คลังเก็บป้ายกำกับ: IPAD_PRO_11

Apple ปล่อยวีดีโอโฆษณา iPad Pro (2018) ยก 5 เหตุผล ที่สามารถใช้งานแทนคอมพิวเตอร์ได้

Apple ปล่อยโฆษณา iPad Pro รุ่นใหม่ล่าสุด ผ่านทาง YouTube โดยพยายามโน้มน้าวใจผู้บริโภคที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ให้ซื้อ iPad Pro ไปใช้งานแทน โดยให้เหตุผลที่น่าสนใจมา 5 อย่าง

อย่างแรกเลย Apple บอกว่า iPad Pro มีประสิทธิภาพสูงกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ด้วยชิปประมวลผล A12X Bionic พร้อม Neural Engine ที่สามารถดำเนินการต่างๆ ได้ถึง 5 ล้านล้านรายการต่อวินาที และยังให้ประสิทธิภาพกราฟิกที่เร็วขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

เหตุผลข้อที่สอง iPad Pro รุ่นใหม่ ทำงานได้หลายหลายมีทั้งระบบสแกน กล้องดิจิตอล จดบันทึก ตัดต่อวีดีโอ และ พิมพ์งานเอกสารได้ (เมื่อใช้งานร่วมกับ Smart Keyboard Folio)

เหตุผลข้อที่สาม คือ ความสะดวกในการใช้งาน สามารถทำงานได้ทุกที่เพราะรองรับเครือข่าย LTE และด้วยการออกแบบใหม่หมดทำให้มีขนาดบอดี้เล็กกว่ารุ่นก่อน

เหตุผลข้อที่สี่ iPad Pro รุ่นใหม่ ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย เน้นควบคุมด้วยคำสั่งนิ้ว หรือ Gestures สนับสนุนการลากแล้ววาง

เหตุผลข้อสูดท้าย คือ รองรับปากกา Apple Pencil รุ่นที่ 2 ที่พัฒนาขึ้นมาให้ใช้งานได้ง่ายกว่าเดิม ทั้งการจับคู่ และสลับเครื่องมือวาดเขียน เพียงแตะที่ปากกา 2 ครั้ง

from:http://www.flashfly.net/wp/235087

Advertisements

เคล็ดลับมองหาตำแหน่งแม่เหล็กกว่า 102 ตัว ที่อยู่ใน iPad Pro 2018 โดยไม่ต้องชำแหละชิ้นส่วน

iPad Pro รุ่นใหม่ ในปี 2018 ถูกออกแบบมาให้แนบติดกับเคส Smart Folio หรือ Smart Keyboard Folio และ Apple Pencil 2 ได้อย่างแนบเนียน โดยไม่ต้องใช้สลักหรือ Dock แต่อย่างใด เคล็ดลับก็คือแม่เหล็กไม่น้อยกว่า 102 ชิ้น ที่ติดตั้งอยู่ภายใน และแน่นอนว่าไม่มีทางมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จนกว่าจะชำแหละหรือแงะชิ้นส่วนออกมา

แต่เราไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องมือของ iFixit หรือมีทักษะด้านช่าง ก็สามารถดูได้ว่า iPad Pro 2018 มีการติดตั้งแม่เหล็กไว้ตรงส่วนไหนบ้าง ด้วยแผ่นฟิล์มสนามแม่เหล็ก หรือ Magnetic Field Paper ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายบนร้านค้าออนไลน์ Amazon ในราคาไม่กี่ร้อยบาท

วิธีใช้งานก็ง่ายๆ เพียงนำแผ่นฟิล์มสนามแม่เหล็ก ไปวางบน iPad Pro แล้วค่อยๆ เลื่อนดูไปรอบๆ ก็จะทำให้มองเห็นตำแหน่งของแม่เหล็กที่อยู่ด้านใน คล้ายกับการฉาย X-ray ตามที่ Marques Brownlee บันทึกคลิปวีดีโอให้ชมในด้านล่าง

from:http://www.flashfly.net/wp/235037

Apple เปิดให้สั่งซื้อ iPad Pro,MacBook Air และ Mac mini รุ่นใหม่ในไทยแล้ว วางจำหน่ายทางการ 16 พย.นี้ที่ Apple Iconsiam

เรียกได้ว่าสิ้นสุดการรอคอยอีกครั้งกับสินค้าใหม่จาก Apple ที่กำลังจะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการทั้ง iPad Pro 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว ,MacBook Air ใหม่ และ Mac mini รุ่นใหม่ โดยขณะนี้ทางร้านค้าออนไลน์ Apple Online Store ประเทศไทยได้เปิดให้ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของได้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วทั้งบนเว็บไซต์และบนแอพ Apple Store

สินค้าพร้อมจัดส่งภายในวันที่ 15 พย. 2561 โดยสามารถเลือกให้ไปส่งที่บ้านหรือไปรับที่ Apple Iconsiam ได้ในวันศุกร์ที่ 16 พย.2561 สำหรับ iPad Pro ใหม่ทั้งรุ่น 11 นิ้วและ 12.9 นิ้วจะวางจำหน่ายเฉพาะรุ่น Wi-Fi ก่อนเช่นเคย ส่วนราคาทั้งหมดมีดังนี้

iPad Pro

iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 64GB ราคา 28,900 บาท
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 256GB ราคา 33,900 บาท
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 512GB ราคา 40,900 บาท
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 1TB ราคา 54,900 บาท

iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 64GB ราคา 35,900 บาท
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 256GB ราคา 40,900 บาท
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 512GB ราคา 47,900 บาท
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 1TB ราคา 61,900 บาท

Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ราคา 4,490 บาท
Smart Keyboard Folio สำหรับ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว(รุ่นที่ 3) ราคา 6,490 บาท
Smart Keyboard Folio สำหรับ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว(รุ่นที่ 3) ราคา 7,290 บาท

MacBook Air

MacBook Air 13.3 นิ้วความจุ 128GB ราคา 42,900 บาท
MacBook Air 13.3 นิ้วความจุ 256GB ราคา 49,900 บาท

Mac mini

Mac mini ความจุ 128GB ราคา 27,900 บาท
Mac mini ความจุ 256GB ราคา 38,400 บาท

เข้าไปเลือกซื้อได้ที่ https://www.apple.com/th/

from:http://www.flashfly.net/wp/234452

แปลงร่าง iPad Pro รุ่นใหม่ ให้กลายเป็น MacBook ด้วยแผงคีย์บอร์ดจาก Brydge

Brydge เปิดตัวแผงคีย์บอร์ดสำหรับ iPad Pro รุ่นใหม่ ที่จะให้ประสบการณ์การใช้งานในรูปแบบ MacBook หรือแล็ปท็อป โดยผลิตออกมาให้รองรับทั้งรุ่น 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว แต่น่าเสียดายที่ Brydge ยังไม่ได้ให้รายละเอียดทางเทคนิค นอกจากบอกว่า จะพร้อมวางจำหน่ายในต้นปี 2019

Brydge มีแผงคีย์บอร์ดสำหรับอุปกรณ์รุ่นอื่นว่าจำหน่ายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น iPad รุ่นก่อนหน้านี้, Microsoft Surface Pro และ Google Pixel Slate สำหรับ iPad Pro รุ่นใหม่ ก็คาดว่าจะใช้วิธีการจับคู่ผ่าน Bluetooth เช่นเดียวกัน

ที่มา – Brydge

from:http://www.flashfly.net/wp/234250

Satechi แนะนำ Type-C Mobile Pro Hub สำหรับ iPad Pro รุ่นใหม่ เพิ่มพอร์ต HDMI, USB และ ช่องเสียบหูฟัง

อย่างที่ทราบกันดีกว่า iPad Pro รุ่นใหม่ ได้เปลี่ยนจากพอร์ต Lightning มาใช่ USB-C และไม่มีช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร แต่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป Satechi ได้เปิดตัว Type-C Mobile Pro Hub ที่มีดีไซน์อลูมิเนียมเข้ากับ iPad Pro รุ่นใหม่ อย่างลงตัว

Satechi Type-C Mobile Pro Hub มาพร้อมพอร์ต USB-C, USB-A 3.0, HDMI ที่สนับสนุนการส่งภาพออกในระดับ 4K และยังมีช่องเสียบแจ็คหูฟัง ขนาด 3.5 มิลลิเมตร มาให้ด้วย ทำให้ iPad Pro รุ่นใหม่ รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้งการถ่ายโอนข้อมูล แฟลชไดร์ฟ และหูฟังอันเดิม

Satechi Type-C Mobile Pro Hub พร้อมวางจำหน่ายแล้ว ในราคา 60 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1,980 บาท

ที่มา – Satechi

from:http://www.flashfly.net/wp/234240

iPad Pro 2018 มีประสิทธิภาพเทียบเท่า MacBook Pro 2018 อ้างอิงจากผลการทดสอบของ Geekbench

iPad Pro รุ่นใหม่ ยังไม่พร้อมวางจำหน่ายจนกว่าจะถึงวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ แต่พบว่าเริ่มถูกทดสอบประสิทธิภาพแล้วด้วยแอพพลิเคชั่น Geekbench ในงานเปิดตัว Apple กล่าวว่า iPad Pro รุ่นใหม่ มีประสิทธิภาพดีกว่าคอมพิวเตอร์พกพาส่วนใหญ่ในตลาด และคะแนนจาก Geekbench ก็ช่วยยืนยันว่า Apple พูดเรื่องจริง

iPad Pro รุ่นใหม่ ทำคะแนนจาก Geekbench ได้ประมาณ 5030 คะแนน สำหรับ Single-Core และประมาณ 1800 คะแนน สำหรับ Multi-Core ทั้งนี้ Geekbench ระบุชื่อ iPad Pro รุ่นใหม่ว่า iPad8,8 ทำงานบน iOS 12.1 และมากับ RAM 6GB

แหล่งข่าวระบุว่า คะแนน Single-Core ของ iPad Pro รุ่นใหม่ ที่ได้จากแอพ Geekbench สามารถเทียบได้กับ MacBook Pro 2018 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i7 2.6GHz ขณะที่คะแนน Multi-Core ของ Intel Core i7 ทำได้ดีกว่า แต่ไม่ไกลนัก

MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i7 ความจุ SSD 256GB มีราคา 77,900 บาท ขณะที่ iPad Pro (2018) รุ่น 12.9 นิ้ว ความจุ 256GB มีราคาเริ่มต้น 40,900 บาท

MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i7 ความจุ SSD 512GB มีราคา 100,900 บาท ขณะที่ iPad Pro (2018) รุ่น 12.9 นิ้ว ความจุ 512GB มีราคาเริ่มต้น 47,900 บาท

เมื่อเทียบกับ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (2017) จะพบว่ามีคะแนน Single-Core ไม่ถึง 4,000 คะแนน และคะแนน Multi-Core ทำได้ไม่ถึง 10,000 คะแนน

ที่มา – 9to5mac

from:http://www.flashfly.net/wp/233220

iPad Pro รุ่นใหม่ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ iPhone ได้ด้วย มาดูกันว่าต้องทำอย่างไร

iPad Pro รุ่นใหม่ ที่เปิดตัวในปี 2018 ทั้งขนาด 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นั่นคือ ใช้พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C แทนที่ Lightning โดย Apple บอกว่า “ช่องเชื่อมต่อ USB-C ใหม่มาแทนที่ช่องต่อ Lightning เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งาน iPad Pro ที่หลากหลายยิ่งขึ้น USB-C มีประโยชน์หลากหลายอย่างเหลือเชื่อ ทั้งการจ่ายไฟฟ้าสำหรับการชาร์จ รองรับ USB 3.1 รุ่นที่ 2 สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลแบนด์วิธสูงถึง 2 เท่าจากกล้องและเครื่องดนตรี และทำหน้าที่เชื่อมต่อจอภาพภายนอกสูงสุด 5K รวมไปถึงแม้กระทั่งการชาร์จ iPhone ด้วย iPad Pro ผ่าน USB-C”

ที่น่าสนใจก็คือ iPad Pro รุ่นใหม่ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ iPhone ได้ด้วย เนื่องจากสนับสนุนมาตรฐาน Power Delivery และมีความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ เพียงพอที่จะจ่ายพลังงานให้กับ iPhone แต่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องมีตัวช่วย

ในกล่องของ iPad Pro รุ่นใหม่ จะมีสาย USB-C ความยาว 1 เมตร แถมมาให้ โดยปลายสายเป็นพอร์ต USB-C ทั้ง 2 ด้าน ซึ่งไม่สามารถนำไปเสียบเข้ากับพอร์ต Lightning ของ iPhone ได้โดยตรง สิ่งที่ต้องทำก็คือ สั่งซื้อสายเคเบิล Lightning to USB-C จาก Apple มาใช้งาน โดยวางจำหน่ายในราคา 690 บาท สำหรับความยาว 1 เมตร และ 1,190 บาท สำหรับความยาว 2 เมตร

ส่วนวิธีการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ iPhone ด้วย iPad Pro รุ่นใหม่ ก็เพียงแค่นำสายเคเบิล Lightning to USB-C มาเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้ง 2 เข้าด้วยกัน

หลังจาก Apple นำพอร์ตเชื่อมต่อมาตรฐาน USB-C มาใช้กับ iPad Pro รุ่นใหม่ ก็มีความเป็นไปได้ที่ iPhone ในปี 2019 อาจจะทิ้งพอร์ต Lightning แล้วหันมาใช้ USB-C แทน นอกจากนี้ Apple ยังให้การรับรอง MFi กับสายเคเบิล Lightning to USB-C ที่ผลิตจากบุคคลที่สาม โดยคาดว่า สายเคเบิล Lightning to USB-C จากบุคคลที่สาม จะสามารถวางจำหน่ายได้ในปีหน้า

ที่มา – iDownloadBlog

from:http://www.flashfly.net/wp/233159