คลังเก็บป้ายกำกับ: jobs

Google ลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ในโครงการพัฒนาทักษะงาน และการศึกษาให้คนสหรัฐฯ

Google เปิดตัว Grow with Google ช่องทางเพิ่มทักษะทางอาชีพ และการศึกษา นอกจากนี้ยังลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั่วโลก (ระยะเวลา 5 ปี) โดยมีเป้าหมายลดช่องว่างทางการศึกษาด้วย

Grow with Google คือช่องทางให้ผู้ใช้คนเข้าถึงเครื่องมือพัฒนาทักษะเพื่อการศึกษา
และพัฒนาทักษะสำหรับคนหางาน รวมทั้งคนทำธุรกิจและสตาร์ทอัพด้วย เนื้อหาที่จะได้เรียนรู้ เช่น computer science, AR, VR, การใช้เครื่องมือ Digital สำหรับห้องเรียน การสร้างเว็บไซต์ ทำการตลาดออนไลน์ เพิ่มคุณภาพเรซูเม่ การเขียนโค้ด เป็นต้น Google ยังเสนอทีมงานหรือ Googler 1,000 คนให้เป็นเทรนเนอร์อย่างใกล้ชิดแก่ผู้เข้าร่วมโครงการด้วย

ด้านเงินลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ จะลงทุนในองค์กรต่างๆ ที่มีเป้าหมายอยากลดช่องทางทางการศึกษา, เตรียมพร้อมผู้คนสำหรับลักษณะงานที่เปลี่ยนแปลง และให้คำมั่นว่าจะไม่มีใครถูกกีดกันออกจาความเปลี่ยนแปลงนี้

บริษัทเทคโนโลยีอื่น เช่น Microsoft ก็ลงทุนเพื่อการศึกษาเช่นกัน คือ TechSpark ทำงานในเมืองเล็กๆ ขยายขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของคน Apple ลงทุนสร้างงานในสหรัฐฯ 1 พันล้านดอลลาร์

No Description
ภาพจาก Google Blog

ที่มา – Google Blog, Axios

from:https://www.blognone.com/node/96258

Advertisements

Facebook ทดลองฟีเจอร์หาเมนเทอร์ที่ปรึกษา ให้ผู้ใช้ที่มีความสนใจและอาชีพเดียวกัน

Facebook เปิดตัวฟีเจอร์หางานบนแพลตฟอร์ม ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมคือกำลังทดลองฟีเจอร์หาเมนเทอร์ที่ปรึกษาให้ผู้ใช้ โดยยึดจุดร่วมกันของผู้ใช้คือเมืองที่อยู่ ความสนใจที่มีร่วมกัน และอาชีพการงาน

ทีมข่าว Techcrunch ระบุแหล่งอ้างอิงจากคนที่อยู่เบื้องหลังฟีเจอร์ดังกล่าว และได้ภาพหน้าจอโปรแกรมระบุชุดคำแนะนำผู้ใช้เกี่ยวกับเมนเทอร์ หลังจากนั้นทีมข่าวยังพบการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวบนแอพมือถือของอีกคนหนึ่งด้วย โดยระบบจะจับคู่ความสนใจ และอาชีพของผู้ใช้ว่าตรงกลุ่มเมนเทอร์ใดบ้าง เน้นว่าต้องมีภูมิลำเนา การศึกษาในบริเวณใกล้เคียงกัน และที่สำคัญคือมีอาชีพลักษณะเดียวกัน

No Description
ภาพจาก Facebook Business

Mark Zuckerberg เคยโพสต์ Facebook เรื่องความพยายามเชื่อมต่อผู้ใช้งาน เขาระบุว่า เรามีปัญญาประดิษฐ์ที่แนะนำคนที่ผู้ใช้รู้จัก อาจจะรู้จัก แต่ที่สำคัญคือ ระบบควรจะแนะนำคนที่ผู้ใช้ควรจะรู้จักคนที่อาจจะอยู่นอกวงโคจรของผู้ใช้ แต่สามารถเป็นที่ปรึกษาที่ดีแก่คนนั้นได้ดี ตัวอย่างเช่น หากต้องการเอาชนะติดแอลกอฮอล์ ยาเสพติด เป็นต้น

Techcrunch วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของ Facebook ในการทำฟีเจอร์นี้ว่าอาจประสบความสำเร็จ เพราะเป็นความต้องการของผู้ก่อตั้ง Facebook ที่ต้องการสร้าง engagement บนแพลคฟอร์มให้มากกว่าที่เคยเป็น และผู้ใช้ Facebook ไม่น้อยระบุอาชีพและองค์กรตัวเองลงบนโปรไฟล์ ในขณะเดียวกันฐานผู้ใช้ Facebook กว้างกว่ามากถ้าเทียบกับ LinkedIn

ที่มา – Techcrunch

from:https://www.blognone.com/node/95414

ส่งสัญญาณตลาดแรงงานไทย เตรียมเพิ่มทักษะเป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อโอกาสในการแข่งขัน

พบตลาดแรงงานไทยฝั่งผู้ประกอบการมีมุมมองสดใสและอยากจ้างงานกลุ่ม White-Collar เพิ่มใน 5 หมวดดังต่อไปนี้ ธุรกิจสุขภาพ, ธุรกิจการผลิต, ธุรกิจพลังงาน, ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจก่อสร้าง ส่วนฝั่งผู้หางานมีคำแนะนำให้เพิ่มทักษะให้ตนเองกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษมิเช่นนั้นอาจเจอกับการแข่งขันที่สูงมากได้ 

โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นผลวิจัยของ JobDB ในหัวข้อ รายงานการคาดการณ์ภาพรวมตลาดงานประจำปี 2560 ที่จัดทำใน 6 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และประเทศไทย โดยพบว่า แนวโน้มการจ้างงานของผู้ประกอบการไทยนั้นค่อนข้างมีมุมมองเชิงบวก หลายอุตสาหกรรมมีแนวโน้มจะขยายกิจการและจ้างคนเพิ่ม สอดคล้องกับการคาดการณ์ของธนาคารโลกที่ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะเติบโตอยู่ที่ 3.5% รายงานยังระบุว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาคการส่งออกที่เพิ่มขึ้นถึง 6.6% ซึ่งสูงที่สุดในรอบสี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ค่อนข้างสวนทางกับภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พบว่าประเทศอื่น ๆ มีแนวโน้มการจ้างงานที่ลดลง เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์  และอินโดนีเซีย 

คุณนพวรรณ จุลกนิษฐ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) เผยว่า ตลาดแรงงานไทยในระดับ White-Collar ขึ้นไปนั้นถือว่าภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี และบางหมวดมีแนวโน้มต้องการขยายกิจการเพิ่มสูง ซึ่งเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนแล้วสูงกว่าภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย 5 อันดับธุรกิจที่ผู้ประกอบการคาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าคือ (เรียงจากมากไปหาน้อย) ได้แก่

  1. ธุรกิจสุขภาพ
  2. ธุรกิจการผลิต
  3. ธุรกิจพลังงาน
  4. ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค
  5. ธุรกิจก่อสร้าง

“แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จะส่งผลให้กำลังซื้อกลับมาสดใส และภาคการผลิตเริ่มกลับเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมอีกครั้ง ทำให้ตลาดการจ้างงานเตรียมฟื้นตัวขึ้นด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ความท้าทายที่เกิดขึ้นอีกประการหนึ่ง คือแรงงานทักษะสูงที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางยังไม่เพียงพอต่อความต้องการนายจ้างส่วนใหญ่ ก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างแรงงานทักษะสูงและแรงงานทักษะพื้นฐานที่ล้นตลาดและจะกลายเป็นผู้ว่างงานในที่สุด” คุณนพวรรณกล่าว

คุณนพวรรณ จุลกนิษฐ์

จากคำกล่าวด้านบนสะท้อนให้เห็นถึงภาพของผู้หางานในปัจจุบัน สอดคล้องกับผลการวิจัยที่พบว่าผู้หางานมีทัศนคติเชิงลบต่อการหางาน โดย 50% มองว่าตลาดงานจะซบเซากว่าปี 2016  เป็นผลมาจากการแข่งขันสูงในสายงานและความยากในการเข้าถึงตำแหน่งงานที่ดี

อีกปัจจัยหนึ่งที่ JobDB มองว่าทำให้ฝั่งผู้หางานมีทัศนคติเชิงลบอาจมาจากการที่องค์กรต่าง ๆ เปิดเผยนโยบายด้านการเติบโตของบริษัท และการจ้างงานยังไม่เพียงพอ ซึ่งหากนำเสนอได้มากขึ้น ก็จะทำให้ผู้หางานเกิดความเข้าใจที่ตรงกันมากขึ้น

สำหรับประเภทธุรกิจที่ผู้หางานคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสได้ค้นพบตำแหน่งงานที่ตรงใจ 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค (3.63) ธุรกิจการผลิต (3.53) และธุรกิจโทรคมนาคม (3.50) นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์อีกว่า การแข่งขันในสายงานของธุรกิจพลังงาน (6.20) ธุรกิจการผลิต (5.93) และธุรกิจโทรคมนาคม (5.67) จะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ตามลำดับ

ธุรกิจสตาร์ทอัปได้รับความสนใจสูง

ทั้งนี้ผู้หางานยังให้ความคิดเห็นต่อการเติบโตของตลาดงานอีกว่า จากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจต่างๆ รวมทั้งบริษัทต่างชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย ประกอบกับสัญญาณการเติบโตในเชิงบวกของธุรกิจสตาร์ทอัพ จะก่อให้เกิดอาชีพใหม่หรือรูปแบบการทำงานที่หลากหลายมากขึ้นทำให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเนื้องาน ส่งผลให้เกิดตำแหน่งงานใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ในมุมมองของ JobDB มองว่าสื่อออนไลน์เป็นสื่อที่ช่วยทั้งในฝั่งผู้ประกอบการและผู้หางาน โดยผู้ประกอบการสามารถใช้เพื่อสรรหาว่าจ้างและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ขององค์กรได้ ในขณะที่ผู้หางานนั้นก็พบว่ามีความนิยมในการใช้ช่องทางออนไลน์หางานมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน

นอกจากนี้ข้อมูลจากการสำรวจของจ๊อบส์ดีบี พบว่าการอัปเดตโปรไฟล์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ 80% ของผู้หางานได้รับการติดต่อเสนองานและ 74% ได้งานทำภายใน 1 เดือนหลังจากสมัครงานด้วย (สำรวจเมื่อมกราคม 2017 ที่ผ่านมา จากกลุ่มผู้ใช้งาน 1,500 คน)

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/09/w%e0%b9%88hite-collar-job-forcast-thailand-vs-regional-2017/

ส่งสัญญาณตลาดแรงงานไทย เตรียมเพิ่มทักษะเป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อโอกาสในการแข่งขัน

พบตลาดแรงงานไทยฝั่งผู้ประกอบการมีมุมมองสดใสและอยากจ้างงานกลุ่ม White-Collar เพิ่มใน 5 หมวดดังต่อไปนี้ ธุรกิจสุขภาพ, ธุรกิจการผลิต, ธุรกิจพลังงาน, ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจก่อสร้าง ส่วนฝั่งผู้หางานมีคำแนะนำให้เพิ่มทักษะให้ตนเองกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษมิเช่นนั้นอาจเจอกับการแข่งขันที่สูงมากได้ 

โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นผลวิจัยของ JobDB ในหัวข้อ รายงานการคาดการณ์ภาพรวมตลาดงานประจำปี 2560 ที่จัดทำใน 6 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และประเทศไทย โดยพบว่า แนวโน้มการจ้างงานของผู้ประกอบการไทยนั้นค่อนข้างมีมุมมองเชิงบวก หลายอุตสาหกรรมมีแนวโน้มจะขยายกิจการและจ้างคนเพิ่ม สอดคล้องกับการคาดการณ์ของธนาคารโลกที่ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะเติบโตอยู่ที่ 3.5% รายงานยังระบุว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาคการส่งออกที่เพิ่มขึ้นถึง 6.6% ซึ่งสูงที่สุดในรอบสี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ค่อนข้างสวนทางกับภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พบว่าประเทศอื่น ๆ มีแนวโน้มการจ้างงานที่ลดลง เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์  และอินโดนีเซีย 

คุณนพวรรณ จุลกนิษฐ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) เผยว่า ตลาดแรงงานไทยในระดับ White-Collar ขึ้นไปนั้นถือว่าภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี และบางหมวดมีแนวโน้มต้องการขยายกิจการเพิ่มสูง ซึ่งเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนแล้วสูงกว่าภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย 5 อันดับธุรกิจที่ผู้ประกอบการคาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าคือ (เรียงจากมากไปหาน้อย) ได้แก่

  1. ธุรกิจสุขภาพ
  2. ธุรกิจการผลิต
  3. ธุรกิจพลังงาน
  4. ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค
  5. ธุรกิจก่อสร้าง

“แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จะส่งผลให้กำลังซื้อกลับมาสดใส และภาคการผลิตเริ่มกลับเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมอีกครั้ง ทำให้ตลาดการจ้างงานเตรียมฟื้นตัวขึ้นด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ความท้าทายที่เกิดขึ้นอีกประการหนึ่ง คือแรงงานทักษะสูงที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางยังไม่เพียงพอต่อความต้องการนายจ้างส่วนใหญ่ ก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างแรงงานทักษะสูงและแรงงานทักษะพื้นฐานที่ล้นตลาดและจะกลายเป็นผู้ว่างงานในที่สุด” คุณนพวรรณกล่าว

คุณนพวรรณ จุลกนิษฐ์

จากคำกล่าวด้านบนสะท้อนให้เห็นถึงภาพของผู้หางานในปัจจุบัน สอดคล้องกับผลการวิจัยที่พบว่าผู้หางานมีทัศนคติเชิงลบต่อการหางาน โดย 50% มองว่าตลาดงานจะซบเซากว่าปี 2016  เป็นผลมาจากการแข่งขันสูงในสายงานและความยากในการเข้าถึงตำแหน่งงานที่ดี

อีกปัจจัยหนึ่งที่ JobDB มองว่าทำให้ฝั่งผู้หางานมีทัศนคติเชิงลบอาจมาจากการที่องค์กรต่าง ๆ เปิดเผยนโยบายด้านการเติบโตของบริษัท และการจ้างงานยังไม่เพียงพอ ซึ่งหากนำเสนอได้มากขึ้น ก็จะทำให้ผู้หางานเกิดความเข้าใจที่ตรงกันมากขึ้น

สำหรับประเภทธุรกิจที่ผู้หางานคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสได้ค้นพบตำแหน่งงานที่ตรงใจ 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค (3.63) ธุรกิจการผลิต (3.53) และธุรกิจโทรคมนาคม (3.50) นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์อีกว่า การแข่งขันในสายงานของธุรกิจพลังงาน (6.20) ธุรกิจการผลิต (5.93) และธุรกิจโทรคมนาคม (5.67) จะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ตามลำดับ

ธุรกิจสตาร์ทอัปได้รับความสนใจสูง

ทั้งนี้ผู้หางานยังให้ความคิดเห็นต่อการเติบโตของตลาดงานอีกว่า จากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจต่างๆ รวมทั้งบริษัทต่างชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย ประกอบกับสัญญาณการเติบโตในเชิงบวกของธุรกิจสตาร์ทอัพ จะก่อให้เกิดอาชีพใหม่หรือรูปแบบการทำงานที่หลากหลายมากขึ้นทำให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเนื้องาน ส่งผลให้เกิดตำแหน่งงานใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ในมุมมองของ JobDB มองว่าสื่อออนไลน์เป็นสื่อที่ช่วยทั้งในฝั่งผู้ประกอบการและผู้หางาน โดยผู้ประกอบการสามารถใช้เพื่อสรรหาว่าจ้างและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ขององค์กรได้ ในขณะที่ผู้หางานนั้นก็พบว่ามีความนิยมในการใช้ช่องทางออนไลน์หางานมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน

นอกจากนี้ข้อมูลจากการสำรวจของจ๊อบส์ดีบี พบว่าการอัปเดตโปรไฟล์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ 80% ของผู้หางานได้รับการติดต่อเสนองานและ 74% ได้งานทำภายใน 1 เดือนหลังจากสมัครงานด้วย (สำรวจเมื่อมกราคม 2017 ที่ผ่านมา จากกลุ่มผู้ใช้งาน 1,500 คน)

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/09/white-collar-job-forcast-thailand-vs-regional-2017/

Apple ซ่อนหน้าเว็บไซต์ที่หายาก เพื่อรับสมัครตำแหน่งงานพิเศษ

หน้าเว็บหนึ่งได้ถูกซ่อนไว้ในเว็บไซต์บนเซิร์ฟเวอร์ของ Apple โดยมีรายละเอียดงานเกี่ยวกับ “วิศวกรที่มีความสามารถ” ซึ่งเป็นงานพิเศษที่ทำเกี่ยวกับ “ส่วนประกอบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ” โดยมีการเชิญให้มาสมัครที่สำนักงานใหญ่โดยตรง

Dhiibycxyaerdwh.jpg Large 800x938

Apple รับสมัครตำแหน่งงานพิเศษ

หน้าเว็บดังกล่าวก็คือ us-west-1.blobstore.apple.com ถูกค้นพบตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วโดย Zach Whittaker แห่ง ZDNet ซึ่งอธิบายบทบาทเกี่ยวกับ “exabyte” ซึ่งเป็นการจัดการข้อมูลนับหมื่นของเซิร์ฟเวอร์ และนับล้านของดิสก์ ซึ่งข้อความทักทายประกอบไปด้วย

Apple กำลังมองหาวิศวกรที่มีความสามารถ ในการพัฒนาส่วนประกอบพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งจะมาเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศของ Apple โดยผู้สมัครจำเป็นต้องมีความสามารถในการออกแบบ และใช้งานแอปพลิเคชันรวมถึง Web Services  และคุ้นเคยกับ Java 8 เป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ระบุตำแหน่งงานไว้ แต่คาดว่าน่าจเกี่ยวข้องกับ iCloud, Apple Music, iTunes หรือ App Store โดยตรง

ที่มา – macrumors

from:https://www.iphonemod.net/apple-hidden-site-job-advert-critical-role.html

คำถามฉุกคิดก่อนคิดย้ายงาน

career, job

career, job

“ทำไมคนสมัยนี้ย้ายงานกันบ่อยจัง” “คนดิจิทัลนี่หาตัวยากเนอะ” “มีคนตำแหน่งดิจิทัลไหม หาไม่ได้เลย” คิดว่า thumbsupers คงเคยได้ยินคนรอบตัวพูดคุยด้วยประโยคเหล่านี้จนชิน ซึ่งเราคงต้องยอมรับกันล่ะครับว่า มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในปัจจุบัน แต่จะย้ายงานทั้งทีก็ควรจะเป็นการย้ายที่มีประโยชน์ในระยะยาวแก่เราด้วยจริงไหมครับ? เราเลยขอนำเสนอ “คำถามฉุกคิด” ที่อาจจะมีประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อย

คำถามที่ 1: คุณมีผลงาน หรือความสำเร็จใหญ่ในขณะที่ทำงานองค์กรนี้หรือยัง?

สาเหตุที่เราเชียร์ให้คุณมาตั้งคำถามนี้กับตัวเอง เป็นเพราะคนที่เป็นมืออาชีพที่เก่งกาจ ไม่ใช่ทำงานให้เสร็จเพียงอย่างเดียว แต่พวกเรายังต้องสั่งสมชื่อเสียง ประสบการณ์ ตลอดจนความรู้ให้กับตัวเองเพื่อความสำเร็จในระยะยาวอีกด้วย

ดังนั้นคนที่ย้ายงานบ่อยแบบ Job Hopper อาจจะดีในระยะสั้นเพราะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ย้าย แต่ท้ายสุด หลายคนอาจจะไปติด “กับดักการเติบโต”

ยกตัวอย่าง “บอย” เป็นพนักงานในองค์กรดิจิทัลแห่งหนึ่ง เป็นคนคล่องแคล่ว หน่วยก้านดี เก่งในชิ้นงานที่ทำ คนเลยจีบไปทำงานด้วยบ่อย  แต่สิ่งหนึ่งที่ “บอย” ยังไม่เคยมีก็คือผลงานชิ้นโบว์แดง เพราะการสร้างความสำเร็จในแต่ละองค์กร มักจะต้องใช้เวลาทั้งสิ้น แต่ “บอย” ก็ย้ายงานไปทุกๆ ปีที่ทำงาน

เวลาผ่านไป 7 ปี “บอย” ย้ายงาน 7 ครั้ง เงินเดือนสูงขึ้นทุกครั้ง แต่วันหนึ่งที่อายุงานเติบโตมากขึ้น เส้นทางอาชีพก็ควรที่จะขึ้นสู่ระดับบริหาร (หรือกลายเป็น Specialist ในด้านนั้น) แต่คราวนี้ “บอย” ไม่สามารถที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับบริหารในสายงานที่ตัวเองถนัดได้ เพราะองค์กรใหม่จะพิจารณาจ้างผู้บริหารขึ้นคุมคนจำนวนมาก ก็ต้องดูความสามารถ เครื่องมือที่ระบุความสามารถที่ดีที่สุดก็คือ ผลงานใหญ่ หรือ Track Record นั่นเอง

ในขณะเดียวกัน “เอก” ทำงานมา 7 ปี ย้ายงานมา 1 ครั้ง โดยครั้งแรก 4 ปีที่ทำงาน เป็นที่ที่เขาเรียนรู้ระบบการทำงาน ทำความเข้าใจคน วัฒนธรรมองค์กร และฝึกฝนฝืมือ มีผลงานที่ดีประมาณ 1-2 ชิ้นแต่ยังไม่มีผลงานใหญ่แบบที่สาธารณชนรู้จัก ต่อมาเขาเข้าบริษัทที่ 2 เขาใช้เวลาปีแรกในการปรับตัวกับองค์กร และใช้เวลาอีก 2 ปีจนสร้างผลงานได้รับรางวัลที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมที่ทำงานอยู่

ถ้าคุณเป็นคนที่จะต้องเลือกจ้างผู้บริหาร คุณจะเลือก “บอย” หรือ “เอก”

คำถามที่ 2: เราได้พยายามที่จะเปลี่ยนระบบ ตลอดจนสภาพแวดล้อมรอบตัวเราให้เป็นไปในแบบที่คิดเพื่อบรรลุเป้าหมายในด้านอาชีพของเราหรือยัง?

บางคนอ่านคำถามที่ 1  มาแล้ว อาจจะเถียงในใจว่า ถ้าหากว่ามันจำเป็นต้องย้ายล่ะ? เช่น การเมืององค์กรมันเยอะ เข้ากับเจ้านายไม่ได้ เพื่อนร่วมงานไม่ดี ทีมไม่ใช่ ไม่ชอบงานที่ทำ ผลตอบแทนไม่ตรงกับที่คาดหวัง อันนี้ก็ต้องถามกลับว่า คุณได้ลองที่จะหาทางแก้ไขปัญหานั้นแล้วหรือยัง เพราะบางเรื่องเหมือนจะไม่มีทางออก แต่จริงๆ มันมีทางออกนะครับ เช่น พูดคุยกับเจ้านาย ขอปรับระบบการทำงาน ขอทำงานที่ตรงกับความถนัดของเรามากขึ้น

ยกตัวอย่าง “แพรว” เป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ตั้งเป้าว่าต้องการที่จะเป็นผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เป็นที่รู้จักในวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยทำให้แบรนด์ของบริษัทตัวเองเป็นที่รู้จัก แต่บริษัทไม่ได้วางเป้าหมายว่าต้องการทำงานประชาสัมพันธ์เชิงรุก “แพรว” สามารถชี้แจงกับบริษัทได้ว่า ในฐานะมืออาชีพ “แพรว” ต้องการให้บริษัทมีชื่อเสียงที่ดี และมันจะทำได้ดีกว่านี้ถ้าหากว่าบริษัททำประชาสัมพันธ์เชิงรุก ซึ่งต้องใช้คนเพิ่มขึ้น หรือจ้างเอเจนซี่มาช่วยงานให้งานของบริษัท และ “แพรว” ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น

CEO ของบริษัท ตอนแรกคิดว่าคงจะจ้างประชาสัมพันธ์คนเดียวในการทำงาน ก็เข้าใจ “แพรว” ว่าถ้าหากทำงานเชิงรุกมากขึ้นเพื่อให้บริษัทประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่ก็ติดที่ Headcount ไม่สามารถเพิ่มได้ เลยเพิ่มงบประมาณในการจัดจ้างหาเอเจนซี่มาช่วยงานให้ “แพรว” ทำงานให้บริษัทได้มากขึ้น

คนทำงานทั่วไปมี 2 แบบครับ

แบบแรก – คนที่เจอสภาพแวดล้อมบางอย่าง แล้วผลงานออกมาไม่ดี แล้วคิดว่าเราเป็นแค่คนทำงาน เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก แล้วเลือกที่จะเดินจากไป

แบบที่สอง – ในขณะที่อีกคนเจอสภาพแวดล้อมที่ยังไม่ใช่ แต่ลองหาทางปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมนั้นให้เป็นไปในแบบที่เราสามารถทำงานได้ดีอย่างที่ใจอยาก

– – – – –

ACTION สำหรับพนักงาน: ก่อนคิดไขก๊อกลาออก ลองตั้งคำถาม 2 ข้อนี้แล้วตอบตัวเองให้ได้

ACTION สำหรับผู้บริหาร: ถ้าเจอพนักงานเดินมาลาออก ลองถามเขาดู ให้เขาคิดก่อนว่าอยากไปทางไหนต่อ แล้วเราสามารถสนับสนุนเขาให้ไปในทิศทางที่สอดคล้องกันระหว่างบริษัท กับเขาได้หรือไม่

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/07/questions-before-change-digital-job/

Google เผยโปรเจกต์ใหญ่ ฝึกทักษะอาชีพให้คนแอฟริกัน 10 ล้านคนให้ได้ภายใน 5 ปี

ไม่กี่วันก่อน Sundar Pichai ทวิตข้อความและรูปภาพ ระบุว่า Google เตรียมขยายทักษะงานดิจิทัลให้แก่ชาวแอฟริกันให้ได้ 10 ล้านคนภายใน 5 ปี พร้อมติดแฮชแท็ก #GoogleforNigeria วันเดียวกันนี้ Google ก็แถลงรายละเอียดโครงการผ่านบล็อกว่านอกจากจะฝึกอบรมทักษะงานแล้ว ยังรวมถึงการลงทุนในสตาร์ทอัพ ทำโครงการบ่มเพาะ รวมถึงปรับปรุงฟีเจอร์การใช้งาน Google และ YouTube ในภูมิภาคนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้ Google.org ลงทุน 50 ล้านดอลลาร์ผ่านองค์กรไม่แสวงหากำไรโดยมีเป้าหมายพัฒนาฝีมือแรงงาน และลงทุน 20 ล้านดอลลาร์ในการพัฒนางานในแอฟริกาโดยเฉพาะ รวมทั้งลงทุนในสตาร์ทอัพแอฟริกันด้วยเช่น Gidi Mobile และ Siyavula เพื่อให้นักเรียนชาวแอฟริกาใต้และไนจีเรียเข้าถึงแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษาฟรี

No Description

ในด้านสตาร์ทอัพ Google มีโครงการบ่มเพาะอยู่แล้วคือ Launchpad Accelerator ซึ่งจะลงทุนเพิ่ม 3 ล้านดอลลาร์ เพื่อจัดหาเมนเทอร์ผู้เชี่ยวชาญให้เข้าถึงสตาร์ทอัพในภูมิภาคแอฟริกาที่มีกว่า 60 บริษัท และจะตั้งศูนย์บ่มเพาะในลากอสด้วย

Google ระบุว่าจะปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตในแอฟริกา เช่น ทำแอพ YouTube Go เวอร์ชั่นเบต้าในไนจีเรีย เปิดตัว Lagos on Street View ใน Google Maps เป็นต้น

ที่มา – Google Blog

from:https://www.blognone.com/node/94326