คลังเก็บป้ายกำกับ: MACBOOK_PRO

Intel เปิดตัว Core i9 สำหรับโน้ตบุ๊ค 6-core 12-thread อาจเจอใน MBP 2018

Intel 8th Gen Core Cover

ไม่ว่าคุณจะซื้อ Core i7 ไปเล่นเกมหรือไม่ก็ตาม แต่ในตอนนี้ Intel ได้เปิดตัว Core i9 สำหรับโน้ตบุ๊ค 6-core 12-thread สุดแรงท่ามกลางข่าวลือที่ว่า Apple จะผลิตหน่วยประมวลผลสำหรับ Mac ด้วยตัวเอง แต่จากรายงานบอกว่ายังไง Apple ก็จำเป็นต้องพึ่งพา Intel อยู่ดี (อย่างน้อยก็ในช่วงนี้)

Intel เปิดตัว Core i9

Intel เปิดตัว Core i9-8950HK หน่วยประมวลผลระดับสูงสุดของโน้ตบุ๊ก โดยประกอบไปด้วย 6-core 12-thread ซึ่งสำหรับปัจจุบัน MacBook Pro 15″ ยังคงอยู่ที่ i7 Quad-core ส่วนรุ่น 13″ ยังคงเป็น Dual-core ด้วยข้อจำกัด และสำหรับหน่วยประมวลผล i9 รุ่นใหม่นี้มีความถี่เทอร์โบสูงสุดที่ 5.6GHz เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบันของ MacBook Pro ที่มีความถี่เทอร์โบสูงสุดที่ 4.1GHz

Intel กล่าวว่าชิพรุ่นใหม่นี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเกมและสร้างเนื้อหา ซึ่งรวมถึงการตัดต่อวิดีโอ 4K ที่เร็วขึ้นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังตอบโจทย์คนที่รอ MacBook Pro รุ่นใหม่อยู่เพราะปัจจุบันจำกัด RAM เพียงแค่ 16GB และเป็นเพียงแค่ LPDDR3 แต่สำหรับหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ของ Intel จะรองรับถึง 32GB ส่วนการเปิดตัวของ Intel เน้นไปที่การทำงานร่วมของกราฟิกคู่ของโน้ตบุ๊คระดับสูง ทำให้น่าลุ้นว่า MacBook Pro รุ่นใหม่ล่าสุดปลายปีนี้จะได้ใช้ของ Intel Core i9 หรือไม่นั่นเอง

ที่มา – 9to5mac

from:https://www.iphonemod.net/2018-macbook-pro-intel-i9-possibility.html

Advertisements

Apple เผยสิทธิบัตรคีย์บอร์ด MacBook ป้องกันของเหลว ฝุ่น เศษผงและสิ่งรบกวนอื่นๆ

Butterfly Keyboard New Patent

Apple เผยสิทธิบัตรคีย์บอร์ด MacBook แบบใหม่ป้องกันฝุ่น เศษผง เศษอาหารและของเหลวที่เป็นสาเหตุของการทำให้คีย์บอร์ดใช้งานไม่ได้

Apple เผยสิทธิบัตรคีย์บอร์ด MacBook แบบใหม่

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้คีย์บอร์ดของ MacBook และโน้ตบุ๊คทุกยี่ห้อ ใช้งานติดขัดและใช้การไม่ได้นั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากเศษซากต่างๆ ที่ตกลงบนคีย์บอร์ดแล้วก็หลบอยู่ใต้แป้นพิมพ์ เช่น เศษขนม ลูกแม็กเย็บกระดาษ เศษผม เศษเล็บ เป็นต้น สิ่งเหล่านั้นจึงส่งผลให้คีบอร์ดมีปัญหาเช่นกดไม่ลง กดลงแต่ไม่สนิทก็ทำให้พิมพ์ไม่ติดบ้างหรือพวกน้ำตาลหลอมละลายก็ไปเคลือบแผงวงจรก็ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน

Apple ทราบปัญหานี้จากผู้ใช้ MacBook หลายคน โดยเฉพาะกับคีบอร์ดรุ่นใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Butterfly Keyboard ที่ทาง Apple ได้พัฒนาตั้งแต่ MacBook 12″ เป็นต้นมา พบว่าส่วนใหญ่ที่เจอปัญหาคีบอร์ดกดไม่ติดนั้นพบว่ามีเศษต่างๆ ไปติดใต้คีย์บอร์ด วิธีการแก้ไขของ Apple Support ทำโดยนำสเปรย์มาพ่นใต้แป้นนั้นและทำความสะอาดเพียงเท่านี้ก็กลับมาใช้งานได้ดังเดิม (อันนี้ผมเจอมากับตัวละ)

Apple Butterfly Keyboard New Patent

ดังนั้น เมื่อทราบปัญหาทาง Apple ก็ได้ออกแบบ Butterfly Keyboard ของตัวเองให้แข็งแรงทนทานมากกว่าเดิมและเพิ่มเติมคือระบบป้องกันเศษซากเหล่านี้ด้วย จึงเกิดเป็นสิทธิบัตรใหม่ขึ้นมา โดยแหล่งข่าวรายงานว่าทาง Apple ได้ยื่นเรื่องจดสิทธิบัตรนี้ตั้งแต่ปี 2016 แล้วแต่ว่าเพิ่งจะเปิดเผยสื่อสาธารณะเมื่อไม่นานมานี้

ยังไม่มีข้อมูลว่าสิทธิบัตรนี้จะถูกนำมาผลิตใช้งานจริงเมื่อไหร่แต่เชื่อว่าหากสิ่งไหนเป็นผลดีต่อผู้ใช้ Apple ก็ไม่รีรอที่จะทำ ดังนั้นเราต้องคอยชมกันต่อไปเมื่อมีการอัปเดต MacBook, MacBook Pro รุ่นใหม่เราจะได้เห็นสิ่งใหม่นี้ในเครื่องรุ่นใหม่หรือไม่

ขอบคุณ 9to5mac

from:https://www.iphonemod.net/apple-new-keyboard-patent.html

Special Scoop – 5 เหตุผลที่ไม่ควรซื้อเครื่อง Mac มาเล่นเกม แชร์ไปให้เพื่อนได้รู้ !!!

แม้ว่าผลิตภัณฑ์ในส่วนของคอมพิวเตอร์จากทาง Apple อย่าง Mac ที่ประกอบไปด้วย MacBook Air, MacBook Pro, Mac mini, iMac หรือ Mac Pro ก็ตาม จะได้รับการยอมรับว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดอีดแบรนด์หนึ่ง ซึ่งมาจากการที่เป็นสินค้าไอทีที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานในการผลิตสูง รวมไปถึงยังมีดีไซน์ที่สวยงามหรูหรา เหนือกว่าคู่แข่งอื่นๆ โดยส่วนมาก อีกทั้งระบบปฏิบัติการ macOS ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความความสเถียรสูงและเชื่อถือได้

ก็ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ Mac ของ Apple จะสมบูรณ์แบบไปซะหมด หรือตอบสนองได้ทุกๆ ความต้องการของผู้ใช้งานเสมอไป อย่างกรณีที่เราจะนำมาพูดกันในบทความนี้ก็คือ 5 เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ Mac มาเล่นเกม เพราะเชื่อได้ว่าหลายๆ คนที่ความต้องการที่จะซื้อเครื่อง Mac มาใช้งานและบางคนคงมีความต้องการให้มันเล่นเกมได้อย่างสมราคาด้วย แน่นอนว่าตรงจุดนี้ เครื่อง Mac ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของเราได้อย่างแน่นอน โดยหลักๆ แล้ว ประกอบไปด้วย

 

1

ไม่มีการ์ดจอแยก ราคาสูง ไม่คุ้มค่า

อย่างที่พอทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ว่าเครื่อง Mac ที่ไม่ว่าจะเป็น MacBook Air, MacBook Pro, Mac mini, iMac หรือ Mac Pro ล้วนแต่มีราคาที่สูงกว่าโน้ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์แบรนด์อื่นๆ รวมไปถึงในส่วนของสเปคนั้นก็จัดได้ว่ากั๊กหรือให้มาไม่เต็มที่ หรือถ้าพอจะมีบ้าง อย่างเช่นมีกราฟิกการ์ดแบบแยก ราคาก็พุ่งไปไกลทีเดียวเมื่อเทียบกับรุ่นเริ่มต้น ซึ่งก็ต้องบอกกับหลายๆ คนให้เข้าใจว่า การซื้อคอมแพงๆ อย่าง Apple ใช่ว่าจะได้ประสิทธิภาพในการทำงานเฉพาะทางอย่างกราฟิกนั้น ที่แรงๆ หรือสมรรถณะที่ดีเยี่ยมเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเทียบกับโน้ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์แบรนด์อื่นๆ ในราคาจ่ายที่เท่ากัน เราจะได้ชิปประมวลผลและกราฟิกการ์ดที่เป็นแบบแยก หรือแรงกว่านี้อย่างแน่นอน

ซึ่งในการเล่นเกมนั้น ประสิทธิภาพหรือสเปคเครื่องคอมต้องมาก่อน เพราะในการเล่นเกมนั้นจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเครื่องที่สูงเอาไว้ก่อน เพื่อในการเล่นเกมให้ได้ลื่นวันนี้ หรืออนาคตก็ให้มันพอที่จะรองรับไปอีกซักระยะหนึ่ง สำหรับราคาต่อสเปคเครื่อง Mac กับคอมพิวเตอร์ปกติ เราลองมาดูกันซัก 2 ตัวอย่างชัดๆ โดยมีดังนี้

ไม่ต้องบอกก็พอทราบนะครับว่า ราคาต่อสเปคตามที่กล่าวมา MacBook หรือจะสูงความแรงของ Notebook ในราคาที่ใกล้เคียงกันได้

2

เกมมีน้อยเมื่อเทียบกับฝั่ง Windows

จะเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งข้อสังเกตของเครื่อง Mac ที่ใช้งานเป็นระบบปฏิบัติการ macOS ก็ว่าได้ กับการที่ผู้ผลิตเกมไม่ค่อยจะออกเกมมารองรับกับระบบปฏิบัติการ macOS ของ Apple เท่าใดนัก ซึ่งนั่นก็เนื่องด้วยจำนวนผู้ใช้งาน Mac ไม่ได้มีปริมาณมากมายเท่าเทียมกับคนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติ Windows เลย ก็เลยไม่น่าจะคุ้มอะไรนัก ถ้าจะออกแบบเกมมาให้เล่นบนระบบปฏิบัติการ macOS ได้ แม้ว่าในตอนนี้จะมี Steam ที่เป็น Game Store อยู่แล้วก็ตาม ในส่วนของเกมก็ยังมีอยู่น้อยมากอยู่ดี (แต่อนาคตคงมีตัวเลือกให้มากยิ่งขึ้น แต่ก็คงห่างชั้นกับฝั่งของ Windows มากๆ ทีเดียว)

หรือถ้าใครบอกว่าเครื่อง Mac เมื่อติดตั้ง Windows ผ่านทาง Bootcamp ก็สามารถที่เราจะเล่นเกมในระบบปฏิบัติการ Windows ได้เหมือนๆ กัน ก็ต้องบอกว่าจริงครับที่เล่นได้เหมือนกัน แต่ประสบการณ์ใช้งานด้วยกราฟิก ด้านความสวยของภาพ ก็คงเป็นรองคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานเป็นระบบปฏิบัติการ Windows อยู่ดี ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะ Apple มีสเปคของเครื่องที่ไม่แรงมากเท่ากับฝั่งเครื่องระบบปฏิบัติการ Windows นั่นเอง รวมไปถึงถ้าจะเครื่อง Mac มาลง Windows เพื่อเล่นเกมอย่างเดียว สู้ซื้อ Gaming PC หรือ Gaming Notebook มาแต่แรก จะไม่ดีกว่าหรือ

3

กราฟิกด้านไดรเวอร์ไม่รองรับเต็มที่

อีกหนึ่งปัญหาหลักๆ ที่พบเจอด้วยตนเอง เพราะว่าก็ใช้ Mac อยู่เหมือนกันก็คือ ไดรเวอร์ของกราฟิกการ์ดบนระบบปฏิบัติการ macOS ไม่ได้มีการอัพเดทซอฟต์แวร์อยู่อย่างสม่ำเสมอ เมื่อเทียบกับทางฝั่ง Windows ที่ขยันพัฒนาต่อยอดและแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา ทำให้การสนับสนุนในการเล่นเกมนั้นสามารถปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเต็มอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าสำหรับนักเล่นเกมแล้ว ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งก็ต้องบอกว่าถ้าหวังให้ไดร์เวอร์ซอฟต์แวร์กราฟิกการ์ดหมั่นออกมาบ่อยๆ อย่าง Windows เค้าแล้วล่ะก็คงยากหรือหมดหวังกันไปเลยทีเดียว

จากประสบการณ์การเล่นเกม เกมเดียวกันอย่าง DOTA 2 บนฝั่ง macOS และ Windows ก็ต้องบอกตรงนี้ว่า เมื่อใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows ภาพที่ออกมาให้ดูมีความสวยงามและลื่นไหลกว่า ทั้งๆ ที่ในการปรับค่ากราฟิกในเกมเหมือนกัน ฉะนั้นก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ไดร์เวอร์ซอฟต์แวร์ก็มีความสำคัญ ไม่แพ่ในส่วนของสเปคภายในที่แรงๆ ทีเดียว

4

ไม่สนับสนุนการใช้งาน Gaming Gear

อันนี้จะว่าไปก็คล้ายๆ กับไดร์เวอร์ไม่รองรับเหมือนกัน เพราะแม้จะซื้ออุปกรณ์ Gaming Gear อาทิ Mouse Gaming, Keyboard Gaming ที่ดีเพียงใด ในส่วนของซอฟต์แวร์ก็ไม่สนับสนุนการทำงานได้เท่ากับเชื่อมต่อที่ใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows อยู่ดี ที่แม้ว่าจะพอใช้งานปกติได้ แต่ถ้าจะเล่นเกมโดยใช้คุณสมบัติที่มี ที่เป็นจุดเด่น ก็ไม่สามารถทำได้เลย เรียกได้ว่าซื้ออุปกรณ์มาแสนแพง แต่ก็ใช้งานได้เป็นเมาส์และคีย์บอร์ดธรรมดาเท่านั้นเอง

นั่นก็เป็นเพราะบรรดาผู้ผลิตไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้ที่ใช้งานฝั่ง Mac ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ macOS เลย ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าโดยปกติคนที่ใช้งาน Mac มักจะไม่ค่อยเล่นเกม รวมไปถึงมีปริมาณคนใช้ที่น้อยกว่า เกมที่มีให้เล่นให้น้อยกว่า (เยอะ) ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์มารองรับอุปกรณ์ Gaming Gear พวกนี้ จากการที่ทำไปอาจจะไม่คุ้ม ยังไงทำแค่ฝั่ง Windows ก็ขายได้อยู่แล้ว

45070_Logitech_New_G_series_Peripherals_for_PC_Gaming

5

เพราะมีตัวเลือกที่ดีกว่าอยู่แล้ว

สืบเนื่องมาจากเหตุผลแรกเลย จากการในการซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้งานเล่นเกมเป็นหลักแล้ว ไม่มีความจำเป็นเลยที่เราจะต้องซื้อเครื่อง Mac ที่สเปคกาก ราคาสูงเท่านั้น เพราะเรายังมีตัวเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Gaming PC, Gaming Notebook ที่มีจุดเด่นในเรื่องของสเปคและประสิทธิภาพต่อราคามีความคุ้มค่าอย่างที่สุด รวมไปถึงยังมีคุณสมบัติต่างๆ ที่เกมเมอร์อยากได้ ไม่ว่าจะเป็นการ Overclock หรือเชื่อมต่อกับ Gaming Gear ได้อย่างสมบรณ์แบบ รวมไปถึงมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ให้เลือกได้ตามใจ ตามความต้องการและเงินในกระเป๋า

ที่ถึงแม้ว่าในใจใครที่อยากครอบครองเครื่อง Mac จริงๆ โดยนำมาเล่นเกมเป็นหลัก ก็น่าจะคิดได้นะครับ ไม่มีความคุ้มค่าเอาเสียเลย อีกทั้งยังทำให้เสียโอกาสที่เราจะเล่นเกมกราฟิกสวยๆ หรือเกมในอนาคตลงไปอีก ฉะนั้นก่อนกำเงินไปที่ร้าน แนะนำว่าคิดให้เยอะ ว่าเราต้องการซื้อเครื่อง Mac ไปใช้งานอะไรกันแน่ เพราะถ้าจะเอาไปเล่นเกมจริงๆ ก็ให้ไปถอย Gaming PC, Gaming Notebook น่าจะเหมาะสมและมาถูกทางที่สุดครับ

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเกี่ยวกับ “5 เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ Mac มาเล่นเกม” ไม่ได้หมายความว่าเครื่อง Mac ไม่ดีอย่างงั้นอย่างงี้นะครับ แต่แค่จะบอกว่ามันก็มีข้อจำกัดของมันอยู่ เพราะไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อะไรที่ดีแค่ไหน ใช่ว่าเราจะใช้งานมันได้ทุกความต้องการ สำหรับ Mac มันก็มีดีในอย่างที่มันเป็น อาทิเช่น ดีไซน์สวยโดดเด่น ตัวเครื่องบางเบาเป็นพิเศษ ระบบปฏิบัติการมีความสเถียร แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน และอีกมากมายที่คนใช้งาน Mac น่าจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

เอาเป็นว่าใครใคร่ใช้ใคร่ซื้อก็พิจารณาตัวเองให้ดีๆ ครับ จากการที่ว่าถ้าจะซื้อมาเล่นเกมจริงๆ จังๆ ล่ะไม่แนะนำเลย อย่างโดยส่วนตัวผู้เขียนเองก็ใช้งาน MacBook Pro Retina 15 Late 2013 ราคา 86,900 บาท ก็นำมาเล่นเกมบ้างเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ได้ใช้งานผิดประเภทอะไร เพราะหลักๆ แล้วกว่า 90% คือนำมาใช้งานเป็นหลัก หรือว่าใครใช้ MacBook Pro รุ่นใหม่ๆ ที่มี Thunderbolt 3 ก็สามารถเอามาต่อ eGPU เพิ่มพลังการทำงานของการ์ดจอแยกได้ คราวนี้เล่นเกมหนักๆ ลื่นๆ ไปเลย แต่ก็ต้องเสียเงินซื้อเพิ่มอีกไม่น้อยเช่นกัน

ส่วนว่าทำไมต้องซื้อโน้ตบุ๊คที่ราคาสูงขนาดนั้น ก็คงเป็นเพราะว่า มันสามารถตอบโจทย์หลายๆ อย่างเราได้ อาทิเช่น มีหน้าจอที่สวยคมชัดสมจริง มีประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมที่ดี ตัวเครื่องบางเบาพกพาได้ง่ายแม้จะมีขนาดจอ 15 นิ้ว สามารถใช้งานแบตเตอรี่ต่อเนื่องยาวนานได้ถึง 10 ชั่วโมง ดีไซน์สวยไม่ซ้ำใคร เป็นต้น ที่สำคัญในการซื้อ Mac เครื่องนี้มาใช้ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนอีกด้วย (แต่ส่วนตัวถ้าจะซื้อคอมมาเล่นเกมจริงจัง ก็คงต้องขอบาย Mac เหมือนกันครับ)

from:https://notebookspec.com/5-reasons-not-to-buy-a-mac-to-play-games/229330/

เตือนภัย! ซ่อมเครื่อง Mac ระวังถูกเปลี่ยนอะไหล่ ไม่เว้นกระทั่งคีย์บอร์ด

Warning Mac Repair Shop Cover

ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน คำนี้ใช้ได้กับทุกธุรกิจตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แต่ใครจะไปเชื่อในปี 2018 ยังมีคนคิดสั้นหากินกับเรื่อง “สับเปลี่ยนอะไหล่คอมพิวเตอร์” ซึ่งเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไม่น่าจะเอาไปแลกกับความน่าเชื่อถือของร้าน แต่แล้วก็เกิดขึ้นแล้วกับผู้ใช้งาน Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า Pin UrereWarning Mac Repair Shop 1

เตือนภัย! ซ่อมเครื่อง Mac ระวังถูกเปลี่ยนอะไหล่

เรื่องมีอยู่ว่าเจ้าตัวได้แชร์ประสบการหาร้านซ่อมเครื่อง Mac จนกระทั่งไปเจอร้านที่รีวิวดี ค่อนข้างดัง มีแต่คนชมซึ่งอยู่ย่านพระรามเก้า หลังห้างฟอร์จูน โดยได้นำเครื่องไปเช็คและร้านโทรมาแจ้งว่า บอร์ดพัง และแนะนำให้อัปเกรดด้วยการเปลี่ยน SSD และเพิ่ม RAM (เข้าใจว่าเป็น MacBook Pro รุ่นปี 2012 หรือต่ำกว่า) สรุปแล้วรวมทั้งหมด 3 รายการ ซึ่งเจ้าตัวก็ตกลงดังนั้น

แต่แล้วเครื่องดังกล่าวถูกเปลี่ยนอะไหล่ “คีย์บอร์ด” ไปเป็นของปลอม

จุดสังเกตก็คือกดปุ่ม Cap lock แล้วให้สัมผัสที่ยุบผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้สังเกตอะไรจนกระทั่งวันหนึ่งได้ลองพิมพ์สัมผัส แล้วพบว่าปุ่ม J ไม่มีตุ่มที่นูนขึ้นมาสำหรับสัมผัส จึงเริ่มสังเกตคีย์บอร์ดอีกครั้ง พบว่าเป็นการสกรีนแบบหยาบ ๆ และมีระยะไม่เท่ากัน สันนิษฐานได้ว่าเป็นของปลอม

Warning Mac Repair Shop 2

ทางเจ้าตัวจึงได้ติดต่อร้านเพื่อขอคีย์บอร์ดเดิมคืน ปรากฎว่าทางร้านไม่สามารถหามาคืนได้ จึงยื่นข้อเสนอเป็นคีย์บอร์ดมือสองจากเครื่องอื่นให้ แต่ด้วยความที่เจ้าของเครื่องต้องการของเดิมคืน (ไม่ต้องการของมือสองจากเครื่องอื่น) จนสุดท้ายต่อรองกันไปมาจบที่ไปเปลี่ยนเป็น คีย์บอร์ดมือหนึ่งของ Apple ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้ง Topcase แล้วมาเบิกเงินกับทางร้าน

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าสุดท้ายแล้วถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าใครทำ และร้านก็รับผิดชอบกลับมา แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจไว้ใจได้เหมือนตัวแทน Apple Authorized Service Provider (AASP) ซึ่งถึงแม้ว่าราคาจะสูงแต่ก็เชื่อถือได้มากกว่า และนอกจากนี้ควรตรวจเช็คเครื่องอย่างละเอียดทุกครั้ง

ที่มา – Pin Urere

from:https://www.iphonemod.net/warning-mac-repair-shop.html

Apple – สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ MacBook ขึ้นมาอันดับ 4 ของปี 2017 จากการที่เน้นเพียงตลาดพรีเมียม

สำหรับข่าวนี้นั้นถือว่าเป็นเรื่องดีๆ ของทาง  Apple เขาหล่ะครับเมื่อบริษัทสำรวจตลาดอย่าง TrendForce ได้ออกมาเผยข้อมูลเอาไว้ว่าในปี 2017 ที่ผ่านมานั้น Apple สามารถที่จะทำการส่งออกผลิตภัณฑ์ในสาย MacBook ไม่ว่าจะเป็น MacBook, MacBook Air และ MacBook Pro ได้ติดอันดับ 1 ใน 10 ของผู้จัดจำหน่ายโน๊ตบุ๊คทั้งหมดทั่วโลกครับ

TrendForce ยืนยันว่า Apple สามารถที่จะส่งออกโน๊ตบุ๊คได้จำนวนมากกว่า ASUS ในปี 2017 ที่ผ่านมาทำให้ทาง Apple นั้นขึ้นมาอยู่อันดับที่ 4 ของผู้ส่งออกโน๊ตบุ๊คทั้งหมดประจำปี 2017 ด้วยเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งในตลาดที่ 10.4 % ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาช่วยให้ Apple มียอดจำหน่ายสูงขึ้นก็คือ MacBook Pro ทั้งหมดที่เปิดตัวออกมาในช่วงเดือนมิถุนายนของปี 2017 โดยทาง Apple นั้นสามารถส่งออก MacBook Pro ได้มากถึง 18% ของผลิตภัณฑ์ MacBook ทั้งหมดครับ

อย่างไรก็ตามแต่แล้วเรื่องนี้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับเพราะทาง Apple นั้นไม่สนใจตลาดในระดับอื่นเลยนอกจากตลาดผู้ใช้ระดับพรีเมียมเท่านั้น ในขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นที่อยู่ในตารางไม่ว่าจะเป็น HP, Lenovo หรือ Dell ต่างก็มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมอยู่ในทุกตลาด งานนี้เรียกว่า Apple นั้นเขาแน่จริงครับเน้นแค่ตลาดเดียวแต่ยังคงสามารถทำยอดส่งออกได้ดีขนาดนี้

ที่มา : macrumors

from:https://notebookspec.com/macbook-lineup-represented-estimated-1-in-10-notebooks-shipped-worldwide-last-year/432190/

MacBook Pro อาจไม่มีการอัพเดทที่สำคัญในปี 2018 อ้างอิงจากแหล่งข่าววงในซัพพลายเออร์

แหล่งข่าวในไต้หวัน เชื่อว่า Apple จะไม่มีการอัพเดท MacBook Pro ที่สำคัญในปีนี้ หลังจากพบว่ามีการแบ่งคำสั่งซื้อจาก Quanta ไปยัง Foxconn เพื่อลดความเสี่ยงและต้นทุน ดังนั้น จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบอย่างแน่นอน

DigiTimes รายงานว่า การแบ่งคำสั่งซื้อของ Apple ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าความต้องการ MacBook Pro ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีการลดคำสั่งซื้อจาก Quanta ลงประมาณ 30% จากเดิมที่มีส่วนแบ่งถึง 80% และนำไปเพิ่มให้กับ Foxconn จึงคาดว่าตอนนี้ทั้ง 2 บริษัท ได้รับคำสั่งซื้อ MacBook Pro ในปริมาณเท่ากัน

Apple มักจะใช้บริการซัพพลายเออร์หลายราย เพื่อลดความเสี่ยงด้านอุปทาน อีกทั้งยังสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ เพราะจะเกิดการแข่งขันของซัพพลายเออร์ เพื่อแย่งคำสั่งซื้อ

ปัจจุบัน Quanta เป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ในการจัดหาแล็ปท็อป โดยมี HP, Apple, Acer และ Asus เป็นลูกค้ารายใหญ่ ในปีที่ผ่านมา Quanta สามารถจัดส่งแล็ปท็อปได้ 38.7 ล้านเครื่อง เติมโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 2016 และยังเห็นอัตราการเติบโตขึ้นอีกเล็กน้อยในปี 2018

ถึงแม้ MacBook Pro จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญด้านการออกแบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าฮาร์ดแวร์ภายในจะไม่ได้ถูกอัพเกรด ซึ่งยังมีความเป็นไปได้ที่ Apple จะอัพเกรดโปรเซสเซอร์เป็นรุ่นใหม่ และเพิ่มตัวเลือกด้วย RAM 32GB

ที่มา – DigiTimes

from:http://www.flashfly.net/wp/205444

Apple Scoop – 5 เรื่องเข้าใจผิด ของคนใช้ MacBook, MacBook Pro, iMac, Mac Pro, Mac mini ที่คุณควรรู้ !!!

เครื่อง Mac เป็นคอมพิวเตอร์ของทาง Apple ที่เชื่อว่าหลายๆ คนคงอยากได้จับจองมาเป็นเจ้าของกัน โดยถ้าเป็นในส่วนของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะก็จะมี Mac mini, iMac และ Mac Pro หรือถ้าเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาก็จะเป็น MacBook, MacBook Air และ MacBook Pro ซึ่งอย่างที่รู้ดีกันอยู่แล้วก็คือ Mac เป็นคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบได้อย่างสวยหรู มีความโดดเด่น มาพร้อมระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่ายและมีความสเถียรสูงอย่าง macOS นอกจากนี้ยังมีของแต่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของฮาร์ดเคสกันรอยหลากสีที่เราเลือกใส่ได้ตามใจ รวมไปถึงมีฟิล์มกันรอยติดรอบเครื่อง

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ายังมีผู้ใช้งาน Mac บางคนบางท่าน ที่จะเข้าใจความเป็น Mac จริงๆ หรือข้อจำกัดต่าง โดยในบทความนี้แอดมินโป้งก็เลยจะมาพูดคุยในเรื่องของสิ่งที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับ Mac กัน 5 เรื่องโดยเรื่องเหล่านั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน หรือเป็นเรื่องที่บอกต่อกันมา รวมไปถึงเป็นเรื่องที่ใครๆ เขาก็ทำกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง Mac, MacBook หรือ macOS ก็ตาม ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าเท็จจริงแค่ไหน ฉะนั้นบทความนี้เราจะมาพูดถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Mac ที่เราควรทราบและทำความเข้าใจกันซักหน่อย แน่นอนว่าถ้าอ่านแล้วชอบก็แชร์ให้คนรอบข้างอ่านกันได้

1. macOS ไม่มีไวรัส

ต้องเรียกว่า macOS เป็นเรื่องแรกๆ ที่ผู้คนส่วนมากที่ใช้ Mac หรือไม่ใช่ Mac ก็ตาม มีความเข้าใจผิดๆ กัน (รวมถึงคนขายตามหน้าร้านด้วย ฮา) ว่าระบบปฏิบัติการ macOS ของ Mac นั้นไม่มีไวรัสอยู่เลย ความเป็นจริงแล้วต้องบอกว่ามีนะครับ แต่ก็ถือว่าพบเจอได้น้อยมาก เพราะด้วยระบบปฏิบัติการ macOS ยังมีสัดส่วนน้อยกว่า Windows อยู่มาก ทำให้บรรดาคนเขียนไวรัสขึ้นมานั้นมีสัดส่วนที่น้อยตามไปด้วย เอาเป็นว่าถ้าใครใช้ Mac แล้วบังเอิญติดไวรัสบน macOS ก็ถือว่าโชคดี อารมณ์ประมาณนกบินมาอึใส่หัวก็แล้วกันนะครับ (ฮา) เว้นแต่ไปเข้าเว็บที่สุ่มเสี่ยงนะ

อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่ควรทราบก็คือ บนเครื่อง Mac นั้นมีโอกาสที่จะเป็นพาหะนำไวรัสบน Windows จากเครื่องไปติดอีกเครื่องหนึ่งได้เป็นอย่างดี โดยผ่านทางฮาร์ดดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟที่ก๊อบไฟล์ข้ามกันไปมา ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือหมั่นสแกนไวรัสสื่อบันทึกต่างๆ ด้วยโปรแกรมสแกนไวรัสของฝั่ง Windows กันบ้างนะครับ ยังไงก็กันไว้ดีกว่าแก้ (เพราะเดี๋ยวจะโดนคนใช้ Windows หาว่า macOS จากเครื่อง Mac เอาไวรัสมาติดนะ)

 

2. macOS บนเครื่อง Mac ไม่มีวันแฮงค์หรือพัง

แม้ระบบปฏิบัติการ macOS ที่ใช้งานใน Mac จะได้รับการโฆษณาจากทาง  Apple ว่ามีความสเถียรที่สูงหรือไว้ใจได้มากเพียงใด ก็ต้องบอกว่าในส่วนของการใช้งานจริงนั้นบน macOS นานๆ ทีก็มีอาการหลอนบ้างในบางครั้ง โดยจากประสบการณ์ใช้งาน macOS ด้วยตนเองที่ผ่านมานั้น พบว่ามีอาการแฮงค์หรือค้างไปบ้างในบางเวลา เฉลี่ยแล้วก็ตกปีละประมาณ 2 ครั้ง รวมไปถึงยังมีกรณีที่เปิดไม่ติดเลย ซึ่งก็ต้องอาศัยการ Restore จาก Time Machine ของ macOS เข้าช่วยเหมือนกัน (อันนี้เป็นอยู่ 2 ครั้ง)

แน่นอนว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ฉะนั้นก็ไม่ควรที่จะวางใจในส่วนของระบบปฏิบัติการ macOS ของเครื่อง Mac แบบ 100% เป็นไปได้ผู้ใช้งานเองก็ควรที่จะ Backup ข้อมูลบน macOS เอาไว้บ้าง เพราะสมมุติว่าข้อมูลหายไปหรือเครื่องเปิดไม่ติดขึ้นมาจริงๆ เราคงต้องได้รับความลำบากอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าคิดให้ดีขนาด macOS เองยังต้องมี Time Machine โปรแกรม Backup ติดตั้งมาให้เลย ซึ่งต้องบอกว่าถ้าใครไม่เคยใช้งานเลยก็แนะนำให้เปิดใช้งานบน macOS กันนะครับ ยังไงก็ปลอดภัยไว้ก่อน

3. Mac ใส่ฮาร์ดเคสหรือติดกันรอยรอบตัวเครื่อง

นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงเรื่องหนึ่งทีเดียว เพราะคนส่วนมากที่ใช้งาน MacBook ที่ไม่ว่าจะ MacBook, MacBook Air หรือ MacBook Pro นั้นทำกัน นั่นก็คือการซื้อฮาร์ดเคสมาใส่ โดยถ้าใครนึกอุปกรณ์เสริมอย่างฮาร์ดเคสบน Mac ไม่ออก ก็ต้องบอกว่าอารมณ์เหมือนกับเคสมือถือที่เราใส่กันทั่วไปเลยซึ่งเป็นตัวช่วยในเรื่องของความสวยงามหรือกันรอย ที่โดยส่วนมากนั้นฮาร์ดเคสของ MacBook จะมีอยู่สองชิ้นด้วยกันก็คือ ชิ้นบนไว้ครอบฝาจอ และอีกชิ้นไว้ครอบฝาเครื่อง หรืออีกหนึ่งประเภทกันรอยก็คือ ฟิล์มกันรอย ซึ่งจะเป็นลักษณะฟิล์มใส โดยการใช้งานก็จะเป็นการติดรอบตัวเครื่อง Macทั้งหมด เพื่อป้องกันรอยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเครื่องแบบไม่คาดคิดได้

 

รู้หรือไม่ว่าการที่เราจับเอา MacBook ไปใส่ฮาร์ดเคสหรือติดฟิล์มกันรอยรอบตัวเครื่องนั้น เป็นการทำร้ายเครื่องสุดที่รักของเราทางอ้อม เพราะ MacBook นั่นอาศัยการระบายความร้อนด้วยตัวเครื่องที่วัสดุทำจากโลหะที่มีคุณสมบัตินำความร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อเราเอาฮาร์ดเคสหรือติดฟิล์มกันรอยมาติดนั้น ทำให้การนำความร้อนออกจากตัวเครื่องทำไม่ได้อย่างเต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ตัวเครื่องภายในสะสมความร้อนมากยิ่งขึ้น พัดลมทำงานหนักขึ้น แน่นอนว่าจะให้อายุ MacBook ของเราสั้นลงกว่าที่ควรแน่นอน

  

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดๆ จากประสบการณ์ตรงเลยว่า ประสิทธิภาพจะตกลงไปแบบรู้สึกได้ ด้วยการใช้งาน MacBook Pro Retina 15 (Late 2013) ในการเล่นเกม DOTA 2 โดยก่อนใส่เฟรมเรทจะอยู่ที่ประมาณ 50 -60 fps แต่พอใส่ฮาร์ดเคสเข้าไปแล้วพบว่าเฟรมเรทนั้นตกลงมาเหลือที่ประมาณ 30 fps เท่านั้น หรือบางช่วงเวลาก็รู้สึกกระตุกเลย หรือแม้แต่การใช้งานทั่วไปก็สังเกตได้จากพัดลมเครื่องว่าหมุนรอบจัดกว่าการไม่ใส่ฮาร์ดเคสพอสมควรทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าด้วยความที่ MacBook Pro Retina ที่ติดตั้งชิปประมวลผล Core i7 และการ์ดจอแยก แน่นอนว่าทำให้เครื่องนั้น ปกติแล้วก็ร้อนกว่า MacBook Air หรือ MacBook อยู่แล้ว ทำให้เห็นผลได้ชัดกว่าเมื่อใส่ฮาร์ดเคส แต่ก็เชื่อได้ว่าหากเราไปใส่ฮาร์ดเคสกับ MacBook Air หรือ MacBook แล้ว เครื่องต้องร้อนกว่าปกติอย่างเลี่ยงไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ไม่ใส่ฮาร์ดเคสจะดีที่สุด แต่ถ้าใครกังวลว่าตัวเครื่องจะเป็นรอยก็ใส่ได้ แต่ก็ต้องรับในเรื่องข้อเสียที่จะเกิดขึ้นให้ได้เหมือนกันนะ

4. Mac ติดซิลิโคนคีย์บอร์ดเพื่อกันฝุ่น

แม้ว่าซิลิโคนคีย์บอร์ดของ Mac และ MacBook ที่ผลิตโดยผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมชั้นนำจะออกแบบมาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องของความเข้ากันของแต่ละปุ่มแต่ละช่องบน Mac รวมไปความสวยงามและวัสดุที่นำมาใช้ผลิตก็เป็นวัสดุชั้นดี ซึ่งข้อดีของการใช้งานซิลิโคนคีย์บอร์ดก็คือ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้ตกลงไปในช่องว่างของคีย์บอร์ดรวมไปถึงไม่ให้ปุ่มอักษรบน Mac ลอกอีกทั้งยังเสริมความสวยงาม ที่ในความเป็นจริงก็ต้องบอกว่าเรื่องฝุ่นช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะยังไงเรื่องของฝุ่นก็คงหนีไม่พ้นอย่างแน่นอน ข้อแนะนำก็คือให้หลีกเลี่ยงใช้ Mac บริเวณที่ฝุ่นเยอะ หรือยังไงก็ซื้อลูกยางเป่าลม มาค่อยเป่าไว้ก็จะดีกว่า

สำหรับข้อเสียในส่วนของคนที่ใช้ซิลิโคนคีย์บอร์ดของ MacBook ก็คือ ทำให้ระบายความร้อนได้แย่ลง แม้หลายๆ คนอาจจะคิดว่าช่องระบายความร้อนบนเครื่อง Mac ที่ติดตั้งมาให้ในโน้ตบุ๊กก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่อันที่จริงต้องเข้าใจว่าธรรมชาติของอากาศร้อนนั้นจะลอยขึ้นที่สูงแล้วการนำแผ่นซิลิโคนมาปิดไว้เหนือแป้นคีย์บอร์ดจะทำให้ความร้อนติดอยู่ที่แผ่นซิลิโคนและย้อนกลับเข้าไปในเครื่อง ทำให้ตัวเครื่องเกิดความร้อนสูงขึ้นและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามการที่ขัดขวางการระบายความร้อนด้วยการติดซิลิโคนคีย์บอร์ด อาจจะไม่เห็นผลชัดเจนเท่ากับการใส่ฮาร์ดเคส แต่ถ้าเป็นไปได้หลังจากได้อ่านบทความนี้แล้ว ก็ลองพิจารณากันดูเองนะครับ

 

5. เครื่อง Mac ไฟดูดเพราะเครื่องไฟรั่ว

ในชุดจัดจำหน่ายของ MacBook รุ่นใหม่ๆ ตัวอแดปเตอร์จะเป็นมาตรฐาน USB-C จะมาพร้อมกับหัวปลั๊กแบบเดียวคือ เป็นแบบ 2 ขา (ไม่มีสายดิน) ซึ่งเราสามารถสลับหัวปลั๊กไปมาอย่างง่ายๆ ด้วยการเลื่อนออก อีกแบบหนึ่งที่ต้องซื้อเพิ่มเอง (ราคา 790 บาท) ก็จะเป็นแบบสายยาว ที่มีหัวเป็นแบบ 3 ขา รองรับการเชื่อมต่อไฟที่มีการติดตั้งสายดินเพิ่มเข้ามา ส่วน iMac หรือ Mac mini นั้นจะให้สายไฟแบบ 3 ขามาอยู่แล้ว

ซึ่งหากใครพบปัญหาโลกแตกว่าทำไมใช้งานเครื่อง Mac ที่ไม่ว่าจะเป็น Mac หรือ MacBook รวมไปถึงโน้ตบุ๊คทั่วไปก็ตาม ไฟก็จะดูดเวลาที่เราไปแตะตัวเครื่องที่เป็นส่วนของโลหะหรือพอร์ตต่างๆ ก็ขอแนะนำว่าหากบ้านใครเดินระบบไฟแบบมีสายดินเอาไว้ ซึ่งสังเกตง่ายๆ ว่าจะเป็นปลั๊กแบบ 3 รู ก็ให้ใช้ปลั๊กแบบ 3 ขา เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วจากตัวเครื่อง จากการที่ตัวเครื่องเป็นโลหะ ส่วนถ้าบ้านไหนยังเป็นแบบปลั๊ก 2 รูทั้งบ้านอยู่ แสดงว่าไม่ได้ติดสายดินเอาไว้

ก็คงจำเป็นต้องหาวัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้าอย่างพรมหรือเก้าอี้ตัวเล็กมารองที่เท้าขณะใช้งาน MacBook รวมไปถึง Mac ที่เป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วออกมา ซึ่งถือแม้จะรั่วเพียงเล็กน้อยที่บางคนอาจจะทนได้ แต่หลายๆ คนก็อาจจะเกิดอาการรำคาญหรือต้องใช้งานระวังไม่ให้เท้าแตะพื้นอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าการที่เครื่อง Mac นั้นมีไฟฟ้ารั่วออกมาคงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถแก้ไขปัญหาได้นะครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ บทความ 5 เรื่องเข้าใจผิด ของคนใช้ MacBook, MacBook Pro, iMac, Mac Pro, Mac mini ที่คุณควรรู้ !!! ที่เชื่อว่าคงโดนใจไปหลายๆ คนแน่นอน โดยเขียนจากประสบการณ์ที่ใช้งาน MacBook Pro มาเกือบ 10 ปี (เปลี่ยนรุ่นไป 3 ครั้ง) เอาเป็นว่าใครสงสัยหรืออยากแชร์ความคิดเห็นอะไรหลังจากนี้ ก็สามารถโพสลงที่บทความนี้ได้เลย ทางผู้เขียนจะมาร่วมพูดคุยแบ่งบันความคิดเห็นอีกทีครับ ขอบคุณครับ

from:https://notebookspec.com/apple-scoop-5-things-misunderstand-for-mac-user/184934/