คลังเก็บป้ายกำกับ: MICROSOFT

การใช้งานข้ามกันระหว่าง Cortana และ Alexa เริ่มเปิดใช้งานเวอร์ชั่นพรีวิวแล้ว

ช่วงกลางปีที่ผ่านมา Microsoft ประกาศความร่วมมือกับ Amazon เปิดทางให้ Cortana และ Alexa สามารถเรียกใช้งานข้ามกันไปมาได้ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม คือลูกค้าในสหรัฐฯที่ลงทะเบียนการใช้งานข้ามกันก่อนหน้านี้ จะสามารถเรียกใช้ Cortana บนอุปกรณ์ Echo และเปิดใช้ Alexa บนเครื่องพีซี Windows 10 รวมถึงลำโพงอัจฉริยะ Harman Kardon Invoke ได้

Microsoft อธิบายในบล็อกว่า ทั้งสองจะใช้ทักษะที่ตัวเองมีในหลากหลายอุปกรณ์ เช่น ลูกค้าของ Office 365 สามารถขอให้ Cortana เรียก Alexa ผ่านเครื่องพีซีที่ทำงาน หรือใช้ Alexa เพื่อสั่งซื้อของใน Amazon หรือปรับอุณหภูมิในบ้านก่อนเดินทางกลับบ้านได้ เป็นต้น

การเรียกใช้งานก็ไม่มีอะไรมาก พูดว่า “Alexa, open Cortana”

ลูกค้ายังสามารถฟีดแบ็กกลับไปยังริศัทว่า ฟีเจอร์อะไร การใช้งานแบบไหนที่ชอบ และไม่ชอบ ใช้งานแบบไหนมากที่สุด เพื่อจะได้ปรับปรุงอัลกอริทึมให้ดียิ่งขึ้น

No Description

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/104610

Advertisements

Microsoft เผย Software-Defined Networking จะกลายเป็นหนึ่งในความสามารถหลักของ Windows Server 2019

สำหรับ Microsoft Windows Server 2019 ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีกไม่นานนี้ ทาง Microsoft ได้ออกมาระบุถึงความสามารถด้านการทำ Software-Defined Networking หรือ SDN บน Windows Server 2019 ว่าจะเป็นหนึ่งในความสามารถหลักที่จะผลักดันภาพของการทำ Software Defined Data Center (SDDC) อย่างเต็มตัวในครั้งนี้

 

Credit: ShutterStock.com

 

Microsoft มองว่าที่ผ่านมานั้นเทคโนโลยี SDN ถึงแม้จะมีประโยชน์กับเหล่าภาคธุรกิจอย่างชัดเจน แต่ก็ยังถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนสูงและติดตั้งใช้งานจริงได้ค่อนข้างยาก ดังนั้น Microsoft จึงมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอ SDN ซึ่งสามารถติดตั้งใช้งานได้ง่าย เพื่อให้ธุรกิจในทุกระดับสามารถเริ่มต้นใช้งาน SDN ได้ทันทีจากบน Windows Server

ความสามารถในการทำ SDN ของ Winndows Server 2019 นี้จะครอบคลุมถึงทั้งการทำหน้าที่รองรับระบบ Virtual Networking อย่าง Switch, Router, Firewall, Micro-segmentation, Network & Security Appliance, Load Balancer และอื่นๆ ภายใน Hyper-V ด้วย

นอกจากการเสริมความสามารถ SDN ใน Windows Server 2019 แล้ว ทาง Microsoft เองก็ยังจะมีการปรับปรุงความสามารถด้านการทำ SDN ของ Windows Server 2016 ไปด้วยในเวลาเดียวกัน

สำหรับการเตรียมระบบเครือข่ายให้สามารถเชื่อมกับ SDN ของ Windows Server ได้นั้น ทาง Microsoft ได้เตรียมระบบ SDN Express เพื่อช่วยจัดการในส่วนนี้ และทำให้การบริหารจัดการ SDN สามารถทำได้ผ่าน Windows Admin Center โดยตรงในภายหลัง โดย SDN Express นั้นเปิดให้สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลและโหลดมาใช้งานได้ฟรีๆ ที่ https://github.com/microsoft/sdn สำหรับทั้ง Windows Server 2016 และ 2019

 

ที่มา: https://virtualizationreview.com/articles/2018/08/13/windows-server-2019-sdn.aspx

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-says-software-defined-networking-will-be-on-main-features-of-windows-server-2019/

Microsoft แพตช์ประจำเดือนสิงหาคมอุตช่องโหว่ 60 รายการและ 2 ช่องโหว่ Zero-days

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาทาง Microsoft ได้ออกแพตช์อุตช่องโหว่ประจำเดือนสิงหาคม 2018 ซึ่งประกอบด้วยช่องโหว่กว่า 60 รายการและมี 2 รายการที่เป็น Zero-days ที่มีการโจมตีเกิดขึ้นแล้ว โดยมีหมายเลขอ้างอิง CVE-2018-8144 และ CVE-2018-8373 ดังนั้นแนะนำผู้ใช้ควรอัปเดต

Credit: alexmillos/ShutterStock

Zero-days : CVE-2018-8144

เป็นช่องโหว่ใน Windows Shell ด้วยการใช้คำสั่ง SettingContent-ms files หรือไฟล์ XML ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สร้าง Shortcut ไปยังหน้าตั้งค่าของ Windows 10 ไปเพื่อการกระจายมัลแวร์ (ติดตามข่าวเดิมจาก TechTalkThai) โดยทาง Microsoft ได้แก้เกมด้วยการบล็อกการฝัง SettingContent-ms files ใน Outlook และเอกสาร Office 365 ไปแล้ว อย่างไรก็ตามการอัปเดตครั้งนี้ Microsoft ได้ทำให้มั่นใจว่ามีการตรวจสอบ Windows Shell อย่างดีก่อนจะทำการใช้งาน SettingContent-ms files เพื่อป้องกันการโจมตีที่ถูกเผยมาดังกล่าว

Zero-days : CVE-2018-8373

ช่องโหว่บน Internet Explorer ที่สามารถทำให้เกิด Remote Code Execution จากกลไกของสคริปต์ที่จัดการกับ Object ในหน่วยความจำ ผลลัพธ์คือผู้โจมตีสามารถรันโค้ดในระดับสิทธิ์ของผู้ใช้ได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ใช้ก็มักมีสิทธิ์ในระดับผู้ดูแล (นึกถึงคอมพิวเตอร์ส่วนตัว) ดังนั้นอาจนำไปสู่ปัญหาที่ร้ายแรงต่อไป สาเหตุที่ผู้ใช้อาจตกเป็นเหยื่อการโจมตีนี้คือเข้าเว็บไซต์อันตรายผ่าน IE หรือเปิดเอกสารในสแปมอีเมลที่ฝังการแสดงผลด้วย IE อย่างไรก็ตามทาง Microsoft กล่าวว่าได้บันทึกการโจมตีที่เกิดขึั้นด้วยช่องโหว่ข้างต้นก่อนการออกการอัปเดตครั้งนี้ไว้แล้ว

คำแนะนำด้านความมั่นคงปลอดภัยรายการอื่น

ยังมีคำแนะนำด้านความมั่นคงปลอดภัยอื่นๆ อีก 3 รายการที่ไม่เกี่ยวกับ Windows แต่สำคัญดังนี้

ส่วนใครที่สนใจข้อมูลแพตช์ฉบับเต็มทาง BleepingComputer ก็ได้ดึงข้อมูลจาก Microsoft ด้วย API และ PowerShell มาแจกไว้บน GitHub ครับ แนะนำว่าให้รีบอัปเดตเพราะมี Zero-days ที่ถูกใช้จริงมาบ้างแล้ว

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-august-2018-patch-tuesday-fixes-60-security-flaws-including-two-zero-days/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-monthly-patches-august-2018/

Microsoft ออก Patch เดือนสิงหาคม 2018 ทั้งสิ้น 60 รายการ อุดช่องโหว่ Zero-Day 2 รายการ

สำหรับเดือนสิงหาคม 2018 นี้ ทาง Microsoft ก็ได้ออก Security Update มาด้วยกันถึง 60 รายการ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังนี้

 

Credit: alexmillos/ShutterStock

 

  • Internet Explorer
  • Microsoft Edge
  • Microsoft Windows
  • Microsoft Office and Microsoft Office Services and Web Apps
  • ChakraCore
  • Adobe Flash Player
  • .NET Framework
  • Microsoft Exchange Server
  • Microsoft SQL Server
  • Visual Studio

สำหรับช่องโหว่ Zero Day ที่ถูกแก้ไขไปในครั้งนี้ ได้แก่ช่องโหว่บนไฟล์ SettingContent-ms สำหรับใช้ควบคุม Control Panel Shortcut ของ Windows 10 ที่สามารถใช้แพร่กระจาย Malware ได้ และช่องโหว่ Zero Day บน Internet Explorer ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถทำ Remote Code Execution เข้ามาได้

นอกจากนี้ใน Patch รอบนี้เองก็ยังมี Security Advisory 3 รายการ สำหรับช่องโหว่ L1TF บน Intel CPU, ช่องโหว่บน Adobe Flash Player และช่องโหว่บน Microsoft Office ด้วย

สำหรับรายละเอียดเชิงลึกของช่องโหว่ต่างๆ ในเดือนนี้ สามารถตรวจสอบได้ที่ https://portal.msrc.microsoft.com/en-us/security-guidance ครับ

 

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-august-2018-patch-tuesday-fixes-60-security-flaws-including-two-zero-days/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-patches-for-august-2018-were-released/

ไมโครซอฟท์ออกแพตช์ความปลอดภัยเดือนสิงหาคม, ช่องโหว่ IE ระดับวิกฤติมีการโจมตีแล้ว

ไมโครซอฟท์ปล่อยแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนสิงหาคม โดยรอบนี้แม้จะมีช่องโหว่สำคัญๆ จำนวนหนึ่ง แต่มีช่องโหว่สองรายการที่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะแล้ว และเริ่มมีการโจมดีไปแล้ว ได้แก่ CVE-2018-8373 ช่องโหว่รันโค้ดบน Internet Explorer และ CVE-2018-8414 ช่องโหว่ Windows Shell

ซอฟต์แวร์ที่ได้มีรายงานเยอะสักหน่อย คือ Chakra Scripting Engine ที่มีช่องโหว่ระดับวิกฤติถึง 6 รายการ ส่วนซอฟต์แวร์ระดับเซิร์ฟเวอร์นั้น มีช่องโหว่ของ Microsoft SQL และ Exchange

รวมรายการ CVE รอบนี้มีทั้งหมด 60 รายการ เป็นระดับวิกฤติ 20 รายการและระดับสำคัญ 38 รายการ

ช่องโหว่ที่ไคลเอนต์นั้นทั้งร้ายแรงและมีการโจมตีแล้ว ดังนั้นรอบนี้ก็อาจจะต้องเร่งแพตช์กันกว่าปกติ

ที่มา – ZDI

No Description

from:https://www.blognone.com/node/104568

Azure เพิ่มการ Customize ใหม่ให้ฟังก์ชัน Migrate สนองความต้องการตามธุรกิจ

Azure ออกฟีเจอร์ใหม่ในการทำแผนการ Migration เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการให้เหมาะสมตามลักษณะของธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น

Credit: Microsoft

Azure Migrate เป็นบริการฟรีที่หลายคนรู้จักอยู่แล้วและถูกใช้เพื่อวางแผนย้ายการใช้งานจาก On-premise ขึ้นบน Azure เช่น ช่วยในการประเมินทรัพยากร VM บน Cloud โดยดูจากประวัติการใช้งานทรัพยากรบน On-premise รวมถึงวางแผนค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นหากย้ายขึ้นมาใช้งานและในกรณีที่มีแอปพลิเคชันเก่าซึ่งประเมินการใช้งานของเซิร์ฟเวอร์ที่เกี่ยวข้องได้ยากทาง Azure Migrate ก็สามารถช่วยวิเคราะห์ภาพการทำงานต่อกันทำให้ลูกค้าวางแผนได้ดียิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังรองรับการประเมินและค้นหาการใช้งาน VM ของ Windows และ Linux บน VMware ได้อีกด้วย ฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกเพิ่มให้ทาง Azure Migrate มีดังนี้

  • Reserved Instance (RI) : ลูกค้าสามารถวางแผนใช้งาน VM แบบจองล่วงหน้า (จ่ายก่อนทั้งปีหรือมากกว่าและมีส่วนลดให้)
  • VM Uptime : สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับ VM ที่มีการใช้งานระยะเวลาหนึ่งได้ เช่น VM ที่เอาไปทดสอบพัฒนาอาจจะใช้แค่ 10 ชม. ต่อวัน
  • Window Server 2008 (32 และ 64 บิต) : ถ้ายังมีการใช้งานเซิร์ฟเวอร์เก่าอยู่สามารถใช้ทางเลือกย้ายขึ้น Azure ต่อเวลาการสนับสนุนอัปเดตด้านความมั่นคงปลอดภัยต่อไปได้ ในฟีเจอร์ใหม่จะช่วยให้ระบุแต่ละ VM ที่สามารถย้ายขึ้น Azure โดยใช้ Site Recovery ได้
  • Azure Government : สนับสนุนการวางแผนปลายทางเป็น Azure Government มากกว่า 30 Region
  • VM Series : สามารถเลือกรุ่น VM ที่ต้องการให้แนะนำได้เพราะแต่ละรุ่นเหมาะสมกับการใช้งานแตกต่างกัน

ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://azure.microsoft.com/en-us/services/azure-migrate/

ที่มา : https://azure.microsoft.com/en-us/blog/new-customizations-in-azure-migrate-to-support-your-cloud-migration/

from:https://www.techtalkthai.com/new-customization-in-azure-migrate/

ไมโครซอฟท์เปิดตัว Windows UI Library, เพิ่ม UI ใหม่ให้แอพ UWP โดยไม่ต้องอัพเดตระบบปฏิบัติการ

เมื่อปลายเดือนที่เพิ่งผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว Windows UI Library (WinUI) ชุดรวม UI สำหรับใช้พัฒนาแอพ UWP โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการสร้างแอพ UWP ให้รองรับ Windows 10 หลายเวอร์ชัน

นักพัฒนาจะสามารถเรียกใช้ XAML control บน WinUI เพื่อใช้สร้างส่วนติดต่อผู้ใช้ของแอพ ไม่ต่างอะไรกับการใช้ XAML control บน SDK มาตรฐานที่มากับ Windows 10 แต่ละเวอร์ชัน

สิ่งที่ทำให้ WinUI ยืดหยุ่นกว่าเป็นผลจากการแยกส่วน UI ออกมาเป็นแพคเกจที่นักพัฒนาสามารถนำมาใช้งานได้ข้ามเวอร์ชัน ไม่ถูกผูกติดกับ SDK มาตรฐานที่มีความเก่า/ใหม่ต่างกันไปตามเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการอย่างแต่ก่อน

โดยตัวไลบรารี WinUI จะมากับ XAML control ที่มีความเข้ากันได้กับ Windows 10 เวอร์ชันเก่า (backward-compatible) ย้อนไปถึง Anniversary Update (v1607) เลยทีเดียว

ภาพรายละเอียดเพคเกจ Windows UI Library จากเว็บ NuGet
No Description

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้นักพัฒนาสามารถเพิ่มฟีเจอร์ให้กับแอพ UWP ด้วย UI แบบใหม่ (ซึ่งเดิมมาพร้อมกับ Windows 10 เวอร์ชันใหม่) ได้โดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้งานอัพเดต Windows 10 ตาม

และยังลดความยุ่งยากให้กับการพัฒนาแอพที่ยังคงเข้ากันได้กับ Windows 10 เวอร์ชันเก่า ที่แต่ก่อนนักพัฒนาจำเป็นต้องใช้วิธีเพิ่มโค้ดตรวจสอบเวอร์ชันของของระบบปฏิบัติการเพื่อปรับ UI ของแอพให้สอดคล้องกับ Windows 10 เวอร์ชันที่ผู้ใช้งานใช้

นักพัฒนาจะสามารถดาวน์โหลด WinUI ได้รูปแบบเพคเกจ NuGet โดยในขณะนี้ตัวไลบรารียังอยู่ในสถานะเปิดให้นำไปทดสอบจึงอาจยังไม่เหมาะกับการนำไปใช้กับงานโปรดักชั่นจนกว่าจะออกรุ่นจริง ท่านใดสนใจเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

ที่มา – Windows Blog via MSPoweruser

from:https://www.blognone.com/node/104519