คลังเก็บป้ายกำกับ: INTERNET_OF_THINGS

Nokia จับมือ AWS นำเสนอโซลูชัน Cloud, 5G และ IoT ร่วมกัน

Nokia และ Amazon Web Services (AWS) ได้ออกมาประกาศความร่วมมือระหว่างกันในการนำเสนอโซลูชันทางด้าน Cloud, 5G และ Internet of Things (IoT) สู่ตลาดองค์กรและ Service Provider ด้วยกัน

Credit: ShutterStock.com

 

ภายในความร่วมมือครั้งนี้ ทาง Nokia จะพยายามผลักดันตลาด Service Provider ให้ย้ายระบบของตนเองขึ้นไปยัง Cloud ของ AWS และเปิดให้เหล่าผู้ใช้งาน Application หรือระบบต่างๆ เชื่อมต่อขึ้นไปยัง AWS ให้ได้ด้วย 5G และ Software-Defined WAN (SD-WAN) ของทาง Nokia เอง โดยระบบ SD-WAN ของ Nokia นี้จะสามารถ Integrate เข้ากับ AWS เพื่อทำการบริหารจัดการร่วมกันจากหน้าจอเดียวกันได้

นอกจากนี้ โซลูชันของ Nokia และ AWS ร่วมกันนี้จะสามารถตอบโจทย์ด้านกลยุทธ์ 5G และ Edge Cloud ร่วมกันได้ ทำให้องค์กรต่างๆ มีสถาปัตยกรรมทางเลือกสำหรับการสร้างระบบ IoT ได้หลากหลายมากขึ้น โดยทาง Nokia และ AWS เองก็จะนำโซลูชันทางด้านระบบ IoT มาผสานรวมกัน ตอบโจทย์ได้ทั้งการประมวลผลและการเชื่อมต่อสำหรับ IoT ภายในโซลูชันหนึ่งเดียว

ทางด้าน AWS นั้นมี AWS Greengrass ที่เปิดตัวมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2017 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อุปกรณ์ IoT Device สามารถจัดการข้อมูลและเชื่อมต่อกลับมายัง AWS ได้โดยง่ายด้วย AWS Lambda ที่เป็นเทคโนโลยีการประมวลผลแบบ Serverless Architecture ซึ่งทาง Nokia เองก็เป็นหนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมผลักดัน AWS Greengrass อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Machine Learning ด้วย

ส่วน Nokia นั้นก็มีระบบ Multi-Access Computing (MEC) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายทั้งแบบมีสายและไร้สายสำหรับเชื่อมต่อ Edge Computing โดยเฉพาะ รวมถึงยังมี Intelligent Management Platform for All Connected Things (IMPACT) สำหรับบริหารจัดการอุปกรณ์ IoT ได้

การจับมือกันครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเพราะถือเป็นการเติมเต็มกันและกันระหว่างผู้ผลิตจากฝั่ง Cloud และฝั่ง Network รายใหญ่ที่ตอบโจทย์ด้าน IoT ร่วมกันได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องติดตามอนาคตกันต่อไปว่าหลังจากนี้จะมีการจับมือในลักษณะที่คล้ายกันอีกหรือไม่ และจะมีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างไร

 

ที่มา: https://www.sdxcentral.com/articles/news/aws-nokia-form-bond-to-boost-cloud-5g-and-iot-positions/2017/10/

from:https://www.techtalkthai.com/nokia-and-aws-will-provide-cloud-5g-and-iot-solutions-together/

Advertisements

Apple จับมือ GE ผลักดันตลาด Industrial IoT ด้วย iOS พร้อมนำ Mac สู่ตลาดองค์กร

Apple และ General Electric (GE) ได้ออกมาประกาศถึงความร่วมมือระหว่างกันในการผลักดันตลาด Industrial Internet of Things (IIoT) และตลาดองค์กรด้วยเทคโนโลยีจากทั้งสองบริษัทร่วมกัน

Credit: ShutterStock.com

 

ความร่วมมือแรกนี้คือการที่ GE ได้ทำการพัฒนา Predix SDK for iOS เพื่อให้เหล่านักพัฒนาสาย iOS Developer สามารถทำการพัฒนา Mobile Application เพื่อนำข้อมูลจากระบบ GE Predix IoT Platform บริการ Cloud สำหรับติดตาม, ควบคุม และรวบรวมข้อมูลจาก Sensor ในอุปกรณ์ IoT มาแสดงผลและวิเคราะห์ได้บนอุปกรณ์ iOS Device ทั้งหมด รวมถึงนำความสามารถของอุปกรณ์ iOS Device เช่นการถ่ายภาพจากรังสีความร้อนและส่งขึ้นไปยัง GE Predix IoT Platform ได้

ในทางกลับกัน Apple ก็จะนำเสนอ GE Predix IoT Platform ในฐานะของระบบ Industrial IoT Analytics Platform ที่แนะนำ เพื่อเปิดตลาดร่วมกัน

ความร่วมมือถัดมาคือ GE นั้นจะนำ Apple iOS Device และ Mac มาเป็นอีกตัวเลือกให้พนักงานของ GE ทั่วโลกกว่า 330,000 คนได้นำมาใช้งานภายในองค์กรได้ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นทั้งภายใน GE และสำหรับลูกค้าของ GE ในการใช้งานผลิตภัณฑ์จาก Apple ภายในองค์กร เพื่อให้ภาพของโซลูชัน IoT ทั้งหมดนั้นผสานกันได้อย่างลงตัวระหว่าง GE Predix IoT Platform สำหรับใช้จัดการอุปกรณ์ IoT ในภาคธุรกิจ และ Apple Device ในฐานะของ Interface สำหรับเข้าถึงข้อมูลทางด้าน IoT ในตลาดองค์กร

 

ที่มา: https://www.networkworld.com/article/3234468/internet-of-things/industrial-iot-meets-the-iphone-and-ipad-in-new-geapple-deal.html

from:https://www.techtalkthai.com/apple-and-ge-is-partnering-in-industrial-iot-solutions/

FBI ร้องขอให้เหยื่อการโจมตีแบบ DDoS ออกมาให้รายละเอียด

FBI ได้ร้องขอให้เหยื่อการโจมตีแบบ DDoS ออกมาแชร์รายละเอียดและลักษณะการโจมตี เพื่อสร้างฐานข้อมูลภัยคุกคาม หลังจากเคยร้องขอข้อมูลการโจมตีมัลแวร์เรียกค่าไถ่ หรือ Ransomware เมื่อปีก่อน

Credit: Vector3D/ShutterStock

ทาง FBI กล่าวว่าเหยื่อควรจะออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีหรือผลกระทบด้านการเงินที่ได้รับกับสำนักงานส่วนท้องถิ่น โดยทางการบังคับใช้กฏหมายด้านข้อมูลกำลังหาช่องทางการโจมตีที่เกิดขึ้น อีกทั้งต้องการทราบว่าผู้โจมตีทำการข่มขู่หรือเรียกค่าไถ่ FBI ได้เรียกร้องให้เหยื่อเก็บ IP address ที่ใช้ รวมถึงข้อมูล Log ต่างๆ (Netflow, Packet Capture Log) และอีเมลที่ถูกใช้ในการโจมตี หรือ ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

เหยื่อได้ถูกร้องขอให้ส่งรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตี รวมถึงอีเมลหรือ Wallet Address ในกรณีที่เหยื่อยอมจ่ายค่าไถ่ให้กับผู้โจมตีไป การเรียกร้องครั้งนี้เป็นส่วนนึงของการเตือนภาคธุรกิจว่าการโจมตีแบบ DDoS นี้ สามารถหาซื้อบริการได้ในตลาดมืดออนไลน์ (รู้จักกันในชื่อ Booter and Stresser Service) และมักจะถูกใช้ร่วมกับการโจมตีเสมอๆ

FBI ยังกล่าวอีกว่าบริการเหล่านี้สามารถชำระเงินออนไลน์และ Virtual Currency ได้ โดยผู้กระทำความผิดเหล่านี้เปิดขายบริการกับ Botnet DDoS หรือ มัลแวร์ต่างๆเพื่อทำให้เหยื่อไม่สามารถให้บริการได้ โดยการส่งข้อมูลจำนวนมากไปยังระบบของเหยื่อ การโจมตีแบบ DDoS นี้มีปริมารเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อ Mirai-based attacks โจมตีผู้ให้บริการเว็บและโดเมน โดยควมคุมใช้อุปกรณ์ IoT จำพวก IP Camera  และ DVR จำนวนหลายพันตัวเพื่อส่งทราฟฟิกปริมาณมากออกไป

FBI ยังมีความกังวลเกี่ยวกับอุปกรณ์ Internet of things ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 20,000 ล้านชิ้นเป็น 50,000 ล้านชิ้นภายในปี 2020 และอาจเป็นช่องทางที่ถูกนำไปใช้งานภายในทางที่ผิด เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ยังไม่ได้รับการใส่ใจในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยเท่าที่ควร ดังนั้นจึงเตือนให้ผู้ผลิตและเจ้าของอุปกรณ์ดังกล่าว ถึงการใช้งาน Default Username และ Password หรือ ติดตั้งให้อยู่ในเครือข่ายที่ปลอดภัย รวมถึงการแพทซ์หรืออัปเดตอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ

ที่มา : https://threatpost.com/fbi-asks-businesses-to-share-details-about-ddos-attacks/128523/

from:https://www.techtalkthai.com/fbi-ask-ddos-victims-share-details/

Cisco ประกาศเปิดตัว Module เสริมบน Aironet พร้อมเปิดให้เข้าไปพัฒนาโปรแกรมเองได้

ถือเป็นอีกทิศทางที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับตลาด Enterprise Wi-Fi กับการประกาศเปิดตัว Cisco Aironet Developer Platform พร้อม Hardware Module เสริมสำหรับติดตั้งเพิ่มบน Cisco Aironet ให้เติมความสามารถใหม่ๆ ให้กับ Access Point ได้

Credit: Cisco

 

Cisco Aironet Developer Platform (ADP) นี้เป็น Platform เปิดให้ทำการพัฒนา Application ต่างๆ ลงไปบน Module เสริมของ Cisco Aironet 3800 Series Access Point ได้ ทำให้ Cisco Aironet ไม่ได้เป็นเพียงแค่ Wireless Access Point อีกต่อไป แต่สามารถกลายเป็น Compute Node สำหรับระบบ Internet of Things (IoT) ขนาดใหญ่ และเป็นส่วนประกอบหนึ่งในภาพของ Fog Computing หรือ Edge Computing ได้ในตัว

ตัวอย่างการนำ Cisco ADP ไปใช้งานนี้ก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะป็นการนำไปใช้เพื่อติดตาม Inventory ภายใน Warehouse ได้แบบ Real-time, การใช้เป็นตัวรับข้อมูลจาก Server กลางเพื่อทำการปรับราคาสินค้าบนชั้นวางของภายในห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่ามาแทนเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเครื่องหนึ่งได้เลย

อีกสิ่งหนึ่งที่ Cisco เปิดตัวมาพร้อมกันนี้ก็คือ Beacon Point Module สำหรับใช้สร้าง Virtual BLE Beacon เพื่อทำงานร่วมกับ Cisco Virtual Beacon Solution ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว โดย Beacon Point Module นี้จะทำการเชื่อมต่อกับ Cisco Aironet 3800 ผ่านทางเครือข่ายไร้สาย และทำหน้าที่กระจายสัญญาณ BLE ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเดินสาย Ethernet เหมือนโซลูชันก่อนหน้านี้

Credit: Cisco

 

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดฉบับเต็ม สามารถศึกษาได้ที่ https://www.cisco.com/c/en/us/products/wireless/access-points/index.html#~stickynav=1 ครับ

 

ที่มา: https://blogs.cisco.com/wireless/mad-about-cisco-modules

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-aironet-developer-platform-and-cisco-beacon-point-module-are-announced/

พบช่องโหว่บนการเข้ารหัส Wi-Fi แบบ WPA2 ที่แฮ็กเกอร์ใช้แอบส่องทราฟิกได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Frank Piessens และ Mathy Vabhoef พบช่องโหว่บนโปรโตคอล WPA2 ที่ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าดูข้อมูลอย่างอีเมล์, รหัสผ่าน, หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เข้ารหัสไว้ได้ ขอแค่อยู่ภายในบริเวณครอบคลุมสัญญาณของอุปกรณ์ หรือแอคเซสพอยต์เหยื่อได้เท่านั้น

นอกจากนี้ยังสามารถส่งข้อมูลอันตรายอย่างแรนซั่มแวร์ ขึ้นไปอยู่บนเว็บไซต์ที่เหยื่อกำลังเข้าถึงได้ด้วย โดยเรียกการโจมตีลักษณะนี้ว่า KRACK ซึ่งการเปิดเผยการค้นพบครั้งนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้ US-CERT ได้ออกประกาศเตือนไปถึงองค์กรกว่า 100 แห่งแล้ว

การโจมตีนี้ใช้ช่องโหว่ในขั้นตอนของ Four-way Handshake ที่เกิดขึ้นตอนเครื่องเหยื่อร้องขอการเข้าถึงเครือข่าย WPA2 ด้วยการหลอกให้เครื่องเหยื่อติดตั้งคีย์ที่ใช้อยู่แล้วใหม่ ทำให้ต้องรีเซ็ตเลขแพ็กเก็ตที่ทำให้สามารถได้คีย์ถอดรหัสข้อมูลทราฟิกดังกล่าวได้ แม้แต่ข้อมูลที่อ่อนไหวมากอย่างเลขบัตรเครดิต, รหัสผ่าน, ข้อความแชต, อีเมล์, และรูปภาพ

เนื่องจากเราเตอร์และอุปกรณ์ปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้การเข้ารหัส Wi-Fi แบบ WPA2 จึงทำให้การโจมตี KRACK นี้กระทบกับเครือข่ายไร้สายเกือบทั้งหมด ทั้งนี้ ยกเว้นทราฟิกที่มีการเข้ารหัสอีกชั้นผ่าน HTTPS และแนะนำให้ผู้ใช้อัพเดตเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหมดทันที ซึ่งมีผู้ผลิตหลายรายแล้วที่ออกแพทช์มาอุดช่องโหว่นี้ไม่ว่าจะเป็น Aruba, FortiNet, Meraki, Microtik, และ Ubiquiti

ที่มา : https://www.hackread.com/vulnerability-in-wpa2-protocol-allows-attackers-intercept-decrypt-encrypted-data-traffic/

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8410

[SDC 2017] ซัมซุงเปิดตัว SmartThings Cloud แพลตฟอร์มเปิดสำหรับ IoT

งาน Samsung Developer Conference 2017 วันนี้ ซัมซุงประกาศรวมแพลตฟอร์มและโซลูชัน IoT ที่มีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นฝั่งฮาร์ดแวร์ Samsung Connect, คลาวด์ Artik Cloud และโซลูชัน SmartThing เอาไว้ภายใต้แบรนด์ SmartThings Cloud

SmartThings Cloud เป็นแพลตฟอร์ม IoT แบบเปิด ทำให้รองรับอุปกรณ์และโซลูยี่ห้ออื่นๆ ด้วย ไม่เฉพาะแต่ของซัมซุงอย่างเดียว ซึ่งการรวมโซลูชัน IoT ของซัมซุงให้มาอยู่ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกันทั้งหมดครั้งนี้ ดูจะทำให้ซัมซุงได้เปรียบแพลตฟอร์มอื่นๆ เล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาในแง่ที่ว่าซัมซุงมีผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เป็นของตัวเอง

ทั้งนี้ซัมซุงยังไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับ SmartThings Cloud มากนัก นอกจากว่าน่าจะได้เห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่รองรับในช่วงปีหน้า

ที่มา – งาน SDC 2017

alt="SmartThings"

from:https://www.blognone.com/node/96374

CEO Facebook เตรียมเยือนไทย มีนัดหารือ ลุงตู่ !!

Mark Zuckerberg  ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Facebook และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO นั้น เตรียมที่จะเข้ามาในประเทศไทยในช่วงปลายเดือนนี้ โดยมีกำหนดการที่จะเข้าพบกับ นายกรัฐมนตรี ลุงตู่ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

เขากล่าวต่อว่าการเข้าพบของ Zuckerberg ในครั้งนี้นับเป็นสิ่งที่ดีสำหรับภาพลักษณ์ของประเทศไทย เพราะ Facebook นั้นเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงโลกเอาไว้ อีกทั้งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของ Facebook ในประเทศไทย และเขาก็คาดว่าจะได้พูดคุยกับ Zuckerberg ในขณะที่เขาพำนักในเมืองไทยด้วย

รองนายกฯ กล่าวเสริมในตอนท้ายว่า ยักษ์ใหญ่แห่งโลกออนไลน์นี้ได้เริ่มขยายธุรกิขของเขามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใหต้ โดยเริ่มมีสำนักงานต่างๆ ทั้งในสิงคโปร์, อินโดนีเซีย และเวียดตาม รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเขามองว่าเป็นพันธมิตรที่น่าสนใจมากๆ

ที่มา : http://englishnews.thaipbs.or.th/mark-zuckerberg-visit-thailand-end-october/

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8386