คลังเก็บป้ายกำกับ: LG

LG ไม่ขอสแกนหน้า แต่อาจเลือกใช้การสแกนม่านตา ใน LG G7

ข่าวของ LG G7 ในช่วงที่ผ่านมานั้นยังถือว่าน้อยมากๆ หากเทียบกับค่ายอื่นๆ ไม่รู้ว่าเพราะกำลังวุ่นกับการผลิต LG Signature Edition ที่ราคาแพงลิบลิ่วอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ตอนนี้เพิ่งจะมีข่าวว่าทาง LG อาจจะเลือกใช้ระบบ Iris scanner หรือการสแกนม่านตาในการปลดล็อคเครื่องเพิ่มเข้ามาจากเดิมที่มีแต่สแกนนิ้ว

 

ยังไม่มีข้อมูลว่า LG นั้นทำไมถึงไม่เลือกการสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติแบบเดียวกับ Face ID ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าติดข้อจำกัดในการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ หรือไม่ก็อาจจะกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะดูเหมือนที่เกาหลีเองก็ยังไม่ยอมรับการใช้งาน Face ID ด้วย

การตัดสินใจเลือกใช้ Iris scanner ของ LG นั้นจะไม่เหมือนของคู่แข่งอย่าง Samsung ซะทีเดียวเพราะมีการพัฒนาต่อยอดขึ้นไปอีก โดยข้อมูลสิทธิบัตรเรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดย LetsGoDigital โดยเซนเซอร์จะมีการอ่านค่าของแสงเพื่อคำนวนหารูม่านตาที่อาจจะหดหรือขยาย เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถปลดล็อคมือถือได้ในทุกสภาพแสง

นอกจากนั้นยังมีการเสริมความปลอดภัยในการใช้งาน ไม่ให้เอาภาพถ่ายที่ขยายม่านตามาหลอกได้ โดยอาจจะมีการขอให้มีการกรอกตาหรือขยับสายตาไปตามเส้นเพื่อยืนยันว่าเราเป็นคนจริงๆ

 

นอกเหนือจากระบบสแกนม่านตาที่เพิ่มเข้ามาแล้ว สเปคของ LG G7 นั้นก็คาดว่าใช้หน้าจอ OLED ที่ตอนนี้ LG Display ทุ่มทุนและเริ่มเดินสายผลิตแล้ว ส่วนชิปนั้นแน่นอนว่าต้องเป็น Snapdragon 845 แบบไม่ต้องสงสัย แต่รายละเอียดอื่นๆ จนถึงตอนนี้เรายังไม่รู้เพิ่มเติมเลย คงต้องรอติดตามกันต่อไป

 

source : techradar

from:https://droidsans.com/lg-g7-advance-iris-scan-security/

Advertisements

Apple เตรียมใช้จอ OLED จาก LG ในการผลิต iPhone X เพื่อลดการพึ่งพา Samsung เพียงรายเดียว

มีรายงานจากสื่อในเกาหลีว่าตอนนี้ LG ได้เตรียมผลิตหน้าจอ OLED สำหรับ iPhone X แล้ว และมีการจัดตั้งเครื่องพร้อมเดินสายพานการผลิตในโรงงานที่ Paju E6 โดยคาดว่าจะมีการผลิตถึง 60 ล้านชิ้น โดยมีการเซ็นต์สัญญากับ Apple เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอาจจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับจากนี้

Apple กับ LG นั้นเป็นคู่ค้ากันมานานนับ 10 ปี เพราะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหน้าจอให้กับ iPhone มาหลายรุ่น จนล่าสุด iPhone X มีการใช้หน้าจอ OLED ซึ่งทาง LG Display เองยังไม่พร้อม ทำให้ Apple ต้องไปจ้าง Samsung เป็นผู้ผลิตหน้าจอทั้งหมดให้ ซึ่งแน่นอนว่า Apple เองก็ไม่อยากจะพึ่งพาผู้ผลิตเพียงรายเดียว จึงได้ไปทำสัญญากับ LG เพืื่อให้ช่วยผลิตหน้าจอ OLED สำหรับ iPhone เพิ่มอีกรายหนึ่ง

ซึ่งการกลับมาจับมือกับ LG Display ในครั้งนี้มีข่าวว่า Apple ได้ให้ทุนถึง 2,700 ล้านเหรียญสำหรับการผลิตหน้าจอ OLED ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และ LG เองก็ประกาศไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่าจะทุ่มทุนในการผลิตจอ OLED ถึง 13,700 ล้านเหรียญ ไปจนถึงปี 2020 โดยเป็นการขยายฐานการผลิตจอ OLED สำหรับทีวีและสมาร์ทโฟน แต่คาดว่ากว่าทาง LG จะพร้อมผลิตหน้าจอ OLED ให้ Apple ใช้ก็อาจจะต้องรอถึงปี 2019

งานนี้ก็ยังไม่รู้ว่าผู้ใช้งาน iPhone X หรือ iPhone รุ่นใหม่ๆ ที่มีข่าวว่า Apple จะเลือกใช้หน้าจอ OLED มาผลิตเพิ่มอีก 2 รุ่นในปี 2018 นั้นจะมีจอของ LG มาแจมด้วยหรือยัง แต่ยังไงซะก็ขอให้ถึงตอนนั้นทาง LG แก้ปัญหาจอเบิร์นรวมถึงจอฟ้าที่ตอนนี้ปรากฏให้เห็นบน V30 และ Pixel 2 XL ได้ซะก่อนก็จะดี

 

source : appleinsider

from:https://droidsans.com/apple-consider-lg-for-oled-panel-iphone-x/

LG G7 อาจมาพร้อมเทคโนโลยีสแกนม่านตา Iris Scanner ที่ก้าวหน้าไปอีกขั้น

iris-scanner

เผยสิทธิบัตรใหม่จาก LG แสดงให้เห็นเทคโนโลยีสแกนม่านตา Iris Scanner ที่อาจจะนำมาใช้กับเรือธงรุ่นถัดไป หรือ LG G7 ไม่เพียงแต่จะใช้ปลดล็อคการเข้าใช้งานสมาร์ทโฟนได้เท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญได้อีกด้วย

ตามสิทธิบัตรได้แจกแจงรายละเอียดว่า เทคโนโลยี Iris Scanner ของ LG ทำงานร่วมกับกล้องอินฟราเรด นอกจากทำหน้าที่ในการสแกนดวงตาแล้ว ยังใช้เป็นกล้องเซลฟี่ได้อีกด้วย ช่วยให้ประหยัดพื้นที่จึงออกแบบสมาร์ทโฟนให้มีขอบจอบางได้ และยังช่วยประหยัดต้นทุนการผลิตมากกว่าเทคโนโลยี Iris Scanner ของ Samsung

เทคโนโลยี Iris Scanner ของ LG ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยมากขึ้น สามารถจดจำดวงตาได้อย่างแม่นยำ ทั้งในสภาพแสงที่สว่างหรือมืด เนื่องจากม่านตาของมนุษย์จะหดหรือขยายไปตามสภาพแสงด้วย นอกจากนี้ยังป้องกันการหลอกลวงโดยใช้รูปภาพแทนดวงตาจริง

g7-770x388

lg-irisscanner-770x389

lg-smartphone-770x388

ที่มา – Let’sGoDigital

from:http://www.flashfly.net/wp/202305

เปิดตัว LG Signature Edition สมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมจอ FullVision 6 นิ้ว, ชิปเซ็ท Snapdragon 835, RAM 6GB และหน่วยความจำภายใน 256GB

LG ประกาศเปิดตัว LG Signature Edition สมาร์ทโฟนเรือธงสุดหรูที่ประเทศบ้านเกิดเกาหลีใต้ โดยมาพร้อมดีไซน์ที่ถอดแบบมาจากรุ่นท็อปอย่าง LG V30 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ แต่ใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมในราคาครึ่งแสน

สเปก LG Signature Edition

LG Signature Edition มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่คล้ายกับ LG V30 แตกต่างกันตรงวัสดุด้านหลังเครื่องที่เปลี่ยนจากกระจกที่ LG V30 ใช้เปลี่ยนเป้นเซรามิคเซอร์โคเนียมที่มีความแข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีกว่าโลหะหรือกระจก

ส่วนสเปกภายในนั้นก็คล้ายกับ LG V30 โดยมาพร้อมหน้าจอแสดงผล FullVision แบบ OLED ความละเอียด QHD+ 2880 x 1440 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 835, RAM 6GB (มากกว่า LG V30 ทีใช้ RAM 4GB), หน่วยความจำภายใน 256GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 2TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย LG UX 6.0+

นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เลนส์ Crystal Clear และรูรับแสง f/1.6 กล้องรองความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 120 องศา รวมทั้งรองรับการกันน้ำกันฝุ่น IP68, ติดตั้งสแกนลายนิ้วมือที่ด่านหลังเครื่อง และใช้แบตเตอรี่ 3,300 mAh

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง LG Signature Edition มีให้เลือก 2 สีคือสีดำ และสีชาว โดยผลิตเพียง 300 เครื่องเท่านั้น ซึ่งผู้โชคดีบางคนจะได้รับการแกะสลักชื่อที่ด้านหลังเครื่อง

และพิเศษแถมฟรีหูฟังพรีเมี่ยม Bang & Olufsen 2 ชุด ชุดแรกแบบมีสาย และอีกชุดแบบไร้สาย (หูฟังบลูทูธ) และจะเริ่มว่งจำหน่ายในช่วงปลายเดือนนี้ในราคา 2 ล้านวอนหรือประมาณ 59,400 บาท

 

ที่มา : http://social.lge.co.kr

from:http://mobileocta.com/lg-signature-edition/

LG V30 Signature Edition เปิดตัวในเกาหลีใต้ จัดตัวเครื่องเซรามิค, RAM 6GB, Android Oreo และค่าตัวที่แพงกว่า iPhone X

LG เปิดตัวมือถือเรือธงระดับพรีเมี่ยมรุ่นพิเศษ LG V30 Signature Edition รุ่นอัพเกรดจาก V30 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา (ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้าไทยซักที) โดยคราวนี้มาพร้อมกับตัวเครื่องที่ใช้วัสดุเป็นเซรามิคที่ช่วยให้ดูหรูหรามากกว่าเดิม, เพิ่ม RAM เป็น 6GB และยังเป็น Android Oreo ตั้งแต่ออกจากกล่องเลยด้วย แถมราคาก็พุ่งขึ้นไปถึง 1,800 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่า iPhone X 256GB ไปแล้ว

ดูเหมือนว่าช่วงหลังๆมานี้มือถือเรือธงระดับพรีเมี่ยมทั้งจาก 3 แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung, Huawei และ iPhone จะมีราคาที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรกประมาณ 2 หมื่นกลางๆ เราก็ว่าแพงแล้วนะ มาช่วงนี้มือถือเรือธงก็เริ่มขยับราคาขึ้นมาเป็น 3 – 4 หมื่นกว่าบาทไปแล้ว และดูเหมือนว่า LG อยากจะแข่งราคากับทั้ง 3 แบรนด์ด้วยการเปิดตัว LG V30 Signature Edition มือถือระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยมออกมาเขย่าตลาดมือถือกับเค้าบ้าง ด้วยราคาเปิดตัวมาที่ราวๆ 1,800 ดอลลาร์ (ประมาณ 58,752 บาท) ซึ่งแพงกว่า V30 รุ่นปกติที่เปิดตัวมาในราคา 842 ดอลลาร์ และแพงกว่า iPhone X ตัวท็อปความจุ 256GB ที่มีราคาในบ้านเราอยู่ที่ 46,500 บาท ซะอีก

เราลองมาดูกันว่า  LG V30 Signature Edition มีอะไรที่อัพเกรดขึ้นมาจาก LG V30 บ้าง คุ้มค่ากับส่วนต่างอีก 3 หมื่นกว่าบาทที่เพิ่มขึ้นมาขนาดไหน

  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 256GB
  • ระบบ Android Oreo ตั้งแต่ออกจากกล่อง
  • วัสดุตัวเครื่องเป็นเซรามิคป้องกันรอยขีดข่วนมีให้เลือก 2 สี ขาว และดำ
  • มีบริการสลักชื่อด้วยเลเซอร์ที่ด้านหลังเครื่อง
  • แถมหูฟัง B&O ให้ 2 คู่ เป็นหูฟังมีสาย 1 คู่ และไร้สาย 1 คู่

LG V30 Signature Edition เป็นรุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัดอยู่ที่ 300 เครื่องเท่านั้น แถมยังวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ และจำหน่ายให้เฉพาะกับผู้ที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้เท่านั้น (หมดสิทธิหิ้ว) โดยจะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 27 ธันวาคม 2017 เป็นต้นไป

 

ที่มา : Phonearena, droid-life 

from:https://droidsans.com/lg-launches-v30-signature-edition-with-ceramic-back-android-oreo-and-6gb-ram/

LG เปิดตัวเครื่องปรับอากาศพร้อมนวัตกรรมใหม่ครั้งแรกของโลก ด้วยเทคโนโลยี Dual Sensing Control ตรวจวัดทั้งอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์

แอลจีเปิดตัวเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ พร้อมนวัตกรรมใหม่ครั้งแรกของโลกใน แอลจี มัลติ วี 5 โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Dual Sensing Control และอัลทิเมท อินเวอร์เตอร์ คอมเพรสเซอร์ มอบประสิทธิภาพการทำงานและความทนทานที่เหนือชั้น

unnamed-1

แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) เปิดตัวแอลจี มัลติ วี 5 (MULTI V 5) เครื่องปรับอากาศแบบ VRF รุ่นใหม่ล่าสุดจากกลุ่มมัลติ วี ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยแอลจี มัลติ วี 5 มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานและการประหยัดพลังงานที่เหนือชั้น พร้อมมอบความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ใช้ ด้วยเทคโนโลยี Dual Sensing Control ที่ตรวจวัดทั้งอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ เพื่อประสิทธิภาพการทำความเย็นและความร้อนที่สม่ำเสมอ รวมทั้งอัลทิเมท อินเวอร์เตอร์ คอมเพรสเซอร์ที่มาพร้อมศักยภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นของหน่วยภายนอก แอลจี มัลติ วี 5 คือที่สุดของโซลูชั่นส์การควบคุมสภาพอากาศที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ใช้

unnamed

นายซาง มิน ลี รองประธานบริหารฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกกลางและจีน ผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ แอลจี อีเลคทรอนิคส์ กล่าวว่า “เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับแอลจี มัลติ วี 5 ระบบปรับอากาศรุ่นใหม่จากโซลูชั่นส์แฟล็กชิพของแอลจี แอลจี มัลติ วี 5 คือระบบ VRF รุ่นที่ 5 ของเรา ซึ่งอัดแน่นด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อมอบประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานและความสะดวกสบายที่ดียิ่งกว่าเดิม และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการควบคุมสภาพอากาศได้มากขึ้น แอลจี มัลติ วี 5 ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายลงอย่างเห็นได้ชัดและมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่าแก่ลูกค้าของเราทั่วโลก”

unnamed-4

เทคโนโลยี Dual Sensing Control
หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าประทับใจที่สุดของแอลจี มัลติ วี 5 คือเทคโนโลยี Dual Sensing Control ซึ่งช่วยให้เครื่องปรับอากาศประเมินสภาพอากาศแม้ในรายละเอียดที่เล็กที่สุด ในขณะที่เครื่องปรับอากาศแบบดั้งเดิมจะตรวจวัดเฉพาะอุณหภูมิ แอลจี มัลติ วี 5 ตรวจวัดทั้งระดับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ทั้งภายในห้องและภายนอก เทคโนโลยี Dual Sensing Control ยังมาพร้อมฟังก์ชั่น Comfort Cooling ที่ช่วยคงประสิทธิภาพการทำงานในระดับอุณหภูมิที่ต้องการ เพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ใช้

Ultimate Inverter Compressor
อัลทิเมท อินเวอร์เตอร์ คอมเพรสเซอร์ของแอลจี มัลติ วี 5 มอบประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความทนทานที่ไม่มีใครเทียบได้ โดยขยายช่วงการทำงานจาก 15 ถึง 150 Hz ในรุ่นที่แล้ว เป็น 10 ถึง 165 Hz ในรุ่นนี้ นอกจากนี้ Smart Oil Management ระบบจัดการน้ำมันอัจฉริยะยังใช้เซนเซอร์เพื่อวัดความสมดุลของระดับน้ำมันในคอมเพรสเซอร์แบบเรียลไทม์ เพื่อลดการจ่ายคืนน้ำมันโดยไม่จำเป็น

พลังงานที่เหนือชั้น
ด้วยนวัตกรรมใบพัดไบโอไมเมติกส์ เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน 4 ด้าน และเทคโนโลยีคอมเพรสเซอร์ใหม่ล่าสุด แอลจี มัลติ วี 5 จึงพร้อมมอบประสิทธิภาพและศักยภาพที่ล้ำหน้า มอบพลังให้หน่วยภายนอกสูงสุดถึง 26 แรงม้าต่อหน่วย โดยการออกแบบใบพัดของรุ่นมัลติ วี 5 ได้รับแรงบันดาลใจจากครีบของปลาวาฬหลังค่อม ซึ่งช่วยเพิ่มการตัดอาการภายในเครื่องทำให้สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สารเคลือบ Ocean Black Fin
สารเคลือบ Ocean Black Fin และระบบ Dual Protection ซึ่งมีความหนาถึง 2 ชั้นและเคลือบทั้ง 2 ด้าน ช่วยปกป้องแอลจี มัลติ วี 5 จากสารกัดกร่อน เช่น ไอเกลือ ทราย และสารอันตรายอื่น ๆ ที่มาพร้อมลมทะเลและมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม สาร Ocean Black Fin สีดำที่เคลือบเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนไว้จะช่วยไม่ให้น้ำเกาะบนผิวเพื่อป้องกันความชื้นสะสม ความทนทานของตัวเครื่องนั้นช่วยยืดอายุการใช้งานและลดค่าดูแลรักษา และส่งผลให้ผู้ใช้ได้สะดวกสบายกับประสิทธิภาพการทำงานที่ยาวนานกว่าเดิม

ระบบทำความร้อนต่อเนื่อง Continuous Heating
นอกจากนี้ เทคโนโลยียืดระยะเวลาละลายน้ำแข็งและการละลายน้ำแข็งเพียงบางส่วน ซึ่งจะรับข้อมูลผ่านเซนเซอร์ความชื้นจากระบบ Dual Sensing Control ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้โหมดทำความร้อนต่อเนื่องหรือ Continuous Heating ด้วยการเพิ่มศักยภาพการทำความร้อนและเพิ่มความสะดวกสบายภายในห้อง ทั้งยังเพิ่มระยะเวลาทำความร้อนต่อวันสูงขึ้นถึง 11 เปอร์เซ็นต์ และลดการใช้พลังงานลดถึง 7 เปอร์เซ็นต์

unnamed-3

“เพื่อเจาะตลาดเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ แอลจีได้เตรียมงบประมาณการตลาดกว่า 40 ล้านบาทสำหรับปี 2561 นี้ เราพร้อมมอบโซลูชั่นส์การควบคุมสภาพอากาศอย่างครบวงจร นับตั้งแต่การออกแบบระบบทั้งหมด การเลือกสรรเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการ และบริการหลังการขาย โดยทีมผู้เชี่ยวชาญของเราที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ด้วยฟีเจอร์ของแอลจี มัลติ วี 5 ที่เหนือชั้นและโซลูชั่นส์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ แอลจี ประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะบุกตลาดเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ” คุณธีระวัฒน์ จูงหัตถการสาธิต ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์
บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริม

แอลจี มัลติ วี 5 วางจำหน่ายแล้วผ่านตัวแทนจำหน่ายแอลจีอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แอลจี คอลเซ็นเตอร์ 0-2878-5757 หรือเว็บไซต์ www.lg.com/th

from:http://www.flashfly.net/wp/201985

การแสดงผลแบบ 4 สีบนทีวี 4K ได้รับการยอมรับว่าเป็น 4K TV ของแท้หรือไม่

จากเดิมการแสดงผลสีบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือทีวี จะมีเพียงแม่สีอยู่ 3 สีคือ RGB (แดง เขียว น้ำเงิน)เป็นหลัก แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น ผู้พัฒนาทีวีก็เพิ่มเข้าสีใหม่ๆ เข้ามานอกเหนือจากแม่สีมาตรฐาน เช่น LG ที่นำเสนอหน้าจอแบบ M+ นำสีขาวเข้ามาผสมกับสีมาตรฐาน เพื่อเพิ่มลูกเล่นเรื่องการแสดงผลและประหยัดพลังงานเข้ามา

อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกิดความเข้าใจผิดกันประปรายว่าทีวี 4K ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่เพิ่มสีเข้ามานอกเหนือจากแม่สี 3 สี ไม่ได้มีความละเอียดถึง 4K ที่แท้จริง เพราะมีเม็ดพิกเซลสีขาวเพิ่มเข้ามา และหากนับเฉพาะเม็ดพิกเซลที่เป็นแม่สีสามสี ความละเอียดของทีวีจะไม่ถึง 4K

บทความนี้จะมาไขความกระจ่างตรงนี้ครับ

alt="Print"

รู้จักซับพิกเซล (sub-pixel) พื้นฐานของการแสดงผลบนหน้าจอ

เป็นความเข้าใจผิดของหลายๆ คนที่คิดว่าเม็ดสีหรือพิกเซล 1 พิกเซล เท่ากับการแสดงผลแม่สี 1 สี การแสดงผลครบ 3 สีแบบ RGB ต้องใช้ 3 พิกเซล ซึ่งอันที่จริงแล้วแต่ละสีเป็นเพียงซับพิกเซล (sub-pixel) หรือ พิกเซลย่อยเท่านั้น ดังนั้นการแสดงผลแบบ RGB ใน 1 พิกเซลจะประกอบไปด้วย 3 ซับพิกเซลย่อยคือสีแดง (R) สีเขียว (G) และสีน้ำเงิน (B)

alt="subpixel"

เทคโนโลยีการแสดงผลหน้าจอแบบ M+ ใหม่เพิ่มซับพิกเซลสีขาว

ขณะที่โครงสร้างการแสดงผลแบบ RGB ประกอบไปด้วย 3 สีหลัก เทคโนโลยีการแสดงผลแบบ M+ ของ LG จึงเป็นโครงสร้างพิกเซลแบบใหม่ที่เพิ่มซับพิกเซลสีขาวเข้ามา ทำให้ใน 1 พิกเซล ประกอบไปด้วยซับพิกเซล 4 สีได้แก่ สีแดง (R) สีเขียว (G) สีน้ำเงิน (B) และสีขาว (W) หรือเรียกสั้นๆ ว่า RGBW

RGBW มีความแตกต่างจาก RGB ตรงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายแสง ปรับค่าคอนทราสต์ ทีวีจึงสามารถแสดงผลภาพได้สว่าง แม่นยำและสมจริงมากยิ่งขึ้น

alt="Print"

โครงสร้างพิกเซลแบบ RGBW ยังช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า RGB ถึง 35% เนื่องจากซับพิกเซลสีขาว จะเข้ามาช่วยเรื่องความส่ว่าง ทำให้พิกเซลเปล่งแสงน้อยลง แต่สามารถให้ความสว่างได้เท่าเดิม ไปจนถึงแสดงคอนทราสต์ระหว่างสีขาวและสีอื่นๆ ได้ดีกว่า และที่สำคัญรองรับการแสดงผลแบบ HDR ด้วย

เทคโนโลยีการแสดงผลแบบ M+ ยังมาพร้อมกับพาแนล In-Plane Switching หรือ IPS ที่จัดเรียงซับพิกเซลในแนวนอน ช่วยได้มุมมองที่กว้างกว่าจอที่จัดเรียงแบบแนวตั้งหรือ Vertical Alignment (VA) และรับชมได้คมชัดไม่ว่าจะมองจากมุมไหนของห้อง

alt="Print"

LG UHD TV ก็ยังคงเป็นทีวีความละเอียด 4K

ทีวีความละเอียด 4K และ UHD มีความละเอียดที่ 8.29 ล้านพิกเซล (3,840 x 2,160 พิกเซล) ในขณะที่แต่ละพิกเซลประกอบไปด้วยซับพิกเซลย่อย ดังนั้นไม่ว่าการจัดเรียงโครงสร้างพิกเซลจะเป็นแบบ RGB หรือ RGBW ทีวีความละเอียด 4K ก็ยังคงมีความละเอียด 4K ที่ 8.29 ล้านพิกเซลเช่นเดิม ด้วยเหตุผลที่ว่ามา ทีวี LG UHD TV จึงเป็นทีวีความละเอียด 4K จริงแท้แน่นอน

alt="55UJ652T_Inscreen_3"

ไม่เพียงเท่านั้น LG UHD TV ที่ใช้เทคโนโลยี M+ ยังได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น VDE, Intertek, International Committee for Display Metrology (ICM) และ CSI เป็นต้น

สรุป

ทีวีความละเอียด 4K ไม่ว่าจะใช้รูปแบบการจัดเรียงพิกเซลแบบไหน ก็ยังคงมีความละเอียดจริงๆ ที่ 4K หรือ 4 เท่าของ Full HD อยู่นั่นเอง ขณะที่การจัดเรียงพิกเซลแบบ M+ ของ LG ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องการแสดงผลให้สว่างมากขึ้น คอนทราสต์ที่คมชัดและมีสีสันมากขึ้น และที่สำคัญคือประหยัดพลังงานมากขึ้นราว 35% ช่วยอนุรักษ์ลดการปล่อยความร้อนให้กับสิ่งแวดล้อมไปในตัว

alt="55UJ652T_Inscreen_1"

from:https://www.blognone.com/node/97602