คลังเก็บป้ายกำกับ: MACBOOK_AIR

iStudio พร้อมวางจำหน่าย iPad Pro รุ่นใหม่ และ MacBook Air รุ่นใหม่ ในประเทศไทยแล้ว

iStudio by SPVi ตัวแทนจำหน่ายสินค้าของ Apple พร้อมวางจำหน่าย iPad Pro รุ่นใหม่ และ MacBook Air รุ่นใหม่ ในประเทศไทยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป มาพร้อมโปรโมชั่นผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุดถึง 24 เดือน

ราคา New iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (WiFi only)

  • รุ่น 64 GB ราคา 35,900 บาท
  • รุ่น 256GB ราคา 40,900 บาท
  • รุ่น 512GB ราคา 47,900 บาท
  • รุ่น 1TB ราคา 61,900 บาท

อุปกรณ์เสริมสำหรับ New iPad Pro

  • Apple Pencil รุ่นที่ 2 ราคา 4,490 บาท
  • Smart Keyboard Folio สำหรับรุ่น 12.9 นิ้ว ราคา 7,290 บาท

ราคา New MacBook Air

  • รุ่น 128GB ราคา 42,900 บาท
  • รุ่น 256GB ราคา 49,900 บาท

สำหรับลูกค้า iStudio by SPVi สามารถผ่อนชำระ New iPad Pro และ New MacBook Air แบบ 0% ได้นานสูงสุด 24 เดือน กับธนาคารที่ร่วมรายการ และยังมีส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิก iMember Privilege

ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของ Apple กับทางร้าน iStudio by SPVi จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วม Class สอนการใช้ผลิตภัณฑ์ ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน และมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งานผลิตภัณฑ์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่…

  • Central แจ้งวัฒนะ 4th fl. : 02-1010890-2
  • Seacon Square Ground fl. : 02-7202988-9
  • Central Rama9 4th fl. : 02-1083241, 2-1083243

from:http://www.flashfly.net/wp/234745

Advertisements

Apple ยืนยัน ชิพ T2 จำกัดการซ่อมชิ้นส่วนบางอย่างของช่างซ่อมภายนอก เพื่อความปลอดภัย

Apple Confirm T2 Chips Prevent Macs Repair

สื่อต่าวประเทศอ้างอิงข้อมูลจาก Apple ว่าชิพ T2 ใน Mac รุ่นใหม่นั้นจำกัดการซ่อมชิ้นส่วนบางอย่างหากซ่อมโดยช่างซ่อมภายนอก เพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก

ชิพ T2 จำกัดการซ่อมชิ้นส่วนบางอย่างของช่างซ่อมภายนอก

The Verge ได้สอบถามไปยัง Apple เกี่ยวกับประเด็นชิพ T2, ชิพความปลอดภัยของ Mac รุ่นใหม่ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ โดย Apple เผยว่ามีการจำกัดการซ่อมชิ้นส่วนบางอย่างจริง โดยข้อจำกัดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นหลัก

Apple Confirm T2 Chips Prevent Macs Repair Img 1

รายงานของ The Verge เผยว่า หากมีการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมตัวเครื่อง Mac ที่มีชิพ T2, ชิพ T2 จะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ (AST 2 System Configuration) โดยต้องทำการ Run ตัวเครื่องผ่านระบบดังกล่าวเพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนบางรายการเช่น Logic Board, เซ็นเซอร์ Touch ID โดย Apple ไม่ได้เผยว่ามีชิ้นส่วนอะไรอีกบ้างที่จะต้องมีการตรวจสอบ

โดยถ้าการซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนของ Mac ที่มีชิพ T2 ไม่ผ่านการตรวจสอบโดย AST 2 System Configuration ระบบก็จะขึ้นสถานะ “inoperative” (ไม่สามารถทำงานได้) ทำให้เครื่อง Mac นั้นๆ ใช้งานไม่ได้

Macbook Air Touch Id

สินค้า Mac ใหม่อย่าง Mac mini, MacBook Air 2018 ก็มาพร้อมกับชิพ T2 เช่นกัน นั่นหมายความว่าหากผู้ใช้อุปกรณ์ Mac รุ่นใหม่ประสบปัญหาตัวเครื่องเสียหายและต้องการซ่อมแซมอาจจำเป็นที่ต้องซ่อมกับทาง Apple หรือ AASP ที่ได้รับการรับรองจาก Apple และแน่นอนว่าสินค้า Mac ใหม่ๆ ในอนาคตก็น่าจะใช้ชิพ T2 หรือใหม่กว่าเช่นกัน

ที่มา – 9to5mac

from:https://www.iphonemod.net/apple-confirm-t2-chips-prevent-macs-repair.html

MacBook Air 13 นิ้ว สเปกแรงสุด กับ MacBook Pro 13 และ 15 นิ้ว รุ่นปรับสเปก ซื้อแบบไหนคุ้มกว่ากัน

Macbook Air 13 Vs Macbook Pro 13 And 15 Spec

เมื่อวาน (12 พ.ย. 61) Apple ได้เปิดขาย MacBook Air ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ วันนี้ทีมงานมีข้อมูลเปรียบเทียบ MacBook Air (2018) 13 นิ้วกับ MacBook Pro 13 และ 15 นิ้ว (2018) รุ่นปรับแต่งสเปกมาให้ชมกันค่ะ

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจจะซื้อ MacBook Air (2018) หน้าจอ 13 นิ้วรุ่นปรับสเปคแรงสุด ในราคา 92,900 บาท ที่ปรับสเปก SSD สูงสุด 1.5TB และเพิ่ม RAM เป็น 16GB แนะนำให้ชมข้อมูลเปรียบเทียบในด้านอื่นๆ กับ MacBook Pro (2018) ที่มีราคาใกล้เคียงกัน แต่สเปกที่ได้อาจจะคุ้มและเหมาะสมกับการใช้งานมากกว่า

เปรียบเทียบ MacBook Air 13 นิ้ว สเปกแรงสุด กับ MacBook Pro 13 และ 15 นิ้ว รุ่นปรับแต่งสเปก

Mac Air Vs Mac Pro 13 15

จากรูปเปรียบเทียบสเปกระหว่าง MacBook Air 13 นิ้ว, MacBook Pro 13 นิ้ว และ MacBook Pro 15 นิ้ว รุ่นปี 2018 ทีมงานได้เลือกปรับสเปกของ MacBook Pro ที่มีราคาใกล้เคียงกับ MacBook Air รุ่นสเปกสูงสุด เพื่อให้คนที่สนใจได้เห็นความต่างของสเปกที่จะได้ในแต่ละรุ่น

ความเห็นจากทีมงาน

จุดที่ต้องพิจารณาหลักๆ ก็คือเรื่องของ CPU เห็นได้ว่า MacBook Pro (2018) 13 นิ้ว ได้หน่วยประมวลผล (CPU) Core i5 Gen 8 ถึง 4 Core (Quad Core) ถึงแม้ว่า CPU ของทั้ง 2 รุ่นจะเป็น Core i5 Gen 8 เหมือนกัน แต่แกนประมวลผล 4 Core ย่อมเร็วกว่า 2 Core (Dual Core)

และถ้าเปรียบเทียบกับ MacBook Pro 15 (2018) นิ้วที่ปรับสเปกใช้ CPU Core i7 Gen 8 ที่มีแกนประมวลผลถึง 6 Core การประมวลผลของ CPU Core i7 ก็ยิ่งเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า ด้วยความเร็วการประมวลผลสูงสุดถึง 4.1GHz

เรื่องที่สองก็คือ หน่วยประมวลผลทางด้านกราฟฟิคที่ MacBook Pro (2018) ทั้ง 2 รุ่นมีประสิทธิภาพสูงกว่า เหมาะกับงานที่ต้องประมวลผลทางด้านกราฟฟิคหนักๆ MacBook Pro ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และ MacBook Pro ทั้ง 2 รุ่นยังมี Touch Bar ที่อำนวยความสะดวกในการทำงานอีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การปรับสเปกดังกล่าว ยังมีส่วนที่ต้องตัดสินใจในเรื่องของความจุ SSD ที่ผู้ใช้ต้องเลือกให้เหมาะกับการเก็บข้อมูลของตนเอง ถ้าเก็บงานที่มีไฟล์ขนาดใหญ่และเก็บข้อมูลเยอะ ก็อาจจะต้องเลือก SSD 1-1.5TB แต่สำหรับใครที่เก็บข้อมูลในเครื่องไม่เยอะมาก มีการแบ่งเก็บไว้กับผู้ให้บริการบน Cloud อื่นๆ SSD 512 ก็อาจจะเพียงพอ

สำหรับคนที่กำลังดู MacBook Air (2018) 13 นิ้ว รุ่นสเปก Max สุดในราคา 92,900 บาท ทีมงานแนะนำว่าให้ลองพิจารณาลักษณะงานของตนเองก่อน หากลักษณะงานของคุณต้องใช้การประมวลผลหนักๆ อย่าง งานกราฟิค 3D, งานออกแบบ หรืองานโปรแกรมมิ่ง ที่ต้องการประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงๆ MacBook Pro (2018) อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีและคุ้มค่ามากกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน แนะนำว่าให้เลือกตามความเหมาะสมในการใช้งานนะคะ

from:https://www.iphonemod.net/macbook-air-13-vs-macbook-pro-13-and-15-spec.html

Apple- iFixIT เผย MacBook Air 2018 สามารถแกะเพื่อซ่อมเครื่องได้ง่ายกว่า MacBook รุ่นอื่นๆ เล็กน้อย

ผลิตภัณฑ์ของทาง Apple นั้นเรียกได้ว่าเกือบจะทุกแบบทุกรุ่นที่ผ่านมามักจะได้คะแนนการแกะเครื่องเพื่อซ่อมแซมจากทาง iFixIt ในระดับที่ต่ำเอามากๆ ครับ และก็เช่นเคยครับหลังจากที่ทาง Apple ได้เปิดตัว MacBook Air รุ่นใหม่ประจำปี 2018 ออกมานั้นก็หนีไม่พ้นที่ทาง iFixIt จะจับมาแกะเพื่อให้คะแนนกันสักหน่อย

ซึ่งโดยรวมนั้นทาง iFixIt ได้บอกเอาไว้ครับว่า MacBook Air 2018 นั้นสามารถที่จะแกะได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมหากเทียบกับ MacBook รุ่นอื่นๆ ของทาง Apple เอง แต่ก็ไม่ได้ง่ายมากเท่าไรนักดังนั้นคะแนนในเรื่องการแกะตัวเครื่องนั้นก็เลยได้ไปอยู่ที่ 3 จากเต็ม 10 ครับ

ทาง iFixIt นั้นได้บอกเอาไว้ครับว่าทาง Apple นั้นดูเหมือนจะเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เปิดขึ้นกับ MacBook Pro 2018 มาเป็นอย่างดี โดยในส่วนแรกเลยนั้นก็คือจากการที่เดิมทาง Apple ใช้กาวติดลงไปในส่วนของฮาร์ดแวร์สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ในทุกๆ จุดของ MacBook Pro 2018 นั้นได้ถูกทำการแก้ไขไปเรียบร้อยแล้วซึ่งนั่นก็เลยทำให้ MacBook Air 2018 นั้นสามารถที่จะแกะออกมาซ่อมแซมได้ง่ายกว่า MacBook Pro 2018 ครับ

อีกจุดหนึ่งก็คือเรื่องของฐานรองแป้นคีย์บอร์ดก็ได้มีการเปลี่ยนมาใช้เมนเบรนแบบพลาสติกแทนซึ่งทำให้เวลาที่ต้องการจะซ่อมแซมในส่วนของแป้นคีย์บอร์ดนั้น MacBook Air 2018 สามารถที่จะทำได้ง่ายกว่าเดิมไม่ต้องทำการซ่อมแบบทีเดียวยกแผงเหมือนกับ MacBook PRo 2018 อีกต่อไป(แถมยังสามารถไล่ฝุ่นที่เข้าไปใต้ตัวแป้นคีย์บอร์ดได้ดียิ่งขึ้น) ตามมาด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Thunderbolt 3 ทั้ง 2 พอร์ตนั้นก็ถูกแยกออกจากแผงวงจรหลักไปด้วยอีกต่างหากดังนั้นเวลาที่พอร์ตใดพอร์ตหนึ่งเสียก็เปลี่ยนแค่พอร์ตที่เสียนั้นเพียงพอร์ตเดียวไม่ต้องเปลี่ยนทีเดียวทั้งหมดครับ

อีกหนึ่งจุดที่ได้รับการพัฒนามากขึ้นให้ซ่อมง่ายกว่าเดิมนั้นก็คือในส่วนของแผงแบตเตอรี่ที่บน MacBook Air 2018 จะมีส่วนของแถบดังกระดาษติดเอาไว้ที่ด้านล่างของตัวแบตเตอรี่ซึ่งทำให้เวลาที่ต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวนั้นผู้ซ่อมสามารถที่จะดึงแผงแบตเตอรี่เก่าออกเพื่อเปลี่ยนอันใหม่เข้าไปได้ง่ายกว่าเดิมครับ แต่ครับแต่ส่วนดีๆ ที่บอกไปนั้นก็ยังคงไม่สามารถที่จะทำให้คะแนนการแกะเพื่อมซ่อมสูงขึ้นมาได้มากนักเพราะเจ้า butterfly keyboard นั้นยังคงติดตั้งกับฐานคีย์บอร์ดโดยตรงแบบที่เอาออกยากมากๆ ซึ่งทำให้การแกะเพื่อซ่อมทำได้ยากแถมยังมีผลทำให้เวลาที่จะซ่อมนั้นก็ต้องซ่อมกันยกแผงเหมือนเดิมอยู่ดีครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/the-macbook-air-retina-is-slightly-more-repairable-than-apples-other-laptops/462161/

Apple เปิดให้สั่งซื้อ iPad Pro,MacBook Air และ Mac mini รุ่นใหม่ในไทยแล้ว วางจำหน่ายทางการ 16 พย.นี้ที่ Apple Iconsiam

เรียกได้ว่าสิ้นสุดการรอคอยอีกครั้งกับสินค้าใหม่จาก Apple ที่กำลังจะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการทั้ง iPad Pro 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว ,MacBook Air ใหม่ และ Mac mini รุ่นใหม่ โดยขณะนี้ทางร้านค้าออนไลน์ Apple Online Store ประเทศไทยได้เปิดให้ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของได้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วทั้งบนเว็บไซต์และบนแอพ Apple Store

สินค้าพร้อมจัดส่งภายในวันที่ 15 พย. 2561 โดยสามารถเลือกให้ไปส่งที่บ้านหรือไปรับที่ Apple Iconsiam ได้ในวันศุกร์ที่ 16 พย.2561 สำหรับ iPad Pro ใหม่ทั้งรุ่น 11 นิ้วและ 12.9 นิ้วจะวางจำหน่ายเฉพาะรุ่น Wi-Fi ก่อนเช่นเคย ส่วนราคาทั้งหมดมีดังนี้

iPad Pro

iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 64GB ราคา 28,900 บาท
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 256GB ราคา 33,900 บาท
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 512GB ราคา 40,900 บาท
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 1TB ราคา 54,900 บาท

iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 64GB ราคา 35,900 บาท
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 256GB ราคา 40,900 บาท
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 512GB ราคา 47,900 บาท
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว Wi-Fi ความจุ 1TB ราคา 61,900 บาท

Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ราคา 4,490 บาท
Smart Keyboard Folio สำหรับ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว(รุ่นที่ 3) ราคา 6,490 บาท
Smart Keyboard Folio สำหรับ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว(รุ่นที่ 3) ราคา 7,290 บาท

MacBook Air

MacBook Air 13.3 นิ้วความจุ 128GB ราคา 42,900 บาท
MacBook Air 13.3 นิ้วความจุ 256GB ราคา 49,900 บาท

Mac mini

Mac mini ความจุ 128GB ราคา 27,900 บาท
Mac mini ความจุ 256GB ราคา 38,400 บาท

เข้าไปเลือกซื้อได้ที่ https://www.apple.com/th/

from:http://www.flashfly.net/wp/234452

สั่งซื้อ MacBook Air (2018) 13 นิ้ว ได้แล้วที่ Apple Store Online ประเทศไทย

Mac Book Air Sell In Apple Store Online Thailand

Apple เปิดให้ผู้ซื้อในไทยได้สั่งซื้อ MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นปี 2018 ใหม่ล่าสุดได้แล้วที่ Apple Store Online ประเทศไทย

สั่งซื้อ MacBook Air (2018) 13 นิ้ว ได้แล้วที่ Apple Store Online ประเทศไทย

ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อ MacBook Air 13 นิ้วรุ่นปี 2018 ได้ที่ Apple Store Online หรือแอป Apple Store เริ่มต้นที่ SSD ความจุ 128GB ถึง 1.5TB พร้อมเลือก RAM  8GB และ 16GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทาสเปซเกรย์ สีทอง และสีเงิน

Mac Book Air Sell In Apple Store Online Thailand 1

MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว

  • SSD ความจุ 128GB, RAM 8GB – 42,900 บาท
  • SSD ความจุ 256GB, RAM 8GB – 49,900 บาท

> สั่งซื้อ MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว (2018) ได้ที่ Apple Store Online ประเทศไทย

ปรับแต่งเพิ่ม RAM

  • เพิ่ม RAM เป็น 16GB – เพิ่ม +8,000 บาท

ปรับแต่งพื้นที่จัดเก็บข้อมูล SSD

  • SSD ความจุ 512GB – เพิ่ม +7,000 บาท
  • SSD ความจุ 1.5TB – เพิ่ม +35,000 บาท

from:https://www.iphonemod.net/mac-book-air-sell-in-apple-store-online-thailand.html

Special Scoop – MacBook Air 2018 vs. iPad Pro 2018 …. ตัวเลือกระหว่างอดีตและอนาคต

ในงานใหญ่ของทาง Apple วันที่ 30 เดือนตุลาคมนั้น Apple เองได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาหลายรุ่นด้วยกันไม่ว่าจะเป็น MacBook Air, Mac mini และ iPad Pro รุ่นใหม่ครับ แน่นนอนว่า Mac mini นั้นมีการเจาะจงกลุ่มผู้ใช้งานอย่างชัดเจนในขณะที่ MacBook Air และ iPad Pro นั้นกลับกลายมาเป็นปัญหา

เพราะลักษณะของการใช้งานนั้นเหมือนกันมากขึ้นแถมยังสร้างความสับสนในการเลือกซื้อให้่กับผู้ใช้ได้อีกต่างหาก วันนี้นั้นเราจึงอยากขอนำเสนอรูปแบบการใช้งานของผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ว่าจริงๆ แล้วคุณควรที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ไหนเพื่อนำมาใช้งานให้ตรงกับความต้องการของคุณครับ

อย่างที่บอกไปในตอนต้นครับว่า MacBook Air และ iPad Pro รุ่นใหม่นั้นมีลักษณะการใช้งานที่ค่อนข้างจะคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วนั้นตัวระบบปฎิบัติการ macOS และ iOS จะค่อนข้างมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่ทว่าทั้ง MacBook Air และ iPad Pro ก็ยังคงสามารถใช้งานเพื่อการทำงานในรูปแบบเดียวกันได้อยู่ดี ก่อนอื่นแล้วนั้นเรามาดูในส่วนของ MacBook Air กันก่อนครับด้วยการใช้ระบบปฎิบัติการ macOS นั้นทำให้ MacBook Air ดูจะเหนือกว่าในเรื่องของการใช้ในการทำงานอย่างจริงจังเพราะเราต้องไม่ลืมว่า MacBook Air นั้นยังอยู่ในรูปแบบของโน๊ตบุ๊คอยู่นั้นเองครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ MacBook Air แตกต่างไปจาก iPad Pro ก็คือหน่วยประมวลผลและฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ใช้งานนั้นทำให้ MacBook Air สามารถที่จะใช้งานในหลากหลายรูปแบบได้มากกว่าโดยเฉพาะงานที่เจาะจงอย่างเช่นงานทางด้านกราฟิกที่เชื่อเหลือเกินว่าด้วยขนาดของหน้าจอและความสามารถใช้เมาส์และคีย์บอร์ดอย่างเต็มรูปแบบนั้นน่าจะเหมาะกับผู้ใช้ที่ทำงานปกติทั่วไปมากกว่า iPad Pro และต้องไม่ลืมว่าโปรแกรมต่างๆ ที่ macOS สามารถติดตั้งได้นั้นก็มีฟีเจอร์มากกว่าบน iOS ของ iPad Air ครับ(ตัวอย่างเช่นโปรแกรม Alfred และ Flycut ที่ติดตั้งอยู่บน MacBook Pro ซึ่งในการใช้งานระดับเริ่มต้นนั้นก็ถือว่าเพียงพอแล้วครับ)

ยังไม่หมดแค่เพียงเท่านั้นนะครับ ในเรื่องของพอร์ตในการเชื่อมต่อที่อยู่บน MacBook Air นั้นก็ยังสามารถช่วยให้ผู้ใช้สามารถที่จะทำงานกับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ในปริมาณมาณที่มากกว่า แถมทาง Apple เองนั้นยังได้ให้สัญญาเอาไว้ในงานเปิดตัวด้วยครับว่า MacBook Air นั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมงแบบสบายๆ ซึ่งนั่นน่าจะทำให้ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ชื่นชอบเพราะคุณแทบจะไม่จำเป็นที่จะต้องพกที่ชาร์จออกไปข้างนอกเพื่อทำงานในแต่ละวันเลยครับ

กลับมาดูกันที่ iPad Pro 2018 บ้างครับ โดยสำหรับ iPad Pro นั้นก็เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่มาพร้อมกับ refresh rate มากกว่าแท็บเล็ตทั่วไป แถมมาด้วยการแสดงสีสันแบบ True Tone color adjustment ที่น่าจะรองรับกับผู้ใช้งานทางด้านกราฟิกได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเลยก็คืออุปกรณ์เสริมอย่าง Apple Pencil 2 ที่ต้องบอกว่าได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมากจนทำให้คุณสามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบที่แตกต่างออกไปจาก MacBook Air และ magnetically docks ที่เปลี่ยนให้ iPad Pro สามารถทำงานได้เหมือนกับรูปแบบโน๊ตบุ๊ค

ยังไม่หมดแค่เพียงเท่านั้นครับ iPad Pro ยังมาพร้อมกับความสามารถในการชาร์จแบบไร้สายได้ด้วยและจุดที่สำคัญที่สุดเลยก็คือการรองรับการใช้งานกับเครือข่ายแบบ LTE ซึ่งทำให้คุณไม่จำเป็นต้องง้อ WiFi ฟรีเวลาที่คุณพก iPad Pro ไปทำงานนอกสถานที่อีกต่อไปครับ(ซึ่งการที่ iPad Pro มาพร้อมกับการเชื่อมต่อแบบ LTE นั้นจะทำให้คุณสามารถทำงานได้เหนือกว่า MacBook Air เมื่อต้องทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตแล้วเกิดเหตุ WiFi ล่ม ตัวเครื่องก็จะเปลี่ยนไปใช้อินเทอร์เน็ตจาก LTE แทนแบบต่อเนื่องแน่นอนครับว่านั่นย่อมทำให้การทำงานของคุณไม่เกิดอาการสะดุดล่ะครับ)

อีกจุดหนึ่งซึ่งทำให้ iPad Pro นั้นมีจุดแข็งที่ใหญ่ มากๆ ก็คือความสามารถในการใช้งานที่เสมือนเป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ครับ iPad Pro นั้นช่วยให้คุณสามารถทำงานได้แบบต่อเนื่อง(จากระบบการใช้งานต่อเนื่องที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีโดย Apple) ซึ่งนั่นจะช่วยให้คุณสามารถลดเวลาในการใช้งานสมาร์ทโฟนไปแล้วทำงานไปได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้ว macOS เองก็มีความสามารถดังกล่าวนี้ด้วยเช่นเดียวกันแต่ประสบการณ์ในการใช้งานสำหรับผู้ใช้นั้นเชื่อได้เลยครับว่า iPad Pro สามารถใช้งานแบบต่อเนื่องได้ดีกว่าที่คุณคาดเอาไว้อย่างมากเลยทีเดียวครับ

ดูเหมือนกับว่าทาง Apple นั้นเริ่มจะมาถูกทางกับระบบปฎิบัติการ iOS ที่นับวันแล้วนั้นจะยิ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทำงานได้เป็นอย่างดีครับ iOS นั้นเริ่มที่จะมีแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานอย่างเต็มรูปแบบเข้ามาให้ผู้ใช้ได้เลือกแล้วตัวอย่างเช่น iA Writer หรือแม้กระทั่ง Photoshop เป็นต้น อีกสิ่งหนึ่งที่จะลืมไปไม่ได้เลยนั้นก็คือ iPad Pro มาพร้อมกับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังที่มีคุณภาพสูงซึ่งนั่นทำให้คุณสามารถใช้งานกับแอปแชทเพื่อที่จะทำการประชุมแบบออนไลน์แล้วเห็นหน้าไปด้วยได้ รวมไปถึงคุณยังสามารถที่จะถ่ายรูปภาพต่างๆ เพื่อที่จะนำมาใช้งานได้อย่างทันทีอีกด้วยครับ

ทั้งหมดทั้งมวลแล้วนั้นหากจะพูดว่าระบบปฎิบัติการ iOS เป็นระบบปฎิบัติการแห่งอนาคตก็คงจะไม่ผิดมากครับเพราะต้องยอมรับจริงๆ ครัวว่า Apple ทำออกมาได้ดีจริงๆ ทว่ากับ macOS เองนั้นก็ปฎิเสธไม่ได้เหมือนกันครับว่ามันรองรับกับการใช้งานในรูปแบบที่กว้างกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหลายๆ โปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบบน macOS นั้นก็มีจำนวนที่มากกว่า iOS อย่างเห็นได้ชัด(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหลายๆ โปรแกรมการใช้งานเฉพาะทางที่คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าที่จะสามารถใช้งานหรือมีการพอร์ทมาให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่บน iOS)

ท้ายที่สุดแล้วนั้นก็คือเรื่องของราคาครับ แน่นอนว่าในระดับเริ่มต้นนั้น iPad Pro 2018 จะมีราคาที่ถูกกว่า MacBook Air เป็นอย่างมาก แต่ถ้าเทียบตัวเครื่องในระดับที่มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ใกล้เคียงกันแล้วนั้น MacBook Air ก็จะมีราคาอยู่ที่ $1,599 หรือประมาณ 52,860 บาทซึ่งตัวเครื่องจะมาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลที่ความจุ 512 GB ส่วน iPad Pro ที่มีราคาและฮาร์ดแวร์ใกล้ๆ กันนั้นก็จะเป็นรุ่นขนาดจอ 11 นิ้วที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูล 512 GB โดยมีราคาอยู่ที่ $1,498 หรือประมาณ 49,520 บาท ซึ่งแตกต่างกันไม่ค่อยมากเท่าไรนัก ที่เหลือก็คือคุณแล้วหล่ะครับว่าต้องการใช้งานในรูปแบบไหน

ที่มา : theverge

from:https://notebookspec.com/macbook-air-vs-ipad-pro-is-a-choice-between-the-past-and-the-future/462022/