คลังเก็บป้ายกำกับ: IOS

องค์ดาไลลามะเปิดตัวแอพฟรีบน iOS ให้ประชาชนได้ติดตามข่าวสาร

องค์ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุดของชาวทิเบตวัย 82 ปี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1989 ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นชื่อ Dalai Lama ในระบบ iOS โดยในแอพนี้จะมีข่าวสาร ข่าวอัพเดทการเดินทาง ภาพถ่ายและวิดีโอ รวมถึงคำสอนต่างๆ ขององค์ดาไลลามะ สำหรับผู้ติดตามของพระองค์

แอพนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของการพยายามของศาสนาที่ต้องการเข้าถึงประชาชน อย่างเช่นในปี 2013 Roman Catholic Church ได้เปิดตัว Pope App สำหรับการติดตามข่าวสารของโป๊ป รวมถึงแอพที่ออกมาก่อนหน้าอย่าง Confession ที่ให้ผู้ใช้งานได้จดบันทึกบาปของตัวเอง

สำหรับผู้ที่สนใจแอพ Dalai Lama สามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน App Store

alt="a"

ที่มา: BBC

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/98351

Advertisements

iOS11.2.1 แก้ปัญหา Autofocus ใน iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เรียบร้อย

ก่อนหน้านี้ iPhone X และ iPhone 8 , 8 Plus บางตัวเจอปัญหากล้องหลังไม่สามารถโฟกัสอัตโนมัติหรือ Autofocus ได้ หลังจากอัพเดต iOS11.2 กันไป และปัญหาดังกล่าวหายไปเมื่อทำการดาวน์เกรดกลับมาเป็น iOS11.1.2 จึงได้ข้อสรุปว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากเฟิร์มแวร์ iOS11.2 เอง และล่าสุด Apple ได้ออกเฟิร์มแวร์ iOS11.2.1 ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาหลักๆ ที่โฟกัสไปที่ช่องโหว่ของ HomePod แต่ดูเหมือนเฟิร์มแวร์นี้ก็แก้ไขปัญหาเรื่องการ Autofocus ที่เคยเกิดขึ้นกับ iPhone บางตัวด้วย

ทั้งนี้  RedmondPie ได้ยืนยันถึงการแก้ไขปัญหาการโฟกัสอัตโนมัติของ iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus บน iOS11.2.1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ใช้งานที่เคยประสบปัญหาดังกล่าวนั้นต่างก็รายการว่าปัญหาไม่เกิดขึ้นอีกบน iOS11.2.1 ดังนั้นหากเพื่อนๆ กำลังประสบปัญหาเดียวกันนี้อยู่ก็ตรงเข้าไปอัพเดต iOS ล่าสุดกันได้เลยเพื่อจัดการกับปัญหาและช่องโหว่ที่มีอยู่ในเฟิร์มแวร์ตัวก่อน

from:https://www.appdisqus.com/2017/12/15/ios-11-2-1-fix-autofocus-on-iphone-x-models.html

iOS 11.2.1 มาแล้ว แก้ปัญหาโฟกัสของกล้องใน iPhone X, iPhone 8 Plus

แอปเปิลออกอัพเดต iOS เวอร์ชัน 11.2.1 มีรายละเอียดว่าเป็นการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ รวมทั้งปัญหาที่อาจทำให้การเข้าถึงระยะไกลจากผู้ใช้ที่แชร์ของแอพ Home ถูกปิดใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า iOS 11.2.1 นี้ ได้แก้ไขปัญหากล้องใน iPhone X, iPhone 8 Plus และ iPhone 8 ที่ไม่สามารถโฟกัสได้ตามปกติ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบใน iOS 11.2

ผู้ใช้ iOS สามารถอัพเดตได้ที่หน้า Software Update ใน Settings

ที่มา: MacRumors

alt="iOS 11.2.1"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/98280

จัดอันดับ 5 แอปพลิเคชั่น POS สุดเจ๋งที่สามารถจัดการกับร้านอาหารของคุณได้เพียงแค่ปลายนิ้ว

จัดอันดับ 5 แอปพลิเคชั่น POS สุดเจ๋งที่สามารถจัดการกับร้านอาหารของคุณได้เพียงแค่ปลายนิ้ว

              ร้านอาหารในสมัยนี้นอกจากจะแข่งขันกันเรื่องรสชาติอาหาร ความแปลกใหม่ และบรรยากาศแล้ว ความ High Technology ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แม้จะดูห่างไกลจากรสชาติ กลิ่น ของอาหาร แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ร้านของอาหารนั้นดูทันสมัย และถ้าเป็นผลดีต่อระบบการจัดการร้านก็ยิ่งดีทำอะไรได้ง่ายขึ้น

ระบบการจัดการร้านอาหาร POS (Point Of Sale) ก็เป็นอีกระบบที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ หลายคนอาจจะงงว่าไอ้เจ้า POS นี้คืออะไร มันก็คือ ระบบขายหน้าร้านที่มีหน้าที่คิดเงิน เก็บข้อมูลสินค้า คำนวนราคาสินค้า หรือแม่แต่กระทั่งสต๊อคของก็สามารถทำได้จบในเครื่องเดียว มีความแม่นยำและรวดเร็ว ซึ่งเราอาจจะยังมองไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่ เอาง่ายๆ ตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ บริเวณแคชเชียร์ที่เราไปจ่ายเงิน ก็ใช้ระบบ POS ในการคิดเงินและเก็บข้อมูลสินค้าเหมือนกัน

หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ POS สมัยนี้ก็มีอยู่ในรูปแบบของแอปพลิเคชั่น เพียงโหลดปุ๊บก็สามารถใช้ได้ปั๊บเลย ง่ายมากๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 แอปพลิเคชั่น POS สุดเจ๋งรับรองเลยว่าหากร้านอาหารใดได้ใช้แอปพลิเคชั่นทั้ง 5 นี้ระบบในร้านอาหารของคุณจะต้องไหลหลื่น ไปดูชมกันเลย

  1. Ocha Pos

Ocha Pos เป็นแอปพลิเคชั่นจัดการร้านอาหาร สั่งการผ่านทาง Tablet ใช้งานง่าย สะดวก มีประสิทธิภาพและแม่นยำ คุณสมบัติหลักๆก็คือใช้รับออเดอร์ คิดเงิน จัดการสต๊อก จัดการพนักงาน แอปพลิเคชั่นนี้สามารถดูความเคลื่อนไหวของสต๊อกได้แบบ real-time และแจ้งเตือนเวลาสต๊อกสินค้าใกล้จะหมด มีสรุปยอดขายให้อย่างละเอียด บอกได้ว่าช่วงวันและเวลาที่ขายดี เมนูตัวไหนขายดี และที่สำคัญสามารถเข้าถึงข้อมูลจากที่ไหนก็ได้ผ่าน tablet ของคุณ แถมยังเป็นแอปพลิเคชั่นที่ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย ถือว่าคุ้มค่ามากๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.ocha.in.th

 2. Niceloop

Niceloop แอปพลิเคชั่น POS ของคนไทย สามารถแสดงรายการสินค้า เช็คบิลได้อย่างรวดเร็ว ใส่ส่วนลดได้ ดูประวัติการสั่งย้อนหลังของโต๊ะนั้นๆ ได้ รวมทั้งสามารถแยกรายการอาหารไปที่ครัว รายการเครื่องดื่มไปที่บาร์น้ำได้ จุดสำคัญของแอปพลิเคชั่นนี้ คือ สามารถแสดงสถิติการขายและสามารถวิเคราะห์ข้อมูลด้วยกราฟที่เข้าใจง่าย และสามารถสร้าง Account แยกเป็น ผู้จัดการ พนักงานแคชเชียร์ โดยควบคุมสิทธิ์การใช้งานของผู้ใช้ได้ จ่ายเป็นค่าบริการรายเดือน 590, 890 และ 1,390 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.niceloop.com/

3. FoodStory

FoodStory แอปพลิเคชั่น POS จัดการร้านอาหารที่มีความปลอดภัย หากจะทำการใช้งานจะต้องกรอกรหัสเพื่อเข้าไปในระบบ จึงจะสามารถใช้งานได้ สามารถสั่งงานจาก Tablet การใช้งานสะดวกแม่นยำ จัดการร้านอาหารได้ในระดับที่ดี สามารถสั่งอาหาร เก็บเงิน ทำสต๊อกอาหาร และมีระบบจัดการพนักงาน ทำได้หลายสาขา สำหรับจุดเด่นในแอปฯนี้คือ Table Layout แบบจำลองร้านค้า ให้ผู้ใช้สามารถออกแบบผังร้านได้ และสามารถให้ลูกค้าจองคิวผ่านแอปพลิเคชั่นได้ ในส่วนของค่าใช้จ่ายก็จะเป็นแบบรายเดือนและรายปี ราคาก็แตกต่างกันไป

รายละเอียดเพิ่มเติม :  www.foodstory.co

4. FOURLEAF

FOURLEAF เป็นแอปพลิเคชั่นระบบ POS ที่มีมาให้ครบชุด เชื่อมต่อได้ง่าย แอปพลิเคชั่นนี้ข้อดีนอกจากจะช่วยจัดการระบบร้านอาหารแล้ว จุดเด่นของแอปพลิเคชั่นนี้คือสามารถใส่ข้อมูลของร้านอาหารเท่าไหร่ก็ได้ รูปจะใส่กี่รูปก็ได้ เรียกได้ว่าใครที่มีร้านอาหารที่เมนูค่อนข้างเยอะและมีรูปเมนูที่สวยๆหลายรูป ก็น่าจะเหมาะกับแอปพลิเคชั่นนี้ ในส่วนของค่าบริการรายเดือน ก็จ่ายตามปริมาณที่ใช้ไป หากใครเน้นรูปเยอะๆ แนะนำแอปฯนี้เลย

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.afourleaf.com

5. Food Solution

Food Solution เป็นแอปพลิเคชั่น POS น้องใหม่ที่รวม 4 บริษัทเข้าด้วยกัน สามารถจัดการร้านอาหารได้ ทั้งสั่งอาหาร เช็คบิล สต๊อกอาหาร โดยความพิเศษของแอปพลิเคชั่นนี้ลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยสามารถจ่ายค่าอาหารโดยบัตรเครดิตหรือเดบิตของธนาคารกสิกรไทยได้ Food Solution ขายแพคเกจควบคู่กับอินเทอร์เน็ตของเครือข่ายเอไอเอสและโปรแกรมบัญชีอย่าง Flow Account โดยมีแพคเกจเริ่มต้นที่ 1,779 บาทต่อเดือน

รายละเอียดเพิ่มเติม :  www.ais.co.th/foodsolution-business

from:https://www.appdisqus.com/2017/12/13/5-application-pos.html

Apple เตรียมปิดดีลเข้าซื้อ Shazam แอพค้นหาและซื้อเพลงชื่อดัง

รายงานล่าสุดเผย Apple เตรียมปิดดีลเข้าซื้อ Shazam แอพพลิเคชั่นค้นหาเพลงชื่อดังที่ฉลาดสุดๆ ด้วยมูลค่ากว่า $400 ล้านเหรียญสหรัฐ

Shazam เป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2542 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ของตนในการค้นหาเพลงที่กำลังเล่นอยู่ในขณะนั้นและซื้อเพลงนั้นได้ผ่านช่องทางการขายเพลงต่างๆ อย่างง่ายดายและรวดเร็ว

Shazam อ้างว่า ณ ปัจจุบันนี้ฐานผู้ใช้งานของตนนั้นมีมากกว่า 100 ล้านรายต่อเดือนเลยทีเดียว โดยธุรกิจหลักนั้นได้รับผลกำไรมาจากค่าคอมมิชชั่นจากที่ผู้ใช้งานของตนที่ได้จาก iTunes Store ของ Apple นั่นเอง ทั้งนี้ ณ ตอนนี้ทั้ง Shazam และ Apple ยังไม่มีการออกมาเปิดเผยผลการเจรจาหรือยืนยันข้อมูลตามข่าวที่รายงานออกมาจากเว็บไซต์ TechCrunch แต่อย่างใด แต่จากความน่าเชื่อถือของ TechCrunch เองแล้วจึงไม่น่าจะเกิดความผิดพลาดขึ้นกับรายงานนี้

shazam

และหากการเจรจาในครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามรายงาน Shazam จะกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีจากอังกฤษบริษัทล่าสุดที่ถูกซื้อไปจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกตามที่ปรากฏในข่าว ซึ่งการเข้าซื้อ Shazam ในครั้งนี้ของ Apple นั้นก็จะเปรียบเสมือนการตัดคนกลางที่ตนต้องเสียค่าคอมมิชชั่นให้ไปแล้วรับเอาผลกำไรจากตรงนั้นเข้าบริษัทโดยตรง

ทั้งนี้หาก Shazam ถูกซื้อไปโดย Apple จริง ผลกระทบหลักน่าจะตกไปอยู่กับบริการสตรีมมิ่งคู่แข่งอย่าง Spotify และ Google Play Music ที่จะขาดผู้ช่วยขายรายใหญ่อย่าง Shazam ไปอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะ Apple น่าจะไม่ยอมให้เงินทองรั่วไหลออกไปใช้บริการคู่แข่งอย่างง่ายๆ แน่นอน โดยนี่จะเป็นช่องทางหลักของ Apple ที่จะใช้โปรโมท Apple Music ให้เข้าถึงผู้ใช้งานมากขึ้นจากการโคการทำงานร่วมกันกับแอพพลิเคชั่น Shazam แต่เพียงผู้เดียว โดย ณ ปัจจุบันนี้ Spotify มีผู้ใช้งานในตลาดทั่วโลกมากถึง 60 ล้านราย ในขณะที่ Apple Music นั้นสามารถกินส่วนแบ่งการตลาดไปได้เพียง 27 ล้านรายเท่านั้น

from:https://www.appdisqus.com/2017/12/11/apple-is-to-buy-shazam-for-400-millions.html

พยากรณ์ตลาด App Store ปี 2018 จะสูงถึง 3.5 ล้านล้านบาท แอพสาย Non-Game และ VR มาแรง

ไวกว่าที่คิด เพราะถ้าย้อนไปปีก่อนนี้ มีการคาดการณ์ไว้ว่าตลาด App Store จะพุ่งไปแตะที่หลักแสนล้านเหรียญในปี 2020 แต่ล่าสุดปรากฏว่าปี 2018 ตลาดนี้จะร้อนแรงขึ้นจากหลายปัจจัย ส่วนประเทศจีนขึ้นเบอร์ 1 ใช้จ่ายสูงสุดต่อเนื่อง

Photo: Capture from apple.com/iphone-x

ตลาด App Store แตะแสนล้านเหรียญไวกว่าที่คิด เส้นเลือดหลักยังเป็นสายเกม

App Annie บริษัทวิจัยแอพพลิเคชั่นบนมือถือคาดการณ์การใช้จ่ายบน App Store ในปี 2018 ว่าจะสูงถึง 1.1 แสนล้านเหรียญ หรือประมาณ 3.5 ล้านล้านบาท โดยแอพสายเกมยังคงครองเป็นสัดส่วนที่ทำรายได้มากที่สุด

ตามการคาดการณ์ล่าสุด ตลาด App Store ในปี 2018 จะสูงกว่ารายได้รวมทั้งหมดในปี 2017 ถึงกว่า 30% ส่วนถ้าย้อนไปดูในปี 2016 ตลาดนี้ทำรายได้รวมที่ 5.1 หมื่นล้านเหรียญ หรือราวๆ 1.6 ล้านล้านบาทเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ App Annie เคยทำนายไว้ว่า ในปี 2020 ตลาดรวมของแอพพลิเคชั่นจะแตะไปถึง 1 แสนล้านเหรียญ แต่ถือว่ามาไวกว่าที่คิด เพราะในปีหน้าตลาด App Store จะทำเงินได้เกิน 1.1 แสนล้านเหรียญแล้ว

  • อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ตลาดนี้เติบโตอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดคิด?

การเริ่มทำเงินของแอพสาย Non-Game และ VR

ขณะนี้บน App Store แอพสาย Non-Game ส่วนใหญ่ที่เป็นแบบ subscription เริ่มทำเงินแล้ว เช่น แอพสาย streaming video ทำเงินได้มากขึ้นในปีนี้ บน iOS สูงขึ้น 85% ส่วนบน Google Play สูงขึ้น 70%

ส่วน VR จะมาแรงอย่างแน่นอน การกำลังจะมาถึงในปีหน้าของเกม Harry Potter: Wizards Unite แห่งค่าย Niantic ที่จะร้อนแรงและระอุในปี 2018 อย่างแน่นอน (ให้ลองนึกถึงปรากฏการณ์อย่าง Pokémon Go)

ยอดการดาวน์โหลดแอพที่เกี่ยวข้องกับ VR ในสหรัฐอเมริกา by App Annie

จับตา 3 ประเทศมาแรงใช้จ่ายบน App Store

จีน อินเดีย และบราซิล คือ 3 ประเทศที่ต้องจับตามอง เพราะการเติบโตในการใช้จ่ายเงินบน App Store ปีหน้าจะสูงมาก โดยเฉพาะจีนที่จะโตในอัตราเร่ง จนในปัจจุบันนี้ จีนขึ้นแท่นเป็นประเทศอันดับ 1 ที่มีการใช้จ่ายเงินบน App Store สูงสุดไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนในอินเดียและบราซิลจะเห็นการเติบโตของบน Android ที่ 50% และ 30% ตามลำดับ

  • การสร้าง ecosystem ของ App Store เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ไม่นานมานี้ Apple และ Google (Android) ก็มีการปรับให้ผู้ใช้งานง่ายขึ้นในแต่ละหมวดหมู่ ทำให้เกิดการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมากขึ้น นั่นหมายความทำให้มีโอกาสในการใช้จ่ายมากขึ้นไปด้วย

อ้างอิง – techcrunch

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/app-store-2018-spending/

iOS 11.2 เปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ส่งเงินผ่าน iMessage ได้แล้ว

สัปดาห์นี้ต้องเรียกว่าแอปเปิลท็อปฟอร์มมาก มีข่าวออกมาแทบทุกวันทั้งบั๊กของ iOS และ macOS จนต้องออกอัพเดตกันถี่ๆ แต่ในอัพเดต iOS 11.2 ก็มีฟีเจอร์ใหม่เพิ่มมาด้วย นั่นคือ Apple Pay Cash

Apple Pay Cash คือฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินกันได้ผ่าน iMessage โดยตรง ซึ่งเงินนั้นก็จะถูกเก็บไว้ในการ์ด Apple Pay Cash ที่อยู่ในแอพ Wallet และสามารถนำไปโอนต่อ หรือใช้จ่ายกับร้านค้าที่รองรับ Apple Pay ก็ได้ แต่ขณะนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวยังถูกจำกัดไว้ให้เฉพาะผู้ใช้งานในสหรัฐฯ เท่านั้นก่อน

ที่มา: The Verge

from:https://www.thaiappupdate.com/2017/12/11155/