คลังเก็บป้ายกำกับ: MAGAZINE

ดาวน์โหลดนิตยสาร RICOH Magazine อ่านฟรี! ไม่เสียเงินสักแดงเดียว

RICOH ผู้นำด้านระบบการพิมพ์ ได้เปิดตัว RICOH Magazine เป็นนิตยสารไอทีออนไลน์ที่มีเรื่องราวต่างๆ มากมายที่น่าสนใจ โดยผู้อ่านสามารถที่จะคลิกดาวน์โหลดไฟล์ Ebook ดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีความรู้ด้านไอทีมากมาย, ทั้งระบบคลาวด์, เน็ตเวิร์ก, สตอเรจ, ดาต้าเซ็นเตอร์, ไอโอที, ซีเคียวริตี้ และบทสัมภาษณ์ผู้บริหารต่างๆ ในฉบับ

สำหรับฉบับเดือนตุลาคมนี้มีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับระบบไอที ตลอดจนเรื่องราวการท่องเที่ยวในดินแดนที่เกี่ยวข้องกับภูติผีปีศาจ ที่สอดรับกับเดือนแห่งฮาโลวีนที่จะมาถึงนี้

ดาวน์โหลด Ebook ได้ทั้งหมดที่นี่

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-magazine-free-download/

Advertisements

ผู้ก่อตั้ง Salesforce ประกาศซื้อกิจการนิตยสาร Time ด้วยมูลค่า 190 ล้านดอลลาร์

Marc Benioff ผู้ก่อตั้งและซีอีโอร่วม Salesforce ประกาศเข้าซื้อกิจการนิตยสารข่าว Time Magazine ด้วยมูลค่า 190 ล้านดอลลาร์ โดยการซื้อกิจการนี้เป็นการซื้อในนามส่วนตัวของเขาและภรรยา

ปัจจุบัน Time Magazine เป็นของกลุ่มธุรกิจสื่อ Meredith Corporation ซึ่งบริษัทได้ประกาศความต้องการขายนิตยสารในเครือ Time Inc. ทั้งหมด 4 หัว ได้แก่ Fortune, Time, Money และ Sports Illustrated แต่ในดีลระหว่าง Meredith และ Benioff นี้ มีเฉพาะนิตยสาร Time อย่างเดียว

Benioff บอกว่าเขาต้องการลงทุนในนามครอบครัว กับบริษัทที่มีความสามารถสร้างผลกระทบในระดับโลกได้ และ Time ก็มีความเป็นเอกลักษณ์ในธุรกิจสื่อด้านนี้ และหลังครอบครองกิจการ เขาจะปล่อยให้ Time ทำงานอย่างเป็นอิสระต่อไป

นิตยสาร Time เป็นนิตยสารรายสัปดาห์ ก่อตั้งมานานกว่า 90 ปี และมีผลงานเด่นที่สร้างความสนใจและผลกระทบทุกปีเช่นการคัดเลือก Person of the Year หรือการจัดอันดับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลของโลก

ที่มา: WSJ

alt="Time"

from:https://www.blognone.com/node/105291

(ลือ) Apple อาจรวมบริการวิดีโอ, Apple Music และแม็กกาซีน ให้อยู่ในการสมัครรับ (Subscriptions) ชุดเดียว

Apple Tv

มีรายงานว่าปีหน้า Apple กำลังพิจารณา รวมการสมัครรับ (Subscriptions) บริการต่างๆ อย่างวิดีโอ, Apple Music และแม็กกาซีน ให้อยู่ในการสมัครรับชุดเดียว

Apple อาจรวมบริการวิดีโอ, Apple Music และแม็กกาซีน ให้อยู่ในการสมัครรับ (Subscriptions) ชุดเดียว

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Apple ได้เข้าซื้อกิจการ Texture Magazine และจะมีการปรับปรุง Apple News ใหม่ให้รวมกับ Content ของ Texture Magazine ด้วย สื่อให้เห็นว่า Apple เน้นปรับปรุงรูปแบบบริการออนไลน์มากขึ้น

Apple Acquire Texture Cover

The information สื่อต่างประเทศรายงานข้อมูลเพิ่มเติมว่า Apple วางแผนที่จะรวมบริการออนไลน์ ได้แก่ TV, Apple Music, Apple News หรือแม็กกาซีนเข้าเป็นชุดบริการเดียว และให้ผู้ใช้ทำการสมัครรับ (Subscriptions) ในบริการชุดเดียวได้เลย

Apple Wwdc 2018 3376

ในรายงานเผยว่าผู้ใช้จะยังสามารถเลือก Subscriptions บริการออนไลน์แบบใดแบบหนึ่งหรือทั้งหมดได้ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะมีการให้ทดลองใช้ฟรี (Free-Trial) ก่อนสมัครรับหรือไม่ และสื่อต่างประเทศคาดว่า Apple อาจเริ่มรวมบริการเหล่านี้ในปีหน้า (2019)

ที่มา – iclarified

from:https://www.iphonemod.net/apple-bundle-video-content-music-and-magazines-in-one-subscription.html

iPhone X ถูกใช้แทนกล้องโปร สำหรับถ่ายภาพคนดังลงนิตยสาร People ฉบับภาษาสเปน

Tim Cook ซีอีโอของ Apple ได้แสดงความยินดีกับนิตยสาร People ฉบับภาษาสเปน ผ่านทางบัญชี Twitter ในโอกาสที่นิตยสารดังกล่าวเลือกใช้ iPhone X มาถ่ายภาพบุคคลสำคัญต่างๆ ลงหนังสือที่กำลังจะลงแผงในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมแชร์เบื้องหลังการถ่ายปกให้ได้ชมกันด้วย

เหล่าคนดังที่จะมาเป็นนางแบบและนายแบบให้ตากล้องได้ใช้ iPhone X ถ่ายภาพ มีทั้งนักร้องและนักแสดง อย่างเช่น Demi Lovato, Ricky Martin, Maluma, Maite Perroni, J Balvin, Jonn Leguizamo และ Geraldine Bazán

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ iPhone ถูกนำมาใช้งานแทนกล้องโปร สำหรับถ่ายภาพลงหนังสือหรือนิตยสาร Luisa Dörr ช่างภาพชาวบราซิล เคยใช้ iPhone ถ่ายภาพบุคคลสำคัญในหลากหลายสาขาอาชีพลงนิตยสาร TIME มาแล้ว iPhone 7 Plus ก็เคยใช้ถ่ายภาพนักร้องสาว Camila Cabello ลงนิตยสาร Billboard

ที่มา – Tim Cook

from:http://www.flashfly.net/wp/217302

คอมมิคบุ๊คใกล้ตายแล้ว? ยอดขายในญี่ปุ่นลดลงฮวบฮาบติดต่อกันเป็นปีที่ 20

ในยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์ดั้งเดิมทยอยล้มหายกันออกไปจากวงการ วงการคอมมิคบุ๊คก็ได้รับผลกระทบหนัก ยอดขายลดลงต่อเนื่อง จนมีคำถามว่า คอมมิคบุ๊คใกล้ตายแล้วหรือ?

Shutterstock.com

คอมมิคบุ๊คใกล้ตายแล้วจริงหรือ?

ยอดขายหนังสือคอมมิคญี่ปุ่น (Japan’s paper comic book) ของปี 2017 ลดลงกว่าปีก่อนหน้าถึง 12%

สถาบันวิจัยด้านสิ่งพิมพ์ในญี่ปุ่น ระบุว่า การสิ้นสุดของซีรีย์คอมมิคดังๆ หลายเรื่องในช่วงหลังมานี้ ประกอบกับการไม่มีคอมมิคที่ขึ้นมาเป็นดาวดวงใหม่ของวงการ ทำให้คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะเลิกอ่านคอมมิคทั้งในรูปแบบที่เป็นหนังสือและนิตยสาร

แต่ถ้ามองภาพใหญ่กว่าแค่วงการหนังสือและนิตยสารคอมมิค นั่นคือวงการสื่อสิ่งพิมพ์ที่กำลังตายลงทุกวัน มีการคาดการณ์ไว้ว่า ยอดขายหนังสือและนิตยสารในญี่ปุ่นปี 2017 จะมีมูลค่าอยู่ที่ 1.37 ล้านล้านเยน คิดเป็นเพียง 52% ของยอดขายในปี 1996 ที่ทำยอดไว้สูงที่สุดตลอดกาล มากกว่านั้น ยังได้คาดการณ์ว่า ยอดขายหนังสือของทั้งตลาด (ไม่รวมที่เป็นคอมมิค) จะลดลงประมาณ 3% ทุกๆ ปี

  • เพราะฉะนั้นแล้ว ยอดขายของหนังสือและนิตยสารคอมมิคที่เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ก็จะทยอยเข้าสู่สภาวะ “ใกล้ตาย” ไปด้วยเช่นกัน

สถาบันวิจัยแห่งนี้ยังได้พยากรณ์ไว้ว่า ยอดขายหนังสือและนิตยสารคอมมิคจะลดลงปีละ 10% ไปเรื่อยๆ (แต่อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะยอดขายลดลงติดต่อกันมา 20 ปีแล้ว) ส่วนในปีนี้จะปิดมูลค่ายอดขายอยู่ที่ 660,000 ล้านเยน

ต้องติดตามกันต่อไปว่าวงการคอมมิคบุ๊คจะมีหน้าตาอย่างไรในอนาคต เพราะนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 ที่ฮอตฮิตกันทั้งบ้านทั้งเมือง ก็กลับมามีจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในปี 2016 และแนวโน้มจะลดฮวบฮาบลงไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนการ Disrupt ที่เข้ามาก็ไม่ใช่อะไรอื่น นั่นก็คือสื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์ หรือ e-book นั่นเอง

สรุป

วงการคอมมิคบุ๊คญี่ปุ่นน่าเป็นห่วง เพราะมียอดขายลดลงติดต่อกันมา 20 ปี ส่วนปี 2017 เป็นอีกหนึ่งปียอดแย่ หลังจากยอดขายตกมาตั้งแต่ปี 2016 ปีนี้ก็ลดลงไปอีก 12% และคาดการณ์ว่าจะลดลงไปเรื่อยๆ จากสถานการณ์สื่อสิ่งพิมพ์ที่ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

ส่วนคอมมิคบุ๊คจะตายหรือไม่นั้น หลายคนจะบอกว่า ไม่มีวันตายเพราะคนยังอ่านหนังสืออยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องไม่ลืมคำที่บอกว่า “คนยังอ่านหนังสืออยู่” เอาเข้าจริงๆ แล้ว พวกเขาอ่านกันบนแพลตฟอร์มไหน? ถ้าตอบคำถามนี้ได้ จะคอมมิคบุ๊คหรือหนังสืออะไรก็ไม่มีวันตาย ตราบเท่าที่ตามทันพฤติกรรมของคนอ่านในแต่ละยุคแต่ละสมัย

อ้างอิง – Japantoday

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/comic-books-japan-decline/

เปิดใจ! Mass Group บริหารนิตยสารหัวนอกให้อยู่รอด ท่ามกลางงบโฆษณาที่สวนทาง

มองกลยุทธ์การบริหารสื่อนิตยสารให้อยู่รอดของ Mass Group ไม่ได้โฟกัสแค่โฆษณาอย่างเดียว แต่ต้องควบกับแพลตฟอร์มอื่นทั้งออนไลน์ และอีเวนต์ เริ่มทำตั้งแต่ออนไลน์เริ่มบูม

นิตยสารต้องมีมากกว่า 1 แพลตฟอร์ม

แม้ในช่วงที่ผ่านมามีกระแสการปิดตัวของนิตยสารหัวใหญ่ๆ ทั้งในประเทศ และเป็นหัวจากต่างประเทศ แต่ Mass Group ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ โดยไม่ต้องลาแผง

Mass Group ก่อตั้งเมื่อปลายปี 2554 มี 3 หุ้นส่วนใหญ่ คือ กุสุมา ไชยพร, อาลี ซีอานี และพรวิภา เธียรธนวาณิชย์

บริษัทได้รับลิขสิทธิ์ในการจัดทำนิตยสารแฟชั่นระดับไฮเอนด์หลายเล่มในประเทศไทย ได้แก่ L’Officiel Thailand, L’Officiel Hommes (เปลี่ยนชื่อจาก L’Optimum Thailand), L’Officiel Wedding, L’Officiel Watches and Jewelry, L’Officiel Art, Design and Decors และ WOW และเพิ่งยุติ Men’s Fitness ไปเพราะนโยบายของบริษัทแม่

ภายใต้ Mass Group ได้แบ่งเป็น 2 บริษัท คือ บริษัท แมส คอนเน็ค จำกัด บริหารนิตยสารสิ่งพิมพ์ และบริษัท แมส ดิจิทัล จำกัด ดูแลช่องทางดิจิทัลต่างๆ ที่มาเสริมนิตยสาร

ซึ่ง Mass Group ได้กำหนดทิศทางตั้งแต่เดย์วันในการเปิดบริษัทแล้วว่าต้องทำนิตยสาร ควบคู่กับช่องทางอื่นๆ อย่างออนไลน์ และอีเวนต์ ไม่ใช่รอแค่ค่าโฆษณาเพียงอย่างเดียว

พรวิภา เธียรธนวาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท แมส คอนเน็ค จำกัด เล่าให้ฟังว่า

“เรามีการจับเทรนด์ตลาด และเทรนด์ผู้บริโภคอยู่ตลอด มองเห็นว่าเม็ดเงินไปตรงไหน ก็เสริมตรงนั้น แน่นอนว่ายุคนี้แบรนด์มีการใช้งบการสื่อนิตยสารลดลง แต่ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทว่าจะรับมืออย่างไร ซึ่งเราได้วางแผนมีแพ็คเกจรองรับอยู่แล้ว เอาออนไลน์ และอีเวนต์มาเสริม ดูว่าถ้าแบรนด์ไม่ซื้อโฆษณาในเล่มก็เสนออย่างอื่น ทำให้รายได้มาเสริมกัน เราจะทำให้นิตยสารในเครือเป็นมากกว่าแค่แพลตฟอร์มเดียว”

พรวิภายกตัวอย่างของการดีไซน์แพ็คเกจต่างๆ เพื่อรองรับ อย่างอีเวนต์ตอนพาชมพู่ อารยาไปงานที่เมืองคานส์ มีการคิดทุกขั้นตอนที่สามารถมีสปอนเซอร์สนับสนุนได้ เช่น สมาร์ทโฟนแบรนด์หนึ่งก็ให้ไลฟ์สด

แบรนด์ไฮเอนด์ยังวางใจสิ่งพิมพ์อยู่!

แม้ว่าแบรนด์ส่วนใหญ่จะโยกงบโฆษณาไปลงช่องทางออนไลน์แล้ว ยุคนี้อาจจะเป็นซื้อโฆษณาออนไลน์ แล้วโฆษณาในนิตยสารเพิ่ม

แต่ก็พบว่ายังมีบางแบรนด์ที่ยังลงสื่อสิ่งพิมพ์อยู่ เพราะด้วยภาพลักษณ์ และกลุ่มเป้าหมาย ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ไฮเอนด์ แบรนด์เนมต่างๆ เครื่องประดับ นาฬิกา และบิวตี้

“ยังมีบางแบรนด์ที่ยังลงโฆษณาแค่สิ่งพิมพ์อยู่ เพราะสามารถควบคุมภาพลักษณ์ได้ เขามองว่าถ้าลงโฆษณาออนไลน์ หรือจัดอีเวนต์ เขาจะคุมคอนเทนต์ไปที่เขาต้องการไม่ได้ แล้วจะกระทบกับภาพลักษณ์”

โดยเฉพาะแบรนด์ไฮเอนด์ จะคิดแล้วคิดอีกในการทำอีเวนต์ ถ้าทำออกแล้วคนจะถ่ายรูปไปลงโซเชียลมีเดียอย่างไร เขาไม่สามารถควบคุมไปทิศทางเดียวกันได้ จึงยังคงลงแต่นิตยสาร ซึ่งมองถึงกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ด้วยว่าเป็นกลุ่มที่ยังอ่านสิ่งพิมพ์ และมีกำลังซื้ออยู่

ช่องทางออนไลน์เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญของ Mass Group ในปีนี้ตั้งเป้ามีการเติบโต 20-25% โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการเติบโตเฉลี่ย 10-20% มาโดยตลอด และมีการเสริมทีมออนไลน์มากขึ้นด้วย

สรุป

– การที่องค์กรมีการจับเทรนด์ และทรานนฟอร์มตัวเองให้เข้ากับตลาด ทำให้ยังคงอยู่รอดได้ ชี้ให้เห็นว่า Mass Group มีการมองเห็นเทรนด์ล่วงหน้า และปรับตัวได้ดี ทั้งนี้อาจจะได้อานิสงส์จากเจ้าของลิขสิทธิ์ในต่างประเทศที่ช่วยมองเทรนด์สิ่งพิมพ์ แต่ก็เป็นตัวอย่างของการทำธุรกิจที่เข้าใจตลาดได้ดี

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/casestudy-mass-group-magazine/

Mass Group ประกาศเปลี่ยนชื่อนิตยสาร L’Optimum Thailand พร้อมปิด Men’s Fitness ตามนโยบายบ.แม่

Mass Group เจ้าของลิขสิทธิ์นิตยสารหัวนอก ประกาศเปลี่ยนชื่อ L’Optimum Thailand เป็น L’Officiel Hommes และยุตินิตยสาร Men’s Fitness รุกนโยบายนิตยสารทุกหัวต้องมีหลายแพลตฟอร์ม

ไม่ใช่อยู่ไม่รอด! แต่บริษัทแม่เขาขอเปลี่ยน

นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนิตยสารในเครือ Mass Group 2 หัว ด้วยกัน ทั้งการเปลี่ยนชื่อ และยุติการพิมพ์ โดยที่ L’Optimum Thailand (ลอปติมัม ไทยแลนด์) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น L’Officiel Hommes (ลอฟฟีเชียล ออมส์)

L’Optimum Thailand เป็นนิตยสารแฟชั่นสำหรับผู้ชาย ได้วางแผงในประเทศไทยตั้งแต่เดือนกันยายน 2556 หรือมีอายุได้ 4 มีการตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 ฉบับ ชื่อใหม่จะมีการใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป

การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้มาจากที่ Editions Jalou (เอดิชั่นส์ ฌาลู) เจ้าของนิตยสาร L’Officiel และ L’Optimum ประเทศฝรั่งเศสได้ทำการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง มีการรีแบรนด์ใช้ชื่อ L’Officiel ให้เหมือนกับนิตยสารแฟชั่นผู้หญิง เพราะเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงกว่า มีอายุ 90 ปี แล้ว

พร้อมทั้งประกาศปิดตัว Men’s Fitness ในไทยด้วย
ชเป็นเพราะนโยบายของ “American media (อเมริกัน มีเดีย)” เจ้าของลิขสิทธิ์ได้ประกาศยุติการพิมพ์ Men’s Fitness ทั่วโลก ซึ่งในสหรัฐอเมริกาได้ทำการควบรวมกับนิตยสาร Men’s Journal

แต่ทีนี้การที่ Mass Group จะนำ Men’s Journal เข้ามาแทน ก็ทับไลน์กับ L’Officiel Hommes เพราะมีเนื้อหาเชิงไลฟ์สไตล์ผู้ชายเหมือนกัน จึงปิดตำนาน Men’s Fitness ที่เดือนธันวาคม 2560 จะเป็นฉบับสุดท้าย

พรวิภา เธียรธนวาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท แมส คอนเน็ค จำกัด กล่าวว่า

นอกจากการเปลี่ยนชื่อยังมีการปรังปรุงเนื้อหา และรูปลักษณ์ให้น่าสนใจ ทันสมัยมากขึ้น เน้นที่เรื่องแฟชั่น ไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ชาย มีการเพิ่มช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมคนในยุคนี้”

ปัจจุบัน Mass Group มีนิตยสารในเครือ 6 เล่ม ได้แก่ L’Officiel, L’Officiel Hommes, L’Officiel Wedding, L’Officiel Watches and Jewelry, L’Officiel Art, Design and Decora และ WOW

เมื่อมีการปิด Men’s Fitness ไป มีแผนท่ีจะนำนิตยสารหัวใหม่ในกลุ่มฟิตเนสเข้ามาเพิ่มเติม เพราะกลุ่มนี้มีโอกาสเติบโต แต่ยังขอใช้เวลาศึกษาก่อน

สรุป

– วงการนิตยสารที่ยังอยู่รอดยังเป็นนิตยสารเฉพาะกลุ่ม ซึ่งนิตยสารของ Mass Group เจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อทั้งสิ้น ทำให้ยังมีหนทางอยู่รอดในแผง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/mass-group-change-loptimum-lofficiel-hommes/