คลังเก็บป้ายกำกับ: INTERNET_OF_THINGS

เฮ้ย !! นี่คือ คอมพิวเตอร์ ที่ฝังในสาย LAN เหรอ??

InnSpire ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า InnCable ซึ่งมันคือระบบคอมพิวเตอร์ Android ที่ฝังอยู่ในสายอีเธอร์เน็ต สามารถเอาปลายสายด้านหนึ่งเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตอีเธอร์เน็ต และเอาปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อมเข้ากับพอร์ตของ TV จากนั้น ทีวีของคุณก็จะกลายเป็น Smart TV ไปโดยปริยาย

สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกแบบมาสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานโรงแรม (ดูชื่อก็น่ะ) มันสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมการให้บริการอย่างโรงแรมได้อย่างเหลือล้ำ เพราะง่ายต่อการติดตั้ง ไม่จำเป็นต้องมีห้องเซิร์ฟเวอร์ หรือการจัดการไอทีแบบพิเศษใดๆ ด้านผู้บริหารของ InnSpire คุณ Martin Chevalley (CEO) บอกว่า นอกจากกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรมแล้ว มันยังสามารถเอาไปใช้งานในงานอื่นๆ หรือกลุ่มอื่นๆ เช่นใช้ตามบ้านก็ได้ หรือจะเอาไว้แถมไปกับพวกบริการต่างๆ ของพวกโพรวายด์เดอร์ด้านเทลโก้ด้วย


InnCable ทำงานได้บนระบบอีเธอร์เน็ต และใช้เทคโนโลยีแบบ POE มีพอร์ต USB 2 พอร์ตและมีพอร์ต RJ-12 Serial เป็นต้น

ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่นี่http://www.innspire.com/inncable/

ที่มาhttp://www.zdnet.com/article/innspire-builds-a-computer-into-an-ethernet-cable/

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7097

Advertisements

ชายวัย 42 ถูกสั่งจำคุก ฐานโจมตีระบบประปาอัจฉริยะที่ตนเองเคยรับผิดชอบใน 5 เมืองหลังถูกไล่ออก

ศาล Pensylvania สั่งจำคุก Adam Flanagan ชายวัย 42 อดีตพนักงานบริษัทที่ให้บริการด้านระบบ Smart City เนื่องจากชายคนนี้ทำการโจมตีระบบประปาอัจฉริยะ (Smart Water) ที่ตนเองออกแบบและสร้างมากับมือ หลังจากถูกไล่ออกโดยไม่เปิดเผยสาเหตุ

Credit: ShutterStock.com

 

Flanagan เข้าทำงานในบริษัทที่ให้บริการระบบ Smart City หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Smart Water, Smart Electric และ Gas Reader ที่พัฒนาเทคโนโลยีทางด้านอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) สำหรับอ่านค่าการใช้งานทรัพยากรต่างๆ และส่งข้อมูลกลับไปยังระบบประมวลผลกลางตั้งแต่ปี 2007 โดยงานที่เขาได้รับผิดชอบหลักๆ คือการออกแบบและติดตั้งระบบ Tower Gateway Basestation (TGB) สำหรับลูกค้ากลุ่มโรงงาน เพื่อใช้ในการติดตามการใช้งานน้ำภายในระบบ Water Grid เพื่อให้ผู้ให้บริการน้ำแก่ภาคอุตสาหกรรมสามารถติดตามการใช้งานน้ำ, ติดตามปัญหาที่เกิดขึ้น และเก็บเงินได้

ในปี 2013 Flanagan ก็ถูกไล่ออกโดยไม่เปิดเผยสาเหตุ และทำให้เขาตัดสินใจทะยอยสั่งปิดระบบ Smart Water ของบริษัทแห่งนั้นในแต่ละเมืองด้วยกันทั้งสิ้น 6 ครั้ง ส่งผลกระทบให้กับระบบจ่ายน้ำภายใน 5 เมืองที่สหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังเปลี่ยนรหัสผ่านของระบบเหล่านั้นกลายเป็นคำหยาบคายแทน จนลูกค้าของบริษัทเก่าของ Flanagan ต้องส่งพนักงานไปอ่านมิเตอร์ในแต่ละโรงงานเอง กลับสู่ยุคสมัยที่โลกยังไม่มี IoT

ในเบื้องต้นนั้น Flanagan ต้องโทษด้วยการจำคุกนานถึง 90 ปี และปรับเป็นเงินมูลค่า 3 ล้านเหรียญหรือราวๆ 105 ล้านบาท แต่ท้ายที่สุดเขาก็ถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลาเพียง 1 ปี 1 วันเท่านั้น

ถือเป็นอีกบทเรียนที่สำคัญในยุค Digital Transformation ที่เมื่อเทคโนโลยีได้กลายเป็นศูนย์กลางของหลายๆ ธุรกิจไปแล้ว หากไม่จัดการกับอดีตพนักงานที่ลาออกหรือถูกไล่ออกให้ดี ก็อาจถูกย้อนกลับมาโจมตีและสร้างความเสียหายให้กับองค์กรได้อย่างคาดไม่ถึงทีเดียวด้วยการโจมตีระบบ IT สำคัญที่พนักงานเหล่านั้นเคยสร้างมาเองกับมือ ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิด และแน่นอนว่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วย ทุกองค์กรจึงควรตระหนักในประเด็นเหล่านี้ให้ดีถึงนโยบายในการควบคุมการเข้าถึงระบบ IT สำคัญขององค์กรหลังมีการย้ายตำแหน่ง, การลาออก หรือการไล่พนักงานออก

 

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/fired-employee-hacks-and-shuts-down-smart-water-readers-in-five-us-cities/

from:https://www.techtalkthai.com/fired-engineer-shuts-down-smart-water-systems-in-his-ex-company/

ลองใช้กันดู ! กับระบบคลาวด์ Leap GIO Public New Generation ฟรี ! คูปองส่วนลด 3,700 บาท

Leap GIO Public New Generation  ฟรี!!! คูปองส่วนลดมูลค่า 3700 บาทสำหรับผู้ลงทะเบียน 50 ท่านแรก ตั้งแต่วันที่ 15-30 มิ.ย 2560

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของระบบคลาวด์ ที่มีเสถียรภาพ และปลอดภัยสูงกว่าเดิม คล่องตัวในการใช้งาน ด้วย Self-Service Portal สามารถจัดการทรัพยากร เซิร์ฟเวอร์ และความปลอดภัย ได้ตามความต้องการ

– เสถียรภาพสูง SLA uptime ที่ 99.99% พร้อมบริการให้คำแนะนำจากวิศวกรมืออาชีพ ตลอด 24 ชั่วโมง

สามารถเชื่อมต่อได้หลายระบบ ทั้ง Internet, WAN Link (เช่น MPLS), Colocation และ Private cloud

เพิ่ม API ในการเชื่อมต่อ สามารถบริหารจัดการทรัพยากรระบบคลาวด์ได้อัตโนมัติ

– ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น

ดูข้อมูลได้ที่ : http://www.leapsolutions.co.th/en/page/66/LeapGIOPublic

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7081

ระวัง ! แชร์โซลเชียลมากไป อาจเป็นอันตรายได้ รายงานพบเยาวชนเสี่ยงสุด

การแชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือภาพถ่ายลงโซเชียลมีเดียอย่างเฟสบุ๊กหรืออินสตราแกรม กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับหลายๆ คน แคสเปอร์สกี้ แลป ได้ทำการค้นคว้าล่าสุดเรื่อง Stranger danger: the connection between sharing online and losing the data we love เพื่อเปิดเผยว่าผู้ใช้โซเชียลได้แชร์ข้อมูลส่วนตัวสู่สาธารณะมากน้อยเพียงใด จากรายงานพบว่า

– ผู้ใช้ส่วนมาก (93%) มีพฤติกรรมแชร์ข้อมูลดิจิทัล
– ในจำนวนนี้ 70% แชร์รูปและวิดีโอของลูกหลาน
– และ 45% แชร์รูปและวิดีโอส่วนตัวและเปราะบางของคนอื่น

รายงานยังพบพฤติกรรมเช่นนี้ในกลุ่มเยาวชน ซึ่งนับว่าแย่กว่ามาก นั่นคือการแชร์ข้อมูลส่วนตัวให้คนแปลกหน้ารับรู้อีกด้วย ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเกือบครึ่ง (44%) เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวสู่สาธารณะ และเมื่อข้อมูลส่งไปยังโดเมนสาธารณะ ก็จะถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ เกินควบคุม ผู้ใช้จำนวนหนึ่งในห้ายอมรับว่าได้แชร์ข้อมูลเปราะบางกับคนอื่นทั้งที่ไม่รู้จักกันดี รวมถึงคนแปลกหน้า จึงทำให้ควบคุมการนำข้อมูลไปใช้ได้ยาก สาเหตุที่ทำให้ตกเป็นเหยื่อการจารกรรมตัวตนและการโจมตีทางการเงิน เกิดจากการแชร์รายละเอียดการเงิน/การจ่ายเงิน (37%) การสแกนหน้าพาสปอร์ต ใบขับขี่ และเอกสารอื่นๆ (41%) และการเปิดเผยพาสเวิร์ด (30%)

สถิติพฤตกรรมการแชร์ข้อมูลในโลกโซลเชียล

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ใช้ไม่เพียงแต่แชร์ข้อมูลเท่านั้น ยังแชร์ดีไวซ์ที่เก็บข้อมูลมีค่าอีกด้วย
– ผู้ใช้หนึ่งในสิบ (10%) แชร์รหัส PIN ที่ใช้เข้าเครื่องกับคนแปลกหน้า
– ผู้ใช้หนึ่งในห้า (22%) ไม่ล็อกเครื่องและทิ้งเครื่องไว้ในคนอื่นเข้าถึง
– ผู้ใช้เกือบหนึ่งในสี่ (23%) เอาเครื่องตัวเองให้คนอื่นหยิบยืมใช้เป็นระยะเวลาหนึ่ง

อังเดรย์ โมโคล่า หัวหน้าฝ่ายธุรกิจสำหรับคอนซูมเมอร์ แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวว่า “การแชร์ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไปกับคนอื่นๆ เป็นพฤติกรรมที่นำภัยมาสู่ตัว โลกออนไลน์ในปัจจุบัน การแชร์ข้อมูลให้คนอื่นรู้เป็นเรื่องง่ายมาก ทำได้หลายช่องทาง แต่ทันทีที่คุณเปิดเผยข้อมูลสำคัญและเปราะบาง ก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าข้อมูลจะส่งไปไหน ถูกนำไปใช้อย่างไร”

ผลการค้นคว้ายังพบว่า เยาวชนมักแชร์รูปส่วนตัวออนไลน์มากกว่าวัยอื่น ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอายุระหว่าง 16-24 ปี จำนวน 61% ยอมรับว่าได้แชร์รูปจริง

อังเดรย์กล่าวเสริมว่า “การหวังให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหยุดแชร์รูป แชร์รายละเอียดส่วนตัวและข้อมูลอื่นให้คนอื่นรู้ คงเป็นไปได้ยาก เราจึงขอให้ผู้ใช้คิดให้รอบคอบก่อนแชร์ข้อมูลสำคัญสู่สาธารณะ และควรมีมาตรการเพื่อปกป้องดูแลความปลอดภัย ไม่ให้ข้อมูลและดีไวซ์ตกอยู่ในมือมิจฉาชีพ”

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7068

ความพ่ายแพ้ของอินเทลในโลก IoT: บริษัทประกาศหยุดจำหน่าย Galileo, Joule, Edison ปลายปีนี้

อินเทลพยายามบุกโลก Internet of Things มาหลายปี (รีวิว Galileo ปี 2014 ของ Blognone) แต่ชิปกลับไม่ได้รับความนิยมนัก ตัวบอร์ดมีราคาสูงกว่าคู่แข่งอย่าง Raspberry Pi และ Arduino ตระกูลที่ใช้ชิป AVR หรือ ARM Cortex-M ล่าสุดอินเทลก็ประกาศหยุดจำหน่ายสินค้า 3 รายการคือบอร์ด Galileo, Joule, และ Edison ในช่วงปลายปีนี้ โดยในบรรดาบอร์ดเหล่านี้ Joule เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2016 หรือไม่ถึงปีเท่านั้น

ตอนนี้สินค้าตระกูล IoT ของอินเทลตัวสำคัญที่ยังทำตลาดอยู่คือ Curie ที่จำหน่ายเป็นบอร์ด Arduino 101

แม้ว่าบอร์ดอินเทลส่วนมากมีพลังประมวลผลสูงกว่าบอร์ด ARM และ AVR แต่ในแง่ราคาแล้วก็มักสูงกว่ามาก ไม่มีช่องทางการเข้าถึงบอร์ดราคาถูกเช่นบอร์ด Arduino ที่มีโรงงานจีนผลิตเลียนแบบในราคาไม่กี่ร้อยบาท หรือ Raspberry Pi ที่ราคาปลีกไม่ถึงสองพันบาท

ที่มา – Hackaday

alt="upic.me"

from:https://www.blognone.com/node/93323

IDC ชี้ ธุรกิจ IoT ทั่วโลกจะมีมูลค่า 47.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2021

International Data Corporation (IDC) เผยตัวเลขคาดการณ์เกี่ยวกับธุรกิจ Internet of Things (IoT) ทั่วโลก ว่าจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งภายในปี 2021 นี้จะมีตัวเลขการลงทุนในตลาดนี้ถึง 47.5 ล้านล้านบาท ทั้งในด้านฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ และระบบเครือข่ายของอุปกรณ์ IoT

Credit: a-image/ShutterStock

ระบบ IoT ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในองค์กรใหญ่หลายแห่ง เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้จริง โดยในปี 2017 นี้ ระบบ IoT ที่คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ IoT สำหรับระบบอุตสาหกรรม (3.5 ล้านล้านบาท), ระบบติดตามการขนส่ง (1.7 ล้านล้านบาท), Production Asset Management (1.5 ล้านล้านบาท) และระบบ Smart Building (1.35 ล้านล้านบาท) โดยระบบ IoT เหล่านี้จะเป็นกลุ่มหลักที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2021 ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนทั่วโลกอยู่ที่ 47.5 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

 

Source: IDC

 

ภาคธุรกิจที่จะมีการลงทุนระบบ IoT สูงสุดในปีนี้ ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม (6.2 ล้านล้านบาท), ภาคการขนส่ง (2.88 ล้านล้านบาท) และสาธารณูปโภค (2.2 ล้านล้านบาท) ส่วนตลาด IoT สำหรับ Consumer จะอยู่ในอันดับที่ 4 ซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาท หากมองในมุมทางด้านเทคโนโลยีแล้ว ฮาร์ดแวร์เป็นส่วนหลักที่มีการลงทุนมากที่สุด ตามมาด้วยซอฟต์แวร์ และการบริการ ตามลำดับ ส่วนตลาด Security สำหรับ IoT คาดว่าจะมีการเติบโตอยู่ที่ 15.1% ในแต่ละปี

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (ไม่รวมญี่ปุ่น) มีการลงทุนในระบบ IoT มาเป็นอันดับ 1 โดยจะมีมูลค่าการลงทุนจนถึงปี 2021 อยู่ที่ 15.4 ล้านล้านบาท รองลงมาเป็นสหรัฐและยุโรปตะวันตก ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 14.3 ล้านล้านบาทและ 9.3 ล้านล้านบาท ตามลำดับ

ที่มา : http://www.idc.com/getdoc.jsp?containerId=prUS42799917

from:https://www.techtalkthai.com/idc-forcast-iot-market-will-reach-47-trillion-baht-in-2021/

[ประมวลภาพ] งาน Work Shop การใช้งานอุปกรณ์การสแกนและ RFID ในโรงงานอุตสาหกรรม

บริษัท ซีบรา เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดยคุณวรกร การีจรัล, Channel Manager ได้จัดงาน Workshop การบริหารโรงงานและคลังสินค้าแนวใหม่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจาก Zebra ให้กับชาวนิคมอุตสาหกรรมในแถบนิคม 304 จังหวัดปราจีนบุรี โดยเปลี่ยนรูปแบบจาการสัมมนาทั่วๆ ไป เป็นการสัมมนาแบบเวิร์กชอป ที่ให้ผู้เข้าร่วมงานมีส่วนร่วมไปกับการใช้งานอุปกรณ์

ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานมากมาย โดยผู้ที่มาร่วมงานนั้นประกอบด้วย ตัวแทนจากฝ่ายไอที, ฝ่ายคลังสินค้า, และฝ่ายผลิต ได้มีโอกาสทดลองได้ใช้อุปกรณ์ของ Zebra อาทิ TC8000, Rhino, เทคโนโลยี RFID ซึ่งได้รับความสนใจ จากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทุกคนฟังกติกาการ Work Shop อย่างตั้งใจ
สาธิตการทำงานจริงของอุปกรณ์ Zebra
ผู้เข้าร่วมสัมมนา เริ่มแบ่งกลุ่ม Work Shop
ผู้ร่วมสัมมนาทดลองการใช้งานอุปกรณ์จริง
ผู้ร่วมสัมมนาทดลองการใช้งานอุปกรณ์จริง

 

ผู้ร่วมสัมมนาทดลองการใช้งานอุปกรณ์จริง
ผู้โชคดีตอบคำถามได้รับรางวัล

 

ผู้โชคดีตอบคำถามได้รับรางวัล
กลุ่มผู้โชคดีได้รับรางวัลจากการแข่งขัน Work Shop

 

ผู้โชคดีได้รับรางวัลใหญ่ สร้อยคอทองคำ กลับบ้าน


*** สำหรับครั้งหน้า Zebra Technologies จะไปจัดสัมนาที่จังหวัดชลบุรี ณ โรงแรม เคปราชา ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 ท่านใดที่อยู่บริเวณใกล้เคียงสนใจจะเข้าร่วมงาน สามารถคลิก ดูรายละเอียดได้ที่นี่ 

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/7013