คลังเก็บป้ายกำกับ: MOBILE_WORLD_CONGRESS_2018

[PR] อีริคสัน ประเทศไทย เปิดตัวโซลูชั่นส์เครือข่ายรูปแบบใหม่ภายในงาน ‘Do Zone’

  • อีริคสันเปิดตัวโซลูชั่นส์ใหม่มากมายเพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการในประเทศไทยสามารถพัฒนาจากระบบ 4G ไปสู่ระบบ 5G
  • แนะนำ “Street Macro” ผลิตภัณฑ์เครือข่ายรับส่งสัญญาณวิทยุรุ่นใหม่จากอีริคสันที่ตอบโจทย์ผู้ให้บริการที่มีข้อจำกัดในการหาสถานที่ตั้งสถานีฐานในเขตเมือง
  • 5G และ IoT (Internet of Things) จะส่งเสริมผู้ให้บริการในประเทศไทยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ลดต้นทุนการปฏิบัติงาน พร้อมเร่งเดินหน้าสู่วิสัยทัศน์ดิจิทัล ไทยแลนด์

อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) เปิดตัวโซลูชั่นส์เครือข่ายรูปแบบใหม่ในงาน “Do Zone” ของอีริคสัน ประเทศไทย ซึ่งมุ่งนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากงาน Mobile World Congress 2018 ในวันนี้

หนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญคือ “Street Macro” โซลูชั่นส์เครือข่ายรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ให้บริการที่ต้องการเติบโตในเขตเมืองที่มีตำแหน่งที่ตั้งสถานีฐานที่จำกัด นอกจากนี้ อีริคสันยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครือข่ายรับส่งสัญญาณวิทยุรุ่นใหม่ที่สนับสนุนเทคโนโลยี Massive MIMO ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนถ่ายจาก 4G ไปสู่ 5G เพิ่มศักยภาพความจุรองรับการใช้งานของเครือข่ายและลดความซับซ้อนสำหรับการนำไปใช้ในวงกว้าง

อีริคสันเปิดตัว 5G แพลทฟอร์มครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ .. 2560 พร้อมขยายต่อยอดเพิ่มเติมในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ประกอบไปด้วย 5G Core, Radio และ transport portfolios พร้อมด้วยระบบสนับสนุนการปฏิบัติงานและธุรกิจ (OSS/BSS) การบริการเครือข่ายและการรักษาความปลอดภัย

อีริคสันเปิดตัวซอฟต์แวร์เพื่อการพาณิชย์ โครงสร้างเครือข่ายวิทยุ (RAN) สำหรับเทคโนโลยี 5G ตามมาตรฐาน 3GPP 5G New Radio (NR) ที่ได้รับการอนุมัติเป็นครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้ โดยซอฟต์แวร์นี้จะช่วยเติมเต็มให้กับผลิตภัณฑ์เบสแบนด์และผลิตภัณฑ์เครือข่ายรับส่งสัญญาณวิทยุ 5G ของอีริคสันที่ได้เปิดตัวไปแล้ว ดังนั้น Radio System ของอีริคสันทั้งหมดที่ถูกติดตั้งตั้งแต่ปี .. 2558  จะสามารถรองรับ 5G NR ด้วยการติดตั้งซอฟต์แวร์ ซึ่งจะตอบสนองต่อปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นและรองรับการเข้าถึงเนื้อหามัลติมีเดีย อย่างวีดีโอสตรีมมิ่ง 4K/8K, Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ของอีริคสันเกี่ยวกับเครือข่ายเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (enhanced mobile broadband) พบว่าวิวัฒนาการสู่ 5G จะช่วยลดต้นทุนต่อกิกะไบต์ให้น้อยลงถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับ 4G ในปัจจุบัน  เพื่อช่วยให้ผู้บริการสามารถสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจจากการประยุกต์การใช้งานจากเทคโนโลยี 5G อีริคสันได้ขยายความสามารถของระบบเครือข่ายหลัก (Core Network) ให้รองรับ 5G NR รวมถึงเพิ่มศักยภาพด้วยโซลูชั่นส์ Distributed Cloud

จาก รายงาน 5G Business Potential ของอีริคสัน พบว่าผู้ให้บริการในประเทศไทยจะสามารถเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นถึง 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ของรายได้ที่คาดการณ์ไว้ภายในปี .. 2569  โดยการพลิกโฉมสู่ระบบดิจิทัลของอุตสาหกรรมต่าง อาทิ ยานยนต์ และการผลิตด้วยการใช้เทคโนโลยี 5G และ IoT โดยอุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมด้านพลังงานและสาธารณูปโภค จะเป็นภาคส่วนที่ผู้ให้บริการสามารถสร้างรายได้จาก 5G ได้มากที่สุด

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา อีริคสันยังเปิดเผย รายงานผลกระทบของ 5G ต่ออุตสาหกรรม โดยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกของ 5G จากบริษัทมากกว่า 900 แห่งและพนักงานมากกว่า 1,000 คนใน 10 อุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน รายงานระบุว่า อุตสาหกรรมต่างๆ จะเริ่มทดสอบการใช้งาน 5G ในต้นปีนี้ หลังจากนั้นจะมีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมากกว่า   70 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทเหล่านี้มีเป้าหมายที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในกระบวนการผลิตภายในปี .. 2564 โดยอุตสาหกรรมที่จะเริ่มนำมาใช้ในปี .. 2563 คือ ภาคการผลิต พลังงานและสาธารณูปโภค การขนส่งสาธารณะ และการบริการทางการเงิน ทั้งนี้ ผู้ให้บริการในประเทศไทยจะยกระดับสู่ 5G โดยหวังผลเชิงกลยุทธ์ในการสร้างความได้เปรียบในฐานะผู้บุกเบิกตลาดเป็นเจ้าแรก

นาดีน อัลเลน ประธานบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าผู้ให้บริการในปัจจุบันกำลังมองหาวิธีเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานของเครือข่ายของตนโดยเฉพาะในเขตเมือง Street Macro ของอีริคสันจะช่วยเติมเต็มการรองรับของเครือข่ายเพื่อยกระดับศักยภาพ ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถตอบสนองตามความต้องการของผู้ใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นได้ การผสมผสานของผลิตภัณฑ์เครือข่ายรับส่งสัญญาณวิทยุที่เปิดตัวมาใหม่ ร่วมกับผลิตภัณฑ์เครือข่ายรับส่งสัญญาณวิทยุระบบ 4G ที่สามารถรองรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งถูกใช้งานอยู่แล้วในปัจจุบันจะช่วยให้ผู้ให้บริการในประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านจาก 4G สู่ 5G ได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น ด้วยแพลทฟอร์ม 5G ของเรา ผู้ให้บริการจะมีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและมีโอกาสที่จะสร้างรายได้ใหม่ จากผู้ใช้บริการกลุ่มใหม่ และการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม

“5G และ IoT คือพื้นฐานที่จะนำไปสู่วิสัยทัศน์ดิจิทัล ไทยแลนด์ เราเชื่อว่าผู้ให้บริการในประเทศไทยและรัฐบาลควรเตรียมความพร้อมตั้งแต่ตอนนี้เพื่อมองหาโอกาสและเข้าถึงศักยภาพจากเทคโนโลยี 5G ได้อย่างเต็มที่ อีริคสันอยู่ในฐานะที่เหมาะสมที่จะสนับสนุนผู้ให้บริการและรัฐบาลบนเส้นทางที่มุ่งสู่ 5G เพราะเรากำลังสร้างระบบนิเวศ 5G ระดับโลกที่มีความแข็งแกร่งและมีผลิตภัณฑ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเพื่อส่งเสริมการเติบโตที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วนาดีน อัลเลนกล่าว

###

เกี่ยวกับ อีริคสัน

อีริคสัน สนับสนุนผู้ให้บริการด้านการสื่อสารในการสร้างมูลค่าสูงสุดจากการเชื่อมต่อ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทครอบคลุมเครือข่าย (Networks)  การบริการดิจิทัล (Digital Services) การบริหารจัดการเครือข่าย (Managed Services) และธุรกิจเกิดใหม่ที่กำลังเติบโต (Emerging Business) และมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกค้าให้มุ่งสู่ระบบดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพ และมองหารายได้รูปแบบใหม่ การลงทุนเพื่อพัฒนา นวัตกรรมของอีริคสันได้มอบประโยชน์จากระบบโทรศัพท์และเครือข่ายเคลื่อนที่ให้แก่ผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก อีริคสันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในกรุงสต็อกโฮล์ม และใน NASDAQ นครนิวยอร์ค ติดตามข้อมูลข่าวสารของอีริคสันได้ที่ www.ericsson.com

from:https://www.techtalkthai.com/ericsson-thailand-solutions-do-zone/

Advertisements

Nokia เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและกวาดรางวัลมากที่สุดในงาน MWC 2018

HMD Global ประสบความสำเร็จในการนำแบรนด์ Nokia กลับสู่ตลาดสมาร์ทโฟนอีกครั้ง โดยในงาน Mobile World Congress (MWC) ที่ปิดฉากลงไปในวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา สามารถคว้ารางวัลจากได้มากมายถึง 21 รางวัล จากผู้จัดงาน MWC และรางวัลจากสำนักข่าวต่างๆ ขณะที่ปี 2017 ได้รับ 17 รางวัลจากงานเดียวกัน

ถึงแม้ดาวเด่นในงาน Mobile World Congress 2018 จะเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธง Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ แต่ HMD Global ก็สามารถแย่งความสนใจมาได้จากฟีเจอร์โฟน Nokia 8110 4G ที่เป็นการคืนชีพอีกครั้งจากโทรศัพท์มือถือ Nokia 8110 รุ่นต้นฉบับที่เคยเปิดตัวในปี 1996

นอกจากนี้ ผลสำรวจของ Brandwatch ยังพบว่าช่วงเวลา 4 วันที่จัดงาน Mobile World Congress 2018 แบรนด์ Nokia ยังได้รับความสนใจมาเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วย Samsung (2), Huawei (3), Google (4) และ Apple (5)

ที่มา – Nokiamob

from:http://www.flashfly.net/wp/210765

Huawei MateBook X Pro แล็ปท็อประดับพรีเมี่ยม มาพร้อมชิป Intel Core i7 (8th Gen) ขอบจอบางเฉียบ

Huawei แนะนำแล็ปท็อประดับพรีเมี่ยม MateBook X Pro ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับแท็บเล็ต MediaPad M5 ที่งาน Mobile World Congress 2018 ผลิตด้วยวัสดุโลหะแบบ Unibody ดีไซน์บางเพียง 4.9 มิลลิเมตร (ส่วนที่หนาที่สุด 14.6 มิลลิเมตร) น้ำหนัก 1.33 กิโลกรัม เบากว่า MacBook Air เล็กน้อย (MacBook Air น้ำหนัก 1.35 กิโลกรัม)

Huawei MateBook X Pro มากับจอแสดงผล 3000 x 2000 พิกเซล ขนาด 13.9 นิ้ว รองรับระบบสัมผัสมัลติทัช 10 จุด มีขอบจอบางเป็นพิเศษ ทำให้มีอัตราส่วน screen-to-body ถึง 91% และด้วยความบางของขอบจอ ทำให้กล้องเว็บแคม ต้องย้ายมาติดตั้งอยู่ในแผงคีย์บอร์ด เป็นแบบ Pop-up สามารถเลื่อนขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อต้องการใช้งาน

กล้องเว็บแคม มีความละเอียด 1 ล้านพิกเซล เหมาะสามารถใช้งานประชุมทางไกล และเพื่อการสนทนาที่มีประสิทธิภาพ Huawei MateBook X Pro ยังติดตั้งไมโครโฟนมาให้ถึง 4 ตัว ได้ยินเสียงที่อยู่ไกลถึง 4 เมตร และยังตอบสนองความบันเทิงด้วยลำโพง 4 ตัว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos

Huawei MateBook X Pro ใช้ชิปประมวลผล 8th Generation Intel Core i5-8250U หรือ i7-8550U มากับจีพียู Intel UHD Graphics 620 หรือ NVIDIA GeForce MX150 with 2 GB GDDR5 ความจำ RAM 8 GB หรือ 16 GB ความจุแบบ SSD 256GB หรือ 512GB แบตเตอรี่ 57.4Wh สามารถเล่นวีดีโอได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมง

Huawei MateBook X Pro มีให้เลือก 2 สี คือ สีเงิน (Mystic Silver) กับ สีเทา (Space Grey) และแบ่งออกเป็น 3 เวอร์ชั่น ดังนี้…

  • Intel Core i5 แรม 8GB ความจุ 256GB ราคา 1,499 ยูโร หรือราว 58,100 บาท
  • Intel Core i7 แรม 8GB ความจุ 512GB ราคา 1,699 ยูโร หรือราว 65,850 บาท
  • Intel Core i7 แรม 16GB ความจุ 512GB ราคา 1,899 ยูโร หรือราว 73,600 บาท

ที่มา – Huawei

from:http://www.flashfly.net/wp/210669

เปรียบเทียบดีไซน์ Nokia 8 Sirocco vs Apple iPhone X หลังจากเปิดตัวที่งาน MWC 2018

HMD Global เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม Nokia 8 Sirocco ในงาน Mobile World Congress 2018 โดยเน้นที่วัสดุและการออกแบบเป็นพิเศษ ขณะที่สเปกนั้นต้องบอกว่าน่าเสียดาย เพราะยังเลือกใช้ชิปประมวลผลจากปีที่แล้ว Qualcomm Snapdragon 835 แทนที่จะเป็น Snapdragon 845 ซึ่งเป็นสัญญาณว่า HMD Global วางแผนเปิดตัวเรือธงรุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon 845 แต่อาจจะออกมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ทีมงานของ Phonearena ได้อยู่ในงานเปิดตัว Nokia 8 Sirocco พร้อมพกพา iPhone X ติดตัวไปด้วย จึงไม่พลาดที่จะสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น มาวางคู่กันเพื่อเปรียบเทียบด้านการออกแบบ

Nokia 8 Sirocco และ iPhone X ใช้วัสดุประเภทเดียวกัน โดยบอดี้เป็น Stainless steel ผสานกระจก โดย Nokia 8 Sirocco ใช้กระจกโค้ง 3D Corning Gorilla Glass 5 ส่วน iPhone X ไม่ได้ระบุว่าใช้กระจกชนิดใด แต่ยืนยันว่ามีความแข็งแรงมากเป็นพิเศษ

Nokia 8 Sirocco มากับจอแสดงผล P-OLED (1440 x 2560 พิกเซล) ขนาด 5.5 นิ้ว ส่วน iPhone X ใช้จอแสดงผล OLED (1125 x 2436 พิกเซล) ขนาด 5.8 นิ้ว

Nokia 8 Sirocco มีขนาดบอดี้ 140.93 x 72.97 x 7.5 มิลลิเมตร ส่วน iPhone X มีขนาด 143.6 x 70.9 x 7.7 มิลลิเมตร

Nokia 8 Sirocco มาพร้อมกล้องคู่หลัง 12 + 13 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์มุมกว้าง กับเลนส์เทเลโฟโต้ ขณะที่ iPhone X มากับกล้องคู่หลัง 12 + 12 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์มุมกว้าง กับเลนส์เทเลโฟโต้ เช่นเดียวกัน

เรายังไม่เห็นการทดสอบหรือรีวิว Nokia 8 Sirocco จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมของ HMD Global จะทำได้ดีขนาดไหนในการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือพอจะแข่งขันกับ iPhone X ได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ว่า Nokia 8 Sirocco เหนือกว่าอย่างชัดเจน นั่นก็คือ ราคาเปิดตัว 749 ยูโร หรือราว 28,920 บาท สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายกว่า iPhone X อย่างแน่นอน

ที่มา – Phonearena

from:http://www.flashfly.net/wp/210624

Nubia เผยคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง ดีไซน์ได้แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ซุปเปอร์คาร์

Nubia เผยคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนเอาใจสายเกม ที่งาน Mobile World Congress 2018 โดยมีดีไซน์ล้ำสมัย เพราะได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ บอดี้ใช้วัสดุคาร์บอนนาโน และ ออกแบบมาให้สามารถระบายอากาศได้ดี เพื่อให้สมาร์ทโฟนมีอุณหภูมิต่ำ ในระหว่างการเล่นเกมที่ต้องใช้ประสิทธิภาพสูง

อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฟนเกมมิ่งของ Nubia ยังเป็นเพียงคอนเซ็ปต์เท่านั้น จึงไม่มีการเปิดเผยข้อมูลทางเทคนิค แต่คาดว่าแผนการผลิตสมาร์ทโฟนเกมมิ่งมาจาก Razer Phone ที่เปิดตัวในปีที่แล้ว และมีกระแสตอบรับที่ดี

ถ้าหาก Nubia จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนเกมมิ่ง คงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 และควรมากับ RAM 8GB ใช้จอแสดงผลที่มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอ 120Hz เพื่อที่จะแข่งขันกับ Razer Phone ได้

ที่มา – AndroidHeadlines

from:http://www.flashfly.net/wp/210463

Land Rover Explore สมาร์ทโฟนพันธุ์แกร่งสำหรับนักผจญภัย จากผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอังกฤษ

หากพูดถึงชื่อ Land Rover หลายคนคงนึกไปถึงรถยนต์ แต่สำหรับงาน Mobile World Congress 2018 ค่ายรถยนต์สัญชาติอังกฤษได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนกับเขาด้วย โดยเรียกว่า Land Rover Explore ออกแบบมาสำหรับนักผจญภัย หรือ ผู้ที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับการผลิตรถยนต์สไตล์ออฟโรด

เพื่อให้ผู้ใช้งานบุกป่าฝ่าดงได้อย่างเต็มที่ Land Rover Explore จึงมีคุณสมบัติป้องกันน้ำ-ฝุ่นในระดับ IP68 สามารถอยู่รอดในน้ำได้นาน 30 นาที ที่ความลึกไม่เกิน 1.5 เมตร และยังป้องกันแรงกระแทกจากการทำตกที่ระดับความสูงไม่เกิน 1.8 เมตร และใช้กระจก Corning Gorilla Glass 5

Land Rover Explore รองรับเครือข่าย 4G LTE Cat 6 ใช้จอแสดงผล Full HD 1080p ขนาด 5 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android Nougat (รองรับการอัพเกรดเป็น Oreo) ชิปประมวลผล MediaTek Helio X27 ความจำ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB สนับสนุนการ์ด microSD กล้องดิจิตอล 16 ล้านพิกเซล กล้องเซลฟี่ 8 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 4000mAh

Land Rover Explore มีแผนวางจำหน่ายในเดือนเมษายนนี้ ราคา 599 ปอนด์ หรือราว 26,220 บาท

ที่มา – Land Rover

from:http://www.flashfly.net/wp/210307

ช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร กลายเป็นฟีเจอรืที่หายากในปี 2018

ในงานแสดงเทคโนโลยีมือถือสุดยิ่งใหญ่ประจำปี Mobile World Congress 2018 มีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เปิดตัวเกือบ 20 รุ่น จากผู้ผลิตชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Samsung, Sony, Nokia และ LG ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เหล่านี้ จะเริ่มวางจำหน่ายและถึงมือผู้บริโภคภายในปีนี้อย่างแน่นอน โดยสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับกลางและล่าง ยังคงมีช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร แต่คุณสมบัตินี้กลับหายไปในสมาร์ทโฟนระดับเรือธง

สมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่ยังคงรองรับช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ประกอบไปด้วย Samsung Galaxy S9 (รวมถึง Galaxy S9+) และ LG V30s ThinQ ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหูฟัง Bluetooth ขณะที่ Sony Xperia XZ2, Xperia XZ2 Compact และ Nokia 8 Sirocco ได้ตัดช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรออกไป จึงต้องใช้หูฟังร่วมกับพอร์ต USB Type-C

ช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร เริ่มหายไปจากสมาร์ทโฟนในเดือนเมษายนปี 2016 ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจากประเทศจีน LeEco ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้หูฟังร่วมกับพอร์ต USB Type-C จากนั้นในเดือนกันยายนของปีเดียวกัน Apple ได้เปิดตัว iPhone 7 กับ iPhone 7 Plus ซึ่งถือเป็น iPhone รุ่นแรกที่ไม่มีช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ถัดจากนั้นก็มีสมาร์ทโฟนอีกหลายรุ่นที่ยึดถือแนวทางเดียวกัน อย่างเช่น Google Pixel, Moto Z, HTC U11 และ Xiaomi Mi 6

ถึงแม้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวในงาน Mobile World Congress 2018 ยังคงรักษาช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรเอาไว้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางและระดับล่าง ซึ่งราคาของสมาร์ทโฟนเหล่านี้ บางรุ่นยังถูกกว่าชุดหูฟัง Bluetooth ระดับกลาง ดังนั้น ผู้ผลิตยังจำเป็นต้องเก็บช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรเอาไว้ เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องมีภาระเพิ่มในการซื้อหูฟังไร้สาย แต่กลับมีแนวโน้มว่า ช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร กำลังจะกลายเป็นส่วนเกินสำหรับสมาร์ทโฟนระดับเรือธง ที่จะออกมาในปีนี้และในอนาคต

ที่มา – TechCrunch

from:http://www.flashfly.net/wp/210245