คลังเก็บป้ายกำกับ: MOBILE_ENTERPRISE

Google ใช้ Machine Learning ใน Google Drive ช่วยแนะนำว่าเราควรเปิดอ่านไฟล์ไหนก่อน

ใครที่ใช้ Google Drive ในช่วงนี้คงเริ่มเห็นฟีเจอร์ใหม่ที่มีชื่อว่า Quick Access ซึ่ง Google ได้ใช้ Machine Learning เข้ามาเรียนรู้พฤติกรรมการเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ของเราหรือเพื่อนร่วมงาน และทำการแนะนำว่าเราควรเปิดอ่านไฟล์ไหนก่อนในแต่ละวัน

Credit: Google

 

ก่อนหน้านี้ฟีเจอร์นี้รองรับการใช้งานเฉพาะลูกค้าของ Google G Suite บน Android เท่านั้น แต่ปัจจุบัน Quick Access นี้มีให้ใช้งานได้แล้วสำหรับทุกคนที่ใช้ Google Drive ไม่ว่าจะเป็น Web, Android หรือ iOS ก็ตาม ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาค้นหาหรือ Browse File เองอย่างแต่ก่อน ทำให้ประหยัดเวลาในการทำงานลงไปเป็นอย่างมาก

เบื้องหลังของ Quick Access นี้คือการใช้ Deep Neural Networks เพื่อวิเคราะห์ Pattern จากข้อมูลต่างๆ หลากหลายที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ภายใน Google Drive, Calendar และอื่นๆ เพื่อนำเอกสารต่างๆ ที่เราควรอ่านก่อนมาแสดงในหน้า Home ของ Drive โดยอัตโนมัติ ซึ่งก่อนหน้านี้ Machine Learning แบบเดิมๆ นั้นจะการวิเคราะห์ทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดรวมกันจนมีความซับซ้อนสูง แต่ใน Quick Access นี้ทาง Google ได้ปรับปรุงด้วยการเก็บ Features เด่นๆ ที่มีมาวิเคราะห์แบบง่ายๆ ก่อน เช่น นำเอกสาร 20 ฉบับล่าสุดที่มีการแก้ไขมาใช้ โดยนำข้อมูลที่กรองมาก่อนเหล่านี้มาวิเคราะห์ต่อด้วย Deep Neural Networks ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ ทำให้ีความแม่นยำมากขึ้น และลดจำนวน Features ที่ต้องวิเคราะห์ลงไปได้อย่างมหาศาล

Google ได้สร้าง Relevance Score สำหรับแต่ละเอกสารภายใน Google Drive แล้วจึงนำเอกสารที่มีคะแนนสูงสุดมาเรียงลำดับ เช่น หากในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะมีนัดประชุมกับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ก็จะนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมและเพื่อนร่วมงานคนนั้นมาแสดงให้เราได้เห็นก่อน เป็นต้น

อันที่จริงทีมงาน TechTalkThai ได้ลองใช้ฟีเจอร์นี้มาซักพักแล้วครับ และพบว่าดีมาก เลยมานั่งหาดูว่าเบื้องหลังมันคืออะไร เลยได้ออกมาเป็นข่าวนี้

 

ที่มา: https://research.googleblog.com/2017/03/quick-access-in-drive-using-machine.html

from:https://www.techtalkthai.com/google-uses-machine-learning-in-google-drive-to-predict-which-files-should-be-opened-first/

Advertisements

Apple เปิดตัว Swift Playgrounds 1.2 สอนเด็กเขียนโปรแกรมด้วย Swift บน iPad ฟรีๆ รองรับภาษาใหม่เพิ่ม 5 ภาษา

เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับใช้สอนให้เยาวชนทั่วโลกให้ได้หัดเขียนโปรแกรม เมื่อ Apple ประกาศเปิดตัว Swift Playgrounds 1.2 โปรแกรมสอนเด็กให้หัดเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Swift บน iPad รุ่นล่าสุด

Credit: Apple

 

ภายใน Swift Playgrounds นี้จะประกอบไปด้วยเนื้อหาและโจทย์สำหรับให้เด็กๆ ได้หัดเขียนโปรแกรมแบบ Interactive เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าใจถึงพื้นฐานสำคัญในการเขียนโปรแกรม โดยเมื่อเด็กๆ เขียนโปรแกรมไปแล้วก็จะได้เห็นผลลัพธ์ของคำสั่งที่ตัวเองเขียนทันทีในหน้าจอด้านขวา ซึ่งอาจจะเป็นภาพ Animation ที่ทำการเคลื่อนไหวตามคำสั่งที่เด็กๆ ได้เขียนลงไป

ใน Swift Playgrounds รุ่น 1.2 นี้ได้เพิ่มการรองรับภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาเยอรมัน และภาษาละติน ทำให้สามารถนำไปใช้สอนเด็กๆ ทั่วโลกได้ง่ายขึ้น

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมหรือต้องการ Download Swift Playground สามารถเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ http://www.apple.com/swift/playgrounds/ เลยครับ

 

ที่มา: http://www.apple.com/newsroom/2017/03/swift-playgrounds-now-available-in-five-additional-languages.html

from:https://www.techtalkthai.com/apple-swift-playgrounds-1-2-for-teaching-kids-to-code-on-ipad-is-released/

Cisco จัดงาน Cisco Connect 2017 | Thailand เน้นความมั่นคงปลอดภัยในยุค Digital Transformation

Cisco ผู้ให้บริการโซลูชันเครือข่ายและ Data Center ชั้นนำของโลก จัดงาน Cisco Connect 2017 | Thailand ภายใต้ธีม “Your Time is Now. Secure Your Digital Transformation.” มุ่งเน้นการสนับสนุนให้องค์กรนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เปิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมั่นคงปลอดภัย ผู้ที่สนใจสามารถดูวิดีโอ Keynote Speech และ Panel Discussion ได้ที่บทความนี้

Cisco Connect 2017 | Thailand ได้แบ่งงานออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า ซึ่งผู้บริการระดับสูงจะบรรยายไอเดียของการปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation ไปจนถึงการดำเนินการอย่างไรให้มั่นคงปลอดภัย จากนั้นจะเป็นกรณีศึกษาของลูกค้าในประเทศไทย คือ Insee Digital และ Ananda Development ในการเข้าสู่การทำ Digital Transformation

Keynote Speech โดยคุณ Kok-Keong Lee, Director of Systems Engineering จาก Cisco ASEAN

“การจะเป็นผู้นำในยุค Digital Transformation ต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 4 ประการ คือ People, Process, Technology และ Intelligence การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นการทำให้องค์กรกลายเป็น Digital แต่อย่างใด องค์กรต้องมีการพัฒนาบุคลากรและกระบวนการเพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมูลค่า การเปิดโอกาสใหม่ๆ หรือการปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น ที่สำคัญคือ Intelligence เมื่อทุกอย่างถูกเก็บอยู่ในรูป Digital องค์กรที่ประสบความสำเร็จจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ ต่อยอด เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจของตน” — คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการของ Cisco ประเทศไทย กล่าว

Panel Session: Secure Digital Transformation in Action โดยคุณอิฑยา ศิริวสุกาญจน์ จากบริษัท อินทรี ดิจิตอล จำกัด และ ดร. จอร์น เลสลี่ มิลลาร์ จากบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

สำหรับช่วงบ่ายน้ัน จะเป็นการอัปเดตแนวโน้มและเทคโนโลยีด้านต่างๆ จากทาง Cisco และ Partner ที่มาออกบูธภายในงาน ซึ่งหัวข้อที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับ Digital Workplace คงเป็น Cisco Spark ระบบ Unified Collaboration สำหรับผู้ใช้ระดับองค์กรที่เพิ่งมีการอัปเดตครั้งใหญ่ โดยผสานเทคโนโลยีด้านการเชื่อมต่อสำคัญ 3 ประการ คือ Messaging, Meeting และ Voice ตอบโจทย์ความต้องการตั้งแต่การส่งข้อความแชทหากัน การผสานกับระบบโทรศัพท์เพื่อต่อขยายความสามารถด้านการเชื่อมต่อผ่านเสียง และการสร้างห้อง Virtual Conference Room สำหรับประชุมแบบออนไลน์ ซึ่งทุกอย่างนี้สามารถทำได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว รวมไปถึงสามารถทำงานร่วมกับระบบ Collaboration อื่นของ Cisco และ 3rd Party ได้อีกด้วย

ดูรายละเอียด Cisco Spark ได้ที่: https://www.ciscospark.com

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-connect-2017-thailand/

Apple ออกโรงปฏิเสธ! ยืนยันไม่ได้โดนแฮ็ค iCloud 600 ล้าน Account แต่อาจเกิดจากช่องโหว่ของ 3rd Party

หลังจากที่มี Hacker กลุ่มหนึ่งออกมาเรียกค่าไถ่กับ Apple โดยอ้างว่า Hack iCloud ได้สำเร็จ 200 – 600 ล้าน Account และจะทำการ Wipe Data / Factory Reset หาก Apple ไม่ยอมจ่ายค่าไถ่นั้น วันนี้ Apple ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่ได้มีการ Hack เกิดขึ้นจริง แต่หากกลุ่ม Hacker เหล่านี้สามารถเข้าถึง iCloud เหล่านั้นได้จริง ก็เกิดจากการโจมตีช่องทางอื่น ไม่ใช่การโจมตีระบบของ Apple

 

ทาง Apple ได้ส่งแถลงการณ์ทางอีเมล์ไปยัง Fortune ในกรณีนี้ และระบุว่าจากการตรวจสอบนั้นไม่ได้พบว่าระบบของ Apple ถูก Hack แต่อย่างใด ทั้งในส่วนของ iCloud และ Apple ID โดยรายการของ Email Address และ Password ที่กล่าวอ้างนั้นน่าจะมาจากการที่บริการของ 3rd Party มีช่องโหว่มากกว่า

อย่างไรก็ดี เหล่าผู้ใช้งานก็ยังควรระวังตัวด้วยการทำ Backup ข้อมูลสำคัญเอาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์, เปลี่ยนรหัสผ่าน iCloud และตั้ง Two-step Authentication เพิ่มเติมเพื่อความมั่นใจ ก่อนจะถึงเส้นตายเรียกค่าไถ่ในวันที่ 7 เมษายน 2017 นี้ครับ

 

ที่มา: http://fortune.com/2017/03/22/apple-iphone-hacker-ransom/

from:https://www.techtalkthai.com/apple-denies-icloud-hacking-case/

แฮ็ค iCloud เรียกค่าไถ่ Apple ขู่พร้อมลบ iPhone 300 ล้านเครื่อง

กลุ่มแฮ็คเกอร์นาม “Turkish Crime Family” ออกมาประกาศเรียกค่าไถ่จาก Apple เป็นเงินกว่า 2.6 ล้านบาท หลังอ้างว่าสามารถแฮ็ค iCloud ของผู้ใช้รวมแล้วกว่า 300 ล้านรายชื่อ และพร้อมลบข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เหล่านั้นทิ้งถ้า Apple ไม่ทำตามข้อเรียกร้อง

เว็บไซต์ Motherboard ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากบุคคลที่อ้างว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มแฮ็คเกอร์ ส่ง Screenshot ของอีเมลที่ระบุว่าเป็นการสนทนาระหว่างแฮ็คเกอร์กับทีมความมั่นคงปลอดภัยของ Apple โดยเนื้อหาในอีเมลระบุ “เราแค่ต้องการเงิน และคิดว่านี่น่าจะเป็นการรายงานที่น่าสนใจที่ลูกค้าหลายรายของ Apple จะสนใจอ่านหรือฟัง”

Screenshot ของอีเมลที่แฮ็คเกอร์ส่งมานั้น แสดงให้เห็นว่าทีมความมั่นคงปลอดภัยของ Apple ร้องขอให้แสดงตัวอย่างรายชื่อผู้ที่ถูกแฮ็คเพื่อยืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าว ซึ่งกลุ่มแฮ็คเกอร์ก็ได้ส่งวิดีโอ YouTube สาธิตการเข้าถึงหนึ่งในรายชื่อที่แฮ็คได้ และทำการลบข้อมูลทั้งหมดให้ดูเป็นตัวอย่าง พร้อมเรียกร้องให้ Apple จ่ายค่าไถ่ $75,000 ในรูปของ Bitcoin หรือ Ethereum ภายในวันที่ 7 เมษายนนี้ มิเช่นนั้นจะลบข้อมูลผู้ใช้ทิ้งทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างนี้มีข้อผิดสังเกตอยู่ กล่าวคือ ในอีเมลระบุจำนวนบัญชี iCloud ที่แฮ็คได้มี 300 ล้านรายชื่อ แต่บนบัญชี Twitter ของแฮ็คเกอร์กลับระบุจำนวนเพียงแค่ 200 ล้านเท่านั้น และในอีเมลอีกฉบับหนึ่งกลับระบุว่ามีจำนวน 559 ล้านรายชื่อ

จนถึงตอนนี้ เป็นเรื่องยากที่จะระบุว่าคำกล่าวอ้างของแฮ็คเกอร์เป็นจริงหรือไม่ ซึ่งทาง Apple ได้ออกมาเตือนกลุ่มแฮ็คเกอร์ว่า บริษัทไม่มีนโยบายในการให้รางวัลแก่อาชญากรไซเบอร์ที่ทำผิดกฏหมาย และเรียกร้องให้แฮ็คเกอร์ลบวิดีโอดังกล่าวทิ้งไปซะ

เพื่อปกป้อง iCloud ของตนเองให้มั่นคงปลอดภัย Apple แนะนำให้ผู้ใช้ทุกคนเปลี่ยนรหัสผ่านของ iCloud ใหม่ให้แข็งแรงยิ่งขึ้นทันที และเปิดใช้งานการพิสูจน์ตัวตนแบบ 2-Factor Authentication

ที่มา: http://thehackernews.com/2017/03/hacking-apple-icloud-account.html

from:https://www.techtalkthai.com/hackers-ask-apple-to-pay-ransom/

กลุ่ม Hacker ขู่ลบข้อมูลบน iCloud 300 ล้าน Account ทั่วโลก หาก Apple ไม่จ่ายค่าไถ่

กลุ่ม Hacker ที่ใช้ชื่อว่า Turkish Crime Family ได้ออกมาเรียกค่าไถ่ Apple โดยอ้างว่ามีตัวประกันเป็น iCloud จำนวน 300 ล้าน Account ในมือ

Credit: CLIPAREA/ShutterStock

 

Hacker กลุ่มนี้เรียกร้องขอเงินค่าไถ่เป็น Bitcoin หรือ Ethereum มูลค่า 75,000 เหรียญหรือราวๆ 2.625 ล้านบาท หรือไม่เช่นนั้นก็ขอเป็น iTunes Gift Card มูลค่า 100,000 เหรียญหรือราวๆ 3.5 ล้านบาทก็ได้ เพื่อแลกกับการที่จะไม่สั่งลบข้อมูลแบบ Remote Wipe Data ผ่านทาง iCloud จำนวน 300 ล้าน Account โดยมีกำหนดเส้นตายวันจ่ายเงินคือ 7 เมษายน 2017 ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ดี ทาง Apple ได้ร้องขอหลักฐานไปยัง Hacker กลุ่มนี้เพื่อยืนยันว่า Hacker กลุ่มนี้สามารถเข้าถึง Account ต่างๆ เหล่านั้นได้จริงด้วยการขอรายตัวอย่างรายชื่อของเหยื่อ แต่ Hacker กลุ่มนี้ก็ไม่สามารถให้หลักฐานอะไรได้นอกจากคลิป YouTube ที่สาธิตการเข้าถึง Account หนึ่งของผู้ใช้งานและทำการ Remote Wipe ให้ดูเท่านั้น

นอกจากนี้ ข้อมูลที่ Hacker กลุ่มนี้ออกมาเปิดเผยยังมีข้อมูลที่ไม่ตรงกัน เช่น ในการประกาศเรียกค่าไถ่ใน Twitter ครั้งแรกนั้น ได้เปิดเผยว่าสามารถเข้าถึง iCloud ได้ 200 ล้าน Account, ในอีเมล์ฉบับหนึ่งระบุว่า 300 ล้าน Account และในอีเมล์ฉบับสุดท้ายนั้นระบุว่า 559 ล้าน Account ข้อมูลที่สับสนนี้ทำให้ Apple ไม่สามารถยืนยันได้ว่าตกลงแล้ว Hacker กลุ่มนี้สามารถเข้าถึง iCloud Account ได้ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการระวังตัวเอาไว้ก่อน เหล่าผู้ใช้งาน Apple ก็สามารถทำการสำรองข้อมูลทั้งหมดบนโทรศัพท์เผื่อเอาไว้ก่อนได้, เปลี่ยนรหัสผ่าน iCloud, ตั้งค่า Two-step Authentication เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัย เพราะก็ไม่มีอะไรรับประกันว่า Hacker กลุ่มนี้จะไม่สามารถทำได้ตามที่กล่าวอ้างจริง และก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุ The Fappening ที่ Hacker นำภาพส่วนตัวของดาราหญิงหลายคนซึ่งถูกจัดเก็บอยู่บน iCloud มาเผยแพร่แล้วเช่นกัน

ครั้งนี้ถือเป็นอีกการยกระดับของการโจมตีเรียกค่าไถ่บนโลกออนไลน์ที่ควรต้องให้ความสนใจไม่น้อยเลยครับ

 

ที่มา: http://thehackernews.com/2017/03/hacking-apple-icloud-account.html

from:https://www.techtalkthai.com/hackers-will-remote-wipe-data-from-300-million-accounts-if-apple-doesnt-pay-ransom/

Microsoft พัฒนา Windows 10 เวอร์ชันพิเศษสำหรับรัฐบาลจีนเสร็จแล้ว เน้นความปลอดภัยเป็นพิเศษ

จากความร่วมมือในการเปิดบริษัท C&M Information Technologies ภายในประเทศจีนร่วมกันระหว่าง Microsoft และ China Electronics Technology Group (CETC) ในที่สุด Microsoft ก็ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Microsoft Windows 10 รุ่นพิเศษสำหรับภาครัฐและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในประเทศจีนโดยเฉพาะแล้ว

 

อย่างไรก็ดี ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกแต่อย่างใดว่า Microsoft Windows 10 รุ่นพิเศษสำหรับหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจในจีนนี้จะแตกต่างในเชิงรายละเอียดกับ Microsoft Windows 10 รุ่นทั่วๆ ไปอย่างไรมากไปกว่าแค่ความปลอดภัยและความสามารถในการควบคุมที่มากขึ้น และ Microsoft Windows 10 รุ่นนี้ก็ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบโดยรัฐบาลจีนเพื่อให้มีรายชื่ออยู่ในรายการสินค้าที่อนุญาตให้หน่วยงานต่างๆ ทั่วจีนจัดซื้อได้

ความพยายามในครั้งนี้ของ Microsoft นั้นเป็นไปเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีนกันให้ดียิ่งขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีทั้งประเด็นเรื่องของการที่ Microsoft Windows ถูกนำไปใช้งานอย่างผิดลิขสิทธิ์จำนวนมากในจีน ไปจนถึงการที่จีนสั่งห้ามใช้งาน Windows 8 ในอดีต

ปัจจุบัน Microsoft Windows 10 นี้มีผู้ใช้งานเพียงจำนวนเล็กน้อยในประเทศจีน โดยจากการสำรวจของ Baidu นั้นพบว่ามีผู้ใช้งาน Windows 10 เพียง 9% ของ PC ทั้งหมดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเท่านั้น ในขณะที่ตัวเลขผู้ใช้งาน Windows 10 ทั่วโลกที่สำรวจโดย Net Applications นั้นระบุว่ามีอยู่ที่ 25%

 

ที่มา: http://www.computerworld.com/article/3183664/microsoft-windows/microsoft-completes-windows-10-customized-for-chinas-government.html

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-windows-10-special-version-for-chinas-government-has-been-completed/