คลังเก็บป้ายกำกับ: IPHONE_6

iPhone 6 32GB สีทอง เครื่องเปล่าเงินสดเพียง 9,250 บาท จากราคาปกติ 12,900 บาทที่ Studio 7

มาแล้วโปรโมชั่นหั่นราคา iPhone 6 ความจุ 32GB สีทองกับทาง Studio 7 โดยเครื่องเปล่าเงินสดเพียง 9,250 บาท จากราคาปกติ 12,900 บาท และยังมีให้ลดสูงสุด 9,000 บาท เมื่อจดทะเบียนทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจ ดังนี้

  • ลดจากราคาปกติ 5,000 บาท เมื่อจดทะเบียนทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจ 599 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,605 บาท
  • ลดจากราคาปกติ 7,000 บาท เมื่อจดทะเบียนทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจ 899 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,210 บาท
  • ลดจากราคาปกติ 9,000 บาท เมื่อจดทะเบียนทรูมูฟ เอช รายเดือน แพ็คเกจ 1,099 บาท ขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,280 บาท

สำหรับลูกค้า True You ช้อปครบทุก 100 บาท รับ 1 ทรูพอยท์ และทุก 1,000 ทรูพอยท์ แลกรับส่วนลด 200 บาท

และคุณยังสามารถผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน กับธนาคารที่ร่วมรายการ

นอกจากนี้ยังให้คุณได้สบายใจกับบริการหลังการขายที่เราให้คุณมากกว่าใคร

  • ฟรี บริการค่าแรง ตลอดอายุการใช้งานที่ iCare ทุกสาขา
  • ฟรี บริการตรวจเช็คเครื่องของคุณ ตลอดอายุการใช้งานที่ iCare ทุกสาขา
  • ส่วนลดค่าอะไหล่ 5% สำหรับงานซ่อมบำรุง iCare ทุกสาขา
  • ฟรี คอร์สเรียน iPhone เรียนรู้การใช้งานผลิตภัณฑ์ให้สนุกยิ่งขึ้น ที่ Studio 7 มูลค่า 1,000 บาท

ราคาดีขนาดนี้ ที่ Studio 7 ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2561

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ – studio7thailand

from:http://www.flashfly.net/wp/225728

Advertisements

อัปเดตราคา iPhone มือสอง ทุกรุ่น ประจำเดือนสิงหาคม 2561

Price Second Hand Iphone Apr 2561

สำรวจราคา iPhone มือสอง ทุกรุ่น ประจำเดือนสิงหาคม 2561 โดยอ้างอิงจากราคาซื้อ-ขายระหว่างผู้ใช้งานในกลุ่ม iPhonemod Market Thailand ออกมาเป็นราคาเฉลี่ยดังต่อไปนี้

อัปเดตราคา iPhone มือสอง ทุกรุ่น ประจำเดือนสิงหาคม 2561

iPhone X และ iPhone 8

  • iPhone X 256GB ราคา 32,500 บาท
  • iPhone X 64GB ราคา 29,500 บาท
  • iPhone 8 Plus 256GB ราคา 27,900 บาท
  • iPhone 8 Plus 64GB ราคา 24,500 บาท
  • iPhone 8 256GB ราคา 25,000 บาท
  • iPhone 8 64GB ราคา 22,500 บาท

iPhone 7

  • iPhone 7 Plus 128GB ราคา 18,500 บาท
  • iPhone 7 Plus 32GB ราคา 16,500 บาท
  • iPhone 7 128GB ราคา 15,500 บาท
  • iPhone 7 32GB ราคา 13,500 บาท

iPhone 6s และ iPhone 6

  • iPhone 6s Plus 128GB ราคา 15,000 บาท
  • iPhone 6s Plus 64GB ราคา 11,500 บาท
  • iPhone 6s Plus 32GB ราคา 11,000 บาท
  • iPhone 6s Plus 16GB ราคา 9,900 บาท
  • iPhone 6s 128GB ราคา 11,500 บาท
  • iPhone 6s 64GB ราคา 8,900 บาท
  • iPhone 6s 32GB ราคา 8,500 บาท
  • iPhone 6s 16GB ราคา 8,000 บาท
  • iPhone 6 Plus 128GB ราคา 12,000 บาท
  • iPhone 6 Plus 64GB ราคา 9,800 บาท
  • iPhone 6 Plus 32GB ราคา 9,000 บาท
  • iPhone 6 Plus 16GB ราคา 8,000 บาท
  • iPhone 6 128GB ราคา 7,900 บาท
  • iPhone 6 64GB ราคา 6,500 บาท
  • iPhone 6 32GB ราคา 6,000 บาท
  • iPhone 6 16GB ราคา 5,500 บาท

iPhone SE และ iPhone 5s

  • iPhone SE 64GB ราคา 6,900 บาท
  • iPhone SE 32GB ราคา 5,700 บาท
  • iPhone SE 16GB ราคา 5,000 บาท
  • iPhone 5s 32GB ราคา 4,200 บาท
  • iPhone 5s 16GB ราคา 3,700 บาท

หมายเหตุ : ทั้งหมดนี้เป็นราคาอ้างอิงจากกลุ่ม iPhonemod Market Thailand ซึ่งเป็นความพอใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย อาจมีถูกกว่านี้หรือแพงกว่านี้เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพเครื่อง, ระยะเวลารับประกัน, อุปกรณ์เสริม, ฯลฯ

from:https://www.iphonemod.net/price-second-hand-iphone-aug-2561.html

ผลวิจัยพบ iPhone 6 มีอัตราความล้มเหลวมากที่สุดในกลุ่ม iPhone แต่ Samsung มีอัตราความล้มเหลวที่สูงกว่า

ผลการศึกษาจากบริษัทด้านความปลอดภัยพบว่า iPhone 6 และ iPhone 6S มีแนวโน้มที่จะล้มเหลวมากกว่า iPhone รุ่นอื่นๆ แต่สมาร์ทโฟนจาก Samsung มีอัตราความล้มเหลวสูงกว่าผู้ผลิตรายอื่น อ้างอิงจากรายงาน State of Mobile Device Repair & Security ของบริษัท Blancco

รายงานดังกล่าวระบุว่า iPhone 6 มีอัตราความล้มเหลว 22% ตามมาด้วย iPhone 6S มีอัตราความล้มเหลว 16% ส่วน iPhone รุ่นอื่นๆ มีอัตราความล้มเหลวไม่ถึง 10% โดย iPhone 8 Plus มีอัตราความล้มเหลวน้อยที่สุด 3%

Blancco ชี้ว่าอัตราความล้มเหลวที่สูงขึ้นของ iPhone 6 เป็นผลกระทบที่เกิดมาจากปัญหาแบตเตอรี่ และการอัพเดทซอฟต์แวร์ iOS 10.2.1 ในช่วงต้นปี 2017

อย่างไรก็ตาม อัตราการล้มเหลวโดยรวมของ Samsung อยู่ที่ 27.4% สูงกว่าอัตราความล้มเหลวของ iPhone และสูงที่สุดในบรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android

Blancco ยังพบว่า การเชื่อมต่อ Bluetooth เป็นปัญหาด้านประสิทธิภาพที่ส่งผลต่ออุปกรณ์ iOS ส่วนใหญ่ ตามมาด้วย Wi-Fi, อุปกรณ์หูฟัง และ การเชื่อมต่อดาต้า ส่วนปัญหาด้านประสิทธิภาพของอุปกรณ์ Android เกิดมาจากกล้อง, ไมโครโฟน และ การชาร์จแบตเตอรี่

นอกจากนี้ Blancco ยังพบว่า อุปกรณ์ iOS ส่วนใหญ่ 74.3% ทำงานบน iOS 11 ตามมาด้วย iOS 10 ในสัดส่วน 17.7% ขณะที่อุปกรณ์ Android มากกว่า 50% ยังใช้ Nougat ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ปล่อยออกมาในปี 2016

ที่มา – AppleInsider

from:http://www.flashfly.net/wp/223613

ไอโฟนที่เสียบ่อยที่สุดคือ iPhone 6 แต่ก็ยังน้อยกว่าคู่แข่ง

Iphone 6 Has Highest Failure Rate Among Iphones Cover

รู้หรือไม่ว่าไอโฟนรุ่นไหนเสียบ่อยที่สุด คำตอบก็คือ iPhone 6 และ 6s มีแนวโน้มที่จะเสียมากกว่ารุ่นอื่น ๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวก็ยังน้อยกว่า Samsung รวมถึงผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่น ตามรายงานของ “State of Mobile Device Repair & Security” ซึ่งเป็นรายงานฉบับใหม่ที่ออกโดย บริษัท Blancco

26743 38560 Iphonefailure L

ไอโฟนที่เสียบ่อยที่สุดคือ iPhone 6 แต่ก็ยังน้อยกว่า Samsung

จากข้อมูลของบริษัทดังกล่าวพบว่า iPhone 6 มีอัตราเสียอยู่ที่ 22% และสำหรับ iPhone 6s มีอัตราอยู่ที่ 16% ส่วนไอโฟนและไอแพดรุ่นอื่น ๆ มีอัตราการเสียอยู่เพียงแค่ตัวเลขหลักเดียว และน้อยที่สุดเห็นจะเป็น iPhone 8 Plus และ iPhone X ที่อยู่เพียงแค่ 3%

สาเหตุที่ iPhone 6 ขึ้นสถิติสูงขนาดนั้นตามรายงานกล่าวว่าเกิดจากการอัปเดต iOS ที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ (จนทาง Apple ต้องออกมาเสนอเปลี่ยนแบตเตอรี่ในราคาถูกมาก) สอดคล้องกับการรายงานของ AppleInsider นอกจากจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับ iOS 10.2.1

แต่ถึงอย่างไรก็ตามอัตราการเสียของ Samsung โดยรวมอยู่ที่ 27.4% และนับว่ายังสูงเมื่อเทียบกับ Android รุ่นอื่น และนอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า Bluetooth ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่ออุปกรณ์ iOS ตามมาด้วย Wi-Fi, ชุดหูฟัลและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ในขณะที่ “ประสิทธิภาพ” เป็นปัญหาใหญ่สุดของ Android ตามด้วยกล้องถ่ายรูป, ไมโครโฟนและการชาร์จแบตเตอรี่

26743 38561 Iosversion L

ข้อดีของ Apple ก็คือได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ และอุปกรณ์ส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกัน โดยอุปกรณ์ iOS 11 มีจำนวนถึง 74.3% ในขณะที่ iOS 10 อยู่ที่ 17.7% ส่วนสำหรับ Android เกินกว่าครึ่งยังคงเป็น “Nougat” ซึ่งเป็นระบบตั้งแต่ปี 2016

สุดท้ายนี้ข้อมูลจาก Blancco อาจเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น เพราะมาจากผู้ให้บริการเครือข่ายรวมถึงเครื่องทดสอบจากผู้ผลิต จึงไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้ใช้อุปกรณ์และระบบปฏิบัติการทั้งหมด

ที่มา – appleinsider.com

from:https://www.iphonemod.net/iphone-6-has-highest-failure-rate-among-iphones.html

Apple ถูกสั่งปรับ 9 ล้านดอลลาร์คดี Error 53 ของผู้ใช้ iPhone ในออสเตรเลีย

Error 53 Fine Apple Australia

ศาลรัฐบาลกลางในออสเตรเลียได้สั่งปรับ Apple เป็นมูลค่า 9 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในคดี Error 53 ของผู้ใช้ iPhone เนื่องจากไม่เสนอวิธีแก้ไขและจำกัดช่องทางการซ่อมแซม

Error 53

หากใครจำได้ปัญหา Error 53 เป็นที่พูดถีงอย่างมากเนื่องจากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับ iPhone 6 / 6 Plus โดยปัญหานี้ถ้า Touch ID เสียไม่ว่าจะกรณีใดๆ เครื่องนั้นจะไม่สามารถอัปเดต, Restore Software เวอร์ชันใหม่ได้

Iphone Error 53

วิธีแก้ไขในตอนนั้นคือ ผู้ใช้ที่เจอปัญหา Touch ID เสีย จะต้องนำเครื่องเข้าไปซ่อมกับ Apple เท่านั้น และหลังจากนั้นไม่นาน Apple ก็ได้ปล่อย iOS 9.2.1 มาแก้ปัญหานี้ แต่ผู้ใช้ iPhone หลายรายก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก

Apple เคยเผยไว้ว่าปัญหา Error 53 มาจากผู้ใช้บางรายเปลี่ยนปุ่ม Home จากช่างซ่อมภายนอก และตัวระบบจะทำการตรวจสอบรหัสของ Touch ID กับ Serial Number ใน Mainboard เมื่อไม่ตรงกันจึงทำให้ใช้งานไม่ได้นั่นเอง (Apple เน้นย้ำว่าเป็นมาตรการความปลอดภัย)

รายละเอียดเพิ่มเติม – Error 53

Apple ถูกสั่งปรับ 9 ล้านดอลลาร์คดี Error 53 ของผู้ใช้ iPhone ในออสเตรเลีย

ล่าสุด The Sydney Morning Herald สื่อออสเตรเลียรายงานว่า Apple ถูกศาลรัฐบาลกลางในออสเตรเลียสั่งปรับเป็นมูลค่า 9 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียประมาณ 6.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

26481 37725 Accc L

โดย ACCC (Australian Competition and Consumer Commission) เผยว่า Apple กีดกัน (หรือจงใจ) ไม่ให้ผู้ใช้ในออสเตรเลียนำเครื่องที่เจอปัญหาไปซ่อมกับช่างซ่อมภายนอกและไม่ได้ยื่นข้อเสนอพิเศษใดๆ กับผู้ที่ได้รับผลกระทบเลย

ทางโฆษกของ Apple เผยว่า Apple พยายามปรับปรุงและส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในออสเตรเลีย และจะนำข้อมูลจาก ACCC ไปดำเนินการให้ดีขึ้น

ที่มา – 9to5mac

from:https://www.iphonemod.net/error-53-fine-apple-australia-9m.html

ทดสอบความเร็ว iOS 12 vs iOS 11 กับ iPhone X, 8, 7, 6s, 6, SE และ 5s (ชมคลิป!!)

Filip Koroy เจ้าของช่อง EverythingApplePro ใน YouTube ได้แชร์วีดีโอที่แสดงให้เห็นถึงการเปรียบเทียบความเร็ว ระหว่างระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด iOS 12 กับเวอร์ชั่นปัจจุบันอย่าง iOS 11.4 บน iPhone ทั้งหมด 7 รุ่น ซึ่งประกอบไปด้วย iPhone X, iPhone 8, iPhone 7, iPhone 6s, iPhone 6, iPhone SE และ iPhone 5s เพื่อค้นหาคำตอบว่า iOS 12 จะเร็วขึ้นจริงตามที่ Apple ได้ประกาศไว้หรือไม่ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร รับชมได้จากคลิปวีดีโอด้านล่าง

ทั้งนี้ โปรดจำไว้ว่า iOS 12 ที่ช่อง EverythingApplePro กำลังใช้งานอยู่นั้นยังเป็นเวอร์ชั่น Beta ซึ่ง Apple ยังต้องใช้เวลาในการปรับปรุงอีกหลายครั้ง กว่าจะพร้อมปล่อยออกมาให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้อัพเดท ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือนกันยายนนี้

from:http://www.flashfly.net/wp/221079

ผลทดสอบประสิทธิภาพ iPhone 6, iPad mini 2 ที่ใช้ iOS 12 beta 1 ออกมา “น่าประทับใจ”

Ios12

สื่อต่างประเทศได้นำ iPhone 6, iPad mini 2 มาติดตั้ง iOS 12 beta 1 แล้วทดสอบประสิทธิภาพเปรียบเทียบกับ iOS 11 ผลออกมา iOS 12 beta 1 ทำได้ดีกว่า

ทดสอบประสิทธิภาพ iPhone 6, iPad mini 2 ที่ใช้ iOS 12 beta 1

Apple ประกาศในงาน Keynote WWDC 2018 ชัดเจนว่า iOS 12 เน้นเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบเป็นหลัก สามารถเปิด-ปิดแอปได้เร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่าและ Appleinsider สื่อต่างประเทศได้ทดสอบกับอุปกรณ์รุ่นเก่าอย่าง iPhone 6, iPad mini 2

Ios 12 Increased Performance Than Previous Version 1

iPad mini 2

iPad mini 2 ใช้ชิพ A7 ตัวเดียวกับ iPhone 5s ซึ่งการทดสอบโดยรวมพบว่า Animation การแตะการตอบสนองของ iOS 12 beta 1 หน้าจอลื่นไหลกว่า iOS 11.4 และการดาวน์โหลดข้อมูลเปิดแอปโดยรวมของ iOS 12 beta 1 ก็ดีกว่าเช่นกัน

Ipad Mini 2 And Iphone 6 Ios 12 Beta 1 Performance Test 2

สำหรับคะแนน Geekbench 4 มีผลดังนี้

  • iOS 11.4 : Single Core ได้ 1295  / Multi-Core ได้ 2179
  • iOS 12 beta 1  : Single Core ได้ 1293 / Multi-Core ได้ 2203

Ipad Mini 2 And Iphone 6 Ios 12 Beta 1 Performance Test 1

ถึงแม้คะแนน Geekbench 4 iPad mini 2 ของ iOS 12 beta 1 จะน้อยกว่า iOS 11.4 แต่เรื่องของการจัดการประสิทธิภาพของ iOS 12 beta 1 ดีกว่า อย่างเช่นการโหลดข้อมูลการเปิดเกมของ iOS 12 beta 1 เร็วกว่า iOS 11.4 ประมาณ 8 – 10 วินาที

สื่อต่างประเทศรายงานเพิ่มเติมว่า iPad mini ที่ใช้ iOS 12 beta 1 นั้นมีการจัดการ RAM ค่อนข้างดี เมื่อทดสอบความเร็วในการเปิดแอปที่เคยเปิดไปแล้วอีกครั้งพบว่าทำได้ดีกว่า iOS 11.4

iPhone 6

ถัดมาเป็นการทดสอบ iPhone 6 ใช้ชิพ A8 ผลทดสอบโดยรวมก็ไม่ต่างกับ iPad mini 2 คือ iPhone 6 ที่ติดตั้ง iOS 12 beta 1 มี Animation การใช้งาน, การเปิดแอปกล้อง, การโหลดข้อมูลในการเปิดแอปเร็วกว่า iOS 11.4

Ipad Mini 2 And Iphone 6 Ios 12 Beta 1 Performance Test 4

สำหรับคะแนน Geekbench 4 มีผลดังนี้

  • iOS 11.4 : Single Core ได้ 1560 / Multi-Core ได้ 2686
  • iOS 12 beta 1  : Single Core ได้ 1545 / Multi-Core ได้ 2722

Ipad Mini 2 And Iphone 6 Ios 12 Beta 1 Performance Test 3

เหมือนกับ iPad mini 2 ผลการทดสอบพบว่า iPhone 6 ที่ใช้ iOS 12 beta 1 จัดการ RAM โดยรวมได้ดีกว่า iOS 11.4 และการเปิดแอปใหญ่ๆ บน iOS 12 beta 1 ทำได้เร็วและดีกว่าอย่างเช่นการเปิดเกม Angry Bird ที่ iOS 12 beta 1 โหลดเร็วกว่า iOS 11.4 ถึง 40 วินาทีเลยทีเดียว

ชมวิดีโอ

สรุป

iOS 12 beta 1 สามารถคืนชีพด้านประสิทธิภาพการใช้งานให้กับอุปกร์รุ่นเก่าอย่าง iPad mini 2 และ iPhone 6 ได้รวมถึง iPhone 5s ด้วย เนื่องจาก iOS 12 นั้น Apple เน้นย้ำว่าเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นหลักนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม iOS 12 ที่ใช้การทดสอบนี้ยังเป็น Beta 1 หรือตัวทดสอบสำหรับนักพัฒนาอยู่ซึ่งหลังจากนี้ก็ต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้นอย่างแน่นอนใน Beta ถัดไปรวมไปถึงตัวเวอร์ชันทางการด้วย

iOS 12 ในตอนนี้ (มิ.ย. 2018) ยังเป็น Developer beta สำหรับนักพัฒนาอยู่ เราขอแนะนำว่า ผู้ใช้ทั่วไปยังไม่ควรอัปเดตเป็นอย่างยิ่ง รอตัวเวอร์ชันทางการช่วงท้ายปี 2018 นี้จะดีที่สุด

ที่มา – appleinsider

from:https://www.iphonemod.net/ipad-mini-2-and-iphone-6-ios-12-beta-1-performance-test.html