คลังเก็บป้ายกำกับ: MICROSOFT

ไมโครซอฟท์เพิ่มโหมดจำกัดการชาร์จไฟให้กับ Surface, ช่วยป้องกันแบตเสื่อมกรณีเสียบชาร์จตลอดเวลา

เมื่อประมาณต้นเดือนนี้ ไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่ากำลังดำเนินการเพิ่มฟีเจอร์จำกัดการชาร์จแบตเตอรี่ (Battery Limit) ให้กับอุปกรณ์ตระกูล Surface โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ที่นำไปใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์หน้าร้าน (kiosk) หรือใช้เชื่อมต่อกับ dock ทั้งวันซึ่งมักจะถูกเสียบชาร์จไว้ตลอดเวลา

ผู้ใช้จะสามารถเปิดใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวได้ผ่านหน้าตั้งค่า UEFI ก่อนบูทเข้า Windows หลังจากตั้งค่าแล้ว Surface จะจำกัดการชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ไว้เพียงแค่ 50% ของความจุทั้งหมด ช่วยถนอมแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ที่ใช้งานในลักษณะข้างต้นให้เสื่อมสภาพช้าลง

No Description

ฟีเจอร์ Battery Limit จะถูกปล่อยให้ Surface รุ่นใหม่นับตั้งแต่ Surface Pro 3 เป็นต้นไป ในรูปแบบของเฟิร์มแวร์ที่ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้เองผ่าน Windows Update

โดยมี Surface Pro 3 และ Surface Pro 4 เป็นรุ่นแรกๆ ที่เริ่มได้รับอัพเดตแล้ว สำหรับท่านที่ต้องการติดตามการอัพเดตของ Surface รุ่นอื่นเข้าไปเช็กได้ที่ลิงก์นี้ครับ

ที่มา – TechNet Blog via Windows Central

from:https://www.blognone.com/node/105989

Advertisements

เสียงวิจารณ์อื้ออึง อัพเดต Windows 10 มีคุณภาพต่ำ เกิดบั๊กบ่อย เพราะออกรุ่นถี่เกินหรือไม่?

ปัญหา Windows 10 ออกอัพเดตใหญ่แล้วพังอยู่บ่อยครั้ง (รอบล่าสุดคือ v1809 ลบไฟล์ของผู้ใช้) ทำให้เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้ไมโครซอฟท์ปรับปรุงคุณภาพของอัพเดตใหญ่-แพตช์รายเดือน หรือทบทวนนโยบายออกรุ่นทุก 6 เดือนจนควบคุมคุณภาพไม่ได้

  • Chris Goettl ผู้บริหารของบริษัท Ivanti ผู้ทำระบบจัดการไคลเอนต์ ให้สัมภาษณ์กับ Computerworld ว่าหากไมโครซอฟท์ยังต้องการออกรุ่นบ่อยทุก 6 เดือนต่อไป ก็ต้องมีมาตรการควบคุมคุณภาพของการอัพเดตที่ดีกว่านี้ ไม่อย่างนั้นจะเกิดกรณีแบบ v1809 อีกจนได้
  • Ed Bott คอลัมนิสต์ผู้เชี่ยวชาญด้านไมโครซอฟท์ บอกว่าไมโครซอฟท์เดินหน้าเร็วเกินไปและทำของพังบ่อยเกินไป (moving too fast and breaking too many things)
  • Susan Bradley ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแพตช์ความปลอดภัย เคยส่งจดหมายเปิดผนึกถึงไมโครซอฟท์ ในประเด็นว่าแพตช์ความปลอดภัยรายเดือนมีคุณภาพต่ำ และเกิดบั๊กอยู่บ่อยครั้ง
  • Mary Joe Foley คอลัมนิสต์ด้านไมโครซอฟท์อีกคน เสนอว่าไมโครซอฟท์ควรออกอัพเดต Windows 10 เวอร์ชันที่ไม่มีของใหม่เลย แต่เน้นการแก้บั๊กหรือปรับปรุงเสถียรภาพอย่างเดียว

No Description

เมื่อถามถึงกระบวนการทดสอบบั๊ก ไมโครซอฟท์มักอ้างถึงโครงการ Windows Insiders ที่ระบุว่ามีผู้เข้าร่วมถึง 15 ล้านคน แต่ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นก็ชี้ว่า การทดสอบบั๊กโดยผู้ใช้ทั่วไป กับการทดสอบโดยทีมงานเฉพาะทาง มีคุณภาพแตกต่างกัน ผู้ใช้อาจเจอบั๊กแต่รายงานไม่เป็นหรือไม่ครบถ้วน ซึ่งกรณีของ v1809 ลบไฟล์ มีผู้ใช้แจ้งมาใน Insiders แต่ทีมงานของไมโครซอฟท์ก็มองข้ามบั๊กนี้ไป

ที่มา – Computerworld

from:https://www.blognone.com/node/105986

Azure ประกาศฟีเจอร์ตรวจจับ Fileless Attack ด้วย Security Center เข้าสู่สถานะ GA แล้ว

Fileless Attack เป็นวิธีการโจมตีสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับของ Antivirus หรือกลไกการตรวจสอบแบบเดิมซึ่งตอนนี้ทาง Azure ได้พัฒนาความสามารถบน Security Center ให้ตรวจจับการโจมตีชนิดนี้ได้และได้ประกาศเป็นสถานะพร้อมใช้งานจริงแล้ว

credit : Azure.microsoft.com

Fileless Attack คือการที่คนร้าย inject payload ที่อันตรายไว้ในพื้นที่หน่วยความจำของโปรเซสที่ถูกแทรกแซง วีธีการตรวจจับคือจะมีการสแกนเครื่องตอน Runtime และดูข้อมูลภายในหน่วยความจำโดยตรงเพื่อค้นหาโค้ด Payload หรือ หลักฐานที่บ่งบอกถึงความเป็นอันตราย และด้วยการผนึกกำลังกับ Windows Defender ATP ด้วยแล้วจะทำให้การปกป้องผู้ใช้ทำได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

ไอเดียก็คือปกติแล้วเมื่อคนร้ายเจาะเข้ามาได้จะฝัง Shellcode (ชิ้นส่วนคำสั่งเล็กๆ) เอาไว้เพื่อไปโหลด Payload อื่นมาเพิ่มเติมและด้วยกลไกการป้องกันบนหน่วยความจำที่ชื่อ Address Space Layout Randomization (ASLR) จึงทำให้ Shellcode ต้องเข้าไประบุตำแหน่งของฟังก์ชันตัว OS ที่ต้องการก่อนเพื่อใช้โหลด Payload และใช้งาน ซึ่งตัว Shellcode มักจะมีรูปแบบเช่น เข้าถึง Process Execution Block (PEB) และอื่นๆ ทาง Azure จึงใช้พฤติกรรมตรงนี้มาวิเคราะห์และทำการแจ้งเตือนให้เกิดขึ้นในความเป็นจริง (สามารถดูรูปการแจ้งเตือนได้ตามด้านล่าง) อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ให้มายังไม่สามารถฟันธงได้ 100% แต่ก็เป็นข้อมูลให้กับนักวิเคราะห์เพื่อนำใช้ประกอบกับ Log เช่น เวลาที่ระบบตรวจพบ เทียบกับเวลาที่มีผู้ใช้งานล็อกอินอยู่ขณะนั้นที่อาจนำไปสู่ข้อสรุปว่ามีผู้ใช้งานรายไหนถูกแทรกแซงไปบ้าง

credit : Azure.microsoft.com

from:https://www.techtalkthai.com/azure-detects-fileless-attack-is-now-ga/

Azure เปิดทดลองแพลตฟอร์ม ‘Digital Twins’ สนับสนุนผู้ใช้งาน IoT

Azure ได้เปิดทดลองใช้แพลต์ฟอร์มใหม่ที่ชื่อ ‘Digital Twins‘ (คอนเซปต์ที่แสดง Virtual เป็นตัวแทนของ Physical ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ คน กระบวนการ ระบบ อุปกรณ์ หรื่ออื่นๆ) เพื่ออำนวยความสะดวกให้สามารถบริหารจัดการและเห็นภาพรวมของอุปกรณ์ นอกจากนี้เมื่อรวมกับบริการอื่นๆ จาก Azure จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน IoT ได้ในที่เดียว

credit : azure.microsoft.com

 

Digital Twins มีฟีเจอร์หลักดังนี้

  • Spatial intelligence graph คือสามารถแสดงสภาพแวดล้อมเชิงกายภาพเป็น Virtual ได้ สามารถดูตัวอย่างได้ตามรูปด้านบนซึ่งจะเห็นได้ว่าภาพจะบอกถึงความสัมพันธ์ของอุปกรณ์ว่าอยู่บริเวณไหน มีอะไรบ้าง ใครสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้บ้าง ทำให้เราสามารถไล่ดูรายละเอียดได้ง่ายขึ้น
  • Twin object models คือทาง Azure ได้มีรูปแบบหรือโปรโตคอลเบื้องต้นมาให้ระดับหนึ่งแล้วสำหรับการใช้งานในโดเมนต่างๆ และสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ด้วย
  • Data isolation via multi and nested tenancy capability คือผู้ใช้สามารถสร้างโซลูชันที่รองรับการขยายตัวและมีความมั่นคงปลอดภัยเพราะสามารถทำการ Replicate ข้อมูลออกไป Tenant อื่นหรือได้ด้วยฟีเจอร์ที่รองรับการทำ Nested-tenancy และ Multi-tenancy
  • Access Control และ Azure Active Directory เนื่องจาก Azure มี AD และ Role-based access control (RBAC) อยู่แล้วเพื่อช่วยกำหนดเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยต่อ คน หรือ อุปกรณ์ ให้เป็นไปตามข้อบังคับหรือนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัย
  • Advanced Compute คือ ผู้ใช้สามารถกำหนดฟังก์ชันเพื่อสร้างการแจ้งเตือนตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การใช้ IoT ในห้องประชุมคือเมื่อมีการเปิดพรีเซ็นต์ PowerPoint ก็ให้ห้องทำการลดไฟหรือเพิ่มไฟตามความเหมาะสมเองได้ พอทุกคนออกไปหมดไฟก็ปิดเอง เป็นต้น
  • ต่อยอดกับบริการอื่นๆ ได้ คือทาง Azure มีบริการที่สนับสนุน IoT มารองรับอยู่แล้ว เช่น Analytics, AI, Storage, Maps, Dynamics 365, Office 365 โดยสามารถดูภาพรวมว่า Digital Twin รวมกับบริการอื่นของ Azure ได้อย่างไรตามด้านล่าง
credit : azure.microsoft.com

ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ตามลิงก์วีดีโอด้านล่างหรือ Quick Start 

https://channel9.msdn.com/Shows/Internet-of-Things-Show/Azure-Digital-Twins-Introduction

ที่มา : https://azure.microsoft.com/en-us/blog/announcing-the-public-preview-of-azure-digital-twins/

from:https://www.techtalkthai.com/azure-open-digital-twins-in-preview-support-iot-user/

บิล เกตส์ รำลึกถึงพอล อัลเลน “ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีไมโครซอฟท์”

ข่าวการเสียชีวิตของพอล อัลเลน (Paul Allen) ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ ส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงของวงการไอทีออกมาแสดงความเสียใจ แต่คงไม่มีใครสำคัญไปกว่า บิล เกตส์ เพื่อนคู่หูผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทมาด้วยกัน

เกตส์เขียนรำลึกถึงอัลเลนในบล็อกส่วนตัวของเขา โดยเล่าความหลังว่าเขารู้จักอัลเลนตั้งแต่เรียนเกรด 7 ซึ่งอัลเลนแก่กว่าเขาสองปี และเป็นอัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ตอนนั้น ทำให้ทั้งสองคนสนิทกันอย่างรวดเร็ว และใช้เวลาด้วยกันเสมอ

อัลเลนมองเห็นภาพอนาคตที่คอมพิวเตอร์จะมาเปลี่ยนแปลงโลกตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูล และเป็นไอเดียตั้งต้นของไมโครซอฟท์ในเวลาต่อมา

No Description

Paul Allen (ซ้าย) Ric Weiland (กลาง) Bill Gates (ขวา)

ในปี 1974 ทั้งสองคนอาศัยอยู่แถบเมืองบอสตัน ตอนนั้นอัลเลนทำงานแล้ว ในขณะที่เกตส์ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ วันหนึ่งอัลเลนมาหาเขาโดยหยิบนิตยสาร Popular Electronics ฉบับหน้าปกเครื่อง Altair 8800 มาให้ดู แล้วบอกว่า “สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วโดยพวกเราไม่ได้ยุ่งเกี่ยว”

เกตส์บอกว่าประโยคนั้นทำให้เขาหยุดเรียนมหาวิทยาลัย และเป็นจุดเริ่มต้นของไมโครซอฟท์

เกตส์ยังบอกว่าอัลเลนเป็นคนที่เท่กว่าเขามาก เพราะเก่งและมีความสามารถอธิบายสิ่งที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย เล่นดนตรีได้ และเคยไว้เคราเท่ๆ อยู่ช่วงหนึ่ง พออัลเลนมาเป็นเจ้าของทีมบาสเก็ตบอล Portland Trail Blazers ก็เป็นคนมาสอนเกตส์ให้เข้าใจโลกของบาสเก็ตบอลอีกด้วย

ที่มา – Bill Gates

from:https://www.blognone.com/node/105924

Browser รายหลักทั้งหมดเตรียมยกเลิกการรองรับ TLS 1.0 และ 1.1 ภายในปี 2020

Microsoft, Google, Apple และ Mozilla ได้เห็นพ้องกันว่าจะทำการยกเลิกการรองรับโปรโตคอล TLS 1.0 และ 1.1 ภายในปี 2020 ที่มีอายุมาร่วม 20 ปีแล้ว ซึ่งในตอนนี้ก็มีเวอร์ชันใหม่อย่าง TLS 1.2 ที่ใช้มาสักพักใหญ่ รวมถึง 1.3 ที่เพิ่งประกาศออกมาล่าสุดและมีการปรับปรุงความสามารถหลายประการทั้งด้านประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัย

credit : BleepingComputer

จากการสำรวจของ Qualys SSL Labs พบว่า 94% ของไซต์ต่างก็รองรับการใช้งาน TLS 1.2 แล้วมีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ยังคงใช้โปรโตคอลเวอร์ชันเก่าตามรูปด้านบน โดยผู้ผลิตแต่ละเจ้าได้ประกาศแผนการยกเลิกดังนี้

  • Google รายงานว่ามีทราฟฟิค HTTPS ของตนบน Chrome เพียง 0.5% เท่านั้นที่เป็น TLS 1.0 หรือ 1.1 โดย Google จะเริ่มเตือนนักพัฒนาใน Chrome เวอร์ชัน 72 และยกเลิกถาวรในเวอร์ชัน 81
  • Safari มีสถิติการใช้โปรโตคอลเวอร์ชันเก่าราว 0.36% และจะตัดการรองรับบน iOS และ macOS ในมีนาคม 2020
  • Edge มีสถิติการใช้โปรโตคอลเวอร์ชันเก่าราว 0.72% และ Microsoft จะยกเลิกการรองรับบน Edge และ IE ภายครึ่งปีแรกของ 2020
  • Firefox มีสถิติสูงสุดแต่ก็ถือว่ายังน้อยคือ 1.2% ซึ่ง Mozilla เตรียมยกเลิกในเดือนมีนาคมปี 2020 และจะเริ่มปฏิบัติการกับ Firefox ในเวอร์ชัน Beta, Developer และ Nightly เร็วๆนี้

สำหรับผู้ใช้งาน Windows ที่อยากรู้ว่าเว็บไซต์โปรดของเราหรือเว็บเราเองนั้นได้รับผลกระทบหรือไม่ สามารถลองทดสอบได้ดังนี้คือลองเข้าไปปิดการรองรับ TLS 1.0 และ 1.1 ใน Internet Option -> Internet Properties -> Advanced ตามรูปด้านล่างแล้วลองเข้าใช้เว็บอีกครั้งหนึ่งหากมีปัญหาแสดงว่าเว็บนั้นยังใช้งานโปรโตคอลเวอร์ชันเก่าอยู่ควรปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนปี 2020 ครับ

credit : BleepingComputer

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/tls-10-and-tls-11-being-retired-in-2020-by-all-major-browsers/

from:https://www.techtalkthai.com/old-tls-protocol-has-been-dropped-by-all-major-browsers-in-2020/

Microsoft ปรับโฉมพร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ Cortana 3.0 Beta แล้ว

ก่อนหน้านี้ Microsoft นั้นดูไม่ค่อยจะให้ความสนใจกับการทำงานเจ้าผู้ช่วยอัจฉริยะบนสมาร์ทโฟนอย่าง Cortana เท่าไร แต่ดูเหมือนว่าการอัพเดตที่กำลังจะมานั้น Microsoft ได้มีการเปลี่ยนหน้าตา UI ของตัวแอพไปโดยสิ้นเชิง และได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆเข้ามา โดยฟีเจอร์ใหม่นั้นจะโฟกัสในเรื่องประสบการณ์การสนทนาระหว่างผู้ใช้และ Cortana และจะโฟกัสในเรื่องกิจกรรมเอ็นเตอร์เทนอื่นๆอีกด้วย

การอัพเดตใหม่ของ Cortana สำหรับผู้ใช้ Android และ iOS จะมาก็ต่อเมื่อ Cortana 3.0 มีความสเถียรแล้ว ในตอนนี้คนที่ได้เห็นและทดลองหน้าตา UI ใหม่และฟีเจอร์ใหม่ของ Cortana นั้นมีแต่คนที่ลงทะเบียนทดสอบตัว Beta ของ Cortana บนแพลตฟอร์ม Android และ iOS เท่านั้น



รายละเอียดเวอร์ชั่นใหม่ของ Cortana:

  • UI ตัวใหม่จะให้ประสบการณ์การสนทนาแบบใหม่ระหว่างผู้ใช้กับ Cortana และตัวจัดการและตั้งค่า Cortana บนอุปกรณ์แบบใหม่
  • สามารถบอกให้ Cortana เปิดเพลงโปรดหรือเปิด Podcasts จาก Spotify, iHeartRadio และ TuneIn จากโทรศัพท์ของเราหรือจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Bluetooth
  • ตั้งเวลา, ช่วยเตือนความจำและการประชุมได้ด้วยเสียง เพื่อช่วยจัดระเบียบการทำงาน
  • สามารถเข้าร่วมประชุมผ่าน Skype ได้ด้วยการบอก Cortana และยังสามารถจัดการปฏิทินหรือส่งอีเมลล์ไดด้วยเสียง

ยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดจาก Microsoft ว่า Cortana ตัวใหม่จะปล่อยออกมาให้ดาวน์โหลดเมื่อไร แต่น่าจะอีกสักพักใหญ่ๆเป็นแน่

ที่มา: PhoneArena

from:https://droidsans.com/microsoft-redesign-and-add-new-features-to-cortana-beta/