คลังเก็บป้ายกำกับ: IPTV

ปูพรมทุกแพลตฟอร์ม – ต่อยอดจากช่อง กลยุทธ์ใหม่ของ Fox หลังตลาด Pay-TV ไทยทยอยปิดตัว

อย่างที่ทุกคนทราบข่าวว่า ปีที่แล้ว CTH และ Z Pay TV ปิดตัวลง รวมถึง Truevision ก็ประกาศลดช่องรายการ แสดงให้เห็นถึงปัญหาของอุตสาหกรรม Pay-TV แล้วคนที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์รายการอย่าง Fox จะทำอย่างไรล่ะ

ออกจากแค่ Pay-TV เป็นทุกแพลตฟอร์ม

จากเดิมที่ผู้ชมจะคุ้นเคยช่องของ Fox ไม่ว่าจะเป็น Fox Movies, Fox Sports หรือ National Geographic ผ่านการออกอากาศตาม Pay-TV ต่างๆ หรืออย่างน้อยที่สุดก็เป็นทีวีดาวเทียมที่รับชมฟรีบางกล่อง แต่พอกลุ่มเหล่านี้เริ่มล้มหายตายจาก ก็ทำให้ Fox ที่เป็นเจ้าของสิขสิทธิ์ภาพยนตร์, ซีรีส์, รายการกีฬา และสารคดี ต้องมาทบทวนการทำตลาดในไทยใหม่ เพราะพอเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น รายได้บริษัทก็ลดฮวบ ผ่านการที่เจ้าของบริการ Pay-TV และทีวีดาวเทียมไม่ได้ซื้อช่องรายการต่อ

หม่อมราชวงศ์ รุจยารักษ์ อาภากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์คส์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับว่า ปีที่ผ่านมารายได้ของธุรกิจในประเทศไทยไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้เยอะพอสมควร เหตุผลมาจากเหตุการณ์ยุติ Pay-TV ที่บริษัทไม่ได้คาดคิดไว้ ซึ่งระหว่างเหตุการณ์นั้นบริษัทก็มีการหารือเกี่ยวกับการแก้ปัญหานี้ และสุดท้ายก็มาจบลงที่การ Diversify หรือการมองหาช่องทางใหม่ๆ ในการนำรายการลิขสิทธิ์ที่บริษัทถืออยู่ออกไปแพร่ภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“Fox อยู่ในไทยมากว่า 20 ปี ก่อนนี้คนเห็นเราหลักๆ ที่ Truevision กับ CTH และ Fox ก็มีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ให้พวกเขาประมาณหนึ่ง แต่เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป เราก็ก็พึ่งฝั่ง Pay-TV อย่างเดียวไม่ได้แล้ว ดังนั้นเราจึงตัดสินใจเจรจาเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ และรายการต่างๆ จากเดิมที่ไว้แพร่ภาพแค่ช่องทาง Pay-TV ก็เปลี่ยนเป็นสามารถนำไปแพร่ภาพช่องทางใดก็ได้ หมายถึง Pay-TV, IPTV, Mobile และ Digital TV เช่นกรณีของช่องดิจิทัลทีวี PPTV ก็ซื้อรายการกีฬากับเรา หรือ AIS ที่กำลังนำไปออกอากาศบน IPTV และ Mobile”

ต่อยอดจากรายการคืออีกตัวเลือก

ขณะเดียวกันการเดินเกมของ Fox ไม่ใช่แค่ซื้อลิขสิทธิ์แบบแพร่ภาพได้ทุกช่องทาง แต่ยังเตรียมนำรายการอื่นๆ ที่ตนเองผลิตมาต่อยอดด้วยการทำกิจกรรมใหม่ๆ กับผู้ชม เช่นการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬา รวมถึงการนำ National Geographic มาปรับให้เป็นมากกว่าแค่รายการสารคดี เช่นการเจรจาให้เรือสำราญขนาดเล็กที่ล่องอยู่ 20 ลำทั่วโลกเพื่อจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการสำรวจภูมิภาคต่างๆ ก็อาจจะมาจอดให้บริการที่ประเทศไทยก็ได้ เพราะปัจจุบันมีการจัดทริปล่องเรื่องระหว่างเวียดนาม กับกัมพูชา ระยะเวลา 14 วัน ราคา 10,980 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว

นอกจากนี้ในประเทศจีนยังมีการทำ National Geographic ไปทำเป็น Museum Retail หรือพิพิธภัณฑ์ภายในห้างสรรพสินค้า คล้ายกับ Kidzania ที่ให้เด็กสามารถไปศึกษาหาความรู้จากธรรมชาติต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้เช่นเดียวกัน ส่วนที่ Fox สามารถเดินเกมธุรกิจเกี่ยวกับ National Geographic ได้เต็มรูปแบบก็เพราะทำการ Joint Venture กันแล้ว โดยไล่ตั้งแต่หนังสือ จนไปถึงสารคดี และมองว่าโอกาสที่รายได้จากประเทศไทยจะเพิ่มมาจาก Event หรือ Local Production ก็สามารถทำได้เช่นกัน

สุดท้ายตลาดก็ Monopoly เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตามบริการ Pay-TV ในไทยสุดท้ายเป็น Monopoly เหมือนเดิม ถึงก่อนหน้ามีรายใหม่เข้ามา และสร้างความคึกคักให้กับตลาด แต่ด้วยโมเดลธุรกิจ และการวางตำแหน่งในตลาดก็สู้รายเดิมไม่ได้ ที่สำคัญด้วยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีช่องดิจิทัลทีวีถึง 24 ช่อง ทำให้โอกาสที่ Pay-TV จะส่งเนื้อหารายการที่แตกต่างกับช่องที่รับชมฟรีเหล่านี้ก็ยากขึ้นเช่นกัน ในทางกลับกันมันก็ยังมีโอกาสของผู้เล่นหน้าใหม่ เช่นการทำราคาให้เข้าถึงได้ทุกระดับ แต่ตลาด Pay-TV คงไม่เติบโตหลัก 10% เหมือนก่อนหน้าแล้ว ส่วนรายได้ของบริษัทปีนี้คงเติบโตแค่เล็กน้อย

สรุป

การทำตลาดของ Fox หลังจากนี้จะเป็นการซื้อลิขสิทธิ์เนื้อหารายการที่สามารถแพร่ภาพได้ทุกช่องทาง หรือสมมติแต่ก่อนซื้อภาพยนตร์จาก Walt Disney Studio เพื่อฉายแค่ Pay-TV อย่างเดียว ตอนนี้ก็จะขอซื้อเป็นหลายวิธีแพร่ภาพ เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจ และอีกเรื่องที่น่าสนใจคือการนำรายการโทรทัศน์มาอยู่บนโลกจริงๆ ผ่านวิธีต่างๆ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ก็คงเป็นเรื่องที่ใหม่ และสร้างอีกมิติของวงการโทรทัศน์ได้เป็นอย่างดี

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/fox-new-move/

Advertisements

HBO ไม่ได้ exclusive แบบเบ็ดเสร็จ AIS ครองเพียง Mobile/IPTV ด้านเคเบิล/ดาวเทียม ยังเปิดกว้าง

หลังการแถลงวิสัยทัศน์ AIS VISION 2017 ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดเรื่องหนึ่งคือ การประกาศเป็นพันธมิตรแบบ exclusive กับ HBO ช่องรายการคอนเทนต์จากต่างประเทศ ที่ TrueVisions เพิ่งยุติการออกอากาศไปสดๆ ร้อนๆ สิ้น ธ.ค. ที่ผ่านมา

แต่คำว่า Exclusive ของ AIS นั้น ไม่ได้ครอบคลุมทุกช่องทาง

สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ได้ออกมาเปิดเผยผ่านทางทวิตเตอร์ว่า มีตัวแทนจาก HBO เข้ามาให้ข้อมูลกรณีที่ TrueVisions ยกเลิก 6 ช่องรายการ ซึ่งมี HBO อยู่ด้วย และทำให้ได้ข้อมูลว่า ความร่วมมือระหว่าง HBO และ AIS เป็นสัญญา exclusive เฉพาะบริการผ่านมือถือ (mobile) และทีวีระบบอินเทอร์เน็ต (IPTV) ไม่รวมเคเบิลและดาวเทียม

mobile/iptv กับ AIS เคเบิล/ดาวเทียม ยังเปิดกว้าง

ประเด็นดังกล่าวเป็นที่เข้าใจได้ เมื่อ AIS ซึ่งเป็นผู้นำตลาดให้บริการมือถือ มีเป้าหมายให้บริการคอนเทนต์ผ่านทางมือถือเป็นหลัก และกำลังขยายบริการไฟเบอร์อินเทอร์เน็ต และมีบริการ IPTV มาด้วย การทำสัญญากับ HBO ที่ครอบคลุมในช่องทางที่มีคือ mobile และ IPTV จึงสมเหตุสมผล ไม่จำเป็นต้องทำสัญญาในส่วนที่ไม่มีธุรกิจ ซึ่งคือ เคเบิลและดาวเทียม

ดังนั้นในทางหนึ่ง HBO จึงมีโอกาสเปิดกว้าง สามารถเจรจากับรายเดิมอย่าง TrueVisions เพื่อให้บริการผ่านเคเบิลและดาวเทียม หรือจะเป็นรายอื่น เช่น ไฟเบอร์วัน ที่จับมือกับกลุ่มเจริญเคเบิลทีวี ก็ได้ ซึ่ง สุภิญญา บอกว่าข้อดีคือ มีการแข่งขันด้านลิขสิทธิ์รายการมากขึ้น ไม่มีการผูกขาดเหมือนในอดีต ผู้บริโภคมีช่องทางรับชมมากขึ้น และยังเป็นการแข่งขันกันทางแพลตฟอร์ม ทั้งทาง ไฟเบอร์ และทางเคเบิล/ดาวเทียม ทางไหนจะเป็นที่นิยมมากกว่า

ตลาดเปิด การแข่งขันเดือด ผู้บริโภคได้ประโยชน์

สุภิญญา กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ กสทช. ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นคือ ทำให้คอนเทนต์แบบ exclusive ลดน้อยลง เน้นเรื่อง non-exclusive ให้มากขึ้น ยิ่ง non-exclusive มากเท่าไร ผู้บริโภคก็มีช่องทางในการรับชมมากขึ้นเท่านั้น จากนั้นกลไกเรื่องคุณภาพและราคาจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ถ้า AIS จัดแพ็คเกจราคา HBO ออกมาในราคาถูก จะทำให้ผู้บริโภคเลือกสมัครใช้บริการ และทำให้ผู้เล่นรายเดิมต้องลดราคาลงมา ผู้เล่นรายอื่นๆ มีโอกาสเข้ามาทำตลาด เช่น รายล่าสุด GoodTV ทีวีดาวเทียมรายล่าสุดในเครือ Next Step ที่คาดว่าจะออกมาทำตลาดในเร็วๆ นี้ ยิ่งมีผู้ให้บริการมากขึ้น ผู้บริโภคก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น

สรุป

การแข่งขันทำให้เกิดการพัฒนา และทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ เพราะจะเกิดบริการที่ดี มีคุณภาพ ในราคาที่ต่ำลง การผูกขาดคอนเทนต์ให้น้อยที่สุด ก็จะสร้างการกระจายและเข้าถึงที่มากขึ้น กรณีของ AIS เน้นในแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งของตัวเอง แต่ทำให้ HBO ยังมีโอกาสเจรจากับผู้เล่นรายอื่นในตลาด

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hbo-ais-only-mobile-iptv/

เกาหลีเหนือเผยโฉม Manbang กล่อง IPTV ดูโทรทัศน์ออนไลน์

อย่างที่ทราบกันว่าการเข้าถึงเทคโนโลยีในเกาหลีเหนือค่อนข้างจำกัด เช่นเดียวกับความพยายามของรัฐบาลในสร้างแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีต่างๆ ของตัวเอง อย่างผลิตภัณฑ์ล่าสุด Manbang กล่อง IPTV ที่มาพร้อมกับโมเด็มในตัว พร้อมพอร์ต HDMI สำหรับเชื่อมต่อทีวี

กล่อง Manbang จะมีช่องคอนเทนต์ให้เลือก 5 ช่อง พร้อมรองรับช่องพิเศษที่มีไว้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับผู้นำสูงสุด และรองรับการอ่านหนังสือพิมพ์แบบออนไลน์

ทั้งนี้เกาหลีเหนือค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ชาวบ้านทั่วไปแทบจะไม่มีสิทธิ์ ผู้ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในเกาหลีเหนือได้จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือผู้ที่ได้รับความไว้วางใจเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นเว็บไซต์ที่เข้าถึงได้ก็จะถูกจำกัดและคัดกรองโดยรัฐบาลทั้งหมดอยู่ดี

ที่มา – The Register

from:https://www.blognone.com/node/84854

CAT ออกกล่อง C nema จับมือ Primetime ให้ลูกค้าอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ดูหนังฟรี 1 ปี

CAT Telecom มีอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ความเร็วสูงแบรนด์ C internet อยู่แล้ว ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว CAT ขยายสายผลิตภัณฑ์โดยออกกล่องทีวีชื่อ C nema ตามมา

กล่อง C nema มีรูปแบบคล้ายกับกล่อง IPTV รายอื่นๆ ในท้องตลาด สามารถดูฟรีทีวีและช่องดาวเทียมอีกจำนวนหนึ่งได้ ดูย้อนหลังได้ ดูผ่านแอพได้ จุดที่แตกต่างคือ C internet จับมือกับ Primetime Solutions ผู้ให้บริการวิดีโอออนดีมานด์ของไทย เพื่อให้มีภาพยนตร์แบบพรีเมียมให้ชมกันด้วย

ลูกค้า C internet แบบแพ็กเกจ 30/3 จะได้กล่อง C nema พร้อมสมาชิก Primetime แพ็กเกจมาตรฐานใช้ฟรี 1 ปี ส่วนลูกค้าแบบ 15/1 จะได้แต่สมาชิก Primetime แต่ไม่ได้กล่องครับ (ในเอกสารไม่มีบอกไว้ แต่เข้าใจว่าเฉพาะลูกค้าใหม่เท่านั้นที่ได้สิทธินี้ครับ)

ที่มา – C internet Facebook

from:https://www.blognone.com/node/84497

[PR] “ซีทีเอช” ผนึกพันธมิตร “ดีเอ็นเอ” และ “ไพร์มไทม์”

[PR] “ซีทีเอช” ผนึกพันธมิตร “ดีเอ็นเอ” และ “ไพร์มไทม์”

บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร นำเสนอไปยังหลากหลายช่องทางทั้ง ระบบดาวเทียม ระบบ IPTV ระบบมือถือ ระบบอินเตอร์เน็ต และเคเบิลทีวี รุกตลาดเต็มกำลังประกาศร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กับบริษัทไพร์มไทม์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในการรับชมคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยมจากซีทีเอช, จีเอ็มเอ็ม บี ที่ให้บริการในรูปแบบ Live Streaming TV on Mobile และคอนเท้นต์ระดับพรีเมี่ยมจากไพร์มไทม์ (PRIMETIME) เป็นการให้บริการในรูปแบบวิดีโอ ออน ดีมานด์ (Video on Demand) โดยผนวกกับความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายของดีเอ็นเอ (DNA)  ซึ่งมีกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ และมีบุคลากรที่สามารถตอบคำถามและให้บริการติดตั้ง application เชื่อมต่อให้แก่ผู้บริโภค

นายอมฤต ศุขะวณิช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการผนึกกำลังนี้ว่า ซีทีเอชและไพรม์ไทม์ มีการให้บริการที่มีความแข็งแกร่งในแต่ละด้าน เมื่อมาผนึกกำลังกันทำให้มีคอนเท้นต์พรีเมี่ยมหลากหลาย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการรับชมช่องรายการหรือภาพยนตร์ระดับโลก อาทิ คอนเท้นต์กีฬาจาก ซีทีเอช และ จีเอ็มเอ็ม บี  เช่น ฟุตบอลยูโร ควอลิไฟวเออร์, มวยปล้ำระดับโลกจาก WWE, ภาพยนตร์และซีรี่ส์ฮิตจากค่าย Warner, Universal, SONY รวมถึงช่องการ์ตูนสำหรับเด็กอย่าง Nick Jr. เป็นต้น  และเมื่อได้รวมกับการบริการของ ไพรม์ไทม์ ที่เป็นการให้บริการภาพยนตร์คุณภาพจาก 6 ค่ายยักษ์ใหญ่ ในรูปแบบวิดีโอ ออน ดีมานด์ (Video on Demand) จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ รวมกับช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีความแข็งแกร่งอย่างดีเอ็นเอ (DNA) ที่มีกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ ทำให้ลูกค้าสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ง่ายขึ้นอีกด้วยครับ

นายสามารถ ฉั่วศิริพัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมถึงความคาดหวังทางธุรกิจจากการผนึกกำลังกันในครั้งนี้ว่า สำหรับดีเอ็นเอ (DNA) เรามีหน้าร้านกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ และมีพนักงานแนะนำสินค้าที่มีความเชี่ยวชาญที่จะสามารถให้ความรู้แก่ลูกค้าและตอบคำถามเกี่ยวกับการบริการได้เป็นอย่างดี รวมถึงดีเอ็นเอ (DNA) ได้ทำการปรับปรุงหน้าร้านจำนวน 69 สาขา ที่เปลี่ยนมาใช้แบรนด์ไพรม์ไทม์ (Primetime) มาเป็นตราสินค้า เพื่อเป็นการโปรโมทให้คนรู้จักการบริการมากขึ้น รวมถึงได้ทำการลงทุนเพิ่มหน้าจอทีวีในร้านค้า เพื่อทำการโปรโมทคอนเท้นต์ของซีทีเอช, จีเอ็มเอ็ม บี และไพรม์ไทม์ การันตีว่าผู้บริโภคสามารถมองเห็นและเข้าถึงคอนเท้นต์พรีเมี่ยม รวมถึงได้รับการบริการที่ดีอย่างแน่นอนครับ

ซีทีเอช, ไพร์มไทม์ และ ดีเอ็นเอ เชื่อว่าความร่วมมือทางธุรกิจนี้จะสามารถรวมศักยภาพของทั้งสามบริษัทเข้าด้วยกัน ทั้งทางด้านการตลาด ทางด้านคอนเท้นต์ และฐานลูกค้า เพื่อนำที่สุดของความบันเทิงทั้งใน-ต่างประเทศระดับพรีเมี่ยมให้กับผู้บริโภค จะทำให้กลุ่มผู้บริโภคได้ความคุ้มค่ามากมายไม่ว่าจะเป็น

  • โปรโมชั่นจาก CTH Everywhere และ Primetime Buy 1 Get 1 Free!! ในราคา 299 บาท/30 วัน สำหรับลูกค้าที่ซื้อแพ็กเกจ CTH Everywhere จากซีทีเอช แถมฟรี แพ็กเกจหนังพรีเมียร์ 2 เรื่อง + บุฟเฟ่ต์หนังฮิต ในราคาพิเศษสุดเพียง 299 บาท จากไพรม์ไทม์ หรือ ลูกค้าที่ซื้อแพ็กเกจ หนังพรีเมียร์ 2 เรื่อง + บุฟเฟ่ต์หนังฮิต แถมฟรีแพ็กเกจ CTH Everywhere ทันทีเช่นกัน โดยลูกค้าสามารถเพลิดเพลินไปกับช่องรายการคุณภาพแบบจุใจกว่า 40 ช่องและภาพยนตร์ฮิตแบบบุฟเฟ่ต์ไม่อั้น คุ้มกว่านี้ไม่มีแล้ว!
  • กล่องไอพีทีวีและแพ็กเกจสุดคุ้ม ที่เป็นการ co-brand ระหว่างซีทีเอชและไพรม์ไทม์ จำหน่ายประมาณ 1 ก.ค. 2558

นายกษิดิศ กลศาสตร์เสนี ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท ไพร์มไทม์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด กล่าวถึงกล่อง co brand ครั้งนี้ว่า “เรามีความเชื่อว่าการบริการในลักษณะ Hybrid ที่ให้ความอิสระสูงสุดแก่ลูกค้าพร้อมทั้งตอบโจทย์ digital lifestyle จะส่งผลให้ผู้บริโภคปรับวิถีการบริโภคและจะเป็นฐานสมาชิกที่สำคัญในอนาคตอันใกล้ การผนึกกำลังระหว่างซีทีเอชและไพร์มไทม์ ส่งกล่อง co-brand หวังสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค ในการให้บริการรูปแบบ Hybrid ที่แท้จริง และเป็นครั้งแรกในประเทศ!! ที่รวมช่องรายการพรีเมี่ยมที่หลากหลายจากซีทีเอชและจีเอ็มเอ็ม บี ผนวกกับภาพยนตร์และซีรีส์ชั้นนำแบบออนดีมานด์ จากค่ายยักษ์ใหญ่ของ Hollywood ของไพร์มไทม์ อีกทั้งยังให้อิสระแก่ผู้บริโภคในการใช้บริการอินเตอร์เน็ตของเจ้าไหนก็ได้อีกด้วยครับ”

ทางบริษัทฯ ขอขอบพระคุณในความกรุณาที่เผยแพร่ข่าวสารแก่สาธารณชนทราบด้วยดีเสมอมา

from:http://mobiledista.com/archives/84190

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

CTH ZIPtv  บริการใหม่ล่าสุดของ CTH ชูจุดเด่นรับชมช่อง CTH และ GMMz ได้โดยไม่ต้องติดจาน กับคอนเซ็ปท์ Happyness We Share มีซิป ไม่มีเซ็ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ใครๆก็ใช้ได้ แค่มีอินเทอร์เน็ต ความพิเศษของ ZIPtv  ไม่ได้เป็นเพียงแค่ Android Box หรือกล่อง IPTV แบบทั่วไป แต่ ZIPtv สามารถรับชมช่องทีวีดาวเทียมต่างๆ ของ CTH และรับชมรายการอีกมากมายจาก GMMz Pay TV ได้ นอกจากนั้นยังสามารถดูฟุตบอล Premier League, Euro Qualifier และ Bundesliga 

ZIPtv  ชูจุดเด่นด้านความสะดวกในการใช้งาน ติดตั้งง่าย ไม่มีเสา ไม่ต้องมีจาน เคเบิ้ลไม่ถึงก็ดูได้ แค่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi, Lan, Mobile Hotspot หรือ AIR CARD ขนาดเล็กพกพาสะดวก

 

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

ZIPtv เจาะกลุ่มคนเมือง คนที่อาศัยอยู่คอนโดที่ไม่สามารถติดตั้งจานดาวเทียมได้ หรือที่ที่เคเบิ้ลไปไม่ถึง เพียงแค่มีเจ้ากล่อง ZIPtv ตัวนี้ก็สามารถรับชมช่องต่างๆ ของทาง CTH และ GMMz ได้แล้ว เพียงแค่ต่ออินเตอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้ทันที อุปกรณ์ในกล่องที่แถมมาก็มีสายอะแดปเตอร์, ตัวกล่อง ZIPtv, รีโมท, สาย AV ไม่มีสาย HDMI แถมมาให้ ถ้าใครอยากได้ต้องซื้อสายเองครับ

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

หน้าตากล่องเหมือนกับ Apple TV แบบถอดแบบมาเลย

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

ด้านหน้าของกล่องมีไฟ LED แสดงสถานะเปิด และปิด มีช่องรับสัญญาณ IR จากรีโมท ส่วนด้านล่างมีช่องต่อ USB 2.0 มาให้ 2 ช่อง, ช่องต่อสาย AV 1 ช่อง ทั้งเสียงทั้งภาพจะถูกส่งออกผ่านช่อง 3.5 มม. จำนวน 1 ช่อง, ช่องต่อสาย Lan, ช่องต่อ HDMI และช่องต่อสายไฟ

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

ในการรีวิวผมจะต่อกล่องกับจอมอนิเตอร์คอม (เพราะทีวีช่องต่อเต็มแล้ว ขี้เกียจถอด) สำหรับ ZIPtv สามารถต่อเมาส์และคียบอร์ดได้ ในที่นี้ผมต่อเมาส์และคียบอร์ดแบบบลูทูธ

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

เมื่อเปิดเครื่อง หากเราไม่ได้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระบบจะขึ้นแจ้งเตือน ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เราสามารถต่อได้ทั้ง Lan และ Wi-Fi สำหรับการใช้งานผมแนะนำให้ต่อเมาส์กับคียบอร์ดครับ เพราะใช้งานสะดวกกว่ารีโมทเยอะ

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

หน้าจออินเตอร์เฟสของกล่องจะแตกต่างจาก Android Box ทั่วไป ช่องถูกจัดเรียงใหม่ ไม่มีเลขช่องบอก แต่ขึ้นโลโก้ช่องแทน เป็นการรับชมแบบเลือกเนื้อหาแทนที่จะเลือกช่อง โดย ZIPtv จะดึงเนื้อหาของช่องนั้นๆ ที่กำลังเล่นอยู่ขึ้นมาแสดง เพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่าในขณะนั้นมีรายการอะไรบ้าง

ข้อควรทราบ ZIPtv รุ่นนี้ไม่สามารถกดหมายเลขช่องได้ ต้องเลือกจาก list ที่แสดงเท่านั้น แน่นอนว่าเราจะชินกับการจำเลขช่องแล้วกดเลือกจากรีโมท หากใช้ ZIPtv ต้องปรับตรงนี้พอสมควร ส่วนตัวมองว่าอินเตอร์เฟสสวยงาม แต่ผู้ใช้ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมค่อนข้างเยอะ 

ข้อเสียที่ผมพบคือทุกครั้งที่กลับมายังหน้า list หรือหน้าเมนูรายการจะทำการโหลดใหม่ทุกครั้ง ทำให้เกิดความไม่สะดวก บางทีต้องรอโหลดอยู่หลายวินาที ส่งผลทำให้การรับชมข้ามช่องสะดุด

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

ทุกครั้งที่เปิดใช้งาน จะโหลดข้อมูลใหม่ทุกครั้ง ซึ่งจะขึ้นโลโก้ CTH นานพอสมควร ถ้าเน็ตแรงๆ จะโหลดหน้านี้อยู่ราวๆ 30 วินาที หากเน็ตช้า อาจจะนานถึง 2-3 นาที ทาง CTH ได้ให้ข้อมูลว่าหน้านี้เป็นการเข้ารหัสเพื่อป้องกันคนถอดไฟล์ apk ไปใช้บนกล่องอื่น

อีกเรื่องที่จะไม่พูดไม่ได้ กล่องนี้รับชมได้แค่รายการสดเท่านั้นนะครับ ดูย้อนหลังไม่ได้ บันทึกรายการไม่ได้ 

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

มาดูเรื่องคุณภาพของวีดีโอที่ streaming มา ส่วนตัวผมเคยใช้ TOT iptv มา จากการเปรียบเทียบพบว่า ZIPtv ให้ภาพที่คมชัดกว่า แม้จะส่งภาพมาแบบ 720p เหมือนกัน แต่ภาพของ ZIPtv จะคมชัดกว่าเมื่อเทียบกับ TOT iptv แต่ถ้าเน็ตช้าจะกระตุกมาก เพราะ ZIPtv จะไม่แสดงความละเอียดตามความเร็วของเน็ตเหมือน TOT iptv ที่เน็ตเร็วภาพจะชัด เน็ตช้าภาพก็จะความละเอียดต่ำลง

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

ข้อเสียอย่างหนึ่งที่ผมเจอคือ เวลาต่อเน็ตแล้วเน็ตช้า เน็ตแทบไม่วิ่ง หรือเน็ตเล่นไม่ได้ ตรงนี้ระบบจะไม่แจ้งว่าเน็ตขัดข้อง พอเราเข้าหน้าเมนูรายการจะขึ้นโหลดนานมาก สักพักจะไม่ขึ้นเมนูรายการใดๆ มาเลย เพราะอินเตอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ ผมว่าตรงนี้น่าจะขึ้นแจ้งว่าเน็ตช้า หรือเน็ตขัดข้อง

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

ZIPtv เป็นกล่อง IPTV ที่ใส้ในจริงๆคือ Android 4.2.2 Jelly Bean แต่ไม่สามารถใช้งานได้เหมือน Android Box รุ่นทั่วไปที่สามารถติดตั้งแอพได้เอง เพราะทาง CTH ไม่ต้องการให้ผู้ใช้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นเอง เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อประสิทธิภาพการรับชม ด้วยเหตุนี้ ZIPtv จึงทำเป็นกึ่งระบบปิด ปิดการใช้งานบางส่วนไป เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานติดตั้งและปรับแต่งการใช้งานต่างๆที่จะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการรับชม พูดง่ายๆ คือ ZIPtv ใช้ดูทีวีได้อย่างเดียว 

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

ZIPtv มีระบบอัพเกรดซอฟท์แวร์แบบ OTA เมื่อมีซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ สามารถอัพเดทได้ด้วยตนเองผ่านเมนูอัพเดทของกล่อง

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้

สรุป

สำหรับ ZIPtv สามารถรับชมช่อง HD ของ CTH และ GMMz ได้ (ตามแพ็กเกจ) นอกจากนั้นยังสามารถรับชมช่องดิจิตอลทีวีทั้ง 44 ช่องได้เหมือนกล่อง Set Top Box ทั่วไป การใช้งานทั่วไปก็ไม่แตกต่างกัน มีช่องสำหรับต่อทีวี, ช่อง USB จำนวน 2 ช่อง, ช่อง HDMI ด้านการเชื่อมตอ่ก็สามารถต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi, LAN, AirCard ได้

ถือว่าเป็นกล่องที่น่าสนใจ แต่ส่วนตัวมองว่าราคายังแพงไปสำหรับ IPTV จะดูบอลต้องจ่ายค่าแพ็กเกจถึง 799 บาทต่อเดือนเพื่อดูบอล ดูแล้วแพงเกือบเท่าติดจานเลยทีเดียว และน่าเสียดายที่ไม่สามารถดูย้อนหลังได้ (ทาง CTH แจ้งว่าติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์) 

รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้
รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้
รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้
รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้
รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้
รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้
รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้
รีวิว CTH ZIPtv : กล่อง IPTV จาก CTH ดูช่อง GMMz และพรีเมียร์ลีกได้
from:http://mobiledista.com/cth-ziptv-review/

CTH เปิดตัว ZIPtv กล่อง IPTV คัดสรรช่องคุณภาพจาก CTH และ GMMz

CTH เปิดตัว ZIPtv กล่อง IPTV คัดสรรช่องคุณภาพจาก CTH และ GMMz

CTH เปิดตัวบริการใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า ZIPtv เป็นกล่อง IPTV เจาะกลุ่มคนเมือง คนที่อาศัยอยุ่คอนโดที่ไม่สามารถติดตั้งจานดาวเทียมได้ หรือที่ที่เคเบิ้ลไปไม่ถึง เพียงแค่มีเจ้ากล่อง ZIPtv ตัวนี้ก็สามารถรับชมช่องต่างๆ ของทาง CTH และ GMMz ได้แล้ว เพียงแค่ต่ออินเตอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้ทันที

ZIPtv เป็นกล่อง IPTV ที่ใส้ในจริงๆคือ Android แต่ทว่าไม่สามารถใช้งานได้เหมือน IPTV รุ่นทั่วๆ ไปที่ใช้ Android เหมือนกันได้ ยกตัวอย่าง TOT IPTV ตัวนี้ก็ใช้ Android สามารถติดตั้งแอพได้เอง ทำหลายๆ อย่างที่เกือบเท่าเทียบแท็บเล็ตแอนดรอยด์ แต่ปัญหาคือเมื่อติดตั้งแอพเยอะๆ จะทำให้ประสิทธิภาพในการรับชม IPTV ลดลง ด้วยเหตุนี้ ZIPtv จึงทำเป็นกึ่งระบบปิด ปิดการใช้งานบางส่วนไป เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานติดตั้งและปรับแต่งการใช้งานต่างๆที่จะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการรับชม พูดง่ายๆ คือ ZIPtv ใช้ดูทีวีได้อย่างเดียว

สำหรับ ZIPtv สามารถรับชมช่อง HD ของ CTH และ GMMz ได้ (ตามแพ็กเกจ) นอกจากนั้นยังสามารถรับชมช่องดิจิตอลทีวีทั้ง 44 ช่องได้เหมือนกล่อง Set Top Box ทั่วไป การใช้งานทั่วไปก็ไม่แตกต่างกัน มีช่องสำหรับต่อทีวี, ช่อง USB จำนวน 2 ช่อง, ช่อง HDMI ด้านการเชื่อมตอ่ก็สามารถต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi, LAN, AirCard ได้

CTH เปิดตัว ZIPtv กล่อง IPTV คัดสรรช่องคุณภาพจาก CTH และ GMMz

ด้านราคาของ ZIPtv

ZIPtv กล่องเปล่า ไม่รวมแพ็กเกจจะอยู่ที่ราคา 2,900 บาท ถ้าสนใจเขามีโปรโมชั่นเหมาจ่าย 3,790 บาท ซึ่งโปรโมชั่นนี้ เป็นการรับกล่อง ZIPTv ฟรี 1 กล่อง (มูลค่า 2,900 บาท) พร้อมสมัครแพคเกจ 799 บาท และ แพคเกจเสริม 99 บาท จำนวน 4 เดือน [มูลค่ารวม 3,592 บาท] ในราคาเหมาจ่ายทั้งหมด 3,790 บาทCTH เปิดตัว ZIPtv กล่อง IPTV คัดสรรช่องคุณภาพจาก CTH และ GMMz

ด้านแพ็กเกจ ZIPtv  

สำหรับ ZIPtv  มีแพ็กเกจให้เลือกทั้งหมด 3 แพ็กเกจ และแพ็กเสริมอีก 1 แพ็ก เริ่มต้นที่ 299 บาท 499 บาท และ 799 บาท หากชอบดูบอลพรีเมียร์ลีคแพ็กเกจสุดท้าย 799 บาท คือคำตอบครับ แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบบอลพีรเมียร์ ยังมีแพ็กเสริมเป็นบอลเยอรมันให้เลือก ในราคา 99 บาท

CTH เปิดตัว ZIPtv กล่อง IPTV คัดสรรช่องคุณภาพจาก CTH และ GMMz

CTH เปิดตัว ZIPtv กล่อง IPTV คัดสรรช่องคุณภาพจาก CTH และ GMMz

CTH เปิดตัว ZIPtv กล่อง IPTV คัดสรรช่องคุณภาพจาก CTH และ GMMz

CTH เปิดตัว ZIPtv กล่อง IPTV คัดสรรช่องคุณภาพจาก CTH และ GMMz

หากใครไม่อยากเสียเงินซื้อแพ็กเกจ แบบฟรีก็จะดูได้แค่ช่องดิจิตอลทีวี 44 ช่อง

CTH เปิดตัว ZIPtv กล่อง IPTV คัดสรรช่องคุณภาพจาก CTH และ GMMz

 

from:http://mobiledista.com/cth-ziptv-happiness-we-share/