คลังเก็บป้ายกำกับ: IPAD

รวมวิธีค้นหารูปภาพในแอป Photos ด้วย Siri

How To Search Photos By Siri Iphone Ipad Cover

Siri หรือเลขาส่วนตัวสำหรับผู้ใช้ iPhone ที่คอยอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะช่วยหาตำแหน่งที่ตั้ง สอบถามข่าวสารต่างๆ ก็ได้ และวันนี้ทีมงานจะมานำเสนอวิธีการใช้ Siri ให้เป็นประโยชน์ด้วยการค้นหารูปภาพในแอป Photos กันค่ะ

รู้หรือไม่ว่าเราสามารถสั่งการ Siri ให้ค้นหารูปภาพหรือภาพถ่ายในแอป Photos ได้ โดยใช้การค้นหาตามสถานที่ สิ่งที่อยู่ในรูปภาพ เรามาชมกันเลยดีกว่าว่า แต่ละวิธีจะต้องใช้คำสั่งอะไร

การค้นหารูปภาพด้วย Siri ตามสถานที่

เรียก หวัดดี Siri หรือกดปุ่ม Home ค้างไว้ > พูด ค้นหารูปภาพที่ประเทศ…. หรือ ที่จังหวัด…. หรือที่ไหนก็ได้ตามต้องการ

How To Search Photos By Siri Iphone Ipad 2

การค้นหารูปภาพด้วย Siri ตามสิ่งที่อยู่ในภาพ

เรียก หวัดดี Siri หรือกดปุ่ม Home ค้างไว้ > พูด ค้นหารูปภาพที่มี….

How To Search Photos By Siri Iphone Ipad 1

หรือจะเติมคำว่า ในอัลบั้มต่อท้าย เพื่อโฟกัสให้ Siri ค้นหารูปภาพเฉพาะในแอป Photos เท่านั้น

How To Search Photos By Siri Iphone Ipad 3

การค้นหารูปภาพด้วย Siri แบบผสมผสาน

เราสามารถผสมผสานสถานที่กับสิ่งที่อยู่ในภาพ เพื่อช่วยกรองการค้นหาให้แคบคงและเจอได้ไวขึ้น

เรียก หวัดดี Siri หรือกดปุ่ม Home ค้างไว้ > พูด ค้นหารูปภาพ…ที่…

How To Search Photos By Siri Iphone Ipad 4

การสั่งงานผ่าน Siri ให้ช่วยค้นหารูปภาพสามารถทำได้ง่ายและค้นหาได้ไวยิ่งขึ้น โดยเฉพาะค้นที่เก็บรูปภาพในอัลบั้มเยอะๆ และไม่ค่อยได้จัดระเบียบรูปภาพ ก็สามารถใช้วิธีนี้ค้นหาได้ และในบางคนยังสามารถค้นหารูปภาพตามช่วงเวลาได้อีกด้วย ใครที่ยังไม่เคยทราบมาก่อนก็ลองนำไปใช้งานกันดูนะคะ

ขอบคุณ imore

from:https://www.iphonemod.net/how-to-use-siri-search-photos.html

Advertisements

6 เหตุผลที่ไม่ควร Jailbreak iPhone เพราะอะไร มาชมกัน

6 Reason Do Not Jailbreak Iphone Cover

การ Jailbreak ก็คือการทำให้ iPhone สามารถติดตั้งโปรแกรมอื่นๆ นอกเหนือจากที่มากับ iOS และสามารถปรับแต่งได้มากขึ้น ทำอะไรได้เยอะขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากการ Jailbreak จะเป็นการเปิดช่องทางให้คนอื่นแฮ็กข้อมูลในเครื่องเราได้ง่ายแล้ว ยังมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่ต้องทราบด้วยกันอีก 6 ข้อดังนี้

6 เหตุผลที่ไม่ควร Jailbreak iPhone เพราะอะไร มาชมกัน

1. ความปลอดภัย

ผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากการ Jailbreak ก็คือเรื่องของความปลอดภัย ทั้งๆ ที่ Apple ได้พยายามปรับปรุงและปล่อยอัปเดต iOS เพื่อมาปิดและป้องกันช่องโหว่ต่างๆ แต่การ Jailbreak จะเปลี่ยนแปลงทั้งหมด เหมือนเป็นการเปิดประตูและโยกย้ายระดับของความปลอดภัย ไวรัส มัลแวร์ หรือสปายแวร์ ก็สามารถเข้าถึงเครื่องของเราได้ง่ายขึ้น

6 Reason Do Not Jailbreak Iphone 1

2. ต้องใช้เทคนิค และอาจทำได้ยากสำหรับบางคน

บางคนอยากจะ Jailbreak แต่ก็ไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านเทคนิค ก็อาศัยการเรียนรู้ผ่านอินเตอร์เน็ตที่สอนกันอย่างแพร่หลาย แต่การออกอัปเดต iOS แต่ละครั้ง Apple ก็จะพยายามปรับให้การ Jailbreak นั้นทำได้ยากขึ้น เพราะยังคงกังวลเรื่องของความปลอดภัย หากเรายังไม่คุ้ยเคยกับเรื่องเทคนิคหรือเทคโนโลยีก็อาจจะเป็นเรื่องจาก

6 Reason Do Not Jailbreak Iphone 2

เนื่องการ Jailbreak แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ tethered, semi-tethered และ untethered ซึ่งแต่ละประเภทก็มีเทคนิควิธีการที่แตกต่างกันและต้องอาศัยเครื่องมือที่ช่วยในการ Jailbreak ด้วย

3. การอัปเกรด iOS ซับซ้อนขึ้น

เครื่องที่ถูก Jailbreak แล้วอัปเกรด iOS ได้ยากกว่าเครื่องที่ติดตั้ง iOS ปกติ จะต้องอัปเกรดผ่าน iTunes และการอัปเกรด iOS เวอร์ชันล่าสุด ก็อาจจะทำให้สิ่งที่ติดตั้งในการ Jailbreak นั้นหายไปด้วย อย่างเช่นฟังก์ชันการทำงานและปุ่มลัดต่างๆ

6 Reason Do Not Jailbreak Iphone 3

และบางครั้งระหว่างการอัปเกรด iOS ก็อาจจะทำให้เครื่องหยุดทำงานหรือเครื่องค้าง จนไปต่อไม่ได้ เนื่องจากการ Jailbreak ได้เปลี่ยนและลบส่วนที่จำเป็นในการอัปเดต iOS ออก

4. อุปกรณ์เสียหาย

ผลกระทบที่เกิดขึ้นในการ Jailbreak บางครั้งก็ทำให้อุปกรณ์ของคุณเสียหาย ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ใช้งานได้ไม่เหมือนเดิม และถ้าโชคร้ายที่สุดก็ทำให้ iPhone ใช้งานไม่ได้เลยทีเดียว มักจะเกิดขึ้นกับซอฟต์แวร์ Jailbreak และเครื่องมือการ Jailbreak ที่อยู่ในเวอร์ชันทดสอบ

6 Reason Do Not Jailbreak Iphone 4

และถ้าหากเครื่องของคุณมีปัญหาหรือใช้งานไม่ได้ แน่นอนว่าการนำเครื่องไปเคลมอาจจะทำไม่ได้ถึงแม้ว่าจะมีประกัน

5. ประกันหมดทันที

ผลิตภัณทั้งหมดของ Apple จะมีประกันติดมาหลังจากซื้อเครื่องใหม่อยู่เสมอ ซึ่ง iPhone ก็จะได้ประกัน 1 ปีหลังจากวันที่ซื้อ และตามนโยบายของ Apple ที่ระบุอย่างชัดเจนว่าประกันจะไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าหากเครื่องของคุณผ่านการ Jailbreak มาแล้ว (ถือว่าประกันเป็นโมฑะ)

6 Reason Do Not Jailbreak Iphone 5

หากเครื่องของเรายังอยู่ในประกันและเกิดความเสียหาย เมื่อนำไปเคลมกับ Apple แล้วตรวจพบว่าเครื่องผ่านการ Jailbreak มาแล้ว ซึ่งทาง Apple มีวิธีตรวจสอบการ Jailbreak ของอุปกรณ์อยู่แล้ว Apple จะถือว่าประกันเครื่องของคุณหมดทันที คุณอาจจะต้องเสียเงินค่าซ่อมหรือต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ตามเงื่อนไขที่กำหนด

6. Apple ไม่สนับสนุน

และนี่ก็เป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลที่สุด ที่ผู้ใช้ iPhone ไม่ควร Jailbreak เครื่องของตนเอง Apple กล่าวว่าการ Jailbreak นอกจากจะปรับเปลี่ยน iOS ให้เกิดช่องโหว่ทางด้านความปลอดภัยแล้ว ยังมีผลต่อความเสถียรภาพของการใช้งานและอายุของแบตเตอรี่อีกด้วย

6 Reason Do Not Jailbreak Iphone 6

เนื่องจากการปรับแต่งหรือติดตั้งโปรแกรมอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจาก iOS มาตรฐาน ทำให้การทำงานของ iOS ผิดแปลกไป เครื่องอาจจะใช้งานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่เสถียรและเปลืองแบตเตอรี่ รวมถึงอาจจะส่งผลต่อการให้บริการของ iCloud, iMessage และ Facetime ด้วย

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเหตุผลที่ผู้ใช้ iPhone ไม่ควร Jailbreak โดยเฉพาะเครื่องที่อยู่ในประกัน ถึงแม้การ Jailbreak จะทำให้เราติดตั้งโปรแกรมและปรับแต่งเครื่องได้อย่างมากมาย แต่ภายใต้การปรับแต่งนี้ยังคงมีช่องโหว่ที่ส่งผลในด้านความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่องเราเอง หากใครที่จะ Jailbreak ก็ควรพิจารณาให้ดีก่อนนะคะ

ขอบคุณ idropnews

from:https://www.iphonemod.net/6-reason-do-not-jailbreak-iphone.html

7 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณพิมพ์ได้เร็วขึ้นบน iPhone, iPad

How To Use Iphone Ipad Keyboard Faster

คีย์บอร์ดบน iPhone และ iPad เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะพิมพ์แชท ตอบไลน์ ตอบ Messenger หรือโพสต์อะไรก็ตาม และแน่นอนว่าการพิมพ์ช้าก็มักจะทำให้รู้สึกหงุดหงิดตนเองเสมอ ที่ต้องมานั่งจิ้มหาตัวอักษรทีละตัว วันนี้ทีมงานก็ได้รวมรวม 7 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณพิมพ์ได้เร็วขึ้นบน iPhone, iPad มาชมกันเลย

7 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณพิมพ์ได้เร็วขึ้นบน iPhone, iPad

1. การใช้ปุ่มลัด

How To Use Iphone Keyboard Faster 3

คีบอร์ดบน iPhone มีทางลัดซ่อนอยู่ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งวิธีการใช้ปุ่มลัดด้านล่างนี้ จะช่วยให้คุณพิมพ์ได้เร็วมากขึ้น

  • พิมพ์เครื่องหมายหรือตัวเลขอย่างรวดเร็ว โดยการแตะค้างที่ปุ่มตัวเลข 123 จากนั้นให้ลากนิ้ว (โดยไม่ต้องยกนิ้วออก) ไปยังตัวเลขหรือเครื่องหมายที่ต้องการ แล้วปล่อยนิ้ว คีย์บอร์ดก็จะกลับมายังแป้นตัวอักษรอัตโนมัติ
  • เติมจุดจบประโยค (Full Stop) ด้วยการกด Space bar 2 ครั้ง โดยเฉพาะการพิมพ์ประโยคภาษาอังกฤษ ที่เวลาจบประโยคจะต้องมีจุด (.) ปิดท้าย เมื่อเราพิมพ์จนจบประโยคแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเลือกพิมพ์จุด แต่เราสามารถแตะ Space bar 2 ครั้งได้เลย (อย่าลืมเปิดตั้งค่าปุ่มลัด “.” ไว้ด้วยนะคะ)
  • แตะปุ่ม Shift 2 ครั้ง เพื่อเปลี่ยนเป็นอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ กรณีที่ใช้ภาษาอังกฤษก็จะมีตัวอักษรพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ หากเราต้องการพิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด ก็สามารถแตะปุ่ม Shift 2 ครั้งติดกันได้เลย

2. การแทนที่ข้อความ

การแทนที่ข้อความหรือ Text Replacement เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การพิมพ์บนคีย์บอร์ดนั้นเร็วขึ้นอย่างแท้จริง โดยเฉพาะข้อความหรือประโยคยาวๆ ที่เราใช้บ่อย หรือจะเป็นสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ไม่ได้อยู่บนแป้นพิมพ์ เราก็จับใส่การแทนที่ข้อความได้เลย

How To Use Iphone Keyboard Faster 7

ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการพิมพ์ “ขอบคุณจ้า” เราก็อาจจะแทนที่ด้วยคำว่า “thx” สั้นๆ ได้เลย เวลาตอบแชทเพื่อนๆ ก็จะทำได้ง่ายและเร็วมากขึ้น

สามารถตั้งค่าการแทนที่ข้อความได้ที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (Generals) > แป้นพิมพ์ (Keyboard) > การแทนที่ข้อความ (Text Replacement)

รับชมตัวอย่างการแทนที่ข้อความได้ที่ >> วิธีพิมพ์ไอคอนรูป Apple บน iPhone, iPad

3. ปรับการตั้งค่าคีย์บอร์ดให้เหมาะสม

คีย์บอร์ดบน iOS มีตัวเลือกการตั้งค่ามาตรฐานมากมาย ที่พร้อมอำนวยความสะดวกในการพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นการคาดเดา, การแก้ไขคำผิดอัตโนมัติ, เครื่องหมายวรรคตอนอัจฉริยะ, การสดงตัวอย่างอักขระ, ปุ่มลัด “.” ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ทำให้การพิมพ์ข้อความของเราสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

How To Use Iphone Keyboard Faster 6

ตั้งค่าได้ที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (Generals) > แป้นพิมพ์ (Keyboard) > ในส่วนแป้นพิมพ์ทั้งหมด ให้เลือกเปิดใช้งานฟีเจอร์ที่ต้องการ

แต่การแก้ไขคำผิดอัตโนมัติในภาษาไทย อาจจะสร้างความรำคาญให้กับบางคน ก็สามารถตั้งค่าปิดไว้ได้นะคะ แนะนำให้เลือกเปิดใช้งานตามความเหมาะสมของตนเอง

4. พิมพ์มือเดียว

เป็นฟีเจอร์ยอดฮิตในหมู่ผู้ใช้ iPhone รุ่น Plus หรือ iPhone ที่มีหน้าจอค่อนข้างใหญ่อย่าง iPhone X คุณสมบัติการพิมพ์มือเดียวมาพร้อมกับ iOS 11 เป็นที่ถูกใจใครหลายคน เนื่องจากเราสามารถพิมพ์ข้อความมือเดียวได้ง่ายๆ ในเวลาที่อีกมือนั้นไม่ว่าง

How To Use Iphone Keyboard Faster 5

นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกให้แป้นพิมพ์แสดงชิดซ้ายหรือชิดขวา ตามมือที่ถนัดพิมพ์ได้อีกด้วย เพียงแตะไอคอนเปลี่ยนภาษาค้างไว้ และเลือกตำแหน่งแป้นพิมพ์ได้เลย

5. เปลี่ยนมาใช้แบบแนวนอน

สำหรับบางคนการใช้แป้นพิมพ์บนหน้าจอแนวตั้งอาจจะไม่สะดวกมากนัก เนื่องจากพื้นที่ของปุ่มที่กดนั้นเล็กเกินไป โดยเฉพาะคนที่มีนิ้วใหญ่ แตะทีนึงก็ดันไปโดนตัวอักษรด้านข้างที่เราไม่ต้องการพิมพ์

How To Use Iphone Keyboard Faster 4

การแก้ปัญหาแบบเบสิคๆ ก็คือ ลองกลับ iPhone ให้เป็นแบบแนวนอน ปุ่มตัวอักษรก็จะขยายใหญ่ขึ้น ทำให้การพิมพ์ของคุณนั้นคล่องขึ้นและผิดพลาดน้อยลง (อย่างลืมเปิดโหมดแนวนอนที่ Control Center นะคะ)

6. ติดตั้งคีย์บอร์ดจากผู้พัฒนาอื่นๆ

บางครั้งคุณสมบัติที่อยู่ในคีย์บอร์ดของเหล่า 3rd Party ก็อาจจะมีเยอะและน่าสนใจกว่าคีย์บอร์ดที่มาพร้อมกับ iOS อย่างเช่น SwiftKey และ  Google’s Gboard ที่มีลูกเล่นค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการแปลตัวอักษรจากการวาดเขียนบนคีย์บอดร์และยังมีธีมสีสันให้เลือกอีกมากมาย

How To Use Iphone Keyboard Faster 2

ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอปเหล่านี้ได้บน App Store และติดตั้งบนเครื่องพร้อมใช้งานได้เลย

7. ป้อนตามคำบอกด้วย Siri

ยกให้เป็นการพิมพ์ข้อความที่รวดเร็วที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับการป้อนตามคำบอกด้วย Siri เป็นวิธีที่สะดวกมาก ในเวลาที่เราขี้เกียจพิมพ์หรือไม่ว่าจะพิมพ์ข้อความ เช่น เวลาที่กำลังขับรถอยู่ เวลาทำงาน เป็นต้น

How To Use Iphone Keyboard Faster 1

เราก็สามารถแตะปุ่มไมโครโฟนบนคีย์บอร์ด แล้วก็พูดประโยคที่ต้องการได้เลย ไม่จำเป็นต้องนั่งพิมพ์ให้เสียเวลา แต่ต้องพูดให้ชัดเจนนะคะ ข้อความที่ Siri แสดงจะได้ถูกต้อง

สำหรับใครที่ไม่เห็นรูปไมโครโฟนบนคีย์บอร์ด ให้ไปตั้งค่าที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (Generals) > แป้นพิมพ์ (Keyboard) > แตะเปิด เปิดใช้งานการป้อนตามคำบอก

ทั้งหมดนี้ ก็เป็นเคล็ดลับการใช้คีย์บอร์ดหรือพิมพ์ข้อความให้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งหลายคนอาจจะผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยทราบมาก่อน ก็ลองนำไปทำกันดูนะคะ 🙂

ขอบคุณ idropnews

from:https://www.iphonemod.net/how-to-use-iphone-ipad-keyboard-faster.html

พิมพ์ Url เว็บไซต์ได้ไวขึ้น ด้วยปุ่มจุด (.) ในทุกเว็บบราวเซอร์ บน iPhone, iPad

How To Quick Type Url By Dotted Iphone Ipad

หากใครที่ใช้ Safari ในการท่องเว็บไซต์บ่อยๆ แน่นอนว่าเราต้องพิมพ์ Url เพื่อเข้าสู่หน้าเว็บที่ต้องการ วันนี้ทีมงานมีวิธีการพิมพ์ Url ให้ไวขึ้น ด้วยการการใช้ปุ่มจุดง่ายๆ

การพิมพ์ Url เราจะต้องพิมพ์ www แล้วตามด้วยชื่อเว็บไซต์จากนั้นก็ตามด้วยชื่อโดเมน ไม่ว่าจะเป็น .com, .ac, .co.th, .net ฯลฯ แต่เรามีทางลัดที่จะช่วยให้ทุกคนพิมพ์ Url ได้ไวยิ่งขึ้น ด้วยวิธีการเลือกโดเมนสำเร็จรูปที่ระบบเตรียมไว้ให้ ซึ่งสามารถใช้งานได้ทุกเว็บบราวเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น Safari, Chrome, Edge, Opera, Firefox

วิธีพิมพ์ Url เว็บไซต์ได้ไวขึ้น ด้วยปุ่มจุด (.)

เปิดแอป Safari > พิมพ์ชื่อ Url ที่ต้องการ ในส่วนของโดเมนต่อท้าย ให้แตะปุ่มจุด (.) ค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที (โดยไม่ต้องกดแบบ 3D Touch) จากนั้นก็เลื่อนไปยังชื่อโดเมนที่ต้องการ

How To Quick Type Url By Dotted Iphone Ipad 2

เพียงเท่านี้ การพิมพ์ Url หรือชื่อเว็บไซต์บน Safari ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น แทนที่จะพิมพ์ตัวอักษรทีละตัว เราก็สามารถใช้ทางลัดด้วยการแตะปุ่มจุดเพียงปุ่มเดียว ก็สามารถเลือกโดเมนสำเร็จรูปได้เลย สำหรับใครที่ยังไม่เคยทราบมาก่อนก็ลองนำไปทำกันดูนะคะ

from:https://www.iphonemod.net/how-to-quick-type-url-by-dotted-iphone-ipad.html

ราคา iPad Pro, iPad 9.7 และ iPad mini ล่าสุด ประจำเดือนสิงหาคม 61

Ipad Price List Aug 2018

ข้อมูลนี้จะแสดงราคา iPad ที่วางจำหน่ายแต่ละรุ่น จาก Apple และค่ายอื่นๆ ประจำเดือน ส.ค. 61 มีทั้งราคาปกติ ราคาโปรโมชันและราคาสำหรับนักศึกษา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย

Ipad Pro 10.5

Apple Store Online ประเทศไทย

iPad 9.7 นิ้ว 2018

รุ่น Wi-Fi ราคาปกติ

  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 32GB – ราคา 11,500 บาท
  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 128GB – ราคา 14,900 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 32GB  – ราคา 16,500 บาท
  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB – ราคา 19,900 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad 9.7 นิ้ว 2018 สำหรับราคาปกติ

รุ่น Wi-Fi ราคาสำหรับนักศึกษา

  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 32GB – ราคา 10,800 บาท
  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 128GB – ราคา 14,200 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาสำหรับนักศึกษา

  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 32GB  – ราคา 15,800 บาท
  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB – ราคา 19,200 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad 9.7 นิ้ว 2018 สำหรับนักศึกษา

iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว

รุ่น Wi-Fi ราคาปกติ

  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 64GB – ราคา 29,900 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 256GB – ราคา 35,300 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 512GB – ราคา 42,500 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB 34,900 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 256GB 40,300 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 512GB 47,500 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad Pro 12.9 นิ้ว สำหรับราคาปกติ

รุ่น Wi-Fi ราคาสำหรับนักศึกษา

  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 64GB – ราคา 29,200 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 256GB – ราคา 34,600 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 512GB – ราคา 41,800 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาสำหรับนักศึกษา

  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB 34,200 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 256GB 39,600 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 512GB 46,800 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad Pro 12.9 นิ้ว สำหรับนักศึกษา

iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว

รุ่น Wi-Fi ราคาปกติ

  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 64GB – ราคา 24,500 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 256GB – ราคา 29,900 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 512GB – ราคา 37,100 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB  – ราคา 29,500 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 256GB  – ราคา 34,900 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 512GB  – ราคา 42,100 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad Pro 10.5 นิ้ว สำหรับราคาปกติ

รุ่น Wi-Fi ราคาสำหรับนักศึกษา

  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 64GB – ราคา 23,800 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 256GB – ราคา 29,200 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi 512GB – ราคา 36,400 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาสำหรับนักศึกษา

  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB  – ราคา 28,800 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 256GB  – ราคา 34,200 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 512GB  – ราคา 41,400 บาท
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad Pro 10.5 นิ้ว สำหรับนักศึกษา

iPad mini 4

รุ่น Wi-Fi ราคาปกติ

  • iPad mini 4 รุ่น Wi-Fi 128GB – ราคา 14,900 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad mini 4 รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB  – ราคา 19,900 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad Mini 4 สำหรับราคาปกติ

รุ่น Wi-Fi ราคาสำหรับนักศึกษา

  • iPad mini 4 รุ่น Wi-Fi 128GB – ราคา 14,200 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาสำหรับนักศึกษา

  • iPad mini 4 รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB  – ราคา 19,200 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad Mini 4 สำหรับนักศึกษา

TrueMove H

iPad 9.7 นิ้ว 2018

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 32GB  – ราคา 16,500 บาท
  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB – ราคา 19,900 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาติดโปร

  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 32GB  – ราคา 11,500 บาท
  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB – ราคา 14,900 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติม iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular ที่ Truemove H

iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB 34,900 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 256GB 39,900 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 512GB 47,500 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาติดโปร

  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB 26,400 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 256GB 31,400 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 512GB 39,000 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติม iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular ที่ Truemove H

iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB  – ราคา 29,500 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 256GB  – ราคา 32,900 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 512GB  – ราคา 41,900 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาติดโปร

  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB 21,000 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 256GB 24,400 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 512GB 33,400 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติม iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular ที่ Truemove H

iPad mini 4

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad mini 4 รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB  – ราคา 19,900 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาติดโปร

  • iPad mini 4 รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB  – ราคา 11,400 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติม iPad mini 4 รุ่น Wi-Fi + Cellular ที่ Truemove H

AIS

iPad 9.7 นิ้ว 2018

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 32GB  – ราคา 16,500 บาท
  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB – ราคา 19,900 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาติดโปร

  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 32GB  – ราคา 12,500 บาท
  • iPad 9.7 นิ้ว 2018 รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB – ราคา 15,900 บาท

iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB 32,900 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาติดโปร

  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 128GB 30,900 บาท

iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB  – ราคา 29,500 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 256GB  – ราคา 34,900 บาท
  • iPad Pro 10.5 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 512GB  – ราคา 41,900 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาติดโปร

  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB 27,500 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 256GB 30,900 บาท
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi + Cellular 512GB 37,500 บาท

iPad mini 4

รุ่น Wi-Fi + Cellular ราคาปกติ

  • iPad mini 4 รุ่น Wi-Fi + Cellular 64GB  – ราคา 20,900 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติม iPad ที่ AIS

—–

ข้อมูลล่าสุดเมื่อ 15 สิงหาคม 2561 : 08.00 น.

หมายเหตุ*

  • ราคาที่นำมา เป็นราคาเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด ณ เวลาที่เผยแพร่ข้อมูล
  • ราคาที่นำมา เป็นราคาจาก Store ออนไลน์ของผู้จำหน่ายเป็นหลัก ราคาสุทธิ (ราคารวมต่างๆ) อาจมีการเปลี่ยนแปลงจากผู้จำหน่าย ทางทีมงานจึงไม่สามารถลงราคาสุทธิได้

เพิ่มเติม วิธีซื้อ iPad Mac MacBook ราคานักเรียน นักศึกษา ทำง่ายๆ แถมได้ส่วนลด

from:https://www.iphonemod.net/ipad-price-update-aug-2018.html

รวมวิธีการใช้ Safari 2 หน้าจอ แบบ Split View ง่ายๆ บน iPad

How To Use Safari Split View

การทำงานแบบ Multitasking บน iPad ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดแอปแบบ 2 หน้าจอและใช้งานพร้อมกันได้ ซึ่งแอป Safari ก็มีคุณสมบัติที่รองรับการแบ่งหน้าจอเช่นกัน วันนี้ทีมงานหลากหลายวิธีการใช้งาน Split View ในแอป Safari บน iPad มาฝากกันค่ะ

รวมวิธีการใช้ Safari 2 หน้าจอ แบบ Split View ง่ายๆ บน iPad

1 .วิธีเปิดหน้าเว็บ Safari แบบ Split View

เปิดแอป Safari ขึ้นมา > แตะไอคอนแท็บ ค้างไว้

How To Use Safari Split View 1

แตะ เปิด Split View (Open Split View)

How To Use Safari Split View 2

เราก็จะได้หน้าเว็บแท็บใหม่แสดงขึ้นมาในรูปแบบ Split View ให้พิมพ์เว็บไซต์ที่ต้องการ

How To Use Safari Split View 3

เราก็สามารถใช้งาน Safari 2 หน้าจอแบบ Split View ได้เลย

How To Use Safari Split View 4

ส่วนใครที่ใช้ Smart Keyboard สามารถใช้คีย์ลัดได้โดยการกด CMD+N พร้อมกัน

2. วิธีเปิดหน้าเว็บ Safari แบบ Split View จากลิงก์ในหน้าเว็บ

แตะค้างลิงก์ที่ต้องการเปิด > เลือกแตะ เปิดใน Split View (Open in Split View)

How To Use Safari Split View 5

เราก็จะได้หน้าเว็บใหม่ที่เปิดแบบ Split View

How To Use Safari Split View 6

3. วิธีเปิดหน้าเว็บ Safari แบบ Split View จากแท็บ

เราสามารถลากแท็บที่เปิดใน Safari ให้เปิดเป็นแบบ Split View ได้ โดยแตะแท็บที่ต้องการ แล้วลากไปยังขอบของหน้าจอ

How To Use Safari Split View 16

ลากแท็บไปชิดมุมขวาของหน้าจอ

How To Use Safari Split View 17

เราก็จะได้การแสดงผล 2 หน้าจอ แบบ Split View จากแท็บที่เราแยกออกมา

How To Use Safari Split View 18

4. วิธีเปิดหน้าเว็บ Safari จากลิงก์ ให้แสดงในหน้าจอด้านข้าง

แตะลิงค์ค้างไว้ > แตะเลือก เปิดในอีกข้างหนึ่ง (Open On Other Side)

How To Use Safari Split View 11

เราก็จะได้หน้าเว็บที่เปิดจากลิงก์ที่แสดงอยู่ในหน้าจอด้านข้างHow To Use Safari Split View 12

5. วิธีย้ายแท็บระหว่าง Split View

หาเราเปิดหลายๆ แท็บ ก็สามารถย้ายหรือสลับการแสดงหน้าเว็บ Safari ไปยังหน้าจอด้านข้างได้ โดยการแตะแท็บที่ต้องการย้าย

How To Use Safari Split View 9

จากนั้นก็ลากไปวางในแท็บของหน้าจอด้านข้างได้เลย

How To Use Safari Split View 10

6. วิธีรวมหน้าเว็บ Split View มาแสดงเป็นหน้าจอเดียว

หากต้องการรวมให้หน้าเว็บไซต์แสดงเป็นหน้าจอเดียว ก็แตะแท็บที่ต้องการ

How To Use Safari Split View 13

จากนั้นนำมาวางในแท็บของหน้าจอด้านข้าง

How To Use Safari Split View 14

การแสดงผลก็จะกลายเป็นหน้าจอเดียว และหน้าจอที่ลากมาก็จะกลายเป็นแท็บแทน

How To Use Safari Split View 15

นอกจากเราจะแบ่งหน้าจอ Safari เป็น 2 หน้าจอแบบ Split View ด้วยหลากหลายวิธีแล้ว เรายังสามารถเปิดแอปอื่นๆ แบบ Slide Over เพื่อแบ่งการทำงานเป็น 3 หน้าจอได้อีกด้วย

7. วิธีเปิดแอปอื่นๆ ขณะใช้งาน Safari แบบ Split View

เมื่อเปิด Safari แบบ Split View แล้ว ให้เปิด Dock ด้านล่างขึ้นมา

How To Use Safari Split View 7

จากนั้นก็ลากแอปที่ต้องการเปิดมาวางบนหน้าจอแบบ Slide Over เราก็สามารถใช้งานแอปแบบ 3 หน้าจอได้เลย

How To Use Safari Split View 8

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการใช้งาน Safari 2 หน้าจอ ในรูปแบบ Split View ให้ผู้ใช้ iPad สามารถทำงาน Multitasking ได้เต็มรูปแบบ สามารถรับชมหรือท่องเว็บไซต์ได้ 2 หน้าจอพร้อมๆ กัน ด้วยวิธีที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว ผู้ใช้ iPad ก็ลองใช้งานกันดูนะคะ

ขอบคุณ iMore

from:https://www.iphonemod.net/how-to-use-safari-split-view.html

พบโค้ดใน iOS 12 beta 5 เผยไอคอน iPhone X Plus และ iPad รุ่นใหม่

Guilherme Rambo นักพัฒนา iOS แห่งเว็บไซต์ 9to5mac เปิดเผยข้อมูลที่ค้นพบภายในโค้ดของ iOS 12 beta 5 เป็นไอคอนของ iPhone และ iPad รุ่นใหม่ ที่อาจเปิดตัวในปี 2018

ไอคอนที่พบใน iOS 12 beta 5 PassKitUIFoundation มีลักษณะคล้าย iPhone X แต่สูงและกว้างกว่า พร้อมรอยแหว่งหน้าจอสำหรับฟีเจอร์ Face ID ทำให้เชื่อว่า นี่คือ iPhone X Plus ที่ Apple เตรียมเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ ขณะเดียวกันไอคอน iPad รุ่นใหม่ ยังเผยให้เห็นลักษณะที่มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบ (bezel-less)

ทั้งนี้ Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ที่มีประวัติทายสินค้าแอปเปิลได้แม่นยำที่สุด เคยรายงานไว้ว่า ในปีนี้ Apple จะมี iPhone รุ่นใหม่ถึง 3 รุ่น ได้แก่ iPhone จอ OLED 6.5 นิ้ว, iPhone จอ LCD 6.1 นิ้ว และ iPhone X รุ่นที่สอง จอ 5.8 นิ้ว ราคาถูกกว่า iPhone X รุ่นแรกเล็กน้อย

ที่มา : Forbes, ภาพจาก @_inside

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/104400