คลังเก็บป้ายกำกับ: KINGSTON_HYPERX

Kingston – เปิดตัว HyperX Cloud Mix หูฟัง Gaming แบบต่อสาย พร้อมรองรับ Bluetooth ในราคา 6,500 บาท

หากพูดถึงหูฟัง Gaming ที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา หนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ HyperX อยู่ด้วยแน่นอน เนื่องจากมีจุดเด่นที่เสียงดี และเสียงไมโครโฟนที่ดี ซึ่งทาง HyperX ก็มีหูฟังอยู่หลายรุ่น หลายระดับราคาด้วยกัน ซึ่งพักหลังๆ นี้หันมาทำหูฟังไร้สายมากขึ้น และตัวล่าสุดที่เราจะไปดูกันในวันนี้ก็เป็นหูฟังไร้สายเช่นเดียวกัน ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้างไปดูกัน

HyperX Cloud Mix เป็นหูฟังแบบไร้สายระบบ Bluetooth ที่รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth เช่น สมาร์ทโฟน และ โน๊ตบุ๊ค ส่วนการเชื่อมต่อแบบสายยังคงมีมาให้เหมือนเดิมผ่านช่องหูฟัง 3.5 ทำให้เป็นอีกหนึ่งหูฟัง Gaming ที่มีความเป็น Lifestyle และน่าสนใจรุ่นหนึ่ง ช่วยเพิ่มความหลากหลายของหูฟังจากทาง HyperX ขึ้นไปอีก

เพราะรุ่นก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นรุ่นที่มีสายหมด ส่วนรุ่นไร้สาย HyperX Cloud Alpha ก็เป็นรุ่นที่ต้องเชื่อมต่อตัวรับสัญญาณ USB กับคอมพิวเตอร์เท่านั้น ทำให้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หมดสิทธิใช้งาน ทำให้การมาของ HyperX Cloud Mix จึงช่วยให้สามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

สำหรับดีไซน์ภายนอกของ HyperX Cloud Mix  จะมีความคล้ายกับ HyperX Cloud 2 ส่วนสีจะเป็นสีดำด้าน โดยที่ไมโครโฟนและสายสัญญาณ 3.5 ที่สามารถอดได้ ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคงจะเป็นเรื่องของชุดควบคุม Bluetooth และช่องชาร์จ Micro USB ส่วนสเปคอื่นๆ อยู่ด้านล่างนี้เลย

  • ไดร์เวอร์: 40 มม. แบบไดนามิคพร้อมแม่เหล็กนีโอดีเนียม
  • ความถี่: 10Hz-40,000Hz
  • ความต้านทาน: 40 Ω
  • ระดับแรงดันเสียง: 100dBSPL/mW ที่ 1kHz
  • รองรับมาตรฐาน Hi-Res
  • น้ำหนัก: 260 ก.
  • ความยาวสาย: 1.3 ม. + สายพ่วง 2 ม.
  • ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • Bluetooth: 4.2
  • ไมโครโฟนอีเล็คเตรทคอนเดนเซอร์
  • ความถี่: 50Hz-18,000 Hz
  • ความไว: -42dBV (0dB=1V/Pa,1kHz)
  • เวลาใช้งานแบตเตอรี่ Bluetooth: 20 ชั่วโมง
  • ราคาประมาณ 6,500 บาท

ที่มา theverge hyperxgaming

from:https://notebookspec.com/hyperx-cloud-mix-bluetooth-gaming-headset-release-date-price-features/458317/

Advertisements

[Review] Kingston HyperX Cloud Revolver S พลังเสียง Dolby 7.1 ใช้ได้ทั้ง PC, PS4, Xbox One และมือถือ

หูฟังดีๆ นับเป็นอีกหนึ่ง gaming gear ที่ขาดไม่ได้สำหรับเกมเมอร์ตัวจริงหลายๆ ท่านไปแล้ว เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเล่นเพิ่มขึ้นได้มาก และในบางโอกาส ก็อาจช่วยให้ผู้เล่นได้รับอรรถรสจากเกมได้อย่างเต็มอารมณ์กว่าการใช้ลำโพงด้วยซ้ำไป เราจึงได้เห็นตลาดของหูฟังเกมมิ่งได้รับการพัฒนาขึ้นอยู่ตลอดเวลา

เช่นเดียวกับ Kingston ที่มีการเลือกหยิบเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใส่ในผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกมเมอร์ได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงยิ่งขึ้น อย่างเช่นหูฟังที่ Notebookspec ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ กับ Kingston HyperX Cloud Revolver S ซึ่งเป็นรุ่นต่อยอดจาก Cloud Revolver ขึ้นมาอีกระดับ และแน่นอนครับ ว่ามันมีฟีเจอร์เพิ่มเข้ามาแน่นอน จะมีอะไรบ้าง มาชมในรีวิวหูฟัง Kingston HyperX Cloud Revolver S ตัวนี้กันเลย

hyper x clound revolver s-1

เริ่มจากกล่องภายนอก จะเป็นกระดาษแข็ง ถูกออกแบบมาให้เน้นสีดำเป็นพื้น ตัดด้วยตัวอักษรสีแดงและสีขาว ให้ความดุดัน สมเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเกมมิ่งมากๆ ซึ่งตัวหน้ากล่องก็มีเขียนฟีเจอร์เด็ดๆ มาเรียบร้อย ได้แก่

  • ระบบเสียง Dolby Surround Sound 7.1 ทิศทาง
  • ตัวควบคุมระดับเสียง ที่เป็นการ์ดเสียงด้วยในตัว เชื่อมต่อผ่าน USB
  • ไมโครโฟนที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน
  • ความกว้างเวทีเสียง (ซาวด์สเตจ) ที่ดีในระดับสตูดิโอ

เพียงแค่นี้ก็เรียกว่าจัดเต็มในด้านของคุณภาพเสียง ทั้งการฟังและการพูดเลยทีเดียว ทำให้ด้านล่างกล่องมีโลโก้รับรองมาด้วยครับ ว่า Kingston HyperX Cloud Revolver S สามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรม Teamspeak และ Discord ซึ่งเป็นโปรแกรมแชทยอดนิยมสำหรับคอเกมในยุคนี้ได้แบบราบรื่น

ส่วนเรื่องของอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้ ก็มีบอกไว้เสร็จสรรพ คือสามารถใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์พีซี, แมค รวมถึงกับเครื่องเกมคอนโซลอย่าง PlayStation 4 และ Xbox One ผ่านทางพอร์ต USB ของแต่ละเครื่องได้ทันที นอกจากนี้ยังใช้งานกับมือถือ สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อื่นๆ ผ่านทางช่องแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรได้อีกด้วย

ด้านของสเปค ข้อมูลเชิงเทคนิคที่น่าสนใจก็มีดังนี้

  • ไดรเวอร์หูฟังขนาด 50 มิลลิเมตร ภายในมีแม่เหล็ก neodymium
  • ตอบสนองต่อคลื่นเสียงในช่วงความถี่ 12 – 28,000 Hz
  • ค่าความต้านทาน 30 โอห์ม
  • น้ำหนัก 360 กรัม
  • ความยาวสายที่ตัวหูฟัง 1 เมตร
  • ความยาวสายที่มีตัวควบคุมเสียงแบบ USB อยู่ด้วย 2.2 เมตร
  • ความยาวสาย 3.5 มม. เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ 2 เมตร
  • ไมค์เป็นแบบ electret condenser รับเสียงแบบ bi-directional มีระบบตัดเสียงรบกวน
  • รับเสียงได้ในช่วงคลื่นความถี่ 50 – 18,000 Hz
  • ราคา 5,890 บาท

hyper x clound revolver s-3

ส่วนด้านหลังก็ยังคงเป็นการพูดถึงฟีเจอร์เช่นกัน แต่มีการขยายรายละเอียดเพิ่มขึ้นครับ ที่น่าสนใจก็เช่นตัวก้านครอบหูฟังเลือกใช้สแตนเลสสตีลที่มีความยืดหยุ่น ฟองน้ำครอบหูที่เลือกใช้เมมโมรีโฟมในแบบของ HyperX เอง เป็นต้น

ด้านล่างก็มีการการันตีเพิ่มเติมอีกครับ ว่า Kingston HyperX Cloud Revolver S สามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรมอะไรได้บ้าง ที่เพิ่มขึ้นมาจากด้านหน้ากล่องก็คือ Skype, Ventrilo, Mumble และ Raidcall เรียกว่าครอบคลุมโปรแกรมแชทหลักๆ สำหรับคนเล่นเกมแล้วแหละ

hyper x clound revolver s-5

สำหรับอุปกรณ์ที่มีมาในกล่อง ก็ได้แก่

  • หูฟัง Kingston HyperX Cloud Revolver S
  • สายจาก 3.5 มม. ตัวเมีย ออกเป็น 3.5 มม. ตัวผู้ 2 หัว สำหรับใช้ต่อกับช่องหูฟัง/ไมค์ของคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่ไม่ได้เชื่อมต่อแบบ USB
  • ไมโครโฟนแบบถอดได้
  • ชุดควบคุมระดับเสียงที่เป็นการ์ดเสียงในตัว ใช้เพื่อไปเชื่อมต่อกับ USB ของคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเกมคอนโซล
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมด จะถูกบรรจุอยู่ในกล่องที่มีการบุฟองน้ำข้างในมาเป็นอย่างดี สายเชื่อมต่อทุกเส้นเป็นสายถักสีดำทั้งหมด เพื่อความทนทานในการใช้งาน

hyper x clound revolver s-11

มาเริ่มต้นที่ตัวหูฟัง Kingston HyperX Cloud Revolver S กันก่อน วัสดุ งานประกอบโดยรวม จัดว่าแข็งแกร่ง งานเนี้ยบดดีมาก ตัวก้านที่เป็นโครงหูฟังเป็นสแตนเลสสตีลที่มีความยืดหยุ่นในการง้างตัวหูฟังเพื่อการใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี แข็งแรง แต่น้ำหนักเบาทำให้สามารถใช้งานติดต่อกันเป็นชั่วโมงได้แบบไม่รู้สึกว่ามีน้ำหนักกดลงบนหัว

บริเวณที่ครอบหูทั้ง 2 ฝั่ง วัสดุจะเป็นพลาสติกที่เคลือบผิวแบบซอฟต์ทัชซึ่งให้สัมผัสที่ดี เวลาลูบผ่านแล้วไม่บาดมือ แต่ก็จะทำให้เห็นรอยนิ้วมือได้อยู่เหมือนกัน ส่วนตรงโลโก้ HyperX และริ้วสีขาวใกล้ๆ กัน รอบนี้จะไม่มีไฟสีแดงออกมาระหว่างใช้งานเหมือนกับตัวของ Kingston HyperX Cloud Revolver รุ่นก่อนหน้าแล้วนะครับ อันนี้ผมคาดว่าทาง Kingston คงอยากลดความฉูดฉาดลง เผื่อบางคนอาจจะอยากใช้ใส่ฟังเพลง เวลาออกไปข้างนอกบ้านบ้าง จะได้ดูไม่สะดุดตาเกินไป

hyper x clound revolver s-29

อย่างที่พูดถึงไปข้างต้นแล้วว่าไมโครโฟนจะมาเป็นแบบก้านไมค์แยกมา หากต้องการใช้งาน ก็สามารถนำมาเสียบตรงช่องใกล้ๆ กับสายสัญญาณที่หูฟังข้างซ้ายได้เลย เมื่อเสียบเข้าไปแล้ว ให้ดันก้านเข้ามาในช่องให้สุดนะครับ เพื่อความแน่นหนาระหว่างการใช้งาน จากที่ผมลอง บอกเลยว่ามันแน่นจริงๆ โดยตัวก้านจะเป็นพลาสติกที่สามารถดัดงอได้เล็กน้อย เพื่อให้เข้ามาใกล้กับปากของผู้ใช้งานมากที่สุด ซึ่งไมค์สามารถรับเสียงได้ดี โดยที่อีกฝ่ายได้ยินเสียงชัดเจน ทั้งนี้ก็ด้วยฟีเจอร์การตัดเสียงรบกวนที่มีอยู่ในตัวไมโครโฟนนั่นเอง

hyper x clound revolver s-30

ส่วนฝั่งด้านในที่ต้องสัมผัสกับศีรษะผู้ใช้งานนั้น จะห่อหุ้มด้วยวัสดุผิวสัมผัสคล้ายหนัง ที่ภายในอัดแน่นด้วยฟองน้ำแบบเมมโมรีโฟม อันมีคุณสมบัติในการปรับรูปร่างตามสรีระผู้ใช้งาน โดยมีการคืนตัวอย่างช้าๆ เพื่อให้เกิดความพอดีที่สุด ไม่กดทับจนเกินไป และหลังใช้งานแล้ว ก็สามารถคืนรูปเดิมได้ง่าย สำหรับการปรับระดับตามความสูงของศีรษะ จะเป็นการปรับที่ด้านในโครงสแตนเลสนะครับ ทำให้การสวมใส่ง่ายขึ้นมากๆ ไม่ต้องมาปรับตัวล็อกระดับก่อนถึงค่อยสวมใส่ แต่สามารถใส่ครอบศีรษะลงมาได้เลย จากนั้นก้านภายในจะปรับเองโดยอัตโนมัติ

ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพดี ทำให้สามารถใส่ใช้งานต่อเนื่องได้นานเป็นชั่วโมงๆ เนื่องจากก้านด้านบนไม่ได้กดทับศีรษะเกินไป ตัวของเมมโมรีโฟมก็นุ่มกำลังดี มีขนาดของช่องที่ครอบใบหูได้ทั้งใบแบบไม่มีส่วนกดทับเลย

hyper x clound revolver s-31

 

ด้านบนนี้ก็เป็นภาพของ Kingston HyperX Cloud Revolver S ที่ประกอบไมค์จนพร้อมใช้งานแล้วครับ จากภาพซ้าย เรียกว่าดูเหมือนหูฟังมอนิเตอร์สำหรับฟังเพลง และใช้ทำงานด้านเสียงเลยทีเดียว พอมาดูด้านข้าง ก็ให้ดีไซน์ที่มีความเป็นเกมมิ่งเพิ่มขึ้นมา สำหรับน้ำหนัก ก็จัดว่าไม่หนักมากนักครับ ถือเดินไปเดินมา ใส่ใช้งานได้สบายๆ

hyper x clound revolver s-25

ทีนี้มาดูตัวเอกกันบ้างครับ นั่นคือโมดูลตัวควบคุมระดับเสียง ที่ทำหน้าที่เป็นการ์ดเสียงแบบ DSP ซึ่งช่วยประมวลผลเพื่อเพิ่มคุณภาพเสียงให้กับ Kingston HyperX Cloud Revolver S ผ่านการเชื่อมต่อด้วยแจ็คขนาด 3.5 มิลลิเมตรจากสายของหูฟัง ซึ่งผมทดลองเอาหูฟังอื่นมาเสียบแทน Kingston HyperX Cloud Revolver S ก็พบว่าสามารถใช้งานได้เหมือนกัน

สำหรับตัวรีโมทก็จะมีปุ่มฟังก์ชันมากมาย ได้แก่

  • ปุ่มใหญ่สุดที่เป็นรูปหูฟังครอบสัญลักษณ์ Dolby ใช้สำหรับเปิด/ปิดระบบเสียง Dolby Surround Sound 7.1 ทิศทาง (ถ้าเปิดใช้งานอยู่ จะมีไฟสีแดงติดขึ้นมาที่ปุ่ม)
  • ปุ่มรูปไมค์ เป็นปุ่มปิดการทำงานของไมค์ ถ้ามีไฟสีแดงติดอยู่ แสดงว่าไมค์ไม่ทำงาน
  • วงล้อด้านข้าง ด้านบนจะเป็นตัวปรับระดับความดังเสียงหูฟัง ด้านล่างจะเป็นตัวปรับระดับความดังของไมค์
  • ฝั่งซ้ายบนจะมีอีกปุ่มซ่อนอยู่ ใช้สำหรับเปลี่ยนชุด equalizer ของเสียง โดยจะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อปิดการทำงานของระบบ Dolby Surround อยู่เท่านั้น

เรื่องระบบเสียง จากที่รีวิว ผมขอแนะนำว่าให้เปิดใช้งานระบบเสียง Dolby Surround ไว้ดีกว่าครับ เพราะมันช่วยจำลองเสียงออกมา 7.1 ทิศทาง และยังทำให้คุณภาพเสียงโดยรวมดีขึ้นกว่าการใช้ชุด equalizer ที่มีให้มาทั้ง 4 รูปแบบเสียอีก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งานครับ เพราะในบางครั้ง เราก็ไม่ได้ต้องการเสียงรอบทิศทางเสมอไป

hyper x clound revolver s-8

อีกด้านของรีโมทก็จะเป็นคลิป ให้ใช้หนีบกับเสื้อได้ สำหรับน้ำหนักของตัวรีโมทก็ไม่ได้จัดว่าหนักอะไรครับ แต่ถ้าปล่อยลอยไว้กลางอากาศ จะพบว่ามันก็ถ่วงสายจนตึงอยู่เหมือนกัน จนอาจทำให้ใช้งานไม่สะดวก

ระหว่างใช้งานอยู่ ตัวของรีโมทจะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย มาอยู่ในระดับอุ่นๆ ทั้งนี้ก็เนื่องจากภายในมันมีวงจร DSP ช่วยประมวลผลเสียงอยู่ด้วยนั่นเองครับ จะมองว่ามันเป็นการ์ดเสียงแบบภายนอกตัวหนึ่งเลยก็พอได้อยู่นะ

hyper x clound revolver s-6

หนึ่งในจุดเด่นที่มาพร้อมกับ Kingston HyperX Cloud Revolver S ก็คือความง่ายในการใช้งาน เนื่องจากมันถูกออกแบบมาให้เป็นหูฟังแบบ plug & play คือสามารถเสียบสาย USB เข้ากับคอมพิวเตอร์แล้วใช้งานได้ทันที ไม่ต้องลงไดรเวอร์หรือโปรแกรมช่วยควบคุมใดๆ ในคอมเลย หูฟังปกติใช้ง่ายอย่างไร Kingston HyperX Cloud Revolver S ก็เป็นแบบนั้นเป๊ะๆ ช่วยลดความยุ่งยากในการใช้งานลงไปได้มาก จากที่ผมลองกับทั้ง Windows 10 ใน Lenovo Y700 และก็ลองกับ MacOS ใน MacBook Air ก็พบว่าทั้งสองมองเห็น Kingston HyperX Cloud Revolver S ได้อย่างสมบูรณ์ ถ้าเป็นใน Windows 10 ระบบก็จะปรับไปใช้ตัวหูฟังเป็น input/output หลักทันที ส่วนใน MacOS ก็สามารถปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ได้จากในช็อตคัตปรับระดับเสียงได้เลยเช่นกัน

17310302_1461509473867413_6118299507705661723_o

ส่วนการใช้งานร่วมกับเครื่องเกมคอนโซล ผมได้นำไปลองใช้เล่นเกมบน PS4 การใช้งานก็ง่ายมากครับ แค่เสียบสาย USB เข้าไปที่ช่องด้านหน้าเครื่อง จากนั้นกดปุ่ม PS ค้างไว้ แล้วปรับตัวเลือกในเมนู Output to Headphones ให้เป็น All Audio ก็สามารถฟังทุกเสียงในเกมผ่านหูฟังได้แล้ว และยังสามารถใช้งานไมค์ได้อย่างสมบูรณ์ด้วย

hyper x clound revolver s-26

การใช้งาน Kingston HyperX Cloud Revolver S นั้น หากต้องการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็จะต้องเป็นการใช้แบบผ่านรีโมท แล้วไปต่อกับคอมพิวเตอร์/เครื่องคอนโซลผ่าน USB ครับ เพื่อจะได้ใช้งานฟีเจอร์ด้านเสียง โดยเฉพาะระบบเสียง Dolby Surround Sound ช่วยจำลองเสียง 7.1 รอบทิศทางที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงได้ดีมากๆ จากที่ผมลองเล่นเกมที่ต้องอาศัยการฟังเสียงมากๆ อย่างเกม Battlefield 1 ซึ่งต้องคอยฟังเสียงฝีเท้าศัตรู เสียงปืน เสียงระเบิด ก็พบว่ามันสามารถจำแนกทิศทาง ความหนักเบา น้ำหนักของเสียงได้ดีมาก ฟังแล้วรู้ได้เลยว่าศัตรูยิงเรามาจากทิศทางไหน

ส่วนการใช้งานกับ PS4 ผมก็เอาไปลองกับที่กระแสกำลังมาแรงอย่าง Horizon Zero Dawn ที่เป็นเกมสำหรับ PS4 เท่านั้น ตัวเกมจะเป็นแนว open world ที่ต้องคอยฟังเสียงศัตรูอันเป็นเครื่องจักรให้ดีๆ ว่ามันอยู่ทิศทางใด ใกล้ไกลจากตัวผู้เล่นขนาดไหน รวมถึงยังมีเสียงพื้นหลังเป็นเสียงธรรมชาติในป่า เสียงฝนที่กำลังกระหน่ำ อันนี้ Kingston HyperX Cloud Revolver S ก็ให้มิติได้ดีครับ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวเกมด้วยส่วนหนึ่ง ว่ามีการแยกเลเยอร์ แยกทิศทางเสียงมาดีขนาดไหน

อีกเกมที่ผมลองบน PS4 ก็คือ FIFA 17 เพื่อจะได้ลองกับแนวเกมที่หลากหลาย ผลก็คือ ผมเล่นแล้วรู้สึกอินกับการแข่งขันเพิ่มขึ้นกว่าตอนใช้ลำโพงทีวีนะ เพราะตัวระบบเสียงรอบทิศทางใน Kingston HyperX Cloud Revolver S เหมือนมันจะช่วยแยกเสียงของคนพากย์ในเกมและเสียงเชียร์ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น รู้สึกได้เลยว่าเหมือนกำลังเป็นนักเตะที่มีคนมาเชียร์จริงๆ ผิดกับตอนใช้ลำโพงทีวี ที่เสียงนักพากย์มันค่อนข้างกลืนไปกับเสียงลูกบอลที่ถูกเตะและเสียงกองเชียร์มากเกินไปครับ เรียกว่าเล่นได้เพลินและอินกับแต่ละแมตช์มากกว่าเดิมจริงๆ

hyper x clound revolver s-27

นอกเหนือจากการใช้ฟังเสียงในเกมแล้ว Kingston HyperX Cloud Revolver S ยังนำมาใช้ฟังเพลงได้ดีเกินคาดด้วยครับ จากที่ปกติ เมื่อเอาหูฟังเกมมิ่งมาฟังเพลง มักจะได้เสียงที่เน้นหนักไปทางเบส มีความทุ้มจนบางครั้งก็ไปกลบเสียงย่านอื่นเสียมิด ทำให้หูฟังเกมมิ่งถูกจำกัดเอาไว้ว่าใช้แค่ตอนเล่นเกมก็พอ

แต่อย่างที่บอกว่า Kingston HyperX Cloud Revolver S ใช้ฟังเพลงได้ดีเกินกว่าที่คาดคิด เพราะเสียงเพลงที่ได้ออกมา ค่อนข้างมีความกลมกล่อมของ 3 ย่านเสียงหลักที่กำลังดี สรุปได้ประมาณนี้ครับ

  • เสียงเบสไม่บวมมากนัก แต่ก็ยังหนากว่าหูฟังสำหรับฟังเพลงทั่วไป มีให้มาเพื่อเป็นพื้นสำหรับเสียงอื่นๆ อิมแพคไม่แน่นมาก
  • เสียงกลาง ค่อนข้างเด่น ให้เสียงคนร้องได้ไม่แพ้หูฟังสำหรับฟังเพลงเลย ฟังแล้วไม่รู้สึกว่าโดนย่านเบสกลบ
  • เสียงสูง ปลายขึ้นไม่สุดมากนัก มีน้ำหนักของย่านเบสช่วยดึงลงมานิดนึง ทำให้สามารถฟังนานๆ ได้แบบไม่ล้าหู

เรื่องเวทีเสียง (ซาวด์สเตจ) ทำออกมากว้างใช้ได้เลยสำหรับหูฟังฟูลไซส์แบบปิด ผมลองเอามาเปิดฟังบันทึกการแสดงสดของทั้ง X Japan (The Last Live) และ The Eagles (Melbourne Farewell Tour) ต้องบอกว่าความกว้างและคุณภาพของซาวด์สเตจจัดว่าน่าพอใจมากๆ สำหรับการนำหูฟังเกมมิ่งมาฟังเพลง เผลอๆ ผมว่าแซงหูฟังที่ออกแบบมาสำหรับการฟังเพลงหลายๆ รุ่นได้สบาย การแยกชิ้นเครื่องดนตรีก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เคลียร์ 100% นัก เน้นอาศัยว่าฟังสบาย สามารถใช้ฟังเพลงเพื่อผ่อนคลายหลังจากเล่นเกมแบบจริงจังได้ลงตัวมากๆ

ทั้งหมดข้างบนนี้ เป็นการทดสอบโดยผ่านตัวรีโมทแล้วไปเชื่อมต่อกับเครื่องที่พอร์ต USB ทั้งหมดนะครับ แต่ถ้าหากใครต้องการใช้การเชื่อมต่อตรงด้วยแจ็ค 3.5 มิลลิเมตรก็ทำได้เช่นกัน ไปใช้กับมือถือก็ได้ด้วย แต่คุณภาพของเสียงก็จะลดหย่อนลงมาเล็กน้อย เนื่องจากไม่มีตัว DSP ในรีโมทของ Kingston HyperX Cloud Revolver S มาช่วยประมวลผลเสียง เวทีเสียงก็จะแคบลง ส่วนถ้าไปใช้กับสมาร์ทโฟน ก็อาจจะต้องเร่งความดังเสียงกว่าเวลาใช้หูฟังปกติซักเล็กน้อย เพราะเจ้า Cloud Revolver S จะใช้แรงขับที่เกินตัวมือถือทั่วไปอยู่นิดนึง

LRM_EXPORT_20170316_003721

แต่ถ้าหากใครมีตัวแปลง USB-OTG ที่ใช้กับมือถือของตนเองได้อยู่ สามารถนำมาเสียบที่มือถือ แล้วใช้กับ Kingston HyperX Cloud Revolver S ที่ใช้รีโมทก็ได้ด้วยเช่นกัน สามารถเปิดใช้ระบบเสียง Dolby Surround Sound ได้ด้วยนะ ผมลองใช้กับมือถือ Android ดูแล้ว สามารถใช้งานได้ทันที ไม่ต้องไปตั้งค่าอะไรเพิ่มเติม

hyper x clound revolver s-12

ข้อดี

  • มาพร้อมระบบเสียง Dolby Surround Sound ช่วยจำลองเสียง 7.1 ทิศทางรอบตัว
  • ให้เสียงครบทั้ง 3 ย่านหลัก ซาวด์สเตจ คุณภาพเสียงดี ใช้ได้ทั้งเล่นเกมและฟังเพลง
  • ใช้งานง่ายมาก สามารถเสียบสาย USB แล้วก็ใช้ได้ทันที ไม่ต้องลงไดรเวอร์หรือโปรแกรมอื่นๆ เพิ่มเติม
  • ใช้ได้ทั้งกับคอมพิวเตอร์ เครื่องเกมคอนโซล มือถือ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง 3.5 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักเบา วัสดุดี ทำให้ใช้งานติดต่อกันได้นาน ไม่บีบศีรษะเกินไป

ข้อสังเกต

  • แนะนำว่าให้เปิดระบบเสียง Dolby ไว้ตลอด เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีกว่า
  • ไม่มีฟองน้ำครอบหูสำรองมาให้

ราคา 5,890 บาท

from:https://notebookspec.com/review-kingston-hyperx-cloud-revolver-s/388733/

PR: สังเกตง่ายๆ ในการเลือกใช้คีย์บอร์ด ให้เหมาะกับการเล่นเกม FPS

unnamed
การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว แม่นยำ พร้อมการตัดสินใจที่เฉียบขาด ในการเด็ดหัวปิศาจหรือศัตรูที่บุกจู่โจมคุณอย่างบ้าระห่ำ คือสิ่งที่คุณต้องทำในการเอาตัวรอดจากสมรภูมิที่ดุเดือด และคีย์บอร์ดจะเป็นเหมือนอาวุธที่ทำให้คุณสามารถคว้าชัยในการเล่นเกมแนว FPS ได้ดี ไม่ว่าจะเป็น Battlefield4, RE7 หรือ Overwatch ก็ตาม แต่จะเลือกคีย์บอร์ดอย่างไร ให้บรรลุสู่เป้าหมายคือชัยชนะ
1.Mechanical keyboard เป็นคีย์บอร์ดที่ให้การตอบสนองกับเกมได้ดี และมีความทนทาน มีรูปแบบปุ่มให้เลือกตามลักษณะของเกม เช่น Cherry MX Blue ที่ให้จังหวะในการกดสำหรับการเล่นเกมได้อย่างสนุก และรองรับการใช้งานได้ยาวนานนับล้านครั้ง พร้อมเสียงคลิ๊กที่สร้างความเร้าใจ เหมาะทั้งการเล่นเกมและพิมพ์งาน
2.เพิ่มปุ่ม Numpad เพิ่มมาโคร เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเกมเมอร์มาช้านาน เพราะนอกจากช่วยให้การควบคุมทำได้ง่ายขึ้นแล้ว ความสามารถในการตั้งค่ามาโคร เพื่อเป็นทางลัดในการเรียกใช้อาวุธหรือท่าพิเศษได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
3.Solid-steel frame โครงโลหะบนคีย์บอร์ด ทำให้มีความคงทนแข็งแรง รองรับการใช้งานสำหรับเกมเมอร์ที่ระเบิดอารมณ์ ขณะที่กำลังอินไปกับสถานการณ์ภายในเกม อย่างเช่น สมรภูมิรบ อีกทั้งให้ความรู้สึกที่ความหนักแน่นเวลากดปุ่มอีกด้วย
4.Backlit keycap ปุ่มที่มีแสงไฟสว่าง เพื่อสร้างอารมณ์ความเร้าใจให้กับการเล่นเกม สามารถเลือกปรับโพรไฟล์หรือรูปแบบของแสงและสีได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องไปกับเครื่องคอมพ์ที่ใช้หรือบรรดาเกมมิ่งเกียร์รอบข้างก็ตาม
ทั้งหมด 4 สิ่งนี้ เป็นวิธีง่ายๆ ในการเลือกใช้คีย์บอร์ดให้เหมาะสำหรับการเล่นเกม FPS ที่คุณชื่นชอบ ที่เหลืออยู่ที่ฝีมือในการจัดการห้ำหั่นศัตรูของคุณ เพื่อคว้าชัยชนะในแต่ละทัวร์นาเมนต์
สามารถพบกับ HyperX ได้ที่: 

from:http://www.it-reborn.com/pr-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/

[Kingston] คีย์บอร์ดเล่นเกม HyperX Alloy FPS ที่ใช้สวิทช์ Cherry MX Red หรือ Brown ลงตลาดแล้ว

ช่วงนี้นั้นคงต้องยอมรับหล่ะครับว่าคีย์บอร์ดที่เป็นแบบ Mechanical นั้นกำลังมาแรงแบบสุดๆ ในวงการของนักเล่นเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วกับสวิทช์สำหรับประกอบเป็นส่วนของแป้นคีย์บอร์ดจากทาง Cherry MX ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากครับ ล่าสุดดูเหมือนว่าความนิยมนั้นเริ่มขยายออกเรื่อยๆ จนทาง Kingston เองต้องส่งคีย์บอร์ดรุ่น HyperX Alloy FPS ที่ใช้สวิทช์ Cherry MX Red หรือ Brown ออกมาครับ

Kingston HyperX Alloy FPS 600 01

ดังนั้นแล้วหากนับรวมกับคีย์บอร์ดHyperX Alloy FPS รุ่นเก่านั้น ณ ตอนนี้ทาง Kingston ก็ได้ปล่อยคีย์บอร์ด HyperX Alloy FPS ที่มาพร้อมกับสวิทช์ของ Cherry MX ออกมาด้วยกันแล้วทั้งหมด 3 รุ่นคือรุ่นที่ใช้ สวิทช์ Cherry MX Blue, Red และ Brown ครับ ทั้ง 3 รุ่นนั้นสเปคค่อนข้างจะคล้ายกัน ทว่าก็มีส่วนแตกต่างกันไปตามรุ่นดังตารางนี้ครับ

Cherry MX Switch spec 600 01

ที่ทาง Kingston เลือกใช้สวิทช์ทั้ง 3 รุ่นบนคีย์บอร์ด HyperX Alloy FPS นั้นก็เพื่อสร้างความแตกต่างให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเล่นเกมในรูปแบบของเกมต่างๆ ที่ต้องใช้การสัมผัสของคีย์บอร์ดแตกต่างกัน ทั้งนี้ราคากลางของ HyperX Alloy FPS นั้นจะอยู่ที่ €129.99 หรือประมาณ 4,850 บาท ท่านใดสนใจสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ระดับไฮเอนได้เลยครับ

ที่มา : techpowerup

from:https://notebookspec.com/kingston-now-shipping-the-hyperx-alloy-fps-with-cherry-mx-red-or-brown-switches/383477/

[Review] Kingston HyperX Cloud Revolver สุดยอดหูฟังเกมมิ่ง ถูกใจสาวกเกมเมอร์ !!!

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ ในยุคปัจจุบัน  เชื่อว่าหลายคนคงพูดถึง เมาส์ คีย์บอร์ด รวมไปถึงเก้าอี้ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับบรรดาเกมเมอร์ ได้แก่ หูฟังหรือ Headphone นั่นเอง  เพราะในการเล่นเกมส์สิ่งหนึ่งที่ช่วยเพิ่มอรรถรสหรือความบันเทิงในระหว่างเล่นก็คือ เสียง และอีกอย่างคือใช้ในการสื่อสารในบางเกมส์ที่จำเป็นต้องเล่นเป็นทีมนั่นเอง  จึงมีคนอยู่ไม่น้อยที่ยังจำเป็นต้องหาหูฟังที่ดี ๆ และเหมาะกับการใช้งานของตนเองมาใช้เพื่อนตอบสนองต่อความต้องการตนเองเช่นกัน

Top Pic1
Kingston HyperX Cloud Revolver เป็นหูฟังเกมมิ่งตระกูล HyperX Cloud รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Kingston ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนามาจาก HyperX Cloud II ในปี 2015 ที่ผ่านมา โดยตัวหูฟังมีลักษณะเป็นหูฟังแบบ Full-Size ที่สามารถครอบได้ทั้งใบหู ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ โดยหูฟังเกมมิ่งตระกูล HyperX Cloud ตัวนี้จะมีสิ่งที่แตกต่างจากหูฟังรุ่นที่แล้วในบางส่วน โดยเฉพาในเรื่องของรูปร่างหน้าตาที่มีการปรับโฉมดีไซน์ใหม่หมด โดยในส่วนของลำโพงมีการขยายให้ใหญ่ขึ้น และมีการทำลวดลายเป็นเส้นตรงสีแดงในลักษณะเรียงกันเป็นวงกลมในแนวตั้งล้อมรอบโลโก้ HyperX นอกเหนือจากขนาดที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยแล้ว ถ้าสังเกตในมุมมองด้านข้างจะพบว่าตัวหูฟังมีรูปร่างที่ค่อนข้างดูแข็งแรง พร้อมกับมีก้านครอบศีรษะแบบใหม่ที่ดูดุดันขึ้นอีกด้วย

Specifications

เฮดโฟน

  • ประเภททรานสดิวเซอร์ : ไดนามิคไดรเวอร์แบบปิด  50 มม.
  • ประเภทของหูฟัง : แบบ Full Size หรือหูฟังในระดับใหญ่ (Circumaural)
  • ความถี่ : 12 – 28,000 Hz
  • ความต้านทาน : 30 โอห์ม
  • ระดับแรงดันเสียง : 104.5dBSPL/mWat 1kHZ
  • น้ำหนัก : 360 กรัม
  • น้ำหนักพร้อมไมค์และสาย : 376 กรัม
  • ความยาวของสาย : หูฟังยาว 1 เมตร และตัวควบคุมเสียงสายยาว 2 เมตร
  • การเชื่อมต่อ : หูฟังแบบหัวเสียบสเตอริโอขนาด 3.5 มม. และชุดควบคุมหูฟังพร้อมไมค์สเตอริโอหัวเสียบขนาด 3.5 มม.

ไมโครโฟน  

  • ประเภทของคอนเดนเซอร์ : อิเล็กเตรท ไมโครโฟน  ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเลี้ยง เนื่องจากวัสดุมีการประจุไฟฟ้าอย่างถาวรแล้ว
  • ความถี่ : 50-18,000 Hz
  • ความไว : -40dBV (0dB=1V/Pa,1kHz)

แกะกล่องลองดูของจริง Kingston HyperX Cloud Revolver

KT Cloud 1
สำหรับตัวกล่องของหูฟัง Kingston นั้นซึ่งเป็นแพ็คเกจแรกที่ผู้ใช้จะสามารถมองเห็นได้เป็นอันดับแรก ทำออกมาได้อย่างเรียบหรูทีเดียว โดยวัสดุที่ใช้มีลักษณะเป็นกล่องกระดาษเคลือบเงา โทนสีดำแดง พร้อมกับการใส่รายละเอียดและลูกเล่นต่าง ๆมารอบกล่อง ทำให้ผู้ใช้อาจหลงรักและปลื้มกับตัวแพ็คเกจตั้งแต่แรกเห็น

KT Cloud 2
ด้านหลังของกล่อง ถือเป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เพราะมีการแสดงถึงรูปร่างและลักษณะของหูฟัง พร้อมทั้งมีการระบุรายละเอียดต่าง ๆในแต่ละส่วนประกอบของหูฟังไว้ละเอียดพอสมควร ซึ่งในจุดนี้อาจถือเป็นการเรียกน้ำย่อยจากผู้ใช้ เพราะยังไม่ทันที่จะได้เปิดตัวกล่องแต่ก็สามารถพบกับสิ่งที่น่าสนใจมากมายจากตัวกล่องได้เลย หรือเป็นคู่มือฉบับย่อ ๆได้เลยนั่นเอง

KT Cloud 3
KT Cloud 4
ส่วนด้านข้างของตัวกล่อง ซึ่งจะมีอยู่ทั้ง 2 ด้าน  ในด้านแรกจะเป็นการแสดงรูปของตัวหูฟัง ถัดมาอีกด้านจะเป็น การระบุฟีเจอร์ที่สำคัญของหูฟัง การสนับสนุนการใช้งานจากเกมส์ต่าง ๆ  พร้อมทั้งการรับรองมาตรฐานของตัวหูฟัง

KT Cloud 5
เมื่อเปิดกล่องของหูฟัง จะพบกับกล่องอีกชั้น ซึ่งมีลักษณะเป็นกล่องมีฝาเปิดสีดำด้าน  พร้อมกับสกรีนโลโก้ HyperX สีขาวที่ตัวฝา และเมื่อเปิดฝาของกล่องออกจะพบกับตัวหูฟัง Kingston HyperX Cloud Revolver ที่ถูกติดตั้งอยู่ในกล่อง พร้อมทั้งตัวอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้แก่ ไมโครโฟน  และชุดควบคุมหูฟังสำหรับต่อเข้าอุปกรณ์ที่เป็น Output

KT Cloud 6
เมื่อนำของออกจากกล่องทั้งหมดและนำมาวางไว้รวมกัน อย่างที่เห็นในภาพ ก็จะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ ตัวหูฟัง ไมโครโฟน ชุดควบคุมหูฟัง และอีกหนึ่งอย่างที่เพิ่มเข้ามาคือคู่มือการใช้งาน ซึ่งจะมีประโยชน์มากสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ไม่เคยใช้หูฟังเกมมิ่งมาก่อน

KT Cloud 9

   KT Cloud 14    KT Cloud 15

สำหรับตัวหูฟังนั้น มาดูที่รูปแบบทั่วไปก่อน  ซึ่งถ้ามองจากภายนอกแล้ว อาจไม่ได้ต่างไปจาก HyperX Cloud รุ่นเดิมมากนัก แต่จะต่างกันเล็กน้อยในส่วนของที่ครอบศีรษะ โดยในรุ่นนี้จะมีการใส่ที่ครอบที่ใช้วัสดุคล้ายกับอะลูมิเนียม มาไว้ที่ด้านบนของที่ครอบชั้นแรกที่ติดกับศีรษะที่มีลักษณะคล้ายฟองน้ำหุ้มด้วยหนัง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะทางคิงส์ตันเองต้องการเพิ่มความแข็งแรงให้กับที่ครอบศีรษะนั่นเอง  และในส่วนของที่ครอบศีรษะชั้นแรกนั้น ได้มีการออกแบบด้วยการบุหรือการสลักลายโลโก้ HyperX ลงไปโดยไม่มีการใช้สีอื่นเพิ่มเติม แต่จะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนและสัมผัสได้ถึงความลึกของโลโก้ดังกล่าว เรียกได้ว่ามีการออกแบบที่คลาสสิกสุดๆกันเลยทีเดียว ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่หวือหวามาก แต่ก็ยังแอบให้ความหรูนิดๆ ด้วยเช่นกัน

KT Cloud 8
ส่วนที่เป็นครอบหูฟังกับดีไซน์ HX สีแดงจัดจ้านก็ดูเท่ไม่เบา พร้อมกับก้านที่ใช้ในการรับน้ำหนักเป็นอะลูมิเนียมสีดำด้านนั้นดูเข้ากันได้ดีทีเดียวครับ

KT Cloud 7
ในส่วนของฟองน้ำด้านในของหูฟัง มีการทำมาเป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกที่นุ่มสบายหูเมื่อได้ใส่ และสำหรับในส่วนของที่ครอบศีรษะก็เช่นเดียวกันมีการใช้ฟองน้ำด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะได้ครอบลงบนศีรษะได้อย่างสบายๆทีเดียว ทำให้เมื่อใช้เป็นเวลานาน ๆจะทำให้ไม่รู้สึกรำคาญ และสำหรับอีกจุดที่น่าสนใจและน่าจะเป็นจุดเด่นสำคัญ นั่นก็คือด้านบนของที่ครอบศีรษะด้วยการใช้วัสดุคล้ายอะลูมิเนียมอย่างดีสีดำอีกชั้น เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มความแข็งแรงในขณะที่ผู้ใช้ทำการง้างหูฟังใส่นั่นเอง

KT Cloud 12
อีกช่องที่ขาดไม่ได้เลยของหูฟังเกมมิ่ง  ช่องสำหรับใส่ไมโครโฟน จะอยู่ในตำแหน่งด้านข้างเยื้องมาล่าง ของหูฟังฝั่งซ้ายมือ  ซึ่งก็อยู่ในตำแหน่งเดิมกับรุ่นที่ผ่านมา โดยมีลักษณะเป็นรูสำหรับเสียบแจ๊คขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร โดยผู้ใช้งานสามารถนำไมโครโฟนมาเสียบผ่านช่องดังกล่าวและสามารถใช้งานได้ทันที

KT Cloud 11
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญก็คือ ตัวชุดควบคุมเสียงของหูฟัง ที่มาในรูปแบบคล้ายๆกล่องสี่เหลี่ยม โดยจะสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คผ่านทางแจ๊ค 3.5 มิลลิเมตร สำหรับฟังก์ชันการใช้งานนั้น ก็จะเป็นการในการเพิ่มระดับของเสียงหูฟังและปรับการเปิด-ปิดไมโครโฟนได้จากจุดนี้ด้วยเช่นกัน

Conclusion

KT Cloud 16
โดยภาพรวมของหูฟัง Kingston HyperX Cloud Revolver หลังจากการทดลองใช้งาน ถือเป็นการพัฒนาไปอีกขั้นของทางคิงส์ตัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก แต่ก็มีฟีเจอร์เด่น ๆในบางส่วนทั้งในด้านการออกแบบและฟังก์ชันการใช้งานที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วสำหรับใครที่กำลังมองหาหูฟังที่สามารถใช้ฟังเพลง ดูหนัง หรือแม้กระทั่งแต่การเล่นเกมส์ซึ่งตรงประเด็นมากที่สุดแล้ว แล้วสามารถให้เสียง และอารมณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการ และอีกอย่างที่มีการที่สามารถเพิ่มลดเสียงได้แยกออกมาจากตัวหูฟัง ทำให้การใช้งานเกิดความสะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้น ยิ่งทำให้ผู้ใช้สนใจ และอยากใช้งานมากขึ้นทีเดียว

ในด้านของรูปลักษณ์ ยังคงความเป็นหูฟังเกมมิ่งของทาง Kingston อยู่เช่นเคย โดยรูปร่างและรูปแบบของหูฟังนั้นไม่มีได้การเปลี่ยนแปลงไปมาก ด้วยความที่คิงส์ตันนั้นเป็นแบรนด์ชั้นนำมาอย่างยาวนาน และเป็นที่นิยม สำหรับเรื่องของคุณภาพแล้วการันตีได้เลยว่าต้องดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วในอุปกรณ์ฝั่งเกมมิ่ง ที่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับหูฟังเกมส์มิ่ง Kingston HyperX Cloud Revolver รุ่นนี้ ที่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพที่เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็น การใช้วัสดุที่มีความคงทนแข็งแรง โดยเฉพาะในส่วนของที่ครอบศีรษะ ที่มีการสลักลาย HyperX ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึง การใช้ฟองน้ำที่นุ่มนวลหุ้มด้วยหนังในส่วนของที่ครอบศีรษะ และใบหูด้วย ซึ่งเป็นการช่วยลดความรู้สึกไม่ดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความรู้สึกรำคาญ หรืออึดอัด เมื่อต้องใช้งานหูฟังเป็นเวลานาน ๆ  ถือเป็นจุดที่ต้องยอมรับว่าคิงส์ตัน ทำออกมาได้อย่างน่าชื่นชมและน่าประทับใจมาก

ส่วนในเรื่องของเสียง  ซึ่งถือเป็นสิ่งหลักที่เราจะได้ยินจากเจ้าหูฟังนี้  ต้องบอกเลยครับว่า เสียยงของดนตรีที่ได้นั้นเต็มอิ่มมากทีเดียว มีเสียงทุ้มของเบสที่แน่นพอสมควร แต่สำหรับเสียงแหลมนั้นถ้าฟังเพลงในลักษณะของเพลงที่มีเบสน้อย และเสียงร้องเยอะ จะได้ยินเสียงนักร้องที่เป็นเสียงแหลมชัดเจนมาก จนในบางครั้งมีความรู้สึกว่าเสียงแหลมสูงมากจนทำให้แสบหูกันเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้ก็สามารถหักลบกันได้ถ้าเสียงนั้นมีเบสเข้ามาเยอะ เสียงแหลมก็จะลดน้อยลงไป ซึ่งก็เป็นไปตามสไตล์ของหูฟังเกมมิ่ง  และสำหรับใครที่ชอบแนวทุ้ม เบสแน่น ไม่แหลมมาก น่าจะชอบเลยทีเดียว แต่สำหรับการใช้ดูหนังนั้น สามารถเก็บรายละเอียดได้เกือบครบถ้วน เอาใจคนที่ชอบความเอฟเฟกต์กระจายมาแบบเต็มๆ ทั้งเสียงการเคลื่อนไหว เสียงพูดและบรรยากาศ เรียกได้ว่าสมจริงและให้อารมณ์สุดๆเหมือนดูในโรงภาพยนตร์กันเลยทีเดียว

สำคัญที่สุดและขาดไม่ได้ คือเรื่องของการเล่นเกมส์ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลัก และความต้องการหลักของผู้ใช้หูฟังเกมมิ่งนี้ เรียกได้ว่าสามารถตอบโจทย์ของผู้ใช้ในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะได้เสียงที่เต็มอิ่มในทุกสถานการณ์ของเกมส์เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเกมส์แนวแอ็คชันที่มีการปะทะหรือการยิงกัน หรือกระทั้งเกมส์ที่มีการใส่สกิล ก็ได้ยินเสียงเสมือนเราอยู่ในสถานการณ์จริงกันเลย จนในบางครั้งถึงขั้นตกใจ นึกว่าจะมีคนมายิงเราจริง ๆ  ซึ่งคงสนุกไม่น้อยสำหรับคอเกมส์หรือผู้ที่สนใจในด้านนี้เช่นกัน และสำหรับใครที่สนใจก็เตรียมเก็บเงินรอกันได้เลย สนนราคาอยู่ที่ $120 (4,330 บาท)  โดยคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2016 นี้ครับ

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงาม มีเอกลักษณ์โดดเด่น ดุดัน
  • วัสดุมีความแข็งแรงทนทาน
  • ถอดเปลี่ยนไมค์ได้โดยง่าย
  • เหมาะกับการเล่นเกมแนว Action เป็นอย่างยิ่ง
  • เก็บเสียงได้ดี

ข้อสังเกต

  • พกพาไม่สะดวก
  • น้ำหนักมากไปนิด ไม่เหมาะต่อการใช้งานนานมากๆ
  • ไม่สามารถถอดเปลี่ยนฟองน้ำได้
  • เสียงแหลมสูง ค่อนข้างแสบหู

 

from:http://notebookspec.com/review-kingston-hyperx-cloud-revolver/344995/

Kingston เผยโฉม HyperX Cloud Revolver หูฟังเกมมิ่งตัวใหม่จะมาแทนที่ HyperX Cloud รุ่นเดิม

Kingston นอกจากจะเป็นผู้ผลิต Flash Drive ชื่อดังแล้วทางด้านอุปกรณ์เกมมิ่งก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กันอย่างเช่นหูฟังที่มีสินค้าโดดเด่นอย่างหูฟังเกมมิ่งตระกูล HyperX Cloud ซึ่งในปี 2015 ก็มี HyperX Cloud II ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีและมีคำวิจารณ์จากหลายสำนักรีวิวในแง่บวกและล่าสุดในปี 2016 นี้ทาง Kingston ก็จะมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ออกมาเช่นกันโดยพวกเขาตั้งใจว่าต้องการจะมาแทนที่ HyperX Cloud II ซึ่งชื่อของมันก็คือ “HyperX Cloud Revolver” นั่นเอง

-e2F8EpbyAJg.878x0.Z-Z96KYq

สำหรับ HyperX Cloud Revolver นั้นทาง Kingston ก็ได้เผยโฉมภายในงาน CES 2016 ที่จะเริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม โดยหูฟังเกมมิ่งตระกูล HyperX ตัวนี้จะมีสิ่งที่แตกต่างจากหูฟังรุ่นที่แล้วมาอย่างสิ้นเชิงเริ่มจากรูปร่างหน้าตาของมันที่มีการปรับโฉมดีไซน์ใหม่หมด มีการขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยตรงในส่วนของดีไซน์ลำโพงก็จะเปลี่ยนไปเป็นไฟ LED สีแดงล้อมรอบโลโก้ HyperX นอกจากขนาดที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยแล้วแต่ถ้าหากมองในมุมด้านข้างก็จะพบว่ามันมีรูปร่างค่อนข้างแข็งแรงกว่ารุ่นที่แล้วมาเลยทีเดียวรวมไปถึงก้านครอบศรีษะแบบใหม่ก็ดูดุดันมากขึ้นด้วย

u8hZorSus5nj.878x0.Z-Z96KYq

“ด้านซ้ายมือ: HyperX Cloud II ด้านขวามือ: HyperX Cloud Revolver”

ส่วนทางด้านระบบภายในคุณ Shawn Denison ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีของ Kingston ก็ได้ยืนยันเลยว่า HyperX Cloud Revolver จะมีคุณภาพเสียงที่ดีกว่ามากโดยจะมีระดับเสียงที่ซับซ้อนขึ้นฉะนั้นผู้ใช้จะรู้สึกถึงเสียงที่เป็นธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นเสียงเบสหรือเพลงเบา ๆ HyperX Cloud Revolver ตัวนี้สามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัวลำโพงและส่วนของที่ครอบหูจะมีการปรับปรุงให้เข้ากับใบหูมนุษย์มากขึ้นซึ่งจะช่วยในเรื่องของการสวมใส่ที่สบายไม่หนักจนเกินไปและที่สำคัญ ตัวหุฟังก็จะเป็น USB 7.1 Dolby เช่นเคยครับ

นอกจากนี้คุณ Denison ได้เสริมว่า HyperX Cloud Revolver จะมีไมค์แบบใหม่ที่จะให้เสียงที่มีคุณภาพกว่าสามารถสื่อสารได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ และสุดท้ายก็คือในส่วนของราคาและวันวางจำหน่ายนั้น HyperX Cloud Revolver ก็จะสนนราคาอยู่ที่ $120 (4,330 บาท) สำหรับ stereo และ $150 (5,414 บาท) สำหรับ USB เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2016 นี้ครับ

ที่มา : PCGAMER

from:http://notebookspec.com/hyperx-cloud-revolver-new-headphone-gaming-from-kingston/330689/

คิงส์ตัน ส่งความแรงสายพันธุ์ HyperX พร้อมโปรโมชั่นสุดจี๊ด กระชากใจคอบอล พบกันในงาน คอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2014

คิงส์ตัน ผู้นำผลิตภัณฑ์หน่วยความจำรายใหญ่ของโลก ยกขบวนสินค้าคุณภาพสูง จัดเต็มด้วยความแรงระดับพรีเมียมสายพันธุ์ HyperX ภายในงานคอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2014 (Commart Next Gen 2014) พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ เอาใจสาวกคอไอทีร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Sony LED TV, จักรยาน DAHON, แฟลชไดร์ฟ ม้าบิน สุดเท่ห์ ที่บูธคิงส์ตัน หมายเลข A6 โซน C ชั้น2 งาน คอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2014 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายน 2557

นอกจากจะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และลุ้นรับของรางวัลแล้ว ภายในบูธได้จัดโซน HyperX ให้ลูกค้ามันส์ไปกับ extreme Speed พร้อมพบกับขบวนพาเหรดร่วมเฉลิมฉลองการแข่งขันฟุตบอลระดับโลก 2014 ไปกับสาวสายในชุดฟุตบอลและแดนซ์เซอร์โชว์สุดเซ็กซี่ อีกทั้งสัมผัสกับคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมของ เชิญมาลองสัมผัสขุมพลังแห่งเสียงที่สุดระทึกกับชุดหูฟัง HyperX Cloud พร้อมกับโปรโมชั่นเร้าใจและกิจกรรมากมายได้ที่บูธคิงส์ตัน เท่านั้น

image001

คิงส์ตัน โปรโมชั่น

รางวัลมากมาย…รอคุณอยู่ เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์คิงส์ตัน ชนิดใดก็ได้ ที่บูธคิงส์ตัน ครบ 300 บาท ร่วมจับฉลาก ลุ้นรับรางวัลใหญ่ อาทิ Sony LED TV 46 นิ้ว, จักรยาน DAHON, แฟลชไดร์ฟ ม้าบิน 16GB และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รับฟรีทันที ไม่ต้องลุ้น เมื่อซื้อ Kingston HyperX, SSD, MLW ที่บูธคิงส์ตัน รับฟรีทันที พัดลม ยูเอสบี สุดเท่ห์ (ด่วน ของมีจำนวนจำกัด) และโปรโมชั่นสำหรับสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุด เมื่อซื้อ HyperX Fury SSD ที่บูธคิงส์ตัน รับคิงส์ตัน ยูเอสบี 16GB ทันที!

นอกจากนี้ คิงส์ตันต้อนรับกระแสฟุตบอลระดับโลก 2014 ด้วยสาวสวยแดนซ์โชว์และขบวนพาเหรดตลอดงาน ด้านสาวกไอทีพลาดไม่ได้กับกิจกรรมร่วมตอบคำถามชิงรางวัล ที่จะจัดขึ้นวันละ 4 รอบ ช่วงเวลา 11:00, 14:00, 16:00 และ 18:00 น. เชิญทดสอบความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์คิงส์ตัน ผู้ร่วมงานที่ตอบคำถามได้อย่างถูกต้องรับรางวัลทันที ที่บูธคิงส์ตัน หมายเลข A6 โซน Cชั้น2 งาน คอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2014 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายน 2557 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ บูธคิงส์ตัน : หมายเลข A6 โซน C ชั้น2

from:http://www.appdisqus.com/2014/06/20/kingston-hyperx-promotion.html