คลังเก็บป้ายกำกับ: INTERNET_OF_THINGS

Intel เปิดตัวคอมพิวเตอร์จิ๋ว Neural Compute Stick (NCS) เวอร์ชั่น 2

อินเทล เพิ่งเปิดตัวรุ่นที่ 2 ของ Neural Compute Stick (NCS) ซึ่งเป็นตัวเร่งการประมวลผลด้าน AI ที่อยู่ในรูปแท่งยูเอสบียอดนิยม โดยเวอร์ชั่นใหม่นี้ให้ทั้งประสิทธิภาพที่มากขึ้น, รองรับการขยายระบบได้มากขึ้น, รวมทั้งครอบคลุมการนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายขึ้น

สำหรับ NCS2 นี้ใช้ชิป Vision Processing Unit (VPU)ตัวล่าสุดในชื่อ Movidius Myriad X VPU ทำให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่า NCS รุ่นแรกถึง 8 เท่า รวมทั้งมีชุดเครื่องมือ IntelOpenVINO ที่เปิดให้นักพัฒนาสามารถสร้างและฝึกโมเดล AI บนคลาวด์ และช่วยในการติดตั้งบนผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้นด้วยการรองรับเฟรมเวิร์กและเครือข่ายกว้าวกว่าเดิม รวมทั้งมีความยืดยุ่นในการย้ายโมเดลไปใช้กับ VPU, CPU, หรือตัวประมวลผลกราฟิกอย่าง FPGA ด้วย

ตอนที่อินเทลเปิดตัว NCS รุ่นแรกนั้น ก็ถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว จนทำให้บริษัทรู้ว่าตลาดกลุ่มนี้จริงๆ มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งก่อนหน้านี้ทราบว่าหลายคนมีการรันโมเดล AI บนคลาวด์ แต่ไม่รู้มาก่อนว่ามีคนที่รันบนอุปกรณ์ปลายทางหรือ Edge มากขนาดนี้ด้วย

ซึ่งตั้งแต่ปีที่ผ่านมา มีนักพัฒนาหลายหมื่นรายนำ NCS ไปใช้ประโยชน์หลายด้าน เช่น บริษัททำเซ็นเซอร์ Flir Systems ได้เปิดตัวกล้อง Firefly ที่ใช้ชิป Movidius ของอินเทล โดยใช้ NCS Neural Compute SDK ในการพัฒนาตัวต้นแบบ เป็นต้น

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-rolls-out-neural-compute-stick-2/

Advertisements

Netgear เปิดตัวเราท์เตอร์มาตรฐานใหม่ Wi-Fi 6 เป็นรายแรก

137597 178652 178651 Rc

ด้วยดีไซน์การออกแบบมาในลักษณะคล้ายยานบินอวกาศ กับมาตรฐานในอนาคต 802.11ax หรือที่เรียกกันว่า Wi-Fi 6 ซึ่งเปิดตัวด้วยกันสองรุ่นได้แก่ Nighthawk AX8 และ Nighthawk AX12 พร้อมกับความแรงในระดับไฮเอนด์ เกินกว่าการใช้งานในระดับบ้านทั่วไป

Nighthawkax12 B 800x549

Netgear เปิดตัวเราท์เตอร์มาตรฐานใหม่ Wi-Fi 6

ในทางทฤษฎี Wi-Fi 6 ก็ไม่ได้เร็วอะไรขึ้นมากมายนัก แต่มีความเปลี่ยนแปลงก็คือการเปิดใช้งานย่าน 2.4GHz ไปจนถึง 5GHz เพื่อเชื่อมต่อพร้อมกับอุปกรณ์อื่นภายในบ้านในวงเดียวกัน (โดยเฉพาะอุปกรณ์ IoT ที่ส่วนใหญ่รองรับแค่ 2.4GHz) รวมถึงการเพิ่มความเสถียรในการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมาก

สองรุ่นที่ Netgear เปิดตัวมานั่นแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ตรงที่จำนวนของเสาสัญญาณรุ่น Nighthawk AX12 เป็นแบบ 8×8 พร้อมกับ Gigabit Ethernet เป็นแบบ 5Gb ส่วนในรุ่น Nighthawk AX8 ที่รองลงมาเป็นเสาสัญญาณแบบ 4×4 และรองรับ Gigabit Ethernet เพียงแค่ 1Gb

สำหรับราคาจะเริ่มต้นที่ $399 (ประมาณ 13,184 บาท) สำหรับรุ่น AX8 ที่จะวางขายในเดือนนี้ แต่สำหรับรุ่นสูงกว่าอย่าง AX12 จะวางขายในต้นปีหน้า ราคายังไม่เปิดเผย

Ios 11 Wi Fi Issues 900x600

Wi-Fi แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร

ตามมาตรฐาน WiFi Alliance ได้ปรับการชื่อเรียกใหม่ดังต่อไปนี้

  • 802.11b ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 1
  • 802.11a ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 2
  • 802.11g ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 3
  • 802.11n ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 4
  • 802.11ac ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 5
  • 802.11ax ใช้ชื่อว่า Wi-Fi 6

ที่มา – theverge.com

from:https://www.iphonemod.net/netgear-wifi6-router.html

Bacom จับมือ Genetec เปิดให้บริการโซลูชัน IP-based Security อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Bacom Internetwork บริษัทที่ปรึกษาด้าน Smart Security และ Intelligent Business ชั้นนำของไทย จับมือ Genetec เปิดให้บริการโซลูชัน IP-based Security อย่างเป็นทางการให้ประเทศไทย พร้อมให้คำปรึกษาการนำโซลูชันไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการผสานเข้ากับระบบ IP Video Surveillance ระบบล็อกดิจิทัล ระบบจราจร ระบบสมาร์ตซิตี้ หรือระบบวิเคราะห์ใบหน้า เพื่อพลิกโฉมการรักษาปลอดภัยและเพิ่มความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต

“Genetec มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วโลกในฐานะผู้สร้างนวัตกรรมทางด้านโซลูชัน IP-based Security แบบครบวงจร และ Bacom มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Genetec ในครั้งนี้ บริษัททั้งสองจะร่วมมือกันเพื่อนำเสนอโซลูชันการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ก้าวล้ำและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ พร้อมด้วยการฝึกอบรมและบริการสนับสนุนด้านเทคนิค เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้” — คุณธนกฤต โรจนศิรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบคอม อินเตอร์เน็ทเวอร์ค จำกัด กล่าว

เริ่มต้นด้วยระบบบริหารจัดการ IP Video อัจฉริยะ

Genetec เป็นผู้ให้บริการโซลูชัน IP-based Security ชั้นนำระดับโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1997 โดยเริ่มต้นจากการให้บริการระบบ IP Video Surveillance อัจฉริยะชื่อว่า “Omnicast” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีจุดเด่นที่สามารถบริหารจัดการและติดตามการใช้กล้อง CCTV ได้หลากหลายยี่ห้อ ไม่เว้นแม้แต่กล้อง CCTV ราคาถูกจากประเทศจีน (ผ่าน ONVIF หรือโปรโตคอล RTSP) นอกจากนี้หน้าต่าง GUI ยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย เรียนรู้การใช้งานเพียงครึ่งชั่วโมงก็สามารถใช้งานพื้นฐานได้ทันทีแม้จะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนก็ตาม

ระบบ IP Video Surveillance ของ Genetec ยังมีฟีเจอร์ “Bookmark” ที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตามเหตุการณ์ย้อนหลังได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมไปถึงสามารถวนซ้ำวิดีโอ ณ ช่วงเวลาที่ต้องการ หรือ Export วิดีโอช่วงเวลานั้นๆ ออกมาเพียงแค่กดปุ่มเมาส์เพียงแค่ครั้งเดียว โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ตัวเลขช่วงเวลาที่ต้องการลงไปให้วุ่นวายแต่อย่างใด

สำหรับองค์กรที่มีหลายสาขา สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ “Federation” เพื่อให้สำนักงานใหญ่สามารถติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสำนักงานสาขาทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง พร้อมทั้งแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุผิดปกติเกิดขึ้นได้ ฟีเจอร์นี้ยังเหมาะสำหรับบริษัทรักษาความปลอดภัยที่ต้องดูแลลูกค้าแต่ละแห่งได้โดยที่ลูกค้าไม่ต้องกังวลว่าลูกค้ารายอื่นจะเห็นข้อมูลบันทึกภาพวิดีโอของตนอีกด้วย

ผสานการทำงานร่วมกับระบบ IP Access Control

หลังจากระบบ IP Video Surveillance ของ Genetec ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายแล้ว Genetec จึงได้ขยายขอบเขตของระบบความมั่นคงปลอดภัยออกไปโดยการผสานการทำงานร่วมกับระบบ IP Access Control ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตามการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ผ่านระบบ IP Video และ IP Access Control ไปพร้อมๆ กันได้ เช่น เมื่อระบบล็อกประตู (ซึ่งเป็นระบบ Access Control) ถูกปลดล็อก ระบบ IP Video จะทำการบันทึกใบหน้าของผู้ปลดล็อกประตูไว้แล้วนำมาเปรียบเทียบกับใบหน้าในฐานข้อมูลของระบบ IP Access Control ในกรณีที่ใบหน้าไม่ตรงกันแสดงว่าอาจเกิดเหตุผิดปกติขึ้น ก็จะดำเนินการแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบทันที

นอกจากซอฟต์แวร์ทางด้าน IP Access Control แล้ว Genetec ให้บริการฮาร์ดแวร์ Controller ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์อันหลากหลาย ชื่อว่า “Synergis Cloud Link” ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้

  • สามารถควบคุม Interface Unit ของผลิตภัณฑ์ชั้นนำที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เช่น Mercury หรือ HID ได้
  • รองรับสูงสุด 256 Readers
  • รองรับ PoE สำหรับจ่ายไฟโดยตรง
  • รองรับโปรโตคอล OSPD
  • รองรับฟังก์ชัน Global Anti-passback คือ เมื่อทาบบัตรเข้ามาแล้ว ต้องทาบบัตรออกก่อน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถใช้บัตรใบนั้นทาบเข้ามาใหม่ได้อีก (สามารถทาบบัตรบนเครื่องล็อกใดก็ได้ภายในระบบเดียวกัน)
  • รองรับฟังก์ชัน 2-Person Rule
  • รองรับระบบ Global I/O Link

ปัจจุบันนี้ Genetec ให้บริการโซลูชันในรูปของแพลตฟอร์มรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เรียกว่า Security Center ที่พร้อมผสานการทำงานร่วมกับระบบ IP Video Surveillance และ IP Access Control เพื่อเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยและแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุผิดปกติเกิดขึ้น นอกจากนี้ Security Center ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบ Internet of Things เช่น ระบบจราจรและระบบสมาร์ตซิตี้ รวมไปถึงระบบ Analytics อย่างการจดจำใบหน้าเพื่อทำการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าหรือการวิเคราะห์เชิงตลาด เป็นต้น เพื่อยกระดับวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมให้ดียิ่งขึ้น

ต่อยอดบริการเข้ากับระบบ IoT และ Analytics ที่หลากหลาย

นอกจากการดูแลรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินแล้ว แพลตฟอร์ม Security Center ของ Genetec ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต และช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าเพื่อค้นหาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ หรือสร้างแคมเปญที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายได้ ด้วยการผสานรวมกับระบบ Internet of Things และ Analytics หลากหลายประเภท เช่น

Traffic Sense

แพลตฟอร์มการติดตามระบบจราจรของ Genetec สามารถรับข้อมูลจาก Google Maps, Azure หรือเซ็นเซอร์ เช่น Bluetooth เพื่อดูความหนาแน่นของการจราจร คำนวณระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง หรือดูสถิติการจราจรต่างๆ รวมไปถึงสั่งการป้ายจราจรอัจฉริยะให้แสดงข้อความแจ้งเตือนกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบ GPS Tracking เพื่อติดตามตำแหน่งและการเดินทางของยานพาหนะได้อีกด้วย

ระบบ Intercom

Security Center ของ Genetec สามารถทำงานร่วมกับระบบ Intercom ของสำนักงาน โดยสามารถสนทนาผ่านทางแพลตฟอร์ม Security Center ได้ทันที รวมไปถึงสามารถทำงานร่วมกับระบบ IP Video และ Access Control เพื่อสั่งเปิด/ปิดประตูหลังจากที่ยืนยันตัวตนและรับทราบธุระของแขกผู้ที่มาติดต่อแล้วได้ด้วย

AnyVision

AnyVision เป็นแพลตฟอร์มจดจำใบหน้าที่สามารถทำงานร่วมกับ Security Center ของ Genetec เพื่อกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ และแจ้งเตือนเมื่อเข้าถึงพื้นที่หวงห้ามได้ ยกตัวอย่างเช่น Messenger สามารถลงทะเบียนพร้อมแนบรูปถ่ายตัวเองเข้าสู่ระบบของ AnyVision เมื่อ Messenger คนดังกล่าวมาถึงที่สำนักงาน AnyVision จะตรวจสอบใบหน้าและแจ้งไปยังระบบ Access Control ของ Security Center เพื่อให้เปิดประตูโดยอัตโนมัติ ถ้า Messenger ไปขึ้นไปยังชั้นที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ก็จะทำงานแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบให้รับทราบทันที นอกจากนี้ AnyVision ยังมีฟังก์ชันในการทำ Face Tracking เพื่อติดตามเส้นทางการเดินของบุคคลที่สนใจภายในอาคารหรือภายในเมืองได้อีกด้วย

BriefCam

BriefCam เป็นผู้ให้บริการ Video Synopsis และโซลูชัน Deep Learning สำหรับค้นหาและตรวจทานวิดีโออย่างรวดเร็ว ด้วยการแสดงอ็อบเจกต์ทั้งหมดในทีเดียวทำให้สามารถลดระยะเวลาในการตรวจสอบวิดีโอจากหลักชั่วโมงลงมาเหลือเพียงไม่กี่นาที นอกจากนี้ผู้ดูแลระบบยังสามารถทำการค้นหาอ็อบเจกต์ที่สนใจตามรูปร่างหรือลักษณะได้ เช่น อ็อบเจกต์ที่เคลื่อนที่ไปด้านบน อ็อบเจกต์ที่มีสีแดง อ็อบเจกต์ที่เป็นผู้หญิง หรืออ็อบเจกต์ที่เป็นรถยนต์ ซึ่งวิดีโอก็จะแสดงผลเฉพาะอ็อบเจกต์ที่สนใจได้ (ดูวิดีโอด้านล่างประกอบ)

เมื่อผสานการทำงานร่วมกับ Security Center ของ Genetec ทำให้ BriefCam สามารถแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่สนใจ แล้วให้ Security Center บันทึกวิดีโอ ณ ช่วงเวลานั้นๆ ส่งไปยังผู้ดูแลระบบได้ ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของทั้งสองผลิตภัณฑ์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทั้งด้านความปลอดภัยและการตลาดได้ เช่น

  • ช่วยเหลือตำรวจในการค้นหาและติดตามคนร้ายผ่านระบบกล้องวิดีโออัจฉริยะ
  • ตรวจหาการกลับรถผิดกฎหมาย พร้อมแจ้งเตือนและอัดวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน
  • ค้นหาว่าตำแหน่งใดในร้านค้าที่มีลูกค้าหยุดดูเป็นจำนวนมากที่สุด พร้อมวิเคราะห์คุณลักษณะของลูกค้า แล้วนำไปจัดทำแคมเปญโฆษณาที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งนั้นๆ ได้

ด้วยบริการ IP Video Surveillance อัจฉริยะที่พร้อมผสานการทำงานร่วมกับระบบ Access Control, IoT และ Analytics ที่หลากหลาย ทำให้ Genetec กลายเป็นศูนย์กลางด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ช่วยคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในสังคม ภายใต้พันธกิจที่ว่า “Protecting the everyday” นอกจากนี้ องค์กรขนาดใหญ่ยังสามารถนำโซลูชันของ Genetec ไปต่อยอดเพื่อพัฒนาแผนการตลาดและสร้างโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ในการพลิกโฉมธุรกิจของตนได้อีกด้วย

ให้คำปรึกษาเพื่อพลิกโฉมธุรกิจด้วยทีมงานมืออาชีพ

Bacom Internetwork เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้าน Smart Security และ Intelligent Business ชั้นนำของไทย ที่มีประสบการณ์ในการให้บริการด้านการตลาดและนวัตกรรมความมั่นคงปลอดภัยอัจฉริยะมานานกว่า 18 ปี มีทีมวิศวกรด้านเทคนิคและที่ปรึกษาด้านธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในการผสานรวมเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยเข้าด้วยกันกับเทคโนโลยีอื่นๆ ไม่เพียงแค่เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น ยังช่วยสร้างมูลค่าในการให้บริการและพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจสู่โลกยุค Digital Economy อีกด้วย

นอกจากนี้ เพื่อให้โซลูชันของ Genetec สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ Bacom ยังร่วมกับ Dell EMC ในการให้บริการอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทั้งในส่วนของ Server และ Storage ที่เหมาะสมต่อการใช้งานโซลูชันแต่ละประเภทและความต้องการเชิงธุรกิจ กลายเป็นบริการแบบ One Stop Shop ที่ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่การเข้ารับคำปรึกษา วิเคราะห์โมเดลทางธุรกิจ ออกแบบและติดตั้งโซลูชันของ Genetec ให้สอดคล้องกับความต้องการ ไปจนถึงการดูแลรักษาหลังการขายแบบครบวงจรด้วยทีมงานมืออาชีพผู้มีประสบการณ์จากหลากหลายอุตสาหกรรม

ผู้ที่สนใจนำโซลูชันของ Genetec ไปพลิกโฉมธุรกิจสามารถติดต่อทีมงานของ Bacom ได้ที่เบอร์ 02-732-1777 หรืออีเมล info@bacominternetwork.com

from:https://www.techtalkthai.com/bacom-in-partnership-with-genetec-to-provide-ip-based-security/

ผู้สร้างมัลแวร์ Mirai ที่ทำ Dyn ล่มในปี 2016 ถูกตัดสินคุมตัวในบ้าน 6 เดือน ปรับ 280 ล้านบาท

คดีมัลแวร์ Mirai ที่ติดไปตามอุปกรณ์ IoT จำนวนมาก จนสามารถยิง DDoS ให้เว็บใดๆ ล่มได้ และสามารถล่มบริการ DynDNS ได้ในปี 2016 ตอนนี้คดีสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อศาลนิวเจอร์ซีย์กำหนดโทษให้ Paras Jha ให้ถูกกุมขังในบ้านนาน 6 เดือน ปรับ 8.6 ล้านดอลลาร์หรือ 280 ล้านบาท คุมความประพฤติ 5 ปี และทำงานบริการสังคมอีก 2,500 ชั่วโมง

Jha สารภาพเมื่อปลายปี 2017 ว่าร่วมกับ Dalton Norman สร้างมัลแวร์ Mirai และเผยแพร่มัลแวร์ติดเราท์เตอร์และอุปกรณ์ IoT ได้กว่า 100,000 เครื่อง นอกจากจะใช้ยิง DDoS แล้ว ยังใช้คลิกลิงก์หาค่าโฆษณา

Brian Krebs นักข่าวด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ชี้เบาะแสความเชื่อมโยงระหว่างมัลแวร์ Mirai และ Jha ตั้งแต่ต้นปี 2017 ไม่แน่ชัดว่า FBI ใช้ข้อมูลนี้ทำคดีหรือสอบสวนด้วยตัวเอง

ที่มา – Justice.gov

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106252

แนะนำคอร์สอบรม Embedded Technology & IoT workshop อบรมเชิงปฏิบัติการ “สร้างนวัตกรรม IoT ต่อยอดสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัล”

โครงการ Embedded Technology & IoT workshop

อบรมเชิงปฏิบัติการ “สร้างนวัตกรรม IoT ต่อยอดสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัล”

เรียนรู้กระแสด้าน IoT ที่ส่งผลต่อเกมธุรกิจในปี 2018 พัฒนามุมมองธุรกิจด้วยการประยุกต์ใช้ IoT ตั้งแต่การเข้าใจ Concept พื้นฐาน ไปจนถึงการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของ IoT ในอนาคต พร้อม Workshop เข้มข้น เพื่อต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ” วันที่ 12-14 ธันวาคม 2561 รับจำนวนจำกัด 40 คน

 

ที่มาโครงการ “Embedded Technology & IoT workshop”

โลกของเทคโนโลยีในตอนนี้ไม่เคยหยุดพัฒนาและก้าวไปไกลจนมนุษย์แทบจะตามไม่ทัน หากกล่าวถึงคำว่า “Internet of Things : IoT” เรียกได้ว่าในวงการ IT ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อทุกวงการในระดับโลกและทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในแง่มุมของการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น โดยการผสมผสานเทคโนโลยีกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสิ่งต่างๆ ให้มีความฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น (Intelligence) กลายเป็น “Smart Devices” นับล้านชิ้นที่ผู้ใช้งานสามารถควบคุม สั่งการ ใช้งานหรือตั้งค่าอุปกรณ์เหล่านั้นผ่านเครือข่าย Internet ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้งาน IoT กับธุรกิจระดับโลก อย่าง British Telecommunications (BT) ที่ใช้ Sensor ตรวจวัดตำแหน่งของสาย Cable ที่มีปัญหา, การเปลี่ยนฟาร์มผลิตไฟฟ้าพลังงานลมให้กลายเป็นระบบอัจฉริยะ, การใช้อุปกรณ์ IoT ทางการแพทย์ผสานเข้ากับระบบข้อมูลผู้ป่วย หรือแม้กระทั่งเรื่องใกล้ตัว อย่างเช่น การสั่งเปิด-ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหรือระบบไฟฟ้าในองค์กรผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่จะส่งผลดีต่อการดำเนินชีวิตในแง่ของความสะดวกสบาย รวดเร็ว รวมถึงช่วยประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากรมากยิ่งขึ้น

 

ดังนั้นการส่งเสริมให้ความรู้และสร้างทักษะเกี่ยวกับ Internet of Things: IoT จึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแค่เป็นการพัฒนาทักษะความรู้ส่วนบุคคล แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้โดยรวมของสังคม กระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในด้านของผลิตภัณฑ์และการบริการ ซึ่งจะส่งผลไปถึงการพัฒนาของอุตสาหกรรม เทคโนโลยี เศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศอีกด้วย

 

ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เน็ตเวิร์ก เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด (NTC) เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี Internet of Things: IoT จึงจัดตั้งโครงการ EMBEDDED TECHNOLOGY & IoT WORKSHOP ขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับข้อมูลและมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยี IoT รวมถึงต่อยอดการประยุกต์ใช้ IoT โดยผสานให้สอดคล้องกับองค์กร ก่อให้เกิดการพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนและสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจอย่างสูงสุด

 

ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการ

  • เข้าใจถึง IoT Technology ที่เหมาะสม เพื่อนำมาใช้ในการปฏิบัติงานหรือใช้ในองค์กร
  • สามารถสร้าง Application ที่ใช้การ Communicate ระหว่าง Software และ Hardware ได้
  • มีความสามารถในการประเมิน Solution ทางด้าน IoT ในตลาด ในส่วนของสิ่งที่ IoT และ Protocol ใช้
  • เพื่อให้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Internet of Things: IoT ได้รับการพัฒนาและต่อยอดเป็นนวัตกรรม เกิดการสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Products), บริการ (Services) และ Application ด้าน IoT โดยผู้ประกอบการไทย

 

หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่สนใจการนำเทคโนโลยี IoT ไปประยุกต์ใช้ เพื่อต่อยอดทางธุรกิจและการสร้างนวัตกรรม
  • ผู้ที่จะสร้างนวัตกรรมสำหรับธุรกิจ หรือ Startup
  • ผู้ที่ต้องการนำ IoT ไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานประจำวัน

 

หัวข้อการอบรมโครงการ “Embedded Technology & IoT workshop

เน้นด้านการฝึกปฏิบัติจริง โดยมีรายละเอียดกิจกรรม ดังนี้:

 

DAY 1

  • ลงทะเบียนผู้เข้าอบรม
  • การทำงานของ Internet of Things: IoT

: เรียนรู้พื้นฐานและองค์ประกอบของ IoT

  • อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
  • ลักษณะการทำงานของอุปกรณ์ IoT
  • ระบบ Network ที่เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์
  • การเชื่อมต่ออุปกรณ์กับ Physical World
  • รู้จักกับ Hardware และ Software Platform
  • การเชื่อมต่อ Hardware ผ่าน Opensource
  • การติดตั้งโปรแกรม Arduino IDE

: เรียนรู้วิธีการและขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม “Arduino IDE” ซึ่งเป็น Software ที่ช่วยในการเขียนคำสั่งลงในบอร์ดคอนโทรลเลอร์ขนาดเล็กหรือ IoT Node” ตัวอย่างเช่น ESP32 NodeMCU Board เพื่อให้บอร์ดสามารถทำงานร่วมกันกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้

  • การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น

: ฝึกเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมการทำงานของ ESP32 Board

 

DAY 2

  • การติดตั้งโปรแกรม BYLNK หรือ Cloud Platform ซึ่งเป็น Mobile Application สำเร็จรูปสำหรับการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ IoT โดยสามารถใช้งานร่วมกับ “IoT Node” ได้อย่าง Real Time

: ผู้เรียนสามารถติดตั้งโปรแกรม BYLNK บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ทั้งระบบปฏิบัติการ Android & iOS) พร้อมทั้งเรียนรู้ลักษณะการทำงานของเครื่องมือ (Tools) ต่างๆ โดยสามารถเขียนโปรแกรมบน ESP32 Board เพื่อให้ทำงานร่วมกันกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้

  • การสั่งงานเปิดปิดอุปกรณ์ผ่านมือถือ

: ทดสอบการใช้งานของ “BYLNK Application” โดยการสั่งงานเพื่อเปิดปิดอุปกรณ์ผ่านมือถือ

  • การแสดงผลการตรวจวัด อุณหภูมิ, ความชื้นและความสว่างผ่านมือถือ

: ผู้เรียนสามารถเรียนรู้หลักการทำงานของ “BYLNK Application” เพื่อรับและแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจวัด อุณหภูมิ, ความชื้นและความสว่าง ผ่านมือถือ

 

DAY 3

  • การใช้งาน NETPIE หรือ Cloud Platform ซึ่งเป็น Web Application ที่ช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ บนเครือข่าย IoT สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักพัฒนารวมถึงวงการอุตสาหกรรม

: เรียนรู้ขั้นตอนการใช้งาน NETPIE ผ่าน Web โดยเริ่มตั้งแต่การสมัครใช้งาน, การสร้าง Dashboard ไปจนถึงการควบคุมการทำงานของ Sensor ต่างๆ

 

อบรมเป็นภาษาไทยโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาจารย์บวร เหลืองประกาย

“ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอุปกรณ์และนวัตกรรม IoT ระดับชาติ รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “คูปองนวัตกรรมเพื่อยกระดับและพัฒนา ขีดความสามารถของ SMEs ไทย ไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ระยะที่ 2 ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ โครงการวิจัยพัฒนา IOT MEDICATION ADMINISTRATION CART และเป็นหนึ่งในผู้วิจัยโครงการ The Study and Design of IoT Nursing Home System มหาวิทยาลัยรังสิต”

 

หลังจากเข้าร่วมโครงการผู้เรียนสามารถ

  • มีความรู้และทักษะที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในยุคดิจิทัล มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญระดับมาตรฐานสากล สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานและสร้างสรรค์ผลงานได้ รวมถึงมีความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ “ประเทศไทย 0”
  • ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและต่อยอดแนวคิดทางธุรกิจให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์
  • สามารถปรับตัวทางธุรกิจได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงสามารถชิงความได้เปรียบทางธุรกิจโดยการนำ IoT มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง (Workshop) เพื่อเพิ่มความเข้าใจ 3 วันเต็ม (09:00 น. – 17:00 น.)
  • อบรมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยตรง
  • เอกสารประกอบการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับหลักสูตร
  • อุปกรณ์ ESP32 Board ท่านละ 1 ชุด
  • อาหารกลางวัน ขนมเบรคและเครื่องดื่มตลอดการอบรม (2 Breaks,1 Lunch)
  • หากเข้าเรียนครบทุกวันจะได้รับใบรับรองการเข้าอบรมอย่างเป็นทางการ (Attendant Certification)
  • ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับทางเลือกในการกำหนดแผนการดำเนินงาน, การประยุกต์ใช้งาน, การบริหารโครงการผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับ IoT

 

คุณสมบัติผู้สมัคร

บุคคลทั่วไป (มีความสนใจในนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้าน Internet of Things: IoT)

หากมีความรู้พื้นฐานด้าน Programming เบื้องต้น จะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาที่อบรมได้ง่ายขึ้น

หรือ หากไม่มี สามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจได้ในระหว่างการอบรม รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 40 คน  

 

ระยะเวลาการอบรม

วันที่ 12 -14 ธันวาคม 2561 (รวมทั้งสิ้น 3 วัน)  สถานที่: NETWORK TRAINING CENTER (MAP)

 

ค่าใช้จ่ายการเข้าร่วมอบรม

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการ “Embedded Technology & IoT Workshop”

พิเศษ! สมัครพร้อมกัน 2 ท่าน ลดเหลือท่านละ 17,500 บาท/ที่นั่ง
(ปกติท่านละ 21,500 บาท ราคานี้รวมหนังสือเรียน, ใบประกาศนียบัตรผู้เข้าอบรม, ขนมเบรกและอาหารกลางวัน)

หมดเขตรับสมัครวันที่ 5 ธันวาคม 2561

 

Early Bird Promotion!

ลงทะเบียนอบรมก่อนวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เหลือเพียง 19,500 บาท/ที่นั่ง

 

ขั้นตอนการสมัคร

  • กรอกใบสมัครออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/2PqJlUX
  • รอเจ้าหน้าที่ตอบกลับข้อมูล ได้รับอีเมล์การยืนยัน หรือ ทางโทรศัพท์
  • ชำระค่าสมัครเข้าร่วมโครงการ ภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2561

** การสมัครจะสมบูรณ์เมื่อทำการชำระค่าอบรมเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

** บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปิดรับสมัครทันทีหากมีผู้สมัครครบตามจำนวน

 

หมายเหตุ ผู้เข้าอบรมนำ Laptop / Computer Notebook ส่วนตัวมาใช้เรียนในวันอบรม

หากประสงค์ให้ทาง NTC เตรียม Laptop ให้ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 1,500 บาท/เครื่อง (500 บาท/วัน)

 

การชำระเงิน

โอนเข้าบัญชี บริษัท เน็ตเวิร์ก เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด

  • ธนาคารกสิกรไทย                 บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 001-130904-6
  • ธนาคารกรุงเทพ                 บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 101-337379-8
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 125-976968-6

แจ้งชื่อผู้เข้าอบรม ตารางเรียน พร้อมส่งสำเนาการชำระเงินมาที่ คุณเกตุศิริ เจริญศิลป์ I kedsiri.c@trainingcenter.co.th

หรือทาง Fax. 0-2634-7995

 

สถานที่อบรม

NETWORK TRAINING CENTER (MAP)

 

ติดต่อสอบถาม

ติดต่อ คุณมยุรกาญจน์ หาญชเล ที่ 02-634-7993-4 ต่อ 12 Email: support@trainingcenter.co.th

http://ntc.trainingcenter.co.th

Tel: 0-2634-7993-4
Website: http://www.trainingcenter.co.th
Facebook Page: https://www.facebook.com/ntcfanclub
LINE Official: @NTC-LINE

from:https://www.techtalkthai.com/ntc-embedded-technology-iot-workshop-course/

พนักงาน Google เดินประท้วง! กรณีตัดสินเหตุผู้บริหารล่วงละเมิดทางเพศไม่เป็นธรรม

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พนักงานของยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอย่างกูเกิ้ลออกมาเดินขบวนตั้งแต่เวลา 11 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น โดยเริ่มจากเมืองโตเกียว, สิงคโปร์, ไฮเดอร์ราบัด, เบอร์ลิน, ดับลิน, นิวยอร์ก, และที่สำนักงานใหญ่ของกูเกิ้ลในแคลิฟอร์เนีย โดยประท้วงการจัดการข้อร้องเรียนด้านการล่วงละเมิดทางเพศอย่างไม่เป็นธรรม

ถือเป็นภาวะปรอทแตกของชาวกูเกิ้ลต่อการตัดสินใจหลายครั้งที่ผ่านมาของผู้บริหาร ตั้งแต่การเลือกที่จะออกโปรเจ็กต์ Dragonfly ที่เป็นเสิร์ชเอนจิ้นแบบปิดกั้นข้อมูลเอาใจรัฐบาลจีนโดยเฉพาะ หรือการริเริ่มโปรเจ็กต์ Maven ที่เป็นบริการ AI สำหรับโดรนในการทำสงครามให้แก่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

แต่ชนวนระเบิดจริงๆ ของเหล่าพนักงานมาจากรายงานล่าสุดของ New York Times ที่พบว่าหลายครั้งที่บริษัทไม่ได้ลงโทษผู้บริหารที่ล่วงละเมิดทางเพศพนักงานอย่างจริงจัง เช่น แอนดี้ รูบิ้น หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริการแอนดรอยด์ที่ถูกกล่าวหา ได้ถูกเชิญออกพร้อมเงินชดเชยถึง 90 ล้านดอลลาร์ฯ รวมทั้งการเลี้ยงส่งจากผู้นำกูเกิ้ลด้วยกันที่ดูรักใคร่เกินหน้าเกินตาไม่เหมือนทำกับผู้ร้ายกระทำอนาจาร

นอกจากนี้ยังมีกรณีคล้ายกันอีกสองกรณี แถมบังคับใช้กฎบริษัทว่าด้วยการปกปิดการร้องเรียนภายในบริษัทที่ต้องปิดไว้เป็นความลับยิ่งชีพ จึงเป็นที่มาของความเหลืออดจนต้องออกมาเดินขบวนแสดงพลังภายใต้แฮชแท๊ก #MeToo ที่มาพร้อมกับข้อเรียกร้องอย่างเช่น การขอให้มีตัวแทนพนักงานไปนั่งอยู่เป็นกรรมการบริหารด้วย รวมทั้งเรียกร้องให้ปกป้องพนักงานเอาต์ซอร์สเช่นเดียวกับพนักงานประจำ เป็นต้น

ที่มา : TheGuardian

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-walkout-me-too-strike/

อัพเดท 15 ใบเซอร์ด้านไอทีล่าสุด ช่วยคุณให้ก้าวหน้าในอาชีพได้ (รายได้ดีด้วย)

เมื่อมีความสามารถหรือทักษะมากขึ้น ก็ย่อมได้รับโอกาสที่จะก้าวหน้าในสายอาชีพมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะเมื่อมีใบประกาศรับรองที่น่าเชื่อถือ (หรือ IT certifications)

จากผลสำรวจของ Global Knowledge พบว่ากว่า 83 เปอร์เซ็นต์ของผู้ประกอบอาชีพในวงการไอทีที่อยู่ในสหรัฐฯ และแคนาดานั้นต่างถือครองใบเซอร์ด้านไอทีกันทั้งสิ้น รวมทั้งรายรับของคนที่มีใบเซอร์ในสหรัฐฯ ก็มากกว่ารายรับเฉลี่ยทั้งหมดประมาณ 11.7 เปอร์เซ็นต์ด้วย

นอกจากนี้ ผู้บริหารกว่า 44 เปอร์เซ็นต์ระบุว่า พนักงานที่มีใบประกาศรับรองทำงานได้เร็วกว่าคนที่ไม่มี, 33 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าคนเหล่านี้ติดตั้งวางระบบได้มีประสิทธิภาพมากกว่า, และ 23 เปอร์เซ็นต์มองว่าคนที่มีใบเซอร์ให้บริการและติดตั้งผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วโดยมีความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อยกว่าด้วย

ทาง CIO.com จึงได้อัพเดทใบเซอร์ด้านไอที 15 ใบล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดหางาน โดยเฉพาะในปี 2019 ที่จะมาถึงนี้ อยากให้เก็บไว้เป็นลิสต์ที่ต้องเก็บและเอาไว้สร้างแรงบันดาลใจดังต่อไปนี้

1. Certified in the Governance of Enterprise IT (CGEIT) (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 121,363 ดอลลาร์ฯ ต่อปี) จัดโดย ISACA เป็นการวัดความรู้ด้านการบริหารจัดการด้านไอทีขององค์กร ทั้งหลักการและแนวคิดที่เป็นแบบมืออาชีพ เหมาะกับผู้ที่ทำงานด้านบริหาร, ที่ปรึกษา, หรือผู้ตรวจสอบและประกันคุณภาพเกี่ยวกับกระบวนการด้านไอที

2. AWS Certified Solutions Architect – Associate (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 121,292ดอลลาร์ฯ ต่อปี) ในฐานะบริการบนคลาวด์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในขณะนี้ ใบประกาศรับรองด้าน AWS จึงช่วยผลักดันสายอาชีพของผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์มของแอมะซอนนี้โดยตรง วัดทั้งความสามารถการออกแบบและติดตั้งระบบบน AWS ให้คุ้มค่ากับการลงทุนโดยไม่กระทบกับความปลอดภัย, เสถียรภาพ, และคุณภาพของบริการ

3. Project Management Professional (PMP) (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 114,475ดอลลาร์ฯ ต่อปี)วัดด้านการบริหารจัดการโครงการขั้นสูงสำหรับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ครอบคลุม 5 ขั้นตอนหลักของวงจรชีวิตของโครงการ ตั้งแต่การริเริ่ม, วางแผน, ลงมือปฏิบัติ, ตรวจสอบและควบคุม, และปิดโปรเจ็กต์

4. AWS Certified Developer – Associate (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 114,473ดอลลาร์ฯ ต่อปี)ใบเซอร์จากแอมะซอนสำหรับวัดความสามารถการพัฒนา, ติดตั้ง, และดีบั๊กแอพบนคลาวด์ของ AWS ที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งด้านเทคโนโลยีบนคลาวด์, IoT, และแมชชีนเลิร์นนิ่งได้เป็นอย่างดี

5. Certified Information Systems Security Professional (CISSP)(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 111,475ดอลลาร์ฯ ต่อปี)เป็นหลักสูตรมาตรฐานของหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ทำงานด้านไอทีมีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยล่าสุด

6. Certified in Risk and Information Systems Control (CRISC) (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 111,049ดอลลาร์ฯ ต่อปี)ถือเป็นใบเซอร์หนึ่งเดียวสำหรับผู้ที่คร่ำหวอดกับปัญหาและความท้าทาย รวมทั้งการจัดการความเสี่ยงขององค์กร ส่งเสริมความสามารถในการวางยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง

7. Certified Information Security Manager (CISM) (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 108,043ดอลลาร์ฯ ต่อปี)โฟกัสด้านความปลอดภัยไอทีในระดับผู้บริหาร วัดความสามารถในการสร้าง, ออกแบบ,และจัดการการริเริ่มโครงการด้านความปลอดภัยในองค์กร

8. Certified ScrumMaster(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 106,938ดอลลาร์ฯ ต่อปี)วัดความสามารถในการใช้เฟรมเวิร์ก Scrum และการนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการโครงการ หัวหน้าทีมงาน ไปจนถึงผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ

9. Certified Ethical Hacker (CEH)(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 106,375ดอลลาร์ฯ ต่อปี)วัดทักษะในการค้นหาช่องโหว่บนระบบคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันการโดนแฮ็กเป็นหลัก

10. Six Sigma Green Belt(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 104,099ดอลลาร์ฯ ต่อปี)วัดระเบียบวิธีการบริหารจัดการที่เรียกว่า Six Sigma ที่ใช้สร้างความต่อเนื่องในการบริหารคุณภาพ ซึ่งระดับสายเขียวนี้ถือเป็นระดับเริ่มต้นที่ทุกคนต้องสอบผ่านให้ได้ก่อนที่จะไประดับสูงกว่าอย่างเช่นระดับสายดำ

11. Citrix Certified Professional – Virtualization (CCP-V)(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 103,424ดอลลาร์ฯ ต่อปี)ทดสอบความสามารถที่เกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นในเวอร์ช่วลเดสก์ท็อปที่ใช้เทคโนโลยีของ Citrix ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนการติดตั้ง, การตั้งค่า, และการทดสอบ

12. Microsoft Certified Solutions Expert (MCSE) – Server Infrastructure (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 100,656ดอลลาร์ฯ ต่อปี)ปัจจุบันไม่ได้จัดขึ้นโดยไมโครซอฟท์แล้ว โดยถูกเปลี่ยนเป็นMCSE: Cloud Platform and Infrastructureแต่ก็ยังเป็นตัวอัพเงินเดือนที่ดีที่สุดรายการหนึ่งเนื่องจากใบประกาศที่สอบได้จะยังมีผลอยู่ถ้าเคยสอบไว้ก่อนมีนาคมปีที่แล้ว

13. Certified Information Systems Auditor (CISA)(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 99,648ดอลลาร์ฯ ต่อปี)วัดความสามารถในทุกขั้นตอนของการตรวจออดิตระบบทางไอที

14. Cisco Certified Networking Professional (CCNP) Routing and Switching(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 99,402ดอลลาร์ฯ ต่อปี) ใบเซอร์ระดับกลางของซิสโก้เจ้าเดิมที่ทุกคนรู้จัก ซึ่งตอนนี้มีหลากหลายสาขาให้เลือกทั้งคลาวด์, ระบบคอลลาบอเรต, ดาต้าเซ็นเตอร์, เราท์ติ้งสวิตชิ่ง, ด้านความปลอดภัย, ผู้ให้บริการเครือข่าย, และเครือข่ายไร้สาย

15. Citrix Certified Associate – Networking (CCA-N)(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 99,217ดอลลาร์ฯ ต่อปี) วัดการใช้ NetScaler Gateway ในองค์กรเพื่อรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงเดสก์ท็อป, แอพพลิเคชั่น, และข้อมูลจากระยะไกล

ที่มา : CIO.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/careers-staffing-15-it-certifications-that-deliver-career-advancement/