คลังเก็บป้ายกำกับ: mac

7 เหตุผลที่ควรซื้อ iMac Pro ทำไมของมันต้องมี!

7 Reasons To Buy Imac Pro Cover

นับจากวันที่ iMac Pro เปิดขายในไทยก็ร่วม 7 เดือน ด้วยราคาเริ่มต้น 172,900 บาท และดูเหมือนจะยังไม่มีข่าวการเปิดตัวของรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่งทิศทางที่จะปรับราคาลงเลย แต่แล้วใครกันล่ะ … ที่จะเหมาะกับคอมพิวเตอร์ราคาแพงเช่นนี้

7 เหตุผลที่ควรซื้อ iMac Pro
7 เหตุผลที่ควรซื้อ iMac Pro

1. Xeon ไม่ใช่ Core i

คอมพิวเตอร์ที่เราคุ้นเคยกันส่วนมากจะเป็น Intel Core i โดยจะเป็นรุ่น i3, i5, i7 อะไรก็ว่ากันไป (ตามความแรง) แต่สำหรับ iMac Pro มาพร้อมกับ Intel Core Xeon ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลในกลุ่ม Server และ Work Station โดยเฉพาะ (ในกรณีนี้เราเอามาใช้อย่างหลัง) เหมาะกับการประมวลผลหนักเป็นเวลานาน

  • Core i เปรียบดั่งรถยนต์ส่วนบุคคล
  • Xeon เปรียบดั่งรถบรรทุก

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ Cache ที่มากกว่า i7 โดยทั่วไปประมาณสองเท่า (สูงสุด 42 MB) นอกจากนี้ยังมีจำนวน Core ที่มากกว่า เริ่มต้นตั้งแต่ 8-16-Core กันเลยทีเดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่ามันเหมาะกับงานเฉพาะทางอย่าง Render หรือระบบจำลองที่ต้องใช้ทรัพยากรเครื่องสูง

2. RAM ECC

โดยปกติแล้วคอมพิวเตอร์ตามบ้าน 99% จะไม่ใช่ RAM ECC โดยคำนี้ย่อมาจาก Error Correction Code คือแรมที่สามารถตรวจสอบความผิดพลาดของการเก็บข้อมูล และแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดนั้นได้ด้วย (อันที่จริงมีข้อปลีกย่อยไปอีกแต่ขอข้ามไป) ช่วยให้การทำงานลื่นไหลและมีความผิดพลาดจากระบบน้อยกว่า และเมื่อปัญหาน้อยกว่าคุณก็สามารถทำงานได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังใส่ RAM ได้สูงสุด 128 GB

Final Cut Pro X Imac Hdr Ar 20171214

3. Radeon Pro Vega

การฟิกประสิทธิภาพสูงที่สุดบน Mac และเป็นรุ่นแรกที่ใช้สถาปัตยกรรม Vega มาพร้อมกับหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงขนาดสูงสุดถึง 16 GB นอกจากนี้ยังรองรับทั้งการประมวลผลแบบ Single Precision และ Half Precision เหมาะกับการใช้งานกราฟิกทุกประเภท นอกจากนี้ยังช่วยงานเรนเดอร์ 3D แบบเรียลไทม์ รวมถึง VR อีกด้วย

4. SSD สุดแรง

ทราบกันดีว่าการเก็บข้อมูลบน HDD เป็นคอขวดทำให้ความพิวเตอร์ช้า และถึงแม้ปรับเป็น SSD SATA หรือแม้แต่ SSD M.2 แต่รุ่นที่ใส่มาใน iMac Pro เหนือกว่าท้องตลาดทั่วไป เพราะมีความเร็วสูงถึง

  • อัตราการเขียนข้อมูล 3.3GB/s
  • อัตราการอ่านข้อมูล 2.8GB/s

แถมยังทำงานร่วมกับชิป T2 เข้ารหัสข้อมูลใน SSD ในรูปแบบฮาร์ดแวร์ AES แบบเฉพาะ ซึ่งต่อให้เครื่องคุณถูกขโมยหรือแกะเอาหน่วยความจำออกไป ข้อมูลภายในก็จะไม่หลุดออกมาอย่างแน่นอน

Imacpro Thunderbolt Display Threeup 20171214

5. พอร์ตเชื่อมต่อขั้นเทพ

ลืมไปเลยกับ LAN 10/100/1000 Mbps เพราะในรุ่น iMac Pro ให้มาถึง 10Gb Ethernet รองรับการเชื่อมต่อที่ความเร็ว 1Gb, 2.5Gb และ 5Gb ตามมาตรฐาน Nbase-T นอกจากนี้ยังมีพอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ต ใช้งานได้หลากหลายหรือจะต่อหน้าจอ 5K เพิ่มอีกสองจอก็ยังได้

6. หน้าจอระดับโปร

ได้หน้าจอขนาดใหญ่ 27″ ความละเอียด 5K ความสว่างสูงสุด 500 นิต (สว่างขึ้น 43%) รองรับระบบสีแบบ P3 หากต้องการสเปคหน้าจอประมาณนี้ แบรนด์อื่นอย่าง Dell หรือ LG จะต้องใช้เงินครึ่งแสนเป็นอย่างน้อย

Imac Pro Witb 201712 Geo Th

7. สวยงาม เหมาะประดับโต๊ะ

คอมพิวเตอร์ทั่วไปอาจเป็นแค่คอมพิวเตอร์ แต่สำหรับ iMac Pro เป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้านได้ชิ้นหนึ่ง ที่แขกไปใครมาก็จำเป็นต้องมองเพราะว่ามัน “สีดำ” แปลกไม่เหมือน iMac ทั่วไปและมันก็ดูสวยงามมีระดับดี แถมไม่ต้องมีสายไฟให้ยุ่งเหยิง ลำโพงในตัวก็คุณภาพดีพอที่จะไม่ต้องซื้อแยก

สรุป

iMac Pro ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ราคาแพง แต่หากคุณสามารถหาเงินจากมันได้ก็จะเป็นคอมพิวเตอร์สมราคา แถมยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานสามารถอัปเดต macOS ได้หลายปี (ล่าสุด Apple พึ่งจะแพรุ่นปี 2011) และเป็นหนึ่งอุปกรณ์ที่เราใช้งานกันแทบทุกวัน ซึ่งเมื่อหารราคาต่อวันแล้วอาจไม่แพงอย่างที่คิดก็ได้ครับ

from:https://www.iphonemod.net/7-reasons-to-buy-imac-pro.html

Advertisements

เคลียพื้นที่ MacBook, iMac และ Mac รุ่นอื่นๆ ง่ายๆ ใน 2 นาที

Clear Mac Storage Cover

หากเครื่อง MacBook, iMac, Mac Pro หรือ Mac mini ของคุณพื้นที่ฮาร์ดดิสเริ่มเต็มวันนี้เรามีเทคนิควิธีการเคลียพื้นที่มาให้ชมกันครับ ทำตามปุ๊บรับรองได้พื้นที่มาใช้ตูมแถมลบไฟล์ทตัวการที่กินเนื้อที่เครื่องออกได้ด้วย ทำอย่างไรไปชมกันครับ

เคลียพื้นที่ MacBook, iMac และ Mac รุ่นอื่นๆ ง่ายๆ ใน 2 นาที

เราจะใช้ฟีเจอร์ที่ชื่อว่า Storage Management ที่มาพร้อมกับ macOS อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปเพิ่มเติม เข้าไปที่

  • โลโก้ Apple มุมบนซ้าย
  • เลือก About This Mac
  • เลือก Storage
  • เลือก Manage

Storage Management Macos

หน้าต่างการจัดการพื้นที่จะแสดงขึ้นมา

  • แถบซ้ายจะบอกว่าหมวดไหนมีขนาดไฟล์รวมกันเท่าไหร่ มีมากแค่ไหน อย่าง Documents ก็จะเป็นไฟล์ชนิดเอกสารและจำพวกไฟล์ที่เราดาวน์โหลดทั้งภาพ วิดีโอ ไฟล์ zip ต่างๆ รวมกันในนี้
  • Applications ก็จะบอกว่าแอปไหนติดตั้งในเครื่องและนั้นๆ ใช้เนื้อที่ฮาร์ดดิสเท่าไหร่ หากแอปไหนใหญ่และไม่ค่อยได้ใช้งานก็ลบทิ้งได้เลย
  • iOS Files กลุ่มนี้ก็จะเยอะหน่อยถ้าหากมีการซิงก์ข้อมูลกับ iPhone iPad เรียกง่ายๆ คือไฟล์สำรองจากเครื่อง iOS นั่นเองครับ หากมีจำนวนเยอะเกินไปหรือว่าอันไหนไม่ได้ใช้แล้วก็ลบทิ้งได้เลย
  • iTunes ก็จะเป็นส่วนที่ดูว่ามีการโหลดเพลงมาลงเยอะไหม ดาวน์โหลดหนังจาก iTunes Store ลงมาเก็บในเครื่องหรือเปล่า ฯลฯ ส่วนนี้ก็ลบออกได้ครับเราสามารถดาวน์โหลดมาใช้ภายหลังช่วงที่ต้องการรับชมรับฟังได้

Storage Management Macos 02

ตัวอย่างการลบไฟล์

  • เลือกไฟล์ที่ต้องการลบ
  • กด Delete ด้านล่าง
  • กด Delete สีน้ำเงินอีกทีเพื่อยืนยัน
  • เรียบร้อย ง่ายๆ เพียงนับ 1 2 3 ยังงั้นเลย

Storage Management Macos 03

ทำแบบนี้เรื่อยๆ กับไฟล์ที่ไม่จำเป็น เพียงเท่านี้ก็จะได้พื้นที่สำหรับ Mac กลับมาใช้งานอีกเพียบ

หมายเหตุ: หาก Mac ท่านใดไม่มีฟีเจอร์ Storage Management แนะนำว่าให้อัปเดต macOS ของคุณให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน

 

from:https://www.iphonemod.net/clear-storage-mac.html

Apple – MacBook Pro 2018 โดนแกะเรียบร้อย…ยากกว่าเดิม มาพร้อมการวางตำแหน่งฮาร์ดแวร์ที่ดีมากขึ้น

หลังจากที่เปิดตัว MacBook Pro 2018 ไปได้ไม่นาน(แบบเงียบๆ) นั้น ล่าสุดทาง iFixit ก็ได้ทำการจัดการนำเอา MacBook Pro 2018 มาแกะเครื่องเพื่อดูว่าความสามารถในการแกะเพื่อบำรุงรักษา(รวมไปถึงการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ต่างๆ) นั้นจะยากมากน้อยแค่ไหนเป็นที่เรียบร้อยครับ ซึ่งผลจากการแกะเครื่องนั้นทาง iFixit ได้ให้คะแนนในการแกะตัวเครื่องอยู่ที่ 1 คะแนนจากเต็ม 10 เท่านั้นซึ่งนั่นหมายความว่า MacBook Pro 2018 นั้นแกะได้ยากสุดๆ แต่ทว่าก็มาพร้อมกับการแก้ไขการจัดวางฮาร์ดแวร์ภายในต่างๆ ที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมครับ

จุดเริ่มต้นที่ทาง iFixit เริ่มในการแกะ MacBook Pro 2018 นั้นก็คือการนำเอาปุ้มแป้นพิมพ์ออกก่อนซึ่งพบว่ายากพอสมควรเพราะค่อนข้างที่จะแน่นเอามากๆ โดยเมื่อนำแป้นปุ่มคีย์บอร์ดออกมาได้นั้นก็พบว่าที่ฐานของแป้นจะมียางหุ้มอยู่ซึ่งตรงจุดนี้นั้นทาง iFixit ได้ให้ความเห็นเอาไว้ว่าเจ้ายางดังกล่าวนี้นั้นน่าจะมีหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ละอองน้ำและฝุ่นเข้าไปอยู่ที่ฐานของตัวแป้นจนทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ(ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดีให้กับผู้ใช้งานล่ะครับ)

ต่อมานั้นเมื่อแกะเอาตัวกรอบของเครื่องออกไปทั้งหมดนั้นจะพบได้ว่าการจัดวางของฮาร์ดแวร์ต่างๆ บน MacBook Pro 2018 แตกต่างไปจากเดิมพอควรครับ โดยในส่วนของแบตเตอรี่นั้นพบว่ามีความจุเพิ่มมากขึ้นคืออยู่ที่ 58.0 Wh แบบ 6-cells ซึ่งมีน้ำหนักนรวมอยู่ที่ 232.7 g จากเดิมที่จะใช้แบตเตอรี่แบบ 5-cells ซึ่งมีน้ำหนักอยู่ที่ 196.7 g เท่านั้นครับ สำหรับฮาร์ดแวร์ในส่วนอื่นๆ รวมไปถึงตัวกรอบเครื่องนั้นพบว่ายังคงมีน้ำหนักไม่แตกต่างไปจากเครื่องรุ่นเก่าครับ

มาดูการวางตัวของฮาร์ดแวร์ภายในกันครับ ส่วนหนึ่งที่เห็นได้ว่าเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนและน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นก็คือในส่วนของลำโพงที่จะมีขนาดแคบ(ความกว้าง) ลงกว่าเดิมแต่ในส่วนของความยาวนั้นจะยาวมากขึ้นซึ่ง ณ จุดนี้นั้นทาง iFixit ได้ให้ความเห็นว่าทาง Apple คงต้องการที่จำทำให้ลำโพงนั้นไม่มากระทบกับแผงวงจรฮาร์ดแวร์ของตัวเครื่องจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาครับ

สำหรับชิป T2 ที่ถูกเพิ่มขึ้นมาเพื่อใช้ในฟีเจอร์ Hey Siri เหมือนกับที่อยู่บน iMac Pro นั้นก็จะถูฝังอยู่บนวงจรเดียวกันกับคอนโทรลเลอร์อื่นๆ อย่าง audio connector, image signal processor และ SSD controller ครับ ส่วนฮีทซิงค์สำหรับการระบายความร้อนของ MacBook Pro 2018 นั้นจะยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด

สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนักก็คือในส่วนของพอร์ต USB-C ที่ใน MacBook Pro 2018 นั้นดันใช้เป็นพลาสติกแทนที่จะเป็นโลหะเช่นเดิมครับ ทั้งนี้ในส่วนของ keyboard, battery และ speakers นั้นจะอยู่บนแผงเดียวกันและในส่วนของ RAM, SSD และ processor ก็จะอยู่บนแผงเดียวกัน ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาครับว่าถ้าเกิดส่วนใดส่วนหนึ่งชำรุดขึ้นมาแล้วนั้นเวลาจะซ่อมจะต้องซ่อมกันแบบยกแผงเลยหรือไม่ซึ่งหากว่าเป็นเช่นนั้นจริงค่าใช้จ่ายในการซ่อมก็คงจะไม่ใช่เล่นๆ แล้วล่ะครับ

โดยรวมแล้วนั้น MacBook Pro 2018 ถือว่าออกแบบการจัดวางฮาร์ดแวร์ภายในออกมาได้ค่อนข้างที่จะดี แต่ถ้าถามถึงเรื่องการซ่อมแซมแล้วนั้นงานนี้คงบอกได้อย่างเดียวครับว่าถ้าไม่กล้าพอจริงๆ ก็เอาเครื่องเข้าศูนย์ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/macbook-pro-2018-teardown-reveals-bigger-battery-top-case-alteration-redesigned-power-adapter-and-more/447740/

MacBook Pro 2018 แรงแค่ไหนเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ?

Macbook Pro Performance July 2018 Cover

เปิดตัวกันไปแล้วสำหรับ MacBook Pro รุ่นกลางปี 2018 ทั้งในส่วนของ 13″ และ 15″ มีการอัปเกรดสเปคใหม่ ยกเว้นรุ่น Non-Touchbar รวมถึงยังเป็นการเลิกขายรุ่นปี 2015 อีกด้วย แต่สำหรับประสิทธิภาพของ Intel Core i Gen 8 จะเป็นอย่างไรลองมาดูผลทดสอบตาม Geekbench 4 กันครับ

Macbook Pro 15 Mid 2018 Singlecore

Macbook Pro 15 Mid 2018 Multicore

MacBook Pro 15″ 2018 แรงแค่ไหนเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ?

ในส่วนของรุ่น MacBook Pro 15″ การทำงานของ Single-core มีความเร็วเพิ่มขึ้นราว 12-15% ส่วนของการทำงาน Multi-core ที่เป็นหัวใจหลักมีความเร็วเพิ่มขึ้นราว 39-46% เนื่องจากสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์แบบเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงระหว่างโมเดล 2017 และ 2018 อย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มประสิทธิภาพจึงเกิดจากความถี่ Turbo Boost ที่เพิ่มขึ้นแกนและหน่วยความจำ DDR4 ที่สูงขึ้น

Macbook Pro 15 Mid 2018 Compute

แต่หากเทียบในส่วนของกราฟฟิก OpenCL ประสิทธิภาพของ GPU ยังเพิ่มขึ้นราว 28-32% จากการเพิ่มความถี่ที่สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น AMD Radeon Pro 560 มีความถี่สูงสุดที่ 0.9 GHz ขณะที่ AMD Radeon Pro 560X มีความถี่สูงสุด 1.0 GHz

Macbook Pro 13 Mid 2018 Singlecore

Macbook Pro 13 Mid 2018 Multicore

MacBook Pro 13″ 2018 แรงแค่ไหนเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ?

สำหรับรุ่น MacBook Pro 13″ ประสิทธิภาพของ Single-core เพิ่มขึ้นราว 3-11% แต่นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Multi-core ที่เพิ่มขึ้นราว 81-84% เนื่องจากมีแกนการทำงานของหน่วยประมวลผลเพิ่มขึ้นรวมถึงมีความถี่ Turbo Boost สูงขึ้น แต่โปรดทราบว่ารุ่น 13″ ยังคงใช้หน่วยความจำ DDR3

สิ่งที่น่าสนใจคือรุ่น 13″ ในปี 2018 มีความแรงเทียบกับรุ่น 15″ ในปี 2017 ได้อย่างใกล้เคียง ทั้งในส่วนของ Single-core และ Multi-core ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

ที่มา – geekbench.com

from:https://www.iphonemod.net/macbook-pro-performance-july-2018.html

Apple – มาแล้ว MacBook Pro รุ่นใหม่ ปรับสเปกสุดได้ i9 + RAM 32GB + SSD 4TB ในราคา 222,350 บาท

เปิดตัวออกมาแบบเงียบๆ แต่เต็มไปด้วยความรุนแรงกับ MacBook Pro รุ่นอัปเดทประจำกลางปี 2018 ที่เรียกได้ว่าคราวนี้นั้นผู้ที่อยากได้ความแรงจะได้สัมผัสกับสเปคที่คุณไม่ต้องอัพเกรดไปอีกนาน(แต่ราคาก็แรงตาม) โดยในครั้งนี้นั้นทาง Apple ได้ทำการอัพเกรดสเปคใหม่เกือบจะทั้งหมดทั้งในรุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้วและ 15 นิ้วกันเลยทีเดียวครับ

จุดเด่นที่สุดของ MacBook Pro รุ่นอัพเดทประจำกลางปี 2018 ทั้งรุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้วและ 15 นิ้วนั้นคงหนีไม่พ้นการมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 8 ของทาง Intel ที่ในโมเดลขนาดหน้าจอ 13 นิ้วนั้นจะมีตัวเลือกระหว่าง Core i5 และ Core i7 ซึ่งมาพร้อมกับแกนการประมวลผล 4 แกน ส่วนโมเดลขนาดหน้าจอ 15 นิ้วนั้นจะมาพร้อมกับตัวเลือกระหว่าง Core i7 และ Core i9 ซึ่งมาพร้อมกับแกนการประมวลผลทั้งหมด 6 แกนโดยในรุ่นท๊อปสุดจะมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานของหน่วยประมวลผลอยู่ที่ 2.9 GHz และ Turbo ที่ 4.8 GHz ครับ

ทั้ง 2 โมเดลหน้าจอนั้นได้มีการอัพเกรดการใช้หน่วยความจำรุ่นใหม่แล้วจากเดิมที่ใช้หน่วยความจำแบบ LPDDR3 เป็น DDR4 ซึ่งทำให้ขนาดของหน่วยความจำสูงสุดที่สามารถเลือกได้นั้นจะอยู่ที่ 32 GB สำหรับแหล่งเก็บข้อมูลนั้นโมเดลขนาดหน้าจอ 13 นิ้วจะมีตัวเลือกความจุสูงสุดที่ 2 TB แบบ SDD ส่วนโมเดลขนาดหน้าจอ 15 นิ้วจะมีตัวเลือกความจุสูงสุดที่ 4 TB แบบ super-fast PCIe SSD เรียกว่าเก็บข้อมูลกันให้เร็วและมากแบบสบายใจชิวๆ ได้หลายปีเลยครับ

หมายเหตุ – เฉพาะตัวเลือกหน่วยความจำแบบ super-fast PCIe SSD ความจุ 4 TB นั้นคุณก็ต้องจ่ายเพิ่มไปเป็นเงินที่สูงมากคือที่ $3200 หรือประมาณ 106,770 บาท ส่วนหน่วยความจำนั้นหากเลือกเพิ่มจากขนาด 16 GB เป็น 32 GB คุณจะต้องจ่ายเพิ่มอีก $400 หรือประมาณ 13,350 บาทครับ

หมายเหตุ 2 – สำหรับกราฟิกชิปนั้นในรุ่นโมเดลขนาดหน้าจอ 15 นิ้วจะมีตัวเลือกกราฟิกชิปแยกกับ

ไม่เพียงแค่ในส่วนของสเปคเท่านั้นนะครับเพราะทาง Apple ได้ใส่ฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเข้ามากับ butterfly keyboard รุ่นที่ 3 ที่ทำให้การใช้งานคีย์บอร์ดของ MacBook Pro เจ๋งมากขึ้นกว่าเดิมภายใต้เสียงรบกวนที่น้อยที่สุด(ซึ่งทาง Apple บอกว่าแทบจะไม่มีเสียงกดมารบกวนการทำงานเลย) และฟีเจอร์ True Tone ที่ได้มาจากระบบปฎิบัติการ iOS ซึ่งใช้ชิปเพิ่มเติมอย่าง Apple T2 ซึ่งทำให้ผู้ใช้ MacBook Pro รุ่นใหม่สามารถที่จะสั่งการ Siri ผ่านทางเสียงได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นรวมทั้งยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยของระบบให้สูงมากขึ้นกว่าเดิมครับ

ทั้งนี้ MacBook Pro รุ่นใหม่เริ่มวางจำหน่ายแล้วในสหรัฐอเมริกาและโซนยุโรป(ส่วนเมืองไทยนั้นอาจจะต้องรอกันอีกนิดครับ) โดยโมเดลขนาดจอ 13 นิ้วนั้นจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $1799 หรือในไทยอยู่ 65,900 บาทส่วนโมเดลขนาดหน้าจอ 15 นิ้วนั้นจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $2399 หรือประมาณ 85,900 บาท โดยราคาสูงสุดนั้นจะอยู่ที่ $6,669 หรือประมาณ 222,350 บาทครับ (ถ้าราคาในไทยอาจจะไปแตะใกล้ๆ 300,000 บาท)

สนใจดูรายละเอียดได้ที่ Apple Thai <<< ซึ่งจะมีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

หมายเหตุ – สำหรับการอัพเกรดนี้นั้นจะกำจัดอยู่ใน MacBook Pro รุ่นที่มาพร้อมกับ Touch Bar เท่านั้น ส่วนรุ่นที่ไม่มี Touch Bar นั้นจะยังคงสเปคแบบเดิมเอาไว้ครับ

ที่มา : 9to5mac 1, 2

from:https://notebookspec.com/the-most-expensive-macbook-pro-will-now-cost-you-a-cool-6699-or-6898/447312/

Apple เตรียมเปิดตัว iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว, Apple Watch จอกว้าง 1.57″ และ 1.78″, อัพเดท Mac mini และ AirPower ในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก TF International Securities ออกมาพูดถึงผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Apple อีกครั้ง โดยเชื่อว่าในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ Apple จะเปิดตัวฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่หลายอย่าง หลังจากที่เก็บไว้ไม่เปิดเผยที่งานประชุม WWDC 2018 ครั้งล่าสุด

Ming-Chi Kuo คาดว่าผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เหล่านี้จะพร้อมจัดส่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ (เดือนกันยายน – พฤศจิกายน 2018)

  • iPhone รุุ่น 6.1 นิ้ว ใช้จอแสดงผล LCD, iPhone รุุ่น 5.8 นิ้ว ใช้จอแสดงผล OLED และ iPhone รุุ่น 6.5 นิ้ว ใช้จอแสดงผล OLED
  • iPad Pro รุ่นใหม่ มีขนาดจอแสดงผล 11 นิ้ว มาพร้อม Face ID ไร้ปุ่มโฮม และมีการอัพเกรด iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว
  • MacBook, MacBook Pro, iMac จะได้รับการอัพเกรดประสิทธิภาพ และจะเปิดตัว Mac mini รุ่นใหม่
  • Apple จะเปิดตัวแล็ปท็อปราคาประหยัด แต่เชื่อว่าจะไม่ใช้ชื่อ MacBook Air
  • Apple Watch รุ่นใหม่จะมีจอแสดงผลใหญ่ขึ้น อยู่ที่ 1.57 นิ้ว และ 1.78 นิ้ว พร้อมปรับปรุงเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • AirPower และ AirPods จะถูกผลิตออกมาในจำนวนมาก นั่นหมายถึง AirPower อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายของ Apple จะพร้อมวางจำหน่ายในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

ที่มา – 9to5mac

from:http://www.flashfly.net/wp/223189

Apple อาจเปิดตัว iPad Pro 11″ ใหม่, Apple Watch จอใหญ่, MacBook ราคาย่อมเยา, AirPods ใหม่และอื่นๆ

Kuo Expect Apple Late 2018 Product

นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่า Apple อาจเปิดตัว iPhone, iPad Pro, Apple Watch, Mac Mini, MacBook Pro, AirPods รุ่นใหม่ ในช่วงท้ายปี 2018 นี้

สินค้าใหม่ที่ Apple อาจเปิดตัวท้ายปี 2018

Ming-Chi Kuo ได้สรุปและวิเคราะห์สินค้าใหม่ที่ Apple อาจเปิดตัวช่วงท้ายปี 2018 ไว้ดังนี้

iPhone

สำหรับ iPhone นั้นคาดว่าจะเปิดตัวช่วงเดือน ก.ย. 2018 ประกอบไปด้วย iPhone จอ OLED 5.8″, iPhone จอ OLED 6.5″ และ iPhone จอ LCD 6.1″ ซึ่งทุกรุ่นจะใช้ชิพ A12, Face ID โดยจอ OLED จะมาพร้อมกล้องหลัง 2 ตัวส่วน LCD ใช้กล้องหลังตัวเดียวและไม่มี 3D Touch

Iphone 2018 Design

iPad Pro 11″

Apple อาจเปิดตัว iPad Pro รุ่นใหม่จอ 11″ ซึ่งใช้การออกแบบเหมือน iPhone X คือ ใช้จอเต็มขอบไร้ปุ่ม Home, ใช้ Face ID แทน Touch ID และ Apple อาจเปิดตัว iPad Pro จอ 12.9″ คู่กันด้วย

Ipad Pro 2018 Renders Image By Everythingapplepro 3

Apple Watch

Apple Watch Series 4 รุ่นใหม่อาจมาพร้อมหน้าจอใหญ่ขึ้น คาดว่าจะมีขนาด 39.9 มม. และ 45.2 มม. โดยในรุ่นใหม่นี้อาจมีการปรับปรุงระบบการเก็บข้อมูลสุขภาพเช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ให้แม่นยำกว่าเดิม

Apple Watch

MacBook

Kuo คาดว่า Apple จะเปิดขาย MacBook รุ่นราคาย่อมเยา แต่ก็ยังไมมีข้อมูลว่าจะเป็น MacBook Air ใหม่ หรือ MacBook จอ 12″ และ Apple เองก็อาจเปิดขาย MacBook และ MacBook Pro รุ่นอัปเกรดสเปคใหม่ในช่วงเดียวกันด้วย

Macbook Pro 2016 13 15inch

Mac

Apple ไม่ได้อัปเดตสินค้ากลุ่ม Mac อย่าง Mac mini มานานแล้ว โดย Kuo เชื่อว่า Apple อาจมีการปรับปรุง Mac mini ใหม่ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะเป็นการอัปเกรดสเปคหรือเปลี่ยนโฉมใหม่ สำหรับ iMac นั้นคาดว่าจะเป็นการปรับปรุงสเปคทั่วไปและอาจมีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีกว่าเดิมด้วย

Mac Mini 2011

AirPods, AirPower

ในช่ยงท้ายปี 2018 นี้ Apple น่าจะเปิดขายหูฟัง AirPods รุ่นใหม่ที่มาพร้อมคุณสมบัติกล่องชาร์จรองรับชาร์จไร้สาย และเปิดขายแผ่นชาร์จไร้สาย AirPower พร้อมกันด้วย เพราะสินค้าทั้ง 2 ตัวนี้ Apple พูดถึงตั้งแต่ปลายปี 2017 แล้วและบอกว่าจะเปิดขายในปี 2018

Airpower

รอติตดามกันปลายปี 2018 นี้

ทั้งหมดนี้เป็นการวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์เท่านั้น ส่วนกำหนดการเปิดตัวนั้นคาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือน ก.ย. 2018 – ต.ค. 2018 ซึ่งต้องติตดามกันต่อว่าสินค้าเหล่านี้จะเผยโฉมให้เราเห็นกันหรือไม่ หรือจะมีสินค้าอื่นๆ อย่าง HomePod ใหม่, หูฟังรุ่นใหม่เปิดตัวด้วย ต้องติตตามกันต่อไป

ที่มา – iclarified

from:https://www.iphonemod.net/kuo-expect-apple-late-2018-product.html