คลังเก็บป้ายกำกับ: MOBILE

[ลือ] ซัมซุงจะออก Galaxy S10 สี่รุ่น พร้อมรุ่น 5G และ Galaxy F สมาร์ทโฟนแบบพับได้

ต้นปี 2019 ถือเป็นช่วงเวลาที่ซัมซุุงจะออกสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ตระกูล Galaxy S ที่คาดว่าจะเป็น Galaxy S10

รายงานล่าสุดที่ยังไม่มีการยืนยันจาก Wall Street Journal ระบุว่าซัมซุงจะออก Galaxy S10 ถึงสี่รุ่น และออกซีรีส์ใหม่ Galaxy F เป็นสมาร์ทโฟนแบบพับได้

Wall Street Journal ระบุว่า Galaxy S10 สามรุ่นย่อยจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 มีหน้าจอขนาดตั้งแต่ 5.8 จนถึง 6.4 นิ้ว และเป็นการออกแบบหน้าตาใหม่ทั้งหมด

ขณะที่ Galaxy S10 อีกหนึ่งรุ่นโค้ดเนม Beyond X จะมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.7 นิ้ว, รองรับ 5G และมีกล้องถ่ายภาพรวมกัน 6 ตัว แบ่งเป็นด้านหลังสี่และด้านหน้าสองตัว

ส่วนเรือธงรุ่นที่ห้าจะเป็นสมาร์ทโฟนแบบพับได้ ที่ซัมซุงโชว์ต้นแบบให้เห็นไปแล้วในงาน Samsung Developer Conference 2018 ซึ่ง Wall Street Journal ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีชื่อที่ลงตัว อาจเป็น Samsung Flex หรือ Galaxy Flex ก็ได้

นอกจากนี้สำนักข่าว Yonhap News ของเกาหลีใต้รายงานด้วยว่า สมาร์ทโฟนแบบพับได้ของซัมซุงจะมีราคา 1,770 ดอลลาร์ และจะเรียกว่า Galaxy F

ที่มา : The Wall Street Journal, Arstechnica, ภาพ Galaxy S9 จาก Samsung

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106550

Advertisements

[ไม่ยืนยัน] Huawei พัฒนาสมาร์ทโฟนพับได้เสร็จแล้ว รองรับ 5G จะเปิดตัวในงาน MWC 2019

เว็บไซต์ ETNews สื่อในเกาหลีใต้รายงานข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า Huawei พัฒนาสมาร์ทโฟนแบบพับได้เสร็จแล้ว พร้อมรองรับ 5G และมีการเปิดเผยสมาร์ทโฟนแบบพับได้เครื่องจริงให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายในเกาหลีแล้วด้วย

ข้อมูลเบื้องต้นของสมาร์ทโฟนแบบพับได้ของ Huawei คาดว่าจะสามารถคลี่ออกเป็นแท็บเล็ตที่มีหน้าจอขนาด 8 นิ้ว (ใหญ่กว่าต้นแบบสมาร์ทโฟนแบบพับได้ของ Samsung ที่คลี่ออกเป็นแท็บเล็ตขนาด 7.3 นิ้ว) ใช้หน้าจอที่ผลิตขึ้นจาก BOE บริษัทผู้ผลิตจอแสดงผลของจีน

นอกจากนี้ยังคาดว่าสมาร์โฟนแบบพับได้ของ Huawei อาจเปิดตัวครั้งแรกในงาน Mobile World Congress (MWC 2019)

ที่มา : Android Authority, Android Community, ภาพจาก Huawei

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/106546

พบบั๊กร้ายแรงบน Pixel 3 ไม่สามารถเปิดกล้องได้ รีเซ็ตเครื่องยังไม่หาย

ไม่มีปัญหาไม่ใช่มือถือ Pixel ที่เรียกได้ว่ามีสารพัดปัญหาหลังวางจำหน่ายแทบทุกรุ่น โดยล่าสุดเป็นเรื่องของการใช้งานแอปกล้อง ที่มีผู้ใช้ Pixel 3 หลายคนโพสต์ทั้งบน Reddit และ Googl Product Forum ว่าไม่สามารถเข้าใช้งาน Google Camera ได้ โดยขึ้นป๊อปอัพว่า The camera driver encountered a fatal error

Owen William ผู้ใช้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวได้เข้าไปดู log ที่รายงานปัญหา ไปจนถึง API ของกล้องก่อนจะพบว่า ระบบเข้าใจว่ากล้องกำลังถูกแอปอื่นใช้งานอยู่และแครช ขณะที่การรีบูท, เคลียแคช ไปจนถึงรีเซ็ตค่าโรงงานก็ดูไม่ช่วยแก้ปัญหา ทำให้ผู้ใช้หลายรายที่เจอปัญหาเรียกร้องขอเปลี่ยนเครื่อง ทว่าทีมซัพพอร์ท Google ปฏิเสธ ระบุเพียงว่าทีมพัฒนากำลังแก้ปัญหานี้อยู่ และ “น่าจะ” มีอัพเดตแก้ปัญหานี้ตามมา

ดูแล้วเรื่อง QC และซัพพอร์ทดูจะเป็นปัญหาที่ทีมฝั่งฮาร์ดแวร์ Google ควรจะแก้ไขเป็นอันดับแรกๆ

ที่มา – 9to5Google, TNW

No Descriptionภาพโดยคุณ vvkungx

from:https://www.blognone.com/node/106526

iPhone XS Max vs Pixel 3 เปรียบเทียบภาพถ่ายแบบมือสมัครเล่น

หลังจากปีที่แล้วเคยเปรียบเทียบภาพถ่าย iPhone X vs Pixel 2 ไปแล้ว มาปีนี้ก็ขอสานต่อกับรุ่นใหม่อย่าง iPhone XS Max และ Pixel 3 ที่แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องกล้องในเชิงฮาร์ดแวร์จากรุ่นเก่า แต่เน้นไปที่ซอฟต์แวร์มากกว่าเหมือนกันทั้งคู่

เช่นเดิมโหมดที่ถ่ายจะเป็นโหมดออโต้ ในกรณีของ Pixel ที่มีให้เลือก White Balance ผมก็ตั้งออโต้ ส่วน HDR เป็นโหมด HDR+ Enhanced ครับ (กรณีที่ไม่ชี้แจ้งเป็นอย่างอื่น) รวมถึงไม่มีการตกแต่งภาพแต่อย่างใด

คำเตือน รูปค่อนข้างเยอะ

Outdoor

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

iPhone XS Max

แตะโฟกัสที่ท้องฟ้า

No Description

แตะโฟกัสที่พื้น

No Description

Pixel 3

แตะโฟกัสที่ท้องฟ้า

No Description

แตะโฟกัสที่พื้น

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

Indoor

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

**iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

Portrait

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

Night Photo

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

Pixel 3 (Night Light)

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

Pixel 3 (Night Light)

No Description

iPhone XS Max

No Description

Pixel 3

No Description

Pixel 3 (Night Light)

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106505

อยากรู้มั้ย? ฮีโร่แต่ละสายของ ROV “กินเน็ต” ต่างกันมากน้อยแค่ไหน?

เรียกว่าเป็นผลสำรวจเอาใจคอเกมแบบสุดๆ เลยครับ ซึ่งผมว่าปกติคนเล่นเกมเองก็อาจจะไม่ได้สนใจกันหรอกครับว่า ตัวละครที่เราเลือกใช้ในการเล่นมันจะกินเน็ตแตกต่างกันมากน้อยขนาดไหน แต่ผลวิจัยและบทความนี้ก็เป็นสิ่งที่แปลกจนผมอยากเอามานำเสนอให้อ่านกัน ซึ่งมันเป็นบทความประชาสัมพันธ์บทความหนึ่งของทาง Line Mobile ที่ส่งข้อมูลมาครับ ลองอ่านกันดู ^^

คอเกม ROV รู้กันไหม? เราเสียเน็ตไปเท่าไหร่? ในศึกไต่แรงค์  5V5

ผลสำรวจจาก ETDA เผยคนไทยใช้เน็ตเล่นเกมติดอันดับ Top Ten กิจกรรมยอดนิยมบนโลกออนไลน์ โดยเฉลี่ยแล้วเล่นเกมวันละเกือบ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังพบว่าเกมบนมือถือที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันจะเน้นไปเกมประเภทลอบสังหาร วางกลยุทธ์ และการเล่นกันเป็นทีม

สำหรับคอเกมที่ชอบการตีป้อม ลอบสังหาร วางกลยุทธ์ ROV คือเกมที่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน คอเกม ROV หลายๆคนอาจเคยสงสัยว่าเล่น ROV แบบ 5V5 ซักหนึ่งเกมจะใช้ดาต้าเน็ตมากน้อยแค่ไหน? วันนี้ LINE MOBILE ซิมมือถือ โทร แชท เล่นเน็ต ชวนแฟนๆ ROV ลองนำฮีโร่ในแต่ละสายมาเล่นแบบ 5V5 1 เกม และคำนวณค่าเฉลี่ย “กินเน็ต” ออกมา กับการเล่นฮีโร่ครบทุกสาย จะใช้เน็ตเท่าไร? ไปดูกัน

 

สายแทงค์ “ทาร่า” ฆ้อนยักษ์จอมถึก

ระยะเวลาการเล่นประมาณ 21 นาที/ใช้เน็ตไป ประมาณ 30 MB

สายซัพพอร์ท เลือกเล่น “Chaugnar” ช้างปีศาจ หัวร้อน

ระยะเวลาการเล่นประมาณ 20 นาที/ใช้เน็ตไป ประมาณ 20 MB

สายแครี่ เลือกเล่น “ยอน” จอมยิงไกลธนูปักเข่า

ระยะเวลาการเล่นประมาณ 15 นาที/ใช้เน็ตไป  ประมาณ 10 MB

ผลที่ลองเล่นฮีโร่ครบทุกสายในเกมจะเห็นว่าถ้าเล่นแบบชิลๆ ROV จะกินเน็ตในระดับปานกลางโดยเฉลี่ยจะใช้ดาต้าเน็ตราว 10-30MB/เกม ซึ่งถ้าขยับมาเป็นสายแทงค์และสายซัพพอร์ทก็จะกินเน็ตมากขึ้นมาอีกหน่อย  หรือหากใครเป็นเซียนเกมนี้ และฟอร์มทีมเป็นอย่างดี ลองคำนวณคร่าวๆ ว่าหากฝันจะไต่แรงค์ถึงระดับ Conqueror (แบบชนะรัวๆ ไม่คิดจะเเพ้เลย!] ก็จะต้องเล่นทั้งหมด 87 แมทช์ เฉลี่ยต่อแมทช์ใช้เวลาเล่น 15-20 นาที จนไต่ถึงระดับ Conqueror ก็น่าจะใช้เวลาเล่น 20-30 ชั่วโมง เบ็ดเสร็จน่าจะต้องใช้เน็ตที่มากถึง 24 – 36GB เลยทีเดียว

เช่นเดียวกันกับ LINE MOBILE ที่ออกแบบแพ็กเกจ Unlimited มาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานและคอเกมให้สามารถเล่นเน็ตได้ไม่จำกัดความเร็วสูงสุด ในราคาที่เบาสุดๆ หรือทำความรู้จักกับ LINE MOBILE ได้ที่ https://th.linemobile.com/th/


 

ข่าว: อยากรู้มั้ย? ฮีโร่แต่ละสายของ ROV “กินเน็ต” ต่างกันมากน้อยแค่ไหน? มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/11/19/rov-heroes-use-data.html

AIS วางขาย OnePlus 6T ในไทย รุ่นแรม 6GB ราคา 18,999 บาท, รุ่น 8GB ราคา 22,999 บาท

AIS ประกาศวางขาย OnePlus 6T แบบ exclusive ในไทย โดยนำเข้ามา 2 รุ่นย่อยคือ

  • รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา 18,999 บาท ลูกค้า AIS ลดเหลือ 17,499 บาท ซื้อพร้อมโปร Hot Deal เริ่มต้น 15,999 บาท
  • รุ่นแรม 8GB ความจุ 256B ราคา 22,999 บาท ลูกค้า AIS ลดเหลือ 21,499 บาท ซื้อพร้อมโปร Hot Deal เริ่มต้น 19,999 บาท

สเปกและฟีเจอร์ของ OnePlus 6T อ่านได้จากข่าวเก่า OnePlus 6T เปิดตัว มีสแกนลายนิ้วมือในจอ, หน้าจอและแบตใหญ่ขึ้น

สามารถซื้อได้จาก AIS Online Store หรือ AIS Shop Central World ชั้น 4

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106478

รีวิว Huawei Mate 20 Pro กล้องหลังซูม 5 เท่า ชาร์จไร้สายให้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้

ก่อนหน้านี้ผู้เขียนเพิ่งรีวิว Huawei Mate 20 ไป วันนี้มาต่ออีกหนึ่งรุ่นที่จัดว่าเป็นรุ่นบนสุดในตระกูล Mate 20 Series นั่นคือ Huawei Mate 20 Pro ซึ่งมาพร้อมหน้าจอ OLED ขอบโค้งและรอยบาก, กล้องหลัง 3 ตัวในแบบ Porsche Headlight Design ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากไฟหน้าของรถ Porsche รุ่น 919 และฟีเจอร์ชาร์จไร้สายให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นที่รองรับชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi ได้

No Description

สเปก Huawei Mate 20 Pro ประกอบไปด้วย

  • จอ OLED ขนาด 6.39 นิ้ว, ความละเอียด 2K (3120 x 1440 พิกเซล)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.0
  • ชิป Kirin 980
  • แรม 6GB, รอม 128GB, รองรับ NM Card ความจุสูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่
    • Ultra Wide Angle ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์มุมกว้างปกติ ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ซูม 5 เท่า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.0, รองรับ 3D Depth Sensing
  • สแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ
  • กันน้ำ กันฝุ่นมาตรฐาน IP68
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh พร้อมระบบ Huawei SuperCharge และ Wireless Quick Charge

No Description

ตัวเครื่อง

ด้านหน้าของ Huawei Mate 20 Pro แตกต่างจาก Mate 20 ชัดเจน ใช้จอ OLED ขอบโค้ง มากับรอยบากขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดา Mate 20 Series หากใครที่เห็นแล้วรู้สึกขัดใจก็จะมีเมนูให้เลือกซ่อนรอยบากนี้ไดั

No Description

ตัวเครื่อง Mate 20 Pro บาง 8.6 มม. หนากว่า Mate 20 ที่บาง 8.3 มม. เล็กน้อย ซึ่งลักษณะจอแบบโค้งไม่ทำให้รู้สึกว่าหนักเวลาหยิบถือแต่อย่างใด แต่ตัวเครื่องที่ดูยาวทำให้ยากต่อการใช้งานด้วยมือเดียว

No Description

ฝาหลังใช้วัสดุที่มีลักษณะคล้ายกระจกแฝงมาด้วยลวดลาย ผิวของฝาหลังเกิดรอยนิ้วมือได้ยากขึ้น ให้ความกระชับในขณะหยิบถือมากขึ้นและไม่ลื่นอีกด้วย

No Description

No Description

ส่วนประกอบอื่นๆ โดยรอบตัวเครื่อง ในตำแหน่งรอยบากเป็นกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล, ลำโพงสนทนาและลำโพงเสียงในตัวเดียวกัน พร้อม 3D Depth Sensing เซ็นเซอร์สำหรับสแกนใบหน้าที่ใช้งานได้แม้ในที่แสงน้อย, มีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์อยู่ขอบด้านขวาของตัวเครื่อง

No Description

ปุ่ม home, ย้อนกลับ และ recent app เป็นแบบ on screen, ส่วนขอบด้านล่างเป็นพอร์ท USB Type-C ซึ่งจุดนี้ Huawei ซ่อนลำโพงเสียงอีกหนึ่งตัวอยู่ข้างในด้วย เสียงดนตรีที่เราได้ยินจะถูกขับออกมาจากพอร์ท USB Type-C ซึ่งเสียงที่ถูกขับออกมาพร้อมกันทั้งจากลำโพงสนทนาและลำโพงด้านล่างให้รายละเอียดเสียงที่ชัดเจนและดังมากเมื่อปรับระดับจนสุด

No Description

นอกจากนี้บริเวณขอบด้านล่างตัวเครื่องยังเป็นตำแหน่งถาดใส่ซิมแบบใหม่ ที่นอกจากเราจะเลือกใส่ 2 ซิม ประเภท Nano SIM ยังสามารถพลิกถาดซิมอีกด้านเพื่อเลือกใส่ NM Card การ์ดความจำแบบใหม่ขนาดเท่า Nano SIM ได้ รองรับความจุสูงสุด 256GB

No Description

กล้องถ่ายภาพ

เรื่องกล้องถ่ายภายยังเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญ Mate 20 Pro นอกจากการจัดเรียงกล้องและแฟลชเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสที่ไม่เหมือนใครแล้ว ความละเอียดของกล้องในรุ่นนี้ยังแตกต่างจาก Mate 20 โดยเลนส์ Ultra Wide Angle มีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล / รูรับแสง f/2.2 (Mate 20 ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล), เลนส์มุมกว้างปกติ ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/1.8 (Mate 20 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล) และเลนส์ซูม 5 เท่า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.4 (Mate 20 ซูมได้ 2 เท่า)

No Description

UI ของกล้องใน Mate 20 Pro ไม่ต่างจาก Mate 20 การซูมถ่ายภาพทำได้ง่าย ให้สังเกตที่หน้าจอเมื่อเปิดกล้องจะมีตัวเลขกำกับ โดยเลข 1x หมายถึง ถ่ายภาพมุมปกติ, 0.6x ถ่ายแบบมุมกว้าง ช่วยเก็บบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวได้ครบอยู่ในภาพเดียว ใครที่ชอบถ่ายภาพแบบ landscape อยู่ด้วยแล้วก็น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีได้ และอีกหนึ่งจุดเด่นของเลนส์ซูมใน Mate 20 Pro สามารถซูมได้ถึง 5 เท่า ช่วยเก็บภาพระยะไกลที่ถือว่าให้ความชัดและสูญเสียความละเอียดของภาพน้อย

No Description

ขณะเดียวกัน AI ยังเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยในการถ่ายภาพ สามารถจับภาพได้ถึง 25 โหมด แยกแยะประเภทของวัตถุ, คน, สัตว์, สภาพแสงต่างๆ พร้อมปรับแสงสีให้มีความคมชัดมากขึ้น รวมถึงมีโหมดซุปเปอร์มาโครถ่ายภาพวัตถุระยะใกล้ที่มีระยะห่างจากวัตถุเพียงแค่ 2.5 ซม. นอกจากนี้ใครที่ชอบตั้งค่าการถ่ายภาพเองด้วยโหมด Pro ยังสามารถกำหนด ISO ได้สูงถึง 102400 (เคยมีมาก่อนแล้วใน Huawei P20 Pro)

ส่วนการถ่ายวีดีโอจากกล้องหลังสามารถเลือกความละเอียดได้สูงสุดที่ 4K UHD มี AI ช่วยถ่ายวีดีโอ โดยใน UI จะมีเมนูให้เลือกประเภทของเฉดสีที่เราต้องการในขณะถ่ายวีดีโอได้

No Description

ตัวอย่างภาพถ่าย ไม่มีการตกแต่งใดๆ เพียงลดความละเอียดลงเท่านั้น

ภาพถ่าย Ultra Wide Angle

No Description

No Description

ภาพซูม 1 เท่า

No Description

ภาพซูม 3 เท่า

No Description

ภาพซูม 5 เท่า

No Description

ภาพซุปเปอร์มาโคร

No Description

การใช้งาน

สเปกภายในของ Mate 20 Pro ไม่แตกต่างจาก Mate 20 หรือ Mate 20X มากับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ Kirin 980 ที่ Huawei เป็นผู้พัฒนาขึ้น มากับแรม 6GB, รอม 128GB ที่รองรับการเก็บไฟล์ข้อมูลได้จำนวนมาก

No Description

No Description

การทดสอบเล่นเกม PUBG และ Asphalt 9: Legends พบว่าตอบสนองต่อการกดได้เร็ว ลื่น และยังไม่พบอาการหน่วงในระหว่างเล่นให้เห็น

No Description

อีกหนึ่งฟีเจอร์น่าสนใจใน Mate 20 Pro มาพร้อมสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ การสแกนต้องใช้แรงกดเล็กน้อยและสามารถทำได้แม้ขณะหน้าจอปิดอยู่ ซึ่งการสแกนใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการปลดล็อกหน้าจอ ถือว่าเร็วมาก

No Description

แบตเตอรี่และชาร์จไร้สาย

Mate 20 Pro มากับแบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh ใหญ่กว่า Mate 20 ที่มีแบตเตอรี่ 4000 mAh ซึ่งรองรับการใช้งานทั่วไปได้แบบสบายๆ ใน 1 วัน หรือหากจะเล่นเกมหนักๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แบตเตอรี่ก็อึดพอที่จะอยู่กับเราได้หลายชั่วโมง

No Description

อีกหนึ่งจุดที่สำคัญของ Mate 20 Pro คือ ฟีเจอร์ชาร์จไร้สายให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่น หรือเรียกได้ว่าเป็นแบตเตอรี่สำรองให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นที่รองรับชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi ซึ่งขั้นตอนแรกของการใช้งานต้องเข้าไปที่เมนูแบตเตอรี่ และเลือกที่การชาร์จแบบย้อนกลับแบบไร้สาย หลังจากนั้นให้นำสมาร์ทโฟนมาวางที่ฝาหลังของ Mate 20 Pro (ในที่นี่ผู้เขียนนำ iPhone XS มาทดสอบการชาร์จไร้สาย)

โดยการวางสมาร์ทโฟนเราสามารถวางเป็นแนวตรงหรือวางเฉียงก็ได้ ซึ่งจากภาพจะสังเกตเห็นว่าเมื่อวาง iPhone XS ที่ฝาหลังของ Mate 20 Pro ก็จะเริ่มชาร์จแบตแบบไร้สายได้แล้ว

No Description

สรุป

Huawei Mate 20 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่โดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกด้วยจอ OLED ขอบโค้ง พร้อมฝาหลังที่ทำจากวัสดุคล้ายกระจกแฝงมาด้วยลวดลาย เป็นองค์ประกอบที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว มีความสวยงาม แถมยังจับได้ถนัดมือพอสมควร

เรื่องกล้องถ่ายภาพต้องยอมรับว่ายังเป็นหนึ่งในจุดขาย ซึ่ง Mate 20 Pro มากับเลนส์ซูมที่สามารถซูมถ่ายภาพในระยะไกลได้สูงถึง 5 เท่า โดยสูญเสียความละเอียดของภาพน้อย และยังมีเลนส์ Ultra Wide Angle ช่วยเก็บภาพวิวทิวทัศน์ได้แบบครบจบในภาพเดียว

อีกหนึ่งจุดขายที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เป็นฟีเจอร์ชาร์จไร้สายให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่น แต่ก็ยังใช้ได้แค่กับสมาร์ทโฟนบางรุ่นที่รองรับชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi

ข้อจำกัดอีกหนึ่งเรื่อง คือ NM Card ที่หาซื้อได้ยากตามท้องตลาด และใช้ได้แค่ Mate 20 Pro และ Mate 20X เท่านั้น

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/106477