คลังเก็บป้ายกำกับ: jobs

ภาคต่อไอทีอินเดีย หลังตกงานระนาว แถมเจอพิษไซโคลนจากปีที่แล้ว ส่อแววฟื้นตัวยาก

ไม่นานมานี้น่าจะได้เห็นข่าววิศวกรไอทีอินเดียตกงานนับแสนคนมาแล้ว แต่สถาบันด้านไอทีในอินเดียก็ไม่นิ่งนอนใจ เพราะเร่งผลิตบุคลากรให้ได้คุณภาพมากขึ้น แต่ปลายปีที่แล้วดันเจอพายุไซโคลน Vardah และได้ส่งผลมาถึงปีนี้ สถาบันไอทีชั้นนำบอกว่า ทำให้เสียโอกาสในการจัดหางานให้กับนักศึกษาไปจำนวนไม่น้อย

Photo: Pixabay

อัตราตกงานสูง ต้องเพิ่มทักษะ

สถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย หรือ IIT (Indian Institute of Technology) เป็นสถาบันไอทีชั้นนำของประเทศอินเดีย บอกว่า “อัตราการจ้างงานของนักศึกษาด้านไอทีในปี 2016 – 2017 ต่ำลงเป็น 62% จากเดิมในปี 2015 – 2016 ที่มีอยู่ถึง 65%”

หนังสือพิมพ์ Hindustan Times รายงานเช่นเดียวกันว่า ตัวเลขนี้เป็นเหมือนกันในหลายๆ สถาบันไอทีของอินเดีย ด้านกระทรวงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของอินเดียเปิดเผยว่า “จากนักเรียนไอที 9,104 คน ใน 17 สถาบันด้านไอทีในอินเดีย จะมีเพียง 6,013 คนเท่านั้นที่ได้งานทำ”

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ภัยพิบัติธรรมชาติ

อัตราที่ลดลงของการจ้างงานภาคไอทีในอินเดียนั้น ไม่ได้จากแค่ทักษะที่ไม่ถึงขั้นตามที่ตลาดต้องการเท่านั้น แต่มาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วย โดยในปลายปีที่แล้ว ในอินเดียเกิดพายุไซโคลน Vardah พัดถล่มทางภาคใต้ของอินเดีย ทำให้ชาวอินเดียในรัฐทมิฬนาดูประสบปัญหาอย่างหนัก

Photo: hindustantimes

IIT ระบุว่า “หากไม่เกิดเหตุการณ์นี้ อาจทำให้นักศึกษาจากสถาบันจะได้งานอีกไม่ต่ำกว่า 40 – 50 งาน เพราะมีหลายบริษัทที่มีความต้องการและได้ทำตามขั้นตอนข้อกำหนดเรียบร้อยแล้ว แต่ภัยพิบัติได้ทำให้หลายบริษัทไม่สามารถร่วมงานได้ เพระหลังจากเกิดเหตุได้ความุว่นวายทางการเมืองที่ตามมาอีกระลอก”

ส่วนอัตราการจ้างที่ต่ำลงในภาคไอทีของอินเดียอีกสาเหตุมาจาก “ตอนนี้บริษัทไอทีจากอเมริกา ไต้หวัน หรือญี่ปุ่น มักจะจ้างแรงงานในอินเดียเพื่อทำงานในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ไม่ส่งไปทำงานนอกประเทศหรือระหว่างประเทศ”

สรุป

อุตสาหกรรไอทีในอินเดียประสบปัญหาทักษะของวิศวกร/นักศึกษาด้านไอทีที่มีทักษะน้อย ทำให้ความต้องการจ้างงานลดลง แต่เหตุที่ไม่คาดคิดอีกอย่างคือ “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ” ที่ส่งผลร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ตลาดอินเดียเป็นตลาดใหญ่ และมีศักยภาพอีกมากในอนาคต หากสถาบันไอที รัฐบาล หรือภาคธุรกิจเล็งเห็นจุดอ่อนนี้และร่วมมือกันการแก้ไขน่าจะทำให้ภาคไอทีในอินเดียกลับมาแข่งขันในตลาดได้อีกครั้ง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/it-india-cyclone-jobs/

Advertisements

รู้หรือไม่ วันจันทร์คือวันที่มีการหางานใหม่สูงที่สุด ค่าตอบแทน-สวัสดิการตัวแปรหลัก

วันจันทร์ คือวันที่มนุษย์เงินเดือนไม่อยากให้มาถึง เพราะมีความรู้สึกว่าต้องกลับไปทำงานอีกแล้ว และนายจ้างน่าจะรู้เรื่องนี้ดี แต่คงจะยังไม่รู้ว่าวันจันทร์คือวันที่พนักงานหางานใหม่มากที่สุด เมื่ออ้างอิงจากผลสำรวจของเว็บไซต์หางาน Jobthai

หมดแรง หมดใจ หางานใหม่ง่ายกว่า

หลังจากที่เว็บไซต์หางาน Jobthai ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 3 Generation ทั้งหมด 6,000 คน ประกอบด้วย Gen Z ที่อายุต่ำกว่า 22 ปี, Gen Y ที่อายุระหว่าง 23-40 ปี และ Gen X ที่อายุมากกว่า 41 ปี พบว่า วันจันทร์คือวันที่คนในกลุ่มสำรวจจะใช้เวลาไปกับการหางงานมากที่สุดเมื่อเทียบกับวันอื่นๆ ในสัปดาห์ โดยระยะเวลาเริ่มค้นงานหาจะเริ่มต้นตั้งแต่ 9.00-19.00 น. และค้นหางานใหม่ๆ ผ่านช่องทางเว็บไซต์หางานเกือบครึ่งหนึ่งของช่องทางทั้งหมด รองลงมาคือหน้าเว็บไซต์สมัครงานของแต่ละบริษัทเอง

แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์ Jobthai.com เล่าให้ฟังว่า จากกลุ่มสำรวจดังกล่าวมีถึง 73% ที่อยู่ระหว่างต้องการเปลี่ยนงานใหม่ โดยสาเหตุหลักมาจากเรื่องไม่พอใจเรื่องเงินเดือน รองลงมาคือเรื่องความไม่ก้าวหน้าในสายงาน และไม่พอใจเรื่องสวัสดิการที่บริษัทมีให้ ซึ่งทั้งสามเหตุผลเป็นคำตอบอันดับ 1, 2 และ 3 ที่ได้จากกลุ่มสำรวจทุก Gen ยกเว้นกลุ่ม Gen X ที่จะมองเรื่องการเดินทาง ประกอบกับวัฒนธรรมองค์กรที่จะมีผลต่อการตัดสินใจอยู่หรือไป ซึ่งต่างกับ Gen Y และ Gen Z ที่มองเรื่องโบนัส และความท้าทายของงานมากกว่า

แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์ Jobthai.com

ความยืดหยุ่นต้องมีหากต้องการ Gen Z

ขณะเดียวกันหากไม่นับเรื่องเงินเดือน หรือสวัสดิการต่างๆ การจะจูงใจให้พนักงานอยู่ต่อ และการดึงตัวพนักงานจากบริษัทอื่นๆ เข้ามาร่วมงาน โดยเฉพาะกับกลุ่ม Gen Z ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ต้องอาศัยเรื่องความยืดหยุ่นในเรื่องเวลางานเข้ามาเป็นตัวเลือกให้พวกเขาด้วย พร้อมกับให้งานที่ท้าทาย และมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับพวกเขา ที่สำคัญต้องอย่าลืมการให้อนาคต และเปิดทางให้พวกเขามีสิทธิ์ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มากกว่าการทำงานไปวันๆ พร้อมกับต้องให้สวัสดิการพิเศษอื่นๆ เช่นฟิตเนส หรือค่ารถโดยสารอื่นๆ อีกด้วย

“ตอนนี้เราจะให้แค่เงิน หรือสวัสดิการมาจูงใจพวกเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว การให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงโอกาสในหน้าที่การงาน และความยืดหยุ่นในเวลางานเป็นเรื่องที่แผนกทรัพยากรณ์บุคคลต้องนำไปปรับปรุง และพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อได้บุคลากรชั้นเยี่ยมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริษัท แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องอย่าลืมว่า ค่าตอบแทนยังเป็นเรื่องสำคัญในการดึงดูดพนักงานอยู่ โดยเฉพาะหากจะดึงตัวจากบริษัทอื่นๆ เข้ามา โดยส่วนใหญ่แล้วพนักงานที่ย้ายงานเข้ามาคาดหวังเงินเดือนเพิ่มขึ้นจากเดิม 5-10% รองลงมาคือต้องการเพิ่มขึ้น 11-20% และมีเพียง 7% ของกลุ่มสำรวจ 6,000 คนที่ตอบว่าไม่อยากเพิ่ม”

สรุป

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป พฤติกรรมการใช้ชีวิตในหน้าที่การงานก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ดังนั้นการนำข้อมูลข้างต้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนเองก็น่าจะได้คนเก่งๆ เข้ามาในบริษัทไม่มากก็น้อย แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า การจูงใจให้มาทำงานเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เช่นนั้นพนักงานของแต่ละบริษัทก็จะมาทำงานวันจันทร์ และใช้เวลาไปกับการหางานใหม่แน่นอน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/monday-is-the-day-for-find-new-job/

สำรวจความเห็นนายจ้าง เมื่อหุ่นยนต์แทนที่คนทำงาน คนอินเดีย-คนสายบัญชีน่าเป็นห่วงที่สุด

ManpowerGroup หนึ่งในบริษัทจัดหางานที่ใหญที่สุดในโลกทำรายงาน “The Skills Revolution” ว่าด้วยหุ่นยนต์กับการจ้าง ชี้ให้เห็นว่า หุ่นยนต์ จะเปลี่ยนแปลงการจ้างงานในอนาคตอย่างไรบ้าง

Manpower สำรวจนายจ้างกว่า 18,000 คน ใน 6 สาขาอุตสาหกรรม โดยรวมการจ้างงานในอนาคตระยะสัยังสดใส แต่บางประเทศเช่นอินเดีย คนทำงานอาจร้อนๆ หนาวๆ เพราะนายจ้างเล็งจะใช้หุ่นยนต์แทนที่คนมากที่สุด ด้านทักษะความสามารถ คนไอทีคือคนที่อนาคตสดใสที่สุด ที่น่าเป็นห่วงคือการเงินการบัญชี

เทคโนโลยีใหม่จะช่วยเพิ่มหรือลดจำนวนคนในการทำงาน?

ผลสำรวจระบุว่า นายจ้างส่วนใหญ่ 64% เห็นว่าจะยังไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรเรื่องจำนวนบุคลากร 19% บอกว่าจะมีการเพิ่มคน ส่วน 12% เห็นว่าจะต้องมีการลดคนแน่นอน แสดงให้เห็ว่าในระยะสั้น อนาคตการจ้างงานยังสดใส และจะมีการเพิ่มคนทักษะพิเศษเพื่อตอบโจทย์เทคโนโลยีใหม่ๆ

ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นที่ไหนมากเป็นพิเศษ

อินเดียจะมีการใช้เทคโนโลยีแทนคนมากที่สุด (จากการสำรวจความเห็นในรายงานนี้) ส่วนพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มคนมากที่สุดคืออิตาลี

คนไอทีคือทักษะที่ต้องการมากที่สุด

อนาคตสำหรับคนไอทีสดใสมากที่สุดในบรรดาสายอาชีพอื่น เพราะมีทักษะที่ตอบรับกับยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก รองลงมาเป็นฝ่ายบุคคล ประสานงานลูกค้า ส่วนตำแหน่งที่จะมีการเพิ่มคนน้อยคือ การเงินและบัญชี

ไม่เพียงบางตำแหน่งที่เทคโนโลยีทำแทนคน แต่งานรูทีนและกิจกรรมในงานบางอย่างก็ทำแทนได้

จากการสำรวจหัวข้อนี้ นายจ้างมีวิธีรับมือสองแบบคือ เพิ่มทักษะคนในองค์กรให้ทำงานใหม่ๆ ได้ กับจ้างคนอื่นมาทำงานใหม่นั้นเลย

การเพิ่มทักษะงานคนในองค์กรตามรายงานนี้แบ่งเป็นสองประเภทคือจัดอบรมดพิ่มความสามารถ และจ้างคนจากภายนอกเข้ามาทำหน้าที่แทนเลย

ในประเภทจัดอบรม 74% ระบุว่า องค์กรจะจัดอบรมพนักงานเอง 62% จะจัดหาบุคคลภายนอกมาจัดอบรม และ 39% จะจัดหาผู้เชี่ยวชาญมาทำการเพิ่มทักษะให้คนในองค์กรเลย

ส่วนประเภทจ้างเข้ามาทำหน้าที่แทนคนในองค์กร 44% ระบุว่าจ้างคนที่มีทักษะเหมาะสมกับงานเข้ามาเพิ่ม 29% จ้างคนที่มีทักษะเหมาะสมเข้ามาแทนเลย 23% ระบุว่าใช้บริษัท third party เข้ามาทำงานแทน

ที่มา – Business Insider via Manpower

from:https://www.blognone.com/node/89227

ประกาศ: thumbsup Job Board แสดง Listing นาน 2 เดือนเต็ม

40105567 - notepad with words job search concept.

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2012 พวกเราเปิดตัว Job Board เพื่อให้ทุกคนเข้ามาประงานหาคนทำงาน ทันใดนั้นก็มีเพื่อนๆ thumbsupers เข้ามาใช้บริการอยู่เนืองๆ กว่า 700 ตำแหน่ง พอ 4 ปีผ่านไป พวกเราพบว่ามันจะมีประโยชน์กว่า หากเราเปิดให้ทุกคนใช้บริการได้สะดวกขึ้น วันนี้เราจึงขอประกาศว่า

เราจะปรับให้ Job Board จากเดิมของเราแสดง Listing อยู่ได้นานเพียง 15 วัน จากนี้เราจะให้แสดงได้นาน 60 วัน แต่ก็อยากจะรบกวนเพื่อนๆ ว่าเราขอมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

1. ตรวจระวังตัวสะกดให้ดี
2. คำอธิบายงานต้องชัดเจน
3. ขอสงวนสิทธิ์ในการลบงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับแวดวงธุรกิจดิจิตอล
4. ถ้าตำแหน่งงานนั้นได้คนแล้ว ช่วยกลับเข้ามาติ๊กด้วยว่าได้คนแล้ว

ขอเชิญใช้ Job Board ประกาศหาคน และหางานได้เลยครับ http://thumbsup.in.th/jobs/

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/01/thumbsup-job-board-longer-listing/

Twitter ไปได้ไม่สวย ? รายงานเผยเตรียมปลดพนักงานอีก 300 ตำแหน่ง

ตามรายงานที่ออกมาจาก Bloomberg วันนี้ดูจะเป็นข่าวร้ายของเหล่าพนักงานของ Twitter จริงๆครับ เพราะในรายงานดังกล่าวได้ระบุว่าทาง Twitter อาจมีการปลดพนักงานออกอีกครั้ง ซึ่งตัวเลขของพนักงานที่จะโดนปลดออกในครั้งนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 300 คน หรือคิดเป็น 8% ของพนักงานในบริษัท

โดยการประกาศปลดพนักงานของ Twitter อาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่ทางบริษัทจะประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของปีในวันพฤหัสบดีที่จะถึง แต่ทั้งนี้ทาง Bloomberg ยังได้ระบุว่าการปลดพนักงานของ Twitter อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้หากว่าบริษัทเปลี่ยนใจ

jack-dorsey-layoffs

จากรายงานข้างต้นนี้ทำให้เราเริ่มไม่แน่ใจแล้วครับว่าสถานการณ์ของบริษัท Twitter ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะก่อนหน้านี้หากจำกันได้จะทราบว่าเพิ่งมีการปลดพนักงานไปหมาดๆประมาณ 300 คน คราวนี้จะปลดอีกแล้วหรอครับ ? ถ้าเป็นแบบนี้เชื่อว่าบุคลากรภายในคงต้องร้อนๆหนาวๆอย่างแน่นอน เพราะไม่รู้ว่านั่งอยู่ดีๆจะโดนสั่งปลดวันไหน

นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า Twitter อาจกำลังมองหาบริษัทเข้ามาซื้อกิจการต่อ เนื่องจากผลประกอบการช่วงหลังๆมานี้ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ถ้าเทียบกับเมื่อ 12 เดือนก่อนพบว่าหุ้นของบริษัทราคาตกลงไปถึง 40 % เลยทีเดียว ส่วนทางบริษัทจะปล่อยขายจริงๆหรือไม่นั้นคงต้องมารอดูกันอีกทีครับ

from:https://www.appdisqus.com/2016/10/26/report-says-twitter-may-cut-300-more-jobs.html

ผลวิจัยชี้ Kickstarter สร้างงานฟูลไทม์เกือบ 3 หมื่นตำแหน่ง พาร์ทไทม์กว่า 2 แสน

ผลการศึกษาจากศาสตราจารย์ Ethan Mollick จากมหาวิทยาลัย Pennsylvania ผู้ซึ่งเกาะติดโครงการ Kickstarter มาตั้งแต่การก่อตั้งในปี 2009 เผยผลการศึกษารวบรวมข้อมูลว่า ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงตอนนี้ โครงการ Kickstarter สร้างงานสร้างรายได้มามาก โดยสร้างงานประจำแล้ว 29,600 ตำแหน่ง งานพาร์ทไทม์ 283,000 ตำแหน่ง ใน 8,800 บริษัท นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมด้วยว่ามีโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จจากโครงการดังกล่าวแล้ว 61,654 โปรเจกต์ สนมารถสร้างรายได้ให้ผู้จัดทำผลงาน 5.3 พันล้านดอลลาร์

Mollick ประมาณการข้อมูลด้วยว่า 37% จากผู้ตอบแบบสำรวจบอกว่า การผลิตชิ้นงานในโครงการทำให้พวกเขาก้าวหน้าในหน้าที่การงาน 21% บอกว่าทำรายได้มากขึ้น ซึ่งมองย้อนกลับไปมีหลายผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จมากหลังผ่านโครงการ Kickstarter เช่น Oculus, Pebble เป็นต้น

ทาง Kickstarter บอกว่าการสำรวจข้อมูลของ Mollick นั้น Kickstarter ช่วยรวบรวมข้อมูลให้เท่านั้น การสำรวจมาจากตัวศาสตราจารย์เองทั้งหมด


ภาพจาก Kickstarter

ที่มา – Engadget

from:https://www.blognone.com/node/83958

Monster เว็บหางานรายใหญ่ ซื้อ Jobr แอพฯหางานสไตล์ Tinder

Monster.com เว็บหางานรายใหญ่ ประกาศซื้อ Jobr แอพพลิเคชั่นหางานที่ใช้รูปแบบการ Swipe หน้าจอแบบ Tinder ผลของการซื้อไม่ได้ทำให้ Jobr ปิดตัวลง แต่จะเป็นรูปแบบใหม่ที่มีการร่วมมือกันระหว่างกัน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเงื่อนไขที่มีร่วมกันออกมาอย่างชัดเจน

Jobr เป็นสตาร์ทอัพมีฐานทัพที่ซานฟรานซิสโก ระดมทุนในชั้น Seed Funding ได้ถึง 2 ล้านเหรียญฯ ในปี 2014 และไม่ใช่แอพฯ หางานรายเดียวที่นำเทคนิค Swipe แบบ Tinder มาใช้ เพราะ Switch แอพฯหางานอีกรายก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน

Jobr สามารถล็อกอินผ่าน Facebook และเชื่อมต่อบัญชี LinkedIn เพื่อให้แอพสร้างโปรไฟล์ รวมถึงอัพโหลดข้อมูลผ่านระบบคลาวด์อย่าง Dropbox และ Google Drive ได้ ได้อันดับที่ 15 ใน iOS ของหมวด Business (Free) ในขณะที่แอพฯของ Monster ได้อันดับที่ 33 และในวันที่ประกาศการซื้อขาย Jobr ออกมาบอกอีกว่ามีคนหางานเป็นล้านคน และคนรับสมัครเป็นพันรายที่ใช้งานบนแอพพลิเคชั่น Jobr การร่วมมือกันของ Monster และ Jobr จึงน่าสนใจและจับตามอง


ภาพจาก Jobr

ที่มา – Techcrunch

from:https://www.blognone.com/node/82051