คลังเก็บป้ายกำกับ: IT_SEMINARS_AND_TRAINING

วาทะของ แจ็ค หม่า ณ งาน Empower Digital China 2018 โดย Alibaba

ทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสเดินทางมาร่วมงานตามคำเชิญของทีมงาน Alibaba โดยครั้งนี้เป็นงานที่เกี่ยวกับ Cloud โดยเฉพาะภายใต้คอนเซปต์ของงานที่ชื่อ “Empower Digital China” ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง Hangzhou ประเทศจีน และหลายคนคงรู้ว่าเป็นเมืองแห่ง Alibaba เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของท่านประธาน แจ็ค หม่า อีกด้วย

ในการพูดครั้งนี้ประธาน หม่า ได้ขึ้นมาพูดช่วงท้ายงานโดยใจความหลักได้พูดถึงคำว่าของ “New Manufacture” ที่หมายถึงปัจจุบันภาคอุตสหกรรมการผลิตถูก Disruptive โดยเทคโนโลยี หากธุรกิจการผลิตไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองไม่มีการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อรู้จักความต้องการของธุรกิจและกลุ่มลูกค้าของตัวเองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าธุรกิจเหล่านั้นต้องจบลงอย่างแน่นอน โดยชี้ว่าในอนาคตจำนวนของแอปพลิเคชันจะเพิ่มขึ้นและความคิดเราต้องเปลี่ยนไปเพราะ IT จะเข้ามาควบคุมสิ่งต่างๆ ทุกสิ่งขึ้นกับ Knowledge หรือข้อมูลนั่นเอง (แจ็ค หม่า ใช้คำว่า DT หรือ Data Technology)

นอกจากนี้ได้กล่าวถึงการสร้าง Platform เพื่อเป็นรากฐานในการต่อยอดสิ่งอื่นและให้กำเนิดสิ่งที่ใหญ่กว่าเดิม รวมถึงต้องใช้ประโยชน์จาก IoT, Big Data, Analytics และ Internet เข้ามาให้ได้เพื่อกำหนดบทบาทของตลาดและ Supply Chain ของตัวเองใหม่ รวมถึงขั้นตอนปฎิบัติต่างๆ ด้วย ไม่เพียงเท่านั้นการมองเห็นข้อมูลได้ตามต้องการและปริมาณของข้อมูลที่มีคือปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความแตกต่าง ดังนั้นด้วยคำว่า IoT, AI และ Cloud Computing จึงเข้ามาสร้างให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘intelligence’ นั่นเองจากที่กล่าวมาด้วยจำนวนประชากรของจีนพื้นที่ตลาดนี้ยังมีช่องว่างอยู่มาก

อย่างไรก็ตาม แจ็ค หม่า ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง AI กับแรงงานไว้ด้วยว่า “อย่าเน้นสร้างแรงงานนัก สิ่งสำคัญคือต้องสร้างความคิดเพราะประสบการณ์ บริการ นวัตกรรม และ ความคิดสร้างสรรค์คือสิ่งที่เครื่องจักรไม่สามารถมาทดแทนได้” นอกจากนี้ยังได้เสริมถึงเรื่องสงครามทางการค้าด้วยว่า “ผมไม่คิดว่าสิ่งนี้จะจบลงเร็วๆ นี้หรอกนะแต่คุณต้องผ่านไปให้ได้โดยการรักษาแนวทางของคุณไว้ เราต้องมองการณ์ไกลไปถึง 20 ปี ถ้าทุกคนปรับตัวได้คุณจะเป็น Alibaba ในอนาคต เราต้องเข้าใจจุดยืนอย่างชัดเจนเพราะสงครามการค้าทำอะไรเราไม่ได้หากเราสามารถวางบทสุดท้ายของเกมได้

อย่างไรก็ตามประธาน หม่า ได้ให้วาทะว่า “นวัตกรรมไม่ใช่การทำให้สำเร็จแต่เป็นการลงมือทำเพราะไม่ใช่แค่การเอาตัวรอดจากความผิดพลาดแต่คือการรู้ถึงที่มาของความผิดพลาดนั้น” สุดท้ายประธานของ Alibaba พูดกับผู้ชมว่า “ไม่ใช่ว่าจีนไม่มีอุตสาหกรรมที่ดีหรือขาดเยาวชนเก่งๆ แต่เกิดจากที่ชนรุ่นพ่อแม่อย่างเราไม่ปรับตัวให้ดีพอและทำให้อีก 10 ถึง 15 ปีข้างหน้าเราจะต้องมานั่งเสียใจ ดังนั้นเราจะต้องปรับตัวเพื่อปกป้อง อนาคต ความหวังและแนวคิดใหม่ของเราเอาไว้

from:https://www.techtalkthai.com/jack-ma-speech-in-empower-digital-china-20-event/

Advertisements

สรุปงานสัมมนา Cyber Security in Digital Disruption & Robotic 4.0 Era โดย Bay Computing

Bay Computing ผู้ให้บริการและที่ปรึกษาด้านระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ชื่อดัง จัดงานสัมมนา Cyber Security in Digital Disruption & Robotic 4.0 Era อัปเดตแนวโน้มด้านภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ล่าสุด พร้อมรวบรวมวิธีปฏิบัติและแนวคิดต่างๆ ที่ผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เช่น Artificial Intelligence, Big Data และ Machine Learning จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมงานหรือต้องการอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด สามารถอ่านบทความสรุปงานสัมมนาด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ความมั่นคงปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation

คุณอวิรุทธ์ เลี้ยงศิริ รองประธานอาวุโสฝ่ายโซลูชันธุรกิจจาก Bay Computing ได้ขึ้นกล่าวเปิดงานในเซสชัน Keynote ระบุว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในยุค Internet of Things ที่อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น CCTV, Smart TV, Smart Home อยู่ใกล้ตัวเราและถูกใช้งานอยู่ทุกๆ วัน อย่างไรก็ตามอุปกรณ์เหล่านี้ยังคงเปราะบางต่อภัยคุกคาม ส่งผลให้แฮ็กเกอร์มีช่องทางในการโจมตีเพื่อเข้าถึงตัวเราได้ง่ายยิ่งขึ้น

ในส่วนของ Infrastructure เอง หลายองค์กรเริ่มนำระบบ Cloud เข้ามาใช้งานมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ขอบเขตของการดูแลไม่ใช่เพียงแค่ในห้อง Data Center อีกต่อไป จึงเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรควรพิจารณาถึงประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยเมื่อมีการนำอุปกรณ์ IoT และระบบ Cloud เข้ามาพลิกโฉมธุรกิจขององค์กร มิเช่นนั้น ถ้าองค์กรถูกโจมตีหรือเกิดเหตุ Data Breach อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อทั้งรายได้และชื่อเสียงขององค์กรได้

“การแฮ็กในปัจจุบันเริ่มกลายเป็นอุตสาหกรรม ไม่ใช่เป็นการกระทำของคนเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเล็กๆ อีกต่อไป เป้าหมายที่ถูกโจมตีมักเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนสูง ที่สำคัญคืออุตสาหกรรมนี้มักมีองค์กรอาชญากรรมหนุนหลังอยู่ หรือบางทีก็เป็นหน่วยงานรัฐบาลเอง ที่เรียกว่า State-sponsored Attack ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเหตุจูงใจทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การโจมตีรุนแรงกว่าอดีตมาก” — คุณอวิรุทธ์กล่าว

5 แนวโน้มด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดย Bay Computing

คุณอวิรุทธ์ยังกล่าวอีกว่า ข้อมูลในปัจจุบันเปรียบเสมือนกับน้ำมัน จะยิ่งมีค่ามากขึ้นเมื่อเรากลั่นสกัดออกมาแล้วนำไปใช้เพื่อก่อประโยชน์ทางธุรกิจ สอดคล้องกับรายงานของ Accenture ที่ว่า 79% ของผู้บริหารระบุว่า การทำ Big Data Analytics เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเพิ่มขีดจำกัดด้านการแข่งขัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมจึงมี Spyware และ Ransomware เกิดขึ้น รวมไปถึงเป็นแรงจูงใจหลักของแฮ็กเกอร์ในการโจมตีแบบ Advanced Persistent Threats (APTs) เพื่อขโมยข้อมูล

สำหรับแนวโน้มด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คุณอวิรุทธ์ได้สรุปออกมาเป็น 5 ข้อ ดังนี้

  1. ภัยคุกคามไซเบอร์เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้บริหารต้องเตรียมตัวเพื่อวางแผนรับมือ
  2. กฎหมายและข้อบังคับต่างๆ จะถูกบังคับใช้มากขึ้น เช่น GDPR
  3.  ความมั่นคงปลอดภัยบนระบบ Cloud เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล
  4. Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning เป็นเทคโนโลยีน่าสนใจที่ทุกองค์กรควรศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้
  5. ที่มาของผู้ผลิตกลายเป็นปัจจัยในการตัดสินใจใช้บริการ ส่งผลให้ชื่อเสียงกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สรุปแนวโน้มและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก

นอกจากการอัปเดตแนวโน้มและเทรนด์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทาง Bay Computing แล้ว ภายในงาน Cyber Security in Digital Disruption & Robotic 4.0 Era ยังได้รวบรวมวิธีปฏิบัติและแนวคิดต่างๆ ที่ผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เช่น Artificial Intelligence, Big Data และ Machine Learning จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกมาเล่าสู่กันฟังอีกด้วย ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

RSA

ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เสมือนเป็นเกมแมวจับหนู ทั้งองค์กรและแฮ็กเกอร์เองต่างพัฒนาตนเองให้พร้อมสู้กับอีกฝ่าย สำหรับปีนี้ RSA ระบุว่า แฮ็กเกอร์จะเน้นโจมตีที่อุปกรณ์พกพา, อุปกรณ์ IoT และอุปกรณ์จำพวก Home Assistant เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้เริ่มมีข้อมูลสำคัญเก็บอยู่ มีความมั่นคงปลอดภัยต่ำ และผู้ใช้ไม่ค่อยสนใจป้องกันเท่าไหร่ นอกจากนี้ Data Breach ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรต้องเตรียมวางแผนรับมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรให้ความสำคัญกับการทำ Detect & Respond เนื่องจากการป้องกัน (Prevent) อย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป

สำหรับองค์กรที่เตรียมพัฒนาศูนย์ SOC ต้องประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 3 ประการ คือ People, Process และ Technology จึงจะพร้อมรับมือต่อภัยคุกคามไซเบอร์ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนเทคโนโลยีเอง AI และ Machine Learning จะถูกผสานเข้ากับ User and Entity Behavior Analytics (UEBA) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับและวิเคราะห์พฤติกรรมที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่ายขององค์กรให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.rsa.com

Forcepoint

Forcepoint เป็นการผสานรวมเทคโนโลยี 5 รายการเข้าด้วยกัน ได้แก่ Raytheon, Websense, Stonesoft, Skyfence และ Redowl เพื่อปกป้องจุดที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้และข้อมูลเข้าด้วยกัน กล่าวคือ ในอดีต องค์กรส่วนใหญ่ใช้โมเดลด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบ Threat Centric เพื่อจำแนกว่าทราฟฟิกไหนเป็นสีขาว (ดี) หรือสีดำ (ไม่ดี) แต่ปัจจุบันนี้ทราฟฟิกที่เป็นสีเทามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงต้องหันมาใช้โมเดลแบบ Behavior Centric แทน โดยอาศัยความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้ใช้จะทำให้สามารถตัดสินทราฟฟิกสีเทาได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Forcepoint ยังได้นำเสนอโมเดลด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบ Risk Adaptive คือ นโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยควรปรับเปลี่ยนตามระดับความเสี่ยงของผู้ใช้คนนั้นๆ ได้ ถ้าผู้ใช้มีความเสี่ยงในระดับที่สูงขึ้น นโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยก็ควรจะเข้มงวดและรัดกุมมากยิ่งขึ้นตาม

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.forcepoint.com

Imperva

Imperva ให้บริการ Cloud Web Application Firewall และ DDoS Mitigation สำหรับปกป้องแอปพลิเคชันบนระบบ Cloud จากภัยคุกคามต่างๆ ครอบคลุม OWASP Top 10 ที่สำคัญคือมี Scrubbing Center 44 แห่งกระจายอยู่ทั่วโลก รวมไปถึงประเทศไทย สามารถป้องกันการโจมตีแบบ Volumetric DDoS ได้สูงสุดถึงระดับ 5 Tbps

สำหรับระบบฐานข้อมูลนั้น Imperva มีบริการ Database Activity Monitoring สำหรับทำ Database Auditing โดยเฉพาะ ช่วยลดภาระการทำ Auditing บนระบบฐานข้อมูลเอง ที่สำคัญคือสามารถตรวจสอบและแจ้งเตือนพฤติกรรมที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นบนระบบฐานข้อมูลได้ นอกจากนี้ Imperva ยังให้บริการ Database Security และ File Security สำหรับปกป้องข้อมูลใน Database, File Share และ SharePoint อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.imperva.com

A10 Networks

จากสถิติพบว่า การโจมตีแบบ DDoS มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นถึง 380% ในปีที่ผ่านมา ในขณะที่การโจมตีระดับ 50 Gbps ก็ถูกพบเห็นได้บ่อยกว่าเดิมถึง 4 เท่า ซึ่งการป้องกัน DDoS แบบ Cloud Scrubbing, Clean Pipe และ On-premise อย่างใดอย่างหนึ่งไม่เพียงพอต่อการรับมือการโจมตีแบบ DDoS ในปัจจุบันอีกต่อไป A10 Networks จึงได้นำเสนอการป้องกัน DDoS แบบ Multi-layered Approach ซึ่งผสานรวมทั้ง 3 เทคนิคเข้าด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรพร้อมรับมือกับการโจมตีแบบ DDoS ได้ทั้งในระดับ Network และ Application

นอกจากการโจมตีแบบ DDoS แล้ว ภัยคุกคามที่แฝงตัวมากับ SSL ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าเป็นห่วง จากสถิติพบว่าการโจมตีที่ซ่อนพรางมากับช่องทางที่เข้ารหัสเพิ่มสูงขึ้นถึง 41% ถึงแม้ว่าหลายโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยจะสามารถถอดรหัสเพื่อตรวจสอบภัยคุกคามในทราฟฟิก SSL ได้ แต่ประสิทธิภาพของโซลูชันเหล่านั้นก็จะลดลงถึงประมาณ 81% ส่งผลให้ A10 Networks นำเสนอโซลูชันสำหรับบริหารจัดการทราฟฟิกที่เข้ารหัสข้อมูลแบบ SSL โดยเฉพาะ เรียกว่า SSL Insight ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่สามารถถอดรหัสข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แล้วส่งต่อข้อมูลที่ถอดรหัสแล้วไปยังอุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยอื่นๆ พร้อมกันได้หลายเครื่อง ภายใต้แนวคิด “Decrypt Once, Inspect Many Times” ซึ่งช่วยลดภาระงานในการถอดรหัส SSL ของอุปกรณ์อื่นได้เป็นอย่างดี

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.a10networks.com

Fortinet

Fortinet ให้บริการโซลูชันสำหรับป้องกันระบบ IT จากภัยคุกคามแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้ง 4 ส่วน ได้แก่ Infrastructure, Cloud, IoT และ OT รวมไปถึงนำเสนอ Adaptive Security Framework สำหรับรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ในปัจจุบันที่มีหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย

  • การค้นหาช่องทางการโจมตีที่ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่ายและระบบ Cloud
  • การป้องกันระบบ IT จากภัยคุกคามที่เคยประสบมาก่อน
  • การตรวจจับภัยคุกคามที่ไม่เคยประสบมาก่อน (Unknown Threats)
  • การตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างรวดเร็วผ่านทางฟีเจอร์ User and Entity Behavior Analytics (UEBA)
  • การประเมินความน่าเชื่อถือ (Trust) โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ โซลูชันของ Fortinet ยังมีจุดเด่นสำคัญที่เรียกว่า Security Fabric ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ FortiGate ซึ่งทำหน้าที่ Firewall ตรวจพบไฟล์ต้องสงสัย FortiGate จะส่งไฟล์นั้นไปตรวจสอบที่ FortiSandbox ในกรณีที่ยืนยันได้ว่ามีภัยคุกคามแฝงตัวอยู่จริง FortiSandbox จะส่งข้อมูลไปยังทุกอุปกรณ์ของ FortiGate เพื่อให้รับทราบถึงภัยคุกคามดังกล่าว เมื่ออุปกรณ์อื่น เช่น FortiClient ตรวจพับไฟล์ต้องสงสัยอีกครั้ง ก็จะสามารถบล็อกไฟล์นั้นๆ ได้ตั้งแต่ที่อุปกรณ์ปลายทางเลย ผลลัพธ์คือความเร็วในการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยลดลง

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.fortinet.com

FireEye

จากผลวิจัยล่าสุดของ FireEye ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ทั่วโลกต้องใช้เวลาประมาณ 101 วันในการค้นพบว่าองค์กรของตนกำลังถูกโจมตีอยู่ ในขณะที่ในภูมิภาค APAC ต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ยสูงถึง 498 วัน การตรวจจับ (Detect) และตอบสนอง (Respond) อย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เพื่อให้องค์กรเกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากภัยคุกคามไซเบอร์น้อยที่สุด

ด้วยเหตุนี้ FireEye จึงได้นำเสนอบริการของ Mandiant ซึ่งเป็นทีมปรึกษาของ FireEye สำหรับทำ Incident Response โดยเฉพาะ ซึ่งบริการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบถึงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การพิสูจน์หลักฐานเชิงดิจิทัล และการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุการณ์ Data Breach นอกจากนี้ Mandiant ช่วยประเมินความเสี่ยงและความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร รวมไปถึงอบรมบุคลากรเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยให้สูงขึ้นอีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.fireeye.com/services.html

Gemalto

Gemalto เป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้าน Data Protection ชั้นนำของโลก ซึ่งมุ่งเน้นที่การให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับพิสูจน์ตัวตนทั้งแบบกายภาพและแบบออนไลน์มายาวนานกว่า 30 ปี มีฐานลูกค้ามากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีโซลูชันสำหรับเข้ารหัสข้อมูลและบริหารจัดการกุญแจที่ใช้เข้ารหัส เพื่อตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในยุคดิจิทัล

Gemalto พร้อมให้บริการ 3 โซลูชันสำคัญเพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญจากภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ ได้แก่

  • การค้นหาและเข้ารหัสข้อมูลสำคัญ ทั้งใน Data Center และบนระบบ Cloud
  • การจัดเก็บและบริหารจัดการกุญแจที่ใช้เข้ารหัสข้อมูลและ Digital Certificates อย่างมั่นคงปลอดภัย
  • การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลที่เก็บอยู่บน Apps, File Servers, Databases, Storage Networks, VM และ Cloud

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.gemalto.com

Nutanix

Nutanix เป็นผู้นำเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure (HCI) และ Enterprise Cloud Platform โดยมุ่งเน้นความต่อเนื่องของธุรกิจให้ทำงานได้ตลอดเวลา ไม่มีหยุดชะงัก สามารถเพิ่มหรือขยายระบบในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว บริหารจัดการได้ง่าย ที่สำคัญคือมีความมั่นคงปลอดภัยสูง พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของทุกกลุ่มอุตสาหกรรมด้วยความสามารถอันหลากหลาย เช่น

  • Nutanix AHV: ระบบ Hypervisor ของ Nutanix
  • Nutanix Prism: โซลูชันบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ที่มาพร้อมกับการทำงานแบบ One-click
  • Nutanix Flow: เครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยระดับสูงของ Nutanix
  • Nutanix Calm: Application Automation และการบริหารจัดการ Lifecycle สำหรับ Nutanix และ Public Clouds
  • รองรับการบริหารจัดการแบบ Multi-cloud ได้แก่ Private Clouds, AWS, Azure และ Google Cloud

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.nutanix.com/

CyberArk

CyberArk เป็นผู้ให้บริการ Privileged Access Security ชั้นนำสำหรับปกป้อง Privileged Account ที่ใช้ในการเข้าถึงระบบสำคัญขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล หรือแอปพลิเคชัน โดย CyberArk สามารถเปลี่ยนรหัสการใช้งานได้ตามนโยบายขององค์กร รวมไปถึงสามารถเก็บบันทึกการเข้าถึงระบบในรูปของ Log และวิดีโอซึ่งสามารถดูย้อนหลังได้ นอกจากนี้ CyberArk ยังมีฟีเจอร์การวิเคราะห์พฤติกรรมการเข้าถึงระบบต่างๆ ของผู้ดูแลระบบ (Admin Behavior Analytics) เพื่อตรวจจับและป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ทั้งยังสามารถแจ้งเตือนและหยุดการใช้งาน Privileged Account ที่ผิดปกติได้อีกด้วย

CyberArk รองรับการปกป้อง Privileged Account ทั้งบนระบบที่เป็น On-premises และระบบ Cloud ขององค์กร รวมไปถึงสามารถปกป้อง Credentials ของแอปพลิเคชันเชิงธุรกิจและภัยคุกคามอันเนื่องมากจาก Robotic Process Automation ได้อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.cyberark.com/

Arista Networks

Arista เป็นผู้นำทางด้านระบบเครือข่ายสำหรับ Cloud และ Data Center ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี Software-defined Networks (SDN) เพื่อให้รองรับการทำงานแบบ Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งให้บริการระบบอัตโนมัติซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Data Center แบบ Virtualization ได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

Arista มีการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับผู้ผลิตซอฟต์แวร์ชั้นทำ ไม่ว่าจะเป็น VMware, Microsoft, Nutanix หรือ HPE เพื่อนำเสนอซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการและเฝ้าระวังระบบเครือข่ายแบบเรียลไทม์ รวมไปถึงการวิเคราะห์ระบบเพื่อนำไปสู่การวางแผนขยายระบบในอนาคต ที่สำคัญคือ Arista เป็นระบบเปิดซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าในการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมดูแลระบบเอง เช่น OpenStack, Ansible, Chef, Puppet หรือจะใช้ซอฟต์แวร์ CloudVision ของทาง Arista เองก็ได้เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ Arista Networks จึงเป็นผลิตภัณฑ์อันดับ 1 ทางด้านเครือข่ายขนาดใหญ่ของผู้ให้บริการระบบ Cloud ที่ใช้กันมากที่สุด

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.arista.com/

เกี่ยวกับ Bay Computing

Bay Computing เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยบนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร (End-to-End Turnkey Solutions) ได้แก่ Cyber Security Operation Solution, Endpoint Security and Management, Network & Network Security Solutions, Data Security Solution, Infrastructure Solution and Advisory Service ตลอดจนการพัฒนาโซลูชัน Cybersecurity ที่ครอบคลุมทั้งการผสมผสานเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงกระบวนการนำไปใช้ และทักษะของบุคลากรในการให้คำปรึกษา ติดตั้ง บำรุงรักษา ปฏิบัติการ ตลอดจนการบริหารโครงการให้ประสบความสำเร็จสูงสุด

ในสภาวะที่มีการแข่งขันสูงเช่นในปัจจุบัน Bay Computing มีผลิตภัณฑ์ที่รองรับความต้องการเพื่อให้เป้าหมายทางธุรกิจ บรรลุผลขององค์กรทุกระดับ ด้วยทีมงานมืออาชีพมากกว่า 100 คนที่มีความพร้อมและเป็นผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายเทคโนโลยีและมีความชำนาญมากกว่า 20 ปี จึงได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำมากมาย อาทิ ผู้ให้บริการระบบสื่อสารและโทรคมนาคม, สถาบันการเงิน, บริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์, หน่วยงานราชการ, หน่วยงานความมั่นคง, รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษาชั้นนำ ในการส่งมอบโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมสำหรับแต่ละองค์กรและธุรกิจของคุณ

from:https://www.techtalkthai.com/cyber-security-in-digital-disruption-robotic-4-0-era-by-bay-computing/

VMUG ชวนร่วมสัมมนาใหญ่ VMware vForum Online 2018 ลุ้นรับ iPad ส่งถึงบ้านฟรีๆ

VMware User Group ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของ VMware กับงาน VMware vForum Online 2018 ครั้งแรกที่จะเปิดให้ทุกท่านเข้าร่วมสัมมนาแบบออนไลน์ได้ฟรีๆ เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีล่าสุดของ VMware ที่ครอบคลุมทั้งหัวข้อ Cloud, Mobile, AI, Machine Learning, IoT, Edge, Multi-Cloud และ Container พร้อมลุ้นรับของรางวัลพิเศษจากทีมงาน VMUG โดยเฉพาะเช่น iPad และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ในวันที่ 4 ตุลาคม 2018 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

 

VMware vForum Online 2018

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2018
เวลา 8.15 – 14.00
สถานที่ ช่องทางออนไลน์
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://secure.vmware.com/vFORUMOnline_TH

 

ครั้งแรกกับการจัดสัมมนาใหญ่ประจำปีระดับภูมิภาคของ VMware ในรูปแบบ Online

ในงานสัมมนาครั้งนี้ถือว่ามีความพิเศษกว่าทุกๆ ครั้ง เนื่องจากทาง VMware ต้องการที่จะให้เหล่าผู้ใช้งานและพาร์ทเนอร์ของ VMware ทุกรายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีล่าสุดกันได้อย่างสะดวก ไม่ตกหล่นเนื้อหาใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเนื้อหาจากผู้บริหารระดับสูงและวิทยากรในระดับโลกโดยตรง จึงได้ทำการจัดงาน VMware vForum Online ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปี 2018 นี้ขึ้นมา ให้ทุกคนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างประเทศอีกต่อไป และได้สัมผัสบรรยากาศงานสัมมนาใหญ่ทางด้าน IT ระดับโลกกันได้แล้วในทุกหัวข้อ

 

ลุ้นรับรางวัลพิเศษจาก VMUG Thailand!!!

เพราะเราไม่อยากให้คุณพลาดเนื้อหาดีๆ จากงานสัมมนาใหญ่ระดับนี้จาก VMware ดังนั้นทางทีมงานจึงเตรียมของรางวัลพิเศษด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมกันได้ง่ายๆ ด้วยกติกาดังนี้

  1. ลงทะเบียนที่ https://secure.vmware.com/vFORUMOnline_TH
  2. เข้าร่วมงาน VMware vForum Online 2018 ในวันที่ 4 ตุลาคม 2018 ผ่านช่องทางออนไลน์
  3. Capture หน้าจอเนื้อหาระหว่างเข้าร่วมสัมมนา
  4. ส่งภาพพร้อมที่ Capture ไว้พร้อมพิมพ์ความคิดเห็นว่าชอบหรือไม่ชอบประเด็นไหนในงานสัมมนาครั้งนี้มาที่ช่องแชทของ VMUG Thailand โดยเข้ามาที่ https://www.facebook.com/vmugthailand/ แล้วคลิกที่ปุ่ม Send Message
  5. ส่งชื่อ, นามสกุล, Email และเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ในช่องแชทด้วย ทีมงานจะได้ติดต่อกลับได้ง่ายเพื่อแจ้งผลหากได้รับรางวัล
  6. ปิดรับการร่วมสนุกในวันที่ 10 ตุลาคม 2018
  7. ประกาศผลในวันที่ 12 ตุลาคม 2018 ทางเพจ, Email และโทรศัพท์ที่แจ้งมา

โดยรางวัลสำหรับผู้โชคดีมีดังนี้

  1. iPad รุ่น 9.7 นิ้ว ใหม่ 32GB Wi-Fi + Cellular มูลค่า 16,500 บาท จำนวน 1 รางวัล
  2. บัตร Starbucks มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 5 รางวัล
  3. บัตร Starbucks มูลค่า 200 บาท จำนวน 10 รางวัล

 

Agenda

 

8.15 – 10.15 Live Keynote เปิดงาน

พบกับวิสัยทัศน์ของโลกเทคโนโลยี จาก 3 ผู้บริหารระดับสูงแห่ง VMware ที่อยู่มาตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งบริษัท ได้แก่

  • Sanjay Poonen, Chief Operating Officer, Customer Operations, VMware
  • Bruce Davie, Director, Vice President and Chief Technology Officer, Asia Pacific and Japan, VMware
  • Sanjay K. Deshmukh, Director, Vice President and Managing Director, Southeast Asia and Korea, VMware

ฉลองครบรอบ 20 ปี VMware กับวิสัยทัศน์ของเทคโนโลยีแห่งอนาคตทั้ง Cloud, Mobile, Networking, Security, IoT, AI, Machine Learning, Edge Computing และ Container พร้อมสรุปภาพรวมของ Digital Infrastructure ที่จะกลายเป็นหัวใจของ Digital Business แห่งอนาคต

 

10.15 – 11.00 พบกับ Break Out เนื้อหา 6 หัวข้อ เลือกเข้าฟังได้ตามต้องการ

Connect and Protect Your Business with the Network of the Future
โดย Tom Corn, Senior Vice President, Security Products, VMware & Tom Gillis, Senior Vice President and General Manager, Network and Security, VMware

เล่า Roadmap การพัฒนาเทคโนโลยีในฝั่งของ Virtual Cloud Network เพื่อตอบรับต่อแนวโน้มของ Distributed Application, Service และ Data ผสานรวม Data Center, Cloud, Branch, Edge สู่ยุคสมัยแห่ง Multi-Cloud พร้อมรับฟังกรณีศึกษาการใช้งานจริงจากลูกค้าของ VMware ที่ใช้เทคโนโลยี Virtual Cloud Network, VMware NXS, VMware SD-WAN by VeloCloud และ VMware AppDefense

Driving Transformation from the Data Center to the Public Cloud
โดย Raghu Raghuram, Chief Operating Officer, Products and Cloud Services, VMware

เมื่อ Cloud กลายเป็นเทคโนโลยีที่ทุกองค์กรต้องใช้ VMware เองก็ต้องนำเสนอโซลูชันเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน Cloud ได้อย่าบงมีประสิทธิภาพด้วยบริการ VMware Cloud on AWS, VMware Cloud on IBM Cloud และ VMware Cloud Partner อื่นๆ อีกกว่า 4,000 รายทั่วโลก ที่จะทำให้การใช้งานเทคโนโลยี Virtualization สามารถก้าวสู่การเป็น Hybrid Cloud ได้ทันที

Empowering the Digital Workspace
โดย Shawn Bass, Vice President, Chief Technology Officer – End User Computing, VMware

โซลูชันระบบ End User Computing (EUC) โดย VMware Workspace ONE ซึ่งเป็นโซลูชันที่ผสานเทคโนโลยี VMware AirWatch และ VMware Horizon เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพจากทุกที่ทุกเวลาอย่างมั่นคงปลอดภัย พร้อมนำเสนอข้อมูลและแสดงการใช้งานเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ก้าวเข้าสู่โลกของ EUC แห่งอนาคต

Emergence of NSX-T within the VMware Software Defined Datacenter
โดย Tim Burkard, Senior Technical Trainer, VMware

เล่าความแตกต่างระหว่าง VMware NSX-V และ VMware NSX-T และการใช้ VMware NSX-T ร่วมกับเทคโนโลยี Hypervisor และ Container ที่หลากหลาย ทั้ง VMware vSphere, Microsoft Azure, OpenStack, KVM และ Private Cloud ด้วยการนำเสนอเบื้องหลังและความสามารถของ VMware NSX-T กันอย่างเจาะลึก ครอบคลุมประเด็นการทำ Logical Routing, Policy Rule, Distributed Firewall และสถาปัตยกรรมการออกแบบระบบที่ดี

Explore What is Possible with Workspace ONE
โดย Joel West, Senior Technical Instructor, VMware Inc

สู่ยุคสมัยแห่ง Digital Workplace ด้วยเทคโนโลยี VMware Workspace ONE ที่ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่การเริ่มต้นติดตั้ง, การเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้งาน VMware AirWatch, ระบบบริหารจัดการ Identity Manager และการผสานระบบ VMware Workspace ONE เข้ากับ VMware Horizon ที่มีการใช้งานอยู่

The Time is Now: Upgrading to vSphere 6.7
โดย Joe Cooper, Instructor, America’s Tech Lead Team, VMware

อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน VMware vSphere 6.5 และ 6.7 พร้อมแนวทางการอัปเดตเพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง VMware NSX, VMwarew vSAN และ VMware Cloud on AWS มาใช้งาน สรุปข้อดีทั้งหมดที่คุณควรจะอัปเกรดมาใช้งาน VMware vSphere 6.7 ได้แล้ววันนี้

 

9.00 – 14.00 Live Chat กับเหล่าวิศวกรของ VMware โดยตรง

พูดคุยกับเหล่าวิศวกรของ VMware โดยตรงเพื่อสอบถามปัญหาทางเทคนิคในแง่มุมต่างๆ

  • Fuji Setio, Partner Systems Engineer, VMware
  • Shawn Toh, Senior Partner Systems Engineer, VMware
  • Tan Hee Teck, Solutions Product Marketing Manager, Southeast Asia and Korea, VMware
  • Yethoven Tukimin, Systems Engineering Manager, Southeast Asia, VMware

สำหรับเหล่าวิศวกรระบบหรือผู้ดูแลระบบ IT ที่กำลังพบกับปัญหาในการใช้งาน VMware หรือต้องการส่ง Feedback การใช้งานในแง่มุมต่างๆ สามารถทำการพูดคุยให้ทีมงานวิศวกรจาก VMware ช่วยตอบปัญหากันแบบสดๆ ได้ทันที

 

ร่วมสนุกรับใบ Certificate และรับของรางวัลจาก VMware

ผู้ที่เข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้จะได้รับสิทธิพิเศษดังนี้

  • ได้รับ Certificate of Attendance ทันทีหากเข้าร่วมฟังเนื้อหาอย่างน้อย 5 หัวข้อ
  • ลุ้นรับรางวัลพิเศษเมื่อชักชวนเพื่อนของท่านมาร่วมงานสัมมนานี้ที่ https://secure.vmware.com/vFORUMOnline_RAC?src=&elq=&cid=
  • สำหรับท่านที่ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนผู้อื่น และเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ในวันงาน จะได้รับรางวัลพิเศษจากทาง VMware โดยตรงอีกด้วย

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ สามารถลงทะเบียนและรับ URL สำหรับเข้าร่วมงานวันจริงได้ทันทีที่ https://secure.vmware.com/vFORUMOnline_TH

from:https://www.techtalkthai.com/vmug-invites-you-to-join-vmware-vforum-online-2018/

เชิญร่วมงาน Red Team and Blue Team Collaboration in Bangkok

เชิญร่วมงาน Red Team and Blue Team Collaboration in Bangkok โดยงานนี้เป็นความร่วมมือของคนในวงการ IT Security ที่มีประสบการณ์จริงในสายความมั่นคงปลอดภัยทั้งเชิงรุกและเชิงรับ มาร่วมแชร์ประสบการณ์และ Demo Showcase: Threat Scenarios In-dept Analysis ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายหน่วยงานทั้งในไทยและต่างประเทศ ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: Red Team and Blue Team Collaboration in Bangkok
วัน: วันพุธที่ 26 กันยายน 2018
เวลา: 13:00 – 17:00 น.
สถานที่: KX – Knowledge Exchange Center ชั้น 10 ห้อง X01AB (BTS วงเวียนใหญ่, แผนที่)
ลิงค์ลงทะเบียน: https://www.eventpop.me/e/4204-red-team-and-blue-team
กำหนดการ:

รับลงทะเบียนฟรี! 120 ท่าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อคุณณัฏชุดา (แอน) โทร. 02 440 1790-1 หรือ 086 408 3511

from:https://www.techtalkthai.com/red-team-and-blue-team-collaboration-in-bangkok/

ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาใหญ่ประจำปี VMware vForum Online 2018 วันที่ 4 ต.ค. 2018

พบกับงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของ VMware กับงาน VMware vForum Online 2018 ครั้งแรกที่จะเปิดให้ผู้ที่สนใจทุกท่านเข้าร่วมสัมมนาใหญ่ประจำปีในระดับภูมิภาคได้ฟรีๆ เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีล่าสุดของ VMware ที่ครอบคลุมทั้งหัวข้อ Cloud, Mobile, AI, Machine Learning, IoT, Edge, Multi-Cloud และ Container พร้อมแจกของรางวัลและใบ Certificate ในวันที่ 4 ตุลาคม 2018 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

 

VMware vForum Online 2018

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2018
เวลา 8.15 – 14.00
สถานที่ ช่องทางออนไลน์
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี https://secure.vmware.com/vFORUMOnline_TH

 

ครั้งแรกกับการจัดสัมมนาใหญ่ประจำปีระดับภูมิภาคของ VMware ในรูปแบบ Online

ในงานสัมมนาครั้งนี้ถือว่ามีความพิเศษกว่าทุกๆ ครั้ง เนื่องจากทาง VMware ต้องการที่จะให้เหล่าผู้ใช้งานและพาร์ทเนอร์ของ VMware ทุกรายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีล่าสุดกันได้อย่างสะดวก ไม่ตกหล่นเนื้อหาใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเนื้อหาจากผู้บริหารระดับสูงและวิทยากรในระดับโลกโดยตรง จึงได้ทำการจัดงาน VMware vForum Online ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปี 2018 นี้ขึ้นมา ให้ทุกคนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างประเทศอีกต่อไป และได้สัมผัสบรรยากาศงานสัมมนาใหญ่ทางด้าน IT ระดับโลกกันได้แล้วในทุกหัวข้อ

 

Agenda

 

8.15 – 10.15 Live Keynote เปิดงาน

พบกับวิสัยทัศน์ของโลกเทคโนโลยี จาก 3 ผู้บริหารระดับสูงแห่ง VMware ที่อยู่มาตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งบริษัท ได้แก่

  • Sanjay Poonen, Chief Operating Officer, Customer Operations, VMware
  • Bruce Davie, Director, Vice President and Chief Technology Officer, Asia Pacific and Japan, VMware
  • Sanjay K. Deshmukh, Director, Vice President and Managing Director, Southeast Asia and Korea, VMware

ฉลองครบรอบ 20 ปี VMware กับวิสัยทัศน์ของเทคโนโลยีแห่งอนาคตทั้ง Cloud, Mobile, Networking, Security, IoT, AI, Machine Learning, Edge Computing และ Container พร้อมสรุปภาพรวมของ Digital Infrastructure ที่จะกลายเป็นหัวใจของ Digital Business แห่งอนาคต

 

10.15 – 11.00 พบกับ Break Out เนื้อหา 6 หัวข้อ เลือกเข้าฟังได้ตามต้องการ

 

Connect and Protect Your Business with the Network of the Future
โดย Tom Corn, Senior Vice President, Security Products, VMware & Tom Gillis, Senior Vice President and General Manager, Network and Security, VMware

เล่า Roadmap การพัฒนาเทคโนโลยีในฝั่งของ Virtual Cloud Network เพื่อตอบรับต่อแนวโน้มของ Distributed Application, Service และ Data ผสานรวม Data Center, Cloud, Branch, Edge สู่ยุคสมัยแห่ง Multi-Cloud พร้อมรับฟังกรณีศึกษาการใช้งานจริงจากลูกค้าของ VMware ที่ใช้เทคโนโลยี Virtual Cloud Network, VMware NXS, VMware SD-WAN by VeloCloud และ VMware AppDefense

 

Driving Transformation from the Data Center to the Public Cloud
โดย Raghu Raghuram, Chief Operating Officer, Products and Cloud Services, VMware

เมื่อ Cloud กลายเป็นเทคโนโลยีที่ทุกองค์กรต้องใช้ VMware เองก็ต้องนำเสนอโซลูชันเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน Cloud ได้อย่าบงมีประสิทธิภาพด้วยบริการ VMware Cloud on AWS, VMware Cloud on IBM Cloud และ VMware Cloud Partner อื่นๆ อีกกว่า 4,000 รายทั่วโลก ที่จะทำให้การใช้งานเทคโนโลยี Virtualization สามารถก้าวสู่การเป็น Hybrid Cloud ได้ทันที

 

Empowering the Digital Workspace
โดย Shawn Bass, Vice President, Chief Technology Officer – End User Computing, VMware

โซลูชันระบบ End User Computing (EUC) โดย VMware Workspace ONE ซึ่งเป็นโซลูชันที่ผสานเทคโนโลยี VMware AirWatch และ VMware Horizon เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพจากทุกที่ทุกเวลาอย่างมั่นคงปลอดภัย พร้อมนำเสนอข้อมูลและแสดงการใช้งานเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ก้าวเข้าสู่โลกของ EUC แห่งอนาคต

 

Emergence of NSX-T within the VMware Software Defined Datacenter
โดย Tim Burkard, Senior Technical Trainer, VMware

เล่าความแตกต่างระหว่าง VMware NSX-V และ VMware NSX-T และการใช้ VMware NSX-T ร่วมกับเทคโนโลยี Hypervisor และ Container ที่หลากหลาย ทั้ง VMware vSphere, Microsoft Azure, OpenStack, KVM และ Private Cloud ด้วยการนำเสนอเบื้องหลังและความสามารถของ VMware NSX-T กันอย่างเจาะลึก ครอบคลุมประเด็นการทำ Logical Routing, Policy Rule, Distributed Firewall และสถาปัตยกรรมการออกแบบระบบที่ดี

 

Explore What is Possible with Workspace ONE
โดย Joel West, Senior Technical Instructor, VMware Inc

สู่ยุคสมัยแห่ง Digital Workplace ด้วยเทคโนโลยี VMware Workspace ONE ที่ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่การเริ่มต้นติดตั้ง, การเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้งาน VMware AirWatch, ระบบบริหารจัดการ Identity Manager และการผสานระบบ VMware Workspace ONE เข้ากับ VMware Horizon ที่มีการใช้งานอยู่

 

The Time is Now: Upgrading to vSphere 6.7
โดย Joe Cooper, Instructor, America’s Tech Lead Team, VMware

อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน VMware vSphere 6.5 และ 6.7 พร้อมแนวทางการอัปเดตเพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง VMware NSX, VMwarew vSAN และ VMware Cloud on AWS มาใช้งาน สรุปข้อดีทั้งหมดที่คุณควรจะอัปเกรดมาใช้งาน VMware vSphere 6.7 ได้แล้ววันนี้

 

9.00 – 14.00 Live Chat กับเหล่าวิศวกรของ VMware โดยตรง

พูดคุยกับเหล่าวิศวกรของ VMware โดยตรงเพื่อสอบถามปัญหาทางเทคนิคในแง่มุมต่างๆ

  • Fuji Setio, Partner Systems Engineer, VMware
  • Shawn Toh, Senior Partner Systems Engineer, VMware
  • Tan Hee Teck, Solutions Product Marketing Manager, Southeast Asia and Korea, VMware
  • Yethoven Tukimin, Systems Engineering Manager, Southeast Asia, VMware

สำหรับเหล่าวิศวกรระบบหรือผู้ดูแลระบบ IT ที่กำลังพบกับปัญหาในการใช้งาน VMware หรือต้องการส่ง Feedback การใช้งานในแง่มุมต่างๆ สามารถทำการพูดคุยให้ทีมงานวิศวกรจาก VMware ช่วยตอบปัญหากันแบบสดๆ ได้ทันที

 

ร่วมสนุกรับใบ Certificate และรับของรางวัลจาก VMware

ผู้ที่เข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้จะได้รับสิทธิพิเศษดังนี้

  • ได้รับ Certificate of Attendance ทันทีหากเข้าร่วมฟังเนื้อหาอย่างน้อย 5 หัวข้อ
  • ลุ้นรับรางวัลพิเศษเมื่อชักชวนเพื่อนของท่านมาร่วมงานสัมมนานี้ที่ https://secure.vmware.com/vFORUMOnline_RAC?src=&elq=&cid=
  • สำหรับท่านที่ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนผู้อื่น และเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ในวันงาน จะได้รับรางวัลพิเศษจากทาง VMware โดยตรงอีกด้วย

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ สามารถลงทะเบียนและรับ URL สำหรับเข้าร่วมงานวันจริงได้ทันทีที่ https://secure.vmware.com/vFORUMOnline_TH

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-vofurm-online-2018-seminar-invitation/

รวมคลิปย้อนหลังงาน SAP Solution Summit 2018

สำหรับผู้ที่พลาดงาน SAP Solution Summit 2018 ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ เราได้รวบรวมเอาคลิปย้อนหลังมาให้ได้ชมกันอีกครั้งหนึ่ง โดยเนื้อหางานเกี่ยวกับการอัปเดต Solution ต่างๆ จาก SAP Thailand และบูธ Partner บริษัทผู้เชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ของ SAP จะมีอะไรบ้างนั้นตามไปชมกันได้เลยครับ

เปิดงาน SAP Solutions Summit 2018 – Delivering Intelligence Enterprise

SAP Intelligent Enterprise – งาน SAP Solutions Summit 2018

Customer Experience กับ SAP C/4HANA – งาน SAP Solutions Summit 2018

SAP Innovation

Move to Digital with SAP Solutions และ​ Atos Services 

HPE S/4 HANA

Netizen เป็น​ SAP​ Implementor ด้วย​โซลูชั่น​ “NetizenS4HANAPeony” “NetizenByDesignArabica” มามากกว่า​18ปี​ เ​พื่อตอบสนอง​ Lifestyle Technology โดยเฉพาะ

Transform your Business to Digital World กับ​ IAMCONSULTING 

ISS Consulting ready to Business Cloud Solution for Digital Economy 

Gold Partner SAP-Humanica, ERP & HR solutions

Lawson SAP Business by Design สำหรับธุรกิจไร้พรหมแดน​ 

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/rerun-clips-sap-solution-summit-2018/

เชิญร่วมงานสัมมนาใหญ่ประจำปี Nutanix .NEXT on Tour BKK 11 ตุลาคม 2561

พบคำตอบได้ภายในงาน Nutanix .NEXT in Bangkok 2018 งานใหญ่ประจำปีของ Nutanix ผู้นำ Enterprise Cloud Platform อันดับ 1 พร้อมด้วยพันธมิตรของเราอีกมากมาย ในวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน ชั้น 6

นวัตกรรม และโซลูชั่นของ Nutanix พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้องค์กรรับมือกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้ง Multi-Cloud, Edge Computing, Dev/Ops, AI ล้วนสร้างความตื่นตัวให้กับองค์กรที่จะก้าวตามเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กรกับการแข่งขันทางธุรกิจในทุกวันนี้

ไม่ว่าองค์กรของคุณจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่, SMB หรือองค์กรภาครัฐ ในงานท่านจะได้เรียนรู้โซลูชั่นใหม่ล่าสุดจาก Nutanixซึ่งสามารถนำ ไปปรับใช้ได้กับทุกสภาพแวดล้อม, ทุกแอพพลิเคชั่น และงานทุกประเภท

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาใหญ่ที่สุดในปีนี้ที่งาน .NEXT On Tour – Bangkok เพื่อเรียนรู้วิธีเรียกคืนอิสรภาพของคุณในโลกของมัลติคลาวด์ในปัจจุบัน

 

Nutanix .NEXT On Tour – Bangkok

Date วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561
Time เวลา 8:30 – 18:00
Location สถานที่ พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน ชั้น 6
Register ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี https://bangkok.next-nutanix.com/

 

กำหนดการ

ตรววจสอบกำหนดการทั้งหมดได้ที่ https://bangkok.next-nutanix.com/agenda/

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://bangkok.next-nutanix.com/

ลงทะเบียนวันนี้ ร่วมลุ้นรับ กระเป๋า Rimowa – Salsa และของรางวัลอีกมากมาย

 

 

พลาดไม่ได้กับงานสัมมนาเชิงไอทีครั้งแรก ที่จัดในโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

 

Acropolis Operating System ใหม่ล่าสุด ที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์ในโลกของ Virtualization, Container, Object Storage

Acropolis Hypervisor และ Flow ที่ผนวกรวมความสามารถของ Virtualization ที่ทรงประสิทธิภาพ, แข็งแกร่ง และเสริมความปลอดภัยด้วย Software Defined Network and Security เข้าไว้ด้วยกัน

Self Services Portal และ Calm สร้าง Private Cloud, IaaS และ PaaS ด้วยเครื่องมือที่เรียบง่าย, ทรงพลัง และประหยัดให้กับองค์กรของคุณ

ERA ยกระดับการติดตั้ง ปกป้องดูแล และกู้คืนดาต้าเบสสำคัญของคุณตลอดเวลา

BEAM เมื่อโลกของ Multi-Cloud เป็นเรื่องใกล้ตัว การบริหารจัดการ และดูแลค่าใช้จ่ายในโลกของPrivate Cloud และ Public Cloud ที่แตกต่างกันเป็นความท้าทายของเหล่าไอที

Frame โซลูชั่น VDI, Workspace ที่ทำงานผ่านWeb Browser ของคุณ ไม่ว่าจะงานหนักงาน งานเบา งาน 3D งานกราฟฟิก Nutanix Frame เอาอยู่

 

รับชมบรรยากาศของงาน .NEXT On Tour 2017 ได้ที่นี่

 

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-next-on-tour-bangkok-2018-seminar-invitation/