คลังเก็บป้ายกำกับ: HUAWEI_P10_PLUS

9 มือถือเรือธงประจำปี 2017 ช่วงครึ่งปีแรก รุ่นไหนครบเครื่อง น่าสนใจที่สุด

เข้าช่วงกลางปีกันแล้วและจนถึงตอนนี้ก็มีมือถือเรือธงของแต่ละแบรนด์ทยอยวางจำหน่ายกันตั้งแต่ช่วงต้นปีออกมาหลายรุ่นเลยทีเดียว เราเลยขอรวบรวมสเปคเหล่ามือถือรุ่นท็อปๆ มาเปรียบเทียบกันว่าในครึ่งปีแรกนี้ หากอยากจะได้มือถือแรง สเปคดี กล้องเทพนั้น เรามีตัวเลือกเป็นรุ่นไหนบ้าง

และนี่ก็คือสรุปมือถือเรือธงช่วงต้นปี 2017 ทั้งที่วางจำหน่ายในไทยและกลุ่มเครื่องหิ้วมาเทียบสเปคและฟีเจอร์เด่นๆ ที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยโดยเรียงจากลำดับการนำเข้ามาวางขายอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก ที่เปิดตลาดในบ้านเราโดยมี Huawei P10 กับกล้องคู่ LEICA ตามมาด้วย XZs ที่ได้พลังกล้อง Motion Eyes ต่อด้วย Galaxy S8 / S8+ ที่เปลี่ยนโฉมกีไซน์ของมือถือในปีนี้และปีหน้าไปทันที

 

Huawei P1o / P10 Plus

กล้องคู่ ภาพขาวดำและเลนส์ที่รับรองจาก LEICA ยังคงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนหลงไหล และการพัฒนาจาก P9 > Mate 9 มาเป็น P10 / P10 Plus นั้นยิ่งเพิ่มความสามารถในเรื่องของภาพ ทั้งการเก็บแสงที่ดีขึ้น ฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Portrait Mode นับเป็นมือถือกล้องคู่ที่มีฟีเจอร์และลูกเล่นของการใช้ dual camera ที่ดีมากๆ รุ่นนึง ส่วนของชิป Kirin ก็ยังทำประสิทธิภาพได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไล่จี้ Snapdragon และ Exynos มาติดๆ

 

Xperia XZs

กล้อง Motion Eye 19MP ทื่ใช้บน XZ Premium นั้นก็มีอยู่ใน Xpeira XZs เครื่องนี้ด้วย นั่นทำให้มันมีความน่าสนใจ ถึงแม้ชิปเซ็ตที่ใช้จะยังเป็นแค่ Snapdragon 820 แต่ด้วย UI ที่ลื่นไหลของ Sony เมื่อตอนเปิดตัววางขายแรกๆ ราคา 22,900 แอบแรงไปหน่อย ล่าสุดตอนนี้ปรับราคาลงมาเหลือ 17,900 บาทแล้ว ทำให้มันดูคุ้มค่าขึ้นมาทันที

 

 

Samsung Galaxy S8 / S8+

ยังนับเป็นมือถือที่ครบเครื่องและรวมเอาทุกสี่งของเทรนด์ในปีนี้เอาไว้(เกือบ)หมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบไร้ขอบกับชีวิตไร้กรอบ Infinity Display ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่กว่าเดิม แต่บีบกรอบตัวเครื่องให้เล็กลงเหมือนเราถือแค่หน้าจอเอาไว้ในมือ UI ที่ออกแบบมาใหม่ลื่นไหล สแกนลายนิ้วมือที่ย้ายไปด้านหลังทำงานได้เร็วและดีกว่าแบบกดที่ปุ่มโฮมมากมาย ผนวกกับกล้องที่ไว้ใจได้ Dual Pixel ทำงานรวดเร็วจับเปลี่ยนโฟกัสไวมาก เรียกว่าไม่ต้องปรับตั้งค่าอะไร แค่ยกขึ้นมาถ่ายมันก็เสร็จไปเกินครึ่งแล้ว ถึงแม้จะขาดกล้องคู่ไป แต่ก็ถ่ายภาพสวยๆ ได้ดีเลิศ

 

Huawei P10 / P10 Plus Xperia XZs Galaxy S8 / S8+
     
หน้าจอ 5.5 นิ้ว (2560 x 1440) 5.2 นิ้ว (1080 x 1920)
5.8 / 6.2 นิ้ว (2960 x 1440)
CPU Kirin 960 Snapdragon 820 Exynos 8895
GPU Mali-G71 MP8 Adreno 530 Mali-G71 MP20
RAM 4 / 6GB 4GB 4GB
ความจุ 64 / 128GB 32GB 64GB
MicroSD Hybrid Hybrid Hybrid
กล้องหลัง 20MP + 12MP f/1.8 19 MP, f/2.0 12MP (f/1.7)
กล้องหน้า 8MP (f/1.9) 13MP 8MP AF (f/1.7)
แบตเตอรี่ 3750 mAh 2900 mAh (QC 3.0)
3000 / 3500 mAh
สแกนลายนิ้วมือ ด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac,
dual-band, DLNA,
WiFi Direct
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, DLNA
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac,
dual-band, Wi-Fi Direct,
Blutooth 5.0
เซ็นเซอร์ Fingerprint,accelerometer,
gyro, proximity, compass
Bluetooth 4.2
accelerometer, gyro, proximity, barometer, compass, color spectrum
Iris scanner, fingerprint,
accelerometer, gyro,
proximity, compass,
barometer, heart rate,
SpO2
ขนาดและน้ำหนัก 153.5 x 74.2 x 7 มม.
165 g
146 x 72 x 8.1 มม. 161 g.
148.9×68.1×8.0 มม. 155g
159.5×73.4×8.1 มม. 173g
ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Android 7.1 Android 7.0
ฟีเจอร์เด่น -เลนส์ Leica Dual Camera
2.0 Pro Edition
-กันน้ำกันฝุ่น IP68
-ลำโพงสเตอริโอ
-จอ Infinity Display
-รองรับเสียง UHQ 32 bit
-สแกนม่านตา
-กันน้ำกันฝุ่น IP68
ราคา (บาท) 23,900 17,990 บาท S8 – 27,900
S8+ – 30,900

 

อีก 3 รุ่นถัดมาก็เป็น XZ Premium เรือธงตัวท็อปจาก Sony แล้วที่มาอย่างไม่คาดคิดคือ HTC U11 ที่มี AIS นำเข้ามาจำหน่ายให้แฟนๆ อย่างเป็นทางการ ส่วนอีกรุ่นแม้จะยังไม่มาแบบ official อย่าง Mi 6 ก็คาดว่าอีกไม่นานน่าจะได้เห็น

 

Xperia XZ Premium

Sony ทำได้ และได้ทำมันออกมาแล้ว หลังจากโดนปรามาศมาหลายรุ่น แม้แต่สาวกของ Sony เองยังต้องบ่นออกมาดังๆ แต่หลังจากการมาของ RGBC Sensor ต่อด้วยการพัฒนากล้องใหม่ Motoion Eye ออกมาพร้อมกับแก้ไขปัญหากล้องร้อน ก็เหมือนกับ Sony ได้กลับมาเกิดใหม่ XZs และ XZ Premium คือการกลับมาอย่างแท้จริง ส่วนตัวเครื่องการใช้งานและ UI นั้นลื่นไหลมาแต่ไหนแต่ไร อีกอย่างคือการอัพเดทเวอร์ชั่นของระบบความปลอดภัยและ OS ที่ค่อนข้างเร็วของค่ายนี้ถือเป็นอีกจุดเด่นนึงเลยก็ว่าได้

 

HTC U11

เป็นอีกรุ่นที่พิสูจน์ว่ากล้องเดี่ยวก็เทพได้ เพราะไปคว้าคะแนนจาก DxO Mark ได้ถึง 90 ถือเป็นการกลับมาทื่น่าสนใจของแบรนด์ที่เป็นหนึ่งในก๊วน Android ที่ร่วมหัวจมท้ายมาตั้งแต่รุ่นแรก จนเซเกือบจะทรุดไปหลายรอบ แต่ด้วย HTC U11 ก็สามารถกลับมายืนหยัดอีกครั้งนึงได้ ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยงามกับฝาหลัง Liquid Surface เล่นสีสันกับแสงเงาสวยงาม และความสามารถใหม่ในการบีบเครื่องนั้นก็ดูเป็นกิมมิคที่น่าสนใจ แม้ด้านหน้าตัวเครื่องและ UI จะดูโบราณไปหน่อย แต่เชื่อว่าแฟนๆ HTC น่าจะยังชอบอยู่

 

Xiaomi Mi 6

ค่ายอินดี้อย่าง Xiaomi เองก็เปิดตัวเรือธงต้นปีออกมาด้วยดีไซน์โค้งสวยงาม นั่นก็คือ Mi 6 ซึ่งเป็นการใช้กระจก 3D Glass แบบโค้งที้ง 4 มุมมาผลิตเป็นฝาหลัง เน้นการเก็บรายละเอียดกล้องเรียบไปด้วยกัน พร้อมเพิ่มความทนทานด้วยการกันน้ำและฝุ่น IP67 มีลำโพงคู่สเตอริโอ ส่วนกล้องคู่นั้นมาในรูปแบบเลนส์ Wide + Tele พร้อม Portrait Mode ซึ่งกล้องของ Mi 6 นั้นถือว่ามีการพัฒนาขึ้นมามากในเรื่องของการประมวลผลภาพ แต่ก็เหมือนกับ OnePlus 5 คือเกาะอยู่ในกลุ่มท็อปๆ ได้ แต่ยังไม่โดดขึ้นไปอยู่ในกลุ่มหัวแถว

 

Xperia XZ Premium HTC U11 Xiaomi Mi6
     
หน้าจอ 5.5 นิ้ว 4K (3840 x 2160) 5.5 นิ้ว 2K (2560 x 1440) 5.5 นิ้ว (1080 x 1920)
CPU Snapdragon 835 Snapdragon 835 Kirin 960
GPU Adreno 540 Adreno 540 Adreno 540
RAM 4GB 4 / 6GB 6GB
ความจุ 64GB 64 / 128GB 64 / 128GB
MicroSD Hybrid Hybrid
กล้องหลัง 19MP (f/2.0) 12MP (f/1.7) 12MP f/1.8 + 12MP f/2.6
กล้องหน้า 13MP AF (f/1.9) 16MP (f/2.0) 8MP
แบตเตอรี่ 3230 mAh 3000 mAh (QC3.0) 3350 mAh (QC 3.0)
สแกนลายนิ้วมือ ด้านข้าง ด้านหน้า ด้านหน้า
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac,
dual-band, Wi-Fi Direct,
DLNA, Bluetooth 5.0
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac,
dual-band, Wi-Fi Direct,
DLNA, Bluetooth 4.2
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac,
dual-band, Wi-Fi Direct,
DLNA
เซ็นเซอร์ Fingerprint,accelerometer
gyro, proximity,barometer
compass, color spectrum
Fingerprint,accelerometer,
gyro, proximity, compass
Fingerprint, accelerometer, gyro, proximity, compass
ขนาดและน้ำหนัก 156 x 77 x 7.9 มม.
195 g
153.9 x 75.9 x 7.9 มม.
169 g
145.2 x 70.5 x 7.5 มม.
168 g
ระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Android 7.1 Android 7.1.1
ฟีเจอร์เด่น -กล้องสโลว์โมชั่น 960 FPS
-จอ 4K HDR
-กันน้ำกันฝุ่น IP65 / 68
-Edge Sense บีบเครื่องสั่งงาน
-HTC BoomSound
-Dolby Audio
-อัดเสียง 360 องศา
-กันน้ำกันฝุ่น IP67
-กันน้ำกันฝุ่น IP67
-ระบบเสียง Hi-Fi
-ลำโพงสเตอริโอ
ราคา (บาท) 24,900 บาท 25,xxx 64GB – 15,xxx บาท
128GB – 17,xxx บาท

 

 

 

3 รุ่นสุดท้ายนั้นมีความว้าวอยู่พอตัว แต่ดูแล้วเครื่องศูนย์ในไทยน่าจะไม่มาแน่นอนแล้ว ทั้ง LG G6 , OnePlus 5 และ Zenfone AR ใครที่สนใจก็คงต้องหาเครื่องหิ้วเพียงอย่างเดียวเท่านั้นละครับ

 

LG G6

LG ได้มีการอัพเกรดครั้งใหญ่ให้กับมือถือตระกูล G ของตัวเองโดย LG G6 นั้นเป็นรุ่นแรกที่ไม่สามารถถอดแบตได้อีกต่อไป หลังจากชูจุดขายเรื่องการถอดเปลี่ยนแบตมาตลอดโดยครั้งนี้ได้เสริมความพิเศษด้วยหน้าจอ FullVision Display 18:9 ตัวเครื่องโลหะเคลือบเงา กันน้ำกันฝุ่น IP68 และยังมาพร้อมกับจุดขายกล้องคู่ Dual camera ที่เน้นการถ่ายภาพแบบ Ultra Wide เก็บภาพ Scenery ได้สวยงาม น่าเสียดายที่งานนี้ LG ดูจะรีบไปหน่อย เลยต้องยอมใช้ชิป Snapdragon 821 เพื่อมาทำตลาดในช่วงต้นปี

 

OnePlus 5

เมื่อ Flagship Killer ผลักตัวเองขึ้นมาเป็นเรือธงเต็มตัวด้วยราคาที่ขยับขึ้นมาในระดับใกล้เคียงทั้งดีไซน์และฟีเจอร์ ตัวเครื่องโลหะโค้งมนที่ออกแบบมาให้จับถือได้สะดวก ขนาดบางกำลังดี โดย OnePlus เลือกปรับขนาดลดแบตเตอรี่ลงมาเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้เต็มวันสบายๆ น่าจะเพราะอานิสงค์ของ Snapdragon 835 และการปรับจูนตัว Oxygen OS ซึ่งทำออกมาได้ลื่นไหลมากๆ กล้องก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มท็อปแต่ก็ยังไม่ขึ้นมาถึงระดับหัวแถว จุดเด่นอีกอย่างคืออัพเดทเร็วมาก ทั้งการเพิ่มฟีเจอร์และแก้บั๊กต่างๆ

 

Asus Zenfone AR

หนึ่งในมือถือที่ว้าวที่สุดของงาน CES ตอนต้นปี นั่นคือ Asus Zenfone AR เครื่องนี้ แถมยังมาพร้อมกับความพิเศษนั่นคือเป็น Tango Phone ที่รวมเอา AR + VR เข้าด้วยกัน แต่ปัญหากลับมาติดที่การพัฒนานั้นค่อนข้างช้า กว่าเครื่องจะวาวงจำหน่ายได้ก็ปาเข้าไปกลางปีซึ่งหลายๆ ค่ายขยับไปใช้ Snpadragon 835 กันหมดแล้ว ทำให้ความน่าสนใจของมันถูกลดลงอย่างน่าเสียดาย จริงๆ ตัวเครื่องมันยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ เพราะยังมีกล้องคู่และเซนเซอร์ต่างๆ มากมาย และเป็น Tango Phone เครื่องแรกของโลกที่มีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกด้วย

 

LG G6 OnePlus 5
Asus Zenfone AR
     
หน้าจอ 5.7 นิ้ว (1440 x 2880) 5.5 นิ้ว (1080 x 1920)
5.7 นิ้ว (1440 x 2560)
CPU Snapdragon 821 Snapdragon 835 Snapdragon 821
GPU Adreno 530 Adreno 540 Adreno 530
RAM 4GB 6GB / 8GB 6GB / 8GB
ความจุ 32GB /64GB / 128GB 64 / 128GB
64GB/128GB/256GB
MicroSD Hybrid Hybrid
กล้องหลัง 13MP f/1.8 + 13MP f/2.4 16MP f/1.7 + 20MP f/2.6 23MP f/2.0
กล้องหน้า 5MP 16MP (f/2.0) 8MP
แบตเตอรี่ 3300 mAh (QC 3.0) 3300 mAh (Dash Charge) 3300 mAh
สแกนลายนิ้วมือ ด้านหลัง ด้านหน้า ด้านหน้า
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, DLNA Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Wi-Fi Direct, DLNA, Bluetooth 5.0
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct
เซ็นเซอร์ accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer Fingerprint, accelerometer, gyro, proximity, compass
accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
ขนาดและน้ำหนัก 148.9 x 71.9 x 7.9 มม. 163 g. 154.2 x 74.1 x 7.3 มม. 153 g
158.7 x 77.7 x 9 มม. 170 g.
ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Android 7.1.1 Android 7.0
ฟีเจอร์เด่น -หน้าจอ Dolby Vision HDR10
-กันน้ำกันฝุ่น IP68
-ระบบชาร์จไว Dash Charge
-กล้องซูม Optical 2X
-Tango Phone
-ระบบเสียง DTS
-กล้องซูมออพติคอล 3 เท่า
ราคา (บาท) 15,xxx บาท 64GB 16,xxx บาท
128GB 18,xxx บาท
2x,xxxบาท

นี่คือ 9 สมาร์ทโฟนเรือธง สเปคท็อป ฟีเจอร์เทพที่น่าสนใจในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาครับ มารอลุ้นกันต่อว่าในครึ่งปีหลังนี้แต่ละค่ายจะขนไม้เด็ดๆ อะไรออกมา อย่าง Nokia 8 ที่เพิ่งจะเปิดตัวไป และ Zenfone 4 Pro ส่วนรุ่นอื่นๆ ที่จะตามมาอย่าง Huawei Mate 10, Galaxy Note 8, Xperia XZ1, , LG V30 หรือ Mi Mix 2 อ้อ เกือบลืม IPhone 7s หรือ 8 อีกรุ่น

from:https://droidsans.com/2017-first-half-flagship-phone/

Advertisements

8 สียังไม่พอ.. Huawei ปล่อย P10 Plus สีใหม่ Bright Black ฝาหลัง Glossy

หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่มีสีสันให้เลือกเยอะที่สุดในปีนี้คงจะหนีไม่พ้น Huawei P10 Plus เสียแล้ว เพราะตอนนี้มีสีสันให้เลือกถึง 8 สี ด้วยกัน นั่นก็คือ Arctic White, Prestige Gold, Greenery, Dazzling Blue, Graphite Black, Dazzling Gold, Rose Gold และ Moonlight Silver แต่ดูเหมือนว่า 8 สีนั้นยังไม่พอใจ วันนี้ทาง Huawei ก็เลยเปิดตัวสีใหม่ ที่มีชื่อว่า Bright Black มาเพิ่มอีกหนึ่งสี รวมเป็น 9 สี

ถึงแม้ว่า Graphite Black และ Bright Black จะมีชื่อว่าสีดำเหมือนกัน แต่ว่า Graphite Black นั้นดูจะออกดำเทามากกว่า โดย Graphite Black นั้นใช้วัสดุเป็นโลหะแบบด้าน หรือ matte finish แต่ว่า Bright Black จะใช้วัสดุที่เป็นแบบมันวาว หรือ glossy ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าตัววัสดุนั้นเป็นอะไร แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น Polycarbonate

ในส่วนของสเปคนั้นยังเหมือนกับ Huawei P10 Plus สีอื่นๆ ไม่มีการอัพเกรดแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ Huawei P10 Plus สี Bright Black ก็เริ่มวางจำหน่ายแล้วในประเทศจีน โดยมีราคาอยู่ที่ 4,888 หยวน หรือประมาณ 24,400 บาท ครับ

 

ที่มา: Phonearena

from:https://droidsans.com/huawei-p10-plus-bright-black-with-glossy-finish/

เปิดตัว Huawei P10 Plus สีใหม่ Bright Black มาพร้อมตัวเครื่องสีดำมันเงาแบบ Glossy สวยหรู

Huawei P10 Plus เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาพร้อมกับรุ่น P10 โดยมีสีตัวเครื่องให้เลือกถึง 8 สีด้วยกันคือ  สีขาว Arctic White,  สีทอง Prestige Gold, สีเขียว Greenery, สีน้ำเงิน Dazzling Blue, สีดำ Graphite Black, สีทอง Dazzling Gold, สีชมพูทอง Rose Gold และสีเงิน Moonlight Silver ล่าสุดเปิดตัวสีใหม่ Bright Black ที่มาพร้อมตัวเครื่องสีดำมันเงาแบบ Glossy และดูสวยหรู สำหรับรุ่น P10 Plus

สเปกของ Huawei P10 Plus สีใหม่ Bright Black เหมือนสีอื่น โดยมาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.3GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Kirin 960, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G71 MP8, ติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล + 20 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่มโฮม, แบตเตอรี่ 3,750 mAh และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat

ทั้งนี้ Huawei P10 Plus สีใหม่ Bright Black เริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนแล้วผ่านร้านค้าออนไลน์ Vmall, JD.com, Suning.com และ Tmall โดยมีราคาอยุ่ที่ 4,888 หยวนหรือประมาณ 24,500 บาท

ที่มา : Phonarena

from:http://mobileocta.com/bright-black-huawei-p10-plus-with-glossy-finish-is-now-official/

Huawei P10 Plus ได้รับสีสันใหม่ Bright Black สีดำเงางาม พร้อมจำหน่ายทันทีผ่านร้านค้าออนไลน์

Huawei_P10_Plus_Bright_Black

ครั้งแรกที่เปิดตัว Huawei P10 Plus ก็มีให้เลือกหลากหลายสีสัน ไม่ว่าจะเป็น Arctic White, Prestige Gold, Greenery, Dazzling Blue, Graphite Black, Dazzling Gold, Rose Gold, Moonlight Silver และล่าสุดยังได้เพิ่ม Bright Black เข้ามาอีกสี ทั้งที่มีสีดำ Graphite Black วางจำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว

Huawei-P10-plus-Bright-Black

อย่างไรก็ตาม โทนสีดำใหม่ล่าสุดมีวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น ผ่านร้านค้า Vmall, JD.com, Suning.com และ Tmall ส่วนชื่อสี Bright Black ก็ถูกแปลโดย Google Translate และมากับความจำ RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB ราคา 4,888 หยวน หรือราว 24,400 บาท

Huawei-P10-Bright-Black

Huawei P10 Plus มากับจอแสดงผล Quad HD (2560 x 1440 พิกเซล) ขนาด 5.5 นิ้ว ป้องกันรอยด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ทำงานบน Android 7.0 Nougat สวมทับด้วย Emotion UI 5.1 ชิปประมวลผล Kirin 960 2.3GHz Octa Core สนับสนุนการ์ด MicroSD กล้องเลนส์คู่ 12 + 20 ล้านพิกเซล กล้องเซลฟี่ 8 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 3,750mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Huawei Super Charge ขนาดตัวเครื่อง 153.5 x 74.2 x 6.98 มิลลิเมตร น้ำหนัก 165 กรัม

ที่มา – Phonearena

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=190631

รวมรายชื่อสมาร์ทโฟนที่ได้รับอัพเดทประจำเดือนกรกฎาคม: Huawei P10, Moto Z/Z Play และ Galaxy A3 (2017)

นี่ก็ผ่านพ้นเดือนกรกฎาคมกันมาแล้วได้ไม่กี่วัน ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วก็มีสมาร์ทโฟนอยู่ประมาณหยิบมือหนึ่งได้รับอัพเดทใหม่ โดยมีทั้งที่ได้รับอัพเดทเฟิร์มแวร์เฉยๆ และได้รับอัพเดท Android เวอร์ชั่นใหม่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นตระกูล P10 ของ Huawei และ Moto Z/Z Play ไปจนถึง Galaxy A3 (2017) ของ Samsung ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมมาบ้างก็มาดูกันเลยครับ

Huawei P10/P10 Plus

อัพเดทนี้เราเคยได้เขียนข่าวไปแล้วมาก่อนหน้านี้ โดยเป็นการอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานให้ดีขึ้น และช่วยประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้น รวมไปถึงเพิ่มโหมดใหม่ให้กับกล้องที่มีชื่อว่า Moving Picture แต่ว่าอัพเดทนี้ดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับการเล่นเกม RoV เพราะว่าเฟรมเรทตกครับ อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

Moto Z/Z Play

ถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วแต่ก็ยังคงอยู่ในแผนการอัพเดทอยู่ โดย Moto Z และ Z Play นั้นได้รับอัพเดทเวอร์ชั่นของ Android มาเป็น Android 7.1.1 Nougat แน่นอนว่าก็เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานให้ดีขึ้น รวมไปถึงการอัพเดทในส่วนของแพทช์ความปลอดภัยให้เป็นตัวล่าสุด ซึ่งก็คือแพทช์ประจำเดือนกรกฎาคมนั่นเองครับ

Samsung Galaxy A3 (2017)

เราเห็นรายชื่อของสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ Samsung ที่จะได้รับอัพเดทเป็น Android 7.0 Nougat มาซักพักแล้ว และในหนึ่งรายชื่อนั้นก็คือ Galaxy A3 (2017) โดยตอนนี้ Samsung ก็เริ่มปล่อยอัพเดทดังกล่าวออกมาแล้ว สำหรับอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ของ Galaxy A3 (2017) นั้นมีขนาดประมาณ 2.21GB และอัพเดทแพทช์ความปลอดภัยประจำเดือนกรกฎาคม ส่วนฟีเจอร์ที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือ split-screen และเพิ่มความสามารถให้กับ doze รวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ที่มาพร้อมกับ Android Nougat ครับ

from:https://droidsans.com/list-of-smartphone-that-get-update-in-july/

Huawei ปล่อยอัพเดทใหม่ให้กับตระกูล P10 เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานให้ดีขึ้น และฟีเจอร์ใหม่ Moving Picture

Huawei ประเทศไทย เริ่มทำการทยอยปล่อยอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ให้กับ P10 และ P10 Plus แล้ว โดยเวอร์ชั่นล่าสุดนั้นมาพร้อมกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น เช่น การประมวลผลต่างๆ นั้นรวดเร็วขึ้น แต่ว่าไม่ทำให้เครื่องนั้นร้อนจนเกินไป สามารถชาร์จแบตได้ไวขึ้นและมีอายุการใช้งานแบตที่นานขึ้นอีกด้วย รวมไปถึงลูกเล่นกล้องใหม่เพิ่มเติมเข้ามา

  

สำหรับเฟิร์มแวร์ใหม่ของ P10 และ P10 Plus ก็คือ B151 มีการปรับภารในโหมด Portrait ให้สวยงามมากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์ใหม่ในโหมดกล้อง ก็คือ ‘Moving Picture’ ที่จะบันทึกช่วงเวลาประมาณ 1.5 วินาที ก่อนและหลังการถ่ายภาพ โดยจะบันทึกเป็นภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง อารมณ์เดียวกับ live photos ของ iPhone นั่นแหละครับ

อย่างไรก็ตาม เหมือนอัพเดทเวอร์ชั่น B151 ยังมีปัญหาในการเล่นเกมอยู่ โดยผมได้ลองเล่น RoV บน P10 Plus ที่อัพเดทเป็นเวอร์ชั่น B151 แล้ว ก็เจอปัญหาเฟรมเรทตกให้เห็นอยู่ ซึ่งก็เหมือนว่า Huawei มีเตรียมอัพเดทใหม่ที่เป็นเวอร์ชั่น B162 และมีคนได้ทำการลองแฟลชรอมแล้วบอกว่าเล่น RoV ได้ลื่นไม่มีปัญหาเหมือนตอน B151 เลยครับ

from:https://droidsans.com/huawei-p10-series-new-firmware-update/

หยิบมือถือตะลุยลพบุรี เมืองนี้ไม่ได้มีแค่ลิง

ปกติเวลาพวกเรารีวิวมือถือแต่ละตัวก็จะมีการเอาตัวอย่างภาพมาให้ได้ดูกันอยู่แล้ว แต่หลายๆครั้งเราก็มีเรื่องราวหลังภาพถ่ายเหล่านั้นที่อยากเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังกัน เลยเป็นที่มาของเนื้อหาแนวใหม่ที่เราอยากลองผสานเอาการรีวิวมือถือมาเล่ารวมกับเนื้อหาของสถานที่ที่เราไปเพื่อให้เพื่อนๆได้รับอรรถรสที่เต็มอิ่มไปพร้อมๆกัน ยังไงฝากลองอ่านกันดูแล้วคอมเม้นต์กันได้เลยนะคะ

ก็ขอเปิดประเดิมคอนเทนต์แนวใหม่ของเราด้วยโจทย์จาก Huawei ที่เพิ่งเปิดแคมเปญใหม่ให้ทุกคนได้ร่วมกันสร้างสถิติโลกกับ Guinness World Records ในชื่อ #ThaiPicStory โดยใช้ Huawei P10 ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นไทยและเรื่องราวของคนไทย นำมาแชร์ให้ทุกคนได้รับรู้และประทับใจร่วมกัน และจะรวบรวมเรื่องราวผ่านภาพถ่ายทั้งหมดนี้ มาจัดแสดงภาพถ่ายแบบดิจิตอลจากประเทศไทยที่มีจำนวนภาพมากที่สุด ภายใต้แนวคิด “The People of Thailand”  ซึ่งหลังจากที่ได้โจทย์มา เราก็เริ่มหาข้อมูล แล้วก็ค้นพบจังหวัดจังหวัดหนึ่ง ที่มีเรื่องราวและความน่าสนใจแฝงอยู่ในทุกมุมเมืองเลยค่ะ

ถ้าพูดถึง “ลพบุรี” นอกจาก “ลิง” แล้ว เราก็ไม่มีภาพจำอะไรเกี่ยวกับ “ลพบุรี” อีกเลย และก็คิดว่าหลาย ๆ คนก็อาจจะเคยคิดแบบเดียวกับเรา แต่อย่าเพิ่งเชื่อ จนกว่าจะได้พิสูจน์..

ISO50, 1/293s, f1.8

ออกเดินทางจากกรุงเทพเพียง 2 ชั่วโมง บนเส้นทางถนนหมายเลข 32 สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งกว้างใหญ่ เห็นวิวแบบนี้ก็เลยอดไม่ได้ที่จะหยิบเอา Huawei P10 Plus ขึ้นมาลองประสิทธิภาพกล้องหลัง ที่ Huawei ออกแบบร่วมกับทาง Leica ให้กล้องหลังทั้งสองตัวเก็บความละเอียดและสีสันได้คมชัดสมจริง

วิ่งลงไปกลางทุ่งหญ้าที่กำลังมีฝูงวัวกลุ่มใหญ่กำลังเล็มหญ้าอย่างมีความสุข เห็นภาพที่ได้มีสีท้องฟ้าสดใสแบบนี้ มีทิปส์ถ่ายท้องฟ้าง่ายๆมาฝากกัน

  • ชูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ออกมา
  • หันนิ้วโป้งไปทางพระอาทิตย์
  • เล็งกล้องไปทางฝั่งนิ้วชี้ ซึ่งฟ้าในฝั่งตรงข้ามนิ้วโป้งนี้จะเป็นฟ้าที่มีสีฟ้าจัด และสีสวยที่สุด

ใช้โหมดพาโนราม่า เพื่อเก็บภาพทุ่งกว้างไร้ตึกและเสาไฟบดบัง

ISO50, 1/1538s, f1.8

มุ่งหน้าเข้าสู่กลางเมืองลพบุรี หักเลี้ยวรถจอดข้าง “พระปรางค์สามยอด” สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สุดฮอตฮิตของลพบุรี

สำหรับลพบุรี หรือ “ละโว้” เป็นเมืองที่เก่าแก่ เป็นอาณาจักรโบราณ ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองอำนาจมาก่อน ถ้าใครที่เคยมาเยี่ยมเยือนเมืองนี้ ก็จะได้เห็นสถาปัตยกรรมการสร้างบ้านเมืองที่ได้รับอิทธิพลมาจากขอมและศาสนาพุทธศาสนามหายาน เห็นได้ชัดจากเศษซากโบราณสถานต่างๆ ที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นในยุคปัจจุบัน

ซึ่งในบริเวณใจกลางเมืองลพบุรีนี้ เป็นที่อยู่อาศัยของลิงกว่า 5 สายพันธุ์ ทั้ง ลิงแสม ลิงวอก ลิงกัง ลิงเสน ลิงวอกภูเขา บางส่วนก็เป็นลูกครึ่ง เรียกว่าที่นี่เป็นอาณาจักรของลิงที่ใหญ่ที่สุดในไทยเลยก็ว่าได้ โดยจะอาศัยอยู่ในบริเวณพระปรางค์สามยอด, ศาลพระกาฬ, ตึกและอาคารพาณิชย์โดยรอบ ไปจนถึงแถวบริเวณสี่แยกเอราวัณ ซึ่งลิงที่เห็นอยู่นี้ จะแบ่งฝูงกัน และมีการกระทบกระทั่งกันตลอดเวลา

ก่อนจะไปลุยลพบุรีครึ่งหลัง เราขอเติมพลังด้วยก๋วยเตี๋ยวเจ้าดัง ที่คนพื้นที่ Recommend อย่าง “ร้านโกกุ่ยก๋วยเตี๋ยวเป็น รสเจ็บ” แค่ชื่อก็ทำเอาสะดุดหูตั้งแต่ได้ยินครั้งแรก งั้นเจ๊คะ! ขอรสเจ็บๆ 2 ชาม จัดไป!

น้ำซุปรสเข้มข้น กลิ่นหอม เข้ากันได้ดีกับเส้นและเนื้อเป็ด ทำเอาก๋วยเตี๋ยวชามตรงหน้าหมดไปอย่างรวดเร็ว

 

อิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ มุ่งหน้าไปที่อำเภอพัฒนานิคม ที่เป็นที่ตั้งของเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย นั่นคือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ นั่นเอง วิวน้ำกว้างสุดลูกหูลูกตา ตัดขอบด้วยทิวเขาสีเขียวฉ่ำ ที่เพิ่งผ่านฝนมา แม้อากาศบนนี้จะร้อนสักหน่อย แต่ก็มีลมพัดโกรกอยู่ตลอดเวลา

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

มานี่ที่นอกจากจะได้ภาพวิวทิวทัศน์สวยๆ แล้ว ยังจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านในลุ่มน้ำป่าสัก ที่ใช้เบ็ดตกปลาท้ายเขื่อน พี่นักตกปลาโชว์ฝีมือการเหวี่ยงเบ็ดลงไปในน้ำเชี่ยว เพียงไม่นานก็ได้ปลาซิวตัวโตมาโชว์ให้ดูแล้ว

วิถีชีวิตคนท้ายเขื่อน

เทียบอารมณ์ภาพสีและ Monochrome

ปลาซิว

ตกบ่าย.. อากาศเริ่มจะร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ เราโบกมือลานักตกปลามืออาชีพ เลี้ยวรถไปทางอำเภอชัยบาดาล ที่นี่..เราเคยได้ยินข่าวมาว่า มีน้ำตกขนาดเล็กที่น้ำจะใสอยู่ตลอดปี เป็นน้ำตกเพียงแห่งเดียวในเมืองลพบุรี

สะพานแขวงข้ามน้ำตก “วังก้านเหลือง”

อาจะเพราะเรามาวันธรรมดา ทำให้บรรยากาศโดยรอบน้ำตก “วังก้านเหลือง” เงียบสงบ และสะอาด มีเพียงเจ้าถิ่นที่มาเล่นน้ำเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

จักรยานเจ้าถิ่น

ด้วยที่เรามาหน้าฝน ทำให้น้ำตกไม่ได้มีสีฟ้าจัด แต่ถ้าใครมาช่วงปลายฝนต้นหนาว จะเจอกับน้ำสีฟ้าใสราวกระจก เพราะเนื่องจากบริเวณน้ำตกแห่งนี้ เป็นหินปูนนั่นเอง หลายคนคงสงสัยว่า แล้วทำไมถึงชื่อน้ำตกวังก้านเหลือง ทั้งๆที่น้ำออกจะเป็นสีฟ้า นั่นก็เพราะเมื่อก่อนนี้มีต้นก้านเหลือง ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ขึ้นอยู่โดยรอบน้ำตกนั่นเอง

เอาเท้าจุ่มน้ำ ปล่อยความเย็นฉ่ำไหลผ่าน แค่นี้ก็เหมือนกับได้ชาร์จพลังพร้อมลุยต่อแล้ว..

 

..หากแรงยังเหลือ เราขอท้าขึ้นเขา “วงพระจันทร์” พิสูจน์ความพยายามและความศรัทธาด้วยบันไดกว่า 3790 ขั้น

เนื่องจากเรามาถึงก็คล้อยบ่ายมากแล้ว ไม่พูดพร่ำทำเพลง ตุนน้ำและเครื่องดื่มเกลือแร่บรรจุใส่กระเป๋าเป้ ก่อนจะก้าวทีละก้าวค่อยเป็นค่อยไป ตั้งใจจะไปดูแสงสุดท้ายของวันที่ยอดเขา

ซุ้มประตูทางขึ้น

องค์พระปรางค์เชียงแสน

 

สำหรับเขาวงพระจันทร์นั้น เป็นเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 650 เมตร มีวัดเขาวงพระจันทร์ตั้งอยู่ตรงเชิงเขา เป็นวัดที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลพบุรีเลยก็ว่าได้ ในช่วงเดือนมีนาคมของจะมีเทศกาลเดินขึ้นเขานมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งจะขึ้นกันในเวลากลางคืน ถ้ามองจากมุมไกลๆ จะเห็นไฟแสงขาวเป็นทางยาวเลย

แรกเริ่มเดิน 500 ขั้นแรก ยังไม่ค่อยชันมากเท่าไหร่ ยังพอจะเดินสบายๆอยู่ แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ทางก็เริ่มจะชันมากขึ้น บวกกับอากาศร้อนจัดในช่วงบ่าย ทำเอาเราต้องพักดื่มน้ำ พักขากันเป็นระยะๆ

ถ้าหากใครที่มาในช่วงวันหยุด จะเจอกันซุ้มขายของเป็นระยะๆ ตลอดทางเดินขึ้น เป็นเสมือนศาลาพักเอาแรง มีขนม นม น้ำ ยันน้ำแข็งไสบิงซู ให้คลายร้อนกัน

แต่..เนื่องจากเราไปวันธรรมดา ก็เลยเจอแต่ซุ้มเปล่าๆ ฉะนั้นถ้าใครจะมาขึ้นในวันธรรมดา อาจจะต้องวางแผนซื้อน้ำ เครื่องดื่มเกลือแร่ ผ้าเย็น หรือขนมต่างๆมาล่วงหน้าก่อนถึงวัด

 

พักจนหายเหนื่อย ก็มีแรงขึ้นต่อ นอกจากแรงกายแล้ว เรายังต้องใช้แรงใจ เอาชนะความเหนื่อยล้าไปให้ได้

ถึงแล้ว เย้!!

ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงกว่า เราก็มาถึงบนสุดของยอดเขา ภาพวิวตรงหน้า ทำเอาเราหายเหนื่อย หากมาในวันที่ฟ้าเปิดเราก็จะพบกับ ทิวเขาสูงๆต่ำๆ ลาดลงไปเบื้องล่าง มีทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตา จนจรดขอบฟ้า มีองค์พระปรางค์เชียงแสน ตั้งเด่นอยู่กลางเขา วิวตรงหน้าทำเอาเราหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

ด้านบนนี้เราสามารถขึ้นมาสักการะกราบรอยพระพุทธบาท, องค์เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

ซึ่งเขาลูกนี้นั้นมีตำนานของแม่นางประจันต์ ตามตำนานศึกทศกัณฑ์และพระราม โดยหลังจากเสร็จศึก มีพญายักษ์ตนหนึ่งไม่ยอมแพ้ พระรามจึงใช้ต้นกกแทนศร ยิงพญายักษ์ตนนั้นตกลงมาที่ยอดเขาแห่งนี้ ลูกศรดอกนั้นตรึงร่างพญายักษ์ไม่ให้ลุกขึ้นมาแผลงอิทธิฤทธิ์ และหากศรดอกนั้นเริ่มไม่แน่น ให้ไปเรียกหนุมาน เจ้าเมืองลพบุรีมาตรึงศรให้แน่นเหมือนเดิม แต่ศรดอกนี้กลับมีจุดอ่อน นั่นคือ หากถูกราดด้วยน้ำส้มสายชู มันจะคลายลง ทำให้ในอดีตชาวลพบุรีจะไม่เอาน้ำส้มสายชูเข้ามาในเมืองลพบุรี เพราะเกรงว่าจะถูกลูกสาวของพญายักษ์ ซึ่งก็คือ “นางประจักต์” หรือ “นางพระจันทร์” แย่งเอาไปช่วยบิดา และเมื่อหมดหนทางจะช่วยบิดาแล้ว “นางพระจันทร์” จึงตรมใจตาย ส่วนบิดาเมื่อรู้เรื่องราวดังกล่าว จึงตรอมใจตายตาม ชาวบ้านเลยพากันเรียกเขาลูกนี้ว่า เขาพระจันทร์ นั่นเอง

 

…แสงท้ายของวันค่อยๆลาลับไป เราเร่งฝีเท้าลงเขาแข่งกับแสงสุดท้าย แต่อยู่ๆก็มีเพื่อนร่วมทางแว๊นด้วยถุงกระสอบ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ถุงซิ่ง” แซงเราลงเขาไปอย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นอื่นหนึ่งภูมิปัญญาชาวบ้าน ช่วยผ่อนแรงขาลงได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเขากลับนั้น ลงได้รวดเร็วกว่าขามาหลายเท่าตัว

 

เพื่อนร่วมทาง

 

เช้าวันที่สองก่อนกลับ เราเริ่มต้นวันใหม่กันที่ตลาดสดเทศบาลลพบุรี มีคนบอกไว้ว่าถ้ายอยากเห็นวิถีชีวิตของผู้คนในถิ่นไหนๆ ให้ไปดูที่ตลาด

ตลาดสดเทศบาล

 

บรรยากาศคึกคักยามเช้า มีพ่อค้าแม่ขาย มีคนจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก ทั้งของสด และอาหารปรุงพร้อมกิน

เรานั่งลงที่สภากาแฟยามเช้าหน้าตลาด มีผู้คนแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ร้านเล็กๆแต่แน่นด้วยสารพัดเมนู ทั้งกาแฟร้อน-เย็น ไข่ลวก ปาท่องโก๋ เราสั่งไปเซ็ตใหญ่ เห็นอาหารเยอะขนาดนี้ แต่ทั้งหมดนี้เพียง 66 บาทเท่านั้น

สำหรับตลาดเช้าเทศบาลแห่งนี้จะเริ่มมาตั้งของขายกันตั้งแต่ช่วงตี 4 ลากยาวกันไปถึงช่วงสายๆ 10 โมงก็เริ่มวาย

เห็นคนแปลกหน้าเดินเข้ามาในตลาด แม่ค้าแม่ขายอดไม่ได้ที่จะชวนคุยถามไถ่ ยืนคุยกันอยู่นาน มือก็คอยตักกับข้าวให้ลูกค้า พอได้ความว่าเรามาจากกรุงเทพ และกำลังจะกลับแล้ว คุณป้าก็เลยเอ่ยชักชวนเราว่า อย่าลืมกลับมาลพบุรีอีกนะ ลพบุรีมีงานเทศกาลเยอะแยะ อย่างงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ มาแต่งชุดไทยเก๋ๆทานอาหารอร่อยๆในงาน

 

..เราเลยเอ่ยปากสัญญาว่าจะกลับมา “ลพบุรี” อีกครั้งเป็นแน่

SaveSave

SaveSave

from:https://droidsans.com/lopburi-huawei-p10-plus/