คลังเก็บป้ายกำกับ: KASIKORN_BANK

ธนาคารกสิกรไทยจับมือ IBM เปิดตัวบริการทำหนังสือค้ำประกันบนบล็อกเชน

ธนาคารกสิกรไทยประกาศเปิดบริการทำหนังสือค้ำประกันบนเทคโนโลยีบล็อคเชนเป็นเจ้าแรกของโลก โดยอาศัยเทคโนโลยีบล็อคเชนจาก IBM ผ่านโครงการ Hyperledger หลังทดสอบการให้บริการบน Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทยไปก่อนหน้านี้แล้ว

บริการนี้จะช่วยให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีลูกค้าจำนวนมาก สามารถเชื่อมโยงเอกสารหนังสือค้ำประกันของคู่ค้าทั้งหมดบนมาตรฐานเดียว ไม่ต้องใช้กระดาษ ปลอดภัย ตรวจสอบได้และปลอมแปลงยาก โดยทางกสิกรไทยระบุว่าระบบถูกออกแบบมาให้เอื้อกับการเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายธนาคารต่างๆ ได้ในอนาคตด้วย

ทางกสิกรไทยคาดว่าปีนี้ปีนี้จะมีการออกหนังสือค้ำประกันผ่านระบบอิเล็กทรอนิคส์ราว 20% และคาดว่าปีหน้าจะเพิ่มเป็น 35% โดยเป็นสัดส่วนที่ใช้ผ่านบล็อกเชนอยู่ที่ 5%

ที่มา – งานแถลงข่าว

from:https://www.blognone.com/node/94048

Advertisements

ธนาคารกสิกรไทยร่วมมือพันธมิตร พัฒนาตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ จ่ายผ่าน QR Code ของ Alipay ได้

ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท SUN 108 ผู้จัดทำตู้จำหน่ายสินค้าหยอดเหรียญอัตโนมัติ และ Alipay ร่วมมือเป็นพันธมิตรกัน พัฒนาตู้ขายสินค้าอัตโนมัติจ่ายเงินผ่าน QR Code ของ Alipay ได้ ช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวในไทยซื้อสินค้าสะดวกขึ้น โดยเริ่มติดตั้งแล้ว 24 ตู้ ตั้งเป้าที่ 500 ตู้ภายในสามปี

นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท SUN 108 จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันมีตู้สินค้าที่รับชำระด้วย QR Code ผ่านแอพพลิเคชั่น Alipay ได้มี 24 ตู้ กระจายติดตั้งในบริเวณแหล่งท่องเที่ยว เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระราม 9 เซ็นทรัลเวสต์เกต เซ็นทรัลศาลายา และเซ็นทรัลพัทยา

นางสาวพิภาวิน สดประเสริฐ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย Ant Financial Services Group ผู้ให้บริการการชำระเงินผ่าน Alipay กล่าวว่า การร่วมมือกับพันธมิตรทั้งธนาคารกสิกรไทย และ SUN 108 เป็นการขยายรูปแบบการให้บริการแบบใหม่ในประเทศไทย ช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวจีนนอกจากที่จะสามารถทำการใช้จ่ายด้วย Alipay ในร้านค้ารายใหญ่และรายย่อยมากกว่าหมื่นจุดในปัจจุบันได้แล้ว ยังสามารถใช้บริการเพิ่มขึ้นที่ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติด้วย

No Description
ภาพจาก Facebook SUN 108

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/93820

เอไอเอส, ปตท, เซ็นทรัลพัฒนา, กสิกรไทย, ปูนซีเมนต์ไทย คว้า “Drive Award 2017”

(ซ้าย) รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย นายกสมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

เอไอเอส ปตท. เซ็นทรัลพัฒนา ธนาคารกสิกรไทย ปูนซีเมนต์ไทย ตบเท้ารับรางวัลสุดยอดธุรกิจ “Drive AWARD” ของสมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย นายกสมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า“ในวาระฉลอง 100 ปีแห่งการประดิษฐานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและครบรอบ 100 ปี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราจึงได้สร้างสรรค์รางวัล DRIVE AWARD 2017” ขึ้น เพื่อมอบให้กับกลุ่มบุคคล ธุรกิจหรือองค์กรที่มีแนวคิดการบริหารงานที่โดดเด่น มีนวัตกรรมที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กร สู่การเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ”

สำหรับความยิ่งใหญ่ของการประกาศรางวัลDRIVE AWARD ในปีแรกนี้ คือการมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 ท่าน จากทั้งหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนภาคเอกชนกว่า 20 หน่วยงาน ได้ร่วมกันสรรหาและคัดเลือกกลุ่มธุรกิจ องค์กร และบุคคลที่มีที่มีผลงานอันโดดเด่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับมหภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล พร้อมกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนได้เป็นอย่างดีเป็นจำนวนทั้งสิ้น 32 รายชื่อ ก่อนที่จะมาเฟ้นหากลุ่มธุรกิจ องค์กร และบุคคล ที่เป็น “ที่สุด” ใน 7 สาขารางวัล ประกอบด้วย ด้านบริหาร (Management) ด้านกลยุทธ์ (Strategic) ด้านการตลาด (Marketing) ด้านทรัพยากรบุคคล(Human Resource) ด้านการเงิน (Finance)รวมถึง ปราชญ์ชาวบ้าน และ วิสาหกิจชุมชน โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาตัดสิน ดังนี้

  • รางวัล DRIVE AWARD 2017 สาขา Management ได้แก่  บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยรางวัลนี้เน้นที่องค์กรที่มีการบริหารจัดการภายในองค์กรที่ดี เน้นความยั่งยืน มีการวางกลยุทธ์ที่ชัดเจน มีแผนทางการเงิน การตลาดที่โดดเด่น ให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนวัฒนธรรมอีกทั้งยังสร้างสรรค์โครงการเพื่อสังคม และให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับหลักเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาล ที่เน้นการส่งเสริมคุณธรรม การกำหนดแนวทางการดูแลผู้ถือหุ้นและดูแลคู่ค้า
  • รางวัล DRIVE AWARD 2017 สาขา Strategy ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) โดยพิจารณาจากกลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่ต้องมีแนวทางการวางกลยุทธ์ที่เด่นชัด ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำทางอุตสาหกรรม การเน้นย้ำความยั่งยืน การสร้างและสรรหาบุคลากรเพื่อรองรับกลยุทธ์ การส่งเสริมและสนับสนุนการทำวิจัยและพัฒนา ความต่อเนื่องในการออกสินค้าตัวใหม่ รวมถึงการมีการสื่อสารกลยุทธ์ธุรกิจในองค์กรที่ชัดเจน และแนวทางด้านธรรมาภิบาล ที่พิจารณาจากโครงการเพื่อสังคม แนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การสนับสนุนวัฒนธรรม การสร้างเสริมคุณธรรม ตลอดจนการดูแลผู้ถือหุ้นและคู่ค้า
  • รางวัล DRIVE AWARD 2017 สาขา Marketing ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยพิจารณาจากแง่มุมทางการตลาด ทั้งในเรื่องของการสร้างการรับรู้ตราสินค้า พิจารณาถึงการเติบโตของยอดขาย การสร้างความต่อเนื่องและความแปลกใหม่ของแคมเปญทางการตลาด และการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางธุรกิจ รวมถึงแง่มุมในเชิงธรรมาภิบาล ที่พิจารณาจากโครงการเพื่อสังคม แนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การสนับสนุนวัฒนธรรม การสร้างเสริมคุณธรรม ตลอดจนการดูแลผู้ถือหุ้นและคู่ค้า
  • รางวัล DRIVE AWARD 2017 สาขา Human Resource ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) โดยพิจารณาจากความเป็นเลิศทางด้านการบริหารงาน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการหมุนเวียนของพนักงาน อัตราการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมพนักงาน การให้สวัสดิการ ให้ทุน การสร้างสรรค์แนวทางสร้างความพึงพอใจของพนักงานต่อองค์กรการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับโครงการเพื่อสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  • รางวัล DRIVE AWARD 2017 สาขา Finance ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานด้านการเงินในปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา ควบคู่กับหลักเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาล ที่พิจารณาจากโครงการเพื่อสังคม แนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การสนับสนุนวัฒนธรรม การสร้างเสริมคุณธรรม ตลอดจนการดูแลผู้ถือหุ้นและคู่ค้า
  • รางวัล DRIVE AWARD 2017 สาขาวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ซึ่งมีความสามารถเป็นที่ยอมรับ เป็นกลุ่มที่สร้างแรงขับเคลื่อนต่อชุมชนและสังคมภายนอก พร้อมทั้งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ
  • รางวัล DRIVE AWARD 2017 สาขาปราชญ์ชาวบ้าน ได้แก่  คุณธีรเมศร์ ขจรพัฒนภิรมย์ โดยเป็นบุคคลที่มีความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์องค์ความรู้ การสร้างแรงขับเคลื่อน สู่ผลงานที่ได้รับการยอมรับและได้รับรางวัลระดับจังหวัดหรือระดับประเทศ

รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “7 กลุ่มธุรกิจ องค์กร และบุคคล ที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “DRIVE AWARD 2017” ในครั้งนี้ ถือเป็นผู้ที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารและธรรมาภิบาลดีเด่น สามารถเป็นแนวทางและแรงบันดาลใจให้กับบุคคลและองค์กรอื่น ๆ ในการร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยทั้งในด้านสังคมและธุรกิจ เพื่อนำพาประเทศไปสู่ทิศทางใหม่ ของการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน อันจะนำมาซึ่งการความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกได้อย่างแน่นอน”

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/07/drive-award-2017-ais-ptt-central-kbank-scg/

เชิญร่วมงาน TechJam Mixer Event เสาร์นี้ เตรียมความพร้อมก่อนแข่ง TechJam by KBTG

หลายคนอาจพอทราบข่าว KBTG บริษัทด้านเทคโนโลยีของธนาคารกสิกรไทย จัดงานแข่งขัน TechJam by KBTG กันไปแล้ว

ตัวกิจกรรมหลักของ TechJam จะเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2560 และแข่งรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 26-27 สิงหาคม 2560 แต่ทางผู้จัดก็จะมีงานรอบอุ่นเครื่อง TechJam Mixer Event พร้อมผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรจาก KBTG, Google Developers และ LINE Thailand ก่อน ในวันที่ 24 มิถุนายน (วันเสาร์นี้) ที่โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

No Description

TechJam Mixer Event เตรียมความพร้อมก่อนแข่งขัน TechJam

กิจกรรม TechJam Mixer Event จะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. โดยภายในงานเป็นการแนะนำการแข่งขัน TechJam พร้อมอธิบายกฎกติกาอย่างละเอียด

ในงาน Mixer ยังเชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญใน 3 สาขาที่แข่งขันคือ Code, Data, Design มาแนะนำแนวโน้มและทิศทางของแต่ละวงการ ทั้งผู้เชี่ยวชาญจาก KBTG และต่างประเทศ Linux Foundation, Google Asia Pacific, LINE Thailand และนักพัฒนา Google Developer Expert (GDE) หัวข้อในงานประกอบด้วย

Code Track

  • How technology apply to Financial Business
  • Blockchain and Hyperledger
  • Business Connect API (LINE)
  • How to become programming experts

Data Track

  • How data can benefit financial business
  • Google ML API
  • Data Science Technique
  • AI latest trend

Design Track

  • The Age of AI and Human Centric Design

สำหรับกำหนดการอย่างละเอียดของงาน สามารถดูได้จากภาพด้านล่าง

No Description

แนะนำโครงการ TechJam by KBTG

TechJam by KBTG เป็นรูปแบบการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทาง คือความสามารถทาง
Programming, Data Science และ UX/UI Design โดยจะแยกการแข่งขันเป็น 3 แทร็คได้แก่

1) Code Track: สำหรับผู้ที่มีความสามารถด้าน Programming การรวมพลเหล่านักพัฒนาที่ชอบประลองฝีมือเขียนโปรแกรมและไขโจทย์ที่ท้าทาย โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์จะมีชุดโจทย์ปัญหาให้ทำตามเวลาที่กำหนด

ส่วนการแข่งขันรอบตัดสินจะมีโจทย์ที่หลากหลายเพื่อให้ผู้แข่งขันเลือกแก้โจทย์ โดยแต่ละโจทย์จะระบุให้ใช้ API ตามที่กำหนด
โดยเกณฑ์การตัดสินของทั้งสองรอบจะพิจารณาจากความถูกต้องแม่นยำและประสิทธิภาพของโปรแกรมและความครบถ้วนตามเงื่อนไขที่โจทย์กำหนด

2) Data Track: สำหรับผู้ที่มีความสามารถด้าน Data Science, Machine Learning

ผู้ที่ชอบทดสอบและศึกษาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ผู้สร้างปัญญาประดิษฐ์ และผู้วิจัยโมเดลข้อมูล นี่คือโอกาสของคุณที่จะได้สร้างโมเดล โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์จะมีโจทย์พร้อมข้อมูลประจำโจทย์
(training data set) ให้ทำตามเวลาที่กำหนด

ส่วนการแข่งขันรอบตัดสินจะมีโจทย์และข้อมูลที่ความซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยเกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากทีมที่สามารถสร้างโมเดลที่ให้ผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำที่สุด

3) Design Track: สำหรับผู้ที่สนใจอยากใช้ Creativity และ Design Thinking

เพื่อออกแบบแนวคิดชีวิตที่ดีกว่าด้วยเทรนด์ทางสังคมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เราเฟ้นหาสุดยอดนักคิดวิสัยทัศน์สร้างสรรค์ที่มี Passion ใน Human Centric Experience Design มาเข้าร่วม Jam ใน

Design Track โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบออนไลน์ นำเสนอ Conceptual Design ในโจทย์ด้านการออกแบบชีวิตแห่งอนาคต ที่ผสมผสานไปกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกเป็นการท้าทายให้ผู้สมัครได้แสดงออกถึงวิสัยทัศน์ ไอเดีย และทักษะในการออกแบบเพื่อใช้ในการพิจารณาคัดเลือกเข้าสู่รอบตัดสิน

ระยะเวลาการรับสมัคร

รายละเอียดของการแข่งขัน TechJam by KBTG จะเปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป เข้าร่วมแข่งขันใน 3 แทร็ค คือ Code Track, Data Track, Design Track โดยสมัครแบบคนเดียวหรือทีมละไม่เกิน 2 คน และเลือกได้แทร็คเดียว

  • เปิดรับสมัครผ่านเว็บไซต์ techjam.tech ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 กรกฎาคม
  • ผู้สมัครจะต้องทดสอบเบื้อต้นทางออนไลน์ (Online Audition Round) ระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม
  • ประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบตัดสินวันที่ 5 สิงหาคม
  • ผู้เข้ารอบสุดท้าย ต้องไปแข่งรอบชิงชนะเลิศที่อาคาร KBTG แจ้งวัฒนะ ในรูปแบบ Hackathon วันที่ 26-27 สิงหาคม

รางวัล

  • ผู้ชนะเลิศในแต่ละแทร็ค จะได้ศึกษาดูงานและเวิร์คช็อปที่ซิลิคอนวัลเลย์ พร้อมตั๋วเครื่องบิน และเงินใช้จ่าย pocket money อีก 17,000 บาทต่อคน บวกเครดิต Firebase มูลค่า 100,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เงินรางวัล 50,000 บาท, ลำโพง Google Home และเครดิต Firebase 80,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับสอง เงินรางวัล 20,000 บาท, ลำโพง Google Home และเครดิต Firebase 60,000 บาท

สามารถติดตามกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของงานได้ที่เฟซบุ๊ค TechJam by KBTG

from:https://www.blognone.com/node/93319

KBank เปิดตัว Beacon Venture Capital ตั้งงบ 1 พันล้านบาท ลงทุนสตาร์ทอัพทั้งไทย-เทศ

ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัวบริษัทบีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล (Beacon Venture Capital) เพื่อเป็นหน่วยงานที่ร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพ ภายใต้แนวคิด The Next Building Block โดยมีเม็ดเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท หนุนพัฒนานวัตกรรมด้านการเงินที่ส่งเสริมกลยุทธ์ของธนาคาร

Beacon VC ประเดิมเป็นธนาคารไทยรายแรกที่ลงทุนในรูปแบบ Venture Capital (VC) แก่สตาร์ทอัพไทย FlowAccount ตั้งเน้นลงทุนสตาร์ทอัพโดยตรง 3-5 แห่ง และลงทุนในกองทุน VC อื่น ๆ 2-3 แห่งในปี 2560

No Description

นางสาวขัตติยา​ ​อินทรวิชัย​ ​กรรมการผู้จัดการ​ ​ธนาคารกสิกรไทย​​ ​เปิดเผยว่า​ ​จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความต้องการบริการดิจิทัล​ ​แบงกิ้งเพิ่มขึ้น​ ​รวมทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการของธนาคารในอนาคต​ ​ธนาคารกสิกรไทยจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์หลักในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาสนับสนุนธุรกิจของธนาคารในด้านต่างๆ​ ​รวมทั้งร่วมมือพันธมิตรสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวเพื่อการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืน

ล่าสุด​ ​ธนาคารกสิกรไทย​ ​ตั้งบริษัท​ ​บีคอน​ ​เวนเจอร์​ ​แคปิทัล​ ​จำกัด​ ​(Beacon​ ​Venture​ ​Capital​ ​Co.,Ltd.) หรือ​ ​Beacon​ ​VC​ ​โดยธนาคารถือหุ้น​ ​100%​ ​เพื่อร่วมลงทุนในกองทุน​ ​VC​ ​หรือสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินและเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องและสามารถรองรับแผนยุทธศาสตร์ของธนาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

No Description

Beacon​ ​VC​ ​มีวงเงินลงทุนเริ่มต้น​ ​1,000​ ​ล้านบาท​ ​และมีนโยบายการลงทุน​ ​2​ ​รูปแบบ​ ​ได้แก่การลงทุนโดยตรง​ ​(Direct​ ​Investment)​ ​ทั้งสตาร์ทอัพไทยและต่างประเทศ​ ​และการลงทุนผ่านกองทุนเงินร่วมลงทุน (Venture​ ​Capital​ ​Fund)​ ​ชั้นนำ​ ​โดยมีนายธนพงษ์​ ​ณ​ ​ระนอง​ ​ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในสตาร์อัพ​ ​เป็นกรรมการผู้จัดการ

นายธนพงษ์​ ​ณ​ ​ระนอง​ ​กรรมการผู้จัดการ​ ​บริษัท​ ​บีคอน​ ​เวนเจอร์​ ​แคปิทัล​ ​จำกัด​​ ​เปิดเผยว่า​ ​ในปี 2560​ ​บริษัทมีแผนการลงทุนโดยตรงในฟินเทคสตาร์ทอัพประมาณ​ ​3-5​ ​แห่ง​ ​และลงทุนผ่านกองทุน​ ​เงินร่วมลงทุนประมาณ​ ​2-3​ ​แห่ง​ ​โดยบริษัท​ ​บีคอน​ ​เวนเจอร์​ ​แคปิทัลจะเป็น​ ​Corporate​ ​Venture​ ​Capital​ ​ของธนาคารแห่งแรกของไทยที่ได้เลือกลงทุนในรูปแบบร่วมลงทุน​ ​(VC)​ ​ในสตาร์ทอัพไทย​ ​ได้แก่​ ​บริษัท FlowAccount​ ​โดยจะเป็นผู้ลงทุนหลัก​ ​(Lead​ ​Investor)​ ​พร้อมกับนักลงทุนอื่นอีก​ ​3​ ​ราย

บีคอนมองว่า​ ​FlowAccount​ ​เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพและร่วมงานกับทางธนาครอยู่แล้ว​ ​มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบจัดการบัญชีของเอสเอ็มอี​ ​โดยระบบบัญชีของ​ ​FlowAccount​ ​สามารถเชื่อมข้อมูลบัญชีของบริษัทเข้ากับบัญชีเงินฝากที่ธนาคาร​ ​และบริการธนาคารทางมือถือสำหรับนิติบุคคล (K-PLUS​ ​SME)​ ​ได้ด้วย

Beacon​ ​VC​ ​ยังลงทุนผ่านกองทุนเงินร่วมลงทุน​ ​(VC​ ​Fund)​ ​ในสิงคโปร์ชื่อ​ ​Dymon​ ​Asia​ ​ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนเงินร่วมลงทุนชั้นนำของเอเชียที่เน้นการลงทุนทางด้านฟินเทค​ ​นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีแผนลงทุนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอีก​ ​2​ ​ดีล​ ​รวมมูลค่าการลงทุนทั้งหมดกว่า​ ​200​ ​ล้านบาท

No Description

ความหมายของชื่อ​ ​Beacon​ ​VC​ ​คืออะไร​ ​มีที่มาจากไหน​ ​?

ตราสัญลักษณ์ของ​ ​Beacon​ ​VC​ ​คือประภาคารที่ส่องแสงนำทางให้ฟินเทคและสตาร์ทอัพที่เป็นพันธมิตร และเมื่อรวมกับเทคโนโลยีดิจิทัลของ​ ​KBTG​ ​ผนวกกับความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทยในรูปแบบของ Digital​ ​Partnership​ ​ที่มีฐานข้อมูลลูกค้าของธนาคารฯ​ ​กว่า​ ​14.2​ ​ล้านราย​ ​จะสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ทันสมัย​ ​เหมาะกับความต้องการของลูกค้า​ ​ในระยะเวลา​ ​(time​ ​to​ ​market)​ ​ที่รวดเร็ว

วัตถุประสงค์หลักในการลงทุนของ​ ​Beacon​ ​VC​ ​คือการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนให้แก่ธนาคาร​ ​โดยมีกลยุทธ์คือการเพิ่มคุณค่า​ ​(Value​ ​Proposition)​ ​ให้ผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร​ ​การลดระยะเวลาหรือต้นทุนในการพัฒนานวัตกรรม​ ​การใช้ประโยชน์จากการเป็นผู้บุกเบิกการลงทุน​ ​(First​ ​Mover​ ​Advantage)​ ​เพื่อเป็นการเข้าถึงและสร้างความเป็นผู้นำทางนวัตกรรมให้แก่ธนาคาร​ ​และการพัฒนาความเชี่ยวชาญให้กับบุคลากรและพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของธนาคาร

3​ ​ประสาน:​ ​Beacon​ ​VC​ ​ผนึกกำลัง​ ​KBTG​ ​และพาร์ทเนอร์

การจัดตั้งบริษัทบีคอน​ ​เวนเจอร์​ ​แคปิทัล​ ​เป็นส่วนหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของการดำเนินธุรกิจ​ ​เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ด้านดิจิทัล​ ​(Strategic​ ​Digital​ ​Capability)​ ​ให้แก่ธนาคาร

ที่ผ่านมา​ ​ธนาคารก่อตั้ง​ ​KBTG​ ​เพื่อมุ่งคิดค้นนวัตกรรม​ ​ร่วมกับพันธมิตรทางเทคโนโลยี​ ​และจับมือฟินเทคและเทคสตาร์อัพ สร้างนวัตกรรมทางการเงินรองรับดิจิทัลแบงกิ้งที่เติบโตแบบก้าวกระโดด​ ​ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุมัติให้​ ​KBTG​ ​เข้าร่วมทดสอบบริการการเงินรูปแบบใหม่ใน​ ​Regulatory​ ​Sandbox เป็นรายแรก​ ​โดเป็นบริการที่ดึงเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการพิจารณาออกหนังสือค้ำประกันให้ลูกค้า

จากแนวคิด​ ​The​ ​Next​ ​Building​ ​Block​ ​เติมเต็มให้ระบบนิเวศน์​ ​(Ecosystem)​ ​ให้สมบูรณ์​ ​ทั้ง​ ​3​ ​หน่วยงานของธนาคาร​ ​คือ​ ​Digital​ ​Partnership,​ ​KBTG​ ​และ​ ​Beacon​ ​VC​ ​จะช่วยส่งเสริมให้สตาร์ทอัพเติบโต​ ​มั่นคง และนำความยั่งยืนมาสู่ธนาคารในระยะยาว

“KBank​ ​พร้อมที่จะทำงานร่วมกับ​ ​Fintech​ ​ตามวิสัยทัศน์ที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน​ ​KBank​ ​และ​ ​KBTG เราร่วมทำ​ ​Solution​ ​สำหรับตลาดใหม่​ ​ไม่ใช่แค่ประกาศ​ ​Strategy​ ​ที่จะไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว”​ ​นางสาวขัตติยากล่าว

No Description

VC ของ KBank แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร ?

นายธนพงษ์กล่าวว่า “เราลงทุนไม่ได้แค่เรื่องเงินทุนอย่างเดียว เราลงทุนในรูปแบบ Strategic Investment เราจะให้ Strategic และความรู้ด้านต่างๆ แก่น้องๆ สตาร์ทอัพด้วย ด้านเทคนิคเรามี KBTG ที่มาช่วยทำให้สตาร์ทอัพทำงานได้ดีขึ้น ส่วนเรื่องเงินทุน สามารถทำให้สตาร์ทอัพเข้าสู่ฐานลูกค้าของ Kbank ซึ่งมีถึง 14.2 ล้านคน”

ปัจจุบัน Beacon VC ลงทุนไปแล้ว 4 โครงการในระยะเวลาไม่กี่เดือน การลงทุนกับ Dymond Asia Venture ซึ่งเน้นลงทุนด้านฟินเทคเป็นหลัก จะทำให้ได้นวัตกรรมต่างๆ ตัว Dymond Asia อาจจะได้ Capital Gain ด้วย และอาจได้ข้อมูลข่าวสารรวมทั้งพัฒนาการต่างๆ ในโลกนี้ที่ทำให้ Kbank เห็นเทรนด์และปรับตัวได้ดีมากขึ้น

ส่วนบริษัท FlowAccount ก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกับ Kbank มาระดับหนึ่งแล้ว ลูกค้าเคยได้รับบริการแล้วมีความสุข มีความมั่นคงทางการเงิน ทำให้การลงทุนใน FlowAccount มีลักษณะ Win-Win Situation ทุกคนเลย

1,000 ล้านนี่เป็นเพียงเงินก้อนแรกในการเริ่มต้นเท่านั้น เราตั้งใจตั้ง VC ขึ้นมาเพื่อให้สตาร์ทอัพไทยเติบโต เรามีลูกค้า 14.2 ล้านราย กสิกรมีพร้อมทุกฟังก์ชั่น ทั้ง 14.2 ล้านรายนี้มิได้หมายความว่าเราเก่งที่สุดแล้ว เราเป็นองค์กรไทย และอยากให้ฟินเทคไทยเติบโต จึงอยากให้มาช่วยกันเพื่อที่จะให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตได้

from:https://www.blognone.com/node/93035

AIS/Kbank จับมือ 2 สตาร์ตอัพ ออกโซลูชันไอที Food Solution สำหรับร้านอาหาร

AIS จับมือธนาคารกสิกรไทย และสตาร์ตอัพ 2 รายคือ FoodStory ระบบจัดการออเดอร์อาหาร กับ FlowAccount ระบบบัญชีธุรกิจ ออกโซลูชันไอที Food Solution สำหรับร้านอาหารทุกขนาดในประเทศไทย

บริการในชุด Food Solution ประกอบด้วย

  • เน็ต AIS Fibre (บางแพ็กเกจจะเป็นซิม AIS แทน)
  • ระบบจัดการร้านอาหาร เมนู รับออเดอร์ลูกค้า จาก FoodStory
  • ระบบบัญชี วางบิล ใบกำกับภาษี จาก FlowAccount
  • เครื่องรูดบัตร mPOS ของธนาคารกสิกรไทย ที่เชื่อมต่อกับแอพ K PLUS SME ให้เจ้าของร้านจัดการบัญชีธนาคารได้ง่าย

ระบบของ FoodStory, FlowAccount, K PLUS SME ถูกพัฒนาให้เชื่อมต่อกันไว้แล้ว ออเดอร์ของร้านอาหารจาก FoodStory จะถูกส่งเข้าระบบบัญชี FlowAccount ให้เลย และสามารถตัดยอดค้างจ่ายผ่าน K PLUS SME ได้

โซลูชัน Food Solution จะแยกเป็นแพ็กเกจขนาด S, M, L ตามขนาดของร้านอาหาร โดยมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์แตกต่างกัน รายละเอียดดูได้จาก AIS Food Solution ช่วงแรกจะยังจำกัดเฉพาะพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลก่อน

No Description

from:https://www.blognone.com/node/92844

KBank แจ้งเตือน กรณีอีเมลลุ้นโชครับ iPhone 7 Red ที่ให้กรอกรหัสผ่านผู้ใช้

ธนาคารกสิกรไทย แจ้งเตือนกรณีมีอีเมลจากธนาคาร ให้ลงทะเบียนเพื่อลุ้นรับ iPhone 7 red โดยมีช่องให้กรอกชื่อผู้ใช้-รหัสผ่าน

ทางธนาคารระบุว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ใช้กันภายในองค์กร เพื่อสอนให้พนักงานรู้จักแยกแยะเว็บที่เป็น phishing หลอกข้อมูลของลูกค้า แต่เมื่อภาพหลุดออกสู่ภายนอกองค์กร และมีการแชร์ต่อไปจึงเกิดความเข้าใจผิดกันมาก ธนาคารกสิกรไทยยืนยันว่าระบบความปลอดภัยของธนาคารยังเป็นไปตามปกติ

นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังย้ำว่า เว็บไซต์ของธนาคารกสิกรไทยคือ https://www.kasikornbank.com โดยเชื่อมต่อผ่าน HTTPS และยืนยันตัวตนในชื่อว่า KASIKORNBANK Public Co Ltd เท่านั้น

ที่มา – ฝ่ายประชาสัมพันธ์ธนาคารกสิกรไทย

No Description

from:https://www.blognone.com/node/92496