คลังเก็บป้ายกำกับ: KICKSTARTER

Jelly สมาร์ทโฟน 4G ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก จอกว้าง 2.45 นิ้ว รันบน Android Nougat แรม 2GB

Jelly

Unihertz บริษัทสตาร์ทอัพในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน แนะนำสมาร์ทโฟนรองรับเครือข่าย 4G LTE ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก Jelly และ Jelly Pro โดยทั้งคู่ได้รับการออกแบบมาเหมือนกัน รวมถึงสเปก แตกต่างกันเพียงหน่วยความจำเท่านั้น โดยมีจุดเด่นที่ขนาดตัวเครื่องเล็กพอๆ กับโทรศัพท์มือถือเมื่อสิบปีก่อน ทำให้พกพาได้สะดวก

Jelly-Smallest-Phone

สมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะมีจอแสดงผล 5 นิ้ว เพื่อให้ปลายนิ้วสัมผัสไอคอนต่างๆ บนหน้าจอได้สะดวก แต่สำหรับ Jelly มากับจอแสดงผลขนาด 2.45 นิ้วเท่านั้น เทียบเท่าฟีเจอร์โฟนที่เน้นใช้ปุ่มกด ถึงจะมีขนาดเล็ก แต่ Jelly ก็ยังมีที่ว่างพอให้ใส่ได้ 2 ซิมการ์ด ในขนาดนาโน และยังรองรับการ์ด microSD อีกด้วย

Jelly-Dualsim

Jelly มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ชิปประมวลผล 1.1GHz Quad Core ความจำ RAM 1GB จับคู่กับ ROM 8GB (Jelly Pro จะใช้ RAM 2GB จับคู่กับ ROM 16GB) จอแสดงผล 240 x 432 พิกเซล ขนาด 2.45 นิ้ว กล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล กล้องเซลฟี่ 2 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 950mAh รองรับเครือข่าย 2G / 3G / 4G การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Bluetooth 4.0 และมีระบบ GPS ในตัว

Jelly-4g-phone

Unihertz เริ่มต้นโครงการ Jelly ผ่านเว็บไซต์ Kickstarter เพื่อหาผู้สนับสนุน และสามารถระดมทุนได้แล้วมากกว่า 100,000 ดอลล่าร์ สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ดังนั้น Jelly จะสามารถผลิตออกมาได้ตามแผนที่วางไว้

Jelly-smartphone

Jelly-phone

สามารถพก Jelly ไว้ในกระเป๋าใส่เหรียญได้สบาย

Jelly-4g-Smallest-Phone

Jelly-android

Jelly-pro

Jelly_4G

Jelly-4g

Jelly-phone-spec

ที่มา – Kickstarter

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=182083

Advertisements

[KickStarter] Jelly สมาร์ทโฟน 4G ที่เล็กที่สุด 2.45 นิ้ว เตรียมเริ่มร่วมทุนเร็วๆ นี้ ในราคา 2,450 บาทเท่านั้น

ในปัจจุบันนี้นั้นเราคงต้องยอมรับกันหล่ะครับว่าสมาร์ทโฟนนั้นมีแต่จะหน้าจอใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นอาจจะตามมาด้วยปัญหาใหญ่อย่างเช่นการพกพาที่อาจจะไม่สะดวกเหมือนในสมัยก่อน ทว่าเมื่อคุณได้พบกับ Jelly แล้วนั้นความคิดของคุณจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอนครับ มาดูกันดีกว่าครับว่าเจ้า Jelly นั้นจะเล็กได้ใจคุณไหม

Jelly smartphone 600 01

Jelly smartphone 600 02Jelly smartphone 600 03

Jelly นั้นมาพร้อมกับขนาดความสูงตัวเครื่องที่ 3.6 นิ้วและกว้างอยู่ที่ 1.7 นิ้ว โดยหน้าจอของ Jelly นั้นจะมีขนาดอยู่ที่ 2.45 นิ้วเท่านั้น ถึงแม้ว่ามันจะมาพร้อมกับขนาดเล็กแต่ทว่ามันก็สามารถใช้งานได้ไม่แพ้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ เลยหล่ะครับ ที่สำคัญที่สุดแล้วนั้น Jelly นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G ด้วยครับ

Jelly smartphone 600 04Jelly smartphone 600 05Jelly smartphone 600 06

Jelly เทียบกับอุปกรณ์ต่างๆ

สำหรับสเปคของ Jelly นั้นจะมีดังต่อไปนี้ครับ

  • 1.1GHz Quad-Core
  • 1 GB Ram
  • 8 GB Rom
  • Android 7.0 Nougat
  • Dual Camera
  • Dual Sim-Card
  • 2.45” TFT LCD Screen

Jelly smartphone 600 08Jelly smartphone 600 07Jelly smartphone 600 09

https://player.vimeo.com/video/213790075

Jelly กับการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ 

ทั้งนี้ในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป Jelly จะเริ่มร่วมทุนบน KickStarter สนนราคาที่ท่านจะได้ Jelly ไปครองนั้นอยู่ที่ $59 หรือประมาณ 2,500 บาท งานนี้ถ้าคิดจะนำมาใช้เป็นเครื่องสำรองแล้วเรียกได้ว่าคุ้มเกินคุ้มหล่ะครับ

ที่มา : businessinsider

from:https://notebookspec.com/this-adorable-device-might-be-the-worlds-smallest-4g-smartphone-check-it-out/396111/

รุ่นใหญ่หลบไป! Jelly สมาร์ทโฟน 4G ที่มีขนาดเล็กที่สุด หน้าจอ 2.45นิ้ว แรม 2GB และรัน Android 7.0 Nougat

ทุกวันนี้มีสมาร์ทโฟน Android จำนวนมากมายครับ ที่แข่งกันออกเครื่องหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ๆ ซึ่งเป็นเทรนด์การใช้งานที่นิยมกันมาต่อเนื่องหลายปี หลังจากที่มือถือกลายเป็นทุกอย่างให้กับเราได้แม้กระทั่งเป็นโทรทัศน์พกพาแบบส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตามในขณะกระแสตลาดหันไปในทิศทางเดียวกัน ก็ยังมี Jelly สมาร์ทโฟน 4G ที่ขอสร้างความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยการออกแบบมาให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ขอเน้นความเล็กเพื่อเป็นจุดขาย โดยมีขนาดหน้าจอแสดงผลเพียง 2.45 นิ้วเท่านั้นครับ ซึ่งตัวเครื่องมันเล็กขนาดที่จะสามารถใส่ลงไปในกระเป๋าเหรียญของสุภาพสตรีได้เลยทีเดียว




สมาร์ทโฟนตัวจิ๋วกำลังถูกผลิตขึ้นในไต้หวันครับ ตามโปรแกรม Kickstarter ของบริษัท Unihertz โดยบริษัทได้ออกแบบสมาร์ทโฟนขนาดเล็กจิ๋วออกมาในสองรุ่นครับ นั้นคือ Jelly และ Jelly Pro  เป็นสมาร์ทโฟนภายใต้ระบบ Android Nougat OS 7.0 รองรับการทำงานสองซิมการ์ดบนเครือข่าย 4G  มีหน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 2.45 นิ้ว ความละเอียด 240 x 432 พิกเซล  โดยเน้นการออกแบบให้เป็นโทรศัพท์ที่สามารถนำไปใช้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่อาจจะไม่สะดวกสำหรับการพกสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่

Jelly และ Jelly Pro มันมีขนาดเครื่องที่เท่าๆ กัน ใช้หน่วยประมวลผลเป็นแบบ quad-core 1.1 GHz ที่ยังไม่เปิดเผยชื่อชิปเซ็ตออกมาเป็นทางการ มีแบตเตอรี่ขนาด 950 mAh รองรับ 4G LTE สองซิมการ์ดแบบ nano พร้อมช่องใส่ Micro SD card เพิ่มเติม ทำงานบน Android เวอร์ชันล่าสุด มีกล้องทั้งด้านหลังและด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลและ 2 ล้านพิกเซลตามลำดับ สิ่งที่แตกต่างระหว่างสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นก็คือเรื่องของ “แรม” และ “หน่วยความจำ” โดยในรุ่น Jelly จะมีแรม 1GB  บนหน่วยความจำขนาด 8GB และในรุ่น Jelly Pro จะมาในแรมขนาด 2GB และหน่วยความจำ 16GB ครับ

จะเห็นว่า สมาร์ทโฟน Jelly ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวเลือกหลักของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน แต่มันเหมาะมากที่จะสามารถนำมาใช้เป็นโทรศัพท์สำรองที่มีประโยชน์มาก ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ Kickstarter ของบริษัท Unihertz สามารถเข้าไปสนับสนุนได้ในลิงก์นี้ครับ โดยทาง Unihertz ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ต้องการเอาไว้เพียง 30,000 เหรียญ ซึ่งในขณะที่กำลังเขียนข่าวนี้ ก็มีผู้บริจาคเข้าไปรวมกันเกือบ 100,000 เหรียญแล้วครับ

Jelly และ Jelly Pro จะมีราคาสำหรับผู้ที่สนับสนุนในช่วงต้นของการเปิดตัวอยู่ที่ 69 และ 85 เหรียญ หลังจากนั้นเมื่อมีการเปิดจำหน่ายจริง ราคาขายปลีกของโทรศัพท์ทั้งสองรุ่นจะจำหน่ายอยู่ที่ 109 เหรียญ และ 125 เหรียญตามลำดับ โดยจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่เดือนสิงหาคมโดยจะมีออกมาทั้งหมดในสามสี Pearl White, Sky Blue และ Space Black ครับ

from:https://www.appdisqus.com/2017/05/03/jelly-jellypro-smartphone-smaller-android.html

รุ่นใหญ่หลบไป! Jelly สมาร์ทโฟน 4G ที่มีขนาดเล็กที่สุด หน้าจอ 2.45นิ้ว แรม 2GB และรัน Android 7.0 Nougat

ทุกวันนี้มีสมาร์ทโฟน Android จำนวนมากมายครับ ที่แข่งกันออกเครื่องหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ๆ ซึ่งเป็นเทรนด์การใช้งานที่นิยมกันมาต่อเนื่องหลายปี หลังจากที่มือถือกลายเป็นทุกอย่างให้กับเราได้แม้กระทั่งเป็นโทรทัศน์พกพาแบบส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตามในขณะกระแสตลาดหันไปในทิศทางเดียวกัน ก็ยังมี Jelly สมาร์ทโฟน 4G ที่ขอสร้างความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยการออกแบบมาให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ขอเน้นความเล็กเพื่อเป็นจุดขาย โดยมีขนาดหน้าจอแสดงผลเพียง 2.45 นิ้วเท่านั้นครับ ซึ่งตัวเครื่องมันเล็กขนาดที่จะสามารถใส่ลงไปในกระเป๋าเหรียญของสุภาพสตรีได้เลยทีเดียว




สมาร์ทโฟนตัวจิ๋วกำลังถูกผลิตขึ้นในไต้หวันครับ ตามโปรแกรม Kickstarter ของบริษัท Unihertz โดยบริษัทได้ออกแบบสมาร์ทโฟนขนาดเล็กจิ๋วออกมาในสองรุ่นครับ นั้นคือ Jelly และ Jelly Pro  เป็นสมาร์ทโฟนภายใต้ระบบ Android Nougat OS 7.0 รองรับการทำงานสองซิมการ์ดบนเครือข่าย 4G  มีหน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 2.45 นิ้ว ความละเอียด 240 x 432 พิกเซล  โดยเน้นการออกแบบให้เป็นโทรศัพท์ที่สามารถนำไปใช้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่อาจจะไม่สะดวกสำหรับการพกสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่

Jelly และ Jelly Pro มันมีขนาดเครื่องที่เท่าๆ กัน ใช้หน่วยประมวลผลเป็นแบบ quad-core 1.1 GHz ที่ยังไม่เปิดเผยชื่อชิปเซ็ตออกมาเป็นทางการ มีแบตเตอรี่ขนาด 950 mAh รองรับ 4G LTE สองซิมการ์ดแบบ nano พร้อมช่องใส่ Micro SD card เพิ่มเติม ทำงานบน Android เวอร์ชันล่าสุด มีกล้องทั้งด้านหลังและด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลและ 2 ล้านพิกเซลตามลำดับ สิ่งที่แตกต่างระหว่างสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นก็คือเรื่องของ “แรม” และ “หน่วยความจำ” โดยในรุ่น Jelly จะมีแรม 1GB  บนหน่วยความจำขนาด 8GB และในรุ่น Jelly Pro จะมาในแรมขนาด 2GB และหน่วยความจำ 16GB ครับ

จะเห็นว่า สมาร์ทโฟน Jelly ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวเลือกหลักของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน แต่มันเหมาะมากที่จะสามารถนำมาใช้เป็นโทรศัพท์สำรองที่มีประโยชน์มาก ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ Kickstarter ของบริษัท Unihertz สามารถเข้าไปสนับสนุนได้ในลิงก์นี้ครับ โดยทาง Unihertz ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ต้องการเอาไว้เพียง 30,000 เหรียญ ซึ่งในขณะที่กำลังเขียนข่าวนี้ ก็มีผู้บริจาคเข้าไปรวมกันเกือบ 100,000 เหรียญแล้วครับ

Jelly และ Jelly Pro จะมีราคาสำหรับผู้ที่สนับสนุนในช่วงต้นของการเปิดตัวอยู่ที่ 69 และ 85 เหรียญ หลังจากนั้นเมื่อมีการเปิดจำหน่ายจริง ราคาขายปลีกของโทรศัพท์ทั้งสองรุ่นจะจำหน่ายอยู่ที่ 109 เหรียญ และ 125 เหรียญตามลำดับ โดยจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่เดือนสิงหาคมโดยจะมีออกมาทั้งหมดในสามสี Pearl White, Sky Blue และ Space Black ครับ

from:http://www.appdisqus.com/2017/05/03/jelly-jellypro-smartphone-smaller-android.html

Digilent ระดมทุนบอร์ด OpenScope รวมฟังก์ชั่นบอร์ดทดลองไว้ในชุดเดียว

Digilent ผู้ผลิตบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา หันมาระดมทุนบอร์ด OpenScope บอร์ดที่มีความสามารถหลักคือ oscilloscope, function generator, power supply และ logic analyzer เอาไว้ด้วยกัน

ฝั่งสโคปรับสัญญาณได้สองช่องสัญญาณ อันตราการ sampling 6.5MS/s ที่ความละเอียด 12 บิต, สร้างสัญญาณได้ 1 ช่อง ที่แบนด์วิดท์ 1MHz และเปลี่ยนแปลงได้ 10MS/s, มีช่องรับส่งข้อมูลดิจิตอลอีก 10 ช่องสัญญาณที่ 25MHz จ่ายไฟ +/- 4V

การควบคุมบอร์ด OpenScope จะควบคุมผ่านเบราว์เซอร์

ราคาระดมทุนแบบไม่มีกล่อง 150 ดอลลาร์ ส่วนแบบมีกล่อง 250 ดอลลาร์ ตอนนี้โครงการระดมทุนได้เกินเป้าหมายแล้ว ทางโครงการคาดว่าจะเริ่มส่งชุดแรกได้ในช่วงเดือนเมษายนนี้

ตัว Digilent เองเป็นผู้ผลิตที่ผลิตบอร์ดเพื่อการศึกษามานาน ผมเองเคยใช้งานบอร์ด FPGA อยู่หลายรุ่นตั้งแต่บอร์ดจากผู้ผลิตรายเล็กยังหาได้ยาก งานนี้หากสามารถส่งสินค้าได้ตามกำหนดก็น่าสนใจว่าอนาคตเราอาจจะมีโอกาสสั่งบอร์ดล่วงหน้าจากผู้ผลิตรายดั้งเดิมเช่นนี้เรื่อยๆ

ที่มา – Kickstarter

upic.me

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/89812

[Kickstarter] GearEye ระบบจัดการอุปกรณ์ นวัตกรรมใหม่สำหรับคนขี้ลืม ราคาชุดละ 4,500 บาท

GearEye คือระบบจัดการอุปกรณ์ในระดับมืออาชีพ ที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดหมวดหมู่อุปกรณ์ทุกชิ้นได้ดั่งใจต้องการ และสามารถติดตาม Tracking อุปกรณ์ได้ทันทีหากต้องการตรวจสอบตำแหน่ง หรือป้องกันการลืมได้ ผ่านทางสมาร์ทโฟน โดย GearEye จะสามารถใช้งาน ได้ทั้งกระเป๋าอุปกรณ์กล้อง กระเป๋าเอกสาร กระเป๋าเดินทาง ของใช้ภายในบ้าน หรืออะไรก็ตามแต่ที่ต้องการจัดการให้ง่ายขึ้นกับการใช้งานและป้องกันการลืม

Capture

หลักการทำงานของ GearEye ก็ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน เพียงแค่ติด GearTags เข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่คุณต้องการ GearTags คือแถบ RFID ที่ใช้กาวคุณภาพสูงสามารถติดได้ทุกพื้นผิว และสามารถลอกออกได้โดยไม่ทิ้งคราบ เพีงเท่านี้ก็สามารถติดตามอุปกรณ์ได้ผ่านทางแอพพลิเคชัน GearEye นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการกำหนดชื่อ Track ของแต่ละอุปกรณ์เพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ต่อจากนี้จะออกไปถ่ายภาพทำงาน Outdoor ก็ไม่ต้องกลัวลืมอุปกรณ์ทิ้งไว้อีกต่อไป

geareye-fb

ถือว่าเป็นแนวคิดสุดล้ำที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องพกอุปกรณ์ติดตัวเยอะ ๆ หรือการใช้งานในบ้าน หรือแล้วแต่ตามใจจะนำไปใช้งาน สำหรับผู้ที่สนใจจะหาซื้อในตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่โปรเจค GearEye ระดมทุนบน Kickstarter โดย RFID 20  แท็ก จะมีราคาเริ่มต้นที่ 129$ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,500 บาท และมีการจัดส่งสินค้าได้ในเดือน กรกฎาคม 2017

ที่มา : kickstarter

from:https://notebookspec.com/geareye-the-ultimate-gear-management-system/380129/

Root: หุ่นยนต์และซอฟต์แวร์สำหรับใช้สอนเด็กๆ เขียนโปรแกรม พัฒนาโดย Harvard

การผลักดันการสอนเขียนโปรแกรมในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเป็นวาระระดับชาติมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และในครั้งนี้ Harvard University ก็ได้ออกมาแนะนำ Root หุ่นยนต์สำหรับใช้สอนเด็กๆ เขียนโปรแกรมได้อย่างสนุกสนานพร้อมๆ กับเปิดโลกจินตนาการใหม่ เพราะเจ้าหุ่นยนต์ Root นี้สามารถวิ่งบนกระดานแม่เหล็กหน้าชั้นเรียนได้เลยนั่นเอง! (ผู้ใหญ่เห็นยังอยากเล่นเองเลยครับบอกตรงๆ)

Credit: Root
Credit: Root

 

ในโครงการ Root นี้จะแบ่งออกเด้วยกันเป็น 2 ส่วน ได้แก่หุ่นยนต์ Root และ Application อย่าง Root Square โดยมีรายละเอียดดังนี้

Root เป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่สามารถควบคุมได้ผ่านการเขียนโปรแกรม โดยด้านบนของหุ่นยนต์ Root นี้จะมีปุ่มเปิดปิด, ยางกันกระแทก, Sensor จับค่าแสง, รองรับการ Touch ได้, มีแผง LED, สามารถหยิบจับปากกาไวท์บอร์ดได้ และมีพอร์ตพิเศษสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก ส่วนด้านล่างของหุ่นยนต์จะมี Sensor ตรวจจับสี, Sensor วัดค่าสนามแม่เหล็ก, ล้อสำหรับวิ่ง, แปรงลบกระดาน และช่องสำหรับชาร์จพลังงาน

Credit: Root
Credit: Root

ภายในตัว Root เองนี้ยังมีการติดตั้ง Encoder ความละเอียดสูง, 3D Accelerometer และ 3D Gyroscope เอาไว้ด้วยในตัวเพื่อให้สามารถตรวจจับความเร็ว, ตำแหน่ง, มุม และทิศทางของล้อได้อย่างแม่นยำ และยังสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อปรับความเร็วการเร่งของ Motor ให้ตรงกับความต้องการได้เมื่อต้องวิ่งสวนหรือวิ่งตามแรงโน้มถ่วงด้วย

จุดเด่นของ Root นี้คือการที่มันมีแม่เหล็กในตัวทำให้สามารถเกาะติดกับหลายๆ สิ่งภายในห้องเรียนได้ เช่น กระดานไวท์บอร์ด ทำให้เราสามารถสร้างสนามแข่งรถให้ Root วิ่งแข่งกัน หรือให้ Root จับปากกาไวท์บอร์ดเพื่อวาดรูปต่างๆ ตามที่กำหนดเอาไว้ในโปรแกรมได้บนกระดานหน้าชั้นเรียนได้เลย อีกทั้งด้วย Sensor วัดค่าสีที่อยู่ด้านใต้ของ Root นั้น ก็จะทำให้ Root สามารถมองเห็นเส้นที่วาดอยู่บนกระดาน และนำไปใช้เป็นเงื่อนไขในการทำงานของโปรแกรมที่ระบุลงไปได้

Credit: Root
Credit: Root

นอกจากนี้ Root ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ผ่านทาง Bluetooth LE และ USB-C อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Raspberry Pi, Arduino, BBC Micro:Bit, กล้องถ่ายรูป, Sensor และอื่นๆ อีกมากมาย

ส่วนการเขียน Software บน Root นั้นจะสามารถทำได้ผ่าน Root Square ซึ่งภายใน Root Square นี้จะมีวิธีการเขียนโปรแกรมด้วยกัน 3 ระดับให้เด็กๆ สามารถค่อยๆ เรียนรู้ได้ตั้งแต่การเขียนโปรแกรมแบบ Graphical Programming, การเขียนโปรแกรมด้วยโค้ดเบื้องต้นแบบบล็อค ไปจนถึงการเขียนโปรแกรมด้วย Python, JavaScript และ Swift ได้เลย

Credit: Root
Credit: Root

จุดเด่นที่ถูกเสริมเข้ามาใน Root Square นี้คือการที่สามารถแก้ไขโค้ดและเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีในขณะที่โปรแกรมหรือหุ่นยนต์กกำลังทำงาน ทำให้เด็กๆ สามารถสนุกกับการแก้ไขสิ่งต่างๆ และเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ในทันที ในขณะที่ตัว UI เองนั้นก็รองรับกับการใช้งานด้วย Touch Screen อย่างเต็มตัว ทำให้คุณครูสามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ มาเป็นสื่อได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น และการเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมหุ่นยนต์หรือให้หุ่นยนต์ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ นั้นสามารถทำได้ตั้งแต่ขั้นแรกเริ่มเลย ทำให้เด็กๆ สามารถเริ่มต้นสนุกสนานกับการเขียนโปรแกรมและบังคับหุ่นยนต์ได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันโครงการนี้ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ KickStarter แล้ว ผู้ที่สนใจสามารถสนับสนุนหรือสั่งซื้อได้ทันทีที่ https://www.kickstarter.com/projects/1509453982/root-a-robot-to-teach-coding เลยนะครับ

ที่มา: http://spectrum.ieee.org/automaton/robotics/home-robots/how-root-wants-to-bring-coding-to-every-classroom

from:https://www.techtalkthai.com/root-robot-with-software-to-help-teaching-children-on-programming/