คลังเก็บป้ายกำกับ: INFOQUEST

[PR] หัวเว่ย เปิดตัวโซลูชั่น Intent-Driven CloudCampus

Credit: Huawei

อัมสเตอร์ดัม — 20 มี.ค. –พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ – หลอมรวม AI, บิ๊กดาต้า และคลาวด์เข้าไว้ในสถาปัตยกรรมเครือข่าย ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถลด OpEx, เพิ่ม ROI และเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นดิจิทัลได้เร็วขึ้น

หัวเว่ย ประกาศเปิดตัวโซลูชั่น Intent-Driven CloudCampus และสวิตช์แบบตั้งโปรแกรมได้สำหรับเครือข่ายองค์กร ที่งาน Huawei Western Europe Partner Summit 2018 โดยโซลูชั่น CloudCampus ของหัวเว่ยจะช่วยองค์กรต่าง ๆ ในการสร้างเครือข่ายแบบมีสายและไร้สายสำหรับอนาคต ซึ่งจะมอบประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีที่สุด พร้อมจัดหาบริการแบบอัตโนมัติ งานปฏิบัติการและซ่อมบำรุง (O&M) และการเข้าถึงที่บรรจบกัน ผ่านสถาปัตยกรรมใหม่สำหรับ Intent-Driven Network (IDN)

ดัชนี 2017 Global Connectivity Index ของหัวเว่ย[1] ที่มาจากการสำรวจองค์กรจำนวน 3,000 แห่งจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่า การเชื่อมต่อทำให้องค์กรเหล่านี้สามารถทลายขอบเขตในภูมิภาคและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยปรับปรุงปริมาณงาน ประสิทธิภาพ และความสามารถการแข่งขันในตลาด

Intent-Driven CloudCampus ของหัวเว่ย นำเอาแนวคิดการออกแบบ “อัจฉริยะ เรียบง่าย หลอมรวม ปลอดภัย และเปิดกว้าง” มาใช้ โดยประกอบด้วยสองส่วน ได้แก่ จักรกลเรียนรู้ตัวใหม่ CampusInsight และโซลูชั่นเครือข่ายอัตโนมัติ Software-Defined Campus (SD-Campus) สำหรับ CampusInsight นั้น จะช่วยสร้างระบบคาดเดาและบำรุงรักษาตัวเองได้ในระบบปิด มาพร้อมความสามารถในการมองเห็นที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนแบบเรียลไทม์ ขณะที่ SD-Campus นำเครือข่ายเสมือนจริงและเครือข่ายกายภาพแบบอัตโนมัติมาใช้อย่างครอบคลุมตลอดทั้งวงจร ตั้งแต่การวางแผนและการติดตั้งวางระบบ ไปจนถึง O&M

“การเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับองค์กรนั้น กำลังถูกขยายขอบเขตจากผู้คนไปสู่สิ่งของและสิ่งแวดล้อม” คุณหวัง ซือหง ผู้จดการทั่วไปฝ่าย Campus Network Domain ของหัวเว่ยกล่าว “โซลูชั่น CloudCampus ของเราจะช่วยองค์กรต่าง ๆ ในการสร้างเครือข่ายดิจิทัลอัจฉริยะที่เชื่อมจุดมุ่งหมายด้านธุรกิจและสถาปัตยกรรมเครือข่ายเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นดิจิทัล”

“บริษัทต่าง ๆ ในปัจจุบันจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการสร้างเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่เป็นไปตามเจตนาหรือจุดมุ่งหมายทางธุรกิจเป็นหลัก ผู้ขายที่สามารถใช้ประโยชน์จาก AI/ML และโมเดลพื้นฐานสำหรับวิเคราะห์ในการทำเครือข่ายอัตโนมัติ จะมีความคล่องแคล่วมากกว่าในการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างและปลอดภัย” โรหิต เมฮ์รา รองประธานฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของ IDC กล่าว

เครื่องมือใหม่ ๆ ใน Intent-Driven CloudCampus ประกอบด้วย

CampusInsight 2.0 (จักรกลเรียนรู้ข้อมูลเชิงลึกในเครือข่ายองค์กร): ด้วยเทคโนโลยีโทรมาตร CampusInsight จึงสามารถรวบรวมข้อมูลเครือข่ายและการใช้งานจากอุปกรณ์เครือข่ายได้ทั้งในแบบเรียลไทม์และแบบออนดีมานด์ ขณะเดียวกันยังใช้เทคโนโลยีบิ๊กดาต้าและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อที่จะวิเคราะห์ความบกพร่องของเครือข่ายและคาดการณ์ล่วงหน้า ดังนั้น จึงสามารถดักจับประเด็นที่อาจเป็นปัญญาได้มากถึง 85% ด้วยวิธีที่เป็นอัตโนมัติ

SD-Campus 2.0 (โซลูชั่นจัดการเครือข่ายองค์กรอัตโนมัติตลอดวัฏจักรการทำงาน): SD-Campus เหมาะสำหรับเครือข่ายองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ โดยใช้ Software-Defined Networking (SDN) และเทคโนโลยีคลาวด์เพื่อใช้ระบบอัตโนมัติกับการติดตั้งใช้งานเครือข่าย การเปิดใช้งานเครือข่ายเสมือน และการบริหารจัดการนโยบายโดยมุ่งเน้นผู้ใช้/การใช้งาน ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ลงถึง 80%

– สวิตช์เอไจล์ S5730-HI และ S6720-HI ที่รองรับ SD-Campus: สวิตช์เอไจล์เหล่านี้รับรองการป้อนคำสั่งเต็มรูปแบบ โดยพัฒนาต่อยอดมาจากชิป Ethernet Network Processor (ENP) ของหัวเว่ย มีการผนวกรวมเทคโนโลยีมีสายและไร้สายเข้าด้วยกันโดยอาศัยฟังก์ชั่น Access Controller (AC) แบบเนทีฟ และรองรับสถานการณ์ที่ใช้ SD-Campus

– Huawei S5730-HI คือสวิตช์เอไจล์ล้ำยุคที่รองรับการเข้าถึงทุกช่วงชั้นกิกะบิต

– Huawei S6720-HI คือสวิตช์ประจำที่รองรับการป้อนคำสั่งเต็มรูปแบบ ที่มาพร้อมพอร์ท Uplink Port 100GE สำหรับเครือข่ายองค์กร

ในอนาคต การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจะขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถเปิดตัวธุรกิจใหม่ ๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น เครือข่ายจำเป็นจะต้องตอบสนองความต้องการของตลาดและการดำเนินงานได้อย่างฉับไว ซึ่งถือเป็นการสร้างความท้าทายสำหรับเครือข่ายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน Huawei CloudCampus จะเดินหน้าการเปลี่ยนแปลงต่อไปโดยยึดหลักการ IDN และค่อย ๆ เพิ่มโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อปรับให้เข้ากับสถานการณ์การใช้งานที่มีความเจาะจงมากยิ่งขึ้น ในการนี้ หัวเว่ยได้วางเป้าหมายที่จะทำให้เครือข่ายองค์กรเข้าใจจุดประสงค์ของผู้ใช้อย่างแท้จริง และติดตั้งใช้งานและจัดการเครือข่ายในแนวทางที่เป็นอัตโนมัติและอัจฉริยะ เพื่อเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับองค์กร

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CloudCampus กรุณาเข้าชมที่ http://e.huawei.com/en/solutions/business-needs/enterprise-network/campus-network

###

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-intent-driven-cloudcampus/

Advertisements

[PR] หัวเว่ย รั้งตำแหน่งผู้นำด้านแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์สำหรับศูนย์ข้อมูลแบบ SDN

Credit: Huawei

เซินเจิ้น, จีน–14 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ – หัวเว่ย ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทครองตำแหน่งผู้นำในรายงาน “The Forrester Wave(TM): Hardware Platforms For Software-Defined Networking, Q1 2018” ซึ่งจัดพิมพ์โดย ฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำแก่อุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยนับเป็นครั้งแรกที่ฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช ได้ทำการประเมินแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์สำหรับศูนย์ข้อมูลแบบ Software-Defined Networking (SDN) จากผู้เล่น 9 รายในอุตสาหกรรม รายงานดังกล่าวระบุว่า สวิตช์สำหรับศูนย์ข้อมูลตระกูล CloudEngine ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของโซลูชั่น CouldFabric ของหัวเว่ยนั้น ได้รับคะแนนสูงสุดในประเภทกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ และมีคะแนนสูงสุดเป็นอันดับสามในประเภทบริการที่มีอยู่ในปัจจุบันและบทบาทในตลาด เราเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า หัวเว่ยกำลังก้าวเป็นผู้นำโลกในเรื่องของเครือข่ายศูนย์ข้อมูล

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบปฏิบัติการจากบริษัทจำนวนมากต่างหันมาใช้แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์สำหรับศูนย์ข้อมูลแบบ SDN กันมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการ โดยคาดว่าแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ดังกล่าวจะตอบสนองความต้องการของบริษัทได้ในหลายช่วงระยะ ระหว่างที่มีการเปลี่ยนแปลงจากการใช้ศูนย์ข้อมูลแบบดั้งเดิมไปเป็นการพึ่งพาระบบคลาวด์ส่วนตัวและคลาวด์ลูกผสม ซึ่งหมายความว่า แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์จะต้องมีความเปิดกว้าง มีความยืดหยุ่น และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ตลอดระยะเวลา 5-7 ปีข้างหน้า

สวิตช์ตระกูล CloudEngine ของหัวเว่ย ถือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมที่สุดของอุตสาหกรรม บนสถาปัตยกรรมที่เป็นหนึ่งเดียว เปิดกว้าง และตั้งโปรแกรมได้ ทำให้การเปลี่ยนผ่านจากเครือข่ายศูนย์ข้อมูลแบบเดิมไปเป็นแบบ SDN และมัลติคลาวด์นั้น เป็นไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ สวิตช์ของหัวเว่ยยังทำหน้าที่เป็น API มาตรฐานสำหรับการใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มประมวลผล ตัวควบคุม และเครื่องมือการจัดการแบบอัตโนมัติของผู้จำหน่ายรายอื่น ๆ เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการความยืดหยุ่น และเพื่อขีดความสามารถในการติดตั้งวางระบบได้อย่างเบ็ดเสร็จครบวงจร

ฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช ให้การยอมรับตำแหน่งของหัวเว่ยในตลาด โดยระบุว่า “หัวเว่ย ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายระบบเครือข่ายที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในการประเมินของเรานั้น มีรายการผลิตภัณฑ์เครือข่ายข้อมูลที่ใหญ่ที่สุด และมีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในจีน อีกทั้งยังมีการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในแอฟริกา เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้”

จง ไคเซิง ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์สวิตช์และเกตเวย์สำหรับองค์กร ของหัวเว่ย กล่าวว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ ฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช ได้ยกย่องให้ หัวเว่ย เป็นผู้นำในด้านแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์สำหรับศูนย์ข้อมูลแบบ SDN โดยสวิตช์ตระกูล CloudEngine ของหัวเว่ยได้รับการยอมรับจากตลาดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสมรรถนะสูงสุดในอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีความเป็นเลิศในด้านการเปิดกว้างและด้านความสามารถในการรองรับการพัฒนาเพิ่มเติมได้ โดยในอนาคต หัวเว่ยจะช่วยบริษัทต่าง ๆ ในการสร้างเครือข่ายที่เป็นไปตามเจตจาการใช้งาน (intent-driven network) ด้วยความสามารถด้านระบบอัตโนมัติและระบบอัจฉริยะที่ดียิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนความสำเร็จของธุรกิจ”

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2555 ทั้งโซลูชั่น CloudFabric และสวิตช์ตระกูล CloudEngine ของหัวเว่ยยังคงมีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง และได้พัฒนาแนวทางปฏิบัติทางการค้ามากมายผ่านทางแพลตฟอร์มเครือข่ายล้ำสมัยในอุตสาหกรรมภาคต่าง ๆ เช่น ผู้ให้บริการคลาวด์ ภาคการเงิน สื่อและความบันเทิง และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ปัจจุบัน โซลูชั่น CloudFabric ของหัวเว่ยถูกนำไปติดตั้งใช้งานตามบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 2,800 แห่ง ในกว่า 120 ประเทศ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Huawei CloudFabric Solution ได้ที่ http://e.huawei.com/go/cloudfabric 

###

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-ranking-leader-hardware-platform-for-sdn/

[PR] หัวเว่ย เปิดตัวโซลูชั่นเครือข่าย Intent-Driven Network ช่วยองค์กรสร้างแพลตฟอร์มเครือข่ายดิจิทัล

เควิน หู ประธานสายผลิตภัณฑ์เครือข่ายของบริษัทหัวเว่ย เปิดตัวโซลูชันเครือข่ายขับเคลื่อนแบบมุ่งเน้น

บาร์เซโลนา, สเปน–28 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ – หัวเว่ย เปิดตัวโซลูชั่นเครือข่ายขับเคลื่อนแบบมุ่งเน้น (Intent-Driven Network) ที่งาน Mobile World Congress (MWC) 2018 โซลูชั่นดังกล่าว จะช่วยลดช่องว่างระหว่างเครือข่ายทางกายภาพและเป้าหมายทางธุรกิจลง ด้วยการสร้างระบบเครือข่ายพื้นฐานแบบดิจิทัล ทวิน (digital twin) ผ่านความเข้าใจในเจตนารมณ์ของการให้บริการ รวมถึงการใช้นโยบายที่เกี่ยวกับเครือข่ายอัตโนมัติ และการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โซลูชั่นนี้จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานแต่ละรายของแต่ละแอปพลิเคชันในแต่ละช่วงเวลา ขณะเดียวกันก็สามารถป้องกันการโจมตีแบบไม่เป็นที่รู้จักซึ่งพบได้แพร่หลาย และสร้างแพลตฟอร์มเครือข่ายดิจิทัลอัจฉริยะ ซึ่งใช้งานง่าย มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัลตร้าบรอดแบนด์ (Ultra-Broadband) ทั้งยังมีความปลอดภัยสูง ขณะเดียวกันก็เป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายดิจิทัลแบบเปิดสำหรับองค์กรด้วย

ผลการสำรวจความคิดเห็นของประธานบริหารฝ่ายสารสนเทศหรือ CIO ของบริษัท 3,160 แห่งทั่วโลกจากแวดวงธุรกิจต่างๆ 15 ธุรกิจโดยบริษัท การ์ทเนอร์[1] ชี้ให้เห็นว่า โดยทั่วไปแล้ว การปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือระบบแอนาล็อกไปสู่ดิจิทัลนั้น สามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจราว 20% ขณะที่ขั้นตอนการดำเนินการทางธุรกิจประมาณ 35% ได้ผ่านการปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบดิจิทัลแล้ว การปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัลขององค์กรธุรกิจนั้น ยังต้องพึ่งพาการพัฒนาของ Internet of Things (IoT) และการเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ของปัญญาประดิษฐ์ (AI), Big Data รวมถึงเทคโนโลยีระบบคลาวด์มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การรับรู้ประสบการณ์ของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ การเพิ่มประสิทธิภาพให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงได้มากที่สุด การคาดการณ์เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพของการเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบดิจิทัลในแต่ละองค์กร

โซลูชั่นเครือข่ายขับเคลื่อนแบบมุ่งเน้น (Intent-Driven Network) ของหัวเว่ย ยังได้นำบิ๊กดาต้า (Big Data) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปในเครือข่ายออล-คลาวด์ (All-Cloud Networks) ซึ่งโซลูชันนี้ได้รับการขับเคลื่อนจากตรรกะทางธุรกิจ และกลยุทธ์การให้บริการที่อิงกับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ช่วยให้องค์กรต่างๆสามารถสร้างเครือข่ายดิจิทัลแบบที่ผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางได้

นอกจากนี้โซลูชั่นดังกล่าวจะทำให้ระบบอัตโนมัติและอัจฉริยะระดับสูงสามารถแก้ปัญหาในสถานการณ์เฉพาะ อย่างเช่น การระบุความตั้งใจทางธุรกิจเชิงรุก การออกแบบเครือข่ายตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง การรับรู้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์และการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงรุก โดยเครือข่ายขับเคลื่อนแบบมุ่งเน้นยังสามารถทำหน้าที่เป็นอุตสาหกรรมแพลตฟอร์มแบบเปิดขององค์กร ให้บริการ API แบบเปิด พัฒนาและเป็นเครื่องมือเขียนโปรแกรม รวมถึงตรวจสอบรับรองอุตสาหกรรมแอปพลิเคชัน สร้างระบบนิเวศของแอปพลิเคชันที่กว้างขวาง

เควิน หู ประธานสายผลิตภัณฑ์เครือข่ายของหัวเว่ย กล่าวว่า โซลูชั่นเครือข่ายแบบมุ่งเน้นที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้น จะมุ่งไปที่ประสบการณ์ของผู้ใช้และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านประสบการณ์ของผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถรองรับการเชื่อมโยงทุกด้านเข้าด้วยกันแห่งสังคมอัจฉริยะ และประสบความสำเร็จทางธุรกิจ

###

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-intent-driven-network/

[PR] นวัตกรรม NB-IoT ของ ZTE คว้ารางวัล GLOMO Award ในมหกรรม MWC 2018

เซินเจิ้น, จีน–27 กุมภาพันธ์–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์- ZTE Corporation (0763.HK / 000063.SZ) ผู้ให้บริการโซลูชั่นโทรคมนาคม เทคโนโลยีระดับองค์กร และเทคโนโลยีผู้บริโภคสำหรับแวดวงอินเทอร์เน็ตมือถือรายใหญ่ของโลก ประกาศว่า โซลูชั่นจอดรถอัจฉริยะของบริษัทที่ใช้เทคโนโลยี NB-IoT คว้ารางวัล GLOMO 2018 สาขา Best Mobile Service for the Connected Life ในวันแรกของมหกรรม Mobile World Congress 2018 ที่บาร์เซโลนา ประเทศสเปน นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สวยงามของ ZTE ในมหกรรมสุดยิ่งใหญ่นี้

ZTE มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและสร้างระบบนิเวศ IoT โดยเน้นกลยุทธ์ “ชิป เครือข่าย และคลาวด์” โดยได้เปิดตัวเครือข่าย NB-IoT ไปแล้วกว่า 20 เครือข่าย รวมถึงชิป NB-IoT ซีรีส์ WiseFone และ RoseFinch ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่กินไฟต่ำ ตลอดจนแพลตฟอร์ม IoT ในชื่อ ThingxCloud ขณะเดียวกัน ZTE ได้จัดตั้ง Global IoT Alliance (GIA) ที่ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 200 รายจากกว่า 30 อุตสาหกรรม ซึ่งสามารถส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรม IoT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อเป็นการต้อนรับยุค 5G ทาง ZTE ได้ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในหลายภาคส่วน ได้แก่ VR/AR, การผลิตอัจฉริยะ, โครงข่ายอัจฉริยะ และรถยนต์ต่ออินเทอร์เน็ตได้ เพื่อสำรวจแนวทางการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ตลอดจนเดินหน้าวิจัยและตรวจสอบความถูกต้องของโมเดลธุรกิจต่างๆ

เมื่อไม่นานมานี้ ZTE คว้ารางวัลระดับนานาชาติหลายรายการ โดยในพิธีมอบรางวัลประจำปี 2017 ของ GTI ซึ่งจัดขึ้นก่อนมหกรรม Mobile World Congress ทางบริษัทสามารถคว้ารางวัล Market Development Award และรางวัล Innovative Mobile Service and Application Award มาครองได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ในอนาคต ZTE จะเดินหน้าเพิ่มการลงทุนในนวัตกรรมเทคโนโลยี ให้ความสำคัญอย่างเต็มที่กับความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรม IoT และการพัฒนาระบบนิเวศ IoT ต่อไป

###

เกี่ยวกับ ZTE

ZTE เป็นผู้ให้บริการระบบโทรคมนาคมขั้นสูง อุปกรณ์เคลื่อนที่ และโซลูชั่นเทคโนโลยีระดับองค์กร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ผู้ให้บริการเครือข่าย ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ ZTE มุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมแบบบูรณาการครบวงจรให้แก่ลูกค้าตามนโยบายของบริษัท เพื่อมอบคุณค่าและความเป็นเลิศในยุคที่เทคโนโลยีโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ZTE จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซินเจิ้น (รหัสหุ้นในตลาดฮ่องกง: 0763.HK / รหัสหุ้นในตลาดเซินเจิ้น: 000063.SZ ) บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมกว่า 500 ราย ในกว่า 160 ประเทศ ในแต่ละปี ZTE จัดสรรเงินรายได้ 10% ให้กับการวิจัยและพัฒนา ทั้งยังมีบทบาทเป็นผู้นำในองค์กรกำหนดมาตรฐานระดับโลก ทั้งนี้ ZTE ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นสมาชิกของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.zte.com.cn

from:https://www.techtalkthai.com/zte-nb-iot-received-glomo-award-mwc-2018/

[PR] ZTE เปิดตัวโซลูชั่นเครือข่ายแยกส่วน 5G E2E เป็นครั้งแรกของโลก

เซินเจิ้น, จีน–6 กุมภาพันธ์–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ – ZTE Corporation (0763.HK / 000063.SZ) ผู้ให้บริการโซลูชั่นโทรคมนาคม เทคโนโลยีระดับองค์กร และเทคโนโลยีผู้บริโภคสำหรับแวดวงอินเทอร์เน็ตมือถือรายใหญ่ของโลก ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นเครือข่ายแยกส่วน 5G E2E เป็นครั้งแรกของโลกในวันนี้

การเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ของ ZTE จะผลักดันความสมบูรณ์ทางเทคนิคของเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์ไปอีกขั้นหนึ่ง รวมถึงวางรากฐานอันมั่นคงเพื่อรองรับการทำงานของเครือข่ายแยกส่วน 5G แบบใหม่ ตลอดจนเสริมศักยภาพของ NSaaS (Network Slice as a Service) และบุกเบิกนวัตกรรมการใช้งานเครือข่าย 5G ในอุตสาหกรรมแนวดิ่ง

ในฐานะเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ขอบเขตการให้บริการของเครือข่าย 5G จึงถูกขยายจากการสื่อสารไร้สายไปสู่การเชื่อมต่อทุกที่และการใช้งานในรูปแบบต่างๆ เครือข่าย 5G รองรับการให้บริการที่แตกต่างกัน โดยโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันได้บนสถาปัตยกรรมเครือข่าย 5G แบบบูรณาการ

โซลูชั่นเครือข่ายแยกส่วน 5G E2E เป็นส่วนสำคัญของเครือข่าย 5G ที่รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล โดยมอบความยืดหยุ่นในการจัดสรรทรัพยากรของเครือข่ายทางกายภาพสู่เครือข่ายแยกส่วนเสมือนหลายเครือข่าย เพื่อรองรับความต้องการเชิงอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น การควบคุมเชิงอุตสาหกรรม การขับขี่อัตโนมัติ กริดไฟฟ้าอัจฉริยะ และการรักษาพยาบาลระยะไกล

ด้วยคุณสมบัติ “คล่องแคล่ว เฉลียวฉลาด และเปิดกว้าง” โซลูชั่นของ ZTE จึงเป็นโซลูชั่นเครือข่ายแยกส่วนบนคลาวด์แบบครบวงจรสำหรับ 5G RAN ซึ่งเป็นเครือข่ายหลักและเครือข่าย Bearer โซลูชั่นนี้มีรากฐานมาจากสถาปัตยกรรม micro-service ชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม ทั้งยังสามารถหลอมรวม Air Interface, เครือข่ายหลักเสมือน และเครือข่าย Bearer ที่ทำงานด้วย SDN ให้เป็นหนึ่งเดียว

นอกจากนี้ โซลูชั่นเครือข่ายแยกส่วน 5G E2E จาก ZTE ยังรองรับการจัดการวงจรชีวิตของเครือข่ายแยกส่วนแบบครบวงจร ผ่านทางระบบงานอัจฉริยะและระบบกลุ่ม (Orchestration) ของบริษัท ทั้งยังรองรับการปรับตั้งค่าเครือข่ายแยกส่วนตามความต้องการและการจัดสรรแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกัน โซลูชั่นนี้ยังมี Policy Engine ขุมพลัง AI ที่สามารถยกระดับระบบงานอัจฉริยะและการการันตีคุณภาพบริการของเครือข่าย 5G

คุณโหย่ว เหยียน รองประธาน ZTE กล่าวว่า “ในฐานะผู้บุกเบิก 5G ในระดับสากล ZTE ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆในส่วนของ 5G อย่างไม่หยุดยั้ง การเปิดตัวโซลูชั่นเครือข่ายแยกส่วน 5G E2E ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ โซลูชั่นนี้ไม่เพียงนำเสนอวิธีใช้งานเครือข่ายแยกส่วนชั้นนำของอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังแปลงเครือข่ายแยกส่วนให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมแนวดิ่ง นับเป็นการประเดิมการใช้งานเครือข่ายแยกส่วน 5G แบบใหม่ ทั้งนี้ ZTE พยายามอย่างหนักในการส่งเสริมการบูรณาการเครือข่าย 5G และอุตสาหกรรมแนวดิ่งข้ามพรมแดน รวมถึงกระตุ้นการพัฒนานวัตกรรมแอปพลิเคชันขนานใหญ่ ตลอดจนผสมผสานคุณค่าเชิงสังคมและพาณิชย์ของเครือข่าย 5G และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล”

###

เกี่ยวกับ ZTE

ZTE เป็นผู้ให้บริการระบบโทรคมนาคมขั้นสูง อุปกรณ์เคลื่อนที่ และโซลูชั่นเทคโนโลยีระดับองค์กร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ผู้ให้บริการเครือข่าย ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ ZTE มุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมแบบบูรณาการครบวงจรให้แก่ลูกค้าตามนโยบายของบริษัท เพื่อมอบคุณค่าและความเป็นเลิศในยุคที่เทคโนโลยีโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ZTE จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซินเจิ้น (รหัสหุ้นในตลาดฮ่องกง: 0763.HK / รหัสหุ้นในตลาดเซินเจิ้น: 000063.SZ ) บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมกว่า 500 ราย ในกว่า 160 ประเทศ ในแต่ละปี ZTE จัดสรรเงินรายได้ 10% ให้กับการวิจัยและพัฒนา ทั้งยังมีบทบาทเป็นผู้นำในองค์กรกำหนดมาตรฐานระดับโลก ทั้งนี้ ZTE ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นสมาชิกของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.zte.com.cn 

from:https://www.techtalkthai.com/zte-solution-5g-e2e/

[PR] บทสัมภาษณ์: “ไบค์ บูเลวาร์ด” เลือก “เน็กซัสฯ” วางระบบ SAP Hybris Sales Cloud บริหารงานทีมขาย มั่นใจระบบใหม่ช่วยปิดดีลการขายเร็วขึ้น และอัพเดทข้อมูลได้อย่างทั่วถึง ตอบสนองความต้องการกลุ่มคนรักจักรยาน

ถ้าจะเอ่ยถึงธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในขณะนี้ หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น ธุรกิจที่เกี่ยวกับการปั่นจักรยานเพื่อการออกกำลังกาย เพราะถือเป็นธุรกิจที่โตขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มรักสุขภาพอย่างแท้จริง ล่าสุด  บริษัท เน็กซัส ซิสเท็ม รีซอร์สเซส จํากัดผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา และวางระบบซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ที่ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท ไบค์ บูเลวาร์ด จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายอุปกรณ์ซ่อมหรือตกแต่งรถจักรยานให้กับร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ให้เข้ามาวางระบบ SAP Hybris Sales Cloud เพื่อการจัดการบริหารงานขายและทีมขาย (Sales Team Management) ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ พงศกรณ์ มีทรัพย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการบริษัท ของบริษัท ไบค์ บูเลวาร์ด จำกัด ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงถึงแนวความคิด เเละเหตุผลที่ต้องใช้ระบบการจัดการบริหารงานขายและทีมขาย (Sales Team Management) เข้ามาช่วยในการบริหารธุรกิจให้เหนือคู่แข่ง

รบกวนแนะนำธุรกิจ ไบค์ บูเลวาร์ดคร่าวๆได้ไหมคะ

เราทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าอุปกรณ์ตกแต่งและเครื่องมือซ่อมรถจักรยานแบบครบวงจรจากต่างประเทศ เพื่อจัดจำหน่ายในไทยครับ  เราทำธุรกิจมาประมาณ 4 ปีแล้ว ซึ่งตอนนี้เราก็เติบโตและขยายตัวไปถึงการนำเข้าอาหารเพื่อสุขภาพของคนรักจักรยานทั้งหมดเลยครับ

จุดเด่นของ ไบค์ บูเลวาร์ดที่ทำให้ลูกค้ายอมรับส่งผลให้ธุรกิจเจริญเติบโตมากขนาดนี้

จุดเด่นของเราคือจำนวนสินค้าที่ครอบคลุมครบวงจรมีให้เลือกหลากหลายแบรนด์และมีเครื่องมือซ่อมจักรยานมากกว่า 400 รายการ และที่สำคัญกว่านั้นคือการบริการก่อนและหลังการขายของเราจะให้ความสำคัญมาก สินค้าส่วนใหญ่ของเราจะมีการันตีรับประกันตลอดชีพหรืออายุการใช้งานครับ ทำให้ลูกค้าค่อนข้างที่จะมั่นใจและใช้บริการด้วยกันตลอดครับ

เหตุผลที่เลือก SAP Hybris Sales Cloud เข้ามาใช้การจัดการบริหารงานขาย และทีมขาย

บริษัทเราเป็นธุรกิจที่ต้องมีเซลส์ออกวิ่งขายต่างจังหวัดตลอด ดังนั้นปัญหาส่วนใหญ่ของเราคือการอัพเดทข้อมูลซึ่งกันและกันระหว่างผู้บริหาร ทีมงานขาย พนักงานขาย และเจ้าหน้าที่สต็อกจัดส่งสินค้า และการเช็คสต็อกสินค้าที่จะเหลือหรือขายได้ รวมถึงการดูข้อมูลการเข้าพบลูกค้าของเซลส์แต่ละคนว่าไปพบลูกค้าอย่างไร ที่ไหนบ้าง เพื่อนำมาเป็นข้อมูลการเบิกค่าเดินทาง อีกทั้งส่วนของฝ่ายบริหารเองก็ต้องการที่จะเห็นจำนวนและรายละเอียดลูกค้าทั้งหมดที่เซลส์ดูเเลอยู่ หรือช่วยในการวางแผนการขาย ซึ่งผมก็มองว่าตัวระบบการจัดการบริหารงานขายและทีมขาย SAP Hybris Sales Cloud นี้ ค่อนข้างที่จะตรงกับความต้องการของเรา สามารถทำให้การทำงานและบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เหตุผลที่เลือก เน็กซัสฯ เข้ามาวางระบบการจัดการบริหารงานขาย และทีมขาย

ก่อนที่ผมจะเลือกพบกับ เน็กซัสฯ ผมก็ได้ลองติดต่อดูระบบกับหลายๆเจ้า ซึ่งแต่ละเจ้าก็มีความสามารถแตกต่างกัน ส่วนเหตุผลที่เลือกเน็กซัสฯ เพราะจากการที่ได้คุยงานกัน เน็กซัสฯ ค่อนข้างที่จะเข้าใจในการทำงานของธุรกิจเรามาก และให้คำแนะนำต่างๆได้ชัดทำให้ผมเเละทีมมีความเชื่อมั่น วางใจในการวางระบบครั้งนี้

ความคาดหวังและก้าวต่อไปของ ไบค์ บูเลวาร์ดหลังใช้งานระบบการจัดการบริหารงานขายและทีมขาย
ผมและทีมงานเองมีความตั้งใจว่าเราอยากจะขยายตลาดเข้าไปในทุกภาคและจะเพิ่มการนำเข้าอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อสนับสนุนและให้บริการคนรักจักรยานให้มากที่สุด ซึ่งหลังจากทำการวางระบบการจัดการบริหารงานขายและทีมขายนี้เสร็จสิ้นแล้ว เราคาดหวังว่าในมุมของทีมขายเราจะปิดการขายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ข้อมูลต่างๆเราจะอัพเดทถึงกันได้อย่างทันที และในส่วนของบริการหลังการขายเราสามารถดูแลลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ใกล้ชิดเเละให้บริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้นครับ

###

เกี่ยวกับเน็กซัสฯ

บริษัท เน็กซัส ซิสเท็ม รีซอร์สเซส จํากัด เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์กว่า 19 ปี ด้านการวางระบบในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม โรงงาน การกระจายสินค้า และธุรกิจค้าส่งค้าปลีก โดยบริษัทมีโซลูชั่นประกอบด้วย โซลูชั่นระดับเอนเตอร์ไพรส์ ระดับเอสเอ็มอี และโซลูชั่นบนคลาวด์ ทั้งของ SAP และระบบเสริมอื่นๆ เพื่อช่วยสนับสนุนลูกค้าในการบริหาร รวมถึงยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และเป็นมาตรฐานสากล เพื่อการแข่งขันในตลาดยุคดิจิทัลนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม www.nexus-sr.com หรือโทรศัพท์ 02-091-1900

from:https://www.techtalkthai.com/bike-boulevard-nexus-sap/

[PR] Alibaba A.I. Labs จับมือ MediaTek เข็นโครงการ IoT มุ่งสู่โลกแห่งการเชื่อมต่อ

ลาสเวกัส–10 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์  – Alibaba เปิดตัวโพรโทคอล IoT สำหรับระบบบ้านอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยนวัตกรรม Tmall Genie 

Alibaba A.I. Labs ผู้นำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับลูกค้าของ Alibaba และ MediaTek บริษัทออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ประกาศความเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในโครงการริเริ่มด้าน Internet of Things (IoT) ซึ่งประกอบด้วย โพรโทคอลบ้านอัจฉริยะ, ชิป IoT ที่ปรับแต่งได้ และฮาร์ดแวร์อัจฉริยะ AI โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาโลกเชื่อมต่อในยุค IoT    

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นการเชื่อมต่อ Smartmesh ในประเทศจีน ซึ่งรองรับเทคโนโลยี Bluetooth mesh แบบกลุ่มต่อกลุ่ม หรือระหว่างผู้ใช้หลายคน (many-to-many) เพื่อที่จะเร่งผลักดันการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้ในระบบบ้านอัจฉริยะ 

โซลูชั่นดังกล่าวใช้โพรโทคอล IoT ที่มีชื่อว่า IoTConnect ซึ่งพัฒนาโดย Alibaba A.I. Labs และใช้ชิปบลูทูธที่ีทั้งสองฝ่ายพัฒนาร่วมกัน โซลูชั่นนี้จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆในบ้านอัจฉริยะสามารถจับคู่อัตโนมัติกับ Tmall Genie ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยเสียงชิ้นแรกของ Alibaba A.I. Labs อันจะนำไปสู่ระบบบ้านอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยนวัตกรรม Tmall Genie ในที่สุด

มิฟฟี ชาน ประธาน Alibaba A.I. Labs กล่าวว่า “เราตื่นเต้นที่ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ MediaTek เพื่อความร่วมมือในระบบนิเวศ IoT ความสามารถด้าน AI และคลาวด์คอมพิวติ้งของเรา ประสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยในการออกแบบชิปของ MediaTek จะมอบข้อได้เปรียบอันโดดเด่นให้แก่โซลูชั่นเชื่อมต่อสำหรับบ้านอัจฉริยะของเรา ทั้งยังมอบประโยชน์ที่แท้จริงให้แก่ลูกค้าในจีน พร้อมปูทางไปสู่โลกที่เชื่อมต่อกันมากขึ้นผ่านนวัตกรรม”

เจอร์รี หยู่ รองประธานบริษัท MediaTek และผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจความบันเทิงภายในบ้าน กล่าวว่า “MediaTek ตื่นเต้นที่ได้เป็นพันธมิตรกับ Alibaba A.I. Labs ในการสร้างระบบบ้านอัจฉริยะควบคุมด้วยเสียง หลังจากที่เราประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ Tmall Genie X1 มาแล้ว”

หยู่ กล่าวเสริมว่า “ตลาดสมาร์ทโฮมกำลังเติบโตอย่างมาก เนื่องจากเทคโนโลยีก้าวหน้า ด้วยจุดแข็งของ MediaTek ในด้านการเชื่อมต่อและเบสแบนด์ คอมพิวติ้งและมัลติมีเดีย ประกอบกับข้อได้เปรียบสำคัญด้านคลาวด์คอมพิวติ้งและ AI ของ Alibaba เราจึงมั่นใจว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการพัฒนาแห่งยุค IoT” 

ความเป็นพันธมิตรในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายประสบความสำเร็จร่วมกันมาแล้วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Tmall Genie ซึ่งบริษัท MediaTech ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีชิป ทั้งนี้ Alibaba A.I. Labs ได้เปิดตัวผู้ช่วยในบ้านอัจฉริยะเมื่อเดือนก.ค. ปีที่แล้ว ด้วยเป้าหมายที่จะมอบประสบการณ์การมีปฏิสัมพันธ์รูปแบบใหม่ๆสำหรับลูกค้าในประเทศจีน โดย Tmall Genie ทำยอดขายมากกว่า 1 ล้านเครื่องในจีน ในช่วงโกลบอล ช็อปปิ้ง เฟสติวัล ของ Alibaba เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ปีที่แล้ว

IoTConnect เป็นโพรโทคอลเชื่อมต่อเสรีที่พัฒนาขึ้นตามมาตรฐาน Bluetooth mesh สำหรับฮาร์ดแวร์อัจฉริยะและผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอัจฉริยะ โดยอุปกรณ์อัจฉริยะที่ใช้โพรโทคอลนี้จะสามารถจับคู่กับ Tmall Genie ได้โดยอัตโนมัติ โพรโทคอลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการรวมมาตรฐานการเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆให้เป็นหนึ่งเดียว จึงช่วยลดต้นทุนการพัฒนาอุปกรณ์เชื่อมต่อและสนับสนุนการพัฒนาระบบบ้านอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยเสียง 

โซลูชั่น Smartmesh จะสนับสนุนการวางระบบเครือข่าย Bluetooth mesh ล่าสุด รวมทั้งสนับสนุนการสร้างฟังก์ชันการทำงาน Bluetooth 5 โดย Bluetooth Special Interest Group (SIG) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลการพัฒนามาตรฐานบลูทูธ ทั้งนี้ ชิปเซ็ต Bluetooth SoCs (system-on-chip) ได้แก่ MT7581 และ MT7583 ที่ปรับแต่งให้รองรับโซลูชั่นดังกล่าวโดยเฉพาะ จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Bluetooth smart mesh, การจับคู่อัตโนมัติ, การเชื่อมต่อรวดเร็ว และการใช้พลังงานต่ำ โดย SoCs ทั้งสองรุ่นจะพร้อมออกสู่ตลาดในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

###

เกี่ยวกับ Alibaba A.I. Labs

Alibaba A.I. Labs ทุ่มเทให้กับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ในอนาคต และการเปลี่ยนประสบการณ์แปลกใหม่ของผู้ใช้ให้เป็นความจริง ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Alibaba A.I. Labs มุ่งเน้นพัฒนาแอพพลิเคชั่น AI ล้ำสมัยในระบบการค้าของ Alibaba และส่งมอบโซลูชั่น AI ให้กับลูกค้าและพันธมิตรของ Alibaba โดยทีมวิจัยระดับโลกของ Alibaba A.I. Labs มุ่งเน้นการวิจัยทั้งเชิงทฤษฎีและเชิงพาณิชย์ในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการจดจำเสียงพูด การประมวลภาษาธรรมชาติ การยืนยันตัวตนด้วยเสียง การเรียนรู้เชิงลึก และคอมพิวเตอร์วิชั่น นอกจากนี้ Alibaba A.I. Labs ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI สำหรับผู้บริโภค เช่น Tmall Genie ผู้ช่วยในบ้านอัจฉริยะควบคุมด้วยเสียง ซึ่งพัฒนาโดย Alibaba A.I. Labs     

เกี่ยวกับ MediaTek Inc.

MediaTek Incorporated (TWSE: 2454) เป็นบริษัทออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกที่ช่วยให้อุปกรณ์เชื่อมต่อ 1.5 พันล้านเครื่องทำงานได้ในแต่ละปี เราเป็นผู้นำตลาดในการพัฒนานวัตกรรม systems-on-chip (SoC) สำหรับอุปกรณ์มือถือ ผลิตภัณฑ์ความบันเทิงภายในบ้าน อุปกรณ์เชื่อมต่อ และอุปกรณ์ IoT ความมุ่งมั่นทุ่มเทในด้านนวัตกรรมทำให้เราก้าวขึ้นเป็นผู้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีสำคัญๆ ในตลาด เช่น เทคโนโลยีมือถือประหยัดพลังงานสูง และโซลูชั่นมัลติมีเดียขั้นสูงในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, ทีวีดิจิทัล, กล่อง OTT, อุปกรณ์แวร์เอเบิล และยานยนต์ MediaTek เพิ่มขีดความสามารถและผลักดันให้ผู้คนเปิดโลกทัศน์และบรรลุเป้าหมายอย่างง่ายดายยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาด เราเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น Everyday Genius ซึ่งขับเคลื่อนทุกสิ่งที่เราทำ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mediatek.com

from:https://www.techtalkthai.com/alibaba-labs-with-mediatek-tmall-genie-smarthome-protocal/