คลังเก็บป้ายกำกับ: KASIKORN_BANK

ไทยพาณิชย์และกสิกรเริ่มให้บริการเครื่องรับจ่ายเงินขนาดเล็ก พร้อมรับเงินผ่าน Thai QR Payment

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกสิกรไทย เริ่มเปิดให้ร้านค้าขอรับเครื่องรับจ่ายเงิน (electronic data capture – EDC) รุ่นใหม่ที่นอกจากจะรองรับบัตรเครดิตและเดบิตแล้ว ยังรองรับการจ่ายเงินผ่าน Thai QR Payment

เครื่อง KBank Mini-EDC นั้นเปิดตัวมาตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว แต่จะเริ่มเปิดให้สมัครรับเครื่องได้ในเดือนนี้ มีความสามารรถนอกจากการรับบัตรยังสามารถรับ Alipay และ WeChat Pay ได้ด้วย

ด้านธนาคารไทยพาณิชย์เพิ่งเปิดตัว SCB EASY Cashier แต่ก็เปิดให้สมัครรับเครื่องกันได้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมนี้ (จดหมายข่าวระบุว่า “มอบเครื่องให้ร้านค้าก่อนใคร”) ตอนนี้รับจ่ายผ่านบัตรเครดิต, เดบิต และ Thai QR Payment ได้แล้ว ส่วน Alipay และ WeChat Pay ต้องรอเฟสถัดไป อีกทั้งตัวเครื่องมีความสามารถรองรับการจ่ายแบบ contactless ทำให้รองรับการจ่ายผ่าน Samsung Pay, Apple Pay ไปจนถึงบัตรแมงมุมได้ในอนาคต

ธนาคารไทยพาณิชย์ตั้งเป้าแจกจ่ายเครื่องให้ได้ 50,000 เครื่องภายในปี 2018 ส่วนธนาคารกสิกรไทยตั้งเป้าในกรอบเวลาเดียวกันไว้ที่ 100,000 เครื่อง

ที่มา – จดหมายข่าวธนาคารกสิกรไทย, จดหมายข่าวธนาคารไทยพาณิชย์

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/98327

Advertisements

ลองเล่น K PLUS SHOP ระบบ e-Wallet โอนออกทางเดียวสำหรับร้านค้าโดยเฉพาะ

เมื่อวานนี้ทางธนาคารกสิกรไทยเปิดตัวแอป K PLUS SHOP อย่างเป็นทางการ แม้จะโฆษณาว่าเป็นแอปสำหรับร้านค้าเป็นหลัก แต่คุณสมบัติอย่างหนึ่งของ K PLUS SHOP คือมันเป็น e-Wallet ที่ใช้เลขเฉพาะ

การสมัคร

การสมัคร K PLUS SHOP นับว่าง่ายที่สุดในบรรดา e-Wallet ทั้งหมดเพราะไม่ต้องไปยืนยันตัวตนที่ธนาคารอีกครั้งหากเปิดบริการ K PLUS สำหรับใช้บริการธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือไว้ล่วงหน้า

ผมลองสมัคร K PLUS (ไม่เคยใช้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก) พบว่าไม่สามารถเปิด K PLUS SHOP ใช้ได้ทันที ต้องรออีกหนึ่งวัน แม้อย่างนั้นก็ยังนับว่าสะดวกมากกว่า e-Wallet อื่นที่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ทุกรอบ เมื่อครบหนึ่งวันแล้ว เมนูใน K PLUS จะเปิดให้ลงทะเบียนได้

ข้อมูลลงทะเบียนทุกอย่างแก้ไขได้ภายหลัง ยกเว้นที่ตั้งร้านค้า ผมยังหาไม่พบว่ามีการใช้ข้อมูลนี้ตรงไหนบ้างหรือเปิดเผยให้กับคนอื่นหรือไม่ แต่โดยทั่วไปก็อาจจะต้องระวังสักนิดไม่ใส่ที่อยู่บ้านไป ไม่อย่างนั้นการแก้ไขอาจจะยากเสียหน่อย ส่วนข้อมูลอื่นแก้ไขได้ทั้งหมด แม้แต่หมายเลขโทรศัพท์

การรับเงิน

การรับเงินทำได้สองทาง คือการเรียกเก็บเงินจากการแสกน QR ของ K PLUS WALLET เป็นแบบผู้ค้าสแกนผู้จ่าย (Customer Presented Mode) เท่าที่ทราบยังไม่มีบริการของธนาคารอื่นรองรับบริการนี้ อีกแบบคือ ผู้จ่ายสแกน QR ของร้านค้า (Merchant Presented Mode) ที่น่าจะเป็นช่องทางหลักในตอนนี้

ตัวอย่าง QR ของร้าน GaMew Bear (ภาพจากข่าวงานเปิดตัว K PLUS SHOP)

No Description

ตัว QR ที่สร้างโดยแอป K PLUS SHOP นั้นเป็น Thai QR Payment (ที่เราเรียกว่า PromptPay QR) แต่ QR จาก K PLUS SHOP จะมีข้อมูลเพิ่มเติมจาก QR ของธนาคารอื่นๆ โดยมีฟิลด์หมายเลข 31 เพิ่มเข้ามา (ตามมาตรฐานแล้วสามารถวางในฟิลด์หมายเลขอะไรก็ได้ ตั้งแต่ 26-51 โดยระบุ Application ID กำกับ) ทำให้โครงสร้างโดยรวมเป็นดังนี้ (สีส้มคือความยาวฟิลด์ ตัวหนาคือเนื้อข้อมูล)

No Description

จะพบว่าในฟิลด์หมายเลข 29 เป็นข้อมูล PromptPay เดิม พร้อมกับระบุหมายเลข e-Wallet ID ของ K PLUS SHOP เอาไว้ หมายเลขนี้สามารถนำไปใส่เมนูโอนพร้อมเพย์ของแอปอื่นๆ เช่น PromptPay Top Up ของธนาคารได้ ผมทดสอบครั้งแรกเมื่อ 14 พฤศจิกายนและพบว่าใช้งานได้จนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 15 พฤศจิกายน ก็ไม่สามารถใช้งานได้อีก คาดว่าคงยังไม่พร้อมเปิดตัวเต็มรูปแบบนัก ที่สำคัญคือ e-Wallet ID นี้ใส่ไปในแอป K PLUS เองก็สามารถจ่ายได้เช่นกัน (การโอนสำเร็จ)

การจ่ายด้วยด้วย e-Wallet ID จะมีข้อมูลปรากฎในแอป K PLUS SHOP น้อยมาก เพียงบอกว่าได้รับเงินผ่าน PromptPay, เวลา, และจำนวนเงินเท่านั้น แต่หากสแกน QR บนแอป K PLUS เพื่อจ่าย ตัวแอป K PLUS SHOP จะได้รับหมายเลขโทรศัพท์ 4 หลักสุดท้ายของผู้จ่าย, หมายเลขอ้างอิง, เวลา, และจำนวนเงินมาด้วย

การจ่ายเงิน

แม้จะเป็น e-Wallet แต่ K PLUS SHOP แทบไม่มีฟังก์ชั่นในการจ่ายเงินออกเลย มีทางเดียวคือการจ่ายเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยเท่านั้น โดยเรียกว่าการ “ปิดยอดและโอนเข้าบัญชี” ผมทดลองโอนเงินออกก็ได้รับเงินแทบจะทันที

การตั้งชื่อร้าน

ความแปลกของแอป K PLUS SHOP นอกจากไม่สามารถแก้ไขที่ตั้งร้านได้แล้ว ตัวแอปยังมีความสามารถในการแก้ไขชื่อร้านค้าได้ตลอดเวลา ชื่อร้านนี้จะปรากฎในฝั่งธนาคารผู้โอน (ในกรณีของ SCB Easy จะแสดงในช่อง Biller Note)

No Description

ผมทดสอบเปลี่ยนชื่อจากแอป K PLUS SHOP จาก “บล็อคนัน” ไปเป็น “Grammarly” เมื่อนำ e-Wallet ID ไปใส่ช่อง PromptPay Top Up ของ SCB ก็ขึ้นชื่อร้านที่เพิ่งสั่งเปลี่ยนทันที นับว่าน่าแปลกใจเพราะชื่อบัญชีเป็นสิ่งที่สมาคมธนาคารระบุว่าให้สังเกตก่อนโอน ตั้งแต่เปิดตัวการจ่ายเงิน QR ครั้งแรก ป้องกันกรณีคนร้ายแอบเอา QR ของตัวเองมาแปะทับ หากร้านค้าสามารถเปลี่ยนชื่อร้านได้ตามใจชอบเช่นนี้เราก็อาจจะเห็นการตั้งชื่อร้านซ้ำกันไปมาได้

ส่งท้าย

K PLUS SHOP คงเป็นตัวอย่างของการต่อยอดจากมาตรฐานกลางที่ทำให้ทุกคนใช้งานร่วมกันได้อย่าง PromptPay และ Thai QR Payment สิ่งที่เรารู้จาก K PLUS SHOP ตอนนี้คงเป็น

  • หมายเลข e-Wallet ID ไม่จำเป็นต้องเป็นหมายเลขโทรศัพท์ จากเดิมผู้ให้บริการทุกรายล้วนใช้หมายเลขโทรศัพท์ทั้งหมด
  • กระบวนการอัพเดตชื่อบัญชีที่ผูกกับหมายเลขบัญชีของระบบ PromptPay สามารถทำได้รวดเร็ว แม้จะเป็นความสะดวก แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะมีการตั้งชื่อบัญชีปลอมกันในอนาคต
  • แอปของธนาคารเดียวกันอาจจะส่งข้อมูลให้ร้านค้ามากกว่าปกติ กรณีของ K PLUS SHOP คือการส่งหมายเลขโทรศัพท์ 4 หลักสุดท้ายไปกับการจ่ายเงินหากจ่ายด้วยการสแกน QR ใน K PLUS

from:https://www.blognone.com/node/97337

KBank แจกกาแฟร้านดังเชียงใหม่ฟรี กระตุ้นการจ่ายเงินด้วย QR Code

เรียกว่าธนาคารยักษ์ใหญ่บ้านเราทยอยอัดแคมเปญการตลาดถล่มกันในช่วงปลายปีอย่างพร้อมหน้า เพื่อกระตุ้นให้คนทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะจ่ายเงินผ่านแอพมือถือ

หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยปลดล็อคเงื่อนไข sandbox จำกัดพื้นที่ทดลองให้บริการ (ที่เดิมทีอนุญาตแค่จตุจักร สยามสแควร์ แพลตตินั่ม เพียง 3 พื้นที่) บรรดาธนาคารก็ออกเดินสายเพื่อสร้างความคุ้นเคยในการใช้ QR Payment และการจ่ายเงินผ่านแอพ Mobile Banking ทันที

ค่ายสีเขียว KBank เลือกไปบุกเชียงใหม่ ด้วยแคมเปญการตลาดที่น่าจะได้รับเสียงตอบรับดีคือ “กาแฟบาทเดียว” จากร้านดัง 17 ร้านในย่านถนนนิมมานเหมินทร์ จุดศูนย์รวมร้านกาแฟ-คาเฟ่ในเชียงใหม่ เพื่อกระตุ้นการซื้อกาแฟโดยไม่ใช้เงินสดผ่านการตลาดแนวไลฟ์สไตล์

เงื่อนไขของ KBank แบ่งออกเป็น 2 ส่วน สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตหรือเดบิตของธนาคาร สามารถรับกาแฟได้ฟรีทันที 1 แก้ว ส่วนผู้ที่ต้องการใช้จ่ายผ่านแอพ K PLUS ก็จะไม่ฟรี 100% แต่จ่ายในราคาแก้วละ 1 บาทเท่านั้น (อารมณ์ประมาณ์ว่าจะแจกฟรีก็ได้แต่ตั้งราคา 1 บาทเพื่อให้ลูกค้าได้ลองจ่ายเงินผ่าน QR Code ซะมากกว่า) โปรโมชันจะเริ่มตั้งแต่ 18 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค. 2560

การรับสิทธิกาแฟฟรี-บาทเดียวที่เชียงใหม่ จำเป็นต้องสมัครทาง SMS ก่อน (เสียค่า SMS ครั้งละ 3 บาท) และกาแฟฟรีย่อมมีเงื่อนไข เช่น ใช้ได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์, จำกัดจำนวนที่ 70 แก้วต่อร้านต่อวัน ซึ่งใครจะไปใช้สิทธิก็ควรรีบไปกันตั้งแต่เช้าๆ ด้วย

นอกจากฝั่งลูกค้าที่เป็นบุคคลทั่วไปแล้ว KBank ก็เริ่มการโปรโมทแอพ K PLUS SHOP สำหรับฝั่งร้านค้าบ้างแล้ว โดยจัดแคมเปญ “ปิ๊ปจังออนทัวร์” เดินสายตามร้านค้าในต่างจังหวัดทั่วประเทศด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมของโปรโมชั่นอ่านได้จาก ธนาคารกสิกรไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/kbank-coffee-1-baht-chiangmai/

ธนาคารกสิกรไทยเปิดทดสอบแอพ K PLUS Beacon ผู้พิการทางสายตาทำธุรกรรมได้ผ่านมือถือ

ธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวแอพใหม่ K PLUS Beacon บริการธนาคารผ่านมือถือสำหรับผู้บกพร่องทางการเห็น (visually impaired) ไม่ว่าจะเป็นตาบอดหรือมีปัญหาด้านการมองเห็นประเภทอื่นๆ หรือแม้แต่บุคคลทั่วไป ก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ง่ายขึ้นมาก

K PLUS Beacon เป็นการต่อยอดจาก Beacon Interface แอพต้นแบบที่เคยไปชนะงาน Singapore FinTech Festival เมื่อปี 2016 หลังจากนั้นทีมงานพัฒนาก็ไปทำงานร่วมกับคนพิการทางสายตา และสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เพื่อปรับปรุงแอพให้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น

No Description

หลักการของ K PLUS Beacon คือการปรับอินเทอร์เฟสให้เหมาะกับผู้พิการทางสายตา โดยใช้ gesture 4 ทิศทาง (ปัดขึ้น ลง ซ้าย ขวา) เพื่อสั่งงาน โดยจะมีเสียงพูดกำกับทุกสถานการณ์ว่าขณะนั้นหน้าจอกำลังแสดงข้อมูลอะไรอยู่

No Description

ในแอพ Beacon Interface เวอร์ชันแรกๆ ใช้การนำทางหลายทิศทาง ทำให้ผู้ใช้สับสน พอมาถึง K PLUS Beacon ก็ปรับให้ตัวเลือกในทุกหน้าจอมีความสม่ำเสมอมากขึ้น โดยปัดขึ้นคือถอยหลัง ปัดลงคือยืนยัน ปัดซ้าย-ขวาคือเปลี่ยนตัวเลือกในหน้านั้นๆ

No Description

อินเทอร์เฟสของ K PLUS Beacon ก็ถูกปรับปรุงไปจากเดิมหลายอย่าง โดยใช้รูปทรง (shape) ช่วยให้ไอคอนของแต่ละหน้าจอดูแตกต่างกัน (เช่น สามเหลี่ยม วงกลม) เพื่อให้คนที่มองเห็นไม่ชัด ตาไม่ได้บอดสนิท สามารถดูจากรูปทรงได้ว่ากำลังอยู่ในหน้าจอไหน หรือใช้สีเข้าช่วยเพื่อแยกแยะแต่ละโหมดออกจากกัน

No Description

ตอนนี้ K PLUS Beacon มีทั้งหมด 6 หน้าจอ ทำธุรกรรมพื้นฐานได้ครบถ้วน ตั้งแต่เช็คยอดเงิน (Balance) โอนเงิน (Transfer) เติมเงิน (Top Up) จ่ายบิล (Pay Bills) โดยรองรับการสแกนบาร์โค้ดด้วย ทางทีมงานบอกว่าในอนาคตจะเพิ่มความสามารถด้านธุรกรรมออนไลน์อื่นๆ เช่น การลงทุน เข้ามา

No Description

ในงานแถลงข่าว ธนาคารกสิกรไทยได้เชิญคนตาบอดมาทดสอบแอพด้วย หลายคนไม่เคยลองใช้มาก่อน และมาลองใช้งานให้สื่อมวลชนดูเป็นครั้งแรก พบว่าช่วงแรกมีการเรียนรู้เรื่องอินเทอร์เฟสอยู่บ้าง จุดที่ยากคือการป้อนตัวเลข (เช่น โอนเงิน 987.50 บาท จะยากกว่าการโอนเงิน 500 บาทที่มีปุ่มลัดอยู่แล้วค่อนข้างมาก) แต่พอคุ้นเคยกับอินเทอร์เฟสแล้วก็ใช้งานได้คล่องแคล่วในเวลาเพียงไม่กี่นาที

No Description

เพื่อให้เห็นภาพว่าแอพนี้ใช้งานอย่างไร เราก็มีวิดีโอแสดงการใช้งานมาด้วย (แอพยังเป็นเวอร์ชันเดโม ข้อมูลทุกอย่างบนจอเป็นข้อมูลปลอม)

จากการสัมภาษณ์คนตาบอดที่มาร่วมทดสอบแอพ ปัจจุบันประเทศไทยมีคนตาบอดที่ลงทะเบียนประมาณ 2 แสนคน และคนตาบอดจำนวนหนึ่งใช้สมาร์ทโฟนอยู่แล้วผ่านฟีเจอร์ accessibility ของระบบปฏิบัติการ โดยให้อ่านออกเสียงปุ่มและข้อความต่างๆ บนแอพ แต่แอพบางตัวยังเขียนมาไม่ดีพอ ทำให้บางปุ่มหรือบางเมนูไม่มีข้อความ (label) กำกับ ไม่รู้ว่าเป็นปุ่มอะไร ต้องใช้วิธีจำตำแหน่งปุ่มแทน และไม่สะดวกเท่าไรนัก

การมีแอพที่ใส่ใจเรื่อง accessibility มาตั้งแต่แรกจึงเป็นประโยชน์มาก และช่วยลดความจำเป็นในการต้องไปทำธุรกรรมที่สาขาหรือตู้ ATM ลงได้มาก (คนตาบอดไปที่ตู้ ATM ใช้วิธีจำปุ่มของตู้แต่ละรุ่น/ยี่ห้อ แต่จะกังวลตอนกด PIN ว่ามีใครแอบมองหรือไม่)

No Description

ธนาคารกสิกรไทย จะเริ่มทดสอบแอพ K PLUS Beacon ในวงกว้างมากขึ้น โดยจะเปิดรับ Beta Tester จำนวน 300 ราย ทั้งกลุ่มที่เป็นคนตาบอด สายตาเลือนราง กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มบุคคลทั่วไป

ขั้นตอนคือวันที่ 16-24 พฤศจิกายน 2560 จะเป็นช่วงรับสมัครผู้ทดสอบ ผ่าน 3 ช่องทางคือ

หมายเหตุ: ผู้ทดสอบไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารกสิกรไทย และแอพ K PLUS มาก่อน ตัวแอพ K PLUS Beacon รองรับทั้ง iOS และ Android

No Description

จากนั้นในวันที่ 5-28 ธันวาคม 2560 จะเป็นช่วงเริ่มทดสอบ โดยธนาคารจะจัดเจ้าหน้าที่ช่วยสอนการติดตั้งและใช้งานแอพ ที่ธนาคาร 5 สาขา ได้แก่ สาขามาบุญครองเซ็นเตอร์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บางขุนเทียน ดาวคนอง ปิ่นเกล้า

No Description

แอพ K PLUS Beacon จะเริ่มเปิดให้ใช้งานทั่วไปในปี 2561 และทีมงานบอกว่าแผนการในระยะยาวคือผนวกฟีเจอร์ด้าน accessibility เหล่านี้เข้ามาในแอพ K PLUS ตัวหลัก เพื่อให้ใช้งานได้ทั่วถึงโดยไม่ต้องมีแอพแยก

from:https://www.blognone.com/node/97288

K Plus Shop เชื่อมระบบ PromptPay แล้ว เป็นเลข PromptPay แรกที่ไม่ใช่เบอร์โทรและเลขบัตรประชาชน

วันนี้หลังธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศอนุญาตการจ่ายเงินผ่าน QR ผมได้ทดสอบจ่ายเงินเข้าไปยัง QR ของร้านค้าที่ใช้ K Plus Shop หลังจากที่เคยทดสอบตั้งแต่การเปิดตัวแรกๆ พบว่าตอนนี้สามารถจ่ายเงินผ่าน PromptPay ธนาคารอื่นได้แล้ว (ทดสอบจาก SCB)

จุดสำคัญที่สุดคือ K Plus Shop เป็น e-Wallet เจ้าเดียวในตอนนี้ที่เชื่อมต่อ PromptPay ด้วย e-Wallet ID ที่ไม่ใช่หมายเลขโทรศัพท์หรือบัตรประชาชน ตัวอย่างเช่นร้าน Gamew Bear มีหมายเลข e-Wallet ID เป็น 0040-00000-136838 สามารถใช้โอนผ่าน QR หรือผ่านเมนูโอน PromptPay ก็ได้

ผมทดสอบผู้ให้บริการ e-Wallet ที่เชื่อมต่อกับ PromptPay ก่อนหน้านี้ ได้แก่ mPay, True Money, BluePay, และ DeepPocket ทั้งหมดใช้หมายเลขโทรศัพท์เป็นส่วนหนึ่งของ e-Wallet ID ทั้งหมด ทำให้กระบวนการรับเงินต้องเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์ไปในตัว

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/97186

KBank เปิดยุทธศาสตร์ปี 2561 เน้นหนักดิจิทัล เป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต

วันนี้ธนาคารกสิกรไทย แถลงข่าวประกาศยุทธศาสตร์ธุรกิจปี 2561 (2018) ภายใต้แนวคิด “Customers’ Life Platform of Choice” แพลตฟอร์มหนึ่งเดียวที่ลูกค้าเลือกเพื่อตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต เน้นการลงทุนด้านดิจิทัล-ไอทีครั้งใหญ่ 4-5 พันล้านบาท และเปิดตัวบริการใหม่ๆ ในฝั่งดิจิทัลหลายอย่าง เช่น บล็อกเชน และการนำ machine learning มาช่วยวิเคราะห์การให้สินเชื่อ

No Description

ภาพรวมของงานแถลงข่าว เน้นหนักไปที่การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคจากเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานสมาร์ทโฟน การใช้งานเน็ตบ้าน (fixed line) และโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้อัตราการใช้ mobile banking เพิ่มขึ้นถึง 34.8% ของจำนวนประชากรในปี 2559 เมื่อเทียบกับแค่ 0.9% ในปี 2553

No Description

ในแง่ของการแข่งขัน ธนาคารก็ยังต้องเจอกับคู่แข่งหน้าใหม่ๆ จากอุตสาหกรรมอื่น เช่น โทรคมนาคม ไอที อีคอมเมิร์ซ ค้าปลีก คมนาคม ทั้งบริษัทไทยและบริษัทต่างชาติ รวมถึงสตาร์ตอัพสายฟินเทคด้วย

No Description

ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะธนาคารที่มีผู้ใช้งาน mobile banking สูงที่สุดในไทย จึงวางยุทธศาสตร์ใหม่ว่าต้องการจะเป็น “แพลตฟอร์มอันดับหนึ่งในชีวิตลูกค้า” หรือ Customers’ Life Platform of Choice ครอบคลุมทุกแง่มุมในชีวิตประจำวัน

No Description

เป้าหมายหรือ KPI ตามยุทธศาสตร์ Customers’ Life Platform of Choice แบ่งออกเป็น 4 ข้อ

  • ผลักดันยอดผู้ใช้แอพ K PLUS เพิ่มเป็น 10.8 ล้านคน (ปัจจุบันประมาณ 7 ล้านคน)
  • ยอดผู้ใช้แอพ K PLUS Shop สำหรับฝั่งร้านค้าที่กำลังจะเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้ (อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย) 1 ล้านราย
  • ยอดผู้ใช้แอพ K PLUS SME สำหรับธุรกิจ SME จำนวน 500,000 ราย
  • โครงการตลาดนัดออนไลน์ “พรวนฝัน” (ยังไม่เปิดบริการทั่วไป) มีสินค้ามาขายเป็นจำนวน 50,000 SKU

No Description

KBTG อัดงบไอที 4-5 พันล้านบาท ดันโครงการใหม่หลายอย่าง

ในแง่ของงบลงทุนด้านไอที ธนาคารระบุว่าปีหน้าจะทุ่มงบประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท สำหรับด้านไอทีเพียงอย่างเดียว เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ Customers’ Life Platform of Choice ให้เกิดให้ได้

No Description

ตัวอย่างโครงการสำคัญๆ ทางด้านดิจิทัลของธนาคาร เริ่มจากกลุ่มโมบายแบงกิ้ง ที่จะผลักดันจากการเป็นแค่แอพ ให้เป็นแพลตฟอร์ม (ตามที่เคยประกาศไว้) โดยบริการในชุดได้แก่ K PLUS, K PLUS SME, K PLUS SHOP

No Description

ของใหม่ที่น่าจะได้เห็นกันภายในเดือน พ.ย. 2560 คือ “Machine Lending” หรือการนำเทคนิค machine learning มาวิเคราะห์พฤติกรรมการเงินของลูกค้า แล้วนำเสนอวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมให้ลูกค้าได้เลย

No Description

โครงการ หนังสือค้ำประกันด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปลายปี 2016 ตอนนี้มีบริษัทเข้าร่วมใช้งานจริงแล้ว 4 ราย และจะเปิดให้ใช้เพิ่มเติมอีก 7-10 บริษัทในเร็วๆ นี้

No Description

โครงการด้านบล็อกเชน ยังเริ่มทดลองใช้งานกับการหักบัญชีและชำระดุลทางการค้า (Clearing and Settlement) แบบข้ามประเทศแล้ว

No Description

ธนาคารยังจะเปิด API ให้สตาร์ตอัพเข้ามาเชื่อมต่อกับธนาคารได้ง่ายขึ้นด้วย โดยยึดประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

No Description

เร่งสร้างพันธมิตร ใช้ Beacon VC ลงทุนสตาร์ตอัพและฟินเทค

ยุทธศาสตร์การเดินหน้าเข้าไปอยู่ในทุกส่วนของชีวิตลูกค้า ทำให้ธนาคารกสิกรไทยต้องเร่งสร้างพันธมิตร (partnership) ในทุกด้าน ซึ่งก็จะกระจายผ่านองค์กร 3 หน่วยได้แก่ ตัวธนาคารกสิกรไทยเอง, บริษัทลูก KBTG และบริษัทลูก Beacon Venture Capital ที่ลงทุนในสตาร์ตอัพ

No Description

ความคืบหน้าของ Beacon Venture Capital นับจากเปิดตัวเมื่อเดือน มิ.ย. ใช้เงินลงทุนไปแล้ว 250 ล้านบาท ส่วนปีหน้า 2561 ตั้งเป้าจะลงทุนในสตาร์ตอัพ 4 ราย และลงทุนในกองทุน VC Fund ของต่างประเทศอีก 1 กองทุน

No Description

นอกจากธุรกิจในประเทศแล้ว ธนาคารกสิกรไทยยังจะขยายตลาดไปยังภูมิภาค AEC+3 ด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัล เน้นการเป็นศูนย์กลางในการชำระเงินข้ามประเทศของภูมิภาค (Regional Settlement Hub) ควบคู่กับการเปิดสาขาแบบปกติในประเทศเพื่อนบ้าน

No Description

ที่มา – ธนาคารกสิกรไทย

from:https://www.blognone.com/node/97000

สแกนเร็ว จ่ายเร็ว K PLUS เวอร์ชั่นใหม่เปิดทางให้จ่ายผ่าน QR โดยไม่ต้องใส่ PIN

เมื่อวานนี้ธนาคารกสิกรไทยอัพเดตแอป K PLUS เป็นเวอร์ชั่นใหม่ โดยมีความสามารถพิเศษเพิ่มเข้ามาคืออนุญาตให้จ่ายเงินผ่าน QR ได้โดยไม่ต้องใส่ PIN แม้แต่น้อย พร้อมกับรองรับการเข้าแอปด้วยลายนิ้วมือบนแอนดรอยด์แล้ว

ฟีเจอร์ Quick Pay สำหรับการจ่ายเงินโดยไม่ต้องใส่ PIN จะต้องตั้งวงเงินล่วงหน้า ระหว่าง 100-5,000 บาท ในแง่ความรวดเร็วก็น่าจะทำให้กระบวนการจ่ายใกล้เคียงการหยิบเงินสดมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดีฟีเจอร์ Quick Pay ยังต้องใช้งานผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเหมือนเดิม ไม่สามารถใช้งานผ่าน Wi-Fi ได้

ที่มา – Google Play: K PLUS, @scomma

No Description

from:https://www.blognone.com/node/96390