คลังเก็บป้ายกำกับ: Macbook

สิ่งใหม่ที่คาดว่า Apple จะเปิดตัวช่วงวันงาน Apple Special Event 2018 นี้

Apple Special Event 2018 Expectation

Apple ปักหมุดจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ Apple Special Event 2018 ในวันที่ 12 ก.ย. 2018 นี้ มาชมสรุปข้อมูลสิ่งใหม่ที่คาดว่า Apple จะเปิดตัวช่วงวันงานว่ามีอะไรบ้าง

สิ่งใหม่ที่คาดว่า Apple จะเปิดตัวช่วงวันงาน Apple Special Event 2018 นี้

ในปี 2018 นี้ Apple ได้จัดงานเปิดตัวสิ่งใหม่ไป 2 ครั้ง คือ เดือน มี.ค. 2018 เปิดตัว iPad Gen 6, WWDC 2018 เดือน มิ.ย. 2018 เปิดตัว iOS 12, watchOS 5 และอื่นๆ, เปิดขาย MacBook Pro 2018 ช่วงเดือน ก.ค. 2018 และใน Apple Special Event 2018 วันที่ 12 ก.ย. 2018 นี้จะมีสิ่งใหม่อะไรให้เราติดตามบ้าง ไปชมกัน

1. iPhone XS / iPhone XS Plus

Iphone Xs Concept Video 3

iPhone XS

หากใครได้ติตดามข้อมูล iPhone รุ่นใหม่ปี 2018 จะทราบดีว่าในปี 2018 นี้เราอาจเห็น iPhone รุ่นใหม่ที่ตัดปุ่ม Home ออกไปอย่างแท้จริง โดยในปี 2018 นี้คาดว่า Apple จะเปิดตัว iPhone ตระกูล “S” คือ iPhone XS (OLED 5.8 นิ้ว) และ iPhone XS Plus (OLED 6.5 นิ้ว)

Iphone X 2018 Gold Dummy Model Review 1

iPhone XS นั้นคาดว่าจะเป็นรุ่นที่ปรับปรุงสเปกมาจาก iPhone X รุ่นปี 2017 โดย iPhone XS จะมาพร้อมชิพ A12, อาจใช้ RAM 4GB, Modem แบบ 4×4 MIMO, แบตเตอรี่ความจุ 2700-2800mAh, กล้องหลัง 2 ตัวแนวตั้งความละเอียด 12MP, กล้องหน้าพร้อม Face ID (รุ่นใหม่) และมาพร้อม iOS 12

ข่าวลือก่อนหน้านี้เผยว่า iPhone XS อาจมีความจุสูงสุดที่ 512GB ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่ารุ่นนี้อาจมี 3 หรือ 2 ความจุ และราคาที่คาดการณ์ไว้นั้นจะเริ่มต้นที่ประมาณ 800 – 899 ดอลลาร์

iPhone XS Plus

iPhone XS Plus จอ OLED 6.5 นิ้วเป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจมาก เพราะเป็น iPhone จอ OLED ตัวแรกที่จะใช้หน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาใน iPhone และจะเป็น iPhone ตระกูล S ที่มีประสิทธิภาพสูงอีกด้วย

Iphone X Plus

iPhone XS Plus นั้นอาจมาพร้อมจอ OLED ความละเอียด 2688×1242 รองรับการใช้งานแนวนอน, ชิพ A12, RAM 4GB, กล้องหลัง 2 ตัวแนวตั้ง, แบตเตอรี่ความจุ 3300-3400mAh และ Face ID รุ่นใหม่เหมือน iPhone XS และมาพร้อม iOS 12

ข้อมูลที่มีการพูดถึงและถกเถียงกันอยู่นั้น คือ การรองรับ Apple Pencil ใน iPhone XS Plus โดยบางรายงานเผยว่า iPhone รุ่นใหม่นี้จะไม่รองรับ Apple Pencil เพราะจะส่งมอบประสบการณ์ที่ไม่ดีมากให้กับผู้ใช้ และถ้าหากจะรองรับจริง Apple อาจเปิดตัว Apple Pencil รุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็กกว่าและรองรับการใช้งานได้ดีบน iPhone

สำหรับประเด็นเรื่องความจุและราคานั้นก็จะเหมือนกับ iPhone XS คือ อาจมีรุ่นความจุสูงสุดที่ 512GB และราคาเปิดขายเริ่มต้นนั้นอาจอยู่ที่ประมาณ 900 – 999 ดอลลาร์ และรุ่นความจุสูงสุดอาจแพงถึง 1,200 ดอลลาร์เลยทีเดียว

iPhone XS / XS Plus สี Gold ใหม่

เมื่อไม่นานมานี้เราได้เห็นภาพโปรโมท iPhone ใหม่ของ Apple หลุดออกมา โดยในภาพเราจะเห็นกรอบสีทองใน iPhone ทั้ง 2 ขนาด ทำให้สามารถยืนยันได้เกือบๆ 100% ว่า iPhone XS, iPhone XS Plus จะมาพร้อมสีใหม่ คือ Gold และสีเดิมอย่าง Silver, Space Grey

Iphone Xs Gold Leaked

คาดการณ์ราคา iPhone XS / XS Plus

  • iPhone XS (OLED 5.8 นิ้ว) เริ่มต้นประมาณ : 800 – 899 ดอลลาร์
  • iPhone XS Plus (OLED 6.5 นิ้ว) เริ่มต้นประมาณ : 900 – 999 ดอลลาร์

คาดการณ์วันเปิดตัว / Pre-Order / เปิดขาย

  • วันเปิดตัว : 12 ก.ย. 2018
  • วันเปิด Pre-Order : 14 ก.ย. 2018
  • วันเปิดขาย (กลุ่มประเทศแรก) : 21 ก.ย. 2018
  • วันเปิดขาย (ในไทย) : ต้น – กลางเดือน ต.ค. 2018

2. iPhone 9

ข่าวของ iPhone 9 (จอ LCD 6.1 นิ้ว) เป็นข่าวที่มีผู้สนใจติดตามเป็นอย่างมาก เพราะข่าวลือส่วนใหญ่ชี้ว่า iPhone 9 จะเป็น iPhone รุ่นใหม่ที่มีราคาถูกที่สุดในบรรดา 3 รุ่นใหม่ (iPhone XS, iPhone XS Plus, iPhone 9) แต่มาพร้อมสเปกที่ใกล้เคียงกับรุ่น OLED

Iphone Lcd 2018 Renders Images 3

iPhone 9 นั้นอาจใช้หน้าจอ LCD 6.2 นิ้วความละเอียด 1792×828 มาพร้อมชิพ A12, RAM 3GB, แบตเตอรี่ความจุ 2600-2700mAh, ใช้จอเต็มขอบและมี Face ID เหมือน iPhone X แต่ iPhone 9 นั้นจะใช้กล้องหลังตัวเดียวเหมือน iPhone 8 และไม่มี 3D Touch เพื่อคงความเป็นรุ่นราคาย่อมเยา

ข่าวลือเผยว่า iPhone 9 นั้นจะมีโมเดลซิมคู่ (Dual-SIM) เปิดขายด้วย แต่ในรุ่นซิมคู่นั้นจะเปิดขายเฉพาะในประเทศจีนเป็นหลักและรูปแบบของซิมคู่น่าจะเป็นแบบ e-SIM และ Physical SIM

iPhone 9 อาจมี 5 สี

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างของ iPhone 9 นั้นคือเรื่องสี เพราะบางรายงานเผยว่า iPhone 9 จะมาพร้อมสีใหม่ถึง 5 สี คือ Red, Blue, Orange, Grey, White แต่บางรายงานบอกว่าจะใช้สีเดียวกันกับ iPhone XS

Iphone Lcd 2018

คาดการณ์ราคา iPhone XS / XS Plus

  • iPhone 9 (LCD 6.1 นิ้ว) เริ่มต้นประมาณ : 600 – 699 ดอลลาร์

คาดการณ์วันเปิดตัว / Pre-Order / เปิดขาย

  • วันเปิดตัว : 12 ก.ย. 2018
  • วันเปิด Pre-Order : 14 ก.ย. 2018*
  • วันเปิดขาย (กลุ่มประเทศแรก) : 21 ก.ย. 2018*
  • วันเปิดขาย (ในไทย) : ต้น – กลางเดือน ต.ค. 2018*

*อาจช้ากว่า iPhone XS เพราะมีปัญหาเรื่องการผลิต

3. Apple Watch Series 4

ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา Apple มักเปิดตัว Apple Watch รุ่นใหม่พร้อมๆ กับ iPhone รุ่นใหม่ในงาน Apple Special Event ท้ายปี และแน่นอนว่าในปี 2018 นี้เราจะเห็น Apple Watch Series 4 เปิดตัวด้วยเช่นกัน

Apple Watch Series 4 2018 Concept 1

สำหรับข่าวลือเรื่องสเปก ภาพหลุดต่างๆ ของ Apple Watch รุ่นใหม่ปี 2018 ไม่ค่อยให้เราได้เห็นกันมากนัก แต่พูดถึงกับบ่อยๆ นั้นก็จะเป็นการปรับหน้าจอใหม่ให้ใหญ่กว่ารุ่นเดิม 15% โดยจอจะใหญ่ขึ้น (ขนาดตัวเรือนเท่าเดิม) แต่ขอบบางลงซึ่งเหมือนกับ iPhone X

ข้อมูลถัดมา คือ Apple Watch Series 4 จะมาพร้อมการปรับปรุงและเพิ่มเซ็นเซอร์ใหม่ๆ ให้เก็บข้อมูลสุขภาพได้ดีขึ้น รวมทั้งรุ่นใหม่นี้อาจมีการปรับปรุง GPS, แบตเตอรี่ให้ใช้ได้ยาวนานและไมโครโฟนในรุ่น Cellular เพื่อให้สนทนาได้ดีขึ้น และมาพร้อม watchOS 5

เหมือนกับ iPhone XS ที่ Apple ได้เผลอทำภาพโปรโมทหลุดออกมา โดยใน Apple Watch Series 4 เราจะเห็นการปรับปรุงการออกแบบตัวเรือนใหม่เล็กน้อย เช่น ปรับแถบสีแดงที่ Digital Crown ใหม่, หน้าจอใหญ่ขึ้น, หน้าปัดที่แสดงข้อมูลละเอียดขึ้น, รองรับสายรุ่นเดิม (เพราะขนาดตัวเรือนเท่าเดิม) และอาจมาพร้อมสีทองแบบใหม่ด้วย

Apple Watch Series 4 9to5mac

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Apple ลงทะเบียน Apple Watch Series 4 รุ่นใหม่โมเดลน้อยกว่า Series 3 กล่าวคือ อาจมีโมเดลบางวัสดุถูกตัดออกไปก็เป็นได้ (อะลูมิเนียม, สแตนเลส, เซรามิก)

คาดการณ์ราคา Apple Watch Series 4

สำหรับราคา Apple Watch Series 4 ไม่ค่อยมีการพูดถึงมากนัก ดังนั้นคาดการณ์ได้ว่ารุ่นเริ่มต้น (อะลูมิเนียม) ราคาจะใกล้เคียงกับ Series 4

  • Apple Watch Series 4 GPS (อะลูมิเนียม) 38 มม เริ่มต้นประมาณ : 329 ดอลลาร์
  • Apple Watch Series 4 GPS+Cellular (อะลูมิเนียม) 38 มม เริ่มต้นประมาณ : 399 ดอลลาร์

คาดการณ์วันเปิดตัว / Pre-Order / เปิดขาย Apple Watch Series 4

  • วันเปิดตัว : 12 ก.ย. 2018
  • วันเปิด Pre-Order : 14 ก.ย. 2018
  • วันเปิดขาย (กลุ่มประเทศแรก) : 21 ก.ย. 2018
  • วันเปิดขาย (ในไทย) : ต้น – กลางเดือน ต.ค. 2018

4. iPad Pro Gen 3 (2018)

เป็นข่าวลือมาต่อเนื่องสำหรับ iPad Pro รุ่นใหม่ 2018 ที่มีรายงานว่าจะมีการปรับปรุง Design ใหม่ให้ใช้จอเต็มขอบและตัดปุ่ม Home ออกไปเหมือน iPhone X

Ipad Pro 11 Inch Face Id Concept Images

ข้อมูลที่ค่อนข้างชี้ชัดว่า iPad Pro รุ่นใหม่ 2018 นั้นจะใช้จอเต็มขอบไร้ปุ่ม Home เหมือน iPhone X มาจากการพบภาพไอคอนใน iOS 12 beta รวมไปถึงรูปแบบการปัดหน้าจอของ iPad บน iOS 12 beta, Screenshot และข้อมูลอื่นๆ สื่อให้เห็นเหมือนกับข่าวลือที่เผยไว้

Icon Img Ios 12 Beta 5 Confirm Rumored Design Ipad Pro 2018 Cover

สเปกของ iPad Pro 2018 ไม่ค่อยมีข้อมูลให้เราติดตามกันมากนัก โดยรายงานเผยว่า iPad Pro 2018 จะใช้หน้าจอเต็มขอบ 11 นิ้ว, ตัดปุ่ม Home และ Touch ID ออกไป โดยใช้ Face ID แบบใหม่ที่สามารถสแกนหน้าได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง

ข่าวลือที่เป็นการถกเถียงกันอยู่ตอนนี้ คือประเด็นเรื่องการย้ายตำแหน่ง Smart Connector ไปไว้ที่ด้านหลังเครื่องแถวๆ ช่องเสียบสายชาร์จ บางรายงานเผยว่าจะเป็น Smart Connector ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แบบแนวตั้งได้ ดังนั้นเราอาจเห็นอุปกรณ์เสริมอย่าง Smart Keyboard ใหม่เปิดขายด้วยก็เป็นได้

Ipad Pro 2018 Case Leaks Photo Move Smart Connector Cover

นอกจากนั้นการที่ iPad Pro เปลี่ยนไปใช้จอเต็มขอบไร้ปุ่ม Home นั้น Apple อาจใช้โอกาสนี้เปิดขาย Apple Pencil รุ่นใหม่ที่สามารถใช้งานกับจอขนาดใหม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งข้อมูล Apple Pencil ใหม่แทบไม่มีให้เราติดตามเลย

(คาดว่า Apple อาจเปิดตัว iPad Pro จอ 11 นิ้วใหม่ พร้อมกับ iPad Pro จอ 12.9 นิ้วรุ่นปรับปรุงสเปกที่ยังคง Design เดิมแต่เปลี่ยนชิพและ Hardware ใหม่)

คาดการณ์ราคา / วันเปิดตัว / เปิดขาย iPad Pro Gen 3 (2018)

ถึง ณ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการคาดการณ์ราคาของ iPad Pro ใหม่มาให้เราติดตามเลย โดยความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนนั้น iPad Pro ใหม่ 2018 รุ่นจอ 11 นิ้วเต็มขอบจะมีราคาขายเริ่มต้นแพงกว่า iPad Pro 10.5 นิ้ว 2017 แน่นอน

สำหรับกำหนดการเปิดตัวนั้น คาดว่า Apple อาจเปิดตัวพร้อมกับ iPhone XS และ Apple Watch Series 4 ในงาน Apple Special Event 2018 วันที่ 12 ก.ย. 2018 นี้ แต่อย่างไรก็ตาม Apple ยังไม่เคยเปิดตัว iPad Pro ใหม่พร้อมกับ iPhone ใหม่ ดังนั้นถ้าเราไม่เห็นในงานวันที่ 12 ก.ย. 2018 นี้ Apple อาจเอาไปเปิดตัวหรือเปิดขายใน Event เดือน ต.ค. 2018 ก็ได้

5. สิ่งใหม่อื่นๆ และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วง Event เดือน ก.ย. 2018 นี้

เปิดขาย AirPower, หูฟัง AirPods ใหม่รองรับชาร์จไร้สาย

คาดว่าช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค. 2018 นี้ คงถึงเวลาสักทีที่ Apple จะเปิดขายแผ่นชาร์จ AirPower ที่รองรับการชาร์จ iPhone, Apple Watch และ AirPods แบบไร้สายได้ รวมทั้งในช่วงเดียวกัน Apple น่าจะเปิดขายกล่องหรือหูฟัง AirPods รุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติชาร์จไร้สายบน AirPower หรือแท่นชาร์จมาตรฐาน Qi ได้

Airpower

ปล่อยอัปเดต iOS 12, watchOS 5, macOS Mojave, tvOS 12

Apple เผยโฉม iOS 12, watchOS 5, macOS Mojave, tvOS 12 ในงาน WWDC 2018 เมื่อเดือน มิ.ย. 2018 ที่ผ่านมาและบอกว่าจะปล่อยอัปเดตช่วงปลายปี 2018 นี้ ดังนั้นเราอาจจะได้อัปเดต OS ช่วงวันที่ 14 ก.ย. 2018 (อ้างอิงตามกำหนดการปีที่แล้ว) หรือไม่ก็วันที่ 19 ก.ย. 2018 ตามข่าวลือ

Ios 12 Next Generation 911

เลิกขาย iPhone 8 / 8 Plus สีแดง PRODUCT(RED)

เมื่อย้อนไปวันที่ 13 ก.ย. 2017 Apple ได้เลิกขาย iPhone 7 / 7 Plus สีแดง PRODUCT(RED) และคาดว่าปี 2018 นี้ก็ไม่ต่างกัน โดยหลังจบงาน Apple Special Event 2018 อาจเลิกขาย iPhone 8 / 8 Plus สีแดง PRODUCT(RED) เลยก็ได้

Iphone 8 Red

เปิดตัว / เปิดขาย iPhone SE 2

เหมือนข่าวลือเรื่อง iPhone SE ใหม่จะหายไปแล้วแต่ก็กลับมาอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้มีการพบรหัสชื่อ “iPhone xx” ซึ่งนักพัฒนาคาดว่าอาจเป็น iPhone SE ใหม่ที่ใช้ Design เดิมแต่ปรับสเปกให้เป็น iPhone 7 กล่าวคือใช้ชิพ A10 พร้อมกับความจุตัวเครื่องใหม่นั่นเอง

Iphone Se Iphone Xx

(ความเห็นส่วนตัว : ข่าวนี้อาจเป็นไปได้เหมือนกันในกรณีที่ Apple เปิดขาย iPhone XS, XS Plus และ iPhone 9 ใหม่พร้อมเลิกขาย iPhone 6s, 6s Plus และอาจจะเลิกขาย iPhone SE รุ่นปัจจุบันแต่แทนที่ด้วย iPhone SE รุ่นปรับสเปกใหม่ก็ได้)

เปิดขายเคส  iPhone iPad, สาย Apple Watch แบบใหม่

เมื่อ Apple เปิดขายสินค้าใหม่แล้ว ก็มักจะเปิดขายอุปกรณ์เสริมสำหรับสินค้าใหม่เช่นกัน และหลังงาน Apple Special Event 2018 เราอาจจะได้เห็นเคส iPhone, iPad และสาย Apple Watch สีใหม่แบบใหม่เปิดขายมากมาย

Apple Watch Spring Collection Available 1

เปิดตัว / เปิดขาย MacBook Air 13 นิ้วใหม่, Mac mini ใหม่

ข่าวลือเรื่อง MacBook รุ่นใหม่จอ 13 นิ้วมีการพูดถึงตั้งแต่ต้นปี 2018 แล้ว โดยรายงานเผยว่า Apple อาจเปิดตัว MacBook จอ 13 นิ้ว Retina รุ่นใหม่มาแทน MacBook Air หรือไม่ก็ MacBook โดยจะเป็นรุ่นราคาย่อมเยาราคาเริ่มประมาณ 1,000 ดอลลาร์

Apple May Release Mac Mini For Prouser And New 2018 Macbook 13 Inch

ข้อมูลเผยว่าผู้ผลิต Notebook เตรียมส่งมอบ “Notebook ราคาย่อมเยา” ให้ Apple ปลายปี 2018 นี้ ดังนั้นเราอาจเห็น MacBook 13 นิ้วรุ่นใหม่นี้เปิดขายช่วง Event เดือน ก.ย. 2018 หรือไม่ก็ Event เดือน ต.ค. 2018 เลย โดยสเปกคาดว่าจะใช้จอ Retina มาพร้อม Intel Kaby Lake

(มีข่าวเหมือนกันว่า Apple อาจปรับสเปก Mac mini, Mac Pro และ iMac ใหม่ และเปิดขายช่วงปลายปี 2018 นี้เช่นกัน คาดว่าช่วง ต.ค. 2018 เป็นต้นไป)

เจอกันวันที่ 12 ก.ย. 2018 นี้ (Apple Special Event 2018)

ทั้งหมดนี้เป็นการคาดเดาจากข้อมูลที่มีอยู่ว่า Apple อาจเปิดตัวและเปิดขายสิ่งใหม่ในช่วงงาน Event ก.ย. 2018 โดย Apple ได้ประกาศจัดงาน Apple Special Event 2018 ในวันที่ 12 ก.ย. 2018 โดยจะเริ่มเวลาประมาณ 0.00 ของวันที่ 13 ก.ย. 2018 หรือคืนวันที่ 12 ก.ย. 2018 ตามเวลาบ้านเรา

Apple Event 2018 Invitation Card

แน่นอนว่าทีมงาน iPhonemod จะเกาะติดสถานการณ์และรายงานสดในวันงานดังกล่าว สามารถติดตามข้อมูลและความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ iPhomemod.net และ Facebook Page : iPhonemod

แล้วเจอกันในวันงานครับ

_______

เรียบเรียงโดย มดเต้นท์ (Mod-T) iPhonemod.net

from:https://www.iphonemod.net/apple-special-event-2018-expectation.html

Advertisements

CPU ตัวล่าสุดของ Intel กินไฟต่ำ และอาจใช้กับ MacBook รุ่นใหม่

Macbook Air Refresh May Comming End 3q 2018 Cover

ข่าวลือกันหนาหูเกี่ยวกับ MacBook Air ที่จะอัปเกรดสเปคใหม่ แต่บ้างก็ลือว่ามันคือ MacBook 13″ รุ่นใหม่ ที่จะมาขายทดแทนพร้อมปิดตำนานรุ่นแอร์ แต่ถึงความจริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม Intel ก็ได้ประกาศเปิดตัวหน่วยประมวลผลตระกูล U-series และ Y-series รุ่นที่แปด จากเดิมชื่อรหัส Whiskey Lake และ Amber Lake ตามลำดับ ซึ่งออกแบบมาเพื่อ Notebook แบบบางเบาโดยเฉพาะ

Intel Cpu Update Macbook

Intel ตัวล่าสุดอาจใช้กับ MacBook รุ่นใหม่

การออกแบบ Intel ให้ความสัมคัญเน้นไปที่การประหยัดพลังงานของ Notebook เป็นหลัก ส่วนตัวแรกเริ่มต้นจากตระกูล U-series “Whiskey Lake” โดยเหมาะสมกับนำมาใช้กับ MacBook Air ส่วนรุ่นโมเดลประกอบไปด้วย

  • i7-8565U ความเร็ว 1.8GHz เร่งได้สูงสุด 4.6GHz
  • i5-8265U ความเร็ว 1.6GHz เร่งได้สูงสุด 3.9GHz
  • i3-8145U ความเร็ว 2.0GHz เร่งได้สูงสุด 3.9GHz

โดยทั้งสามรุ่นรองรับ Gigabit Wi-Fi และมีประสิทธิภาพเป็นสองเท่า รองรับผู้ช่วยส่วนบุคคลอย่าง Alexa และ Cortana (หรืออาจรวมถึง Hey! Siri) นอกจากนี้ยังยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ราว 16 ชั่วโมง

ถัดมาเป็นรุ่นที่ประหยัดไฟสูงสุดในตระกูล Y-series W “Amber Lake” ที่ใช้ไฟน้อยมากถึงมากที่สุด (ประสิทธิภาพก็ลดลงตาม) โดยเหมาะสมกับนำมาใช้กับ MacBook 12″ ส่วนรุ่นโมเดลประกอบไปด้วย

  • i7-8500Y ความเร็ว 1.5GHz เร่งได้สูงสุด 4.2GHz
  • i5-8200Y ความเร็ว 1.3GHz เร่งได้สูงสุด 3.9GHz
  • m3-8100Y ความเร็ว 1.1GHz เร่งได้สูงสุด 3.4GHz

การอัปเกรดในตระกูล Y-series จะแตกต่างจาก U-series โดยทาง Intel เน้นความเร็ว Wi-Fi และ LTE รวมถึงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น “สองหลัก” แต่ไม่ระบุเรื่องการปรับปรุงอัตราการกินไฟที่ดีขึ้น ซึ่งถึงแม้ว่าชิปจะกินไฟต่ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ตาม

ที่มา – 9to5mac.com

from:https://www.iphonemod.net/intel-cpu-update-macbook-macbook.html

วิธีย้ายหลายแท็บพร้อมกันให้แยกเป็นหน้าต่างใหม่ ใน Chrome บน Mac และ Windows

How To Move Mulit Tab Chrome On Mac Windows

สำหรับคนที่ใช้ Chrome บน Mac และ Windows อยู่เป็นประจำ วันนี้ทีมงานมีวิธีการย้ายแท็บหลายๆ แท็บออกมาเป็นหน้าต่างใหม่ด้วยวิธีง่ายๆ มาชมกันเลย

วิธีย้ายหลายแท็บพร้อมกันใน Chrome บน Mac

คลิกเลือกแท็บที่ต้องการย้าย

How To Move Mulit Tab Chrome On Mac 2

กดปุ่ม command (⌘) ค้างไว้ จากนั้นให้คลิกเลือกแท็บอื่นๆ ที่ต้องการย้ายไปด้วย (สังเกตว่าแท็บที่เลือกจะมีพื้นหลังสว่างกว่าแท็บที่ไม่ได้เลือก)

How To Move Mulit Tab Chrome On Mac 2

ปล่อยปุ่ม command (⌘) และลากแท็บออกมาได้เลย

How To Move Mulit Tab Chrome On Mac 3

วิธีย้ายหลายแท็บพร้อมกันใน Chrome บน Windows

สำหรับใน Window ก็ทำคล้ายกันแต่เปลี่ยนจากการกดปุ่ม command เป็นปุ่ม ctrl แทน

คลิกเลือกแท็บที่ต้องการย้าย

How To Move Mulit Tab Chrome On Windows 1

กดปุ่ม ctrl ค้างไว้ จากนั้นให้คลิกเลือกแท็บอื่นๆ ที่ต้องการย้ายไปด้วย (สังเกตว่าแท็บที่เลือกจะมีตัวหนังสือเป็นสีดำ ส่วนแท็บที่ไม่ได้เลือกตัวหนังสือจะเป็นสีเทา)

How To Move Mulit Tab Chrome On Windows 2

ปล่อยปุ่ม ctrl  และลากแท็บออกมาได้เลย

How To Move Mulit Tab Chrome On Windows 3

และนี่ก็เป็น Tip เล็กๆ น้อยๆ ที่นำมาฝากให้ผู้ใช้ Chrome ที่ยังไม่เคยทราบมาก่อนได้ชมและทดลองนำไปใช้กันนะคะ ซึ่งสามารถทำงานได้ทั้งบน Mac และ Window เลย

ขอบคุณ idownloadblog

from:https://www.iphonemod.net/how-to-move-mulit-tab-chrome-on-mac-windows.html

วิธีตั้งค่ารูปหน้าปัดนาฬิกา Apple Watch เป็นภาพพักหน้าจอบน Mac

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac

สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ OS X ที่อยากจะมีภาพพักหน้าจอหรือ Screensaver สวยๆ วันนี้ทีมงานมีภาพพักหน้าจอรูปหน้าปัดนาฬิกาของ Apple Watch มาฝากให้ตั้งค่าเป็นภาพพักหน้าจอบน Mac กันค่ะ

Apple Watch มีหน้าปัดหลากหลายรูปแบบให้ผู้ให้ได้ตั้งค่าเป็นหน้าปัดนาฬิกาหรือ Apple Watch Face ได้ และวันนี้เราจะลองนำหน้าปัด Apple Watch เหล่านี้มาตั้งค่าเป็นภาพพักหน้าจอบน Mac ให้ดูสวยคลาสสิคบ้าง มาชมวิธีกันเลย

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 11

วิธีตั้งค่ารูปหน้าปัดนาฬิกา Apple Watch เป็นภาพพักหน้าจอบน Mac

ดาวน์โหลดไฟล์ Screensaver และรูปภาพหน้าปัด Apple Watch ได้ที่ rasmusnielsen

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 1

จากนั้นแตกไฟล์โดยการดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ WatchOSX1.0.2.saver.zip

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 2

จะได้ไฟล์ที่แตกออกมาในชื่อว่า WatchOSX.saver ให้ทำการคลิกขวาที่ไฟล์ WatchOSX.saver

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 3

เลือก Open With > System Preferences (default)

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 4

คลิกปุ่ม Open

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 5

เครื่องจะเปิดหน้าจอการตั้งค่าภาพพักหน้าจอขึ้นมาให้ติดตั้ง ให้กดปุ่ม Install

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 6

จากนั้นก็เลือกภาพพักหน้าจอรูปแบบหน้าปัด Apple Watch ได้เลย

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 7

หลังจากที่ติดตั้งภาพพักหน้าจอรูปแบบหน้าปัด Apple Watch แล้ว ก็รอชมความสวยงามตามเวลาการพักหน้าจอบน Mac ที่เรากำหนดไว้ได้เลย สวยคลาสสิคไม่แพ้กับการแสดงผลบนหน้าปัด Apple Watch เลยนะคะ ถ้าหากสวยถูกใจก็อย่าลืมกดไลค์และแชร์ต่อให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันด้วยนะคะ

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 13

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 12

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 10

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 9

How To Set Screensaver Applewatch Face On Mac 8

ขอบคุณ igeeksblograsmusnielsen

from:https://www.iphonemod.net/how-to-set-screensaver-applewatch-face-on-mac.html

Apple Scoop – 5 เหตุผลที่คุณควรซื้อ MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว และอีก 4 เหตุผลที่คุณไม่ควรที่จะซื้อมัน

สำหรับ Apple MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้วพร้อม Touch Bar ที่พึ่งเปิดตัวออกมาไม่นานนี้นั้น เชื่อเหลือเกินครับว่าหลายๆ ท่านกำลังตัดสินใจที่จะซื้อมันหรือไม่อยู่ เหตุผลหลักๆ เลยก็คือเรื่องของราคาที่แพงมหาโหดแถมด้วยดีไซน์ภายนอกของตัวเครื่องก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมไปเท่าไรนัก วันนี้เราขอเสนอ 5 เหตุผลที่คุณควรซื้อ MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว ประจำปี 2018 และอีก 4 เหตุผลที่คุณควรจะมองข้ามมันไปครับ

คงต้องบอกก่อนครับว่ากับ MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว ประจำปี 2018 นั้นทาง Apple สามารถที่จะพัฒนาขึ้นมาได้ดีกว่ารุ่นในปี 2017 เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพแถมยังมีการใส่ฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้าไปอีกมากมายซึ่งถือว่าน่าใช้งานเป็นอย่างมาก แต่ครับแต่ ราคาของมันนั้นก็แรงตามสเปคด้วย แน่นอนครับว่าเรื่องดังกล่าวนี้นั้นทำให้หลายต่อหลายคนต้องนั่งกุมขมับคิดแล้วคิดอีกว่าจะซื้อ MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว ประจำปี 2018 ดีไหม … มาดูเหตุผลกันครับว่าทำไมคุณถึงควรจะซื้อ MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว ประจำปี 2018 กันครับ

เร็วแรงแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนบน MacBook Pro

สำหรับในเรื่องของสเปคนั้นถือว่ามีส่วนสำคัญในการจะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คหรือ PC สักเครื่องครับ และบน MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว ประจำปี 2018 เองนั้นก็มาพร้อมกับสเปคที่แรงมากๆ อย่างตัวเลือกหน่วยประมวลผลทั้ง i5 และ ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับหน่วยความจำเริ่มต้นที่ 8GB แถมด้วยแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ที่มีความจุ 256 GB ทำให้โดยรวมนั้น MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว ประจำปี 2018 สามารถทำคะแนนเอาชนะเครื่องโน๊ตบุ๊ค PC อย่าง Dell XPS ไปได้แบบสบายๆ เลยครับ

มาพร้อมกับคีย์บอร์ดที่มีความคงทนและไร้ซึ่งเสียงรบกวนเวลาใช้งาน

ถึงแม้ว่าทาง Apple เองนั้นจะไม่ได้โฆษณาในส่วนนี้สักเท่าไรนักทว่าในการใช้งานจริงนั้นคุณจะเห็นความแตกต่างของคีย์บอร์ดของ MacBook Pro 2018 กับคีย์บอร์ดรุ่นเก่าๆ ของ MacBook Pro รวมไปถึง MacBook รุ่นอื่นๆ ด้วยครับ ด้วยการใช้เทคนิคการพัฒนาคีย์บอร์ดอย่าง butterfly รุ่นที่ 3 ซึ่งมาพร้อมกับชั้นซิลิโคนอยู่ทางด้านใต้ของคีย์บอร์ดแบบแป้นต่อเป็น ดังนั้นแล้วเวลาที่เรากดลงไปนั้นเสียงที่เกิดขึ้นก็จะน้อยมากหรือแทบจะไม่ได้ยินเลย

หมายเหตุ – แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไปนะครับเพราะบางท่านอาจจะชอบคีย์บอร์ดที่มีการตอบกลับการกดในแต่ละแป้นและมีเสียงนิดหน่อยเกิดขึ้นมากกว่า ดังนั้นแล้วเรื่องดังกล่าวนี้ก็ถือว่าเป็นความชอบส่วนบุคคลด้วยครับ

หน้าจอแสดงผลเรื่องสีสันและให้ความสว่างมากขึ้นกว่าเดิม

MacBook Pro 2018 มาพร้อมกับหน้าจอใหม่ที่สว่างและให้การแสดงผลสีสันที่ดีกว่ารวมไปถึงความคมชัดที่ดีเมื่อเทียบกับหน้าจอของ MacBook รุ่นก่อนๆ ครับ นอกเหนือไปจากนั้นแล้วทาง Apple ยังได้เพิ่มการแสดงผลความละเอียดของหน้าจอขึ้นมาเป็น 2560 x 1600 pixels อีกด้วยครับ แต่เดี๋ยวก่อนครับยังไม่หมดแค่เพียงเท่านั้นเพราะ Apple ยังได้ใส่เทคโนโลยี True Tone เข้ามาอีกด้วยซึ่งมันจะช่วยในการถนอมสายตาของคุณในการมองหน้าจอซึ่งทาง Apple บอกไว้ครับว่าคุณสามารถทำงานหน้าจอ MacBook Pro 2018 ได้ยาวนานอย่างสบายๆ เลยครับ

T2 chip และ Hey Siri

บน MacBook Pro 2018 นั้นทาง Apple ได้มีการใส่ชิปพิเศษที่มีชื่อว่า T2 เพิ่มเข้ามาด้วยครับ โดยในส่วนของชิป T2 นั้นจะมีหน้าที่ในการทำงานหลายๆ อย่างเช่นเรื่องของการเข้ารหัสสำหรับข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD และ secure boot process ฟังดูแล้วเหมือนจะไม่ค่อยน่าสนใจสำหรับผู้ใช้ทั่วไปเท่าไรนักแต่ทว่าเจ้าชิป T2 นี้ยังทำหน้าที่ประมวลผลเสียงของคุณเพื่อที่จะสั่งการให้ Siri ทำงานต่างๆ ตามที่คุณต้องการได้ด้วยซึ่งความสามารถนี้นั้นจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน MacBook Pro ด้วยเสียงได้เป็นอย่างมากครับ

ลำโพงสุดแจ่ม

มาถึงสาเหตุสุดท้ายที่คุณควรจะซื้อ MacBook Pro 2018 แล้วครับ ว่าด้วยเรื่องของลำโพงที่จะว่าไปแล้วนั้นทาง Apple ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับลำโพงบน MacBook สักเท่าไรครับ ทว่ากับ MacBook Pro 2018 นั้นมันไม่ได้เป็นแบบเดิมที่เคยผ่านมาครับ ด้วยลำโพงคู่ 2 ตัวที่ให้เสียงแบบ Stereo อยู่ทางด้านข้างของตัวเครื่องแต่ละด้าน ในการใช้งานที่เห็นได้ว่าลำโพงของ MacBook Pro 2018 ต่างไปจากเดิมนั้นก็คือเรื่องของการเปิดเสียงให้ดังมากที่สุดซึ่งพบว่าลำโพงของ MacBook Pro 2018 นั้นยังคงให้เสียงดีไม่มีเพี้ยนครับ

ผ่านไปแล้วกับ 5 เหตุผลที่คุณควรจะซื้อ MacBook Pro 2018 ทีนี้เราลองมาดูกันบ้างครับว่าเหตุผลอกี 4 เหตุผลที่คุณไม่ควรจะซื้อ MacBook Pro 2018 มาใช้งานจะมีอะไรบ้างครับ

อายุการใช้งานแบตเตอรี่อยู่ในระดับกลางๆ

MacBook Pro 2018 รุ่นขนาดหน้าจอ 13 นิ้วนั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดเพิ่มขึ้นจากเดิม 54.5 Wh มาเป็น 58 Wh ซึ่งจริงๆ แล้วเมื่อมีแบตเตอรี่คามจุเพิ่มขึ้นแล้วนั้น อายุการใช้งานต่อเนื่องก็น่าจะมากกว่าเดิมแต่ทว่ากับ MacBook Pro 2018 ขนาดหน้าจอ 13 นิ้วนั้นไม่เป็นเช่นนั้นครับ จากการทดสอบของ Laptop Mag เองนั้นพบว่าเมื่อทำการท่องเว็บและเปิดความสว่างของหน้าจอไว้ที่ 150 nits จะสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง 23 นาทีเท่านั้น และเมื่อมีการอัพเดทปล่อยออกมาแล้วทาง Laptop Mag ก็ได้ทำการทดสอบอีกรอบซึ่งเวลาใช้งานต่อเนื่องนั้นดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยคืออยู่ที่ 8 ชั่วโมง 43 นาทีครับ

เมื่อเรามองดูโน๊ตบุ๊คในระดับพรีเมียมมาเปรียบเทียบกับ MacBook Pro 2018 ขนาดหน้าจอ 13 นิ้วแล้วนั้นพบว่า MacBook Pro 2018 ขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว จะสามารถใช้งานได้ยาวนานอยู่ในระดับกลางเท่านั้นเพราะจากการทดสอบโน๊ตบุ๊คยี่ห้ออื่นๆ นั้นมีเครื่องที่สามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่าอย่างเช่น Dell XPS 13 ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมง 30 นาที หรือกระทั่ง Huawei MateBook X Pro เองนั้นก็สามารถที่จะใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องที่ 9 ชั่วโมง 55 นาทีเลยครับ

ประสิทธิภาพทางด้านกราฟิกก็แค่งั้นๆ

สำหรับกราฟิกแบบฝังในหน่วยประมวลผลอย่าง Intel Iris 655 Plus นั้นประสิทธิภาพของมันค่อนข้างจะถือว่าค่อนข้างจะอยู่ในเกณฑ์ธรรมดาที่ถ้าใช้แค่งานด้านตัดต่อภาพหรือวีดีโอแล้วนั้นมันก็สามารถที่จะใช้งานได้เป็นอย่างดีครับ ทว่าเมื่อเอามาใช้ในการเล่นเกมแล้วนั้นบอกได้เลยครับว่ามันไม่เหมาะสมเป็นอย่างมากเช่นเกม Dirt 3 จะสามารถเล่นเกมได้แค่ 46.9 FPS เท่านั้น แน่นอนครับว่างานนี้ MacBook Pro 2018 ขนาดหน้าจอ 13 นิ้วจะไม่สามารถสู้กับคู่แข่างได้เลยไม่ว่าจะเป็น Huawei MateBook X Pro หรือ Asus ZenBook 13 ที่มาพร้อมกับชิปกราฟิกแบบแยกอย่าง Nvidia GeForce MX150 ยังสามารถที่จะเล่นเกมเดียวกันได้ที่ 110 FPS ขึ้นไปครับ

ไร้ซึ่งพอร์ตการเชื่อมต่อที่ยังคงนิยมใช้กันมากในปัจจุบัน

สาเหตุเรื่องนี้นั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากเลยทีเดียวครับกับผู้ใช้ที่ยังคงใช้งานอุปกรณ์เสริมที่เชื่อมต่อด้วยพอร์ตในปัจจุบันอย่างเช่น USB Type A เป็นต้น เนื่องจากว่า MacBook Pro 2018 ขนาดหน้าจอ 13 นิ้วนั้นได้ตัดพอร์ตการเชื่อมต่อเก่าๆ ออกไปหมด(แม้กระทั่ง SD card slot) แล้วใส่มาแค่พอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ตเท่านั้นบนตัวเครื่อง แน่นอนคครับว่ามันทำให้การใช้งานกับอุปกรณ์เก่าๆ(และแม้กระทั่งอุปกรณ์ในปัจจุบัน) เป็นเรื่องยาก ถึงแม้ว่าทาง Apple จะบอกว่าสามารถหาซื้อ Dock มาใช้งานได้นั้นแต่ทว่า Dock ของ Apple เองนั้นก็ราคาแพงใช่เล่น แถมมันยังเพิ่มความลำบากในการพกพา MacBook Pro ไปไหนมาไหนอีกด้วยครับ

ราคาแพงเวอร์

ท้ายที่สุดที่ทุกท่านจะต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะซื้อเจ้า MacBook Pro 2018 มาใช้งานดีไหมนั้นก็คือเรื่องของราคาที่บอกได้คำเดียวครับว่า MacBook Pro 2018 นั้นมาพร้อมกับราคาที่แพงเอามากๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ในรุ่นเริ่มต้นเท่านั้นราคาก็ปาไปที่ประมาณ 59,020 บาทแล้ว แต่คู่แข่งนั้นจะมีราคาที่ถูกกว่าอย่างเช่น Huawei MateBook X Pro รุ่นท๊อปสุดก็มีราคาอยู่ที่ประมาณ 52,447 บาทเท่านั้น งานนี้คงต้องดูงบในกระเป๋าแล้วล่ะครับว่าจะพอหรือไม่

อย่างไรก็ตามแล้วนั้นใช่ว่า MacBook Pro 2018 นั้นจะไม่ดีนะครับ ด้วยแบรนด์ Apple ที่ไว้ใจได้ก็ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกสบายใจไปในระดับหนึ่ง ทั้งนี้จะซื้อหรือไม่ซื้อก็ต้องเป็นคุณๆ แล้วครับว่าจะตัดสินใจซื้อ MacBook Pro 2018 มาใช้งานหรือไม่

ที่มา : laptopmag

from:https://notebookspec.com/5-reasons-to-buy-the-new-13-inch-macbook-pro-and-4-reasons-to-skip-it/452014/

PlugBug Duo อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่สำหรับ MacBook เพิ่ม USB อีก 2 ช่อง สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้ 3 เครื่องพร้อมกัน

Twelve South เปิดตัว PlugBug Duo อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่สำหรับ MacBook เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเดินทางอยู่เป็นประจำ ช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องพกพาติดตัวไปด้วย เพียงมี PlugBug Duo ก็สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้ 3 เครื่องพร้อมกัน

วิธีใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก เพียงถอดขาปลั๊กอันเดิมออกจาก Power Adapter ของ MacBook แล้วเสียบ PlugBug Duo เข้าไปแทนที่ โดยที่ตัว PlugBug Duo จะมีพอร์ตเชื่อมต่อ USB อีก 2 ช่อง ให้กำลังไฟ 12 วัตต์ เหมาะสำหรับ iPhone และ iPad ทุกรุ่น สามารถนำสายชาร์จของสมาร์ทโฟน หรือ Gadget ต่างๆ มาเสียบได้ จึงไม่จำเป็นต้องพกพาอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์ทุกเครื่องที่ติดตัวไปด้วย

PlugBug Duo ยังสามารถเปลี่ยนขาปลั๊กได้ มีทั้งหมด 5 แบบ รองรับการใช้งานถึง 150 ประเทศ ถ้าหากไม่ต้องการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ MacBook ก็สามารถใช้ PlugBug Duo เพียงอย่างเดียวไม่ต้องเชื่อมต่อกับ Power Adapter ของ MacBook ก็ได้เช่นกัน

PlugBug Duo พร้อมวางจำหน่ายแล้ว ในราคา 49.99 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1,640 บาท

https://player.vimeo.com/video/286276314ที่มา – Twelve South

from:http://www.flashfly.net/wp/227224

อัปเดตใหม่ของ Office 365 สำหรับ Mac รองรับ macOS Sierra หรือรุ่นใหม่กว่าเท่านั้น (ก.ย. 2018 เป็นต้นไป)

Office 365 For Mac

Microsoft ประกาศว่า อัปเดตใหม่ของ Office 365 สำหรับ Mac นั้นจะรองรับ macOS Sierra หรือรุ่นใหม่กว่าโดย macOS รุ่นก่อนหน้าจะไม่สามารถอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้

อัปเดตใหม่ของ Office 365 สำหรับ Mac รองรับ macOS Sierra หรือรุ่นใหม่กว่าเท่านั้น (ก.ย. 2018 เป็นต้นไป)

ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2018 เป็นต้นไป Office 365 สำหรับ Mac จะต้องการ (Require) macOS 10.12 (macOS Sierra) หรือใหม่กว่าสำหรับการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ถ้าผู้ใช้ไม่อัปเดต macOS เป็นเวอร์ชันใหม่ก็จะยังสามารถใช้ Office 365 ในเวอร์ชันที่ใช้งานในปัจจุบันได้เท่านั้น

Office 365 For Mac Require Macos High Sierra Or Higher 1

ความต้องการ macOS Sierra ในการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ของ Office 365 นั้นมีผลกับ Office 2016 ด้วย โดยผู้ใช้ Office 2016 บน Mac จะได้รับอัปเดตให้เป็น Office 2019 ดังนั้นผู้ใช้ Mac ควรอัปเดต macOS ให้เป็นเวอร์ชัน macOS Sierra หรือใหม่กว่าเพื่อรองรับคุณสมบัติดังกล่าว

Microsoft ประกาศว่าจะปล่อยอัปเดต Office 2019 ประกอบไปด้วย Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ OneNote โดยในอัปเดตจะมีฟีเจอร์ใหม่ เช่น รองรับคุณสมบัติการใช้งานร่วมกับ Pencil หรือ Stylus มากขึ้น, Focus Mode ใน Word, การ Export วิดีโอความละเอียด 4K ผ่าน PowerPoint เป็นต้น

ที่มา – iclarified

from:https://www.iphonemod.net/office-365-for-mac-require-macos-sierra-or-higher.html