คลังเก็บป้ายกำกับ: mac

Apple- iFixIT เผย MacBook Air 2018 สามารถแกะเพื่อซ่อมเครื่องได้ง่ายกว่า MacBook รุ่นอื่นๆ เล็กน้อย

ผลิตภัณฑ์ของทาง Apple นั้นเรียกได้ว่าเกือบจะทุกแบบทุกรุ่นที่ผ่านมามักจะได้คะแนนการแกะเครื่องเพื่อซ่อมแซมจากทาง iFixIt ในระดับที่ต่ำเอามากๆ ครับ และก็เช่นเคยครับหลังจากที่ทาง Apple ได้เปิดตัว MacBook Air รุ่นใหม่ประจำปี 2018 ออกมานั้นก็หนีไม่พ้นที่ทาง iFixIt จะจับมาแกะเพื่อให้คะแนนกันสักหน่อย

ซึ่งโดยรวมนั้นทาง iFixIt ได้บอกเอาไว้ครับว่า MacBook Air 2018 นั้นสามารถที่จะแกะได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมหากเทียบกับ MacBook รุ่นอื่นๆ ของทาง Apple เอง แต่ก็ไม่ได้ง่ายมากเท่าไรนักดังนั้นคะแนนในเรื่องการแกะตัวเครื่องนั้นก็เลยได้ไปอยู่ที่ 3 จากเต็ม 10 ครับ

ทาง iFixIt นั้นได้บอกเอาไว้ครับว่าทาง Apple นั้นดูเหมือนจะเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เปิดขึ้นกับ MacBook Pro 2018 มาเป็นอย่างดี โดยในส่วนแรกเลยนั้นก็คือจากการที่เดิมทาง Apple ใช้กาวติดลงไปในส่วนของฮาร์ดแวร์สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ในทุกๆ จุดของ MacBook Pro 2018 นั้นได้ถูกทำการแก้ไขไปเรียบร้อยแล้วซึ่งนั่นก็เลยทำให้ MacBook Air 2018 นั้นสามารถที่จะแกะออกมาซ่อมแซมได้ง่ายกว่า MacBook Pro 2018 ครับ

อีกจุดหนึ่งก็คือเรื่องของฐานรองแป้นคีย์บอร์ดก็ได้มีการเปลี่ยนมาใช้เมนเบรนแบบพลาสติกแทนซึ่งทำให้เวลาที่ต้องการจะซ่อมแซมในส่วนของแป้นคีย์บอร์ดนั้น MacBook Air 2018 สามารถที่จะทำได้ง่ายกว่าเดิมไม่ต้องทำการซ่อมแบบทีเดียวยกแผงเหมือนกับ MacBook PRo 2018 อีกต่อไป(แถมยังสามารถไล่ฝุ่นที่เข้าไปใต้ตัวแป้นคีย์บอร์ดได้ดียิ่งขึ้น) ตามมาด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Thunderbolt 3 ทั้ง 2 พอร์ตนั้นก็ถูกแยกออกจากแผงวงจรหลักไปด้วยอีกต่างหากดังนั้นเวลาที่พอร์ตใดพอร์ตหนึ่งเสียก็เปลี่ยนแค่พอร์ตที่เสียนั้นเพียงพอร์ตเดียวไม่ต้องเปลี่ยนทีเดียวทั้งหมดครับ

อีกหนึ่งจุดที่ได้รับการพัฒนามากขึ้นให้ซ่อมง่ายกว่าเดิมนั้นก็คือในส่วนของแผงแบตเตอรี่ที่บน MacBook Air 2018 จะมีส่วนของแถบดังกระดาษติดเอาไว้ที่ด้านล่างของตัวแบตเตอรี่ซึ่งทำให้เวลาที่ต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวนั้นผู้ซ่อมสามารถที่จะดึงแผงแบตเตอรี่เก่าออกเพื่อเปลี่ยนอันใหม่เข้าไปได้ง่ายกว่าเดิมครับ แต่ครับแต่ส่วนดีๆ ที่บอกไปนั้นก็ยังคงไม่สามารถที่จะทำให้คะแนนการแกะเพื่อมซ่อมสูงขึ้นมาได้มากนักเพราะเจ้า butterfly keyboard นั้นยังคงติดตั้งกับฐานคีย์บอร์ดโดยตรงแบบที่เอาออกยากมากๆ ซึ่งทำให้การแกะเพื่อซ่อมทำได้ยากแถมยังมีผลทำให้เวลาที่จะซ่อมนั้นก็ต้องซ่อมกันยกแผงเหมือนเดิมอยู่ดีครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/the-macbook-air-retina-is-slightly-more-repairable-than-apples-other-laptops/462161/

Advertisements

เปิดขาย Mac mini ใหม่ 2018 ในไทยแล้ว เริ่มต้นที่ 27,900 บาท

Mac Mini 2018 Released Th

Apple ได้เปิดขาย Mac mini ใหม่ 2018 ในไทยแล้วเช่นกัน โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 27,900 บาทและปรับแต่งสเปคสูงสุดราคา 162,400 บาท

เปิดขาย Mac mini ใหม่ 2018 ในไทยแล้ว

Mac Mini 2018 Released Th Img 1

สำหรับสเปคเริ่มต้นของ Mac mini ใหม่ 2018 ราคาเริ่มต้น 27,900 บาท ดังนี้

  • โปรเซสเซอร์ Intel Core i3 รุ่นที่ 8 แบบ Quad-core ความเร็ว 3.6GHz
  • หน่วยความจำ DDR4 ความเร็ว 2666MHz ขนาด 8GB
  • Intel UHD Graphics 630
  • ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ชนิด PCIe ความจุ 128GB

สั่งซื้อ Mac mini ใหม่ 2018 ที่ Apple Store Online ประเทศไทย

Mac mini ใหม่ 2018 สเปคจัดเต็มราคาอยู่ที่ 162,400 บาท

โดยราคาปรับแต่งสเปคสูงสุดราคา 162,400 บาท มีสเปคดังนี้

  • Intel Core i7 รุ่นที่ 8 แบบ 6-core ความเร็ว 3.2GHz (Turbo Boost สูงสุด 4.6GHz)
  • DDR4 ความเร็ว 2666MHz ขนาด 64GB
  • Intel UHD Graphics 630
  • ตัวจัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ความจุ 2TB
  • 10Gb Ethernet (Ethernet แบบ Nbase-T รองรับ Ethernet ระดับ 1Gb, 2.5Gb, 5Gb และ 10Gb ที่ใช้หัวต่อ RJ‑45)

ผู้ซื้อในไทยสามารถสั่งซื้อ Mac mini ใหม่ 2018 ได้แล้วที่ Apple Store Online ประเทศไทยและสามารถเลือกรับสินค้าได้ที่ Apple Iconsiam ในบางสเปค ซึ่งวันรับสินค้าจะอยู่ในช่วงวันที่ 18 พ.ย. 2561

Mac Mini 2018 Released Th Img 2

from:https://www.iphonemod.net/mac-mini-2018-released-th.html

Special Scoop – MacBook Air 2018 vs. iPad Pro 2018 …. ตัวเลือกระหว่างอดีตและอนาคต

ในงานใหญ่ของทาง Apple วันที่ 30 เดือนตุลาคมนั้น Apple เองได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาหลายรุ่นด้วยกันไม่ว่าจะเป็น MacBook Air, Mac mini และ iPad Pro รุ่นใหม่ครับ แน่นนอนว่า Mac mini นั้นมีการเจาะจงกลุ่มผู้ใช้งานอย่างชัดเจนในขณะที่ MacBook Air และ iPad Pro นั้นกลับกลายมาเป็นปัญหา

เพราะลักษณะของการใช้งานนั้นเหมือนกันมากขึ้นแถมยังสร้างความสับสนในการเลือกซื้อให้่กับผู้ใช้ได้อีกต่างหาก วันนี้นั้นเราจึงอยากขอนำเสนอรูปแบบการใช้งานของผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ว่าจริงๆ แล้วคุณควรที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ไหนเพื่อนำมาใช้งานให้ตรงกับความต้องการของคุณครับ

อย่างที่บอกไปในตอนต้นครับว่า MacBook Air และ iPad Pro รุ่นใหม่นั้นมีลักษณะการใช้งานที่ค่อนข้างจะคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วนั้นตัวระบบปฎิบัติการ macOS และ iOS จะค่อนข้างมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่ทว่าทั้ง MacBook Air และ iPad Pro ก็ยังคงสามารถใช้งานเพื่อการทำงานในรูปแบบเดียวกันได้อยู่ดี ก่อนอื่นแล้วนั้นเรามาดูในส่วนของ MacBook Air กันก่อนครับด้วยการใช้ระบบปฎิบัติการ macOS นั้นทำให้ MacBook Air ดูจะเหนือกว่าในเรื่องของการใช้ในการทำงานอย่างจริงจังเพราะเราต้องไม่ลืมว่า MacBook Air นั้นยังอยู่ในรูปแบบของโน๊ตบุ๊คอยู่นั้นเองครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ MacBook Air แตกต่างไปจาก iPad Pro ก็คือหน่วยประมวลผลและฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ใช้งานนั้นทำให้ MacBook Air สามารถที่จะใช้งานในหลากหลายรูปแบบได้มากกว่าโดยเฉพาะงานที่เจาะจงอย่างเช่นงานทางด้านกราฟิกที่เชื่อเหลือเกินว่าด้วยขนาดของหน้าจอและความสามารถใช้เมาส์และคีย์บอร์ดอย่างเต็มรูปแบบนั้นน่าจะเหมาะกับผู้ใช้ที่ทำงานปกติทั่วไปมากกว่า iPad Pro และต้องไม่ลืมว่าโปรแกรมต่างๆ ที่ macOS สามารถติดตั้งได้นั้นก็มีฟีเจอร์มากกว่าบน iOS ของ iPad Air ครับ(ตัวอย่างเช่นโปรแกรม Alfred และ Flycut ที่ติดตั้งอยู่บน MacBook Pro ซึ่งในการใช้งานระดับเริ่มต้นนั้นก็ถือว่าเพียงพอแล้วครับ)

ยังไม่หมดแค่เพียงเท่านั้นนะครับ ในเรื่องของพอร์ตในการเชื่อมต่อที่อยู่บน MacBook Air นั้นก็ยังสามารถช่วยให้ผู้ใช้สามารถที่จะทำงานกับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ในปริมาณมาณที่มากกว่า แถมทาง Apple เองนั้นยังได้ให้สัญญาเอาไว้ในงานเปิดตัวด้วยครับว่า MacBook Air นั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมงแบบสบายๆ ซึ่งนั่นน่าจะทำให้ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ชื่นชอบเพราะคุณแทบจะไม่จำเป็นที่จะต้องพกที่ชาร์จออกไปข้างนอกเพื่อทำงานในแต่ละวันเลยครับ

กลับมาดูกันที่ iPad Pro 2018 บ้างครับ โดยสำหรับ iPad Pro นั้นก็เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่มาพร้อมกับ refresh rate มากกว่าแท็บเล็ตทั่วไป แถมมาด้วยการแสดงสีสันแบบ True Tone color adjustment ที่น่าจะรองรับกับผู้ใช้งานทางด้านกราฟิกได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเลยก็คืออุปกรณ์เสริมอย่าง Apple Pencil 2 ที่ต้องบอกว่าได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมากจนทำให้คุณสามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบที่แตกต่างออกไปจาก MacBook Air และ magnetically docks ที่เปลี่ยนให้ iPad Pro สามารถทำงานได้เหมือนกับรูปแบบโน๊ตบุ๊ค

ยังไม่หมดแค่เพียงเท่านั้นครับ iPad Pro ยังมาพร้อมกับความสามารถในการชาร์จแบบไร้สายได้ด้วยและจุดที่สำคัญที่สุดเลยก็คือการรองรับการใช้งานกับเครือข่ายแบบ LTE ซึ่งทำให้คุณไม่จำเป็นต้องง้อ WiFi ฟรีเวลาที่คุณพก iPad Pro ไปทำงานนอกสถานที่อีกต่อไปครับ(ซึ่งการที่ iPad Pro มาพร้อมกับการเชื่อมต่อแบบ LTE นั้นจะทำให้คุณสามารถทำงานได้เหนือกว่า MacBook Air เมื่อต้องทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตแล้วเกิดเหตุ WiFi ล่ม ตัวเครื่องก็จะเปลี่ยนไปใช้อินเทอร์เน็ตจาก LTE แทนแบบต่อเนื่องแน่นอนครับว่านั่นย่อมทำให้การทำงานของคุณไม่เกิดอาการสะดุดล่ะครับ)

อีกจุดหนึ่งซึ่งทำให้ iPad Pro นั้นมีจุดแข็งที่ใหญ่ มากๆ ก็คือความสามารถในการใช้งานที่เสมือนเป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ครับ iPad Pro นั้นช่วยให้คุณสามารถทำงานได้แบบต่อเนื่อง(จากระบบการใช้งานต่อเนื่องที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีโดย Apple) ซึ่งนั่นจะช่วยให้คุณสามารถลดเวลาในการใช้งานสมาร์ทโฟนไปแล้วทำงานไปได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้ว macOS เองก็มีความสามารถดังกล่าวนี้ด้วยเช่นเดียวกันแต่ประสบการณ์ในการใช้งานสำหรับผู้ใช้นั้นเชื่อได้เลยครับว่า iPad Pro สามารถใช้งานแบบต่อเนื่องได้ดีกว่าที่คุณคาดเอาไว้อย่างมากเลยทีเดียวครับ

ดูเหมือนกับว่าทาง Apple นั้นเริ่มจะมาถูกทางกับระบบปฎิบัติการ iOS ที่นับวันแล้วนั้นจะยิ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทำงานได้เป็นอย่างดีครับ iOS นั้นเริ่มที่จะมีแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานอย่างเต็มรูปแบบเข้ามาให้ผู้ใช้ได้เลือกแล้วตัวอย่างเช่น iA Writer หรือแม้กระทั่ง Photoshop เป็นต้น อีกสิ่งหนึ่งที่จะลืมไปไม่ได้เลยนั้นก็คือ iPad Pro มาพร้อมกับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังที่มีคุณภาพสูงซึ่งนั่นทำให้คุณสามารถใช้งานกับแอปแชทเพื่อที่จะทำการประชุมแบบออนไลน์แล้วเห็นหน้าไปด้วยได้ รวมไปถึงคุณยังสามารถที่จะถ่ายรูปภาพต่างๆ เพื่อที่จะนำมาใช้งานได้อย่างทันทีอีกด้วยครับ

ทั้งหมดทั้งมวลแล้วนั้นหากจะพูดว่าระบบปฎิบัติการ iOS เป็นระบบปฎิบัติการแห่งอนาคตก็คงจะไม่ผิดมากครับเพราะต้องยอมรับจริงๆ ครัวว่า Apple ทำออกมาได้ดีจริงๆ ทว่ากับ macOS เองนั้นก็ปฎิเสธไม่ได้เหมือนกันครับว่ามันรองรับกับการใช้งานในรูปแบบที่กว้างกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหลายๆ โปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบบน macOS นั้นก็มีจำนวนที่มากกว่า iOS อย่างเห็นได้ชัด(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหลายๆ โปรแกรมการใช้งานเฉพาะทางที่คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าที่จะสามารถใช้งานหรือมีการพอร์ทมาให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่บน iOS)

ท้ายที่สุดแล้วนั้นก็คือเรื่องของราคาครับ แน่นอนว่าในระดับเริ่มต้นนั้น iPad Pro 2018 จะมีราคาที่ถูกกว่า MacBook Air เป็นอย่างมาก แต่ถ้าเทียบตัวเครื่องในระดับที่มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ใกล้เคียงกันแล้วนั้น MacBook Air ก็จะมีราคาอยู่ที่ $1,599 หรือประมาณ 52,860 บาทซึ่งตัวเครื่องจะมาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลที่ความจุ 512 GB ส่วน iPad Pro ที่มีราคาและฮาร์ดแวร์ใกล้ๆ กันนั้นก็จะเป็นรุ่นขนาดจอ 11 นิ้วที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูล 512 GB โดยมีราคาอยู่ที่ $1,498 หรือประมาณ 49,520 บาท ซึ่งแตกต่างกันไม่ค่อยมากเท่าไรนัก ที่เหลือก็คือคุณแล้วหล่ะครับว่าต้องการใช้งานในรูปแบบไหน

ที่มา : theverge

from:https://notebookspec.com/macbook-air-vs-ipad-pro-is-a-choice-between-the-past-and-the-future/462022/

Apple เปิดโปรแกรมซ่อม MacBook Pro 13″ (ไม่มี Touch Bar) จากปัญหา SSD

Macbook Pro 13 Repair Cover

Apple ประกาศวันนี้เกี่ยวกับโปรแกรมเปลี่ยน SSD ให้กับ MacBook Pro 13″ (ไม่มี Touch Bar) หลังพิจารณาแล้วว่าหน่วยความจำบางส่วนของ 128 และ 256GB อาจมีปัญหาที่ส่งผลต่อผู้ใช้งาน การสูญเสียข้อมูลและความล้มเหลวของไดรฟ์ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการรับผิดชอบของบริษัทฯ ที่นอกเหนือจากการรับประกัน

Apple เปิดโปรแกรมซ่อม MacBook Pro 13″ (ไม่มี Touch Bar)

ปัญหาดังกล่าวกระทบแค่เฉพาะรุ่นที่กล่าวมาข้างต้นโดยถูกวางขายไปในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน 2017-2018 โดยทาง Apple จะให้บริการซ่อมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (ถึงแม้เครื่องจะหมดประกันไปแล้วก็ตาม) โดยเจ้าของสามารถตรวนสอบหมายเลขซีเรียลของตน บนหน้าเว็บที่ประกาศโปรแกรม เพื่อดูว่าเครื่องของตนมีสิทธิ์ได้รับบริการหรือไม่ สำหรับรุ่นที่มี Touch Bar หรือรุ่น 13″ ที่เก่ากว่านั้นจะไม่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำจาก Apple คือต้องการให้คุณหยุดใช้เครื่องเหล่านั้นทันที (เพราะของมูลอาจสูญหายได้ทุกเมื่อ) และทำการสำรองให้เรียบร้อยก่อนเข้าศูนย์บริการ จากนั้นช่างจะเรียกใช้ยูทิลิตีเพื่ออัพเดตเฟิร์มแวร์ไดรฟ์ซึ่งจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่า จากนั้นก็สามารถนำเครื่องกลับมาใช้งานได้เลย (โปรแกรมจะไม่ครอบคลุมไปถึงการกู้ไฟล์) และหากใครเคยเสียเงินค่าซ่อมไปก่อนหน้าก็สามารถเรียกคืนได้เช่นกัน

หากใครยังไม่สะดวกหรือข้อมูลไม่สำคัญอะไรมากนัก ก็สามารถเลือกไปเข้าศูนย์บริการในช่วงเวลาที่สะดวกได้ โดยโปรแกรมนี้จะมีอายุสามปี นับตั้งแต่วันที่เครื่องออกจำหน่ายแบบปลีกเป็นครั้งแรก

ที่มา – macrumors.com

from:https://www.iphonemod.net/apple-macbook-pro-ssd-service-program.html

MacBook Air รุ่นใหม่ 2018 กับรุ่นเก่า ต่างกันอย่างไร ซื้ออะไรดี

45634840 406098333259883 8595958193438326784 N

หลังจาก Apple ได้เปิดตัว MacBook Air รุ่นใหม่ 2018 ด้วยดีไซน์ใหม่ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจมากขึ้น จาดที่แทบไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาเลยตั้งแต่ 10 ปีก่อนหน้า โดยการออกแบบใหม่ผสมผสานความเป็น MacBook Pro มากยิ่งขึ้น MacBook Air (2018) กับ MacBook Pro ต่างกันอย่างไร มีอะไรเพิ่มเข้ามา แต่ราคาไม่สูงเท่า

ขนาดและน้ำหนัก

Macbook Air

ในฐานะผู้ใช้งาน MacBook Air ตั้งแต่ยุคสมัยแรก ๆ ส่วนตัวผู้เขียนยอมรับว่ามัน “สมบูรณ์แบบ” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหนัก ความสมดุล การใช้งานจริง ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยหลัก ที่ทำให้คนเลือกรุ่นนี้น่าจะเป็นเรื่องของ “น้ำหนัก” มาก่อนประสิทธิภาพ (รวมถึงราคาด้วยส่วนหนึ่ง) และจากสเปกเปรียบเทียบได้ดังนี้

  • MBA รุ่นเก่า :1.35 กก.
  • MBA รุ่นใหม่ : 1.45 กก.

ความต่างกันของสองรุ่นอยู่ที่ 1 ขีดพอดีเป๊ะ! หากคุณใส่เป้ก็คงไม่รู้สึกถึงถึงความต่างสักเท่าไหร่ แต่ถ้าถือระหว่างใช้งานจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง ส่วนความหนารุ่นใหม่บางลงประมาณเซนครึ่ง ก็นับว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี ดังนั้นหากคุณต้องการน้ำหนักและขนาดมาก่อน ก็สามารถเลือกซื้อรุ่นใหม่ได้แบบไม่ต้องสงสัย

ประสิทธิภาพ

Macbook Air 2018 Geekbench Report Img 1

น่าเสียดายที่รุ่นใหม่ไม่ได้เร็วแรงอะไรมากนัก โดยจากการทดสอบ คะแนนใกล้เคียง MacBook Pro (รุ่นเริ่มต้น) โดยถึงแม้จะเปลี่ยนเป็น Intel Core i5 Gen 8 แต่ก็ยังคงเป็น Dual-core และ DDR3L ทำให้หลายคนขัดใจ

  • MBA รุ่นเก่า : Single-Core 3335 คะแนน, Multi-Core 6119 คะแนน
  • MBA รุ่นใหม่ : Single-Core 4284 คะแนนและ Multi-Core 7828 คะแนน
  • MBP 13″ : Single-Core 4314 คะแนน, Multi-Core 9071 คะแนน
  • MBP 13″ (Touch Bar) : Single-Core 4504 คะแนน, Multi-Core 16464 คะแนน

แต่ถึงอย่างไรความเร็วก็ยังสูงกว่ารุ่นเก่าอยู่ดี (เว้นแต่คุณสั่งรุ่นเก่าที่เป็น Core i7) ดังนั้นเรื่องประสิทธิภาพจึงดีกว่าแบบไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้ยังมีหน้าจอ Retina ที่สบายตากว่าเดิม ถึงแม้ว่าความเที่ยงตรงสีจะไม่เท่า MBP

ใช้งานจริง

Macbook Air

จากประสบการณ์ผู้เขียนส่วนตัวค่อนข้างชอบคีย์บอร์ดของ Mac รุ่นเก่า เพราะพิมพ์ได้เร็วและเต็มไม้เต็มมือมากกว่า (แถมโอกาสเสียน้อยกว่า) รวมถึงยังคงประทับใจกับความปลอดภัยของปลั๊กแบบ MagSafe ที่ช่วยชีวิตเครื่องมาหลายครั้ง

ข้อเสียของ MacBook Air รุ่นใหม่ คงหนีไม่พ้นเรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อ ที่แม้จะผ่านไปสักพักใหญ่แต่อุปกรณ์ Thunderbolt 3 หรือ USB-C ก็ยังไม่ค่อยแพร่หลายนัก ดังนั้นจึงหนีไม่พ้นเรื่อง “Adapter” นอกจากนี้ยังตัดช่องเสียบการ์ด SDXC ออกไปอีก

ข้อดีของ MacBook Air รุ่นใหม่ นอกเหนือจากสเปก ดีไซน์และหน้าจอ ซึ่งสามอันนี้โดดเด่นที่สุด ก็ยังคงมีเรื่องของแทร็คแพด Force Touch (จะว่าไปก็ไม่ค่อยได้ใช้) และยังคงมี Touch ID นอกนี้ยังคงมีอะแดปเตอร์แปลงไฟ USB-C ขนาด 30 วัตต์ ที่เล็กแถมใช้ร่วมกับอุปกรณ์ iOS อื่นได้

สุดท้ายในเรื่องของ Butterfly Keyboard (Gen 3) บางคนอาจมองเป็นข้อดี แต่ส่วนตัวผู้เขียนค่อนข้างไม่ชอบเอามาก ๆ เพราะปุ่มมันเตี้ยเกินไปหน่อย ทำให้สามารถพิมพ์ไม่สนุกและเร็วเท่าที่ควร ส่วนแบตเตอรี่น่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกัน ถึงแม้ว่าตามสเปกจะบอกว่าดูหนังได้นานกว่า 1 ชั่วโมงก็ตาม

ราคาและโปรโมชั่น

Apple Store Online Thailand Offline Preorder Iphone Xs Xr 1

MBA รุ่นเก่าราคาอยู่ที่ 35,900 บาท (และคุณอาจหาได้ถูกกว่านี้ เพราะมีจัดโปรโมชั่นค่อนข้างบ่อย) น่าเสียดายที่รุ่นเก่าไม่ได้ขายราคาเดิม เลยทำให้เราตัดสินใจยากขึ้นไปอีกเพราะส่วนต่างนั้นอยู่ที่ 7,000 บาท เพียงพอที่จะทำให้เราตัดสินใจซื้อรุ่นเก่าแล้วอัปเกรด SSD หรือ CPU ได้อย่างพอดี

ส่วนตัวมองว่าการที่ Apple ขึ้นราคาทำให้ตัดสินใจยากขึ้นมาก เพราะเงิน 42,900 บาท หากเอาไปซื้อของคู่แข่งที่เป็น Windows และเน้นบางเบาใกล้เคียงกัน ก็ยังได้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงและข้อเสนอที่ดีกว่า (มาก) แต่เชื่อว่าอย่างไรเสียคุณคงชอบ Mac มากกว่า (ไม่งั้นคงไม่อ่านมาถึงตรงนี้)

สรุป

หากเป็นผู้เขียนจะกลั้นใจซื้อรุ่นใหม่ไปแบบไม่ต้องสงสัย (จะได้ไม่ค้างคา) แต่หากได้ MBA รุ่นเก่าในโปรโมชั่นที่แรงกว่า ก็อาจเปลี่ยนใจได้อยู่เหมือนกัน ยังไงหากใครสนใจก็ลองไปตัดสินใจชั่งน้ำหนักกันดูนะครับ หรือถ้าชอบเจ็บแต่จบจะข้ามไป MBP ในรุ่น Quad-Core ไปเลยก็ได้

ที่มา – Apple.com

from:https://www.iphonemod.net/macbook-air-2018-compare.html

เสียงจากนักวิจารณ์ที่ได้ลองใช้ MacBook Air 2018 และ Mac mini 2018

Macbook Air And Mac Mini The Reviews Are In By Apple

Apple เปิดขาย MacBook Air และ Mac mini 2018 วันที่ 7 พ.ย. 2018 นี้ในกลุ่มประเทศแรกแล้วและ Apple ก็ได้รวบรวมข้อมูลจากนักวิจารณ์ที่มีโอกาสได้ทดสอบตัวเครื่องมาให้ติดตามกัน

ข้อมูลทั้งหมดนี้อ้างอิงจาก Apple Newsroom

Macbook Air Mac Mini Reviews 11062018

นักวิจารณ์ทั่วโลกมาบอกเล่าความรู้สึกจากการใช้งาน MacBook Air และ Mac mini ใหม่ นี่คือความคิดเห็นของพวกเขาเกี่ยวกับจอภาพ Retina, Touch ID, แทร็คแพด Force Touch และดีไซน์ของ MacBook Air ที่พกพาสะดวกกว่าเดิม รวมถึงประสิทธิภาพอันทรงพลังและตัวจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชทั้งหมดของ Mac mini

MacBook Air

CNBC

“[MacBook Air ใหม่] มีแทบทุกอย่างที่ลูกค้ารักใน MacBook Air รุ่นก่อนหน้า แต่มาพร้อมจอภาพใหม่ที่สวยงามและประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น”

Gear Patrol

“ตอนนี้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแล็บท็อป macOS สำหรับใช้งาน ‘ทั่วไป’ เช่น ท่องเว็บ ร่างเอกสาร ตอบอีเมล ชมภาพยนตร์ หรือแม้แต่ใช้ชุดเครื่องมือสร้างสรรค์ของ Adobe เป็นครั้งคราว”

Refinery29

“นอกจากฮาร์ดแวร์แล้ว MacBook Air ยังทำงานกับ macOS Mojave ใหม่ได้อย่างลงตัว ความสามารถใหม่ๆ ที่ฉันได้ลองใช้ เช่น FaceTime แบบกลุ่มก็มีประสิทธิภาพขึ้น และดูคมชัดมากบนจอภาพ Retina เป็นอย่างที่คิดไว้เลย ดูดีมากจริงๆ เวลาใช้กับโหมดมืดของ Mojave โหมดนี้จะใช้ชุดสีโทนเข้มแทนชุดสีโทนสว่างแบบเดิม ซึ่งช่วยลดแสงสะท้อน และเสริมให้คอนเทนต์ดูเด่นชัดและสบายตายิ่งขึ้น ส่วนแบตเตอรี่ก็มาแบบจัดเต็ม รองรับการใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมง”

WIRED

“ผู้ใช้เรียกร้องว่าอยากให้มี MacBook Air รุ่นใหม่ที่ดีกว่าเดิมออกมา และ Apple ตอบรับเสียงนั้นแล้ว”

Daring Fireball

“คำจำกัดความของ Air ใหม่ คือ MacBook ที่คนทั่วไปควรซื้อ และเป็น MacBook แบบที่ผู้คนเรียกร้องให้ Apple ทำมาตั้งนานแล้ว”

Daily Express (สหราชอาณาจักร)

“Mac รุ่นยอดนิยมถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยดีไซน์ใหม่ที่เบาสุดๆ จอภาพ Retina ที่ปรับปรุงใหม่ และคุณสมบัติพิเศษอย่าง Touch ID และแทร็คเแพ็ด Force Touch ของ Apple แฟนๆ ของแล็บท็อปรุ่นนี้จะต้องถูกใจการอัพเดทครั้งใหม่ ที่ยกระดับพลังการทำงานและความสะดวกสบายในการพกพาไปอีกขั้น

beckermanblog (แคนาดา)

FASHION (แคนาดา)

“นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเครื่องของ Air ทำมาจากโลหะผสมอะลูมิเนียมแบบเฉพาะที่ออกแบบโดย Apple ซึ่งใช้อะลูมิเนียมแบบรีไซเคิลแล้วทั้งหมด นวัตกรรมอะไรก็ตามที่ช่วยลดขยะได้ถือเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น”

Mac mini

PCMag

“เดสก์ท็อปขนาดกะทัดรัดที่เป็นเอกลักษณ์ของ Apple อย่าง Mac mini มาพร้อมคอร์ประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และหน่วยความจำที่มากขึ้นกว่าครั้งไหนๆ บรรจุไว้ในกล่องแบบเรียบหรูพร้อมการเชื่อมต่อสุดล้ำ”

Six Colors

“Mac mini รุ่นใหม่ทำในสิ่งที่ใครๆ ก็อยากให้ทำได้ วันนี้ Mac mini เต็มไปด้วยความยืดหยุ่นและการตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มต่างๆ การอัพเดทครั้งนี้ช่วยขยายขอบเขตจากผู้ใช้ที่ต้องการเซิร์ฟเวอร์ขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงผู้ใช้แอพพลิเคชั่นขั้นสูงที่ต้องการพลังการประมวลมหาศาล ตัวจัดเก็บข้อมูลที่ทำงานรวดเร็ว ระบบเครือข่ายที่เร็วสุดขีด หรือยิ่งกว่านั้น (ผ่าน Thunderbolt 3)”

Tom’s Guide

“หากคุณอยากได้เดสก์ท็อป Mac ขนาดพกพา PC ไซส์เล็กเจ๋งๆ สักเครื่องสำหรับสตรีมมิ่ง หรือแม้แต่อุปกรณ์สักชิ้นที่จะพาคุณข้ามฝั่งไปสัมผัสกับโลกคอมพิวเตอร์ของ Apple ในราคาย่อมเยา Mac mini ปี 2018 คือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุดแล้ว พลังการประมวลผลก็ดีเลิศ ดีไซน์ก็ยอดเยี่ยม แถมยังคุ้มค่าคุ้มราคา”

ZDNet

“หากดูจากจำนวนของพอร์ต ประเภทของอุปกรณ์เสริมที่นำมาใช้กับพอร์ตเหล่านั้นได้ และตัวเลือกการปรับแต่งมากมายที่มีมาให้ Mac mini ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่ทำมาเพื่อผู้ใช้งานเพียงกลุ่มเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ทุกกลุ่มสำหรับการใช้งานทุกประเภท ไม่ว่าจะใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์ในบ้าน หรือติดตั้ง Mini หลายๆ เครื่องเป็นเซิร์ฟเวอร์ชุดใหญ่สำหรับการเข้ารหัสวิดีโอและคอมไพล์โค้ด”

MobileSyrup (Canada)

“ไม่ว่าคุณจะพิจารณา Mac mini ใหม่ในแง่มุมใดหรือเลือกปรับแต่งอย่างไร คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเล็กจิ๋วรุ่นล่าสุดนี้ก็มีพลังมากกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างล้นหลามอยู่ดี”

ที่มา – Apple Newsroom

from:https://www.iphonemod.net/macbook-air-and-mac-mini-the-reviews-are-in-by-apple.html

Dell เปิดราคาหน้าจอตระกูล UltraSharp พร้อมรองรับ USB-C ในประเทศไทย

Dell U3219 Cover

สัปดาห์ก่อน Apple ได้ทำการเปิดตัว Mac mini (2018) ที่มาพร้อมกับความเร็วไม่มินิอีกต่อไป ทำให้หลายคนเริ่มสนใจอยากได้เอามาครอบครอง แต่ทั้งนี้อาจติดปัญหาเรื่องยังหาหน้าจอดี ๆ ที่เหมาะสมไม่ได้ วันนี้ประจวบเหมาะพอดี Dell Thailand จึงได้เปิดราคาหน้าจอตระกูล UltraSharp มาให้ทุกท่านได้เลือกซื้อกัน

02 Dell U3219q

Dell เปิดราคาหน้าจอตระกูล UltraSharp

Dell UltraSharp คือหน้าจอที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้น เหมาะสำหรับวิศกร นักออกแบบ และโปรแกรมเมอร์ สำหรับรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับขนาดและความละเอียดที่ใหญ่ขึ้น (ดีไซน์ไม่เชยด้วย) เริ่มจากรุ่น Dell UltraSharp 32 4K USB-C และ 34 Curved USB-C ซึ่งมาพร้อมการแสดงผลแบบ Picture-by-Picture ช่วยแสดงเนื้อหาจากคอมพิวเตอร์ที่ต่างกันถึง 2 เครื่อง อีกทั้งยังสามารถสลับเมาส์ (KVM) และคีย์บอร์ดไปมาได้

นอกจากนี้ยังมีการอำนวยความสะดวกด้วย USB-C เพียงเส้นเดียวที่ชาร์จไฟจากแลปท็อปที่เชื่อมต่ออยู่ พร้อมกับส่งผ่านข้อมูล และสัญญาณวิดีโอได้ในขณะเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยการใช้สายเคเบิลเดียวเพื่อช่วยลดความแออัดของสายเคเบิล ส่วนจุดเด่นของ UltraSharp ทุกรุ่นทั้งหมดมีดังนี้

  • ขาตั้งที่ปรับให้สูงขึ้น ปรับเอียง หมุนรอบด้าน และหมุนได้รอบแกน
  • จอแบบ Flicker-free ที่ไม่มีแสงกระพริบ รวมถึง ComfortView ที่ช่วยลดการปล่อยแสงสีน้ำเงิน
  • Easy Arrange ในซอฟต์แวร์ช่วยจัดการแอปพลิเคชันในการทำงานหลายงานพร้อมกัน
  • โปรแกรม Premium Panel Exchange7 (สำหรับตรวจจุดสว่างพิกเซล)
  • บริการ Advanced Exchange Service ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี

Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q)

ความละเอียด Ultra HD 4K พร้อมได้รับการรับรอง DisplayHDR™ 400 จาก VESA ให้ระดับความสว่างถึง 400 nits (ความสว่างปกติ) พร้อมหน้าจอที่สว่างเจิดจ้าแบบ InfinityEdge ที่ไร้ขอบเขตอย่างแท้จริง เพื่อประสบการณ์ในการชมภาพได้ชิดขอบจอในแบบ edge-to-edge

Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W)

หน้าจอ USB-C ขอบโค้งขนาด 34 นิ้ว ในรูปแบบ ultra-wide (WQHD (3440 x 1440) เทคโนโลยี IPS ด้วยสัดส่วน 21:9 และมีลำโพงแบบดูอัล 9W ที่บิวด์อินมาในตัว เพื่อประสบการณ์สมบูรณ์แบบทั้งภาพและเสียง

Dell UltraSharp USB-C monitors 24 (U2419HC) และ 27 (U2719DC)

หน้าจอขนาดเล็กและขอบบาง เพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอย พร้อมหน้าจอที่สว่างเจิดจ้าแบบ InfinityEdge แบบไร้ขอบของแท้ ชิดขอบจอในแบบ edge-to-edge เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้หลายจอต่อกันได้อย่างแนบเนียน ทั้งในขนาด 24 นิ้ว (FHD) และ 27 นิ้ว (QHD) มีให้เลือกทั้งรุ่นปกติและรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อ USB-C

Mac Mini Gallery 5

ราคาเปิดตัวในประเทศไทย

  • Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) ราคา 37,000 บาท
  • Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) ราคา 34,900 บาท
  • Dell UltraSharp 24 Monitor (U2419H) ราคา 9,900 บาท
  • Dell UltraSharp 24 USB-C Monitor (U2419HC) ราคา 11,900 บาท
  • Dell UltraSharp 27 Monitor (U2719D) ราคา 18,700 บาท
  • Dell UltraSharp 27 USB-C Monitor (U2719DC) ราคา 19,900 บาท

from:https://www.iphonemod.net/dell-ultrasharp-thailand.html