คลังเก็บป้ายกำกับ: IPHONE_X

เจ้าของ iPhone X ควรเปลี่ยนมาใช้ iPhone XS ดีมั้ย?

iPhone X ซึ่งเป็น iPhone ที่ดีที่สุดของ Apple ในปี 2017 ปัจจุบันนี้กลายเป็นตำนานไปแล้ว หลังจาก iPhone XS ได้รับการเปิดตัวเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา และ Apple ได้นำมาทำตลาดแทนที่ iPhone X โดยถอด iPhone X ออกไปจากชั้นวางสินค้า แล้วเปิดรับจอง iPhone XS ในราคาเดียวกัน นั่นคือเริ่มต้นที่ 999 ดอลล่าร์สหรัฐ ดังนั้น คำถามที่อยู่ในหัวเจ้าของ iPhone X ในตอนนี้ก็คือ ควรจะอัพเกรดไปใช้ iPhone XS ดีมั้ย?

ในแต่ละปี iPhone จะมีการพัฒนาไปจากเดิมมาก แต่ในปีนี้ iPhone XS มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับ iPhone X โดยทั้งคู่ยังคงใช้ดีไซน์เดียวกัน มากับจอแสดงผล OLED ขนาด 5.8 นิ้ว พร้อมด้วยเทคโนโลยี Super Retina, HDR10 และ Dolby Vision แบบเดียวกัน รวมไปถึงฟีเจอร์ 3D Touch, Face ID และ รองรับ Wireless Charging เหมือนกันด้วย ถึงแม้ Apple จะยืนยันว่า Face ID กับ Wireless Charging ของ iPhone XS ได้รับการพัฒนาให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่ยังไม่มีการเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน

คุณสมบัติแรกที่ iPhone XS และ iPhone XS Max มีความแตกต่างอย่างชัดเจน นั่นคือ การรองรับ 2 ซิมการ์ด ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นแบบซิมการ์ดเดียว + eSIM แต่ในประเทศจีน จะมีถาดใส่ซิมการ์ดปกติ 2 ซิม ไม่ว่าจะเป็น 2 ซิมในรูปแบบใด ต่างก็ช่วยให้เจ้าของ iPhone รุ่นใหม่ได้รับความสะดวกเพิ่มขึ้นในการใช้งาน 2 หมายเลข เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางข้ามประเทศอยู่เป็นประจำ เพราะ eSIM สามารถสลับผู้ให้บริการได้อย่างสะดวก

iPhone XS และ iPhone XS Max ได้รับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ A12 Bionic ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่า iPhone X อย่างชัดเจน เพราะเป็นชิปรุ่นแรกของ iPhone และอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่ใช้เทคโนโลยี 7 นาโนเมตร มีประสิทธิภาพดีกว่า 15% เมื่อเทียบกับชิป A11 Bionic ที่อยู่ใน iPhone X และยังลดใช้พลังงานได้ถึง 50% ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่อยู่ได้นานกว่ารุ่นก่อน

ถึงแม้ชิป A12 Bionic จะมีประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ดีกว่า แต่ในเรื่องแบตเตอรี่จะเห็นความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น Apple บอกว่า iPhone XS ใช้งานได้นานกว่า iPhone X สูงสุด 30 นาที นั่นหมายถึง เมื่อเทียบการใช้งานตลอดทั้งวันแล้ว iPhone XS ไม่ได้ให้พลังงานยาวนานมากไปกว่า iPhone X เท่าไรนัก

iPhone XS และ iPhone XS Max ได้รับการปรับปรุงให้สนับสนุน 4×4 MIMO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ กันน้ำได้ดีกว่าเดิมจาก IP67 เป็นมาตรฐาน IP68 และบันทึกเสียงวีดีโอในระบบสเตอริโอ

ระบบกล้องของ iPhone XS กับ iPhone XS Max แทบไม่มีความแตกต่างไปจาก iPhone X ในเรื่องของความละเอียดกล้อง แต่ในรุ่นใหม่มากับรูรับแสงที่เร็วขึ้น แฟลชทูโทนใหม่ และสามารถควบคุมระยะชัดลึกสำหรับเล่นกับเอฟเฟกต์ Bokeh ได้ นอกจากนี้ ยังปรับปรุงโหมด Portrait สำหรับกล้องเซลฟี่ และให้รายละเอียดแสงเงาที่ชัดเจนขึ้นด้วย Smart HDR

iPhone XS อาจไม่ได้สร้างความแตกต่างไปจาก iPhone X มากนัก แต่บางที iPhone XS Max อาจจะเป็นคำตอบถ้าหากต้องการอัพเกรดจาก iPhone X ด้วยจอแสดงผลที่ใหญ่กว่าชัดเจน เพราะมีขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2688 x 1242 พิกเซล สนับสนุนการแสดงผลในแนวนอนสำหรับบางแอพพลิเคชั่น อย่างเช่นแอพ Messages สามารถแสดงผลแบบ 2 คอลัมน์ได้ ไม่เพียงแค่นั้น iPhone XS Max ยังให้ความแตกต่างของแบตเตอรี่ที่ชัดเจนกว่า โดยให้พลังงานนานกว่า iPhone X สูงสุด 1 ชั่วโมง กับอีก 30 นาที

สรุป

iPhone XS กับ iPhone XS Max มาพร้อมตัวเลือกสีทอง ปรับปรุงกล้อง มีความจุสูงสุด 512GB รองรับ 2 ซิมการ์ด

การอัพเกรดหรือเปลี่ยนจาก iPhone X เป็น iPhone XS อาจไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไรนัก แต่อาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนมาใช้ iPhone XS Max

ที่มา – 9to5mac

from:http://www.flashfly.net/wp/229631

Advertisements

iPhone X กับ iPhone Xs ต่างกันอย่างไร มีอะไรเพิ่มเข้ามา

Iphone Xs Vs Iphone X Compare

เปิดตัวกันไปแล้วสำหรับ iPhone Xs ซึ่งจะมาแทนที่ไอโฟนรุ่นเก่าอย่าง iPhone X และเป็นที่ทราบกันดีว่า s หมายถึง Speed ซึ่งเป็นความเร็วที่เพิ่มเข้ามา แต่นอกจากความเร็วหน่วยประมวลผลแล้ว ยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งในวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบกันว่าระหว่างรุ่น Xs กับ X จะเลือกอะไรดี (กรณีที่คุณยังหาซื้อรุ่นเก่าได้อยู่นะ)

Iphone Xs Color

ลักษณะทางกายภาพ

ขนาดของ Xs นั้นเท่ากับ X ทุกประการไม่ว่าจะเป็นความกว้าง ความสูง หรือความหนา สามารถใช้ร่วมกับเคสเดิมได้ 100% แต่หากคุณต้องการให้เห็นถึงความแตกต่างจะเป็นเรื่องของ “สีทอง” ที่เพิ่มเข้ามา ส่วนความจุก็มีเพิ่มขึ้นอีกรุ่นคือ 512GB และท้ายสุดคือเรื่องน้ำหนัก Xs หนักมากขึ้นเล็กน้อยอีก 3 กรัม (ประมาณลูกอมเม็ดนึง)

Iphone X Water Resistant

ความทนทาน

หากตอบในทางเทคนิค Xs จะทนกว่าแน่นอน เพราะมาตรฐานกันน้ำที่สูงขึ้นในระดับ IP68 (ความลึกไม่เกิน 2 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที) ต่างจากเดิมที่ความลึกไม่เกิน 1 เมตร แต่ถึงอย่างไรก็ตามทุกแบรนด์ประกันขาดหากน้ำเข้า เอาเป็นว่าหากใครอยากเอาไปว่ายน้ำ หรือเล่นสงกรานต์ก็สบายใจขึ้นอีกนิด

A12 Bionic

ประสิทธิภาพ

นับเป็นครั้งที่สองของโลกกับหน่วยประมวลผล 7 นาโนเมตร หลังจากรุ่นแรกคือ Kirin 980 ที่จะถูกนำไปใช้กับ Huawei Mate 20 (ยังไม่เปิดตัว) นอกจาก Apple แล้วก็ยังไม่มีค่ายไหนที่ทำได้ขนาดนี้ ซึ่งในตอนนี้ iPhone X (ชิพ A11 Bionic) เป็นสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดในโลก และการเปิดตัวของ iPhone Xs (ชิพ A12 Bionic) ก็จะยิ่งทำให้เป็นสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดของที่สุดในโลกอีกทีหนึ่ง

  • 2 คอร์ประมวลผลการทำงานเร็วขึ้นสูงสุด 15%
  • 4 คอร์ประหยัดพลังงานใช้พลังงานน้อยลงสูงสุด 50%
  • ประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 50%
  • Core ML ทำงานเร็วขึ้นสูงสุด 9 เท่า

Apple ไม่เคยคุยเรื่องขนาดแบตเตอรี่ (และในตอนนี้ก็ยังไม่คุย) แต่สิ่งที่น่าตกใจคือหน่วยประมวลผลแรงขึ้น กลับกลายเป็นใช้พลังงานน้อยลง แทนที่จะต้องเพิ่มแบตเตอรี่ให้หนักเครื่องแล้วสิ้นเปลืองพลังงาน สรุปก็คือมันใช้งานได้นานขึ้นราว 30 นาที (สำหรับ Xs Max ใช้งานได้นานขึ้น 1.5 ชั่วโมง) พูดตามตรงก็คือเรื่องความเร็วอาจไม่ก้าวกระโดดนักในการใช้งานทั่วไป แต่ชิพใหม่เน้นไปที่งานเฉพาะทางอื่นมากกว่า

Iphone Xs Portrait

กล้อง

จากรายละเอียดในเว็บไซต์ Apple อนุมานได้ว่ากล้องน่าจะเป็นตัวเดิม แต่อย่าพึ่งเสียใจไปเพราะด้วนอานิสงส์ของหน่วยประมวลผลใหม่ ที่ช่วยให้เซ็นเซอร์และอัลกอริทึมทำงานร่วมกับ ISP, Neural Engine ในการถ่ายภาพคุณสมบัติใหม่ อาทิ Smart HDR ที่ไม่ต้องคอยถือกล้องนิ่ง ๆ ก็สามารถถ่ายย้อนแสงได้ หรือจะเป็นโบเก้และการควบคุมระยะชัดลึก (อันนี้ค่ายอื่นก็ทำออกมา แต่รุ่นไหนจะดีหรือด้อยกว่าคงต้องรอรีวิวอีกครั้ง) ปรับได้กระทั่งภาพที่ถ่ายไปแล้ว ส่วนคนที่ชอบถ่าย VDO ตัวใหม่นี้จะเหมาะมาก เพราะรองรับการถ่ายช่วงไดนามิกกว้าง ในอัตราเฟรมเรตช่วง 30 fps (คุมแสงและเงาได้ดีขึ้นมาก) นอกจากนี้ยังรองรับการบันทึกเสียงสเตอริโอ

เน็ตเร็วขึ้น

หากคุณต้องการความเร็วสูงสุด iPhone Xs รองรับระบบ Gigabit LTE และ LAA ซึ่งสูงกว่า 4G LTE Advanced ในแบบเก่า (ทั้งนี้ปัจจัยหลักจะอยู่ที่เครือข่ายอีกที) ถามว่าระบบนี้ใช่เรื่องใหม่รึเปล่าก็ไม่ เพราะในสมาร์ทโฟนเรือธงหลายแบรนด์ก็ใส่มาไม่แตกต่างกัน แต่จะต่างกันตรงที่เมื่อ Apple ผลิตออกมาจะมีความร่วมมือกับเครือข่ายไว้ก่อนหน้า หากนึกไม่ออกลองคิดถึง eSIM ที่มีมานานแต่เครือข่ายไม่รองรับ จนกระทั่งวันที่มี Apple Watch Cellular ก็เกิดรองรับขึ้นมาซะอย่างงั้น และแน่นอนว่าเน็ตความเร็วระดับ Gbps หลังจากนี้ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

Dual Sim

สองซิม

ไอโฟนสองซิม ต่อจากนี้จะไม่ได้หมายถึงมือถือจีนแดงแต่อย่างใด Apple จัดมาให้แต่ในรูปแบบที่เราไม่คุ้นเคย ซึ่งระบบนี้คือ Dual SIM (nano-SIM + eSIM) โดยซิมหนึ่งจะเป็นซิมปกติ ส่วนอีกซิมจะเป็นซิมที่ไม่มีตัวตน วิธีใช้งานก็แค่ไปเปิดกับเครือข่ายที่รองรับ ส่วนหากเป็นโซนประเทศจีน ฮ่องกงหรือมาเก๊า จะพิเศษนิดตรงที่เป็น nano-SIM + nano-SIM ในแบบที่เราคุ้นเคยกันดี

New Iphone Xs 2018 Cover Template

ราคา

จริงอยู่ที่สองรุ่นนี้เปิดตัวราคาพอกัน (ราคาไทยยังไม่เปิดแต่คิดว่าไม่ต่างจากเดิม) แต่ความน่าสนใจจะอยู่ตรงที่ว่า iPhone X ที่ทาง Apple เลิกจำหน่ายไปแล้ว แต่ทางตัวแทนจำหน่ายยังมีสต๊อกคงเหลืออยู่ ซึ่งเราก็คงต้องติดตามกันอีกทีว่าราคาจะเอามาล้างสต๊อกที่เท่าไหร่ และจากข้อมูลที่เรารวบรวมมามีดังนี้

  • iPhone X 64GB เปิดตัวราคา 40,500 บาท ราคากลางปัจจุบัน 33,800 บาท
  • iPhone X 256GB เปิดตัวราคา 46,500 บาท ราคากลางปัจจุบัน 36,700 บาท
  • iPhone Xs 64GB (คาดการณ์) เปิดตัวราคา 40,500 บาท
  • iPhone Xs 256GB (คาดการณ์) เปิดตัวราคา 46,500 บาท
  • iPhone Xs 512GB (คาดการณ์) เปิดตัวราคา 53,500 บาท
  • iPhone Xs Max 64GB (คาดการณ์) เปิดตัวราคา 44,500 บาท
  • iPhone Xs Max 256GB (คาดการณ์) เปิดตัวราคา 50,500 บาท
  • iPhone Xs Max 512GB (คาดการณ์) เปิดตัวราคา 57,500 บาท

เท่ากับว่าส่วนต่างในตอนนี้ก็อยู่ประมาณเกือบหมื่นบาท ที่เหลือก็แล้วแต่ผู้ซื้อแล้วว่าสนใจที่ราคาไหน แต่ไม่แน่ว่าในวันที่จำหน่าย iPhone Xs ราคากลางของ iPhone X อาจมีการปรับลงอีกก็ได้ เพราะว่าทาง Apple ได้เลิกจำหน่ายไปแล้ว ยังไงก็ลองตัดสินใจกันดูแล้วกันนะครับ ทำไม Apple ถึงเลิกขาย iPhone X ทั้งที่เปิดตัวได้เพียงแค่ปีเดียว

from:https://www.iphonemod.net/compare-iphone-x-iphone-xs.html

Moment เปิดตัว Battery Photo Case สำหรับ iPhone XS (รวมถึง iPhone X) มาพร้อมปุ่มชัตเตอร์ด้านข้าง ผ่านการรับรอง MFi

จากโครงการระดมทุนใน Kickstarter ตอนนี้ Moment พร้อมแล้วที่จะเปิดตัว Battery Photo Case สำหรับทำตลาดอย่างทางการ โดยออกแบบมาสำหรับ iPhone XS และ iPhone X ช่วยยกระดับการถ่ายภาพด้วยเลนส์คุณภาพสูงที่ถอดเปลี่ยนได้ มาพร้อมปุ่มชัตเตอร์ระบบ Two-stage ที่ขอบด้านข้าง และใช้วัสดุ TPU ที่ช่วยให้จับถือได้อย่างถนัด

Battery Photo Case จาก Moment ยังผ่านการรับรองจาก MFi สนับสนุนการชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย มาพร้อมแบตเตอรี่ในตัว 3100mAh และติดตั้งปุ่มชัตเตอร์ระบบ Two-stage ที่ขอบด้านข้าง แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาสัมผัสปุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจในระหว่างพกพา เพราะปุ่มชัตเตอร์จะอยู่ในระดับเดียวกับพื้นผิวของเคส ไม่นูนหรือยื่นออกมา

Moment วางจำหน่าย Battery Photo Case สำหรับ iPhone X (รวมถึง iPhone XS) ในราคา 100 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 3,265 บาท และยังมีรุ่นที่ไม่มีแบตเตอรี่สำรอง วางจำหน่ายในราคา 30 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 980 บาท

ที่มา – 9to5mac

from:http://www.flashfly.net/wp/229224

iPhone XR ราคาถูกลง แต่โดนตัดคุณสมบัติอะไรไปบ้าง

Iphone Xr Compare Cover

หลังจากเปิดตัว iPhone XR สร้างความสนใจไปมากมาย ไม่น้อยไปกว่า iPhone Xs ซึ่งเป็นรุ่นที่แพงกว่า โดยปัจจัยหลักคงหนีไม่พ้นเรื่องราคาที่ถูกลง บวกกับสเปคที่ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย แถมยังได้หน้าจอใหญ่สะใจกว่า iPhone X เดิมอีกด้วย แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อเสีย ราคาถูกลง แต่โดนตัดคุณสมบัติอะไรไปบ้าง ?

Apple Iphone 2018 Event Theverge Dbohn 1620

iPhone XR ราคาถูกลง แต่โดนตัดคุณสมบัติอะไรไปบ้าง

เปิดตัวกันไปแล้วสำหรับราคาเริ่มต้น $749 ที่ถูกกว่า iPhone X ปีที่แล้ว ส่วนราคาไทยยังไม่มีอย่างเป็นทางการ โดยทีมงาน iMod คาดการณ์ว่า iPhone XR ราคาจะอยู่ประมาณ 29,500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ “ถูก” เพราะเมื่อเทียบกับ iPhone Xs ประสิทธิภาพความเร็วนั้นเท่ากันเลย เนื่องจากเป็นชิป A12 Bionic รุ่นใหม่ล่าสุด

Iphone Lcd 2018 Iphone Xr Name Rumors

1. เป็นเพียงหน้าจอ LCD (ที่ดีที่สุด)

จริงอยู่ที่ว่า iPhone XR มาพร้อมกับหน้าจอใหม่ Liquid Retina HD แต่ก็ยังมีประสิทธิภาพด้อยกว่า Super Retina HD ที่ถูกใช้ใน iPhone X, Xs, Xs Max โดยหลัก ๆ เลยก็คือ ไม่รองรับ HDR มีความละเอียดหน้าจอต่อพื้นที่เพียงแค่ 326 ppi (แบบเดียวกับ iPhone 8) ซึ่งเป็นเพียงหน้าจอ LCD IPS ธรรมดาไม่ใช่ OLED รวมถึงมีคอนทราสต์อยู่ที่ 1400:1 ถ้าจะเอาเรื่องความสวยงาม ไม่มีทางเทียบติดกับรุ่นพี่อยู่แล้ว ไม่เหมาะกับคนที่เอาไปเพื่อดูภาพยนตร์

2. ไม่มี 3D Touch

หนึ่งในลูกเล่นที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ ซึ่งมีตั้งแต่ iPhone 6S, 7, 8, X, และยังรวมถึง Xs แต่ไม่ใช่สำหรับ XR เพราะคุณสมบัตินี้ถูกตัดไปตั้งแต่ Hardware (งงสิ … งง) กลายเป็นว่าตอนนี้เป็นไอโฟนเครื่องเดียวที่ขายอยู่ และไม่เก่าจนเกินไปแต่ดันไม่มีคุณสมบัติพื้นฐานอย่าง 3D Touch ไม่เหมาะกับคนที่ติดคุณสมบัตินี้

Apple Iphone 2018 Event Theverge Dbohn 1533

3. กล้องเดี่ยวไม่ใช่กล้องคู่

กล้องหลังความละเอียด 12MP พร้อมกันสั่น OIS กับเลนส์ 6 ชิ้น f/1.8 พร้อมกล้องหน้าเป็น TrueDepth แบบเดียวกับ Xs เพียงแต่กล้องหลังตัดระยะเทเลโฟโต้ออกไป ส่งผลให้ไม่สามารถซูมออปติคอล แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีโหมดภาพถ่ายบุคคลพร้อมโบเก้ที่สมจริง และการควบคุมระยะชัดลึก (โดยใช้ Software เข้าช่วย) ส่วนจะสมจริงมากแค่ไหนกล้องคู่ยังจำเป็นหรือไม่ คงต้องรอดูรีวิวกันอีกที ไม่เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพบุคคลหรือต้องการซูมภาพระยะไกล

Iphone Xs Iphone X S Max Ip68

 

4. กันน้ำได้น้อยกว่ารุ่นพี่

ไอโฟนทั้งสองรุ่นพี่ สามารถกันน้ำได้ถึงมาตรฐาน IP68 ตามมาตรฐาน IEC 60529 (ความลึกไม่เกิน 2 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที) แต่สำหรับ iPhone XR มีการป้องกันอยู่ที่ระดับ IP67 ตามมาตรฐาน IEC 60529 (ความลึกไม่เกิน 1 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที) หรือก็คือเท่ากับไอโฟนรุ่นก่อน ๆ นั่นเอง ไม่เหมาะกับคนเน้นความทนทาน

Img 3764 700x475

 

5. ไม่รองรับ LTE ระดับ Gigabit

ไอโฟนทั้งสองรุ่นใหม่รองรับ LTE ระดับ Gigabit แต่สำหรับรุ่นถูกกว่าก็ต้องมีข้อเสียเล็กน้อย เพราะจะรองรองเพียงแค่ 4G LTE Advanced แบบเดียวกับมาตรฐานเดิมที่ใช้มาตั้งแต่รุ่น 6s ซึ่งสำหรับ Gigabit LTE เป็นก้าวสำคัญในการก้าวสู่ 5G (แต่ก็ยังไม่ใช่ 5G และในตอนนี้ยังไม่มี) แต่ถึงจะเร็วอย่างไรก็เถอะเครือข่ายคือหัวใจหลัก เพราะถ้าเครือข่ายยังไม่รองรับก็ยังคงใช้งานไม่ได้อยู่ดี ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความเร็วสูงสุด (ในวันที่เครือข่ายรองรับ)

Iphone Xr 1

(แถม) นี่คือไอโฟนที่หนาที่สุด

เมื่อเทียบกับไอโฟนทุกรุ่นที่ได้ไปอัปเดต iOS 12 ในปัจจุบน iPhone XR ถือว่าเป็นไอโฟนรุ่นที่หนาที่สุดโดยมีความหนาถึง 8.3 มม. แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่รุ่นที่หนักที่สุดเหมือนตระกูล Plus และเมื่อเทียบกับมาตรฐานของ X, Xs, Xs Max ที่มีความหนาเท่ากันคือ 7.7 มม. ดังนั้นรุ่นนี้จะหนากว่าเล็กน้อยครับ

from:https://www.iphonemod.net/iphone-xr-compare-iphone-xs.html

Apple – ลดแล้วจ้า!!! iPhone 7 เริ่มต้นแค่ 17,500 บาท หลังการมาของรุ่นใหม่ พร้อมเลิกขาย iPhone X ทันที

หลังจากที่ได้ทำการเปิดตัวไปอย่างหลากหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็น iPhone Xs และ XR ตอนนี้ใครที่กำลังเล็งๆ iPhone รุ่นเก่าที่ยังใช้งานได้ดีอยู่ก็เตรียมเฮได้เลยเมื่อทาง Apple ประกาศ iPhone ลดราคาของเดิมให้ถูกลงไปอีก โดยมีผลครอบคลุมทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน

โดยราคาที่ทาง Apple ได้ทำการปรับมีตามนี้

  • iPhone 7 จากเดิม 18,900 บาท เป็น 17,500 บาท
  • iPhone 7 Plus จากเดิม 23,900 บาท เป็น 22,500 บาท
  • iPhone 8 จากเดิม 29,000 บาท เป็น 23,900 บาท
  • iPhone 8 Plus จากเดิม 33,000 บาท เป็น 27,900 บาท

โดยสำหรับการปรับราคาในครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่ทาง Apple ได้ทำอยู่ตลอดทุกครั้งในการออก iPhone รุ่นใหม่ๆออกมา แต่ใช่ว่าจะมีแต่การลดราคาเท่านั้น ยังมีรุ่นที่ไม่ได้ไปต่อรวมอยู่ด้วย

ซึ่งเหล่าผู้โชคร้ายที่ไม่ได้ไปต่อ (หยุดการวางจำหน่าย) ประกอบไปด้วยน้องเล็กอย่าง iPhone SE, iPhone 6s และ iPhone X ที่น่าแปลกใจสุดคงไม่พ้น iPhone X ที่เหมือนจะเป็นรุ่นที่หยุดวางจำหน่ายเร็วที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะพึ่งจะเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วนี้เอง

ที่มา: macrumors

from:https://notebookspec.com/discount-iphone-and-discont-iphone/455062/

iPhone X, iPhone 6s, iPhone SE ไม่มีวางจำหน่ายแล้วบน Apple Store พร้อมลดราคา iPhone 8 และ iPhone 7

จากการมาถึงของ iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR ทำให้ iPhone รุ่นเก่าต้องหลุดออกจากชั้นวางสินค้าบนเว็บไซต์ทางการของ Apple พร้อมกับปรับราคา iPhone ในปี 2016 และ 2017 ให้ถูกลงกว่าเดิม

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า iPhone 6s, iPhone 6s Plus ที่เปิดตัวในปี 2015 กับ iPhone SE ที่เปิดตัวในปี 2016 ไม่ได้อยู่ในแผนการทำตลาดของ Apple อีกต่อไป และถูกถอดออกจากระบบร้านค้าออนไลน์ของ Apple เรียบร้อยแล้ว รวมถึง iPhone X ที่เปิดตัวในปีที่แล้วด้วย โดยจะถูกแทนที่ด้วย iPhone XS

สำหรับ iPhone รุ่นเก่าที่ยังมีวางจำหน่ายในระบบออนไลน์ของ Apple Store ประกอบไปด้วย iPhone 7 และ iPhone 8 และมีการปรับราคาใหม่ตามนี้…

  • iPhone 7 32GB – 17,500 บาท
  • iPhone 7 128GB – 21,500 บาท
  • iPhone 7 Plus 32GB – 22,500 บาท
  • iPhone 7 Plus 128GB – 26,500 บาท
  • iPhone 8 64GB – 23,900 บาท
  • iPhone 8 256GB – 29,900 บาท
  • iPhone 8 Plus 64GB – 27,900 บาท
  • iPhone 8 Plus 256GB – 33,900 บาท

ที่มา – Apple

from:http://www.flashfly.net/wp/229176

หลังจาก iPhone X ขายได้ปีเดียว ทำไม Apple ถึงเลิกขายต่อ

Why Iphone X To Stop Selling Cover

ผู้ใช้งาน iPhone X หลายรายอาจมองว่าตัวเองถูกลอยแพ กลายเป็นรุ่น Limited Edition เพราะไม่มีวางขายอีกต่อไป ต่างจากทุกปีที่ Apple จะนำรุ่นเก่ามาลดราคา พร้อมกับวางขายรุ่นใหม่ไปด้วยเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภคทั้งสองทาง แต่เหตุใดในครั้งนี้ถึงได้หายไปจากสารบบไปดูกัน

Iphone X Airplay 2 To Homepod Apple Tv 4k

iPhone X ขายได้ปีเดียว ทำไม Apple ถึงเลิกขายต่อ

ส่วนตัวผมมองว่า iPhone X มีราคาเปิดตัวที่ $999 และมีต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงอยู่ที่ประมาณ $357.50 (แต่ถึงอย่างไรอัตราส่วนกำไรก็ยังสูงเมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นอื่น) และต้นทุกที่แพงที่สุดของเครื่อง iPhone X ก็คือหน้าจอ OLED ที่มีราคาแพงที่สุดในเครื่องอยู่ที่ $370 ดังนั้นหากลดราคาขายแต่ต้นทุนเท่าเดิม กำไรต่อเครื่องลดลงคงไม่ปรับทับใจผู้ถือหุ้นเท่าไหร่นัก

Apple Iphone 2018 Event Theverge Dbohn 1620

เอาเครื่องเก่ามาลดราคา = ลดกำไร

iPhone XR มีการลดต้นทุนในส่วนของหน้าจอจาก Super Retina HD ไปเป็น Liquid Retina HD ซึ่งถึงแม้ว่าทาง Apple จะโฆษณาดิบดีว่าหน้าจอแบบใหม่นี้มีประสิทธิภาพเยี่ยมยอดขนาดไหน แต่ถึงอย่างไรหน้าจอประเภท Super Retina HD ก็ดีกว่าแบบไม่ต้องสงสัย เพราะมันยังคงถูกใช้ใน iPhone Xs และ iPhone Xs Max ที่มีราคาเครื่องแพงกว่า!

Liquid Retina HD มีความหนาแน่นต่อพิกเซลจากเดิม 458 ppi เหลือเพียง 326 ppi และยังมีอัตราส่วนคอนทราสต์ต่ำเพียง 1400:1 จากตัวเลขเดิมคือ 1,000,000:1 ไม่รองรับ HDR และ 3D Touch ซึ่งหากพูดตรง ๆ มันก็คือหน้าจอ LCD IPS แบบเก่าของ Apple เพียงแต่เอามาชุบตัวใหม่นั่นเอง

ส่วนกล้องก็ลดเหลือเพียงกล้องเดียว กรอบตัวเครื่องด้านหลังใช้วัสดุอะลูมิเนียม (จากเดิมที่เป็นกระจก) และนั่นก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ iPhone XR สามารถเปิดราคาได้ต่ำเพียง $749 แทนที่จะเลือกเอา iPhone X ที่ตกรุ่นแล้ว (แต่ต้นทุนเท่าเดิม) มาลดราคาเพื่อขายแข่งกับ iPhone Xs และหากวางจำหน่ายวางขายมันทุกรุ่นเลย ช่วงราคาของ iPhone X และ iPhone XR จะใกล้กันมากจนรุ่นใหม่ขายไม่ออก

Apple Earth Day Recycle Program

ผู้ใช้งาน iPhone X ควรทำอย่างไร

หากคุณอยากได้ iPhone Xs หรือ iPhone Xs Max ก็คงต้องขายและซื้อเครื่องใหม่ แต่เชื่อว่าคงมีส่วนน้อยที่ขายไปเพียงเพราะแค่อยากได้ iPhone XR ที่หน้าจอใหญ่กว่า และในกรณีนี้เองผู้ใช้งานกลุ่ม iPhone User Thailand อย่างคุณ Puchong Poomthongdee ก็ได้แสดงความเห็นว่าการที่ iPhone X เลิกขายก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ได้เป็นการลอยแพหรือทอดทิ้งอะไร

ตามปกติ Apple ยังคงมีเครื่องสำหรับเปลี่ยนทดแทน รวมถึงการหาอะไหล่ต่าง ๆ ก็ยังมีสำรองอยู่เสมอ และจะได้รับการ Support ตัวสินค้าไปอีก 5-7 ปี หรือจนกว่าจะถูกประกาศว่าเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าและผลิตภัณฑ์ที่ยกเลิกการผลิต และหากใครยังจำกันได้ iPhone 5s ยังได้อัปเดต iOS 12 เพียงเท่านี้ก็ยังคงวางใจกันได้นะครับ ว่าต่อให้ไม่มีขายหมดสต๊อกไปแล้ว แต่ก็ยังคงได้รับการบริการอย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ หลายผู้จัดจำหน่ายที่ยังคงมี iPhone X ค้างสต๊อกกันอยู่เป็นจำนวนมาก จะเอามาลดราคาเหลือเท่าไหร่กันมากกว่า ดีไม่ดีคุณอาจได้เครื่องในราคาที่ถูกและคุ้มกว่ารุ่นใหม่ก็เป็นได้

from:https://www.iphonemod.net/why-iphone-x-to-stop-selling.html