คลังเก็บป้ายกำกับ: Lifestyle

สินค้า Apple ที่เขาว่าแพง แต่มีอะไรบ้างที่ถูกกว่า iPhone X

Iphone X Beats Macbook Pro In Price

เปิดตัวราคาอย่างเป็นทางการกันเรียบร้อยสำหรับ iPhone X ในประเทศไทย โดยมีราคาอยู่ที่ 40,500 บาท และ 46,500 บาท ตามลำดับ 64GB และ 256GB ซึ่งหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแพง แต่สำหรับสินค้า Apple ที่หลายคนก็ว่าแพง (เหมือนกัน) จะมีอะไรบ้างที่ถูกกว่า iPhone X ไปดูกันครับ

Iphone 8 Apple Online Store

iPhone 8 (เงินเหลือ 12,000 บาท)

ถูกกว่า iPhone X ก็คือ iPhone 8 ยังไงล่ะ (ฮา) หลายคนอาจยังไม่ทราบว่ามันสเปคหน่วยประมวลผลเท่ากัน ต่างกันที่ขนาดหน้าจอกับกล้องและรายละเอียดปลีกย่อยเล็กน้อยเท่านั้น หากใครไม่ซีเรียสเลือกเป็น iPhone 8 ก็ประหยัดดี หรือจะเป็น iPhone 8 Plus ก็จะเงินเหลือ 8,000 บาท

Apple Discontinued Ipadpro 9 7 Inch 2

iPad Pro (เงินเหลือ 16,000 บาท)

ถึงจะโทรไปได้แต่ก็ใช้งานได้หลายอย่างไม่แพ้กัน (มันก็คือไอโฟนจอใหญ่นั่นแหล่ะ) สำหรับรุ่น iPad Pro ที่มีคนบ่นว่าแพง แต่ก็ยังถูกกว่า iPhone X หลายบาทอยู่ดี หากใครมีสมาร์ทโฟนคู่ใจอยู่ลองลองมาสัมผัสประสบการ iPad ดูบ้างก็ไม่เลวนะ มีเงินเหลือพอซื้อ Smart Keyboard กับ Apple Pencil อีกต่างหาก!

Buy Apple Watch Series 3 Gps

Apple Watch (เงินเหลือ 28,600 บาท)

เผื่อบริษัทไหนอยากซื้อ iPhone X ไปเป็นของขวัญจับฉลากปีใหม่ (มีด้วยหรอ ?) แทนที่จะได้รางวัลเดียว คุณสามารถเอาไปซื้อ Apple Watch ได้ถึง 3 รางวัลเลยด้วยกัน แถมยังมีเงินเหลืออีก 4,800 บาท ว่าแต่ว่าถ้าคนใช้ Android ได้ไปคงลำบากใจน่าดูนะ!

Apple Tv 4k ราคา

Apple TV 4K (เงินเหลือ 32,000 บาท)

สุดยอดรายการโทรทัศน์จาก Apple ซึ่งถึงแม้ว่าบริการหลายส่วนจะยังไม่รองรับในไทยก็ตาม แต่ด้วยเงินที่เหลืออีกสามหมื่นกว่าบาท เพียงพอที่จะเช่าหนังและซื้อเกมมาสร้างความบันเทิงได้ตลอดทั้งปี หรือจะเอาเงินที่เหลือไปซื้อ TV 4K อีกสักเครื่องก็ยังได้

imac 2017

iMac (เงินไม่พอไปยืมเพื่อนมาอีก 400 บาท)

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะถึงวันที่ iPhone แพงกว่า Mac ไปเสียแล้ว กับราคา 40,500 บาท บวกเงินอีกไม่กี่ร้อยบาทก็ได้เครื่อง iMac 21.5″ ไปครอบครองเพราะ Magic Mouse และ Magic Keyboard รวมถึงระบบปฏิบัติการ macOS สุดเจ๋งไปใช้งาน

Apple Music (ฟังได้ประมาณ 26 ปี)

สำหรับสมาชิกแบบบุคคลทั่วไป 129 บาท/เดือน ถ้าไม่ซื้อ iPhone X จะสามารถเอาไปสมัครสมาชิกฟังเพลงลิขสิทธิ์จาก Apple Music เป็นเวลาทั้งหมด 313 เดือน หรือประมาณ 26 ปี (ถ้าราคามันไม่ขึ้นเสียก่อน) เรียกได้ว่าฟังกันจนเบื่อไปข้างเลยทีเดียว แค่กลั้นใจไม่ซื้อ iPhone X เพียงหนึ่งเครื่องเท่านั้น

หาเครดิตไม่ได้ใครเจอช่วยบอกที
หาเครดิตไม่ได้ใครเจอช่วยบอกที

ทั้งหมดนี้เปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพและความบันเทิงเท่านั้น

สุดท้ายแล้วถ้าอยากได้ iPhone X จะเป็นอะไรมันก็คงมาทดแทนไม่ได้ (ฮา) เอาเป็นว่าใช้จ่ายแต่พอดีตามกำลังทรัพย์แล้วกันครับ เพราะถูกกับแพงของแต่ละคนไม่เท่ากัน เก็บเงินและบัตรเครดิตรอกันสิ้นปีนี้ กับไอโฟนที่หนักที่สุดเท่าที่เคยมีมาาาาาา

from:https://www.iphonemod.net/what-is-apple-product-cheaper-than-iphone-x.html

Advertisements

7 กลุ่มสายงานไอที ที่มีความต้องการสูง รายได้ดีรับกับกระแส Thailand 4.0

แรงเสียดทาน กระแสทิศทางศรษฐกิจ สังคม คงหนีไม่พ้นด้านเทคโนโลยี ไอที ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ และยิ่งทวีคูณมากขึ้นในสังคมโลกและประเทศไทยต้องมีการเดินหน้า ปรับตัวให้เข้ากับกระแสอย่างทิศทางไทยแลนด์ 4.0 ที่ภาครัฐได้เริ่มวางแผน ผลักดันในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้

4x6_Website

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เดินหน้าเจาะลึกสายอาชีพที่กำลังมาแรง แนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาด ควบคู่กับนโยบายภาครัฐ Thailand 4.0 หรือ โมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยในปัจจุบัน ซึ่งกระแสการเดินหน้าของประเทศ ต้องการผลักดันประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งคงหนีไม่พ้นด้าน ไอที เทคโนโลยีที่จะมีบทบาท และเด่นชัดมากขึ้นในอีกไม่นาน ทั้งสังคม การศึกษา เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และภาคธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Cloud Computing ที่จะย่อโลก มีบทบาทในแวดวงอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจในอนาคต Big Data Analytics ที่ประเทศไทยให้ความตื่นตัว ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน แม้กระทั่งสถาบันการศึกษาที่เร่งผลิตบุคลากรมารองรับตลาด Internet of Things อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลก การเชื่อมโลกธุรกิจ อุตสาหกรรมด้านระบบไอที อินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่ง IT Security ที่ต้องเตรียมพร้อมในด้านความปลอดภัย รองรับการเติบโต การเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่ต้องการทรัพยากรบุคคลคุณภาพแทบทั้งสิ้น

Screen Shot 2560-10-18 at 11.53.55

กว่า 3 ปีที่ผ่านมา นางสาวสุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ได้เก็บข้อมูล สถิติของแรงงานและตลาดแรงงานในกลุ่มสายไอที เทคโนโลยี และเจาะลึกในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมาทำให้ได้ผลสำรวจของแรงงานและตลาดแรงงานในกลุ่มดังกล่าว คือ ตลาดมีความต้องการสูงและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อัตรารายได้สูงหากได้มาตรฐานการทำงานตามที่หน่วยงานหรือองค์กรต้องการ ที่สำคัญบุคลากรในสายวิชาชีพดังกล่าวไม่เพียงต่อตลาด ยังขาดแรงงานที่มีทักษะและประสบการณ์อีกไม่น้อย

7 กลุ่มสายงานแนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบันและในอนาคต รับกับกระแส Thailand 4.0 ความต้องการพัฒนาเศรษฐกิจของภาครัฐ และรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานยุคปัจจุบัน และเทรนด์การทำงานในอนาคตที่ในสายอาชีพไอที เทคโนโลยียังคงสดใสเรียกได้ว่า “รายได้ดี ความต้องการสูง” อย่างแน่นอน

4x6_IT-Management

1. กลุ่มสายงานด้าน IT Management สายงานในตำแหน่งผู้บริหารที่นับว่าเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ใช้ความรู้ทางด้านเทคนิคร่วมกับความเข้าใจในธุรกิจ มีทักษะด้านการวางแผน การบริหารงานโครงการให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจในช่วง Business Transformation ได้แก่ IT Auditor, Project Lead, IT Manager , Data Center Operator/Manager, Project Manager, IT Director, Project Director เป็นต้น อัตรารายได้เริ่มต้นที่ 22,000 บาท หากมีความเชี่ยวชาญ ทักษะเฉพาะด้าน สะสมประสบการณ์มากกว่า 10 ปี อาจมีรายได้สูงถึงกว่า 400,000 บาท

2. กลุ่มสายงานด้าน Network & System ถือเป็นหัวใจของงานด้านไอทีในทุกองค์กร เพราะขับเคลื่อนการวางแผนเครือข่ายพื้น
ฐาน (Network) การจัดการระบบของหน่วยงานต้องมีประสิทธิภาพ ผู้ที่ทำงานดูแลเครือข่ายถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในตำแหน่ง Software Engineer, Software Tester, Software QA, Hardware Engineer, Solution Architect, Program Analyst, Network Engineer, Network Administrator, System Administrator, Business System Analyst เป็นต้น โดยมีฐานรายได้เริ่มต้นเฉลี่ยที่ 15,000 บาท และอาจทะยานสูงไปที่ 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับทักษะ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์การทำงานที่มีมากกว่า 5-10 ปี

3. กลุ่มสายงานด้าน Programmer & Developer เปรียบเสมือนหมอเฉพาะทาง ต้องการผู้มีทักษะเขียนภาษาต่าง ๆ ทางคอมพิวเตอร์ เช่น ภาษา C, C+, Java, COBAL, IOS, Android เป็นต้น หากแต่สายงานนี้มักไม่ค่อยชอบทำงานประจำ ชอบทำงานอิสระ มักเรียกใช้ฟรีแลนด์ได้ แต่องค์กรยังคงต้องการพนักงานประจำ ซึ่งรายได้บุคลากรที่สามารถทำงานด้าน Android Developer, Mobile Developer, Software Developer, Cobol Programmer, Java Programmer, Programmer เป็นต้น เริ่มต้นที่ 18,000 บาท และหากพัฒนาความรู้ สั่งสมประสบการณ์เพิ่มการใช้โปรแกรมจากผลสำรวจรายได้สูงสุดอยู่ที่ 130,000 บาท

507508462

4. กลุ่มสายงานด้าน Database Management บุคลากรในการจัดการระบบฐานข้อมูลถือมีความสำคัญในองค์กร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ มักต้องการผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์การทำงานสูง และต้องการความปลอดภัย สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์สู่การวางแผนการใช้ข้อมูลเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของธุรกิจได้อย่างสูงสุด ตำแหน่ง ได้แก่ Database Administrator, Oracle DBA/Specialist เป็นต้น โดยบุคลากรในสายงานนี้มีความมั่นคงในสายงานสูง มีฐานรายได้เริ่มต้นเฉลี่ยสูงถึง 20,000 บาท และสูงสุดที่ 150,000 บาท อีกด้วย

4x6_SAP & ERP

5. กลุ่มสายงานด้าน SAP&ERP อาชีพเฉพาะทางที่องค์กรตั้งแต่ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความต้องการสูงในการวางแผนควบคุมการจัดการประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร ซึ่งบุคลากรในระดับหัวกะทิหายาก หากมีประสบการณ์ตรงโดยเฉพาะตำแหน่งงาน ด้าน SAP Analyst, SAP Consultant, ERP Consultant ถือว่าเริ่มต้นฐานรายได้โดยเฉลี่ยสูงมากถึง 27,000 บาท และสูงได้ถึง 250,000 บาท หากมีประสบการณ์ตรง หากมีความเชี่ยวชาญ ทำงานมีประสิทธิภาพและแม่นยำ

4x6_Website

6. กลุ่มสายงานด้าน Website เปรียบเสมือนบ้านหนึ่งหลังที่ต้องการผู้เข้าดูแลตั้งแต่ก่อสร้างจนถึงตกแต่ง พร้อมดูแลรักษา ดังนั้น ผู้ดูแลต้องเข้าใจโปรแกรมเฉพาะทาง Web Browser ต้องควบคุมดูแล วางโครงสร้างให้สอดคล้องกับระบบงานขององค์กร ตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการ คือ Content Manager, Online Marketing Manager, SEO Specialist เป็นต้น โดยมีฐานรายได้โดยเฉลี่ยที่ 16,000 และสูงสุดที่ 140,000 บาท ที่มาพร้อมทักษะ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญของสายงานนี้

7. กลุ่มสายงานด้าน IT Support เป็นตำแหน่งงานที่ทุกองค์กรต้องมีและขาดไม่ได้ เนื่องจากดูแลระบบการทำงานทั้ง Software และ Hardware บำรุงรักษาระบบ Network เข้าระบบเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน การเชื่อมต่อ การสื่อสารภายในเพื่อให้ผู้ใช้ไม่ติดขัด ถือเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่มีความต้องการสูง มีฐานได้เฉลี่ยที่ 16,000 ถึง 48,000 บาทเลยทีเดียว

นางสาวสุธิดา ให้ข้อมูลอีกว่า จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ต้นปี 2560 ถึงปัจจุบัน แรงงานด้านสายงานไอทีและเทคโนโลยีถือว่าโดดเด่น เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานหมุนตามกระแสทิศทางเศรษฐกิจ โลกแห่งธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนไป การนำเอาระบบและเทคโนโลยีเข้ามีบทบาทในโลกของการทำงาน แรงงานด้านสายงานไอที เทคโนโลยีจึงมีความต้องการในตลาดแรงงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งผลถึงฐานรายได้ที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ผลพวงที่เกิดขึ้นคือ “ความก้าวหน้าของอาชีพ” ที่แรงงานในสายอาชีพดังกล่าวควรหันกลับมามอง ต้องพัฒนาทักษะ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตลาดมองหา มีความต้องการสูง และผลตอบรับที่ได้คือความคุ้มค่าของรายได้ที่ตามมาแต่สิ่งที่สะท้อนกลับมาจากผู้ประกอบการ องค์กร คือ บุคลากรในสายงานดังกล่าวต้องมีทักษะในการสื่อสารให้เข้าใจได้แม้เป็นภาษาหรือศัพท์ทางเทคนิค ต้องรู้จักอ่อนน้อม มีความอดทน เพราะเก่งงานอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมี Service Mind พร้อมสนับสนุนการทำงานของฝ่ายต่างๆในองค์กร หากยึดถือ ปฏิบัติและปรับตัวได้ ต้องบอกว่าถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของคนยุคนี้ที่ต้องบอกว่า “รายได้ดี มีความต้องการของตลาด” จริงๆ

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=196829

Google ถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผ่านทาง YouTube ตั้งแต่คืนวันที่ 25 ถึงวันที่ 29 ตุลาคม

Screen Shot 2560-10-13 at 2.24.58 PM
เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช Google ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เป็นดั่งศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ และขอร่วมแสดงความอาลัยต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทยในครั้งนี้

FB-COVER-ver.2

เพื่อเป็นการน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช Google ร่วมมือกับพันธมิตรในการจัดทำเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พร้อมทั้งให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่เป็นประโยชน์ และเข้าถึงได้ง่ายผ่านช่องทางต่างๆ ของ Google

Screen Shot 2560-10-13 at 2.25.51 PM
ทั้งนี้ จะมีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านทาง YouTube ตั้งแต่คืนของวันที่ 25 ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม Google ร่วมมือกับไทยพีบีเอสเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับชมพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม นอกจากนี้คุณยังสามารถเข้าชมการถ่ายทอดสดได้โดยคลิกที่ Doodle ที่จัดทำขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในหน้าแรกของ Google ประเทศไทย หรือจากหน้าผลการค้นหา นอกจากการถ่ายทอดสดแล้ว วิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจะปรากฏในหน้าแรกของ YouTube เพื่อให้สามารถรับชมกันได้โดยตรง ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 29 ตุลาคมนี้ด้วย

Screen Shot 2560-10-13 at 2.27.23 PM
นอกจากนี้เรายังต้องการช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ถึง 29 ตุลาคม Google Maps จะแสดงเส้นทางขบวนพระบรมราชอิสริยยศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงเส้นทางที่มีการปิดการจราจร Google หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ สามารถวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้นในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้

เมื่อปีที่ผ่านมาเราได้จัดทำ Map of Memory แผนที่ดิจิทัลที่ทุกคนทั่วโลกสามารถลงนามแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมติดริบบิ้นสีดำลงบนแผนที่ เราหวังว่าแผนที่นี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยย้ำเตือนถึงความรักของประชาชนชาวไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสืบต่อไป

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=196334

โตเกียว-สิงคโปร์-โซล-ฮ่องกง-ซิดนีย์ ท็อป 10 เมืองทรงพลังโลก

tokyo-flashfly

5 เมืองสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คือ โตเกียว สิงคโปร์ โซล ฮ่องกง และซิดนีย์ ติดอันดับท็อป 10 ดัชนีเมืองที่ทรงพลังที่สุดในโลกประจำปี 2560 หรือ 2017 Global Power City Index (GPCI) จากการรายงานของสถาบัน Institute for Urban Strategies แห่ง The Mori Memorial Foundation สำหรับสถาบันดังกล่าวจัดตั้งขึ้นโดย Mori Building ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองชั้นนำของกรุงโตเกียว ทั้งนี้ GPCI เป็นรายงานประจำปีที่เผยแพร่ครั้งแรกในปี 2008 โดยเป็นการประเมินเมืองใหญ่ 44 แห่งและจัดอันดับตาม “แรงดึงดูด” คือ พลังดึงดูดบุคคลและกิจการที่มีความคิดสร้างสรรค์จากทั่วโลก โดยเมืองต่าง ๆ จะจัดอันดับโดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มด้วยกัน คือ เศรษฐกิจ การวิจัยและพัฒนา (R&D) ปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ความน่าอยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม และการเข้าถึงได้

02-03_E

สำหรับโตเกียว ที่เพิ่งจะแซงหน้าปารีสครองอันดับ 3 ได้เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมานั้น ยังคงทำคะแนนด้าน “ปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม” และ “การเข้าถึงได้” ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนคะแนนขยับเข้าใกล้นิวยอร์ก ซึ่งอยู่อันดับ 2 เข้ามาทุกที ขณะที่สิงคโปร์ได้รับการจันอันดับเป็นเมืองที่มีคุณภาพในด้านต่าง ๆ สมดุลที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยติดท็อป 10 ในทุกประเภทการจัดอันดับ ยกเว้นเพียง “ความน่าอยู่อาศัย” ที่น่าสนใจคือ สิงคโปร์รั้งอันดับ 3 ในกลุ่ม “สิ่งแวดล้อม” เนื่องจากยังคงมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และคุณภาพอากาศดีเยี่ยม ขณะที่โซลทำคะแนนรวมรั้งอันดับ 6 เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคะแนนในกลุ่ม “การวิจัยและพัฒนา” ที่สูงมาก เนื่องจากมีการยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรมากมาย และยังมีนักวิจัยจำนวนมากอีกด้วย ขณะที่ฮ่องกงหล่นจากอันดับ 7 มาอยู่ที่ 9 ในด้านคะแนนรวม แต่ยังคงทำคะแนนเป็นอย่างดีในกลุ่ม “การเข้าถึงได้” ส่วนซิดนีย์ติดท็อป 10 คะแนนรวมเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี หลังจากได้รับคะแนนด้าน “ความน่าอยู่อาศัย” สูงมาก

สำหรับเมืองใหญ่ 2 แห่งของจีนคือ ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ยังคงทำคะแนน “เศรษฐกิจ” ได้เป็นอย่างดี โดยรั้งอันดับ 3 และ 5 ของกลุ่มตามลำดับ โดยพิจารณาจากจำนวนประชากรและระดับ GDP ตลอดจนจำนวนบริษัทท็อป 500 โลกที่ดำเนินกิจการอยู่ที่นั่น นอกจากนี้ เซี่ยงไฮ้ยังรั้งอันดับ 3 ในกลุ่ม “การเข้าถึงได้” จากจำนวนผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศขาเข้าและออกจากเมือง ด้านเมืองอื่น ๆ ในเอเชียที่ติดโผการจัดอันดับนั้นประกอบไปด้วยโอซาก้า (26) กัวลาลัมเปอร์ (31) กรุงเทพ (33) ไทเป (36) ฟูกุโอกะ (37) จาการ์ตา (41) และมุมไบ (42)

03_FigTop10_E

Hiroo Ichikawa กรรมการบริหาร The Mori Memorial Foundation กล่าวว่า “สิงคโปร์เป็นต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ในเอเชีย ขณะเดียวกัน เมืองต่าง ๆ ทำคะแนนในกลุ่มเศรษฐกิจและการเข้าถึงได้อย่างแข็งแกร่ง สะท้อนให้เห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องปรับปรุงความน่าดึงดูดใจในส่วนย่อยอื่น ๆ เพื่อที่จะได้กลายเป็นเมืองทรงพลังของโลกอย่างแท้จริง

ขณะที่ Shingo Tsuji ผู้อำนวยการ The Mori Memorial Foundation และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mori Building กล่าวว่า “ในปัจจุบันนี้ ผู้ประกอบการทั่วโลกกำลังมองหาเมืองใหญ่ที่ไม่เพียงแต่จะต้องมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยคุณภาพดี สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการค้าปลีก สนับสนุนความหลากหลายทางวัฒนธรรม เครือข่ายการคมนาคมขนส่งที่สะดวกง่ายดาย และสิ่งแวดล้อมที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกจำเป็นจะต้องพัฒนาจุดแข็งของตน พร้อมขจัดจุดอ่อน หากต้องการเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง เพราะจะส่งเสริมพลังดึงดูดที่แข็งแกร่งในภาพรวม จึงสามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถและเงินลงทุนจากทั่วโลกได้

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=196239

กสทช.ห้ามโดรนใช้งานจนกว่าจะมาลงทะเบียน ฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

มติ กสทช.ห้ามโดรนใช้งานจนกว่าจะมาลงทะเบียน ฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเปิดให้ลงทะเบียนที่สำนักงาน กสทช. สถานีตำรวจ หรือสำนักงานการบินพลเรือนฯ

drone-flashfly

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า มติที่ประชุม กสทช. วาระพิเศษ ได้มีการพิจารณาเรื่องการใช้งาน Drone เนื่องจากขณะนี้มีการใช้งานเป็นจำนวนมาก แต่ได้มีการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเพียง 350 ลำ ดังนั้น เพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือป้องกันราชอาณาจักร โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ประชุม กสทช. จึงมีคำสั่ง ดังนี้

1.ห้ามการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ยกเว้น มีการขึ้นทะเบียนเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าว หรือมีการขึ้นทะเบียนตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) พ.ศ. 2558 หรือเป็นเครื่องบินเล็กซึ่งใช้เป็นเครื่องเล่นตามกฎกระทรวงคมนาคมซึ่งไม่เป็นอากาศยาน พ.ศ. 2548

2.การขึ้นทะเบียนเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก(Drone)ให้ดำเนินการ ดังนี้

2.1 เอกสารและข้อมูลการลงทะเบียน

– กรณีบุคคลซึ่งครอบครองการใช้งาน

ให้แจ้ง ชื่อ-สกุลผู้ครอบครอง หมายเลขเครื่องหรือ Serial Number ยี่ห้อเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก(Drone)และอื่นๆ ตามแบบฟอร์มของสำนักงาน กสทช. ภาพถ่ายของ Drone ที่ลงทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ครอบครอง

– กรณีบุคคลซึ่งครอบครองเพื่อจำหน่าย (ร้านค้า)

ให้แจ้งบัญชีแสดงรายการเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก(Drone) ตามแบบฟอร์มของสำนักงาน กสทช. ภาพถ่ายของ Drone ที่ลงทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ครอบครอง

2.2 สถานที่ลงทะเบียน ได้แก่ สำนักงาน กสทช. ถนนพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) พญาไท กรุงเทพฯ สำนักงาน กสทช. ภาค และสำนักงาน กสทช. เขต ทั่วประเทศ สถานีตำรวจทั่วประเทศ หรือที่สำนักงานการบิน พลเรือนแห่งประเทศไทย

3.ในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ให้ถือปฏิบัติตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) พ.ศ. 2558 ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด

4.ให้ผู้ครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ดำเนินการขึ้นทะเบียนภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันนี้ (11 ต.ค. 2560)

5.ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ที่มา –  nbtc 

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=196202

นั่ง uber แล้วดียังไง? เผยสาเหตุที่ผู้ใช้เทใจให้กับ uber

Uber-Car-Prices

เรื่องราวของการเดินทางด้วยรถโดยสารในยุคนี้สมัยนี้นั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบริการที่มีการแข่งขันกันสูงมากยิ่งขึ้น เพราะในปัจจุบันได้มีการนำเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อย่างถ้าใครที่ต้องการเรียกรถเพื่อเดินทางไปไหนมาไหน ก่อนหน้านี้อาจจะต้องไปโบกเรียกจากข้างทางหรือตามจุดต่างๆ แต่ในปัจจุบันเพียงแค่เรียกรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นก็สามารถเดินทางกันได้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่ามีผู้ให้บริการเรียกรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นมาให้เลือกกันมากมายหลายเจ้าด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าถ้าพูดถึงบริการเรียกรถจาก uber แล้วละก็ เชื่อแน่ว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งบริการที่คุ้นหู คุ้นตาใครหลายคนเป็นอย่างดี

9525230_orig

uber เป็นเป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการเรียกรถโดยสาร ซึ่งมีให้บริการและได้รับความนิยมในหลากหลายเมืองทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยของเรานั้น uber เริ่มเข้ามาเปิดตัวและทำการตลาดในราวช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันมีให้บริการในกรุงเทพ และเมืองท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ เชียงรายและขอนแก่น แบ่งประเภทการให้บริการออกเป็น uberX ซึ่งเป็นบริการรถเก๋งที่ราคาประหยัดกว่าแท็กซี่ เริ่มต้นที่เพียง 25 บาท พร้อมทั้งยังมีรหัส ส่วนลด Uber แจกอยู่เสมอ ให้ผู้ใช้งานได้รู้สึกถึงความคุ้มค่าที่มากขึ้น UberBlack เป็นบริการพรีเมี่ยมที่สะดวกสบายด้วยรถรุ่นที่นั่งสบายเช่น Toyota Camry, Nissan Teana เป็นต้นและuberFLASH ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการรถที่อยู่ใกล้ที่สุด​ โดยจะมีทั้ง uberX, uberBLACK และแท็กซี่เข้าร่วมในโครงการทดลองในตอนนี้ และเริ่มทดลองให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯเท่านั้น

uberX_benefits

ความแตกต่างของการเรียกใช้บริการของ uber หรือข้อดีในใช้บริการ uber​ ซึ่งเป็นเหตุผลทำให้ผู้โดยสารเลือกใช้บริการของ uber นั้น เริ่มจากเรื่องของความสะดวกสบายในการเรียกใช้บริการ เพราะสามารถเรียกรถผ่านแอพพิเคชั่นได้ทันทีเลย โดยไม่ต้องออกมายืนรอโบกรถตามข้างทางหรือจุดเรียกรถต่างๆ ลดปัญหาที่หลายคนอาจจะเคยเจอในการเรียกรถแท็กซี่ทั่วไปนั่นก็คือการปฎิเสธผู้โดยสารไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม เพราะ uber จะไม่มีการปฎิเสธผู้โดยสารแถมยังสามารถส่งผู้โดยสารถึงที่หมายแบบหน้าประตูบ้านตามพิกัดที่ระบุกันเลยทีเดียว

uber-03

เรื่องของราคานั้น uberX มีราคาเริ่มต้นในการใช้บริการที่ 25 บาท และที่ต่างจากการเรียกรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นอื่น นั่นก็คือ uber ไม่มีค่าธรรมเนียมในการเรียกใช้บริการ ส่วนการชำระเงินก็สามารถเลือกชำระได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการชำระด้วยเงินสด บัตรเดบิตหรือเครดิตก็สามารถชำระได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้บริการและถ้าชำระเงินด้วยบัตรเดบิตหรือเครดิต ยังช่วยลดปัญหาในเรื่องของการหาแบงค์ให้พอดีหรือใกล้เคียงกับค่าบริการเพราะเกรงว่าคนขับจะไม่มีเงินทอนอีกด้วย

uber-02

ทางด้านความปลอดภัย ทาง uber ออกมารับประกันว่า คนขับ Uber ทุกคนต้องผ่านการอบรมและตรวจประวัติอาชญากรรม เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร รวมไปถึงยังสามารถในการติดตามการเดินทางได้และยังมีฟีเจอร์ในการเรียกรถให้กับคนที่ห่วงใยซึ่งอาจเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยี แต่ก็สามารถใช้บริการ uber ในการรับส่งได้ถึงที่หมายได้ด้วยความสบายใจ

uber-04

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มช่องทางความสะดวกในการเรียกรถ ด้วย Uber LINE Official Account ที่จะทำให้สามารถเรียกรถผ่าน LINE ได้ รวมถึงยังสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถหลังจากที่เรียกไปแล้ว ดูประวัติการเดินทางและติดตามโปรโมชั่นต่างๆได้

โดยสรุปแล้ว uber นั้นเรียกได้ว่าอาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางหรืออีกหนึ่งทางเลือกในการใช้บริการเรียกรถโดยสารในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีในบางประเทศที่มีการประท้วงและการต่อต้านบริการดังกล่าวนี้ แต่ในบางประเทศบริการนี้ก็ถือเป็นบริการยอดนิยมที่ผู้คนนิยมใช้กันเป็นอย่างมากเช่นกัน

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=194086

กระจายการจัดงานแสดงสินค้าเริ่มไม่ตอบโจทย์ DITP มัดรวม 3 งานเหลือแค่ STYLE งานเดียวพอ

ปกติกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP จะจัดงานใหญ่ 3 งานในแต่ละปี คือ BIFF&BIL, BIG+BIH และ TIFF แต่หลังจากนี้ทั้งหมดจะถูกรวมกันเป็นงาน STYLE เพราะทางกรมฯ เห็นว่าประชาสัมพันธ์ง่ายกว่า

แยกกันก็เปลืองงบประมาณใช่เหตุ

อย่างที่กล่าวไข้างต้น งาน BIFF&BIL, BIG+BIH และ TIFF ไม่ใช่งานสเกลเล็กๆ แถมเป็นงานที่ช่วยเปิดโอกาส SME ในไทยให้เจอกับนักลงทุนจากต่างชาติด้วย ดังนั้นการลงทุนในแต่ละงานก็ค่อนข้างสูง แม้ทุกงานจะจัดสถานที่ และเวลาเดียวกันก็ตาม แต่ในงานทั้ง 3 ก็ต้องใชการประชาสัมพันธ์ที่แยกกันอยู่ดี

ซึ่งในที่สุด DITP ก็เริ่มจับจุดได้ว่า ทั้ง 3 งานมีจุดที่เชื่อมต่อกันคือ การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ SME ไทย เช่นในงาน BIFF&BIL ที่เน้นแสดงเสื้อผ้าแฟชั่น และเครื่องหนัง, BIG+BIH ที่รวมของขวัญ และของแต่งบ้านไว้มากมาย รวมถึง TIFF ที่เป็นงานแสดงเฟอร์นิเจอร์ ดังนั้นการรวมทุกงานเป็นงานเดียวเพื่อสื่อสารน่าจะง่ายกว่า

สมเด็จ สุสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เล่าให้ฟังว่า งาน STYLE เริ่มต้นมาจากฝั่งผู้บริโภคในประเทศ และนักลงทุนเริ่มมองสินค้าต่างๆ เป็นเรื่อง Lifestyle มากขึ้น ซึ่งทั้ง 3 งานนั้นค่อนข้างตอบโจทย์ในเรื่องนี้ ทำให้การรวม 3 งานไว้เป็นงานเดียวจึงน่าจะดึงดูดผู้เข้าชมงานได้มากกว่าเดิม

งาน BIG+BIH // ภาพจาก Facebook Page ของ Big+Bih Club

สะพัด 2,000 ล้านบาท คนเข้า 60,000 ราย

“การประชาสัมพันธ์งานทั้งสามให้เป็นงานเดียวจะช่วยเพิ่มขีดจำกัดในการสื่อสารไปถึงผู้บริโภคด้วย เพราะบางกลุ่มเป้าหมายก็อยากมาเดินทั้ง 2 งาน ขณะเดียวกันยังทำให้นักลงทุน และผู้สนใจจากต่างประเทศเข้าใจตัวสินค้ามากกว่าเดิม รวมถึงอาจเลือกหยิบสินค้าได้หลากหลาย ไม่ได้จมอยู่กับแค่งานใดงานหนึ่ง”

สำหรับงานนี้ DITP ตั้งเป้าเงินสะพัดภายในงานที่ 2,000 ล้านบาท มีผู้เข้าแสดงสินค้า 1,000 บริษัท เกือบทั้งหมดเป็นบริษัทไทย ส่วนผู้เข้าชมงานจะมีทั้งหมด 60,000 ราย โดยงาน STYLE จะจัดขึ้นวันที่ 17-21 ต.ค. ภายในศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค บางนา

สินค้า Lifestyle ส่งออกยังโต 3%

ขณะเดียวกันจากการจัดงาน STYLE และทิศทางการออกแบบสินค้ากลุ่ม Lifstyle ที่ดีขึ้นของผู้ประกอบการไทย ทำให้การส่งออกสินค้ากลุ่มนี้น่าจะเติบโต 3% คิดเป็นมูลค่าราว 9,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.1 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็น 5% ของมูลค่าการส่งออกของประเทศไทย

ภาพ pixabay.com

สรุป

การปรับเปลี่ยนจากการลงทุนประชาสัมพันธ์ในแต่ละงาน ทั้งๆ ที่เกือบทุกงานก็จัดวันเดียวกัน และสถานทีเดียวกัน ถือเป็นเรื่องสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ดังนั้นการปรับภาพลักษณ์งานดังกล่าวเสียใหม่ของ DITP จึงเป็นอีกทิศทางที่น่าจะทำถูกต้อง เพื่อช่วยเหลือ SME ไทย ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุกจากต่างประเทศได้ดีกว่าเดิม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ditp-style-for-lifestyle/