คลังเก็บป้ายกำกับ: KASIKORN_BANK

เชิญร่วมงาน TechJam Mixer Event เสาร์นี้ เตรียมความพร้อมก่อนแข่ง TechJam by KBTG

หลายคนอาจพอทราบข่าว KBTG บริษัทด้านเทคโนโลยีของธนาคารกสิกรไทย จัดงานแข่งขัน TechJam by KBTG กันไปแล้ว

ตัวกิจกรรมหลักของ TechJam จะเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2560 และแข่งรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 26-27 สิงหาคม 2560 แต่ทางผู้จัดก็จะมีงานรอบอุ่นเครื่อง TechJam Mixer Event พร้อมผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรจาก KBTG, Google Developers และ LINE Thailand ก่อน ในวันที่ 24 มิถุนายน (วันเสาร์นี้) ที่โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

No Description

TechJam Mixer Event เตรียมความพร้อมก่อนแข่งขัน TechJam

กิจกรรม TechJam Mixer Event จะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. โดยภายในงานเป็นการแนะนำการแข่งขัน TechJam พร้อมอธิบายกฎกติกาอย่างละเอียด

ในงาน Mixer ยังเชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญใน 3 สาขาที่แข่งขันคือ Code, Data, Design มาแนะนำแนวโน้มและทิศทางของแต่ละวงการ ทั้งผู้เชี่ยวชาญจาก KBTG และต่างประเทศ Linux Foundation, Google Asia Pacific, LINE Thailand และนักพัฒนา Google Developer Expert (GDE) หัวข้อในงานประกอบด้วย

Code Track

  • How technology apply to Financial Business
  • Blockchain and Hyperledger
  • Business Connect API (LINE)
  • How to become programming experts

Data Track

  • How data can benefit financial business
  • Google ML API
  • Data Science Technique
  • AI latest trend

Design Track

  • The Age of AI and Human Centric Design

สำหรับกำหนดการอย่างละเอียดของงาน สามารถดูได้จากภาพด้านล่าง

No Description

แนะนำโครงการ TechJam by KBTG

TechJam by KBTG เป็นรูปแบบการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทาง คือความสามารถทาง
Programming, Data Science และ UX/UI Design โดยจะแยกการแข่งขันเป็น 3 แทร็คได้แก่

1) Code Track: สำหรับผู้ที่มีความสามารถด้าน Programming การรวมพลเหล่านักพัฒนาที่ชอบประลองฝีมือเขียนโปรแกรมและไขโจทย์ที่ท้าทาย โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์จะมีชุดโจทย์ปัญหาให้ทำตามเวลาที่กำหนด

ส่วนการแข่งขันรอบตัดสินจะมีโจทย์ที่หลากหลายเพื่อให้ผู้แข่งขันเลือกแก้โจทย์ โดยแต่ละโจทย์จะระบุให้ใช้ API ตามที่กำหนด
โดยเกณฑ์การตัดสินของทั้งสองรอบจะพิจารณาจากความถูกต้องแม่นยำและประสิทธิภาพของโปรแกรมและความครบถ้วนตามเงื่อนไขที่โจทย์กำหนด

2) Data Track: สำหรับผู้ที่มีความสามารถด้าน Data Science, Machine Learning

ผู้ที่ชอบทดสอบและศึกษาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ผู้สร้างปัญญาประดิษฐ์ และผู้วิจัยโมเดลข้อมูล นี่คือโอกาสของคุณที่จะได้สร้างโมเดล โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์จะมีโจทย์พร้อมข้อมูลประจำโจทย์
(training data set) ให้ทำตามเวลาที่กำหนด

ส่วนการแข่งขันรอบตัดสินจะมีโจทย์และข้อมูลที่ความซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยเกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากทีมที่สามารถสร้างโมเดลที่ให้ผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำที่สุด

3) Design Track: สำหรับผู้ที่สนใจอยากใช้ Creativity และ Design Thinking

เพื่อออกแบบแนวคิดชีวิตที่ดีกว่าด้วยเทรนด์ทางสังคมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เราเฟ้นหาสุดยอดนักคิดวิสัยทัศน์สร้างสรรค์ที่มี Passion ใน Human Centric Experience Design มาเข้าร่วม Jam ใน

Design Track โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์ นำเสนอ Conceptual Design ในโจทย์ด้านการออกแบบชีวิตแห่งอนาคต ที่ผสมผสานไปกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกเป็นการท้าทายให้ผู้สมัครได้แสดงออกถึงวิสัยทัศน์ ไอเดีย และทักษะในการออกแบบเพื่อใช้ในการพิจารณาคัดเลือกเข้าสู่รอบตัดสิน

ระยะเวลาการรับสมัคร

รายละเอียดของการแข่งขัน TechJam by KBTG จะเปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป เข้าร่วมแข่งขันใน 3 แทร็ค คือ Code Track, Data Track, Design Track โดยสมัครแบบคนเดียวหรือทีมละไม่เกิน 2 คน และเลือกได้แทร็คเดียว

  • เปิดรับสมัครผ่านเว็บไซต์ techjam.tech ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 กรกฎาคม
  • ผู้สมัครจะต้องทดสอบเบื้อต้นทางออนไลน์ (Online Audition Round) ระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม
  • ประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบตัดสินวันที่ 5 สิงหาคม
  • ผู้เข้ารอบสุดท้าย ต้องไปแข่งรอบชิงชนะเลิศที่อาคาร KBTG แจ้งวัฒนะ ในรูปแบบ Hackathon วันที่ 26-27 สิงหาคม

รางวัล

  • ผู้ชนะเลิศในแต่ละแทร็ค จะได้ศึกษาดูงานและเวิร์คช็อปที่ซิลิคอนวัลเลย์ พร้อมตั๋วเครื่องบิน และเงินใช้จ่าย pocket money อีก 17,000 บาทต่อคน บวกเครดิต Firebase มูลค่า 100,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เงินรางวัล 50,000 บาท, ลำโพง Google Home และเครดิต Firebase 80,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับสอง เงินรางวัล 20,000 บาท, ลำโพง Google Home และเครดิต Firebase 60,000 บาท

สามารถติดตามกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของงานได้ที่เฟซบุ๊ค TechJam by KBTG

from:https://www.blognone.com/node/93319

Advertisements

KBank เปิดตัว Beacon Venture Capital ตั้งงบ 1 พันล้านบาท ลงทุนสตาร์ทอัพทั้งไทย-เทศ

ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัวบริษัทบีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล (Beacon Venture Capital) เพื่อเป็นหน่วยงานที่ร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพ ภายใต้แนวคิด The Next Building Block โดยมีเม็ดเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท หนุนพัฒนานวัตกรรมด้านการเงินที่ส่งเสริมกลยุทธ์ของธนาคาร

Beacon VC ประเดิมเป็นธนาคารไทยรายแรกที่ลงทุนในรูปแบบ Venture Capital (VC) แก่สตาร์ทอัพไทย FlowAccount ตั้งเน้นลงทุนสตาร์ทอัพโดยตรง 3-5 แห่ง และลงทุนในกองทุน VC อื่น ๆ 2-3 แห่งในปี 2560

No Description

นางสาวขัตติยา​ ​อินทรวิชัย​ ​กรรมการผู้จัดการ​ ​ธนาคารกสิกรไทย​​ ​เปิดเผยว่า​ ​จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความต้องการบริการดิจิทัล​ ​แบงกิ้งเพิ่มขึ้น​ ​รวมทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการของธนาคารในอนาคต​ ​ธนาคารกสิกรไทยจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์หลักในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาสนับสนุนธุรกิจของธนาคารในด้านต่างๆ​ ​รวมทั้งร่วมมือพันธมิตรสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวเพื่อการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืน

ล่าสุด​ ​ธนาคารกสิกรไทย​ ​ตั้งบริษัท​ ​บีคอน​ ​เวนเจอร์​ ​แคปิทัล​ ​จำกัด​ ​(Beacon​ ​Venture​ ​Capital​ ​Co.,Ltd.) หรือ​ ​Beacon​ ​VC​ ​โดยธนาคารถือหุ้น​ ​100%​ ​เพื่อร่วมลงทุนในกองทุน​ ​VC​ ​หรือสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินและเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องและสามารถรองรับแผนยุทธศาสตร์ของธนาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

No Description

Beacon​ ​VC​ ​มีวงเงินลงทุนเริ่มต้น​ ​1,000​ ​ล้านบาท​ ​และมีนโยบายการลงทุน​ ​2​ ​รูปแบบ​ ​ได้แก่การลงทุนโดยตรง​ ​(Direct​ ​Investment)​ ​ทั้งสตาร์ทอัพไทยและต่างประเทศ​ ​และการลงทุนผ่านกองทุนเงินร่วมลงทุน (Venture​ ​Capital​ ​Fund)​ ​ชั้นนำ​ ​โดยมีนายธนพงษ์​ ​ณ​ ​ระนอง​ ​ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในสตาร์อัพ​ ​เป็นกรรมการผู้จัดการ

นายธนพงษ์​ ​ณ​ ​ระนอง​ ​กรรมการผู้จัดการ​ ​บริษัท​ ​บีคอน​ ​เวนเจอร์​ ​แคปิทัล​ ​จำกัด​​ ​เปิดเผยว่า​ ​ในปี 2560​ ​บริษัทมีแผนการลงทุนโดยตรงในฟินเทคสตาร์ทอัพประมาณ​ ​3-5​ ​แห่ง​ ​และลงทุนผ่านกองทุน​ ​เงินร่วมลงทุนประมาณ​ ​2-3​ ​แห่ง​ ​โดยบริษัท​ ​บีคอน​ ​เวนเจอร์​ ​แคปิทัลจะเป็น​ ​Corporate​ ​Venture​ ​Capital​ ​ของธนาคารแห่งแรกของไทยที่ได้เลือกลงทุนในรูปแบบร่วมลงทุน​ ​(VC)​ ​ในสตาร์ทอัพไทย​ ​ได้แก่​ ​บริษัท FlowAccount​ ​โดยจะเป็นผู้ลงทุนหลัก​ ​(Lead​ ​Investor)​ ​พร้อมกับนักลงทุนอื่นอีก​ ​3​ ​ราย

บีคอนมองว่า​ ​FlowAccount​ ​เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพและร่วมงานกับทางธนาครอยู่แล้ว​ ​มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบจัดการบัญชีของเอสเอ็มอี​ ​โดยระบบบัญชีของ​ ​FlowAccount​ ​สามารถเชื่อมข้อมูลบัญชีของบริษัทเข้ากับบัญชีเงินฝากที่ธนาคาร​ ​และบริการธนาคารทางมือถือสำหรับนิติบุคคล (K-PLUS​ ​SME)​ ​ได้ด้วย

Beacon​ ​VC​ ​ยังลงทุนผ่านกองทุนเงินร่วมลงทุน​ ​(VC​ ​Fund)​ ​ในสิงคโปร์ชื่อ​ ​Dymon​ ​Asia​ ​ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนเงินร่วมลงทุนชั้นนำของเอเชียที่เน้นการลงทุนทางด้านฟินเทค​ ​นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีแผนลงทุนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอีก​ ​2​ ​ดีล​ ​รวมมูลค่าการลงทุนทั้งหมดกว่า​ ​200​ ​ล้านบาท

No Description

ความหมายของชื่อ​ ​Beacon​ ​VC​ ​คืออะไร​ ​มีที่มาจากไหน​ ​?

ตราสัญลักษณ์ของ​ ​Beacon​ ​VC​ ​คือประภาคารที่ส่องแสงนำทางให้ฟินเทคและสตาร์ทอัพที่เป็นพันธมิตร และเมื่อรวมกับเทคโนโลยีดิจิทัลของ​ ​KBTG​ ​ผนวกกับความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทยในรูปแบบของ Digital​ ​Partnership​ ​ที่มีฐานข้อมูลลูกค้าของธนาคารฯ​ ​กว่า​ ​14.2​ ​ล้านราย​ ​จะสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ทันสมัย​ ​เหมาะกับความต้องการของลูกค้า​ ​ในระยะเวลา​ ​(time​ ​to​ ​market)​ ​ที่รวดเร็ว

วัตถุประสงค์หลักในการลงทุนของ​ ​Beacon​ ​VC​ ​คือการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนให้แก่ธนาคาร​ ​โดยมีกลยุทธ์คือการเพิ่มคุณค่า​ ​(Value​ ​Proposition)​ ​ให้ผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร​ ​การลดระยะเวลาหรือต้นทุนในการพัฒนานวัตกรรม​ ​การใช้ประโยชน์จากการเป็นผู้บุกเบิกการลงทุน​ ​(First​ ​Mover​ ​Advantage)​ ​เพื่อเป็นการเข้าถึงและสร้างความเป็นผู้นำทางนวัตกรรมให้แก่ธนาคาร​ ​และการพัฒนาความเชี่ยวชาญให้กับบุคลากรและพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของธนาคาร

3​ ​ประสาน:​ ​Beacon​ ​VC​ ​ผนึกกำลัง​ ​KBTG​ ​และพาร์ทเนอร์

การจัดตั้งบริษัทบีคอน​ ​เวนเจอร์​ ​แคปิทัล​ ​เป็นส่วนหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของการดำเนินธุรกิจ​ ​เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ด้านดิจิทัล​ ​(Strategic​ ​Digital​ ​Capability)​ ​ให้แก่ธนาคาร

ที่ผ่านมา​ ​ธนาคารก่อตั้ง​ ​KBTG​ ​เพื่อมุ่งคิดค้นนวัตกรรม​ ​ร่วมกับพันธมิตรทางเทคโนโลยี​ ​และจับมือฟินเทคและเทคสตาร์อัพ สร้างนวัตกรรมทางการเงินรองรับดิจิทัลแบงกิ้งที่เติบโตแบบก้าวกระโดด​ ​ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุมัติให้​ ​KBTG​ ​เข้าร่วมทดสอบบริการการเงินรูปแบบใหม่ใน​ ​Regulatory​ ​Sandbox เป็นรายแรก​ ​โดเป็นบริการที่ดึงเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการพิจารณาออกหนังสือค้ำประกันให้ลูกค้า

จากแนวคิด​ ​The​ ​Next​ ​Building​ ​Block​ ​เติมเต็มให้ระบบนิเวศน์​ ​(Ecosystem)​ ​ให้สมบูรณ์​ ​ทั้ง​ ​3​ ​หน่วยงานของธนาคาร​ ​คือ​ ​Digital​ ​Partnership,​ ​KBTG​ ​และ​ ​Beacon​ ​VC​ ​จะช่วยส่งเสริมให้สตาร์ทอัพเติบโต​ ​มั่นคง และนำความยั่งยืนมาสู่ธนาคารในระยะยาว

“KBank​ ​พร้อมที่จะทำงานร่วมกับ​ ​Fintech​ ​ตามวิสัยทัศน์ที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน​ ​KBank​ ​และ​ ​KBTG เราร่วมทำ​ ​Solution​ ​สำหรับตลาดใหม่​ ​ไม่ใช่แค่ประกาศ​ ​Strategy​ ​ที่จะไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว”​ ​นางสาวขัตติยากล่าว

No Description

VC ของ KBank แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร ?

นายธนพงษ์กล่าวว่า “เราลงทุนไม่ได้แค่เรื่องเงินทุนอย่างเดียว เราลงทุนในรูปแบบ Strategic Investment เราจะให้ Strategic และความรู้ด้านต่างๆ แก่น้องๆ สตาร์ทอัพด้วย ด้านเทคนิคเรามี KBTG ที่มาช่วยทำให้สตาร์ทอัพทำงานได้ดีขึ้น ส่วนเรื่องเงินทุน สามารถทำให้สตาร์ทอัพเข้าสู่ฐานลูกค้าของ Kbank ซึ่งมีถึง 14.2 ล้านคน”

ปัจจุบัน Beacon VC ลงทุนไปแล้ว 4 โครงการในระยะเวลาไม่กี่เดือน การลงทุนกับ Dymond Asia Venture ซึ่งเน้นลงทุนด้านฟินเทคเป็นหลัก จะทำให้ได้นวัตกรรมต่างๆ ตัว Dymond Asia อาจจะได้ Capital Gain ด้วย และอาจได้ข้อมูลข่าวสารรวมทั้งพัฒนาการต่างๆ ในโลกนี้ที่ทำให้ Kbank เห็นเทรนด์และปรับตัวได้ดีมากขึ้น

ส่วนบริษัท FlowAccount ก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกับ Kbank มาระดับหนึ่งแล้ว ลูกค้าเคยได้รับบริการแล้วมีความสุข มีความมั่นคงทางการเงิน ทำให้การลงทุนใน FlowAccount มีลักษณะ Win-Win Situation ทุกคนเลย

1,000 ล้านนี่เป็นเพียงเงินก้อนแรกในการเริ่มต้นเท่านั้น เราตั้งใจตั้ง VC ขึ้นมาเพื่อให้สตาร์ทอัพไทยเติบโต เรามีลูกค้า 14.2 ล้านราย กสิกรมีพร้อมทุกฟังก์ชั่น ทั้ง 14.2 ล้านรายนี้มิได้หมายความว่าเราเก่งที่สุดแล้ว เราเป็นองค์กรไทย และอยากให้ฟินเทคไทยเติบโต จึงอยากให้มาช่วยกันเพื่อที่จะให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตได้

from:https://www.blognone.com/node/93035

AIS/Kbank จับมือ 2 สตาร์ตอัพ ออกโซลูชันไอที Food Solution สำหรับร้านอาหาร

AIS จับมือธนาคารกสิกรไทย และสตาร์ตอัพ 2 รายคือ FoodStory ระบบจัดการออเดอร์อาหาร กับ FlowAccount ระบบบัญชีธุรกิจ ออกโซลูชันไอที Food Solution สำหรับร้านอาหารทุกขนาดในประเทศไทย

บริการในชุด Food Solution ประกอบด้วย

  • เน็ต AIS Fibre (บางแพ็กเกจจะเป็นซิม AIS แทน)
  • ระบบจัดการร้านอาหาร เมนู รับออเดอร์ลูกค้า จาก FoodStory
  • ระบบบัญชี วางบิล ใบกำกับภาษี จาก FlowAccount
  • เครื่องรูดบัตร mPOS ของธนาคารกสิกรไทย ที่เชื่อมต่อกับแอพ K PLUS SME ให้เจ้าของร้านจัดการบัญชีธนาคารได้ง่าย

ระบบของ FoodStory, FlowAccount, K PLUS SME ถูกพัฒนาให้เชื่อมต่อกันไว้แล้ว ออเดอร์ของร้านอาหารจาก FoodStory จะถูกส่งเข้าระบบบัญชี FlowAccount ให้เลย และสามารถตัดยอดค้างจ่ายผ่าน K PLUS SME ได้

โซลูชัน Food Solution จะแยกเป็นแพ็กเกจขนาด S, M, L ตามขนาดของร้านอาหาร โดยมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์แตกต่างกัน รายละเอียดดูได้จาก AIS Food Solution ช่วงแรกจะยังจำกัดเฉพาะพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลก่อน

No Description

from:https://www.blognone.com/node/92844

KBank แจ้งเตือน กรณีอีเมลลุ้นโชครับ iPhone 7 Red ที่ให้กรอกรหัสผ่านผู้ใช้

ธนาคารกสิกรไทย แจ้งเตือนกรณีมีอีเมลจากธนาคาร ให้ลงทะเบียนเพื่อลุ้นรับ iPhone 7 red โดยมีช่องให้กรอกชื่อผู้ใช้-รหัสผ่าน

ทางธนาคารระบุว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ใช้กันภายในองค์กร เพื่อสอนให้พนักงานรู้จักแยกแยะเว็บที่เป็น phishing หลอกข้อมูลของลูกค้า แต่เมื่อภาพหลุดออกสู่ภายนอกองค์กร และมีการแชร์ต่อไปจึงเกิดความเข้าใจผิดกันมาก ธนาคารกสิกรไทยยืนยันว่าระบบความปลอดภัยของธนาคารยังเป็นไปตามปกติ

นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังย้ำว่า เว็บไซต์ของธนาคารกสิกรไทยคือ https://www.kasikornbank.com โดยเชื่อมต่อผ่าน HTTPS และยืนยันตัวตนในชื่อว่า KASIKORNBANK Public Co Ltd เท่านั้น

ที่มา – ฝ่ายประชาสัมพันธ์ธนาคารกสิกรไทย

No Description

from:https://www.blognone.com/node/92496

กสิกรไทยเปลี่ยนชื่อแอพธนาคารมือถือเป็น K PLUS พร้อมเปิดตัวแอพใหม่สำหรับเอสเอ็มอี

กสิกรไทยได้รีแบรนด์แอพธนาคารมือถือ K-Mobile Banking PLUS โดยทำการเปลี่ยนชื่อเป็น K PLUS พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ของแอพใหม่เป็นรูป K+ ให้ง่ายต่อการจดจำ

กสิกรไทยเปิดเผยว่า แอพ K PLUS นั้นมียอดการใช้งานไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 5 ล้านคน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 65% โดยจำนวนนี้เป็นผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ 80% และมีจำนวนการทำธุรกรรมของไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 102% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

K PLUS ยังมีบริการที่อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมอย่าง การขอออกบัตรเดบิตแล้วรอรับที่บ้าน, ซื้อประกันการเดินทางระหว่างประเทศ และธนาคารมีแผนเพิ่มฟีเจอร์อื่นอีก เช่น เปิดบัญชีกองทุน, ซื้อขายสับเปลี่ยนกองทุน, อายัดบัตรเครดิต, โอนเงินต่างประเทศ, ขอรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 2 ปีได้ทันที โดยธนาคารคาดหวังว่าการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ธนาคารบนมือถือเป็น 7 ล้านคนในสิ้นปีนี้

ถัดไปคือแอพใหม่ K PLUS SME แอพสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยมีฟีเจอร์สำหรับธุรกิจ คือใช้งานได้ทั้งบัญชีบุคคลธรรมดา, บัญชีร่วม และบัญชีนิติบุคคล สามารถเพิ่มได้สูงสุด 25 บัญชี, จัดกลุ่มบัญชีเพื่อดูภาพรวมธุรกิจแต่ละอย่าง, ตรวจสอบถานะเช็คขารับและขาจ่าย พร้อมการแจ้งเตือนเมื่อเช็คมีปัญหา, รายงานสินเชื่อที่จะรวบรวมข้อมูลรายงานสินเชื่อทุกประเภท (รวมโอดี, ตั๋วสัญญาใช้เงินกู้, หนังสือค้ำประกัน) รวมถึงสามารถดูการเคลื่อนไหวบัญชีแบบเรียลไทม์ได้

No Description

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทยเผยว่า ทางธนาคารมุ่งผลักดันให้ผู้ใช้ใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่แนะนำบริการด้านดิจิทัล (Digital Service Officer: DSO) ประจำสาขาทั่วประเทศ ทำหน้าที่แนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลให้ลูกค้า ส่วนบทบาทของสาขาในปัจจุบันที่มีกว่า 1,100 สาขาจะเน้นให้บริการการเงินส่วนบุคคลหรือสำหรับธุรกิจ โดยจะนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า

ที่มา – อีเมลประชาสัมพันธ์ธนาคารกสิกรไทย

from:https://www.blognone.com/node/92200

กสิกรไทยเผยเดือนมีนาคม การใช้งาน PromptPay เพิ่มขึ้น 130% เป็น 23,500 รายการต่อวัน

ธนาคารกสิกรไทยออกมาบอกตัวเลขการเติบโตคนลงทะเบียนพร้อมเพย์ โตขึ้นถึง 130% สถิติช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ มีการโอนเข้า-ออกเฉลี่ยประมาณ 10,000 รายการต่อวัน จนมาเดือนมีนาคมเพิ่มขึนเป็นประมาณ 23,500 รายการต่อวัน และ 80% ของธุรกรรมผ่านพร้อมเพย์บนช่องทางธนาคารกสิกรไทยในเดือนมีนาคมเป็นรายการโอนข้ามธนาคาร

เพื่อเร่งกระตุ้นให้คนมาสมัครกันมากขึ้น ธนาคารกสิกรไทยทำแคมเปญ “พร้อมเพย์ K สุด มั่นใจ ใคร ๆ ก็เพย์” เจาะพื้นที่ตลาดสด ตลาดนัด ร้านค้ารายย่อยทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ตั้งเป้าคนมาลงทะเบียนเพิ่มเป็น 5 ล้านรหัสภายในปีนี้ คาดหวังลดต้นทุนบริหารเงินสด 1 พันล้านบาทต่อปี

No Description

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/91157

ธนาคารกสิกรเผยแผนพัฒนาระบบ Digital-Payments Platform ให้เสร็จในปี 2017 รับศึกการเงินในไทย

ธนาคารกสิกรได้ออกมาเปิดเผยถึงแผนการพัฒนา Digital-Payments Platform ของตนเองให้ทันภายในสิ้นปี 2017 เพื่อรับศึกภายในวงการธุรกิจการเงิน และการเปลี่ยนไปของการเก็บค่าธรรมเนียมบริการ

 

ธนาคารกสิกรนั้นต้องการที่จะพัฒนาระบบ Digital-Payments ใหม่ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมต่างๆ นั้นมีความรวดเร็วมากขึ้น, ง่ายดายยิ่งขึ้น และมีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมที่ต่ำลง โดยปัจจุบันทางธนาคารได้เริ่มมีการพูดคุยกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการเงินจากต่างชาติเพื่อร่วมพัฒนา Payments Platform นี้ รวมถึงยังมีความร่วมมือกับทาง Alipay ของ Ant Financial ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Alibaba อยู่แล้วด้วย

ในการพัฒนา Digital-Payments Platform ครั้งนี้ ทางธนาคารกสิกรเองก็ยังพร้อมที่จะเปิดรับความร่วมมือกับเหล่าธุรกิจ FinTech Startup เพื่อทำให้บริการของธนาคารดีขึ้นด้วยเช่นกัน

การปรับปรุงการให้บริการของธนาคารให้มีความเป็น Digital มากขึ้นและเหมาะสมกับตลาดมากขึ้น รวมถึงลดต้นทุนการให้บริการให้ต่ำลงนี้ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่ทุกธนาคารต้องพบเจอในช่วงเวลานี้เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ได้ในอนาคต ซึ่งทางธนาคารกสิกรเองก็มีแผนที่จะสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ ขึ้นมาตอบรับต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวันนี้ให้ได้

 

ที่มา: http://www.bloombergquint.com/markets/2017/02/10/fintech-pressure-spurs-top-thai-bank-to-create-payment-platform

from:https://www.techtalkthai.com/kasikorn-bank-to-develop-its-new-digital-payments-platform/