คลังเก็บป้ายกำกับ: MOBILE_ENTERPRISE

แนะนำ 5 โครงการ Open Source ระบบ File Sharing ฟรี ใช้งานทดแทน Dropbox

เว็บไซต์ opensource.com ได้ออกมาแนะนำ 5 โครงการระบบ Open Source File Sharing สำหรับใช้งานแทน Dropbox กันได้แบบฟรีๆ ซึ่งทีมงาน TechTalkThai ก็เห็นว่าน่าสนใจ จึงขอหยิบยกมาแนะนำทุกท่านกันดังนี้ครับ

 

Creditl ownCloud

 

1. ownCloud

ownCloud นี้เป็นโครงการที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2010 และได้รับความนิยมสูงอย่างมากด้วยผู้ใช้งานจำนวนกว่า 1.5 ล้านราย และมี Contributor อีกกว่า 1,100 รายเพื่อคอยอัปเดตโค้ดอย่างสม่ำเสมอ โดยมีฟีเจอร์ที่คล้ายคลึงกับ Dropbox เป็นอย่างมาก และยังมี Client Software ที่ทำงานได้บนทั้ง Linux, macOS, Windows, Android และ iOS อย่างครบถ้วน ซึ่งนอกจากโครงการแบบ Open Source ที่ให้ใช้ได้ฟรีแล้ว ก็ยังมีแบบ Commercial ที่มีค่าใช้จ่ายสำหรับให้เหล่าองค์กรได้ใช้กันด้วย

 

2. NextCloud

NextCloud นี้เป็นโครงการที่แยกตัวออกมาจาก ownCloud เมื่อปี 2016 และมีความสามารถคล้ายคลึงกันมาก แต่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาด้านการเสริม Security และการทำ Compliance เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการรองรับ HIPAA หรือ GDPR และความสามารถอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา โดยนอกจาก Open Source แบบที่ให้นำไปใช้ติดตั้งหรือพัฒนาต่อยอดเองได้ฟรีๆ แล้ว ก็ยังมีบริการจากเหล่า Provider หลายรายที่เป็นพันธมิตรกับ NextCloud ด้วย

 

3. Seafile

Seafile นี้เป็นอีกโครงการหนึ่งที่น่าสนใจ โดยระบบจะทำงานในรูปแบบของ Virtual Drive เพื่อสามารถเข้าถึง File และ Folder ต่างๆ ตามสิทธิ์ที่กำหนดได้ และมี Client สำหรับใช้งานครบทุกระบบปฏิบัติการเช่นกัน โดยจุดเด่นที่น่าสนใจก็คือการกำหนดสิทธิ์ได้ละเอียดยิ่งขึ้น, การทำ Password-protected Download Link, การทำ Version Control แบบ Git, การทำ Retention ได้ รวมถึงยังรองรับ Two Factor Authentication ด้วย โดย Community Edition นี้จะเปิดเป็น Open Source ให้ใช้งานได้ฟรี แต่สำหรับ Professional Edition นั้นจะไม่เปิด Open Source

 

4. OnionShare

OnionShare ถือเป็นโครงการที่มีแนวคิดค่อนข้างแตกต่าง ด้วยความสามารถในการทำ File Sharing ให้เข้าถึงได้ผ่านบริการ Tor Onion และมี .onion URL ให้เรียกใช้งานได้ผ่าน Tor Browser พร้อมจุดเด่นด้านการเลือกแบ่งปันข้อมูลต่างๆ ในแบบ Anonymous ได้ และกำหนดจำนวนครั้งหรือช่วงเวลาในการแชร์ไฟล์ต่างๆ ได้ด้วย

 

5. Pydio Cells

Pydio Cells เป็นโครงการที่ค่อนข้างใหม่และเพิ่งเริ่มเข้าสู่สถานะ Stable เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมานี้เท่านั้น ด้วยการนำโค้ดจาก Pydio ที่เพิ่งถูกเขียนใหม่ด้วย Go ที่ทำงานบนสถาปัตยกรรม Micrservices และมี PHP เป็น Frontend มาใช้โดยตรง โดยมีจุดเด่นคือระบบ In-App Messaging และการสื่อสารได้คล้ายคลึงกับ Social Network ภายในตัว รวมถึงยังทำงานร่วมกับ OpenID Connect ได้ด้วย แต่ปัจจุบันนี้โครงการนี้ยังไม่รองรับ Windows ถึงแม้จะรองรับ Linux, macOS, Android และ iOS แล้วก็ตาม

 

ส่วนโครงการอื่นๆ ที่น่าจับตามองนั้นก็ได้แก่ Syncthing, SparkleShare, Cozy

 

ที่มา: https://opensource.com/alternatives/dropbox

from:https://www.techtalkthai.com/5-free-open-source-file-sharing-software-to-replace-dropbox/

Advertisements

เผยช่องโหว่บน Apple macOS ทำข้อมูลใน Encrypted Hard Drive รั่วทาง Cache

เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้าน Security ได้ออกมาเปิดเผยถึงช่องโหว่บน Apple macOS ที่เป็นที่รู้กันในวงแคบๆ มาเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ปี ว่าสามารถมีการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสบน macOS ได้ผ่านทาง Cache

 

Credit: ShutterStock.com

 

ถึงแม้ Apple macOS จะมีความสามารถในการเข้ารหัส Hard Disk หรือ Partition ที่ต้องการเอาไว้เพื่อปกป้องข้อมูลความลับต่างๆ เอาไว้ได้ แต่ระบบ Finder และ QuickLook บน macOS นั้นกลับสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นและนำเนื้อหาบางส่วนมาสร้าง Preview และบันทึกเอาไว้บน Hard Drive ที่ไม่ได้มีการเข้ารหัสใดๆ เอาไว้ได้ ทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลความลับดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นๆ จาก Cache ที่ถูกสร้างมาสำหรับทำ Preview นี้แทนได้

ช่องโหว่นี้เป็นที่รู้จักในวงการผู้เชี่ยวชาญด้าน Forensics มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 8 ปี โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลอยู่ที่ http://osxdaily.com/2010/07/25/filevault-and-quicklook-leak-some-information-from-encrypted-volumes/, http://iacis.org/iis/2014/10_iis_2014_421-430.pdf และ https://az4n6.blogspot.com/2016/10/quicklook-thumbnailsdata-parser.html ซึ่งล่าสุดก็มีเหล่าผู้เชี่ยวชาญออกมาเขียนถึงช่องโหว่ดังกล่าวนี้ใน Blog ที่ https://wojciechregula.blog/your-encrypted-photos-in-macos-cache/ และ https://objective-see.com/blog/blog_0x30.html เพื่อแจ้งเตือนเหล่าผู้ใช้งานให้ทราบถึงประเด็นดังกล่าว

 

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/apple/macos-breaks-your-opsec-by-caching-data-from-encrypted-hard-drives/

from:https://www.techtalkthai.com/apple-macos-flaws-leaking-data-in-encrypted-container-via-its-cache/

เปิดตัว Palo Alto Networks Traps for Android ตรวจจับ Malware บน Android โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Traps for Android เทคโนโลยีสำหรับตรวจจับ Malware บนอุปกรณ์ Smartphone และ Tablet ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android โดยเฉพาะ

 

Credit: Palo Alto Networks

 

Traps for Android นี้จะทำการวิเคราะห์ Application และ File ที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็น Malware รวมถึงยังสามารถทำการส่ง Application หรือ File ที่ไม่รู้จักเพื่อไปทำการวิเคราะห์เพิ่มเติมบน Palo Alto Networks WildFire ได้ โดย Traps for Android นี้จะรองรับระบบปฏิบัติการ Android 4.4 เป็นต้นไป

สาเหตุที่ Palo Alto Networks หันมาให้ความสำคัญกับด้าน Security บน Android นี้ ก็เป็นเพราะตัวเลขสถิติด้านการใช้งานอุปกรณ์ Android ทั่วโลกนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีการคาดว่าในปี 2023 จะมีอุปกรณ์ Mobile มากถึง 10,000 ล้านอุปกรณ์ โดย 90% ของยอดขายอุปกรณ์ Mobile ในปัจจุบันนั้นก็เป็น Android ทั้งสิ้น ทำให้อุปกรณ์ Android ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีที่หลากหลาย โดยในระหว่างปี 2016 – 2017 Palo Alto Networks WildFire นั้นก็ได้รับตัวอย่างภัยคุกคามบน Android มากขึ้นถึง 101% เลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่สนใจรายงานด้านภัยคุกคามต่างๆ บนอุปกรณ์ Mobile สามารถโหลดเอกสารรายงานฟรีจาก Palo Alto Networks ได้ที่ http://go.paloaltonetworks.com/riding-network

 

ที่มา: https://researchcenter.paloaltonetworks.com/2018/06/introducing-traps-android/

from:https://www.techtalkthai.com/palo-alto-networks-traps-for-android-is-announced/

Google เตรียมบรรจุ Google Tasks เป็นหนึ่งในบริการหลักของ Google G Suite

หลังจากที่เมื่อต้นปีทาง Google ได้เปิดตัว Google Tasks รุ่นใหม่ไปแล้วอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ทาง Google ก็เตรียมนำ Google Tasks เข้าไปเป็นหนึ่งในบริการหลักภายใต้ Google G Suite เพื่อให้เหล่าธุรกิจองค์กรได้นำไปใช้บริหารจัดการงานอย่างเป็นระบบกันแล้ว

 

Credit: Google

 

Google Tasks นี้จะถูกบรรจุเข้าไปใน Google G Suite ในวันที่ 28 มิถุนายน 2018 ที่จะถึงนี้ โดยจะกลายเป็นบริการแยกเดี่ยวๆ ที่ไม่ขึ้นกับบริการอื่น ที่เปิดให้ใช้งานได้แบบ Default แต่แรกเลย (ก่อนหน้านี้ Google Tasks เป็นเพียงแค่หนึ่งในความสามารถของ Gmail และ Calendar เท่านั้น)

การที่ Google Tasks ถูกยกขึ้นมาเป็นอีกบริการแยกนี้ ก็หมายความว่านโยบายการสนับสนุนหลังการขายภายใต้ Google G Suite เองก็จะถูกบังคับใช้ไปด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://support.google.com/a/answer/9034719 และ https://support.google.com/tasks/answer/7675772 ครับ

 

ที่มา: https://gsuiteupdates.googleblog.com/2018/06/google-tasks-to-launch-as-g-suite-core.html

from:https://www.techtalkthai.com/google-tasks-will-become-a-core-service-in-google-g-suite/

Microsoft เผย เริ่มมีการใช้ AI จัดการ Windows Update ให้เนียนขึ้น

ใครเคยล้อว่า Windows 10 ชอบอัปเดตตอนงานเร่งๆ นั้นเป็นฝีมือ AI ของ Microsoft ก็อาจจะมีส่วนจริงก็เป็นได้ เพราะล่าสุดทาง Microsoft ได้ออกมาเผยว่าตอนนี้เริ่มมีการนำ AI มาใช้เพื่อช่วยให้ประสบการณ์การอัปเดต Windows 10 ของผู้ใช้งานดีขึ้นแล้ว

 

Credit: Microsoft

 

AI ของ Microsoft ที่นำมาใช้กับการอัปเดต Windows 10 นี้เริ่มถูกนำมาใช้อย่างจริงจังในการอัปเดตตั้งแต่ช่วงของ Windows 10 April 2018 Update โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มคุณภาพและความเสถียรของผลการอัปเดตเป็นหลัก โดย AI จะทำการเลือกว่าจะส่งอัปเดตให้กับอุปกรณ์ใดก่อนตาม Feedback ที่เคยได้รับจากการอัปเดตของอุปกรณ์ที่ได้อัปเดตไปก่อนหน้า ดูว่าอุปกรณ์ประเภทใดอัปเดตแล้วไม่มีปัญหาบ้าง จึงค่อยส่งอัปเดตแบบเดียวกันไปให้อุปกรณ์ประเภทเดียวกันต่อไป

ส่วนอุปกรณ์ที่อัปเดตแล้วพบว่ามีปัญหา ระบบ AI ก็จะไม่รีบส่งอัปเดตไปให้อุปกรณ์แบบเดียวกันของผู้ใช้งานคนอื่นๆ จนกว่าจะมีอัปเดตใหม่ๆ ออกมาและผ่านการทดลองอัปเดตโดยผู้ใช้งานจนมี Feedback ที่ดี ก่อนที่จะทำการทยอยอัปเดตอุปกรณ์ที่เหลือต่อไป

ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยทดสอบระบบเดียวกันนี้มาตั้งแต่ Windows 10 Fall Creators Update แล้ว เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและลักษณะของอุปกรณ์ที่ได้รับประสบการณ์การอัปเดตที่ดี และนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างเป็น Model ขึ้นมานั่นเอง

ถึงแม้บน Social Network ในไทยจะมีเสียงบ่นเกี่ยวกับ Windows 10 April 2018 Update อยู่พอสมควร แต่ Microsoft ก็ระบุว่าอัปเดตรอบนี้ถือเป็นรอบที่เร็วที่สุดในบรรดาอัปเดตของ Windows 10 ทั้งหมด จนปัจจุบันมีเครื่อง Windows 10 ที่ใช้ April 2018 Update มากถึง 250 ล้านเครื่องทั่วโลกแล้วจากอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 10 ทั้งหมดมากกว่า 700 ล้านเครื่อง ก็ถือเป็นความสำเร็จของ AI ที่ Microsoft พัฒนาขึ้นมาครั้งนี้

 

ที่มา: https://blogs.windows.com/windowsexperience/2018/06/14/ai-powers-windows-10-april-2018-update-rollout/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-is-using-ai-to-improve-windows-update/

Apple เตรียมอุดช่องโหว่ที่ทางการสหรัฐใช้ในการปลดล็อค iPhone แล้ว

Apple กำลังเตรียมอุดช่องโหว่ที่เหล่า FBI และทางการของสหรัฐใช้ในการเข้าถึงข้อมูลบน iPhone เมื่อต้องบังคับตามกฎหมายแล้ว

 

Credit: Apple

 

ช่องโหว่ดังกล่าวนี้เป็นช่องโหว่บน Lightning Port ที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อผ่าน USB เข้าไปยังผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้ ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวนี้เองที่ตำรวจของสหรัฐอเมริกาได้นำไปเจาะด้วยเครื่องมือพิเศษเพื่อปลดล็อค iPhone

Apple จะออก Patch อุดช่องโหว่นี้ใน iOS Update ครั้งถัดไป โดย Lightning Port จะถูกปิดเอาไว้ไม่ให้ถูกเข้าถึงได้เป็นเวลา 1 ชั่วโมงหลังกทำการล็อคหน้าจอ ซึ่งถึงแม้จะดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีประโยชน์อะไร แต่กระบวนการดังกล่าวนี้ก็จะทำให้การทำงานของทางการสหรัฐในการปลดเครื่องเป็นไปได้อย่างยากเย็นยิ่งขึ้น

การปลดล็อคอุปกรณ์ iPhone นี้ทางการสหรัฐก็มีการใช้ตัวช่วยจากหน่วยงานภายนอก อย่างเช่น Grayshift ที่มีกล่องสำหรับปลดล็อค iPhone ขายในราคาเริ่มต้นที่ 15,000 บาท แต่อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงหลายวันในการปลดล็อคแต่ละเครื่องได้ ซึ่ง Patch ที่จะอัปเดตในอนาคตนี้ก็อาจส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ลักษณะนี้ให้ทำงานได้ยากขึ้นก็เป็นได้

Apple ได้แถลงว่าจริงๆ แล้วการออกอัปเดตครั้งนี้ไม่ได้ทำมาเพื่อป้องกันกระบวนการยุติธรรม แต่ป้องกัน Hacker เป็นหลัก เพราะที่ผ่านมา Apple ก็ให้ความร่วมมือกับทางการอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ถึงแม้เราจะเห็นว่า Apple มักจะให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้งานสูงสุดเสมอก็ตาม

 

ที่มา: https://www.pcmag.com/news/361848/apple-to-patch-a-flaw-the-fbi-has-been-using-to-hack-iphones

from:https://www.techtalkthai.com/apple-will-fix-the-hole-us-government-uses-to-unlock-iphone/

Cisco จับมือ SAP นำ SAP Digital Boardroom สู่ Cisco Webex Board

Cisco ได้ออกมาประกาศความร่วมมือกับ SAP ในการนำหน้าจอวิเคราะห์ธุรกิจอย่าง SAP Digital Boardroom มาผสานรวมเข้ากับ Cisco Webex Board เพื่อให้การประชุมพูดคุยงานระดับบริหารนั้นเป็นไปได้อย่างคล่องตัว ด้วยเทคโนโลยีฝั่ง Collaboration จาก Cisco และเทคโนโลยีด้าน Business Analytics จาก SAP ในหน้าจอเดียว

 

Credit: Cisco

 

Cisco Webex Board นี้เป็นหน้าจออัจฉริยะสำหรับใช้ในการประชุมที่รองรับทั้งความสามารถในการนำเสนอข้อมูล, การทำหน้าที่เป็น Whiteboard, การประชุมผ่านเสียงหรือวิดีโอ และการเขียนข้อความหรือเนื้อหาเพิ่มเติมลงยังเนื้อหาการนำเสนอใดๆ เพื่อให้ใช้ในห้องประชุมได้อย่างยืดหยุ่น และได้รับรางวัล Red Dot’s 2017 Best of the Best Award มาแล้ว

ในขณะที่ SAP Digital Boardroom นี้เป็นเทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจาก SAP Analytics Cloud เพื่อใช้ในการเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจที่ถูกจัดเก็บอยู่ใน SAP S/4HANA ได้ในแบบ Real-time ทำให้การตัดสินใจมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นจากการเข้าถึงข้อมูลได้ตามความต้องการของฝ่ายบริหาร

ในความร่วมมือครั้งนี้ Cisco Webex Board จะสามารถนำข้อมูลจาก SAP Digital Boardroom มาแสดงผลได้ และสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ดังนี้

  • การแสดงหน้าจอและแชร์ให้เพื่อนร่วมทีมที่ประชุมทางไกลได้แบบ Real-time เพื่อให้การตัดสินใจในการประชุมเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สามารถเชื่อมต่อเพื่อแสดงข้อมูลจากอุปกรณ์พกพามายัง Cisco Webex Board ได้ทันที
  • สามารถทำการ Markup ข้อมูลที่แสดงบนหน้าจอได้ ทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

สำหรับด้านล่างนี้เป็นคลิปนำเสนอเทคโนโลยีจาก Cisco และ SAP ครับ

 

 

ที่มา: https://blogs.cisco.com/collaboration/sap-and-webex-intelligent-boardroom

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-brings-sap-digital-boardroom-to-cisco-webex-board/