คลังเก็บป้ายกำกับ: LASTPASS

LastPass ออกอัพเดต รองรับ autofill บน iOS 12

แอพจัดการรหัสผ่าน LastPass ออกอัพเดตล่าสุดสำหรับ iOS โดยรองรับระบบ autofill หรือระบบกรอกฟอร์มอัตโนมัติสำหรับ iOS 12 ที่เปิดให้แอพจัดการรหัสผ่านภายนอกเข้าถึง autofill และกรอกข้อมูลลงฟอร์มให้แอพได้

วิธีเปิดใช้งาน autofill ของ LastPass บน iOS 12 ไปที่ Settings > Password & Accounts > Autofill Passwords และกดปุ่มเปิด Autofill Passwords (แต่ถ้าเปิดอยู่แล้วก็ไม่ต้อง) จากนั้นเลือก LastPass และยืนยันตัวตนตามระบบของ LastPass แล้ว ระบบ autofill ของ iOS 12 ก็จะดึงข้อมูลจาก LastPass มาใช้งานได้ทันที โดยผู้ใช้สามารถเปิดใช้ LastPass ร่วมกับ iCloud Keychain รวมถึงแอพจัดการรหัสผ่านอื่น ๆ ได้ด้วย

iOS 12 เตรียมปล่อยให้ดาวน์โหลดเวอร์ชันจริงวันที่ 17 กันยายนนี้ ส่วนผู้ใช้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ทดสอบเบต้าสามารถอัพเดตเวอร์ชัน GM ได้แล้วทางเมนู Software Update

ที่มา – LastPass

No Description

from:https://www.blognone.com/node/105287

Advertisements

6 เครื่องมือสำคัญในการสร้างออฟฟิศเสมือน (Virtual Office)

Virtual Office หรือ ออฟฟิศจำลอง ในที่นี้หมายถึง สำนักงานที่ไม่ได้ไปเช่าหาสถานที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่ใช้บริการผ่านเน็ตผ่านคลาวด์ต่างๆ ในการติดต่อประสานงานภายในทีมเพื่อทำธุรกิจ ซึ่งเป็นความฝันของเจนวายเจนแซ่ดที่นอนกลิ้งเกลือกบนชายหาดชิลๆ ก็ทำงานได้เงินสวยๆ ไม่ต้องลงทุนหาอาคารสำนักงานแพงๆ

แต่การที่จะทำให้เวอร์ช่วลออฟฟิศของคุณใช้งานได้จริง และมีอายุยืนยาวคุ้มค่านั้น มีหลายปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบ ที่ต้องพิจารณาหรือเลือกใช้บริการอย่างเหมาะสมอยู่ 6 ประการดังต่อไปนี้

1. เน็ตไฮสปีด
แน่นอนว่าในการเอาทรัพยากรการทำงานทุกอย่างขึ้นไปบนโลกออนไลน์ สมาชิกในทีมทุกคนต้องเข้าถึงเน็ตความเร็วสูงได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องประสานกันแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นพวกใช้แบนด์วิธกลางๆ อย่างการรับส่งอีเมล์, แชตหรือโทรคุยระหว่างทีมงาน, ไปจนถึงพวกที่ใช้เน็ตหนักหน่วงอย่างวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือหากินบนโลกออนไลน์อีกมากมายที่ถ้าเน็ทมีปัญหาก็เสียโอกาสเป็นแสนเป็นล้านได้ง่ายๆ โดยเฉพาะธุรกิจการค้าแบบ B2C ที่เน้นโซเชียลมีเดียอย่างการไลฟ์ผ่านเฟซหรือไอจี เป็นต้น

2. แอพฯ สำหรับประชุมผ่านเน็ต
ไม่มีบริษัทไหนไม่มีการประชุม ทั้งกับพนักงานหรือแม้แต่กับลูกค้า ในเมื่อเราเลือกจะเผชิญหน้ากันผ่านโลกออนไลน์ การสื่อสารที่เห็นหน้าตาและได้ยินเสียงเสมือนจริงย่อมให้ผลสัมฤทธิ์ที่ดีที่สุด แอพฯ ประชุมทั้งหลายนั้นจะใช้วิธีส่งลิงค์เชิญมาเข้าร่วมห้องประชุมเวอร์ช่วลที่จับภาพผ่านเว็บแคม พร้อมมีกล่องข้อความหรือหน้าต่างแชตไว้พิมพ์หรือส่งข้อมูลอย่างสะดวก

3. ระบบโทรศัพท์เวอร์ช่วล
ก็ในเมื่อใช้เน็ตไฮสปีดแล้ว ก็ควรใช้โทรศัพท์ผ่านออนไลน์ด้วยให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งปัจจุบันบริการอย่างสไกป์ก็สามารถโทรผ่านเน็ตเข้าเบอร์โทรศัพท์ปกติได้ด้วยอัตราค่าใช้บริการที่ถูกมาก แถมยังจัดการคิวการโทรได้อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะพักสาย, โอนสาย, ตั้งเสียงรอสายตามใจชอบ, บริการฝากข้อความ, หรือแม้แต่ประชุมหลายสายได้อย่างสะดวกมากกว่าโทรศัพท์ของจริงเสียอีก

4. ดร็อปบ็อกซ์
ใช่เลย Dropbox ไม่ใช่บริการฝากไฟล์บนคลาวด์เจ้าอื่น พูดแล้วก็เหมือนโฆษณาแม้จะมีคู่แข่งอย่าง Google Drive หรือ Microsoft SkyDrive ตามมาติดๆ แต่แอพฯ Dropbox ทั้งบนพีซีและโทรศัพท์นั้นมีประสิทธิภาพในการดึงหรือฝากไฟล์สูงและรวดเร็วได้ดังใจ ทั้งนี้การทำงานเป็นทีมนั้น การอัพเดตไฟล์หรือข้อมูลเดียวกันออนไลน์จากทุกที่แบบเรียลไทม์นั้นถือเป็นสวรรค์ของจริง

5. Skype
นอกจากมีบริการในข้อ 3 แล้ว ยังเป็นแอพฯ สื่อสารแบบทางการที่ครบวงจรและแนะนำให้ใช้ในการทำงานแบบมืออาชีพด้วย ปอลิ่ง ต่างชาติโดยเฉพาะยุโรปอเมริกาเขาไม่ได้ใช้ไลน์คุยกันเรื่องงานนะครับ

6. LastPass
แอพฯ จัดการรหัสผ่านที่คล่องตัวที่สุด เหมาะกับผู้ที่ใช้บริการบนเน็ตมากมายหลายเจ้าจนไม่สามารถจดจำรหัสผ่านที่ซับซ้อนขึ้นไปทุกวันๆ ที่บางเว็บต้องใส่อักขระบ้าบอคอแตกตัวเล็กตัวใหญ่ตัวเลขนู้นนี่นั่น (อย่าง เพย์พาล ขอระบาย 555) แอพฯ นี้จะเป็นตัวช่วยชีวิตให้เข้าใช้บริการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ที่มา : http://techstory.in/tools-for-virtual-office

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8698

LastPass เริ่มทดสอบส่วนขยายบน Firefox เวอร์ชั่น 57 แล้ว

อย่างที่รู้กันมาว่าตั้งแต่ทาง Mozilla ประกาศใช้ Extension API รุ่นใหม่ในชื่อชื่อ WebExtension และจะปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปที่ใช้รุ่นเสถียรใช้จริงในรุ่น 57 ที่กำลังปล่อยในเดือนหน้านี้ โดย LastPass บน Firefox เป็นหนึ่งในส่วนขยายที่ยังไม่ได้รับการอัพเดตให้รองรับกับ WebExtension

ในเว็บบล็อกอย่างเป็นทางการของ LastPass ประกาศรองรับ WebExtension บน Firefox ตั้งแต่เวอร์ชั่น 57 เป็นต้นไป โดยที่ถูกติดสถานะเบต้าก่อนเพื่อทดสอบความเข้ากันของตัวเบราเซอร์ และจะปล่อยรุ่นเสถียรหลังจากวันที่ Firefox รุ่น 57 ได้ปล่อยสู่สาธาณะในเดือนหน้า พร้อมทั้งปล่อยรุ่นเสถียรบนเว็บรวมส่วนขยายของ Mozilla

ตอนนี้เวอร์ชั่นเบต้าจะยังไม่ถูกปล่อยบนเว็บ addons.mozilla.org แต่ต้องไปโหลดจากเว็บบล็อกของ LastPass เอง (สามารถเข้าไปในที่มาของข่าวครับ) และหลังจากปล่อยรุ่นเสถียรแล้ว ผู้ใช้งานรุ่นเบต้าจะถูกปรับให้เป็นรุ่นเสถียรให้อัตโนมัติ

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนอัพเดตเป็นเบต้าบน Firefox

  • ถ้าอัพเดตจากเวอร์ชั่น 4.1.54 มาเป็นเวอร์ชั่นเบต้าข้อมูลการตั้งค่าต่างๆ จะถูกรีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้น
  • ตัวติดตั้ง LastPass บนเครื่องจะไม่สามารถใช้งานร่วมกับเวอร์ชั่นเบต้าใน Firefox ได้ เพราะฉะนั้น binary component ในเวอร์ชั่นเบต้าจะยังไม่ถูกทำงานในตอนนี้

ที่มา – LastPass

alt="https://flic.kr/p/ZqWcba"

from:https://www.blognone.com/node/96282

LastPass ออกแอพรุ่นทดสอบ ที่เรียกใช้งาน Autofill ของ Android 8.0 Oreo

แอพจัดการรหัสผ่าน LastPass ประกาศออกแอพรุ่นเบต้า ที่รองรับฟีเจอร์ Autofill ช่วยจัดการรหัสผ่านของ Android 8.0 Oreo

LastPass เคยประกาศว่าจะรองรับฟีเจอร์นี้มาก่อนแล้ว และเมื่อ Android 8.0 ออกตัวจริง LastPass จึงออกแอพให้คนทั่วไปร่วมทดสอบกันได้ (ลิงก์ Play Store Testing)

ฟีเจอร์ Autofill ไม่ได้ช่วยแค่การกรอกรหัสผ่านอัตโนมัติเท่านั้น แต่ยังช่วยจำฟอร์มอื่นๆ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต ที่อยู่ โดย Android จะเปิดให้แอพภายนอกเข้ามาจัดการเรื่อง Autofill ให้ ส่วนความปลอดภัยก็ขึ้นอยู่กับแอพแต่ละตัวจัดการกันเอง

แอพจัดการรหัสผ่านค่ายอื่นๆ อย่าง 1Password หรือ Dashlane ก็เคยประกาศว่าจะซัพพอร์ตฟีเจอร์ Autofill มาก่อนแล้วเช่นกัน อีกไม่นานเราคงเห็นแอพเหล่านี้ออกรุ่นที่ใช้งาน Autofill ได้มาให้ทดสอบกัน

ที่มา – LastPass

No Description

from:https://www.blognone.com/node/94902

LastPass ตัดฟีเจอร์รุ่นฟรี, เพิ่มราคารุ่น Premium, ออกแพ็กเกจ Families ใช้ได้ 6 คน

LastPass แอพจัดการรหัสผ่านชื่อดัง เปิดตัวแพ็กเกจระดับ Families รองรับผู้ใช้สูงสุด 6 คนในราคา 48 ดอลลาร์ต่อปี โดยจะมีฟีเจอร์เท่ากับรุ่น Premium ทุกประการ

นอกจากนี้ LastPass ยังปรับราคาแพ็กเกจแบบ Premium ที่เดิมราคา 12 ดอลลาร์ต่อปี เป็น 24 ดอลลาร์ต่อปี และตัดฟีเจอร์บางอย่างของรุ่นฟรี เช่น unlimited sharing และ emergency access ออก เพื่อนำมาใส่ในรุ่น Premium แทน

ตอนนี้ผู้ใช้ LastPass รุ่นฟรียังสามารถใช้บันทึกรหัสผ่านของตัวเองได้ดังเดิม แต่ไม่สามารถแชร์รหัสผ่านให้เพื่อนหลายคนได้อีก (หนึ่งรหัสสามารถแชร์ได้หนึ่งคน) และในรุ่น Premium ก็มีฟีเจอร์เพิ่มเติมอย่าง multi-factor ด้วย

นอกจากแพ็กเกจระดับ Free/Premium/Families ที่เป็นการใช้งานส่วนตัวแล้ว LastPass ยังมีแพ็กเกจสำหรับภาคธุรกิจคือ Teams และ Enterprise อีกด้วย

ที่มา – LastPass, 9to5google

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/94518

LastPass ประกาศรองรับฟีเจอร์ Autofill API ของ Android O

หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ของ Android O คือ Autofill API หรือการเปิด API ให้กับแอพช่วยเติมฟอร์ม เพื่อให้แอพจัดการรหัสผ่านทั้งหลาย สามารถยิงข้อมูลไปที่ฟอร์มได้โดยตรง

ล่าสุด แอพจัดการรหัสผ่านชื่อดัง LastPass ประกาศรองรับ Autofill API เรียบร้อยแล้ว ในอนาคต ผู้ใช้ LastPass บน Android O ก็จะสะดวกมากขึ้น เพราะสามารถกรอกรหัสผ่านแบบอัตโนมัติได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นในเว็บเบราว์เซอร์หรือในแอพก็ตาม

LastPass ระบุว่าฟีเจอร์ Autofill API ไม่จำกัดเฉพาะการกรอกรหัสผ่านเท่านั้น แต่รวมถึงการกรอกฟอร์มยาวๆ ที่ใช้บ่อยๆ อย่างการกรอกที่อยู่เวลาสั่งซื้อสินค้า กรอกข้อมูลบัตรเครดิตได้ด้วย ในขณะที่การกรอกฟอร์มผ่าน Autofill API มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยดีกว่าวิธีการในปัจจุบัน ที่กรอกฟอร์มผ่าน accessibility ของ Android

ที่มา – LastPass via Android Police

No Description

from:https://www.blognone.com/node/91488

พบช่องโหว่ในแอพฯ จัดการรหัสผ่านชื่อดัง LastPass ที่ทำรหัสรั่วไหลได้

Travis Ormandy นักวิจัยจาก Project Zero ของกูเกิ้ล พบช่องโหว่ความปลอดภัยสำคัญในโปรแกรมจัดเก็บรหัสผ่านชื่อดังอย่าง LastPass ที่เปิดช่องให้แฮ็กเกอร์ขโมยรหัสผ่านได้โดยง่าย

ก่อนหน้านี้ มีการรายงานว่า LastPass เวอร์ชั่น 3.3.2 พบบั๊กบางอย่าง ซึ่งทาง LastPass ได้เร่งออกแพ็ตช์เพื่ออุดช่องโหว่นั้น แต่เมื่อสามารถอุดช่องโหว่ได้อย่างเป็นทางการแล้ว ทาง Ormandy กลับพบช่องโหว่อีกจุดหนึ่งขึ้นมาแทน

โดยพบว่า LastPass รุ่น 4.1.42 (ทั้งบน Chrome และ Firefox) ต่างมีบั๊กที่เปิดช่องแฮ็กเกอร์ได้ และเป็นช่องโหว่ที่ร้ายแรงกว่าอันก่อนหน้าเสียอีก ทำให้แฮ็กเกอร์จะสามารถขโมยรหัสผ่านของโดเมนไหนก็ได้ นอกจากนี้ถ้าติดตั้งรุ่นที่เป็นแบบไบนารีแล้ว แฮ็กเกอร์ก็สามารถเล่นงานได้หนักขึ้นไปอีกด้วยการสั่งรันโค้ดใดๆ ก็ได้ตามต้องการผ่านการรีโมตจากระยะไกล

Ormandy ได้เปิดเผยรายละเอียดของช่องโหว่นี้แก่สาธารณะ พร้อมให้เหตุผลในการเปิดเผยครั้งนี้ว่ามาจากความเกี่ยวข้องกับสคริปต์ยอดนิยม websiteConnector.js ที่แฮ็กเกอร์สามารถใช้ส่งข้อความที่ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนมาหา Extension นี้เพื่อบีบให้ส่งข้อมูลรหัสผ่าน หรือสั่งรันโค้ดได้ตามใจ

lastpass

ล่าสุด ทาง LastPass ได้เขียนบล็อกว่า ได้ออกแพ็ตช์ฉุกเฉินที่บังคับอัพเดตแก่ผู้ใช้ทุกราย ให้มีการไล่อัพเดตโดยอัตโนมัติแล้ว นอกจากนี้ยังไม่พบข่าวว่ามีการใช้ช่องโหว่นี้เพื่อโจมตีอย่างจริงจังมาก่อนด้วย

ที่มา : https://www.hackread.com/lastpass-password-manager-security-flaw/

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=6222