คลังเก็บป้ายกำกับ: Lifestyle

AirAsia นำเสนอบริการ Free Wi-Fi ให้ลูกค้าใช้งานแอพแชทฟรี!! ระหว่างเดินทาง

สายการบิน AirAsia ให้บริการ Free Wi-Fi สำหรับลูกค้าที่ต้องการแชทหรือรับ-ส่งข้อความผ่านแอพ Messaging ต่างๆ อย่าง WhatsApp, WeChat, LINE, KakaoTalk และ Viber เพียงเชื่อมต่อกับเครือข่าย AirAsia ROKKI บนเที่ยวบินที่คุณเดินทาง ซึ่งมีความเร็วสูงสุด 1.33Mbps

บริการ Free Wi-Fi ของ AirAsia สำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิก AirAsia BIG เท่านั้น และจำกัดการใช้งานดาต้าไว้ที่ 2MB หากต้องการใช้ดาต้าเพิ่ม ROKKI มีให้เลือก 2 แพ็คเกจ คือ 3MB ราคา 8 ริงกิต หรือราว 70 บาท และ 10MB ราคา 17 ริงกิต หรือราว 140 บาท

อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกค้าของสายการบิน AirAsia ที่มีบริการ Free Wi-Fi ของ ROKKI หากไม่ต้องการใช้งานดาต้า ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ของ ROKKI เพื่อเข้าถึงความบันเทิงต่างๆ ที่สายการบินนำเสนอผ่านเว็บเบราว์เซอร์ของอุปกรณ์พกพา

ทั้งนี้ เครือข่าย Wi-Fi ของ AirAsia ROKKI ไม่ได้ให้บริการทุกเที่ยวบิน สามารถตรวจสอบเที่ยวบินที่มีบริการนี้ได้ที่เว็บไซต์ของ ROKKI

ที่มา – Soyacincau

from:http://www.flashfly.net/wp/209587

Advertisements

YouTuber รายหนึ่ง เล่นเพลงในเกม Super Mario ได้อย่างน่าประทับใจ เพราะใช้เครื่องคิดเลข!!

สมาชิก YouTube ที่ใช้ชื่อ It’s a small world สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชม ด้วยการใช้เครื่องคิดเลข 4 เครื่อง มากดปุ่มจนเกิดเป็นเพลงประจำเกม Super Mario ที่คุ้นหู โดยเจ้าของช่องระบุว่าใช้เครื่องคิดเลขรุ่น AR-8001 จำนวน 3 เครื่อง และ AR-8001 อีกหนึ่งเครื่องวางทางซ้ายของวีดีโอ

คลิปวีดีโอ Super Mario Theme ของ It’s a small world ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2017 ปัจจุบันมียอดวิวเกือบ 5 ล้านครั้ง นอกจากนี้ เรายังพบว่า It’s a small world ยังมีคลิปวีดีโออีกมากมายที่ใช้เครื่องคิดเลขเล่นเพลงต่างๆ อย่างเช่นเพลงจากซีรีย์ Game of Thrones, เพลงจากภาพยนตร์ Star Wars หรือแม้แต่เพลง Shape Of You ของ Ed Sheeran

ที่มา – It’s a small world

from:http://www.flashfly.net/wp/209583

แอพ K PLUS จากกสิกรไทยยอดผู้ใช้งานทะลุ 7.5 ล้านราย!! เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่พร้อมภาพยนตร์โฆษณาล่าสุด #แกแมสแล้วว่ะ

ธนาคารกสิกรไทย พัฒนาศักยภาพของแอปฯ K PLUS ที่ได้รับความนิยมมีคนใช้สูงถึง 7.5 ล้านราย เป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” (Lifestyle Platform)

ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต เปิดตัว 4 ฟังก์ชันหมัดเด็ดที่โดนใจทั้งลูกค้ารายย่อยและเจ้าของร้านค้า จ่ายเงินรวดเร็วด้วย Quick Pay QR Code แถมเลือกช้อปสินค้าหลากหลายประเภทได้บน K PLUS ซื้อขายได้สะดวกมากยิ่งขึ้นสำหรับเจ้าของร้านค้า K PLUS SHOP ด้วยฟังก์ชันขายและเรียกเก็บเงินผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมเสริมศักยภาพธุรกิจด้วยสินเชื่อบุคคล ตั้งเป้ากวาดลูกค้า K PLUS เพิ่มเป็น 10.8 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เป้าหมายของ K PLUS คือ การสร้างประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าที่เป็นเจ้าของร้านค้ารายย่อยต่าง ๆ ธนาคารจึงได้พัฒนาดิจิทัล เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการกับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการนำข้อมูลของลูกค้า (Big Data) มาวิเคราะห์เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจและปรับใช้กับกระบวนการหลังบ้าน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง การให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและธุรกิจ ทำให้การให้บริการผ่านแอปฯ K PLUS เข้าถึงความต้องการลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น

แอปฯ K PLUS ซึ่งได้รับความนิยมในการใช้งานมากที่สุด ปัจจุบันมียอดทำธุรกรรม 3 พันล้านรายการต่อปี มีปริมาณธุรกรรม 6.3 ล้านล้านบาท จากฐานลูกค้ามากถึง 7.5 ล้านราย และเป็นผู้เข้าใช้งานเป็นประจำ 80% โดยได้พัฒนา K PLUS ให้เป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” (Lifestyle Platform) ที่ใคร ๆ ก็ใช้ ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต รวมทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายย่อยและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็ก โดยได้เชื่อมโยงบริการของแอปฯ K PLUS SHOP เพื่อต่อยอดการเป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” ของ K PLUS ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งไตรมาสแรกของปีนี้ มีบริการใหม่รวม 4 ฟังก์ชัน ได้แก่

1) ฟังก์ชัน Quick Pay ลูกค้าสามารถจ่ายให้เงินกับร้านค้าได้รวดเร็วมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องล็อกอินเข้าระบบ แค่สแกนคิวอาร์โค้ดของร้านค้าที่ใช้ K PLUS SHOP สามารถจ่ายเงินได้ทันที ปัจจุบันมีลูกค้าใช้จ่ายด้วย QR Code ผ่าน K PLUS จำนวน 1.3 ล้านรายการ มีมูลค่าการทำธุรกรรม 811 ล้านบาท

2) ช้อปสินค้าบนแอปฯ K PLUS เปิดให้บริการในเดือนมีนาคมนี้ เป็นตลาดนัดออนไลน์ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าหลากหลายประเภทได้บน K PLUS เป็นครั้งแรก เช่น ร้านค้าสินค้าเกษตรกรคุณภาพจากโครงการพรวนฝันและกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดต่าง ๆ สินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อยและกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงสินค้าจากพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร ทั้งบริการข่าวสารในรูปแบบดิจิทัล (Digital Content) และสินค้าอุปโภคบริโภค ตั้งเป้าหมายส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้ากว่า 30 ล้านรายการภายในปีนี้ และมียอดการซื้อขายผ่านระบบอีมาร์เก็ตเพลสกว่า 600 ล้านบาทในระยะเวลา 1 ปีหลังจากเปิดให้บริการ

3) บริการสินเชื่อบุคคลบน K PLUS ธนาคารใช้ระบบคำนวณอัตราดอกเบี้ย โดยพิจารณาจากความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย ทำให้ธนาคารนำเสนอสินเชื่อส่วนบุคคล (K-Personal Loan) ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าผ่านแอปฯ K PLUS ในช่วงนี้ได้เริ่มทดลองกับกลุ่มลูกค้าที่ได้ตรวจสอบล่วงหน้า(Pre-Qualify) แล้วว่ามีเครดิตที่ดีในการทำธุรกรรมการเงิน โดยลูกค้าสามารถกดเข้าไปเลือกวงเงินที่ต้องการกู้ ระบบจะแสดงวงเงินกู้สูงสุดที่ลูกค้าสามารถกู้ได้ กดรับสินเชื่อได้ วงเงินกู้จะเข้าในบัญชีทันที

4) ในฝั่งของร้านค้า มีร้านค้าใช้แอปฯ K PLUS SHOP จำนวน 800,000 ร้านค้า มีจำนวนธุรกรรม 1.4 ล้านรายการ และมีมูลค่าการทำธุรกรรมรวม 1,100 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 ล้านร้านค้าภายในสิ้นปีนี้ มุ่งเน้นให้ลูกค้าใช้คุ้นเคยกับการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด จึงได้ขยายฐานร้านค้าไปยังกลุ่มธุรกิจรายย่อยที่ขายสินค้าหรือบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า การเดินทาง ล่าสุดได้พัฒนาฟังก์ชัน “ขายและเรียกเก็บเงินผ่านโซเชียลมีเดีย” (Social Payment) ให้ผู้ขายรับเงินจากลูกค้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค เมสเสนเจอร์, อินสตาแกรม, ไลน์, วอทแอพ ได้ทันที เพียงแค่ส่งบิลที่อยู่ในรูปแบบคิวอาร์โค้ดที่เป็นของร้านค้า ให้ลูกค้าสามารถชำระเงินผ่าน K PLUS หรือ โมบายแบงกิ้งของทุกธนาคาร เพื่อซื้อสินค้าและบริการได้ทันที

ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยตั้งเป้าหมายมีผู้ใช้งานแอปฯ K PLUS เพิ่มเป็น 10.8 ล้านราย และแอปฯ K PLUS SHOP เพิ่มเป็น 1 ล้านร้านค้า ภายในสิ้นปี 2561

ภาพยนตร์โฆษณา K PLUS ธนาคารกสิกรไทย ชุด Friendshi(t)p
ผู้กำกับ: เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

แนวคิด: เพราะ K PLUS เป็นแอปยอดนิยม ใช้ง่าย ใครๆ ก็ใช้ ทำให้คนที่ใช้งานแอป K PLUS คุยกับใครก็รู้เรื่อง อีกทั้งยังช่วยพลัสมิตรภาพ และพลัสสิ่งดีๆ ให้ชีวิต

เรื่องย่อ: ฮุ่ย หญิงสาวที่ไม่มีเพื่อน และไม่รู้จักวิธีสร้างเพื่อนใหม่ ต้องเดินทางมาเรียนในกรุงเทพฯ ฮุ่ยพยายามหาเพื่อนใหม่ด้วยการหาเรื่องคุย แต่เป็นเรื่องยาก ทำให้คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง จ๋า เพื่อนคนเดียวของฮุ่ยจึงช่วยหาวิธีสร้างมิตรภาพให้กับฮุ่ย ด้วยการบอกให้ฮุ่ยชวนคนอื่นคุยเรื่องแอป K PLUS พอฮุ่ยลองชวนคนอื่นคุยเรื่องแอป K PLUS ฮุ่ยก็คุยกับคนอื่นรู้เรื่อง และเพราะแอป K PLUS นี่เอง ที่ทำให้ฮุ่ยสามารถพลัสมิตรภาพ และพลัสสิ่งดีๆ ให้ชีวิต

from:http://www.flashfly.net/wp/209181

ไปรษณีย์ไทย เปิดช่องทางการรับชำระเงินผ่านระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) ไม่ต้องใช้เงินสด

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) มุ่งหน้าสู่การเป็นองค์กรยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม รุกจับมือ ธนาคารกสิกรไทย สร้าง “สังคมไปรษณีย์ไทยยุคใหม่ ไม่ใช้เงินสด” (Thailand Post Cashless Society) เริ่มนำร่องด้วยการประยุกต์ใช้ระบบชำระเงินผ่านระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) สำหรับกลุ่มบุคลากร กลุ่มธุรกิจเครือข่าย คู่ค้าประจำของไปรษณีย์ไทย ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดทำบัญชี สามารถออกรายงานสรุปยอดรับชำระได้ทุกวัน ในขณะเดียวกันผู้ใช้งานสามารถทราบผลการชำระเงินได้ทันทีผ่านระบบแจ้งเตือนในแอปพลิเคชั่นโมบาย แบงกิ้ง ทั้งนี้ ผู้บริหารทั้งสองฝ่าย ได้เข้าร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ ณ อาคารบริหาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานใหญ่ (แจ้งวัฒนะ) เมื่อเร็วๆ นี้

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า สำหรับปี 2561 ไปรษณีย์ไทย ได้มุ่งหน้าสู่การเป็นองค์กรยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม มุ่งเน้นประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการพัฒนา ขับเคลื่อนธุรกิจทั้งระบบงานภายในและบริการภายนอก ซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อ “การส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กร” (Responsive to Innovation) หนึ่งใน 5 หลักสำคัญตามกลยุทธ์ THP POWER เพื่อมุ่งหน้าสู่การเป็น ไปรษณีย์ไทย 4.0 อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ ธนาคารกสิกรไทย ในการเดินหน้าสร้าง “สังคมไปรษณีย์ไทยยุคใหม่ ไม่ใช้เงินสด” (Thailand Post Cashless Society) สอดคล้องกับกระแสโลกและทิศทางของทางรัฐบาล

นางสมร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในระยะแรกเริ่ม ไปรษณีย์ไทย จะเปิดช่องทางการรับชำระเงินผ่านระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) สำหรับบุคลากรภายใน และคู่ค้าประจำของไปรษณีย์ไทย ที่ทำธุรกรรมทางการเงินกับฝ่ายการเงินของไปรษณีย์ไทย ซึ่งจะทำให้ผู้ติดต่อสามารถใช้สมาร์ทโฟนสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อชำระและรับเงินเข้าบัญชีธนาคารโดยไม่ต้องใช้เงินสด ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดทำบัญชี สามารถออกรายงานสรุปยอดรับชำระได้ทุกวัน ในขณะเดียวกันผู้ใช้งานก็สามารถทราบยอดเงินเข้าออกได้ทันทีผ่านข้อความเอสเอ็มเอส (SMS) ซึ่งสำหรับค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ใช้บริการที่ไม่ได้ใช้บัญชีธนาคารกสิกรไทย จะมีอัตราค่าธรรมเนียมที่เป็นไปตามหลักการธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ด้าน นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยและบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มีแนวทางดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกัน ในการแสวงหานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนภาพการมุ่งสู่การเป็นไปรษณีย์ไทย 4.0 ที่ช่วยลดการใช้เงินสดอย่างแท้จริง โดยธนาคารกสิกรไทยได้ดำเนินการติดตั้ง เครื่อง EDC ที่สามารถสร้าง Dynamic QR Code ซึ่งเป็นคิวอาร์โค้ดที่ถูกสร้างตามมูลค่าเงินที่ต้องชำระจริง ที่ส่วนเงินสดของไปรษณีย์ไทย เพื่อให้พนักงานและคู่ค้าของทางไปรษณีย์ไทยที่มี แอปพลิเคชั่น K PLUS และแอปพลิเคชั่นโมบาย แบงกิ้งทุกธนาคาร สแกนเพื่อชำระเงินได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มความสะดวก ปลอดภัยจากการลดภาระการถือเงินสดติดตัวจำนวนมากให้แก่ผู้ชำระเงิน และสามารถทราบผลการชำระเงินได้ทันทีผ่านระบบแจ้งเตือนในแอปพลิเคชั่นโมบาย แบงกิ้ง ในขณะเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเงินสดให้แก่ ไปรษณีย์ไทย ลดขั้นตอนเรื่องเงินทอน ลดความเสี่ยงในการถือเงินสดจำนวนมากไปฝากธนาคารทุกสิ้นวัน ทั้งนี้หลังจากทดลองให้บริการที่สาขาแจ้งวัฒนะแล้ว ธนาคารก็มีความพร้อมที่จะขยายความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในอนาคต รวมทั้งการศึกษาแนวทางการติดตั้ง EDC ที่สามารถสร้าง Dynamic QR Code ได้ เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการไปรษณีย์ ที่ทำการไปรษณีย์รวมเคาน์เตอร์รับฝาก จำนวน 1,427 สาขาทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ร่วมลงนามในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การเปิดใช้บริการรับชำระเงินด้วยระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อสร้าง “สังคมไปรษณีย์ไทยยุคใหม่ ไม่ใช้เงินสด” (Thailand Post Cashless Society) กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ อาคารบริหาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานใหญ่ (แจ้งวัฒนะ)สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THP Call Center 1545 หรือ http://www.thailandpost.co.th

from:http://www.flashfly.net/wp/209169

รู้หรือไม่ ? ยืมเงินทางไลน์ ถึงไม่มีสัญญา ก็ฟ้องได้ตามกฎหมาย

ยืมเงินผ่าน Line Facebook Cover

ปัญหาปวดใจของคนเป็นเจ้าหนี้นอกจากจะโดนลูกหนี้ชิ่ง แถมเมื่อแจ้งความตำรวจบางท่านก็อาจไม่รับ เพียงเพราะว่าไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดและไม่รู้กฎหมายของคนไทย ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตั้งแต่ปี 2544 แล้วก็ตาม

26116350 1560499404035826 7366272851287090848 O

รู้หรือไม่ ? ยืมเงินทางไลน์ ถึงไม่มีสัญญา ก็ฟ้องได้ตามกฎหมาย

เรื่องน่ารู้จาก สำนักงานกิจการยุติธรรม ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ “แชทคือ แชทคือ แชทคือ สัญญา” ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาการกู้เงินโดยไม่จำเป็นต้องลงลายลักอักษร ซึ่งโดยปกติตามกฎหมายว่าไว้กู้เงินไม่เกิน 2,000 บาท ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานก็ได้ แต่สำหรับยอดเงินเกิน 2,000 บาท ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องคดีตามกฎหมาย

แต่สำหรับกรณียืมเงินเกิน 2,000 บาท ผ่านการแชทบนระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อออนไลน์ ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานตามกฎหมายได้เช่นกัน

ทั้งนี้ก็ต้องมีองค์ประกอบสำคัญได้แก่ ข้อความแชท, บัญชีผู้ใช้ของผู้ยืมเงิน, หลักฐานการโอนเงิน เพื่อใช้ประกอบการฟ้องร้องคดีกู้ยืมเงิน โดยจำเป็นต้องฟ้องภายใน 10 ปี นับตั้งแต่วันถึงกำหนดชำระเงิน (หรือกรณีสัญญาชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวด จะมีอายุความ 5 ปี) โดยหลักฐานทั้งหมดต้องเก็บไว้ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ดัดแปลงหรือแก้ไขวันที่และเวลา

การฟ้องร้องจริงจะมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกรรมต่างวาระกัน ทั้งนี้ควรปรึกษาทนายความเพื่อความรู้ทางกฎหมายและขั้นตอนที่ถูกต้อง และที่นำมาแชร์ก็เพียงแค่ไม่อยากให้เจ้าหนี้ทุกคนถอดใจ เพียงเพราะความเข้าใจผิดว่า “ไม่มีสัญญาก็ฟ้องไม่ได้” เพราะเชื่อว่าถ้าถึงขนาดต้องฟ้องร้องกัน ยอดหนี้คงไม่ใช่น้อย ๆ อย่างแน่นอน

ที่มา – สำนักงานกิจการยุติธรรม

 

from:https://www.iphonemod.net/lending-money-through-line-facebook.html

รู้จักกับตู้เย็น LG Door-in-Door เพิ่มพื้นที่ใช้สอยพร้อมประหยัดพลังงานและลมเย็นถึง 41%

มาอัพเดทนวัตกรรมกับอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกันแทบทุกบ้าน จนกลายเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าจำเป็นและคุ้นเคยกันมาเป็นเวลานานไปแล้ว

ซึ่งก็คือตู้เย็นนั่นเอง หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วเจ้าตู้เย็นที่เห็นกันเป็นประจำนี้มีนวัตกรรมใหม่เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆกันด้วยเหรอ คำตอบคือมีแน่นอน และในวันนี้จะมาแนะนำให้ได้รู้จักกับนวัตกรรมตู้เย็นในแบบ Door-in-Door จากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำอย่าง LG ให้ได้รู้จักกันว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

ตู้เย็นที่มีการดีไซน์แบบ Door-in-Door คืออะไร จากชื่อก็น่าจะพอเดากันออกว่าเป็นการออกแบบให้ตู้เย็นมีประตูซ้อนกันอยู่ หรือพูดง่ายๆคือเป็นลักษณะประตูซ้อนอยู่ที่บานประตูปกติของตู้เย็นนั่นเอง ซึ่งการดีไซน์แบบนี้ เป็นการดีไซน์ตู้เย็นประตูซ้อนประตูแบบใหม่ล่าสุด โดยจะมีประโชน์คือช่วยทำให้จัดสรรพื้นที่ภายในตู้เย็นได้อย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้นและยังเพิ่มพื้นที่ในการใช้งานให้มากขึ้นอีกด้วย แถมยังช่วยประหยัดพลังงานเพราะสามารถจัดวางของที่หยิบบ่อยๆเช่นน้ำดื่มหรือเครื่องดื่มสุดโปรดเอาไว้ได้ และหากต้องการใช้ก็เพียงแค่เปิดประตูบานเล็ก ช่วยประหยัดพลังงานโดยไม่ต้องเปิดประตูบานใหญ่และยังเพิ่มความสะดวกสบาย หยิบของที่ต้องการใช้บ่อยได้รวดเร็วและง่ายดายขึ้นอีกด้วย

ตู้เย็นแบบ Door-in-Door จาก LG ในขณะนี้นั้นมีให้เลือกหลายรุ่นหลายแบบ โดยถ้าจะแบ่งออกเป็นประเภทง่ายๆแล้วละก็ จะสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท นั่นก็คือตู้เย็นแบบ Door-in-Door แบบ Multi-Door และตู้เย็น Door-in-Door แบบ 2 ประตู ซึ่งจะสามารถเลือกเป็นเจ้าของการตามความชอบหรือตามพื้นที่ใช้สอยในแต่ละบ้าน โดยในแบบ 2 ประตูนั้นจะเป็นรุ่น GN-A702HLHU ในความจุขนาด 18.1 คิว

ส่วนสำหรับตู้เย็นแบบ Door-in-Door ที่อยู่ในประเภท Multi-Door นั้นจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นได้แก่ รุ่น GR-J297CSBL ความจุขนาดใหญ่ 29.7 คิว , รุ่น Dual Door-in-Door (GR-D24FBGHL) ตู้เย็นประตูซ้อนประตูที่มีการออกแบบดีไซน์ใหม่ล่าสุด และ ตู้เย็น InstaView Door-in-Door (GC-X247CSAV) ตู้เย็นที่มาพร้อมนวัตกรรมที่ล้ำกว่าเดิม

โดยตู้เย็นแบบ Door-in-Door ในรุ่น InstaView Door-in-Door นั้นถือได้ว่าเป็นตู้เย็น Door-in-Door รุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำกับการเพิ่มกระจกแบบพิเศษบนบานประตู Door-in-Door ซึ่งจะมีคุณสมบัติพิเศษคือเพียงเคาะสองครั้งก็จะสามารถมองเห็นด้านใน โดยไม่ต้องเปิดประตูตู้เย็นกันเลย ทำให้ช่วยรักษาความเย็นภายในได้ดีขึ้นและนอกจะช่วยประหยัดพลังงานแล้วยังช่วยให้อาหารภายในตู้เย็นสดใหม่ยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถมองเห็นภายในตู้เย็นโดยที่ไม่ต้องเปิดตู้เย็นนี้ จะทำให้ตู้เย็นไม่สูญเสียลมเย็นภายใน ช่วยลดการสูญเสียลมเย็นได้มากถึง 41% กันเลยทีเดียว

และทั้งหมดนี้คือนวัตกรรมและเทคโนโลยีของตู้เย็นจาก LG กับการดีไซน์ในแบบ Door-in-Door ที่จะมาช่วยจัดระเบียบในการเก็บของในตู้เย็นให้เป็นสัดส่วน ของไหนใช้บ่อยก็สามารถหยิบได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น และยังช่วยลดการศูนย์เสียลมเย็นภายในตู้เย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยคงความสดของอาหารภายในตู้เย็นอีกด้วย

ใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ http://www.lg.com/th/refrigerator

บทความโดย – www.flashfly.net

from:http://www.flashfly.net/wp/206638

LG เปิดตัว LG ThinQ AI เทคโนโลยีสุดล้ำ สั่งการอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทั้งบ้าน ด้วยเสียง

ภาพแห่งอนาคตที่เคยเห็นกันจากในภาพยนตร์แนว Sci-Fi ต่างๆ ดูเหมือนจะใกล้เป็นความจริงเข้าไปทุกที ไม่เว้นแม้แต่การใช้ชีวิตในบ้านกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำวัน โดยล่าสุดทาง LG ได้มีการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ในงาน CES 2018 ที่ผ่านมากับเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า LG ThinQ AI

LG ThinQ AI เป็นการนำเอาเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มาสู่อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน โดยจะมีผู้ช่วยส่วนตัวที่จะโต้ตอบกับผู้ใช้งานด้วยเสียง หรืออาจเรียกได้ว่าต่อไปนี้เราจะสามารถสั่งงานด้วยเสียงไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆภายในบ้านได้ง่ายๆแล้วนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีระบบเชื่อมต่อกันระหว่างอุปกรณ์ต่างๆภายในบ้านอีกด้วย

LG ThinQ AI มีการใช้คำสั่งการด้วยเสียงจาก Google Assistant เข้ามาช่วยทำให้สามารถสั่งงานอุปกรณ์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น คำสั่ง Hey Google , Good morning จะเป็นการเริ่มสั่งงานให้เครื่องกรองอากาศเริ่มทำงาน เปิดไฟ และเปิดเสียงที่ลำโพง



หรือจะเป็นการสั่งงานไปยังอุปกรณ์มากกว่า 1 ชิ้นที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆภายในบ้านก็สามารถทำได้ง่ายๆ เช่นการสั่งงานคำสั่งไปยังลำโพงภายในห้องต่างๆในบ้านพร้อมกัน


LG ThinQ AI เน้นให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกสบายจากความอัจฉริยะของระบบ AI ที่นำมาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับอุณภูมิเครื่องปรับอากาศ คำสั่งการเปิดลำโพงหรือไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องของการเข้าครัวกับความสามารถในการสั่งงานให้เปิดปิดฟังก์ชันในตู้เย็นที่บ้าน และตัวช่วยในการค้นหาวิธีทำอาหารจากวัตถุดิบที่มีอีกด้วย

เรื่องของการค้นหาข้อมูล หรือค้นหาเส้นทางก็สามารถสั่งคำสั่งด้วยเสียงผ่านรีโมทคอนโทรลไปยังตัวทีวีเพื่อแสดงผลได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการแจ้งเตือนเมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานเสร็จผ่านหุ่นยนต์ตัวจิ๋วแสนฉลาด เช่นเมื่อเครื่องซักผ้าทำงานเสร็จก็จะมีการแจ้งเตือนกันในทันที เป็นต้น

และต่อจากนี้ไป ถ้าต้องการจะออกจากบ้านก็ไม่ต้องวุ่นวาย คอยเช็คปิดไฟ ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆให้วุ่นวาย เพราะเพียงแค่ใช้คำสั่งงานด้วยเสียง ก็สามารถเซ็ทให้ปิดไฟและอุปกรณ์ต่างๆในบ้านได้ในทันที รวมถึงยังเป็นการสั่งให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเริ่มทำงานได้อีกด้วย

LG ThinQ AI ไม่ได้มีดีแค่ความสะดวกสบาย รวดเร็วทันใจจากการใช้งานคำสั่งด้วยเสียง หรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆภายในบ้านเท่านั้น แต่ LG ThinQ AI ยังมีความฉลาดกับระบบเรียนรู้และการจดจำค่าต่างๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานมากขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ถูกเปิดตัวให้เห็นกันตั้งแต่ต้นปี 2018 ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว หรือถ้าใครอยากเห็นความฉลาดอัจฉริยะแบบเต็มๆสามารถดูได้จากคลิปด้านล่าง

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าของ LG สามารถดูรายเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lg.com/th/home-appliances

บทความโดย –www.flashfly.net

from:http://www.flashfly.net/wp/206448