช้เอง โดยที่ไม่มีการแจ้งเตือนหรือขออนุญาตอะไรเลย

ล่าสุดมีคนในจาก Huawei ออกมายืนยันกับสื่อแล้วว่ามีปัญหานี้อยู่จริง และอ้างว่าปัญหานี้เป็นผลมาจากความผิดพลาดภายใน จึงขออภัยในความไม่สะดวก ขณะนี้นักพัฒนากำลังหาสาเหตุของปัญหาอยู่ สำหรับเครื่องที่ถูกฝังด้วยแอปนี้สามารถลบออกได้ง่ายๆ ถึงแม้ว่าในเครื่องจะมีคำเตือนว่าแอปนี้เป็นแอปภายในระบบ การถอนการติดตั้งจะเป็นการย้อนแอปกลับไปเป็นเวอร์ชันโรงงาน แต่ถ้ากดลบไปแอปก็จะถูกล้างออกจากเครื่องไปหมดจดอยู่ดี

Huawei เปิดเผยว่ายังไม่ทราบแน่ชัดถึงจำนวนผู้ใช้ที่เจอปัญหานี้ แต่จากรายงานของผู้ใช้พบว่ามี Huawei Mate 10 Pro, Honor 9 และรุ่นอื่นๆอีกเล็กน้อยที่โดนบังคับติดตั้งแอปดังกล่าว และไม่ได้มีแค่ผู้ใช้ในเนเธอแลนด์เท่านั้นที่เจอปัญหานี้ จากข้อมูลของ AppAnnie โปรแกรมวิเคราะห์แอปพบว่ามีทั้งชาวอิตาเลี่ยน, สเปน, รัสเซีย และฝรั่งเศสที่เจอปัญหาเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ Huawei กับ GoPro เคยประกาศความร่วมมือไว้ว่าจะมีติดตั้ง Quik ลงไปใน EMUI 5.1 บนมือถือ Huawei ไปแล้ว และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่อยู่ดีๆ แอปก็โผล่มาก็เป็นได้

 

ที่มา: thenextweb

from:https://droidsans.com/huawei-installs-gopro-bloatware-in-user-phones/

หลุดภาพมือถือใหม่ คาดอาจเป็นรุ่นต้นแบบของ Huawei P11 Plus หรือไม่ก็ Nova 3 Plus

มีภาพถ่ายของมือถือปริศนาหลุดออกมาจาก Weibo โดยคาดกันว่ามันน่าจะเป็น Huawei P11 Plus สมาร์ทโฟนซีรีส์เรือธงจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เปิดตัวทุกๆช่วงต้นปี ซึ่งถ้าหากนี่เป็น P11 Plus ที่จะวางขายปีหน้าจริง มันจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Huawei ที่ใช้หน้าจอแบบมุมจอโค้งมน อัตราส่วน 18:9 นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับปุ่มโฮมนอกจอที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังอยู่ด้วย และช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ก็ยังไม่ถูกตัดทิ้งไปแต่อย่างใด

ด้านหลังตัวเครื่องมีกล้องคู่วางอยู่ในตำแหน่งคล้ายๆเดิม แต่ในรูปกลับไม่มีโมดูลของ laser autofocus ซะงั้น ทั้งๆที่ Huawei ใส่มันมาตั้งแต่รุ่น P10 Plus แล้วและไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่จะต้องถอดมันออก ทำให้บางคนคิดว่านี่คงไม่ใช่ P11 Plus บางคนก็ว่ามันอาจเป็น Honor V10 แต่มันก็เป็นรุ่นที่น่าจะมาพร้อมกับ laser autofocus เหมือนกัน เป็นไปได้ว่าสมาร์ทโฟนในรูปอาจจะเป็น Huawei Nova 3 Plus

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสมาร์ทโฟนในรูปนี้จะเป็นรุ่นอะไร มันก็ยังคงเป็นเพียงตัวต้นแบบเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆเพิ่มเติมอย่างโมดูล laser focus ได้อีก ทำให้หลายๆคนยังพอมีความเชื่อมั่นอยู่ว่านี่อาจจะเป็น P11 Plus โดยลือว่าจะเปิดตัวในงาน MWC (Mobile World Congress) ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2018 นี้ ในขณะที่ Nova 3 Plus อาจเปิดตัวก่อนในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ซึ่งเป็นวันที่ Huawei จะจัดงานเปิดตัวรุ่น Honor ณ กรุงลอนดอน ยิ่งใกล้วันเปิดตัวจะยิ่งมีข้อมูลหลุดออกมามากขึ้น ใครที่กำลังรอซื้อซีรีส์ P11 อยู่โปรดติดตามข่าวกันต่อไป

 

ที่มา: Gizchina

from:https://droidsans.com/alleged-huawei-p11-plus-prototype-photos-leaked/

[PR] หัวเว่ย เดินหน้านวัตกรรม ICT สร้างระบบควบคุมสั่งการเมืองอัจฉริยะ หนุนพัฒนาสมาร์ทซิตี้กว่า 100 แห่ง

บาร์เซโลนา, สเปน–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ – แลกเปลี่ยนแนวทางระดับโลกในงานประชุม SCEWC 2017 ณ บาร์เซโลนา

หัวเว่ย เข้าร่วมการประชุม Smart City Expo World Congress 2017 (SCEWC) ในบาร์เซโลนา ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Leading New ICT, Creating a Smart City Nervous System” เพื่อเน้นย้ำว่า เมืองอัจฉริยะเปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตที่ทำงานได้อย่างไร้รอยต่อเพื่อเรียนรู้และยกระดับบริการต่างๆในเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยภายในงานนี้ หัวเว่ย ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก ได้จัดแสดงโซลูชั่น ICT ที่เชื่อมโลกดิจิทัลและโลกกายภาพเข้าด้วยกัน เพื่อการบริหารจัดการเมือง บริการสาธารณะ และเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ซึ่งนวัตกรรม ICT รูปแบบใหม่ๆ อาทิ คลาวด์คอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้โซลูชั่นเหล่านี้ขับเคลื่อนความร่วมมือที่เป็นหนึ่ง ตลอดจนผลักดันการประสานงานระหว่างภาคธุรกิจ และการวิเคราะห์อัจฉริยะ เพื่อการจัดการบริการต่างๆในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ในโอกาสนี้ หัวเว่ยยังได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Smart City Summit ขนานกับการประชุม SCEWC โดยเปิดโอกาสให้บรรดาตัวแทนจากสหภาพยุโรป องค์กรมาตรฐานสากล บริษัทที่ปรึกษาชื่อดังระดับโลก สถาบันวิจัยที่เกี่ยวข้อง และเมืองอัจฉริยะชั้นแนวหน้า ได้มาร่วมกันแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ร่วมกับคณะผู้บริหารเมืองกว่า 400 คนจากทั่วทุกมุมโลก   

หัวเว่ย สร้างระบบประสาทควบคุมสั่งการเมืองอัจฉริยะ ขับเคลื่อนให้เมืองมีชีวิต

การที่จะพัฒนาเมืองให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านเมืองสู่ดิจิทัล เพื่อรับมือกับความท้าทายในโลกความเป็นจริงทางกายภาพ กระบวนการดังกล่าวต้องการระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งผสานการจัดการและข้อมูล IoT เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ทางการสามารถจัดการเมืองและบูรณาการโลกดิจิทัลและโลกกายภาพ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารเมืองตั้งแต่ฐานราก และต้องเป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพื่อการพัฒนาอันรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังต้องมีทีมงานที่แข็งแกร่งและมีความสามารถ การลงทุนระยะยาวและมีเสถียรภาพ และผู้นำเมืองต้องร่วมมือกับผู้ให้บริการดิจิทัลระดับชั้นนำที่สามารถช่วยเหลือด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้ 

หยาน หลี่ต้า ประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ของหัวเว่ย กล่าวว่า “เมืองอัจฉริยะเปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิต ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบประสาท ระบบประสาทของเมืองอัจฉริยะนี้ประกอบไปด้วย “สมอง” (ศูนย์ควบคุม) และ “เส้นประสาท” (เครือข่ายและเซ็นเซอร์) ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของเมืองในแบบเรียลไทม์ จากนั้นจึงถ่ายทอดข้อมูล เพื่อช่วยให้ “สมอง” วิเคราะห์และทำการตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ ต่อไปจึงควบคุมสั่งการ และนำไปสู่การดำเนินการอย่างอัจฉริยะในท้ายที่สุด สิ่งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างโลกดิจิทัลและโลกกายภาพได้อย่างไร้รอยต่อ หัวเว่ยได้ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม ICT รูปแบบใหม่ๆ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง, IoT และ AI ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบประสาทที่แข็งแกร่งเพื่อเป็นขุมพลังขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ เราพัฒนาแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับเมืองอัจฉริยะโดยอาศัยนวัตกรรมและการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่หลากหลาย แพลตฟอร์มที่เราพัฒนาขึ้นนี้สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆได้หลายชนิด และสามารถรองรับการประยุกต์ใช้งานในหลายรูปแบบ เราตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ที่สนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน หัวเว่ยเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโซลูชั่น ICT เพียงไม่กี่เจ้าในอุตสาหกรรมที่สามารถนำเสนอโซลูชั่น cloud-pipe-device ได้อย่างครบวงจร อันจะนำไปสู่การเชื่อมต่อระหว่างโลกดิจิทัลและโลกกายภาพ เราจะเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรในวงการเพื่อสร้างสรรค์การออกแบบในระดับสูงสุด ซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการของเหล่าผู้บริหารเมือง และบรรลุเป้าหมายแห่งการเป็นเมืองอัจฉริยะ รวมทั้งจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อทำให้เกิดการบริหารจัดการเมืองที่ดี ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม และนำผลประโยชน์ไปสู่ประชาชน

หัวเว่ย เผยโฉมศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะสู่สายตาผู้ร่วมงานจากทั่วโลก

ในระหว่างการประชุมสุดยอด Global Smart City Summit หัวเว่ยได้เปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ หรือ Intelligent Operation Center (IOC) ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ทำหน้าที่เป็น “สมอง” ให้กับเมืองอัจฉริยะ พร้อมเชื่อมต่อโลกดิจิทัลกับโลกกายภาพ

โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ IOC ประกอบด้วย ศูนย์ข้อมูลคลาวด์แบบกระจาย และเครือข่ายเมืองแบบยูบิควิตัส ซึ่งจะรวบรวม ผสมผสาน และแบ่งปันข้อมูลต่างๆของเมือง ทำให้สามารถสอดส่องดูแลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ IOC ยังใช้แพลตฟอร์มการสื่อสารแบบบูรณาการ หรือ Integrated Communications Platform (ICP) ซึ่งช่วยให้ส่วนหน้าที่ต่างๆของเมืองสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างชาญฉลาด ตลอดจนส่งความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ทันท่วงที โดย IOC ได้นำเทคโนโลยีบิ๊กดาต้า การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) และปัญญาประดิษฐ์มาใช้ เพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการวางผังเมืองและบริหารจัดการบริการที่สำคัญๆ อย่างเช่นการขนส่ง และการรักษาความปลอดภัย

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีบริการบรอดแบนด์ทั้งแบบใช้สายและไร้สาย, แพลตฟอร์ม IoT และระบบปฏิบัติการ LiteOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการอัจฉริยะขนาดเล็กที่มีความปลอดภัย ทำหน้าที่เหมือนกับระบบประสาทส่วนปลายที่คอยรวบรวมข้อมูลมาช่วยในการตัดสินใจของสมอง ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในโลกทางกายภาพ

การปฏิวัติเมืองอัจฉริยะต้องอาศัยการเชื่อมต่อโครงข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ  E2E และพันธมิตรด้านดิจิทัลที่สามารถให้การสนับสนุนอย่างรอบด้าน

หัวเว่ยและพันธมิตรร่วมกันรังสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะในห้องวิจัยแบบเปิด หรือ OpenLabs ทั้ง 13 แห่งทั่วโลก โดย OpenLabs นำเสนอแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐาน ICT แบบเปิดที่ครบวงจรเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ที่ช่วยให้พันธมิตรสามารถทดลองและตรวจสอบโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะในสภาพแวดล้อมที่แท้จริงของเครือข่าย ดำเนินการวิจัยที่เป็นประโยชน์ ทำการตลาดและนำเสนอโซลูชั่น ตลอดจนได้เรียนรู้แนวทางการปฏิบัติและแนวทางแก้ปัญหาของเมืองอัจฉริยะ หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะสร้างแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้พันธมิตรสามารถพัฒนาเทคโนโลยีของพวกเขาได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาระบบนิเวศให้เติบโตต่อไป

ความสามารถที่เพียบพร้อมในด้าน ICT ตลอดจนระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพ ทำให้หัวเว่ยสามารถให้การสนับสนุนด้าน ICT แก่เหล่าผู้บริหารเมืองได้อย่างรอบด้าน โดยในปัจจุบันโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะของหัวเว่ยได้ช่วยสนับสนุนเมืองมากกว่า 120 แห่งในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนนั้น หัวเว่ยได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเกณฑ์การประเมินเมืองอัจฉริยะ 26 ข้อ จนนำไปสู่การปรับปรุงเกณฑ์การประเมิน 9 ข้อ

หัวเว่ยกำลังจัดแสดงโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะร่วมกับ SAP, Honeywell, Hexagon, Chinasoft International, Esri, RuiCheng Technology และพันธมิตรอุตสาหกรรมอีกหลายราย ที่งาน SCEWC ซึ่งโซลูชั่นครบวงจรที่นำมาจัดแสดงนั้น รวมถึง:

– หัวเว่ยใช้แพลตฟอร์ม IoT, ระบบปฏิบัติการ LiteOS และเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Narrowband IoT (NB-IoT), eLTE-IoT และ AI เพื่อสร้างระบบยูบิควิตัสเซนซิง โดยรูปแบบการใช้งานอัจฉริยะต่างๆ อาทิ ถังขยะอัจฉริยะ ไฟถนนอัจฉริยะ การรดน้ำอัจฉริยะ อาคารอัจฉริยะ และบริการสุขภาพอัจฉริยะ ได้ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหาร ความมั่นคงสาธารณะ และความเป็นอยู่ของประชาชน การบริหารเมืองแบบที่สามารถมองเห็นข้อมูลของเมืองทั้งเมืองได้ในแบบเรียลไทม์และมีการร่วมมือกันหลายฝ่าย ตลอดจนการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและประสิทธิภาพในการตัดสินใจที่ดีขึ้นนั้นเกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนของ IOC ซึ่งประกอบด้วยศูนย์ข้อมูลแบบคลาวด์ แพลตฟอร์มสนับสนุนบริการบิ๊กดาต้า และแพลตฟอร์มสนับสนุนการใช้งาน ICT

– เทคโนโลยีคลาวด์ของหัวเว่ยสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมบริการ ทั้งการบริหารเมืองสำหรับรัฐบาล และบริการสาธารณะสำหรับชาวเมือง บริการเหล่านี้ ได้แก่ รัฐบาลอัจฉริยะ บริการสุขภาพอัจฉริยะ การศึกษาอัจฉริยะ การไฟฟ้าอัจฉริยะ และการขนส่งอัจฉริยะ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยยกระดับความพึงพอใจของประชาชน

– หัวเว่ยได้เปิดตัว Smart Campus Solution เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและวิวัฒนาการอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการรวมระบบอัจฉริยะและดิจิทัล ยกตัวอย่างที่เมืองตุนหวง ประเทศจีน ศูนย์ข้อมูลคลาวด์ แพลตฟอร์มบิ๊กดาต้า และเทคโนโลยี IoT ของหัวเว่ยได้ช่วยปรับปรุงคุณภาพบริการการท่องเที่ยวและบริการสาธารณะให้มีความเป็นอัจฉริยะ โดยเมืองแห่งนี้ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยว 8 ล้านคนในปี 2559 เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปี 2558 และปัจจุบันจุดชมวิวต่างๆ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น 40% โดยใช้เจ้าหน้าที่บริการน้อยลง 20%

###

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-creating-smart-city-nervous-system/

[PR] หัวเว่ยปูทางประเทศในเอเชียแปซิฟิกสู่ Smart Education จัดงาน “Huawei APAC Education Summit 2017” ขับเคลื่อนธุรกิจการศึกษาในโลกยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ

กรุงเทพฯ – 14 พฤศจิกายน .. 2560หัวเว่ย ผนึก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พัฒนาการศึกษาในเอเชียแปซิฟิกสู่ยุคใหม่ด้วยการจัดสุดยอดการประชุมด้านการศึกษาระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก “Huawei Asia Pacific Education Summit 2017” ครั้งแรกในไทย ภายใต้แนวคิด “Leading New ICT, The Road to Smart Education” ประกาศวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบการศึกษาอัจฉริยะ (Smart Education)” ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น SDN Converged Campus Network Solution, Campus Cloud Data Center Solution, HPC Solution และ Smart Classroom for Equal Education พร้อมยกเคส “SDN & Cloud Computing Center” สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบังให้เป็นระบบเครือข่ายไอซีทีสำหรับสถานศึกษาที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกในโลก  และเป็นกรณีตัวอย่างแห่งความสำเร็จที่หัวเว่ยต้องการนำเสนอสู่ระดับสากล

มร.  เอิร์นเนส จาง ประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่าเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อการศึกษาแบบเดิมๆ การศึกษาในปัจจุบันนี้ไร้พรมแดนในด้านของเวลาและสถานที่ และมีโอกาสมากมายในการเรียนรู้แบบเคลื่อนที่และเป็นหัวข้อย่อย เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Cloud, Big Data และ Internet of Things ได้นำมาใช้อย่างแพร่หลายในภาคการศึกษา ทำให้เกิดความหลากหลายในการศึกษา การจัดการ และคุณภาพของการศึกษาที่ดีขึ้น ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของโลก หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นในแนวคิดการศึกษาที่เชื่อมโยงเป็นการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา แบ่งปันทรัพยากรด้านการศึกษาที่มีคุณภาพแนวคิดนี้เป็นพันธกิจของหัวเว่ยในด้านการศึกษา ซึ่งก็คือการทำลายกำแพงด้านการศึกษา เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษา เพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน และพัฒนาทรัพยากรทางการศึกษา

หัวเว่ย ผู้นำด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของโลก ต้องการจะเปลี่ยนโลกแห่งการศึกษาและอุตสาหกรรมการศึกษา ก้าวสู่ Smart Education ผ่านกลยุทธ์ “Platform + Ecosystem” หัวเว่ยเน้นในด้านโครงสร้างของเทคโนโลยีสารสนเทศ และร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกเพื่อสร้างบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร และส่งเสริมการพัฒนาผู้มีศักยภาพด้านนวัตกรรม โดยหัวเว่ยได้เปิดตัวโอเพ่นแล็บ (OpenLab) อย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ ปัจจุบันนี้ สจล. เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่มีส่วนร่วมในศูนย์นวัตกรรมร่วม โอเพ่นแล็บ แห่งนี้ในการพัฒนาโครงการ Smart City Startup ในแต่ละปี โอเพ่นแล็บที่กรุงเทพสามารถฝึกอบรมคนได้กว่า 800 คนต่อครั้ง และมอบประกาศนียบัตรวิชาชีพให้แก่บุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้ 500 คน ในปี 2018 หัวเว่ยจะสร้างโอเพ่นแล็บอีกแห่งในประเทศอินเดีย

ปัจจุบันหัวเว่ยได้ให้บริการโซลูชั่นแก่มหาวิทยาลัย 600 แห่งจาก 70 ประเทศทั่วโลก และยังมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อมอบทุนการศึกษาและโครงการฝึกงานให้กับนักศึกษาที่มีความโดดเด่น ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและพัฒนาบุคลากร โครงการ “Seeds for the future” ของหัวเว่ยเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยกว่า 200 แห่งใน 78 ประเทศ มีนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 20,000 คน             ในประเทศไทย บุคลากรนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการก้าวสู่ Thailand 4.0 และในฐานะบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม หัวเว่ยได้สร้างงานกว่า 10,000 ตำแหน่งในประเทศไทยในปี 2016 ซึ่งมากกว่าในปี 2015 เกือบเท่าตัว และใน 10 ปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ฝึกอบรมคนไปกว่า 35,000 คนในประเทศไทย

“Huawei Asia Pacific Education Summit 2017” เป็นเวทีแสดงศักยภาพและนวัตกรรมไฮไลท์ ได้แก่ SDN Converged Campus Network Solution, Campus Cloud Data Center Solution, HPC Solution และ Smart Classroom for Equal Education โดยเป็นสุดยอดการประชุมด้านการศึกษาระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เชิญผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการศึกษาระดับโลกมาร่วมกันอัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีด้านการศึกษา และแลกเปลี่ยนกันถึงอนาคตของ Digital Transformation ในอุตสาหกรรมการศึกษาของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยปีนี้จัดขึ้นในเมืองไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งไฮไลท์ของงานประชุมในปีนี้คือการเปิดตัว SDN-based 100G Converged Campus Network แห่งแรกในโลกที่ตั้งอยู่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดเกล้าลาดกระบัง นับว่าเป็นก้าวสำคัญของหัวเว่ยและเป็นไซต์ที่ล้ำสมัยที่สุดที่หัวเว่ยเคยสร้าง ซึ่งได้เปิดตัวผ่านการถ่ายทอดสดส่งตรงมาจากสจล. เข้าสู่เวทีงานประชุม

.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)กล่าวว่า “SDN & Cloud Computing Center ของสจล. เป็นก้าวแรกของวงการการศึกษาไทยที่ยกเครื่องระบบโครงสร้างด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในรั้วมหาวิทยาลัยให้เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนและการทำงานของมหาวิทยาลัยในอนาคต ประกอบไปด้วย 100G Based Campus Core Network ระบบโครงข่ายคอมพิวเตอร์ที่สามารถส่งถ่ายข้อมูลที่ความเร็ว 100 กิกะบิตต่อวินาที SDN (Software-defined network) for Campus and Data Center Convergence คือระบบเครือข่ายที่รวมความเป็น Data Center เข้ากับ Campus Network เพื่อผู้ดูแลเครือข่ายสามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น Educational Cloud Data Center in Container ศูนย์ข้อมูลจัดเก็บแบบบูรณาการในตู้คอนเทนเนอร์ที่เคลื่อนที่ได้ การทำงานมีเสถียรภาพและปลอดภัยสูง เริ่มใช้งานได้รวดเร็ว ย้ายตำแหน่งได้ง่าย ประหยัดพลังงานและมีค่าใช้จ่ายต่ำ WiFi coverage with whole campus Free Mobility เครือข่าย WiFi ที่เชื่อมต่อได้ถึงระดับกิกะบิตต่อวินาทีครอบคลุมทั่วมหาวิทยาลัยถึง 3,000 จุด ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจของสจล. ไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล และเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนของไทยไปสู่ยุค Education 4.0 ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงต้องสร้างสภาพแวดล้อมแบบดิจิทัลที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักศึกษา ตลอดจนการทำงานของคณาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัยที่ต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล

“SDN & Cloud Computing Center สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับลูกค้าของเราในเอเชียแปซิฟิกที่อยากเห็นศักยภาพของหัวเว่ยในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับแวดวงการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เราเจาะตลาดเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยอื่นๆ สามารถใช้สถาบันแห่งนี้เป็นตัวอย่างเพื่อปรับใช้กับสถาบันของตนเองได้เพื่อพัฒนาสู่ยุคดิจิทัลผ่านการใช้เทคโนโลยี นอกจากนี้ เรายังเสริมสร้างความแข็งแกร่งกับพันธมิตรด้านการศึกษาเพื่อเผชิญหน้าความท้าทายในยุคดิจิทัล และช่วยผลักดันการเข้าสู่ยุคดิจิทัลของการศึกษามร.เอิร์นเนส กล่าว

###

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำทางด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการสื่อสารที่ดีทั่วโลก ด้วยการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบ สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมแห่งข้อมูล และทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรม  หัวเว่ยนำเสนอโซลูชั่นด้านไอซีทีแบบครบวงจร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าในกลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคมและเอ็นเตอร์ไพรส์ อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ และระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ด้วยกลยุทธ์การสร้างสรรค์นวัตกรรมตามความต้องการของลูกค้าและสัมพันธภาพที่ดีกับพันธมิตร ปัจจุบัน พนักงานกว่า 180,000 คนทั่วโลกของหัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ กลุ่มลูกค้าองค์กรและผู้บริโภคทั่วไป ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไอซีทีของหัวเว่ยได้รับการติดตั้งในกว่า 170 ประเทศในทุกภูมิภาคของโลก และให้บริการประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลก  หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี  2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-apac-education-summit/

โผล่ภาพสมาร์ทโฟนจอ Full Screen มาพร้อมสแกนลายนิ้วมือด้านหน้าเครื่อง คาดเป็น Huawei P11 Plus หรือ Nova 3

สมาร์ทโฟนหน้าจอ Full Screen ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมาพร้อมสแกนลายนิ้วมือที่อยุ่ด้านหลังเครื่อง อันเนื่องมาจากเหลือพื้นที่ไม่พอที่จะติดตั้งปุ่มโฮม รวมไปถึงการติดตั้งสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอก็ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ แต่ล่าสุดมีภาพของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Huawei ที่มาพร้อมจอ Full Screen และปุ่มโฮมที่ติดตั้งสแกนลายนิ้วมือด้านหน้าเครื่องหลุดออกมาให้เห็นกัน 

สำหรับภาพเครื่องสมาร์ทโฟนจอ Full Screen ที่หลุดออกมานั้น เผยให้เห็นตัวเครื่องครบทุกด้าน โดยด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Full Screen ในอัตราส่วน 18:9 เหนือหน้าจอมีเลนส์กล้องดิจิทัล เซ็นเซอร์ต่าง และช่องลำโพงเสียง และใต้หน้าจอติดตั้งปุ่มโฮมพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ที่แม้เหลือพื้นที่นิดเดียวก็ยังติดตั้งได้

ส่วนด้านหลังด้านบนติดตั้งกล้องเลนส์คู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED โดยมีแถบเส้นเสาอากาศ 2 เส้นที่ออกแบบแบบ U- Shape อยู่ด้านบนและด้านล่าง และตรงกลางมีตัวอักษร AURORA ที่สื่อออนไลน์ในจีนเผยว่าอาจจะเป็น Huawei P11 Plus หรือ Huawei Nova 3

นอกจากนี้ที่ด้านบนเครื่องยังมี IR Blaster หรือพอร์ตอินฟราเรด กับช่องไมโครโฟนตัดเสียง ส่วนด้านล่างมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าภาพสมาร์ทโฟนจอ Full Screen ที่มาพร้อมสแกนลายนิ้วมือด้านหน้าเครื่องที่หลุดออกมานี้จะเป็นรุ่น P11 Plus หรือ Nova 3 ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันต่อไป

ที่มา : Gizmochina

 

from:http://mobileocta.com/photos-full-screen-aurora-smartphone-front-mounted-fingerprint-scanner-leaked-rumored-huawei-p11-plus-nova-3/

Huawei เผยแผน ออกแบบระบบเครือข่ายไร้สายในอากาศสำหรับ Drone โดยเฉพาะ

ศูนย์วิจัย Huawei Wireless X Labs ได้ออกมาเปิดเผยถึงโครงการ Digital Sky Initiative เพื่อออกแบบและพัฒนาระบบเครือข่ายไร้สายภายในอากาศสำหรับระยะสูงจากพื้นดิน 300 เมตร เพื่อให้ Drone สามารถใช้ในการติดต่อสื่อสารกันได้โดยเฉพาะ รองรับตลาด Drone ที่กำลังเติบโตในปัจจุบัน

Credit: ShutterStock.com

 

Huawei นั้นเชื่อว่าในอนาคต Drone จะเข้ามาทดแทนกิจกรรมหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ปัจจุบันนี้ Drone เองก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องความสามารถในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน และระบบเครือข่ายไร้สายในปัจจุบันนี้ก็มักออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กิจกรรมในภาคพื้นดินเป็นหลัก ทำให้ Drone นั้นสามารถปฏิบัติการได้ในระยะเพียง 120 เมตรเหนือจากพื้นดิน

โครงการนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะด้วยกัน ได้แก่

  • ระยะแรกในปี 2017 – 2018 จะเริ่มสร้าง Demo Site สำหรับโซลูชันทางด้าน Connected Drone และนำเสนอมาตรฐานกลางสำหรับการบริหารจัดการแบบ Celluar-network-based เพิ่มเติม
  • ระยะที่สองในปี 2019 – 2020 จะเริ่มทำการทดสอบใหญ่สำหรับการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ภายใน 5 ประเทศ
  • ระยะที่ 3 ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป จะเริ่มนำระบบเครือข่ายไร้สายนี้ไปจำหน่ายแบบพาณิชย์เต็มตัว และต้องครอบคลุมพื้นที่ในอากาศระยะสูง 300 เมตรอย่างน้อย 30% ทั่วโลก

นอกจากนี้ Huawei ยังได้ทำการนำโครงการนี้ไปพูดคุย และได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ, ผู้ให้บริการโครงข่าย, ผู้ผลิต Drone, กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ และเหล่านักลงทุนอีกด้วย

 

ที่มา: https://www.telecomasia.net/content/huawei-aims-extend-mobile-coverage-drones

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-is-designing-the-network-just-for-drones/