คลังเก็บป้ายกำกับ: IPHONE

7 เหตุผล ที่ช่วยให้เจ้าของ iPhone 6 หรือ iPhone 6s ตัดสินใจ ก่อนอัพเกรดมาใช้ iPhone XR

iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่เปิดตัวในปี 2014 ถือเป็น iPhone อีกรุ่นหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และทำยอดขายได้น่าประทับใจ ก่อนจะออกทายาทอย่าง iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ในปีต่อมา ซึ่งยังคงมีการออกแบบคล้ายกันแต่อัพเกรดประสิทธิภาพและกล้องให้ดียิ่งขึ้น

ถึงแม้ iPhone 6 และ iPhone 6s ยังสนับสนุนระบบปฏิบัติการ iOS 12 เช่นเดียวกับ iPhone ในปี 2018 แต่ด้วยอายุที่มากกว่า 3 – 4 ปี อาจทำเจ้าของ iPhone ทั้ง 2 รุ่น กำลังตัดสินใจที่จะเปลี่ยนไปใช้รุ่นใหม่กว่า โดยเฉพาะ iPhone XR ซึ่งถือว่ามีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับ iPhone XS และ XS Max แต่ถ้าใครยังลังเลใจ ลองอ่านเหตุผล 7 ข้อ ดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ดีไซน์ไร้ขอบ

สำหรับเจ้าของ iPhone 6 และ iPhone 6s จะพบว่าการเปลี่ยนไปใช้ iPhone XR ถือเป็นการอัพเกรดครั้งใหญ่ในเรื่องของการออกแบบ ด้วยดีไซน์ไร้กรอบ มีรอยบาก ขาดช่องเสียบหูฟัง ขนาด 3.5 มิลลิเมตร และด้วยดีไซน์ไร้กรอบ อาจทำให้ iPhone XR มีความทนทานน้อยกว่า แต่ก็ชดเชยด้วยคุณสมบัติกันน้ำได้ในระดับ IP67 (อยู่รอดในน้ำลึกไม่เกิน 1 เมตร นานสูงสุด 30 นาที) และสนับสนุนการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย

iPhone XR ยังมีจอแสดงผลที่ใหญ่กว่า ด้วยขนาด 6.1 นิ้ว ขณะที่ iPhone 6 Plus และ iPhone 6s Plus มีขนาด 5.5 นิ้ว แต่ขนาดบอดี้ของ iPhone XR แทบไม่แตกต่างไปจาก iPhone รุ่น Plus ที่สำคัญก็คือ iPhone XR มีจอแสดงผลที่ใหญ่กว่าอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับขนาด 4.7 นิ้ว ของ Phone 6 และ iPhone 6s

หน้าจอของ iPhone XR ยังสนับสนุนการแสดงผล Dolby Vision และ HDR10 แต่ไม่มี 3D Touch ซึ่ง Apple เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ iPhone 6s

iPhone XR ยังผลิตออกมาให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีขาว, สีดำ, สีฟ้า, สีเหลือง, สีส้มคอรัล และ สีแดง (PRODUCT) RED

ประสิทธิภาพ

iPhone 6 และ iPhone 6s อาจได้รับประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกับ iPhone XR เพราะสนับสนุน iOS 12 เช่นเดียวกัน แต่ในเรื่องความเร็วในการใช้งาน จะแตกต่างกันอย่างแน่นอน เพราะ iPhone 6 และ iPhone 6s ใช้ชิปประมวลผล A8 และ A9 ตามลำดับ พร้อมความจำ RAM 2GB แต่ iPhone XR ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด A12 Bionic เช่นเดียวกับ iPhone XS พร้อมด้วย RAM 3GB

ระบบกล้อง TrueDepth และ Face ID

กล้องด้านหน้าของ iPhone 6 และ iPhone 6s ใช้สำหรับ FaceTime และถ่ายภาพเซลฟี่ แต่สำหรับ iPhone XR มีความสามารถมากกว่านั้น เพราะใช้ระบบกล้อง TrueDepth ซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ซับซ้อน รวมถึงกล้อง 7 ล้านพิกเซล ช่วยให้เจ้าของ iPhone XR ปลดล็อคอุปกรณ์ได้ง่ายๆ เพียงจ้องมองไปที่จอแสดงผลหรือกล้องด้านหน้า แทนวิธีการสแกนลายนิ้วมือผ่าน Touch ID ที่ฝังอยู่บนปุ่มโฮมของ iPhone 6 และ iPhone 6s

ระบบกล้อง TrueDepth ของ iPhone XR ยังสามารถใช้ยืนยันตัวตนในการชำระเงิน รองรับฟีเจอร์ Animoji และ Memoji

กล้องด้านหลัง

iPhone XR มาพร้อมกล้องที่ดีที่สุดของ iPhone เช่นเดียวกับ iPhone XS หรือ XS Max เพียงแต่ขาดกล้องเทเลโฟโต้ ดังนั้น เมื่อเทียบกับกล้องดิจิตอลของ iPhone 6 และ iPhone 6s ต้องยอมรับว่า iPhone XR เหนือกว่าอย่างแน่นอน

iPhone XR มาพร้อมกล้อง 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS รองรับฟีเจอร์ Smart HDR และโหมดถ่ายภาพ Portrait อีกทั้งยังสามารถบันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที

ถึงแม้ iPhone XR จะขาดกล้องเทเลโฟโต้ แต่ก็สามารถใช้โหมดภาพถ่ายบุคคลพร้อมโบเก้และควบคุมระยะชัดลึก ได้แบบเดียวกับ iPhone XS หรือ XS Max

การเชื่อมต่อ

iPhone XR นำเสนอการเชื่อมต่อกับเครือข่าย LTE และ Wi-Fi ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ รวมไปถึงการเชื่อมต่อ Bluetooth ก็ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ในส่วนของระบบเซลลูล่าร์ ยังเทียบไม่ได้กับ iPhone XS กับ XS Max ที่สนับสนุน Gigabit LTE

iPhone XR ยังรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด โดยซิมหลักจะใช้ซิมการ์ดปกติเหมือน iPhone รุ่นก่อนๆ ส่วนอีกซิมเป็นรูปแบบ eSIM ที่ฝังอยู่ภายในไม่ต้องเปลี่ยนซิมการ์ดให้ยุ่งยาก ก็สามารถเลือกใช้งานกับผู้ให้บริการฯ ที่สนับสนุน eSIM ได้ทันที (ยกเว้นเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายในประเทศจีน จะรองรับ 2 ซิมการ์ดในรูปแบบปกติ)

อย่างไรก็ตาม iPhone XR ไม่มีช่องเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของ iPhone 6 และ iPhone 6s ต้องปรับตัวพอสมควร

อายุการใช้งานแบตเตอรี่

ในแง่ของตัวเลขความจุแบตเตอรี่ iPhone XR, iPhone 6 และ iPhone 6s อาจไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ iPhone XR มากับชิปประมวลผลที่มีประสิทธิภาพกว่า ทั้งความเร็วในการประมวลผลระหว่างเล่นเกมหนักๆ หรือใช้แอพลิเคชั่นขนาดใหญ่ และยังจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ได้ดีกว่าชิปรุ่นก่อนๆ ของ Apple ทำให้แบตเตอรี่ของ iPhone XR ให้พลังงานยาวนานกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่ง Apple ยืนยันว่า iPhone XR สามารถใช้งานได้นานกว่า iPhone 8 Plus สูงสุด 1 ชั่วโมง กับอีก 30 นาที

ยิ่งไปกว่านั้น iPhone XR ยังสนับสนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็ว สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ในเวลาเพียง 30 นาที และยังรองรับการชาร์จไร้สาย ผ่านอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองของ Qi

ราคา

iPhone XR มีด้วยกัน 3 รุ่น เริ่มต้นที่รุ่น 64GB ราคา 29,900 บาท รุ่น 128GB ราคา 31,900 บาท และรุ่น 256GB ราคา 35,900 บาท ซึ่งในรุ่นเริ่มต้นของ iPhone XR จะมีมูลค่าใกล้เคียงกับราคาเปิดตัวของ iPhone 6 และ iPhone 6s เมื่อสมัย 3 – 4 ปีก่อน และถ้าเจ้าของ iPhone 6 และ iPhone 6s ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ iPhone XR ก็จะสามารถใช้งาน iPhone รุ่นไป ไปได้อีกอย่างน้อย 2 – 3 ปี จนกว่าจะถึงเวลาอัพเกรดเป็นรุ่นที่ใหม่กว่า

ที่มา – iPhoneHacks
http://www.flashfly.net/wp/?p=232048

from:http://www.flashfly.net/wp/232048

Advertisements

โหลดฟรี!! วอลเปเปอร์โลโก้ Apple รวม 33 ภาพ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบัตรเชิญล่าสุดของ Apple

ไม่กี่วันที่ผ่านมา Apple ได้ประกาศจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ พร้อมปล่อยบัตรเชิญออกมาด้วย โดยบัตรเชิญครั้งนี้มีความพิเศษที่ทำออกมาหลากหลายรูปแบบ แต่ละแบบเป็นภาพโลโก้ของ Apple ที่มีดีไซน์แตกต่างกัน และถ้าใครถูกใจ สามารถดาวน์โหลดมาใช้เป็นวอลเปเปอร์ให้กับ iPhone หรือสมาร์ทโฟนได้โดยการคลิกบนรูปภาพที่อยู่ด้านล่าง

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

Apple Logo Wallpaper

สำหรับรูปภาพวอลเปเปอร์ที่นำมาให้ดาวน์โหลด ไม่ได้มาจาก Apple โดยตรง แต่เป็นผลงานจากเจ้าของ Twitter @AR72014

ทั้งนี้ Apple ถูกลือว่า ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ จะเปิดตัว iPad Pro รุ่นใหม่ และอาจจะมีการแนะนำ Mac รุ่นใหม่ๆ ด้วย รวมถึง AirPower กับ AirPods 2

ที่มา – iDownloadBlog

from:http://www.flashfly.net/wp/231989

เผยภาพเรนเดอร์ล่าสุด iPad Pro ขอบจอบางเฉียบ ไร้รอยบาก แต่ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

Apple ประกาศจัดกิจกรรมขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นงานเปิดตัว iPad Pro รุ่นใหม่ เนื่องจากถูกพูดถึงมานานหลายเดือนแล้ว และจากภาพหลุดล่าสุด ได้แสดงให้เห็นว่า iPad Pro ในปี 2018 จะใช้ดีไซน์ใหม่ ที่แตกต่างไปจากรุ่นก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง

iPad Pro รุ่นใหม่ จะมีขอบจอแสดงผลที่บางเฉียบ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการออกแบบของ iPhone X series มาพร้อมระบบกล้อง TrueDepth สำหรับใช้งาน Face ID แต่ไม่มีรอยบากเหมือนกับ iPhone ที่น่าสนใจก็คือ เรายังสังเกตเห็นว่ายังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ติดตั้งมาให้ ไม่ได้ตัดทิ้งไปเหมือนกับ iPhone

คาดว่า iPad Pro รุ่นใหม่ จะมีด้วยกัน 2 รุ่น เริ่มต้นที่ขนาดหน้าจอ 10.5 นิ้ว หรือ 11 นิ้ว และอีกรุ่นมีขนาด 12.9 นิ้ว

ที่มา – Phonearena

from:http://www.flashfly.net/wp/231975

เลื่อนตำแหน่งการพิมพ์บน iPhone ที่ไม่มี 3D Touch ได้แล้ว ใน iOS 12 ชมวิธี

Move Trackpad Iphone Cannot 3d Touch Ios 12

การเลื่อนตำแหน่งการพิมพ์หรือเคอเซอร์บนคียร์บอร์ด iPhone รุ่นที่ไม่มี 3D Touch เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากๆ เวลาที่เราต้องการจะแทรกข้อความไปในประโยค แต่ใน iOS 12 ได้มีการปรับปรุงใหม่ให้ iPhone รุ่นที่ไม่มี 3D Touch เลื่อนตำแหน่งการพิมพ์ได้แล้วด้วยวิธีง่ายๆ

เดิมทีเวลาที่เราจะเลื่อนตำแหน่งการพิมพ์บน iPhone รุ่นที่ไม่มี 3D Touch ใน iOS 11 นั้น ต้องใช้วิธีจิ้มให้ตรงตำแหน่งข้อความที่ต้องการแทรก ซึ่งไม่สะดวกสำหรับ iPhone หน้าจอเล็กๆ ที่ผู้ใช้จะต้องพยายามจิ้มให้ตรง iOS 12 จึงได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ ที่จะช่วยให้การเลื่อนตำแหน่งการพิมพ์บน iPhone ทำได้ง่ายขึ้น

iPhone รุ่นที่ไม่มี 3D Touch และรองรับการอัปเดตเป็น iOS 12 ได้แก่ iPhone 5S, iPhone SE, iPhone 6, iPhone 6 Plus และ iPhone XR

วิธีเลื่อนตำแหน่งการพิมพ์ใน iOS 12 สำหรับ iPhone ที่ไม่มี 3D Touch

บนคีย์บอร์ด iPhone แตะค้างที่ปุ่ม Space Bar จากนั้นก็เลื่อนเคอเซอร์ไปยังตำแหน่งการพิมพ์ที่ต้องการโดยไม่ต้องยกนิ้วออกจากหน้าจอ

Move Trackpad Iphone Cannot 3d Touch Ios

หากเราอัปเดต iPhone รุ่นที่ไม่มี 3D Touch เป็น iOS 12 ก็สามารถเลื่อนตำแหน่งการพิมพ์ตามวิธีดังกล่าวได้เลย การแทรกข้อความก็จะง่ายและสะดวกมากขึ้น จากเดิมเราจะต้องใช้นิ้วแตะให้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการ สำหรับใครที่ยังไม่ทราบก็ลองนำไปทำกันดูนะคะ

วิธีเลื่อนตำแหน่งการพิมพ์ด้วยการแตะค้างที่ Space Bar นี้ยังใช้ได้กับ iPhone รุ่นที่มี 3D Touch และ iPad ได้อีกด้วย ใช้ร่วมกับวิธีเดิมที่ต้องกดน้ำหนักบนคีย์บอร์ดสำหรับ iPhone รุ่นที่มี 3D Touch และการใช้ 2 นิ้วแตะที่คีย์บอร์ดบน iPad ได้เลย

from:https://www.iphonemod.net/move-trackpad-iphone-cannot-3d-touch-ios-12.html

Apple ปล่อย 2 วิดีโอโฆษณาใหม่ แนะนำ iPhone XR คุณสมบัติเด่นและความสวยงาม

Apple Post Iphone Xr Video

หลังจากที่ Apple เปิดสั่งจอง iPhone XR ทั้งในกลุ่มประเทศแรกและประเทศไทยในวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา Apple ก็ได้ปล่อยวิดีโอโฆษณา iPhone XR ใน Apple YouTube Channel

แนะนำ iPhone XR

ในวิดีโอ Apple ได้แสดงถึง iPhone XR ที่มาพร้อมกับกล้อง 1 ตัวที่มี Dept Control ปรับแต่งภาพให้เป็นหน้าชัดหลังเบลอได้ และใช้ชิพ Bionic A12 ทรงพลังที่ชาญฉลาดที่สุดในบรรดาสมาร์ตโฟน หน้าจอเป็น Liquid Ratina ให้การแสดงผลที่คมสวย นอกจากนี้ยังสามารถสแกนใบหน้า (Face ID) และกันน้ำได้

iPhone XR — Spectrum

วิดีโอนี้ได้นำเสนอการออกแบบภายนอกของ iPhone XR โดยเฉพาะเรื่องของสันสันที่ด้านหลังมีวัสดุเป็นกระจที่สะท้อนสวยสดใสในทุกทิศทาง และมีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีขาว, สีแดง PRODUCT RED, สีส้มคอรัล, สีฟ้า, สีเหลือง และสีดำ

วิดีโอทั้ง 2 เป็นวิดีโอโฆษณา iPhone XR ใหม่ที่เพิ่งเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยราคาเครื่องเปล่าเริ่มต้น 29,900 บาท

สำหรับใครที่สนใจสามารถดูโปรโมชันของแต่ละค่ายได้ที่รวมโปรโมชันสั่งจอง iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR จากทุกค่าย หรือดูช่องทางการสั่งซื้อได้ที่ รวมช่องทางสั่งซื้อล่วงหน้า iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR ทุกค่าย

ขอบคุณ iclarified

from:https://www.iphonemod.net/apple-post-iphone-xr-video.html

Power Buy เปิดสั่งจอง iPhone รุ่นใหม่ผ่านออนไลน์และชอปทั่วประเทศถึง 22 ตุลา ชู 10 ข้อเสนอพิเศษ ที่มอบแก่ลูกค้า!

Power Buy หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Apple (ประเทศไทย) เปิดให้คนที่สนใจได้สั่งซื้อ iPhone Xs , iPhone Xs Max , และ iPhone XR แบบเครื่องเปล่าไม่ติดสัญญา ได้ทุกสี ทุกรุ่น และขนาดความจุ จองล่วงหน้า พร้อมประกันศูนย์นาน 1 ปี  ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 22 ตุลาคม 2561 ครับ  โดยสามารถสั่งจองออนลไน์ได้ที่ http://bit.ly/2OxwSlY  หรือแบบออฟไลน์ที่ร้านเพาเวอร์บาย 88 สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

โดยลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าสามารถสัมผัสและรับเครื่องได้ในวันแรกของการจำหน่าย (26 ตุลาคม) พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษเหนือกว่าใครในช่องทางอื่นๆ 10 ข้อเสนอดังนี้

  1. เปิดจอง iPhone รุ่นใหม่ล่าสุด ให้คุณ Pre-Oder เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร ระหว่างวันที่ 19-22 ต.ค.61   และรับสินค้าวันที่ 26 ต.ค.61
  2. ซื้อ iPhone ที่เพาเวอร์บาย ได้รับเครื่องเปล่าไม่ติดสัญญา พร้อมประกันศูนย์นาน 1 ปี
  3. เพาเวอร์บายเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Apple (ประเทศไทย)
  4. พร้อมให้คุณเลือกจอง iPhone รุ่นใหม่ล่าสุด ทุกสี ทุกรุ่นขนาดความจุ การันตีให้คุณได้รับสินค้าแน่นอน โดยไม่ต้องเสียเวลารอคิวซื้อเครื่องเป็นเวลานาน
  5. สะดวกทุกช่องทางในการสั่งจอง ไม่ว่าจะเป็น ที่ร้านเพาเวอร์บายสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และเพาเวอร์บายออนไลน์
  6. Pre-Order iPhone รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เพาเวอร์บาย มอบข้อเสนอพิเศษคะแนนสะสม The 1 มากถึง 5,000 คะแนน
  7. พร้อมข้อเสนอพิเศษ on top 5% ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือนกับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ เช่น บัตรเครดิต Central The 1, บัตรเครดิตไทยพาณิชย์, บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ เป็นต้น หรือเลือกผ่อน 0% ยาวสูงสุด 24 เดือน ได้อีกด้วย
  8. เพิ่มข้อเสนอพิเศษสำหรับสมาชิกบัตร The 1 สามารถใช้คะแนนสะสมนำมาแลกลดเพิ่ม5%ของคะแนนที่แลก ส่วนลูกค้าที่ถือบัตรเครดิต Central The 1 ใช้คะแนน 2 เท่า แลกรับส่วนลดสูงสุดถึง 25 %
  9. มอบสิทธิพิเศษในการซื้อสินค้าอุปกรณ์เสริม (Mobile Accessories) กับส่วนลดพิเศษสูงสุดกว่า 50% เมื่อซื้อ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพาเวอร์บาย
  10. มั่นใจได้กับ Power Care บริการหลังการขายของ เพาเวอร์บาย แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น ประกันอุ่นใจ 2 ปีพิเศษ ที่ลูกค้าสามารถซื้อบริการเพิ่มเติม ครอบคลุมการรับประกันหน้าจอแตกเป็น 2 ปี พร้อมคุ้มครองเครื่องตกน้ำ ตกแตก เครื่องเสีย ถูกโขมย* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)  และหากสินค้ามีปัญหา Power Care มีบริการประสานงานส่งสินค้าเข้าศูนย์ซ่อมบริการของ Apple โดยลูกค้าสามารถนำสินค้ามาส่งได้ที่เพาเวอร์บายทุกสาขา

นอกจากนี้เตรียมพบกับ Apple Watch Series 4 ในวันที่ 2 พ.ย. 61 ที่ร้านเพาเวอร์บายทั่วประเทศด้วยนะครับ

 

ข่าว: Power Buy เปิดสั่งจอง iPhone รุ่นใหม่ผ่านออนไลน์และชอปทั่วประเทศถึง 22 ตุลา ชู 10 ข้อเสนอพิเศษ ที่มอบแก่ลูกค้า! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/10/20/power-buy-iphone-2018-preorder.html

6 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่คาดว่า Apple จะเปิดตัวในวันที่ 30 ตุลาคมนี้

Apple ประกาศจัดงานพิเศษขึ้นอีกครั้ง หลังจากเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ (XS, XS Max, XR) ไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ก็คาดว่าจะแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ตามออกมาอีก ถึงแม้ Apple ยังไม่เปิดเผยว่าจะเป็นอะไร แต่เว็บไซต์ iDropNews ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าจะมีอย่างน้อย 6 รายการ

iPad Pro

iPad Pro ถูกคาดหวังว่าจะเป็นไฮไลท์ของงานนี้ โดยจะมีด้วยกัน 2 รุ่น เริ่มต้นที่ขนาดหน้าจอ 10.5 นิ้ว หรือ 11 นิ้ว ส่วนอีกรุ่นมีขนาดหน้าจอ 12.9 นิ้ว ไม่ว่าจะอย่างไร ขนาดบอดี้จะเล็กลงจากเดิมอย่างแน่นอน เพราะได้รับการออกแบบใหม่ให้มีพื้นที่ขอบจอบางเฉียบ ไร้ปุ่มโฮม รองรับ Face ID และเน้นควบคุม User Interface ด้วย Gesture แบบเดียวกับที่เริ่มนำมาใช้ใน iPhone รุ่นใหม่ๆ

iPad Pro รุ่นใหม่ ยังถูกลือว่า จะเปลี่ยนพอร์ตเชื่อมต่อจาก Lightning มาใช้ USB-C และมีการย้ายตำแหน่ง Smart Connector ไปวางในที่ใหม่ จากเดิมที่อยู่ส่วนขอบด้านข้าง อาจย้ายไปไว้ที่ส่วนล่างของแผงหลังแทน

MacBook

Apple ถูกอ้างว่ากำลังพัฒนาแล็ปท็อปรุ่นใหม่ ขนาด 13 นิ้ว ซึ่งคาดว่าจะนำมาแทนที่ MacBook Air แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า Apple จะจัดให้อยู่ในกลุ่ม MacBook Air หรือ Macbook อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่า MacBook รุ่นใหม่ จะมากับโปรเซสเซอร์ Intel Kaby Lake Refresh

Mac mini

ถึงแม้จะมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ Mac mini รุ่นใหม่ ออกมาน้อยมาก แต่แหล่งข่าวก็เชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ Apple จะรีเฟรช Mac mini พร้อมอัพเกรดประสิทธิภาพเพื่อรองรับผู้ใช้งานระดับโปร

iMac

เช่นเดียวกับ Mac mini รายละเอียดเกี่ยวกับ iMac รุ่นใหม่ยังมีน้อยมาก แต่เชื่อว่าจะได้รับการอัพเกรดโปรเซสเซอร์ และคุณสมบัติอื่นๆ ขณะที่นักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo เคยบอกว่า iMac ในปี 2018 จะได้รับการอัพเกรดจอแสดงผลเป็นพิเศษ

Apple Pencil 2

ไม่นานมานี้ มีรายงาน Apple Pencil รุ่นที่ 2 จะได้รับการเปิดตัวพร้อมกับ iPad Pro รุ่นใหม่ มาพร้อมความสามารถในการจับคู่กับ iPad ที่ง่ายกว่าเดิม เหมือนวิธีการจับคู่ของ AirPods

AirPower และ AirPods 2

AirPower กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความลึกลับอีกรุ่นหนึ่งของ Apple หลังจากได้รับการเปิดตัวทางการตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และมีกำหนดการวางจำหน่ายในต้นปี 2018 แต่ผ่านมานานกว่า 1 ปี Apple ก็ยังไม่ได้ออกมาพูดถึงแต่อย่างใด โดยมีรายงานว่า AirPower ประสบปัญหาในการผลิต เนื่องจากถูกออกแบบมาให้สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้พร้อมกัน 3 เครื่อง ดังนั้น ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของปีที่ Apple จะประกาศราคาและกำหนดการวางจำหน่าย

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ Apple จะเปิดตัว AirPods รุ่นที่ 2 หลังจากเคยแนะนำเคสหรือกล่องชาร์จรุ่นใหม่สำหรับ AirPods ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายได้

ที่มา – iDropNews

from:http://www.flashfly.net/wp/231949