คลังเก็บป้ายกำกับ: INTERNET_OF_THINGS

CAT จะเปิดบริการ LoRaWAN โครงข่ายไร้สายรองรับ IoT, Smart City ต้นปี 2561

CAT แถลงแนวทางธุรกิจปี 2561 ภายใต้กลยุทธ์ปั้นธุรกิจ New S-Curve เน้นบริการดิจิทัลมากขึ้น โดยสานต่อโครงการขยายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศวงเงิน 2,000 ล้านบาท และ โครงการพัฒนาโครงข่ายไร้สาย LoRaWAN (Long-Range Wide Area Network) รองรับ IoT และ Smart City

LoRaWAN หรือ LPWAN (Low-Power WAN) จะเป็นชื่อที่เราได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อยๆ มันคือการวางโครงข่ายไร้สายความเร็วต่ำ แต่กินพลังงานต่ำ มีพื้นที่ครอบคลุมเป็นวงกว้าง ใช้สำหรับอุปกรณ์ IoT ที่ต้องสื่อสารตลอดเวลา แต่ส่งข้อมูลไม่เยอะในแต่ละครั้ง การใช้ LoRaWAN จึงเหมาะกว่าเครือข่าย 3G/4G ของโทรศัพท์มือถือในแง่การประหยัดพลังงานของตัวอุปกรณ์

No Description

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เผยว่า ธุรกิจที่จะเป็นความหวังคือ LoRaWAN ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วที่ภูเก็ต อยู่ในรูปแบบสายรัดข้อมือ GPS Tracking ติดตามความปลอดภัยนักท่องเที่ยว, ระบบ Smart Utility รองรับการทำงานของมิเตอร์อัจฉริยะสำหรับสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ตลอดจนการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น มิเตอร์วัดระดับน้ำ ระดับความชื้นใต้ดิน

พ.อ.สรรพชัย พูดถึงเป้าหมายของ LoRaWAN ว่า ไตรมาสแรกปี 2561 เราคาดว่าจะให้บริการ LoRaWAN ได้ตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศได้เช่น ขอนแก่น เชียงใม่ สงขลา และจะสร้างผู้เล่นใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นโดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา
สกว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาบุคลากร นักพัฒนาให้หันมาใช้ toolkit ของ LoRaWAN

ด้านความเคลื่อนไหวโครงการขยายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ มีโครงการย่อยคือ ขยายความจุของระบบโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน โดยกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2561 และล่าสุด CAT ได้ร่วมหารือแนวทางร่วมกันกับผู้ให้บริการจากประเทศมาเลเซีย เวียดนามกัมพูชา และจีน ในการก่อสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศระบบใหม่เชื่อมต่อประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

from:https://www.blognone.com/node/98400

Advertisements

เลวมาก ! เอาปืนจ่อหัวเพื่อน แลกค่าไถ่เป็นเงิน Ethereum 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ

ท่ามกลางภาวะการพุ่งขึ้นหนักของบิตคอยน์และผองเพื่อนเงินคริปโตทุกสกุล โดยเฉพาะในเดือนนี้ ย่อมทำให้ไม่เพียงอาชญากรออนไลน์ที่จ้องขโมยเงินรูปแบบต่างๆ ทั้งขโมยจากวอลเล็ตตรงๆ หรือแกล้งทำเป็นโดนแฮ็กแล้วปิดเว็บตัวเองล็อกไม่ให้คนเอาเงินคริปโตโอนออก (สำหรับบางเว็บที่รู้ๆ เจตนากันอยู่) เท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงตาสีตาสาที่ไม่มีความรู้ด้านไอทีแต่ก็หิวเงินไม่แพ้กันด้วย

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สำนักอัยการประจำเมืองแมนฮัตตัน ได้มีคำสั่งจับกุมชาวนิวยอร์กคนหนึ่งในฐานความผิดที่กักขังหน่วงเหนี่ยว และใช้ปืนขู่เพื่อขโมยเงินคริปโตมูลค่ารวมกว่า 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเพื่อนของเขา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยคนร้ายชื่อ Louis Meza อายุ 35 ปี ได้เรียกเพื่อนของเขามาพบที่อพาร์ทเมนต์ตัวเอง จากนั้นจึงทำทีเรียกใช้บริการแท็กซี่ไปส่งเพื่อน แต่แท็กซี่คันดังกล่าวที่แท้เป็นพวกคนร้ายที่ใช้ปืนข่มขู่ให้เพื่อนบอกรหัสผ่านวอลเล็ตของเงิน Ethereum แทน นอกจากนี้ยังกรรโชกทรัพย์ในโลกจริงอีกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นกุญแจบ้าน, โทรศัพท์, และกระเป๋าสตางค์

ซึ่งหลังจากเหตุร้ายดังกล่าว ก็มีเงินโผล่มาในบัญชีของ Meza ถึง 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ โดยการสืบสวนพบกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ Meza ใช้กุญแจที่ขโมยมาเข้าไปเอากล่องที่เชื่อว่าเก็บวอลเล็ตดิจิตอลเอาไว้ออกมา กรณีนี้ถือเป็นบทเรียนสำหรับผู้คิดลงทุนเงินคริปโตว่า อย่าแชร์หรืออวดเงินตัวเองให้คนอื่นรู้

ที่มา : hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/ethereum-kidnapp/

ภูเก็ต สุดเท่ห์ ! เพิ่มระบบจดจำใบหน้า ต่อยอดโครงการ Safe City

เมืองภูเก็ตเพิ่งจะกรุยทางสู่เมืองที่เรียกตัวเองว่าเป็น Safe City ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีหลายอย่างเพื่อพัฒนาเมืองให้สมบูรณ์แบบ ล่าสุดก็เพิ่งติดตั้งระบบเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Facial Recognition) จากค่าย Herta เมื่อเร็วๆ นี้เอง

โดย Herta รับหน้าที่ติดตั้งระบบจดจำใบหน้าภายใต้โครงการ Safe City ที่ดำเนินการร่วมกับบริษัท Point IT ซึ่งครอบคุลมถึงศูนย์ควบคุม ระบบสมาร์ทการ์ด การเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูง และระบบอ่านทะเบียนรถอัตโนมัติ เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือ การรักษาความปลอดภัยในเมืองภูเก็ตและทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้นผ่านการใช้เทคโนโลยี สำหรับการทำงานของเทคโนโลยีจดจำใบหน้านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจจะใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปผู้โดยสารทุกคนบนรถที่ผ่านเข้าเมือง จากนั้นรูปภาพหรือคลิปวิดีโอจะถูกส่งผ่าน wireless AP ไปยังเครือข่ายระบบ BioSurveillance NEXT ของ Herta และเมื่อตรวจพบบุคคลที่อยู่ในบัญชีดำ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ทันที

ฮาเวียร์ โรดริเกวซ ซีอีโอของ Herta กล่าวว่า “เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ติดตั้งระบบจดจำใบหน้าอันทันสมัยเพื่อรักษาความปลอดภัยทั่วเมืองภูเก็ต ซึ่งอาจทำให้เรามีโอกาสได้ติดตั้งระบบในเมืองอื่นๆในอนาคต เรามั่นใจเต็มที่ว่าประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ ศักยภาพทางเทคโนโลยี และประสบการณ์ระดับโลกของเรา จะตอบสนองความต้องการของเมืองต่างๆ อย่างเช่นภูเก็ตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริษัท Point IT ซึ่งเป็นพันธมิตรของเรา ยังมีความเข้าใจในตลาดท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นพันธมิตรชั้นยอด เราเชื่อมั่นว่านี่คือก้าวแรกในการนำคุณค่ามาสู่โครงการ Safe City ทั่วโลก”

from:https://www.enterpriseitpro.net/phuket-herta-safecity/

เทรนด์ไมโคร นำร่อง! ผสานระบบไซเบอร์ซีเคียวริตี้ลงในรถยนต์

Trend Micro ได้ลงทุนไปกับระบบความปลอดภัยสำหรับ IoT ต่อเนื่องมานานหลายปี โดยล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานั้น มีการประกาศความร่วมมือกับทาง Mentor เพื่อประสานการยกระดับความปลอดภัยสำหรับยานพาหนะที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

โดยครั้งนี้เป็นการนำโซลูชั่น Trend Micro IoT Security ผสานเข้ากับ Mentor Automotive ConnectedOS™ สำหรับติดตั้งในระบบอินโฟเทนเมนต์หรือ IVI และระบบให้ข้อมูลสำหรับผู้ขับขี่หรือ Cluster บนรถของผู้ผลิตหลากหลายแบรนด์ โดยทาง Trend Micro ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทาง Mentor ถือเป็นเจ้าแรกที่เริ่มนำระบบความปลอดภัยมาใช้ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์

สำหรับฟีเจอร์สำคัญของ Trend Micro IoT Security นั้นได้แก่ ด้านการตรวจสอบความเสี่ยง เช่น การตรวจจับสิ่งผิดปกติ, ตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์, และการตรวจหาช่องโหว่ ขณะที่ด้านการป้องกันระบบ ได้แก่ การควบคุมการเข้าถึง, การตรวจจับการบุกรุก, การแพ็ตช์แบบเวอร์ช่วล นอกจากนี้ยังให้ความสามารถในการมองเห็นและจัดการระบบความปลอดภัยผ่านคอนโซลศูนย์กลางเดียวกันด้วย

ที่มา : Trend Micro

from:https://www.enterpriseitpro.net/trendmicro-security-iot-car/

OSEDA 2017 Workshop: อบรมสั้นเรียนรู้ Ansible, Alfresco, IoT, Git 15 ธันวาคม 2017 นี้

สมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส (OSEDA) จัด Workshop ประจำปี 2017 สอนเทคโนโลยี Open Source ที่น่าสนใจด้วยกัน 4 รายการในราคาประหยัด ได้แก่ Ansible, Alfresco, IoT และ Git พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนได้แล้วดังนี้

วันที่: 15 ธันวาคม 2017
เวลา: 09.00 – 16.00
สถานที่: สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน)

 

Ansible: Infrastructure as a Code Workshop (9.00 – 16.00) ราคา 2,000 บาท

เรียนรู้การทำ Automation สำหรับการทำ Software Provisioning, Configuration Management และ Application Deployment ด้วยการใช้ Ansible โดยคุณ Damrongsak Reetanon with MFEC team

 

IoT 101 Workshop (9.00 – 16.00) ราคา 2,000 บาท รวมอุปกรณ์

ประยุกต์ใช้งานอุปกรณ์ที่เป็น IoT (Internet Of Things) เพื่อนำมาใช้ในการควบคุมอุณหภูมิ และความชื้น โดยสามารถตรวจสอบและติดตามข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทางระบบ Cloud โดยอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการพัฒนาคือ NodeMCU ESP8266 ร่วมกับ sensor ในการตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งพัฒนาโปรแกรมบน Platform Arduino IDE และนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้สร้าง Mini Project IoT 2 Way Switch เพื่อให้สามารถควบคุมการเปิด-ปิดไฟได้ทั้งจาก Smartphone หรือสวิทช์ไฟปกติที่บ้าน พร้อมทั้งยังประยุกต์ให้ควบคุมพัดลมดูดอากาศให้ทำงานตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยคุณปริญญา เอกโพธิ์ – KoMomi

 

Alfresco 101 Workshop (13.00 – 16.00) ราคา 800 บาท

รู้จักกับระบบ Open Source Enterprise Content Management เพื่อนำไปบริหารจัดการไฟล์เอกสารต่างๆ ภายในองค์กร พร้อมให้ผู้ใช้งานทำการแบ่งปันไฟล์ข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยคุณ Nattaphon Neamkasipong with B Circle Teams

 

Git 101 Workshop (9.00 – 12.00) ราคา 800 บาท

เรียนรู้การใช้ Version Control System สำหรับติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึั้นกับไฟล์และโค้ดด้วย Git โดยคุณ สว่างพงศ์ หมวดเพชร – IT Bakery

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและทำการลงทะเบียนได้ทันทีที่ https://www.zipeventapp.com/e/OSEDA-2017-Workshop โดยสามารถใส่ Promo Code ว่า OSEDA20 เพื่อรับส่วนลดได้ทันที 20%

from:https://www.techtalkthai.com/oseda-2017-workshop-on-ansible-alfresco-iot-git/

เปิดตัว Dell EMC PowerEdge XR2 Rugged Server กันฝุ่น กันกระแทก ตอบโจทย์ IoT ในตลาด OEM

สำหรับคนที่ทำ Solution ด้าน Hardware, IIoT และ IoT น่าจะสนใจกับข่าวนี้ไม่น้อย เมื่อ Dell EMC ประกาศเปิดตัว Server รุ่นล่าสุด Dell EMC XR2 ซึ่งเป็น Rugged Server ที่สามารถป้องกันการกระแทก การสั่นสะเทือน ฝุ่น และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่างๆ ได้ พร้อมเปิดให้ OEM เพื่อให้ผู้ผลิตเทคโนโลยีต่างๆ สามารถนำไปสร้างเป็นแบรนด์ของตนเองได้

Credit: Dell EMC

 

Dell EMC PowerEdge XR2 นี้ถูกออกแบบมาให้นำไปติดตั้งใช้งานได้ในสภาวะแวดล้อมที่หลากหลายนอก Data Center อีกทั้งยังผ่านการทดสอบการใช้งานในระดับการทหารจนได้รับมาตรฐาน MIL-STD-810G, MIL-STD-461G (Military) และ DNV GL, IEC60945 (Marine) c มาแล้ว โดยหนึ่งในกรณีที่ Dell EMC ให้ความสำคัญนั้นก็คือการนำไปติดตั้งบนรถขนส่งขนาดใหญ่ เพื่อทำการประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากอุปกรณ์ IoT, GPS และข้อมูลที่รับมาจาก Cloud เพื่อแสดงผลได้ทันที เหมาะทั้งสำหรับการนำไปใช้ในเชิงการทหาร, ใช้ในธุรกิจขนส่ง และทำงานร่วมกับระบบรถยนต์ไร้คนขับ

เช่นเดียวกับ PowerEdge รุ่นอื่นๆ XR2 นี้มาพร้อมกับ Intel Xeon Skylake-SP รุ่นล่าสุดที่เป็ครุ่น Scalable แล้ว ดังนั้นไม่ต้องห่วงประเด็นด้านประสิทธิภาพเลย และด้วยขนาดเครื่องที่ออกแบบมาให้สั้นกว่าปกติถึง 20% ก็ทำให้สามารถติดตั้งได้ง่ายมาก ซึ่งสเป็คโดยรวมจะมีดังนี้

  • รองรับ Intel Xeon SP ได้ 2 ชุด
  • รองรับ RAM สูงสุด 512GB
  • เลือก Disk Controller เองได้
  • ติดตั้ง 2.5″ Drive บน Tray แบบกันสั่นกันกระแทกได้สูงสุด 8 ชุด
  • มี PCIe Gen3 x16 ให้ใช้ 2 ช่อง
  • เชื่อมต่อเครือข่าย 1/10/40GbE ได้
  • มี LCD Tray ด้านหน้า พร้อม Quick Sync 2.0 ให้ใช้
  • บริหารจัดการจากระยะไกลได้ผ่านทาง iDRAC9
  • ความลึก 20 นิ้ว หนัก 11 – 20 กิโลกรัม

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดฉบับเต็ม สามารถศึกษาได้ที่ https://www.dellemc.com/en-us/oem/modernappliance-xr2-rugged-server.htm ครับ

 

ที่มา: https://blog.dellemc.com/en-us/when-the-going-gets-tough-the-poweredge-xr2-gets-going/ 

from:https://www.techtalkthai.com/dell-emc-poweredge-xr2-rugged-server-is-announced/

ไมโครซอฟท์โชว์การใช้ Windows 10 IoT Core ทำประตูกั้นแมว แยกแยะใบหน้าแมวได้

ไมโครซอฟท์มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 IoT Core สำหรับอุปกรณ์ฝังตัวหลากหลายประเภท ล่าสุดไมโครซอฟท์สาธิตการใช้งานของ Windows 10 IoT Core ที่น่าสนใจ นั่นคือใช้ “แยกแยะใบหน้าแมว”

โครงการนี้เป็นตัวอย่างการพัฒนาอุปกรณ์ฝังตัว โดยไมโครซอฟท์นำบอร์ด MinnowBoard MAX ร่วมกับกล้องเว็บแคมและเซ็นเซอร์อีกจำนวนหนึ่ง มาทำเป็นประตูกั้นแมว ที่มีฟีเจอร์อนุญาตให้แมวที่รู้จักเท่านั้นผ่านเข้ามาในประตูได้

ฝั่งของซอฟต์แวร์ใช้ OpenCV ประมวลผลภาพจากกล้องเว็บแคม เทียบกับภาพแมวในระบบว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าหากเป็นแมวที่ถูกต้อง ประตูก็จะเปิดให้แมวเข้าได้นั่นเอง

No Description

โค้ดทั้งหมดเป็นโอเพนซอร์ส ดาวน์โหลดได้จาก Hackster.io (ใช้กับหมาก็ได้ และเปลี่ยนเป็นใช้บอร์ด Raspberry Pi ก็ได้เช่นกัน)

ที่มา – Windows Central

from:https://www.blognone.com/node/97990