คลังเก็บป้ายกำกับ: INDIA

Xiaomi ฉลองเปิดศูนย์บริการสาขาที่ 1,000 ในอินเดีย เติบโตขึ้น 100% จากปีที่แล้ว

เมื่อวันพุธ (20 มิถุนายน) ที่ผ่านมา Xiaomi ได้ประกาศลงใน Twitter ว่าตอนนี้ได้ทำการเปิดศูนย์บริการครบเป็นจำนวนมากถึง 1,000 สาขาแล้วในอินเดีย โดยสาขาที่ 1,000 ที่เพิ่งจะเปิดทำการอยู่ในเมือง Hyderabad รัฐ Telangana จนถึงตอนนี้นับว่ามีศูนย์บริการใน 600 เมืองเลยทีเดียว

นี่เป็นสัญญาณที่ดีของ Xiaomi ที่ทำให้รู้ว่าบริษัทกำลังเดินหมากถูกทาง เพราะบริการหลังการขายเป็นกุญแจสำคัญในการขยายตลาดทั้งในและนอกประเทศบ้านเกิด โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ทางค่ายเพิ่งเปิดตัวสมาร์ททีวีรุ่นต่างๆสำหรับตลาดอินเดียไป นอกจากนั้นยังมีการแต่งตั้งศูนย์รับซ่อม Mi TV กว่าอีก 500 จุดทั่วประเทศ

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงมิถุนายน ปี 2017 Xiaomi เพิ่งจะมีข่าวเปิดศูนย์บริการแห่งที่ 500 ณ เมือง Bengaluru ไปเอง ผ่านมาเพียง 1 ปีกลับขยายขึ้นไปถึง 100% และดูเหมือนว่าอนาคตของแบรนด์จะยังสามารถไปได้อีกค่อนข้างไกล

สำหรับในประเทศเทศไทยตอนนี้มีศูนย์บริการ Xiaomi ทั้งหมด 11 แห่งพร้อม Mi Store อีก 7 สาขา ใครที่ยังไม่เคยไปสัมผัสสินค้าต่างๆ (ไม่ได้มีแค่สมาร์ทโฟน แต่ยังมีแกดเจ็ตและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นของ Xiaomi เองด้วย) ก็สามารถไปลองกันได้

 

ที่มา: Gizmochina

from:https://droidsans.com/xiaomi-just-opened-the-1000th-service-center-in-india/

Advertisements

Uber เปิดตัว Uber Lite ขนาดเพียง 5 เมกะไบต์ เริ่มที่แรกในอินเดีย

Uber เปิดตัว Uber Lite เจาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แรง และคนอาจยังใช้มือถือที่ไม่สามารถรองรับการใช้งานแอพ Uber ได้เต็มที่ โดย Uber Lite เปิดตัวในอินเดียเป็นที่แรก

Uber Lite มีขนาด 5 เมกะไบต์ (แอพ Uber ปกติมีขนาด 181 เมกะไบต์) เป็นแอพแอนดรอยด์ ไม่รองรับการจ่ายเงินค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิต ต้องจ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น แต่ทางบริษัทก็มีการวางแผนจะร่วมมือกับ Paytm ผู้ทำเปย์เมนต์ในอินเดีย และเพื่อประหยัดพื้นที่เก็บข้อมูล Uber Lite จะแนะนำสถานที่ใกล้เคียงกับพิกัดของผู้ใช้แทนที่จะทำเป็นแผนที่หรือช่องค้นหาสถานที่ ซึ่งตัวแอพก็มีแผนที่ให้กดดูว่ารถมาถึงหรือยัง แต่จะไม่แสดงแผนที่มาตั้งแต่แรก ผู้ใช้ต้องกดเข้าไปดูเอง

Uber ระบุว่าอนาคตจะทำ Uber Lite ในภาษาอื่น และจะมีฟีเจอร์การแจ้งเตือน นอกจากนี้มีแผนจะทำ Uber ที่สามารถเรียกรถได้แม้ออฟไลน์ แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ในอินเดียมีคู่แข่งท้องถิ่นคือ Ola ที่ทำเวอร์ชั่น lite ออกมาก่อนแล้ว ซึ่งมีขนาดเล็กเพียง 1 เมกะไบต์ และยังกินส่วนแบ่งในตลาดอินเดียถึง 45% ในขณะที่ Uber มี 35%

No Description
ภาพจาก Uber Newsroom

ที่มา – TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103083

Google เผยให้บริการ Wi-Fi ฟรีตามสถานีรถไฟอินเดีย 400 แห่ง เข้าถึงผู้ใช้ 8 ล้านราย

ย้อนกลับไปในปี 2015 Google เริ่มโครงการเดินสายไฟเบอร์ไปตามรางรถไฟในอินเดียเพื่อให้บริการ Wi-Fi ตามสถานี ล่าสุด Google เผยตัวเลขว่าได้ติดตั้งตามสถานีไปแล้ว 400 แห่ง สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานในอินเดียได้ราว 8 ล้านราย/เดือน เฉลี่ยใช้งานอินเทอร์เน็ต 350MB ต่อรอบ

เป้าหมาย 400 สถานีเป็นตัวเลขที่ Google ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่เริ่มทำโครงการแล้ว และในปีนี้จะเริ่มโมเดลทำรายได้ เริ่มจากหารายได้จากโฆษณา สร้างรายได้ให้ทั้ง Google และ การรถไฟอินเดีย

Google บอกว่าจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ โดยตั้งเป้าหมายจะทำโครงการคล้ายๆ กันนี้ในพื้นที่ต่างๆ ของอินเดีย ไม่ใช่แค่สถานีรถไฟ เพราะยังมีคนอีกมากที่ไม่ได้อาศัยและทำงานอยู่ใกล้สถานี และนอกจากอินเดียแล้ว Google ก็เตรียมขยายโครงการไปยังประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย เม็กซิโก

No Description

ที่มา – TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103013

สำรวจตลาดสตรีมมิ่งในอินเดีย: Google ครองส่วนแบ่งฝั่งเพลง, ด้านภาพยนตร์คู่แข่งท้องถิ่นยังคงมาแรง

บริษัทวิจัยตลาด Jana ได้เผยข้อมูลส่วนแบ่งของบริการประเภทออนดีมานด์สตรีมมิ่งประจำไตรมาส 1 ปีนี้ในประเทศอินเดีย โดยที่น่าสนใจคือบริการจากคู่แข่งจากท้องถิ่นยังคงมาแรง

ในด้านวิดีโอสตรีมมิ่งนั้น Jana รายงานว่า ยอดการติดตั้งแอพคู่แข่งจากท้องถิ่นอย่าง Hotstar ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัท Star India นั้นกินส่วนแบ่งไปจนถึง 69.7% ตามมาด้วย SonyLIV ที่ 14%, Voot ที่ 10.7%, Amazon ที่ 5%, Netflix ที่ 1.4% และ YuppTV ที่ 0.5%

Hostar นั้นเป็นบริการสตรีมมิ่งที่ได้รับสิทธิในการเผยแพร่ภาพยนตร์ดังจาก HBO, Showtime, Disney และ Fox จำนวนมาก ในปีที่แล้วก็มีการกระตุ้นตลาดโดยเสนอราคาดูภาพยนตร์ที่ถูกมาก โดยซีอีโอของ 21st Century Fox (บริษัทแม่ของ Star India) เผยว่าปัจจุบันบริการ Hotstar มีผู้ใช้งานต่อเดือนถึง 145 ล้านคน และมีการใช้งานแพลตฟอร์มกว่า 2 พันล้านนาทีต่อวัน

No Description
ภาพจาก Hotstar

ในฝั่งบริการสตรีมมิ่งเพลงนั้น ยอดติดตั้งแอพที่มาแรงในอินเดียคือ Google โดย Jana ประมาณการว่าบริการ Play Music มีติดตั้งบนนสมาร์ทโฟนกว่า 63.7% ของสมาร์ทโฟนตัวอย่างในการเก็บสถิตินี้ (แต่ไม่มีข้อมูลว่ามีผู้ใช้จำนวนเท่าไรที่จ่ายเงิน) ตามมาด้วยคู่แข่งจากท้องถิ่น JioMusic-Saavn (ที่รวมกันในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา) มีส่วนแบ่ง 26.1% เนื่องจาก JioMusic เป็นบริการฟรีสำหรับผู้ใช้บริการเครือข่าย Jio ของอินเดีย ส่วนคู่แข่งรายอื่นก็มี Gaana อยู่ที่ 4.5%, Wynk ที่ 3% และ Hungama ที่ 1.3%

ส่วนประมาณการเวลาใช้งานบริการสตรีมมิ่งเพลงต่อผู้ใช้ พบว่าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Google Play Music กินส่วนแบ่ง 40% ลดลงจากเดือนมกราคม 45.7% ส่วน JioMusic-Saavn กินส่วนแบ่งของเวลาใช้งาน 37.8% เพิ่มขึ้นจาก 32.5% (ยอดรวมของ JioMusic และ Saavn ตอนยังไม่ควบรวมบริการเข้าด้วยกัน) เมื่อเดือนมกราคม และหากมองทางฝั่ง Apple Music แล้ว ก็จะพบว่ามีส่วนแบ่งเพียง 0.1% เท่านั้น

No Description

ที่มา – VentureBeat, Quartz

from:https://www.blognone.com/node/102779

Honda อินเดียตั้งค่า AWS S3 พลาด ข้อมูลลูกค้ากว่า 50,000 รายรั่วสู่สาธารณะ

อีกหนึ่งกรณีสำหรับการตั้งค่า AWS S3 Bubket ไม่มั่นคงปลอดภัย เมื่อ Kromtech Security บริษัทที่ปรึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัยออกมาเปิดเผยว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า Honda ประเทศอินเดียกว่า 50,000 รายสามารถเข้าถึงได้จากสาธารณะ

Credit: HondaCarIndia.com

Kromtech ระบุว่า ข้อมูลลูกค้าที่รั่วออกมานั้น เป็นข้อมูลผู้ใช้ที่ทำการดาวน์โหลดและติดตั้ง Honda Connect ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์พกพาที่พัฒนาโดย Honda Car India สำหรับช่วยให้ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการรถยนต์อัจฉริยะของตนได้ รวมไปถึงเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ของ Honda Car India

จนถึงตอนนี้ Honda Connect ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า Honda อินเดียจำนวนมากจากการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมันมากกว่า 1,000,000 ครั้ง ซึ่ง Kromtech ระบุว่า ข้อมูลที่รั่วสู่สาธารณะนั้นประกอบด้วย ชื่อ เพศ เบอร์โทร อีเมล รหัสผ่านบัญชี Car VIN และ Car Connect ID

อย่างไรก็ตาม Kromtech ไม่ใช่คนแรกที่พบว่า AWS S3 Bucket ของ Honda อินเดียตั้งค่าการเข้าถึงผิดพลาด เนื่องจากพบว่าใน S3 Bucket มีไฟล์ที่ชื่อว่า poc.txt อยู่ ไฟล์ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติโดยนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ชื่อว่า Robbie Wiggins ซึ่งคอยสแกนอินเทอร์เน็ตทั่วโลกเพื่อค้นหาว่ามีใครตั้งค่า AWS S3 Bucket ผิดพลาดบ้าง พร้อมทำการแจ้งเตือนก่อนที่จะถูกผู้ไม่ประสงค์ดีโจมตีหรือขโมยข้อมูล จากการตรวจสอบ Timestamp พบกว่าไฟล์ poc.txt ถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2018 หรือก็คือประมาณ 3 เดือนก่อนหน้านี้

Kromtech ได้แจ้งปัญหาที่ค้นพบไปยัง Honda อินเดีย ซึ่งก็ได้ทำการปิดสิทธิ์เข้าถึงจากสาธารณะเป็นที่เรียบร้อย แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าข้อมูลที่รั่วออกมานี้ถูกใครนำไปใช้ประโยชน์หรือไม่

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/honda-india-left-details-of-50-000-customers-exposed-on-an-aws-s3-server/

from:https://www.techtalkthai.com/honda-india-customer-data-in-aws-s3-bucket-exposed/

บริการสตรีมมิ่ง Hotstar ของอินเดีย ทำสถิติใหม่ ถ่ายทอดสดคริกเกตนัดชิงฯ คนดู 10.3 ล้านคน

Hotstar บริการสตรีมมิ่งออนดีมานด์รายใหญ่ของอินเดีย เปิดเผยสถิติใหม่ ของการถ่ายทอดสดการแข่งขันคริกเกต IPL นัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง Chennai Super Kings และ Sun Risers Hyderabad โดยมีคนดูการถ่ายทอดสดพร้อมกัน 10.3 ล้านคน

บริการ Hotstar ใช้ระบบหลังบ้านของ Akamai ผู้ให้บริการ CDN รายใหญ่ เพื่อรองรับจำนวนผู้ชมพร้อมกันในปริมาณที่สูงเช่นนี้ ซึ่งทาง Akamai เผยว่าจำนวนผู้ชมพร้อมกันระดับนี้ ถือเป็นครั้งแรกของโลกอินเทอร์เน็ต

การแข่งขันคริกเกต IPL ถือเป็นการแข่งขันกีฬารายการสำคัญของอินเดีย ที่มีผู้ชมในประเทศรอชมเป็นจำนวนมาก และอีกปัจจัยสำคัญคือ Hotstar คิดราคาในการชมคอนเทนต์ที่ไม่สูงมาก รวมทั้งเนื้อหาบางอย่างก็เปิดให้ชมฟรีด้วย

ที่มา: @refsrc และ Television Post ภาพจาก @NimitParmar

alt="IPL"

from:https://www.blognone.com/node/102666

ไวรัส “นิปาห์” ระบาดครั้งใหม่ในอินเดีย จากคนสู่คน คร่าชีวิตไปแล้วนับสิบราย

อินเดียประกาศให้ประชาชนระวังการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah) หลังมีรายงานว่าเมืองโคษิโฆษ (Kozhikode) เมืองทางใต้ของอินเดียมีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตแล้ว 10 ราย

ไวรัสนิปาห์ (Nipah henipavirus, Nipah virus, NiV) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1998 ในประเทศมาเลเซีย แต่มีการรายงานว่าระบาดสู่มนุษย์ที่ประเทศบังกลาเทศในปี ค.ศ. 2004 และพบว่าระบาดจากคนสู่คนครั้งแรกในประเทศอินเดียเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 พ.ค. 2018)

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าไวรัสนิปาห์ถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในสิบของเชื้อโรคในโลกสมัยใหม่ ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงได้ จากรายงานในอดีตพบว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนจากผู้ติดเชื้อประมาณ 300 คน และได้พบการแพร่ระบาดในสุกรที่มาจากประเทศมาเลเซีย และต้องกระทำการการุณยฆาตสุกรอย่างน้อยหนึ่งล้านตัว

ระยะการแสดงอาการของไวรัสนิปาห์คล้ายกับไข้หวัดทั่วไป ในหนึ่งถึงสองวันแรกมีไข้สูง วิงเวียนศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก แต่จะรุนแรงขึ้นเมื่อมีอาการไอเสียงดัง ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา จะทำให้เป็นโรคสมองอักเสบ (Encephalitis) และเสียชีวิต

ยังไม่มีการระบุว่าพบผู้ป่วยในประเทศไทย แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าเล็กน้อยที่ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนในการรักษาทั้งในคนและสัตว์ และผู้ที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 70

No Description แผนภาพแสดงการระบาดของไวรัสนิปาห์ และที่อยู่อาศัยของค้างคาวผลไม้ (Megabat หรือค้างคาวในวงศ์ Pteropodidae)

ที่มา – Reuters, VoiceTV, World Health Organization (WHO), BBC

from:https://www.blognone.com/node/102650