คลังเก็บป้ายกำกับ: MOTO

เจาะ 10 มือถือเด่น Thailand Mobile Expo อย่าเพิ่งคิดซื้อ ถ้ายังไม่รู้จักรุ่นเหล่านี้!

เปิดฉากแล้วครับ สำหรับงาน Thailand Mobile Expo ที่สุดของงานมหกรรมงานโชว์และการจำหน่ายมือถือของประเทศไทย โดยงานเริ่มจัดกันตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนที่จะถึงนี้ ไปจนถึงวันที่ 1 ตุลาคมเดือนหน้า ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

และในครั้งนี้ นับเป็น Mobile Expo ที่มีสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่น และหลากหลายแบรนด์มือถือใหม่ๆ เข้าร่วมภายในงานมากเป็นประวัติการณ์เลยครับ เพราะมีทั้งแบรนด์ใหม่ แบรนด์ใหญ่ แบรนด์เล็ก แบรนด์น้อย ซึ่งต่างก็โชว์ของเด็ดที่ตัวเองมั่นใจ

แต่ทาง Appdisqus จัดคัดมาให้สิบรุ่นเด็ด! ที่นำมาเจาะจุดแข็งและจุดอ่อนกันในบทความนี้ ซึ่งทั้งสิบเป็นรุ่นที่เราจะขอยกให้เป็นไฮไลค์ภายในงาน Mobile Expo ครั้งนี้เลยละครับ และจะขอแนะนำว่าถ้ายังไม่พิจารณาสมาร์ทโฟนรุ่นเหล่านี้ซะก่อนตัดสินใจซื้อรุ่นใดไป ถือว่าพลาดเลยละ

1. Gionee m7 power

แบรนด์ใหญ่จากจีน ที่เข้ามาเป็นน้องใหม่ในไทย เริ่มจะทำตลาดกันไปบ้างแล้วในบ้านเรา แต่ไฮไลค์ของงานนี้ คือการที่ Gionee จะนำสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของพวกเขา มาเปิดตัวให้ชาวไทยได้เห็นเครื่องตัวจริงกันเป็นประเทศแรกๆ ของโลก นั้นคือ Gionee M7 Power

M7 Power จะมากับจอแสดงผลแบบไร้ขอบขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว บนความละเอียด FHD+ 2160 x 1080 พิกเซล  ใช้หน่วยประมวล MediaTek ตัวแรง นั้นคือ Helio P30 และมีแรมมาให้มากถึง 6GB หน่วยความจำ 64GB อาจจะมาพร้อมกับรุ่นที่สเปคเล็กกว่า เช่นแรมขนาด 4GB และ หน่วยความจำ 32GB

ซึ่งคาดว่าจะมีจุดขายที่น่าสนใจเป็นเรื่องของราคาจำหน่าย และอาจจะมีข้อมูลอีกมากมายจากภายในงานเปิดตัววันที่ 28 ในงาน Mobile Expo ครับ

จุดเด่น

  • หน้าใหม่ น่าสนใจ
  • หน้าจอไร้ขอบ

จุดอ่อน

  • ยังไม่เห็นโปรโมชั่นและราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

รายละเอียด


2. Huawei nova 2i

เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการแบบสดๆ ร้อนๆ ความน่าสนใจของเจ้า nova 2i คือการเป็นสมาร์ทโฟนกล้องสี่ตัวเครื่องแรกของประเทศไทย และมีการประกาศราคาจำหน่ายที่ค่อนข้างถูกใจแฟนๆ มากทีเดียว

ด้วยสเปคเครื่องที่ไม่เป็นสองรองใคร บนหน้าจอแบบเต็มพื้่นที่ด้านหน้า สัดส่วน 18:9 และกล้องคู่หน้าหลังรวมสี่ตัว ในราคาจำหน่าย 10,900 บาท ก็ว่าเร้าใจสุดๆ อยู่แล้ว แต่งานนี้ Huawei เหมือนกลัวจะไม่หนำใจกัน เตรียมของแถมสำหรับผู้ที่สั่งจอง เป็นอุปกรณ์เสริม สายข้อมือ Color Band A2 และตาชั่ง Body Fat Scale ไปด้วย รวมมูลค่าของแถม 5,980 บาท หรือว่าเดินครึ่งของราคาสมาร์โฟนไปซะอีก

เสียเพียงอย่างเดียว ไม่มีของมาขายนะจ๊ะ มีแต่ของมาให้จองเท่านั้น ลงชื่อจองกันไว้ก่อน อีกเดือนนึงค่อยมารับของ – – นานไปมั้ย ถามใจตัวเองดูครับ

จุดเด่น

  • หน้าจอไร้ขอบ 18:9 บนความละเอียด FHD+
  • กล้องคู่หน้าหลัง รวมสี่ตัว เครื่องแรกของประเทศไทย
  • ราคาจำหน่ายถูกมาก 10,900 จองก่อนรับของแถมรวมมูลค่า 5,980 บาท

จุดอ่อน

  • มีแต่ตัวโชว์ ไม่มีตัวขายในงาน
  • อยากได้ต้องอดทน รอไปอีกหนึ่งเดือนพอดิบพอดีของค่อยเข้ามือ

รายละเอียด


3. Vivo v7+

เรียกว่าเหยียบตีนกันกับตัวข้างบนเลยครับ สเปคใกล้กันมาก เปิดตัวใกล้กัน ราคาใกล้กัน แต่มีความแตกต่างเล็กน้อยตรงไม่ได้ใช้กล้องคู่สักด้าน กล้องหน้าก็เดี่ยว กล้องหลังก็เดี่ยว แต่ซัดความละเอียดให้มาสูงลิ่ว กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล กล้องหลัง16 ล้านพิกเซล PDAF และระบบ Ultra HD ที่ขยายความละเอียดของภาพที่ถ่ายได้สูงสุด 64 ล้านพิกเซลด้วยซอฟท์แวร์

หน้าจอใหญ่กว่า nova 2i เล็กน้อย เพราะเป็นหน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว แต่ความละเอียดหน้าจอกลับเป็นแค่ HD+ 1440×720 พิกเซล โดยรวมแล้วนอกจากเรื่องของความละเอียดหน้าจอกับราคาและของแถมซึ่งดูจะเสียบเปรียบ Huawei nova 2i แต่เจ้า Vivo V7+ ก็ดูมีภาษีดีกว่าในเรื่องของขนาดจอ งานออกแบบวัสดุตัวเครื่องที่ดูมีราคากว่า และความละเอียดกล้องหน้าสูงลิ่วแม้จะไม่ใช่กล้องคู่ และที่สำคัญคือมีของพร้อมจำหน่ายในงานเลยครับ ซื้อก่อนใช้ก่อน พร้อมมีของแถมติดไม้ติดมือกลับบ้านไม่น้อยหน้าใคร

จุดเด่น

  • เป็นเครื่องหน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว แบบไร้ขอบ สัดส่วน 18:9 ที่มีสเปคน่าสนใจ
  • มีของพร้อมขายภายในงานเลย
  • จัดเซ็ตของแถมมาให้ไม่น้อยหน้าแบรนด์ใด

จุดอ่อน

  • ตัดสินใจยาก เพราะมีคู่แข่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน


รายละเอียด


4. Wiko View และ View XL

สองคู่หูสะเทือนวงการตลาดล่าง เจ้าคู่นี้ถือว่าเข้ามายกระดับวงการสมาร์ทโฟนราคาต่ำให้ผลัดเปลี่ยนยุคสมัยกันเลย เพราะเจ้า Wiko View และ Wiko View XL เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดเกือบๆ หกนิ้ว ที่มาในรูปทรง 18:9 แบบเกือบจะไร้ขอบตามสมัยนิยม ซึ่งในขณะที่เจ้าอื่นขายกันหลักหมื่น แต่เจ้า Wiko View และ Wiko View XL ดันขายอยู่ที่ 4,990บาท และ 5,990 บาทซะอย่างงั้น

เรียกว่าแค่ราคาและหน้าจอที่ได้มา ก็ไม่ต้องพูดถึงความคุ้มค่าแล้วละครับ แต่ทั้งคู่ก็ยังมาพร้อมกับสเปคเครื่องที่ดีพอตัว โดยจะมีสเปคที่ใกล้เคึียงกันแต่ต่างกันแค่เรื่องของขนาดหน้าจอ โดย View XL จะอยู่ที่ 5.99 นิ้ว มีหน่วยความจำ 32GB ส่วนตัว Wiko View จะมีหน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว หน่วยความจำภายใน 16GB โดยมีขนาดแบตที่ต่างกันเพียงนิดเดียวครับ 3,000 mAh และ 2,900 mAh ตามลำดับ

ทั้งสองเครื่องมีเครื่องจริงพร้อมจำหน่ายภายในงานกันเลยด้วยครับ แต่ทาง Wiko แจ้งมาว่ามีจำนวนจำกัด และมีจำกัดสีเครื่องที่นำเข้ามาขายกันในช่วงแรกนี้ด้วยครับ ฉะนั้นใครที่อยากได้ ต้องรีบกันหน่อยครับ

จุดเด่น

  • ถูกมาก เมื่อเทียบกับสเปค
  • หน้าจอไร้ขอบ 18:9 ในราคาแค่ไม่กี่พัน
  • มีของจำหน่ายเลยภายในงาน

จุดอ่อน

  • มีมาขายจำนวนจำกัด และจำกัดสีเครื่อง ต้องเร็ว ต้องแย่งกันหน่อย
  • ชื่อชั้นแบรนด์ยังไม่แข็งแกร่ง


รายละเอียด


5. Wiko View Prime

อีกหนึ่งตัวจากแบรนด Wiko เช่นกัน แต่ขยับราคาขึ้นมาอีกหนึ่งสเต็ป และขอเพิ่มความเทพด้วยการมาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ซะด้วยครับ หน้าจอแบบสัดส่วน 18:9 ขนาด 5.7 นิ้ว ตามสมัยนิยมเช่นเดียวกัน ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 430 Quad-Core 1.4 GHz แรมขนาด 4GB หน่วยความจำภายใน 64GB เรียกว่าด้านสเปคก่ำกึ่งมากว่าจะเป็นรุ่นตลาดไหนกันแน่?

จอเทพ แรมเยอะหน่วยความจำเยอะ กล้องคู่ แต่ใช้ตัวประมวลผลรุ่นเล็ก แต่ก็เป็นเล็กตัวใหม่ Snapdragon 430 ฉะนั้นไปตัดสินใจกันเอง เพราะเจ้าตัวนี้เด่นในเรื่องของราคาเช่นกัน กึ่งเทพ กึ่งเป็ดแบบนี้ ขายกันที่ 7,990 เท่านั้นครับ (โอเค คุ้มโคตร)

แต่ช้าก่อน นี้เป็นเครื่องอีกหนึ่งรุ่นที่คุณจะไม่มีวันได้เป็นเจ้าของกันทันที ถายในงาน Thialand Mobile Expo ครั้งนี้ครับ เพราะมีเพียงแค่การเปิดสั่งจองเท่านั้น จะรับของจริงๆ กันก็อีกประมาณหนึ่งเดือนหลังจบงานพร้อมรับของแถมสำหรับผู่ที่สั่งจอง โดยมีรายละเอียดการสั่งจองตามลิงก์ที่ผมจะแนบไว้ด้านล่างใต้รูปเครื่องครับ

จุดเด่น

  • ร่างทรงครึ่งเทพ จอใหญ่ ไร้ขอบ 18:9 แรม 4GB รอม 64GB แต่ใช้ Snapdragon 430
  • กล้องหน้าคู่ในราคา 7,990 บาท จะเอาอะไรอีก (เอาของแถมไง ให้เยอะด้วย)

จุดอ่อน

  • ของยังไม่มีขาย ลงชื่อจองไว้ก่อน
  • ชื่อชั้นแบรนด์ยังไม่แข็งแกร่ง

รายละเอียด


6. Moto G5s plus

สุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งความ “สะ มะ ดุล” ^^

อะไรจะลงไปตัวไปหมดขนาดนี้ หน้าจอ 5.5 นิ้ว FullHD แรม 4GB รอม 32GB สองซิมแบบ Dual Standby ตัวเครื่องโลหะ มีที่สแกนนิ้ว กล้องหลังคู่ ระบบ Android 7.1.1 ใหม่ล่าสุดแบบ Pure Android หนึ่งเดียวในบทความนี้ที่มีการันตี 100% ว่าจะได้รับการอัพเดทระบบไปอย่างน้อยหนึ่งเจนเนอเรชั่น แบตเตอรี่ 3,000 mAh ที่ใช้จริงได้โคตรอึด แถมมีระบบชาร์จไว TurboPower

ราคาก็กำหนดต่ำหมื่นพอดีเป๊ะ เรียกว่ากำหนดมาได้แบบไร้จุดอ่อน ทั้งการใช้งานในปัจจุบัน, อนาคต และโปรโมชั่น เพราะรู้กันหรือยังครับ ว่าราคาของ Moto G5s Plus ประกาศมาที่ 9,990บาทว่าก็ถูกแล้ว แต่มีโปรโมชั่นร่วมกันกับทาง TrueMove H สำหรับผู้ที่ซื้อเครื่องพร้อมจดทะเบียนซิมรายเดือน 599 บาทขึ้นไป สามารถซื้อเครื่องได้ในราคาแค่ 4,990 บาทเท่านั้นครับ

จุดเด่น

  • Pure Android
  • การันตีอนาคตได้รับการอัพเดทระบบอย่างแน่นอน 100%
  • สเปคเครื่องสมดุลมาก ลงตัวพอดีัใช้
  • กล้องคู่เครื่องแรกจากแบรนด์ Moto แถมเป็นกล้องคู่ที่มีความละเอียด 13 ล้าน + 13 ล้าน เท่ากันทั้งสองเลนส์
  • โปรโมชั่นร่วมกับเครือข่าย True ลดราคาโหดมาก

จุดอ่อน

  • กลางๆ ไปหมด ปลอดภัยเกินไป (ข้อเสียใช่มั้ยเนี่ย – -)
  • – “- นึกไม่ออก

รายละเอียด


7. Samsung Galaxy Note 8

เครื่อง Hi-End เพียงหนึ่งเดียวที่มีกระแสแรงพอต้านทานเครื่องราคาตลาดล่าง ที่เข้ามาจำหน่ายในงาน Mobile Expo

Samsung Galaxy Note 8 เป็นเครื่องเดียวในเครื่องสิบรุ่น ที่มีราคาจำหน่ายสูงกว่าสองหมื่นบาท (เพราะมันสามหมื่นกว่าบาท ^^) จริงๆ ในงาน Mobile Expo ครั้งนี้ มีเครื่องเรือธงหลายรุ่นที่น่าสนใจ มาเปิดจำหน่ายและทำโปรโมชั่นภายในงานเป็นสิบรุ่นครับ แต่มีเพียงรุ่นเดียวที่ Appdisqus จับเอาเข้ามาอยู่ในสิบมือถือเด่นเพราะ มันมีกระแสความนิยมที่ค่อนข้างดี, มันเพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน . และมันมีความสามารถในการใช้งานที่น่าจับตามอง

Samsung Galaxy Note 8 นับเป็นสมาร์ทโฟนที่ Appdisqus ยกให้เป็นสุดยอดอุปกรณ์อรรถประโยชน์สูงที่สุดแห่งยุคครับ มันครบเครื่องและมีประสิทธิภาพสูงรอบด้าน เต็มไปด้วยนวัตกรรมใหม่ ทั้งหน้าจอ การประมวลผล กล้องถ่ายภาพ และปากกาที่หาคู่แข่งไม่ได้แล้วในตลาดมือถือตอนนี้ ยังไม่พูดถึงบริการต่างๆ ของทาง Samsung ที่พัฒนาเพื่อให้สมาร์ทโฟนระดับสูงของเขาสามารถใช้งานได้แต่เพียงผู้เดียวเช่น Samsung Pay, Galaxy Gift และบริการยิบย่อยอีกมากมาย พร้อมทั้งอุปกรณ์เสริมเยอะมากที่ออกมารองรับ

จุดเด่น

  • ประสิทธิภาพสูง อรรถประโยชน์มากมายแบบที่หาคนเทียบยาก
  • การใช้งานรอบตัวมัลติฟังก์ชั่นที่สุด
  • มีบริการและอุปกรณ์เสริมมากมายของ Samsung มารองรับ

จุดอ่อน

  • ราคาสูง
  • ของแถมไม่สะใจ

รายละเอียด


8. Samsung Galaxy J7+

อีกหนึ่งรุ่นจากทาง Samsung และเป็นอีกหนึ่งรุ่นของแบรนด์ใหญ่แบรนด์นี้ที่มาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพแบบกล้องคู่ที่ด้านหลังครับ

จุดเด่นของเจ้าตัวนี้ที่ทำให้คนสนใจก็วิเคราะห์ไม่ยาก คือมันเป็นตัวเลือกราคาไม่แพงบนแบรนด์ใหญ่ชื่อคุ้นหู ที่ีมาในกล้องคู่ซึ่งมีราคาถูกกว่า Galaxy Note 8 มากนั้นเอง อยากได้ Samsung แต่สู้ราคาเครื่องท๊อปๆ ไม่ไหว ก็เอา J7+ ไปก็ได้อะไรใหม่ๆ เหมือนกัน ที่สำคัญภายในงาน Mobile Expo ครั้งนี้  มีช่วงนาทีทองล่อใจ ซื้อ Galaxy J7+ หรือ J7 Pro ในเวลาที่ใช่ ก็ลุ้นรับทีวี 32 นิ้วกลับบ้านไปด้วยเลยอีกเครื่องครับ

Galaxy J7+ เป็นเครื่องสเปคระดับกลางๆ ราคากลางๆ แต่กล้องถ่ายภาพระดับท็อปครับ คุณภาพไม่เป็นสองรองใคร มีระบบ Live Focus การจับวัตถุและระยะชัดลึกได้คมและฉลาด ถือเป็นเครื่องสมาร์ทโฟนที่มีกล้องคู่ที่ยอดเยี่ยมครับ แถมมีแรงส่งจากแบรนด์ใหญ่อย่าง Samsung ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าจะขายดีในงาน Mobile Expo ครั้งนี้อีกหนึ่งรุ่นอย่างแน่นอน

จุดเด่น

  • กล้องคู่ที่ยอดเยี่ยม
  • ชื่อชั้นแบรนด์ได้เปรียบเครื่องระดับกลางตัวอื่นๆ
  • Galaxy J เป็นซีรี่ย์ที่ขายดีอยู่เสมอของ Samsung
  • มีทีวี 32 นิ้วให้ลุ้นเป็นการกระตุ้นยอดขาย
  • ของแถมจาก Samsung จัดเต็ม และเด่นเสมอ ในงาน Mobile Expo

จุดอ่อน

  • อยู่ในโซนราคาที่แข่งขันกันดุเดือดมาก
  • ต้องเจอตัวเลือกจากคู่แข่งที่มาในจอยุคใหม่ สัดส่วน 18:9


รายละเอียด


9. Oppo R9s Pro

แทบจะเป็นเครื่องจอหกนิ้วเพียงหนึ่งเดียวที่ยังมาในสัดส่วนเครื่องที่คุ้นตาในงาน Mobile Expo ครั้งนี้ครับ และยังคงเจาะกลุ่มตลาดเดิม คือกลุ่มที่ต้องการสมาร์ทโฟนเพื่อการเซลฟี่ในระดับเทพ เพราะว่า OPPO R9s Pro เป็นสมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่จากแบรนด์เจ้าแม่แห่งการเซลฟี่ของ OPPO นั้นเองครับ

OPPO R9s Pro เป็นเครื่องสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาด 6 นิ้ว ที่โชว์จุดเด่นในมาในสามเรื่องสำคัญ คือ จอใหญ่, แบตเยอะ 4,000 mAh พร้อมระบบชาร์จไวขั้นเทพ VOOC  Flash Charge และกล้องหน้าคู่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล + 8 ล้านพิกเซล และเพิ่มมีการเปืดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ โดยถือว่างาน Mobile Expo เป็นการขายในงานใหญ่อย่างเต็มตัวของเครื่องรุ่นนี้เลยครับ

OPPO R9s Pro ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 13,990 บาท สเปคโดยรวมถึือว่าอยู่ในระดับสูงของ Mid-End ครับ เพราะใช้หน่วยประมวลผลใหม่ของ Qualcomm นั้นคือ Snapdragon 653 แรม 4GB และหน่วยความจำภายใน 64GB

การที่มันมีหน้าจอที่ใหญ๋ และแบตเยอะ พร้อมกล้องหน้าที่ดีมากๆ ตามสไตล์ OPPO เชื่อว่าภายใต้ซีรี่ย์ขายดี OPPO R9s Pro ก็ยังมีความน่าสนใจในจุดขายของตัวมันเองอยู่มากครับ

จุดเด่น

  • หน้าจอขนาดใหญ่ ที่มีแบตเตอรี่เยอะและระบบการชาร์จไวเป็นจุดขายสำคัญ
  • เครื่องกล้องหน้าคู่ จากแบรนด์เจ้าแม่แห่งการเซลฟี่
  • สเปคเครื่องน่าสนใจ อยู๋ในระดับ กลาง ค่อนไป สูง

จุดอ่อน

  • หน้าจอขนาดหกนิ้วยุดใหม่ ทรงยาว 18:9 อาจจะทำให้คนสนใจได้มากกว่า


รายละเอียด


10. Nokia 3310 (3G)

คลาสสิค! อีกความหมายก็หมายถึงมือถือเก่าคร่ำครึที่แม้แต่จะใช้งาน 3G ยังต้องรอเวอร์ชั่นพิเศษ แต่ความคลาสสิคนั้นประเมินค่าไม่ได้ครับ

หนึ่งในมือถือที่เคยโด่งดังมากที่สุดในโลก Nokia 3310 ตำนานล่ำลือความแข็งแกร่งจนไม่แน่ใจว่า พูดกันถึงมือถือหรือยุทโธปกรณ์ทางการทหาร บ้างว่าแกร่งกว่าเพชร บ้างว่าเป็นหนึ่งในมณีอินฟินิตี้ สโตน แต่ยังไงในความเป็นจริงมันก็คือฟีเจอร์โฟนตัวหนึ่งที่ทำอะไรไม่ได้มากนัก แต่จะมีฟีเจอร์โฟนสักกี่รุ่นในปัจจุบัน ที่มีงานเปิดตัวเป็นของตัวเองอย่าง Nokia 3310 ละครับ

HMD Global ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายมือถือภายใต้แบรนด์ Nokia แต่เพียงผู้เดียในโหลด กำลังจะจัดงานเปิดตัวแถลงข่าว การมาของ Nokia 3310 ในเวอร์ชั่นรองรับ 3G ในงาน Mobile Expo วันที่ 28 กันยายนนี้อครับ และถามว่าพวกเราสนใจมันมั้ย? ก็บอกเลย ว่า “โคตรตื่นเต้น” ^^ ก็ของมันเคยรู้จัก เคยรัก เคยชอบ จะไม่ให้อยากพบหน้าพบตากันอีกครั้งได้อย่างไร และเชื่อว่าไม่ใช่แค่เราที่อยากได้เป็นเจ้าของครับ เพราะงานนี้ Nokia 3310 น่าจะขายดีแบบสมาร์ทโฟนหลายรุ่นต้องอายกันได้เลยละครับ ^^

จุดเด่น

  • นี่มันคือฟีเจอร์โฟน Nokia 3310

จุดอ่อน

  • นี่มันคือฟีเจอร์โฟน Nokia 3310

รายละเอียด


 

เหล่านี้คือมือถือทั้งสิบรุ่น ที่เรา Appdisqus แนะนำให้ผู้ที่ไปเดินงาน Thialand Mobile Expo ได้แวะไปลอง ไปชม ไปสัมผัสเครื่องจริงกัน ก่อนตัดสินใจว่าจะถอยมือถือเครื่องใหม่เป็นรุ่นอะไรกลับมาบ้านครับ และถ้าไม่ชอบไม่สน สุดท้ายอยากจะใช้รุ่นอื่นๆ นอกเหนือไปจากนี้ ถ้าถูกใจยังไงก็คือดีครับ ^^

ขอให้เพื่อนๆ ได้เครื่องสมาร์ทโฟนที่ไร้ปัญหา ได้ร้านค้าดี มีของแถมเต็มมือ และถ้าเจอทีมงาน Appdisqus ภายในงาน แวะทักทายกันได้นะครับ แล้วพบกันในวันที่ 28 กันยา ถึง 1 ตุลาคมที่ศูนย์สิริกิติ์ครับ

 

from:https://www.appdisqus.com/2017/09/28/10-featured-mobile-in-thailand-mobile-expo-2017.html

Advertisements

[Review] รีวิว Moto G5S Plus สเปคครบครัน ใช้งานลื่นไหล พร้อมกล้องหลังคู่ ในราคา 9,990 บาท

ก่อนหน้านี้เราได้เห็นการพรีวิวแกะกล่องของสมาร์ทโฟนตระกูลสุดคุ้มอย่าง Moto G5S Plus กันไปแล้ว ซึ่งวันนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามาตามนัดกับการรีวิวแบบเต็มๆ หลังจากที่ได้ทดลองใช้มาซักระยะ เอาเป็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า Moto G5S Plus สมาร์ทโฟนราคา 9,990 บาท ตัวนี้ เวลาใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรบ้าง และกล้องหลังคู่นั้นจะดีขนาดไหน ไปดูกันเลยครับ

ในเรื่องของสเปคต่างๆ นั้นสามารถย้อนกลับไปดูได้ที่บทความพรีวิวแกะกล่องได้เลยครับ

 

ตัวเครื่องและดีไซน์

ตัวเครื่องของ Moto G5S Plus นั้นเลือกใช้วัสดุเป็นโลหะแบบ unibody ซึ่งตอนของ G5 Plus นั้นฝาหลังเป็นโลหะแต่ว่าขอบเครื่องด้านข้างจะเป็นพลาสติก ทำให้เวลาที่ถือ G5S Plus ในมือจะให้ความรู้สึกที่พรีเมี่ยมกว่า

ขนาดตัวเครื่องของ G5S Plus นั้นถือว่าอยู่มีขนาดที่กำลังพอดีมือสำหรับผม ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนไปเกินไป สามารถถือใช้งานได้อย่างสบายๆ แต่ว่าตัวเครื่องนั้นค่อนข้างจะมีน้ำหนักอยู่บ้าง

ตัวสแกนลายนิ้วมือก็สามารถทำงานได้ค่อนข้างแม่นยำ อาจจะมีพลาดบ้างเป็นบางครั้ง แต่ว่าเวลาที่ไม่พลาดก็ปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว โดยนอกจากที่จะปลดล็อกแล้ว เรายังสามารถที่จะล็อกหน้าจอได้อีกด้วย เพียงแค่เอานิ้วไปแตะอีกครั้งเท่านั้นเอง

 

หน้าจอ

G5S Plus มาพร้อมกับหน้าจอ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080 x 1920 พิกเซล โดยสีสันที่แสดงผลออกมาก็ถือว่าสวยงามตามท้องเรื่อง เรื่องจุดพิกเซลก็มองไม่ออก นอกจากนี้หน้าจอก็ยังสว่างพอที่จะสามารถสู้กับแสงภายนอกได้อีกด้วย ไม่ต้องกลัวว่าออกมาเล่นข้างนอกจะมองไม่เห็นแต่อย่างใด

ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถเลือกปรับเฉดสีของหน้าจอได้ แต่ว่า Moto ก็มีโหมดการแสดงผลสีให้เลือกอยู่ 2 โหมดด้วยกัน นั่นก็คือ Standard ที่จะให้สีที่ดูเป็นธรรมดา และ Vibrant ที่จะแสดงผลสีออกมาค่อนข้างจะสดกว่า

 

ประสิทธิภาพการใช้งาน

เรื่องการใช้งานทั่วไปของ Moto G5S Plus ก็มีความรวดเร็วและลื่นไหล โดยชิปที่ใช้เป็นชิป Snapdragon 625 เสริมด้วย RAM 4GB ซึ่งหลังจากที่ได้ลองเล่นมาซักระยะก็ยังไม่ค่อยเจอปัญหาเครื่องค้างหรืออืดเลย อาจจะมีบางครั้งที่แอพนั้นปิดตัวเองบ้าง แต่อันนั้นก็อาจจะขึ้นกับแอพมากกว่า เรียกได้ว่าการใช้งานทั่วไปนั้นคุ้มค่าคุ้มราคา

ส่วนการเล่นเกม เท่าที่ลองกับ RoV เกมฮิตติดลมบนในตอนนี้ ก็ต้องบอกเลยว่าประทับใจเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเปิดเฟรมเรทสูงเพื่อเล่น 60fps ได้ แต่ว่าเปิดทุกอย่างสุดแล้วไปเล่นบวกเต็มที่ เฟรมเรทก็ยังไม่ต่ำกว่า 25 เลย


สำหรับผลการทดสอบ benchmark จาก AnTuTu ก็อยู่ที่ประมาณ 63448 คะแนน ซึ่งก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิป Snapdragon 625 ตัวอื่นๆ


ส่วนการทดสอบการตรวจจับตำแหน่งก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างที่จะแม่นยำ แต่ว่าไม่ได้เร็วมาก โดยจุดด้อยในเรื่องของการนำทางของ G5S Plus ก็คือ ไม่มีเข็มทิศ นั่นเอง

 

แบตเตอรี่



เท่าที่ลองเล่นมาซักพักก็ต้องบอกว่า แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh ของ G5S Plus อยู่ในระดับที่ใช้ได้ อาจจะไม่ได้อึดขั้นเทพ แต่ก็สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เช้ายันเย็น โดยการใช้งานของผมส่วนใหญ่แล้วก็จะหนักไปทางด้านการ เล่นแชท เล่นโซเชียลมีเดีย อ่านข่าว ฟังเพลง และ เล่น RoV ซึ่งผลลัพธ์ก็คือสามารถใช้งานหน้าจอได้ประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า เล่น RoV ไปประมาณ 1 ชั่วโมง

แน่นอนการใช้งานแบตเตอรี่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วย ถ้าหากว่าใครไม่ได้เล่นเกมก็อาจจะสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่าผมก็ได้ แถม Moto ยังให้ที่อแดปเตอร์ Turbo Charge มาให้ด้วย ทำให้ชาร์จได้ไวขึ้น แต่น่าเสียดายที่พอร์ตยังใช้เป็น microUSB อยู่

 

ซอฟต์แวร์

Moto G5S Plus มาพร้อมกับ Android 7.1.1 Nougat ตั้งแต่ออกจากกล่อง ซึ่งตามข่าวล่าสุดก็อยู่ในแผนการอัพเดทเป็น Android 8 Oreo ด้วย โดย G5S Plus นั้นคาดว่าน่าจะได้รับอัพเดทในช่วงเดือนธันวาคม 2017 นี้ สำหรับคนที่เคยใช้สมาร์ทโฟนจาก Moto มาก่อนก็น่าจะรู้ว่าหน้าตาซอฟต์แวร์ของ Moto นั้นมีความใกล้เคียงกับ Stock Android อยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็น การลากจากด้านล่างขึ้นบนเพื่อเปิด apps drawer รวมไปถึงหน้าตาของ quick settings ที่ด้านบน เป็นต้น


 

เรื่อง bloatware ก็ไม่มีให้เห็นเลยแม้แต่น้อย จะมีก็เพียงแค่แอพที่มีชื่อว่า Moto เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยแอพ Moto นี่แหละ ที่เป็นตัวเสริมลูกเล่นต่างๆ ของ Moto ให้กับ G5S Plus  ภายในแอพ Moto ก็จะมีลูกเล่นอยู่ 2 อย่าง ใหญ่ๆ นั่นก็คือ Moto Actions และ Moto Display โดยแต่ละอย่างก็มีฟีเจอร์ย่อยๆ ดัง นี้

Moto Actions

  • One button nav – เปลี่ยน fingerprint sensor ให้กลายเป็นปุ่ม navigation
  • Chop Twice for Flashlight – สับสองครั้งเพื่อเปิด-ปิดไฟฉาย
  • Twist for Quick Capture – บิดข้อมือสองครั้งเพื่อเปิดกล้อง
  • Swipe to shrink screen – ลากจากกลางจอเพื่อปรับขนาดหน้าจอให้เล็กลง
  • Pick up to stop ringing – ยกเครื่องขึ้นเพื่อเงียบเสียงเรียกเข้า
  • Flip for Do Not Disturb – คว่ำหน้าจอเพื่อปิดการแจ้งเตือน

Moto Display

  • Night Display – ลดแสงสีฟ้าจากหน้าจอเพื่อถนอมสายตาเวลากลางคืน
  • Moto Display – การแสดงการแจ้งเตือนเมื่อหน้าจอปิดอยู่

 

กล้อง

กล้องหลังของ G5S Plus นั้นแตกต่างจากของตอน G5 Plus อยู่พอสมควร ด้วยความที่เปลี่ยนจากการใช้งานกล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล เพียงตัวเดียว มาเป็นกล้องหลังคู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล แทน โดยทั้งสองเลนส์นั้นมีความกว้างของรูรับแสงอยู่ที่ f/2.0 ซึ่งฟีเจอร์ที่พ่วงมากล้องหลังคู่นี้ก็คือ การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ นั่นเอง



โหมดกล้องของ G5S Plus มีตัวเลือกให้เล่นไม่เยอะมากนัก แต่ว่ายังมีโหมด professional ให้เราได้ถ่ายอยู่ โดยในโปรนี้เราสามารถที่จะปรับ focus, white balance, speed shutter, ISO และ exposure ได้ สำหรับการถ่ายภาพนั้นบางทีอาจจะเจอปัญหาว่าภาพใน view finder นั้นดูมืดๆ หรือสีไม่ค่อยสด แต่ว่าเมื่อกดถ่ายไปแล้วก็จะถูกประมวลผลภาพทีหลัง ซึ่งภาพที่ได้ก็จะดูดีขึ้นแตกต่างจากตอนดูผ่าน view finder อยู่พอสมควร โดยคุณภาพของภาพก็แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับสภาพแสงด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม ซอฟต์แวร์กล้องของ G5S Plus นั้นมีอาการดีเลย์ให้เห็นพอสมควร โดยจะเห็นได้ชัดเมื่อมีการเคลื่อนที่เร็วๆ และถ้าหากว่าถ่ายในโหมด depth enabled ก็จะรู้สึว่ามันช้ามากๆ แถมเวลาถ่ายเสร็จก็ใช้เวลาประมวลผลที่ค่อนข้างจะนานพอสมควร  พูดถึง depth enabled แล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจ แต่ว่าอาจจะใช้งานอยากไปหน่อยสำหรับ G5S Plus เพราะว่าต้องจัดฉากให้พอดีอยู่พอสมควร เนื่องจากว่าการเบลอนั้นทำออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก














ภาพจากกล้องหลังของ Moto G5S Plus

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 พิกเซล ก็ถ่ายออกมาได้ภาพที่ค่อนข้างจะคมชัดใช้ได้ มีโหมดบิวตี้ให้เลือกปรับเล็กน้อย เพียงแค่เกลี่ยผิวให้เนียนเท่านั้น ไม่มีการเหลาคางให้แหลม หรือใส่บิ๊กอายให้ แต่ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ ไฟแฟลชกล้องหน้า เอาไว้สำหรับคนที่อยากถ่ายเซลฟี่เวลาแสงน้อยครับ



 

สรุป

ถึงแม้ว่าสเปคของ Moto G5S Plus นั้นอาจจะไม่ได้แตกต่างจากสมาร์ทโฟนในราคาที่ใกล้เคียงกันในตอนนี้ แต่ด้วยความที่ซอฟต์แวร์ของ Moto นั้นมีการปรุงแต่งมาน้อยมากทำให้การใช้งานทั่วไปนั้นลื่นไหลไม่ติดขัด นอกจากนี้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ก็เหมาะกับการเล่นเกมหรือการดูหนังอีกด้วย รวมไปถึงตัวเครื่องที่เป็นโลหะที่ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมและรู้สึกทนทาน แต่ว่าปัญหาที่เจอก็คงจะอยู่ในเรื่องของแอพกล้องที่ค่อนข้างช้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นครับ

Moto G5S Plus นั้นเริ่มเปิดให้จองแล้วผ่านทาง Lazada ในราคา 9,990 บาท และให้เลือกด้วยกัน 2 สี สีเทา กับ สีทอง ครับ

from:https://droidsans.com/review-moto-g5s-plus/

รีวิว Moto G5s Plus กล้องคู่ถ่ายง่าย ใช้สนุก ในราคาและสเปคที่ลงตัวที่สุดสำหรับทุกคน

สมาร์ทโฟนที่ผมคิดว่าทุกคนน่าจะชื่นชอบครับ Moto G5s Plus และขอภูมิใจนำเสนอกันแบบสุดใจ เพราะจริงๆ แล้วผมรู้สึกชอบมาตั้งแต่สมัย Moto G5 Plus รุ่นแรกที่ออกมาตั้งแต่เมื่อต้นปีแล้วครับ เป็นสมาร์ทโฟนที่ลงตัวมากทั้งด้านสเปคและราคา มันมีครบหมดในสิ่งที่ควรมี ไม่ขาดในด้านความสามารถและไม่เกินในด้านราคา เหมาะสมกับการใช้งานสำหรับผู้เริ่มต้นรวมถึงผู้ที่ต้องการเครื่องคุณภาพสูงในราคาไม่แพงครับ

Moto G5s Plus เป็นเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Moto ที่อัพเกรดความน่าใช้ให้มากกว่า Moto G5 Plus จากเดิมที่ดีอยู่แล้วก็ดีมากขึ้นอีกโข

มันมาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพแบบกล้องคู่เครื่องแรกของแบรนด์โมโตโรล่า กำหนดราคาจำหน่ายในไทยอยู่ที่ 9,990 บาทครับ เท่ากับราคา Moto G5 Plus เมื่อตอนเปิดตัวซึ่งถือว่าเป็นราคาที่น่าประทับใจ แถมยังมีราคาโปรโมชั่นทีเด็ดที่เดี๋ยวผมจะบอกรายละเอียดให้ทุกคนทราบในด้านล่างบทความรีวิวนะครับ

 

เรามาดูสิ่งที่คุณจะได้ในสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นเครื่องนี้กันก่อนครับ ผมเชื่อว่าไม่มีเครื่องไหนในตลาดให้เราได้ครอบคลุมขนาดนี้แน่นอน

Moto G5s Plus คือสมาร์ทโฟนในราคาต่ำหมื่นที่เป็นเครื่องกล้องคู่ สเปคเครื่องอยู่ในระดับน่าใช้ไปทุกด้านครับ ตั้งแต่หน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว ขนาดนิยม บนความละเอียด FullHD ตัวเครื่องเป็นโลหะดูหรูมีราคา มีที่สแกนนิ้วขนาดใหญ่ ซึ่งสแกนได้ง่ายและทำงานได้ไว ตัวเครื่องรองรับสองซิมการ์ดแบบ Dual-Sim Dual Active เชื่อมต่อ 4G และ 3G ได้สองซิมพร้อมกัน (มีระบบการจัดการซิมการ์ดที่แนะนำเราได้อย่างดี ว่าต้องการใช้งานซิมคู่ในลักษณะใด)


เรื่องการออกแบบและวัสดุตัวเครื่องดูดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน Moto G5 Plus ครับ โดยเฉพาะขนาดหน้าจอ ที่ตอนนี้ขยายขึ้นมาเป็น 5.5 นิ้วแล้ว (จากเดิม 5.2 นิ้ว) จะดูหนัง เข้าเว็บ อ่านหนังสือ เต็มตากว่าเดิมเยอะครับ




ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 625 แรม 4GB และหน่วยความจำภายใน 32GB นี้คือสเปคเครื่องที่ไร้จุดติครับ มันไม่ได้แรงจนราคาแพงเกินไป แต่มันกำลังดีน่าใช้ในระดับเพียงพอต่อการทำงานในทุกด้าน

แถมยังมีจุดไม้ตายคือการประกันอนาคตว่าเราจะได้รับการอัพเดทระบบอย่างน้อยหนึ่งเจนเนเรชั่น เพราะว่านี่คือสมาร์ทโฟน Pure Android จากแบรนด์ Motorola ที่จะคอยดูแลระบบให้กับคุณได้แบบไม่มีการทอดทิ้ง อย่างแน่นอน

สรุปสาระสำคัญที่ผมจะพูดถึง Moto G5s Plus แบบง่ายๆ ก็คือเครื่องที่ใช้งานได้ดี มีกล้องคู่ ใช้งานได้ยาวนาน ในราคาไม่แพง แบรนด์ดีมีอนาคตยาวไกล จะเอาอะไรอีกสำหรับสมาร์ทโฟนในราคาไม่ถึงหมื่นแบบนี้

 

การใช้งานภายใน

ตัวเครื่องมาพร้อมกับระบบ Android 7.1.1 ตั้งแต่แกะกล่อง ครอบทับด้วย UI พื้นฐานแบบใช้งานง่ายๆ ของ Android มีการใส่ฟังก์ชั่นพิเศษของทาง Moto เข้ามาให้แค่เพียงสิ่งที่ต้องใช้และมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันจริงๆ เท่านั้น

ข้อดีของเครื่อง Motorola คือระบบ Android แบบเกลี้ยงๆ ที่ส่งผลให้มันมีปัญหากับการใช้งานต่างๆ กับแอพพลิเคชั่นของระบบน้อยมาก ได้รับการอัพเดทรวดเร็ว ใช้งานง่าย เข้าใจง่าย




มีฟังก์ชั่นที่สอดรับกับชีวิต อย่าง Moto Display การแจ้งเตือนและแสดงวันเวลาโดยไม่ต้องกดปลุกเครื่องก่อน ซึ่งสามารถทัชที่ไอคอนเพื่ออ่านการแจ้งเตือนได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าแอพด้วยครับ

การปรับสีหน้าจอเพื่อลดแสงสีฟ้าในยามค่ำคืน สามารถตั้งให้มันทำงานอัตโนมัติตามเวลาที่เรากำหนด รักษาดวงตากันหน่อยครับมองจอกันทั้งวัน



Moto Action การควมคุมฟังก์ชั่นเครื่องด้วยท่าทาง ซึ่งผมชอบมากตั้งแต่สมัย Moto เปิดฟังก์ชั่นนี้ออกมาเมื่อปีก่อน ด้วยความสะดวกและความแม่นยำของมันครับ สะบัดเครื่องเหมือนสับมีดสองครั้งเป็นการเปิดและปิดไฟฉาย (ใช้บ่อยมาก) สะบัดหมุนข้อมือสองครั้งเพื่อเปิดกล้องถ่ายภาพ สิ่งที่ต้องชมคือมันรวดเร็วและแม่นครับ ยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ อีก ที่จะช่วยให้เราใช้งานสมาร์ทโฟนแบบเท่ๆ ได้เยอะ จากใน Moto Action ซึ่งทุกอย่าง เป็นฟังก์ชั่นไว้ใช้ไม่ได้ไว้โชว์ด้วยครับ มันสอดรับกับชีวิตในทุกๆ อย่างที่เขาคิดมาเลย


แม้แต่ปุ่มสแกนลายนิ้วมือ อย่าคิดว่ามันจะใช้ได้แค่เป็นที่สแกนลายนิ้วมือเท่านั้นนะครับ เราสามารถเปิดให้มันเป็นปุ่มควบคุมหลักของเครื่องได้ โดยแทนได้ทั้งปุ่มโฮม, ปุ่มย้อมกลับ, ปุ่ม Recent App, ปุ่มล็อกเครื่อง, ปุ่มปลดล็อก, ปุ่มเรียกหน้าการค้นหา ซึ่งมันแค่ใช้การทัช, ทัชค้าง, รูดผ่าน ออกแบบมาดีมาก ใช้สักพักจะติดไปเลย






ด้วยการที่ปุ่มโฮมเพียงปุ่มเดียวของเครื่อง ทำให้เราได้ทุกอย่าง ฉะนั้นปุ่มควบคุมบนหน้าจอ อย่างพวก โฮม, ย้อนกลับ และ Recent App ก็จะเอาออกไปเพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่การแสดงผลของเครื่อง ให้เต็มขนาด 5.5 นิ้วจริงๆ ครับ

ภาพเปรียบเทียบ การใช้หน้าจอ 5.5 นิ้วได้เต็มพื้นที่ จากการเปิดและปิดไอคอนสั่งงานบนหน้าจอ ใน Moto Action จะได้พื้นที่การแสดงผลด้านล่างเพิ่มขึ้น


หน้าจอขนาดมาตรฐาน 5.5 นิ้ว บนความละเอียด FullHD ดูหนัง อ่านข่าว สบายๆ ครับ

ประสิทธิภาพชุดประมวลผลของ Moto G5s Plus อยู่ในระดับ Mid-End ของยุคสมัยนี้ครับ หมายถึงว่ามันสามารถเล่นเกม ใช้งานแอพพลิเคชั่น และเล่นไฟล์ภาพยนต์ความละเอียดสูงได้สมบูรณ์ครับ เกมกราฟิกสูงๆ ก็เล่นได้สบายๆ หน่วยความจำภายใน 32GB กับแรม 4GB เพียงพอแล้วครับกับการทำงานในทุกด้าน ทดสอบใช้งานมายังไม่มีปัญหาอะไรให้หงุดหงิดใจครับ


ประสิทธิภาพและขนาดหน้าจอเพียงพอต่อการเปิดแอพพลิเคชั่นสองแอพพร้อมๆ กันได้แบบไม่สะดุด (Moto G5s Plus สามารถเปิดใช้งานสองแอพได้พร้อมกันจากการลากแอพที่ต้องการใช้ไปปักหมุดด้านบน ในหน้า Recent App)

สีสันหน้าจอของ Moto G5s Plus สามารถปรับระดับขนาดฟ้อนต์ตัวอักษร และปรับความสดใสของสีจอได้สองระดับนะครับ แต่ก็เป็นเครื่องที่จอสีไม่จัดเท่าไหร่นัก ออกแนวใสๆ สบายตามากกว่า ส่วนเรื่องของแสงสว่าง สว่างมากพอครับ และเป็นจอที่ใช้งานสู้แสงแดดได้ดีในระดับหนึ่งด้วย

เสียงจากลำโพงใต้เครื่อง ให้เสียงดังระดับปานกลางครับ ดังชัดเจนในที่สาธารณะ เสียงไม่แตก การออกแบบอยู่ในตำแหน่งที่ดีครับ ถือเล่นเดิมดูหนัง วางคว่ำวางหงาย ไม่เสียงลำโพง 

ผลทดสอบต่างๆ

การจับสัญญาณ GPS ไว เปิดอินเตอร์เน๋็ตช่วยไว้นำทางไปเที่ยวได้สบายๆ






เป็นอีกหนึ่งรุ่นของ Motorola ที่ทำผลงานด้านการจัดสรรพลังงานได้อย่างดีเยี่ยม แบตขนาด 3,000 mAh ใช้งานกันได้ทั้งวัน ตั้งแต่ได้เครื่องมาทดสอบ ใช้งานในระดับเดิมๆ เช้าจรดค่ำแบตยังไม่เคยหมดก่อนถึงบ้านเลยสักครั้ง โดยเฉพาะในวันเบาๆ ทำงานกันได้ข้ามวันสบายๆ

ถ้าในวันเปิดจอทำงานหนักๆ ต่อเนื่อง ตัวเครื่องจะใช้แบตเตอรี่ประมาณ 18% ต่อหนึ่งชั่วโมงครับ บนความสว่างประมาณ 60% แต่ข้อดีของ Moto G5s Plus คือมันเป็นเครื่องที่รองรับการชาร์จไว TurboPower ของ Moto ด้วย แวะเสียบชาร์จสัก 15 นาที ใช้งานต่อได้ครั้งวัน เฉียบ! ^^

กล้องถ่ายภาพ

กล้องถ่ายภาพของ Moto G5s Plus ปกติก็มีฟังก์ชั่นที่สามารถทำงานได้หลายอย่างพอตัวแล้วครับ สามารถใช้กล้องในการแสกน QR Code หรือสแกนข้อมูลบนนามบัตรได้โดยตรง และครั้งนี้ทาง Moto ก็พัฒนาตัวซอฟท์แวร์กล้องตัวใหม่ มาให้รองรับการใช้กล้องคู่ของเครื่อง Moto G5s Plus ด้วยครับ



แม้จะเป็นครั้งแรกของทาง Motorola ที่มาพร้อมกับระบบกล้องคู่ (Moto เรียกว่าโหมดกล้องคู่ว่า “โหมดความลึก”) แต่ก็มาในจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครครับ มันไม่ได้มีความสามารถแค่ในการถ่ายภาพแบบชัดลึกชัดตื้นเพียงอย่างเดียว สำหรับ Moto G5s Plus สนุกไปกว่านั้น



เลือกโฟกัสเฉพาะจุด ปรับระยะชัดลึกชัดตื่น ทำภาพละลายหลัง ปรับแต่งได้ทั้งก่อนการถ่ายและหลังการถ่ายไปแล้วสามระดับ (ตัวอย่างด้านล่าง เราจะสามารถกำหนดระยะโฟกัสได้ ทั้งหน้า กลาง และฉากหลัง โดยเพิ่มลดความเบลอได้จากแถบบาร์ควบคุมด้านล่างครับ)



เลือกทำภาพขาวดำแบบเฉพาะจุด ด้วยกล้องถ่ายภาพของ Moto G5s Plus เป็นกล้องคู่ที่ใช้เซนเซอร์แบบต่างกันในด้านการรับสี โดยมี RGB เลนส์สี 13 ล้านพิกเซล และ Monochrome แบบขาวดำ 13 ล้านพิกเซล ฉะนั้นนอกจากการละลายหลังแล้ว ตัวกล้องยังสามารถเลือกจุดโฟกัสและเพิ่มความโดดเด่นของวัตถุด้วยการใช้สีที่ต่างกันกับฉากหลังได้ด้วยครับ


ระเบิดจินตนการด้วยการเปลี่ยนพื้นหลังก็ได้ เมื่อตัวกล้องมีความสามารถในการแยกวัตถุที่โฟกัสกับฉากพื้นหลังได้แล้ว การระเบิดจินตนาการก็ไม่จำเป็นต้องอยู่กับความเดิมๆ ไม่ใช่แค่ละลายให้เบลอ แต่เปลี่ยนไปเลยก็ยังได้ เอาวัตถุที่โฟกัสแยกออกมาจากภาพได้อัตโนมัติ แล้วเลือกใส่เอาเองเลยว่าจะเอาฉากหลังเป็นภาพใดก็ได้



จะเอาฮา เอาสนุก หรือจะระเบิดมุกแกล้งเพื่อนยังไง ก็ทำได้เลยครับ (ภาพแรก ภาพต้นฉบับ)






จะนำไปใช้แต่งรูปเบิกงบ ก็ทำได้หมด เพิ่มกล้องวงจรปิดในกรุงเทพกันหน่อยเป็นไง ^^ กล้องเดียวกัน เอาไปติดได้ทุกที่ที่ต้องการ



ต้องบอกว่าระบบกล้องคู่ของเครื่อง Moto G5s Plus ใช้งานสนุกครับ ถ่ายง่าย เพราะแค่แตะเลือกจุดโฟกัสที่ต้องการถ่าย แล้วถ่ายให้เสร็จก่อนได้แล้วค่อยมาปรับเอาตามต้องการภายหลัง

แต่ต้องบอกกันว่าบางโหมดของกล้องยังอยู่ในช่วง Beta นะครับ ยังไม่ใช่ตัวเต็มที่เป็นตัวสมบูรณ์ ฉะนั้นการทำงานอาจจะยังพัฒนาได้มากกว่านี้ เพราะจากที่ทดสอบโหมดกล้องคู่ ในบางสภาพแสงตัวกล้องจะใช้เวลานานกว่าการถ่ายภาพปกติ 2-3 วินาทีในการจับภาพครับ

โดยทาง Moto ก็ฉลาดมากครับ แยกตัวแอพกล้องออกมาเป็นแอพพลิเคชั่นต่างหากให้เราสามารถอัพเดทได้ทันทีจากใน Google Play Store ถ้ามีการปล่อยอัพเดทใหม่ๆ ออกมาก็ไม่ต้องรอกันนาน อัพเดทได้เหมือนแอพพลิเคชั่นปกติได้เลย (จริงๆ Moto ก็ใช้วิธีนี้กับฟังก์ชั่นอื่นๆ ในเครื่องด้วย เพื่อการดูแลและอัพเดทความสามารถใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้ได้ไวที่สุดครับ)



อย่าหลงอยู่กับแค่โหมดกล้องคู่ของ Moto G5s Plus นะครับ เพราะผมจะบอกว่ากล้องของมันนั้น มีคุณภาพในการถ่ายภาพในแบบธรรมดาได้อย่างดีเยี่ยมด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Moto G5s Plus 












โหมดถ่ายพาโนรามา ที่นำมาดูได้แบบ 360 องศา

กล้องหน้า

กล้องหน้าของ Moto G5s Plus เป็นกล้องเดี่ยวความละเอียด 8 ล้านพิกเซล แต่มีโหมดการถ่ายภาพบุคคลแบบ HDR โหมดบิวตี้หน้าใส และแบบกำหนดค่ากล้องเองได้แบบโปร



กล้องหน้าก็ืถือว่าได้คุณภาพที่ดีไม่ต่างกับกล้องหลังครับ แถมมีฟังก์ชั่น “เซลฟี่พาโนรามา” สำหรับการถ่ายเซลฟี่กับกลุ่มเพื่อนๆ ในแนวกว้าง หรือจะเซลฟี่ตัวเองพร้อมเก็บฉากหลังได้มากขึ้นกว่าการถ่ายภาพเซลฟี่แบบปกติได้ด้วย



ราคาจำหน่ายและโปรโมชั่น

Motorola เปิดจำหน่าย Moto G5s Plus ออกมาในราคา 9,990 บาท พร้อมกับน้องเล็กรุ่นใหม่ Moto G5s ในราคา 6,990 บาท โดยทั้งคู่จะสามารถเป็นเจ้าของกันได้ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2560 ที่ Trueshop, Jaymart, TG Fone, ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และ Motorola Thaialand Official Store บน Lazada

และโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับลูกค้า Truemove H แบบรายเดือน รับส่วนลดค่าเครื่องเกินครึ่งครับ Moto G5s Plus จาก 9,990 บาท เหลือเพียง 4,490 บาท และ Moto G5s เหลือเพียง 2,990 บาท เท่านั้นครับ

สรุปท้ายรีวิว

ครบเครื่องลงตัวระดับเต็มสิบ Moto G5s Plus กำหนดสเปคมาได้แบบฉลาดมาก ยกให้เป็นสมาร์ทโฟนฉลาดเลือกในช่วงนี้เลยครับ ราคาดี โปรโมชั่นดี สเปคกำลังดี หน้าจอใหญ่ดี วัสดุหน้าตาดี ฟังก์ชั่นน่าใช้ดี อนาคตดี ได้รับการอัพเดทระบบไม่ขายแล้วลอยแพทิ้งกันแน่นอน มีกล้องคุณภาพดีทั้งหน้าและหลัง ใช้งานง่าย ถ่ายรูปง่าย มีฟังก์ชั่นกล้องคู่ที่ไม่ซ้ำใคร

เหมาะทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ วัยชรา และสตรีมีครรภ์ ^^ ฟันธงความคุ้มน่าใช้ครับ

from:https://www.appdisqus.com/2017/09/24/reivew-motolora-moto-g5s-plus.html

ดราม่า Moto G4 Plus เมื่อภาพโปรโมทการอัพเดทเป็น Android O ถูกลบทิ้ง (ล่าสุด Moto ออกมาขอโทษพร้อมประกาศอัพเดทให้แล้ว)

เกิดกรณีดราม่าขึ้นทันที หลังจากที่ Motorola สหรัฐได้ปล่อยรายชื่อมือถือที่สามรถจะอัพเดทเป็น Android 8.0 Oreo ได้เมือสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วปรากฏว่ามันไม่มีชื่อของ Moto G4 Plus รุ่นยอดฮิตที่หลายๆ คนบอกว่ามันยังดีๆ ลื่นๆ สเปคก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ทำไมถึงไม่ได้อัพเดท และเริ่มมีดราม่ามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้ใช้งานหลายคนจำได้ว่าทาง Moto เคยสัญญาเอาไว้ว่า G4 Plus นี่จะได้ไปถึง Android O แต่ภาพโปรโมทนี้กลับหายไปจากหน้าเวบอย่างน่าสงสัย

เมื่อตอนเปิดตัว Moto G4 Plus นัั้น ทาง Motorola ได้มีการประกาศในงานเปิดตัวอย่างดิบดี ว่ามือถือรุ่นนี้สามารถอัพเดทได้ 2 เวอร์ชั่นใหญ่ นั่นคือ Android N และ Android O ซึ่งงานมาเข้าจริงๆ เอาตอนที่มีคนไปค้นเจอว่ามีการลบข้อความ Upgrade to N and O แล้วลบเหลือแค่ Upgrade to N ซะอย่างนั้น

เอ การเปลี่ยนภาพแบบนี้มันคุ้นๆ จังเลย เหมือนมีหลายๆ ค่ายเคยทำกัน พอโดนจับไต๋ได้ เกิดดราม่าขึ้นทันทีครับ เหล่ากลุ่มผู้ใช้งานเริ่มโวยวาย บางคนก็บอกว่า Motorola พอไปอยู่กับ Lenovo แล้วเปลี่ยนไป ไม่มีการรักษาสัญญา เรื่องเริ่มลามหนักขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดทาง Motorola ต้องออกมาขอโทษ และให้สัญญาว่าจะอัพเดท Android O ให้กับ  Moto G4 Plus ในที่สุด และนี่คือข้อความที่ทาง androidpolice ได้รับครับ

It’s been brought to our attention that there were some errors in our marketing materials around Android O upgrades for Moto G4 Plus. This was an oversight on our part and we apologize for this miscommunication. It’s our general practice for the Moto G family to get one major OS upgrade per device, but it’s important to us we keep our promises, so in addition to the N upgrade it has already received, we will be upgrading Moto G4 Plus to Android O. Because this is an unplanned upgrade, it will take some time to fit it into our upgrade schedule. Watch our software upgrade page for more information.

“แปลเป็นไทยสั้นๆ ง่ายว่า มันเป็นความผิดพลาดในเอกสารที่ทำการตลาด เพราะตามปกติ Moto G จะได้รับอัพเกรดใหญ่แค่ครั้งเดียว (ผิดพลาดมาเป็นปี เพิ่งจะมาแก้ตอนนี้) และเพื่อเป็นการรักษาสัญญาก็จะอัพเกรด G4 Plus เป็น Android O ให้แน่นอน แต่เนื่องจากมันไม่ได้อยู่ในแผนการอัพเกรดตั้งแต่แรก ก็อาจจะช้าหน่อย”

ก็จบดราม่าลงไปแบบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ตรงที่ไปอ้างว่าเอกสารผิด เพราะตอนเปิดตัวในต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยเองผมก็จำได้ว่ามีการพูดถึงอัพเดทได้ 2 เวอร์ชั่นด้วย (ถ้าผิดจริงๆ บนเวทีก็ไม่น่าเอาขึ้นไปพูดนะ) เอาเป็นว่าอย่างน้อยเราก็ได้ข้อมูลใหม่ว่า จากนี้ Moto G ทุกรุ่นจะได้รับการอัพเกรดใหญ่เพียงครั้งเดียวนะครับ เพราะฉะนั้น G5 Plus / G5s Plus ก็น่าจะได้อัพถึงแค่ Android O เท่านั้น

 

source : androidpolice

from:https://droidsans.com/moto-g4-plus-finally-get-oreo-update/

[Preview] แกะกล่องพรีวิว Moto G5S Plus บอดี้โลหะ กล้องหลังคู่ 13MP + 13MP

Moto G5 Plus จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนตระกูล Moto ที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคาอยู่ไม่ใช่น้อย และมาวันนี้เราก็ได้ภาคต่อของ G5 Plus มาอยู่ในมือของเราแล้ว นั่นก็คือ G5S Plus นั่นเอง!! เราก็เลยไม่รอช้า จับมาแกะกล่องพรีวิวให้ดูเรียกน้ำย่อยกันไปเลย มาดูกันว่าภายในกล่องของ G5S Plus นั่นจะมีอะไรแถมมาให้บ้างกันดีกว่าครับ

แกะกล่อง

ก่อนที่จะไปถึงในส่วนของสเปคและตัวเครื่อง เรามาเริ่มที่การแกะกล่องกันก่อนดีกว่า

ภายในกล่องของ Moto G5S Plus นั้นก็มีแถมมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น หูฟัง small talk สายชาร์จ microUSB และหม้อแปลง TurboPower ที่รองรับ TurboCharge รวมไปถึง ที่จิ้มซิมและหนังสือคู่มือ (ที่ก็ไม่ค่อยมีคนอ่าน)

หม้อแปลง TurboPower นั้นสามารถจ่ายไฟได้ที่ 5V/3A, 9V/1.6A และ 12V/1.2A

 

สเปคของ Moto G5S Plus

  • OS: Android 7.1.1 Nougat
  • หน้าจอ: 5.5 นิ้ว FullHD 1080 x 1920 พิกเซล
  • CPU: Qualcomm Snapdragon 625 2.0GHz octa-core
  • GPU: Adreno 506
  • RAM: 4GB
  • หน่วยความจำภายใน: 64GB รองรับ microSD การ์ดสูงสุด 128GB
  • กล้องหลังคู่: 13MP + 13MP, f/2.0, dual-LED flash
  • กล้องหน้า: 8MP, f/2.0, LED flash
  • การเชื่อมต่อ:
    • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n
    • Bluetooth version 4.2 LE + EDR
    • GPS, A-GPS, GLONASS
    • รองรับ 4G LTE
    • มี NFC
    • มี FM Radio
    • microUSB 2.0
  • เซนเซอร์:
    • Fingerprint reader
    • Accelerometer
    • Gyroscope
    • Ambient Light
    • Proximity
  • แบตเตอรี่: 3000 mAh รองรับ TurboPower
  • สัดส่วน: 153.5 x 76.2 x 8.0 – 9.5 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 168 กรัม

 

วัสดุและดีไซน์ของตัวเครื่อง

ด้านหน้าของ G5S Plus นั้นแทบไม่ได้แตกต่างจาก G5 Plus มากนัก โดยรูปทรงนั้นมีความโค้งมน แต่ว่าขนาดหน้าจอนั้นมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเป็น 5.5 นิ้ว จากเดิม 5.2 นิ้ว ซึ่งถ้าเอาทั้งสองรุ่นมาวางข้างกันก็คงจะแยกได้ในเรื่องของขนาดนี่แหละครับ

บริเวณขอบด้านบนของหน้าจอ นั้นมีกล้องหน้าความละเอียด 8MP ลำโพงสนทนาและไฟแฟลช LED สำหรับถ่ายเซลฟี่ รวมไปถึงเซนเซอร์วัดระยะและเซนเซอร์วัดแสง พร้อมกับโลโก้ moto

ส่วนด้านล่างก็จะมีเพียงแค่ ตัวสแกนลายนิ้วมือ เพราะว่าปุ่ม navigation ต่างๆ นั้นเป็นปุ่มแบบ on screen

ตัวเครื่องและงานประกอบนั้นยังคงความเนียบตามสไตล์ Moto โดย G5S Plus นั้นใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะอลูมิเนียมแบบ unibody เวลาถือในมือก็ให้ความรู้สึกทนทาน และด้วยความหนาของตัวเครื่องก็ทำการถือนั้นกระชับมากกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นบางๆ อีกด้วย

ปุ่มพาวเวอร์ และ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง นั้นอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งทั้งคู่อยู่ในตำแหน่งที่พอเหมาะกับนิ้วโป้งมือขวาพอดี แถมยังแยกช่องหว่างระหว่างกันได้อย่างพอเหมาะ และปุ่มพาวเวอร์ก็ยังมีการทำลวดลายบริเวณพื้นผิว ทำให้มั่นใจได้ว่ากดถูกปุ่ม

ทางด้านซ้ายมีเพียงแค่ถาดใส่ซิมแบบ hybrid slot โดยขนาดซิมนั้นรองรับเป็นนาโนซิม ส่วนช่องที่สองก็ต้องเลือกเอาระหว่างจะใส่ซิมสอง หรือว่าจะใส่เป็น microSD การ์ด แทน

สำหรับรูไมโครโฟน พอร์ท microUSB 2.0 และลำโพง นั้นอยู่ด้านล่างของตัวเครื่อง

ส่วนด้านบนก็จะมีเพียงแค่รูหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร เพียงอย่างเดียว

หมุนมาทางด้านล่างก็จะเจอกับฟีเจอร์เด่นของเจ้า G5S Plus นั่นก็คือ กล้องหลังคู่ 13MP + 13MP โดยฟีเจอร์ของกล้องหลังคู่ใน G5S Plus นั้นมีไว้สำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ หรือการถ่ายรูปแบบมี depth of field นั่นแหละครับ โดยตัวกล้องนั้นนูนแบบเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ก็ยังมีรูไมโครโฟนตัวที่สอง และแถบสัญญาณคาดผ่านตัวเครื่องทั้งบนและล่าง เนื่องจากว่าตัวเครื่องนั้นเป็นโลหะ ส่วนตรงกลางก็จะมีสัญลักษณ์ Moto ที่บุ๋มลงไปเล็กน้อยเช่นเคย

สำหรับตอนนี้ก็พอหอมปากหอมขอกันก่อนนะครับกับการแกะกล่องพรีวิว Moto G5S Plus ก็ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยภาพตัวอย่างจากกล้องหลังคู่ไว้ซักหน่อยละกัน ส่วนรีวิวเต็มๆ นั้นเดี๋ยวจะมีตามมาอย่างแน่นอนครับ

/* PhotoSwipe Plugin */
.psgal {
margin: auto;
padding-bottom:40px;

-webkit-transition: all 0.4s ease;
-moz-transition: all 0.4s ease;
-o-transition: all 0.4s ease;
transition: all 0.4s ease;

opacity:0.1;
opacity:1; text-align:center;

}

.psgal.photoswipe_showme{
opacity:1;
}

.psgal figure {
float: left;

float:none; display:inline-block;;

text-align: center;
width: 200px;

padding:5px;
margin: 0px;
box-sizing:border-box;
}
.psgal a{
display:block;
}

.psgal img {
margin:auto;
max-width:100%;
width: auto;
height: auto;
border: 0;
}
.psgal figure figcaption{
font-size:13px;
}

.msnry{
margin:auto;
}
.pswp__caption__center{
text-align: center;
}

อ้อ! นอกจากนี้ก็มีข่าวแว่วๆ มาว่า ราคาของ Moto G5S Plus นั้นอาจจะมีลุ้นราคาไม่ถึงหมื่น และอาจจะได้เห็นกันภายในเดือนนี้ด้วยครับ ยังไงก็รอดูกันต่อในเร็วๆ นี้นะ

from:https://droidsans.com/unbox-preview-moto-g5s-plus/

รวมข้อมูลสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ของ Lenovo และ Moto จากงาน IFA 2017

Lenovo พาทุกท่านเปิดประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ใหม่ ที่ตรงตามไลฟ์สไตล์ด้วยสมาร์ทโฟน, แล็ปท็อป, ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ และอุปกรณ์โลกเสมือนผสานโลกจริง

เลอโนโวเปิดตัว 5 สมาร์ทดีไวซ์สุดล้ำและนวัตกรรมใหม่ๆ ภายในงาน IFA 2017 ที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อปลายเดือนที่่ผ่านมาครับ

  • เปิดประสบการณ์กับเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกจริง (augmented reality) และโลกเสมือนจริง (virtual reality) สุดล้ำผ่านเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง Star Wars จาก Disney และเกมจาก Microsoft ด้วยชุดอุปกรณ์​แว่นและหูฟังใหม่ล่าสุด Lenovo Mirage™ AR และ Lenovo Explorer
  • พบกับสมาร์ทโฟน moto x4 ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับบริการผู้ช่วยส่วนตัว Amazon Alexa ที่พร้อมรับมือทุกคำถาม โดยไม่ต้องปลดล็อคเครื่อง
  • ยกระดับความคล่องตัวและความสะดวกสบายของ Tablet PC ด้วยบริการผู้ช่วยส่วนตัวที่มาพร้อมกับชุดอุปกรณ์ Tab 4 Home Assistant
  • มิติใหม่ของแล็ปท็อปรุ่น Yoga™ 920 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นการรองรับการใช้งานของปากกา Active Pen หรือความสามารถในการจำเสียงระยะไกล Cortana® Voice Recognition และระบบการยืนยันตัวตน Biometrics Authentication

เทคโนโลยี VR/AR นำประสบการณ์จอเงินสู่คุณ​ – เปิดรอบพรีเมียร์ด้วย Star Wars: Jedi Challenges

Star Wars: Jedi Challenges เป็นผลิตภัณฑ์ Star Wars ล่าสุดที่เปิดโอกาสให้แฟนๆ หนังได้สัมผัสประสบการณ์สงครามอวกาศในแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน โดยผลิตภัณฑ์​ Jedi Challenge ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์ Lenovo Mirage AR Headset ที่สามารถใช้สมาร์ทโฟนเป็นตัวสั่งการ เครื่องติดตามความเคลื่อนไหว (Tracking Beacon) ดาบ Lightsaber และเกม Star Wars ที่เล่นได้เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดสามารถใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนทั้ง Android และ iPhone โดยผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน Star Wars: Jedi Challenges ได้บนสมาร์ทโฟน และติดตั้งสมาร์ทโฟนเข้ากับชุดอุปกรณ์ได้​ Lenovo Mirage AR Headset ที่ถูกออกแบบมาให้บาง เบา และพกพาง่าย ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างประสบการณ์การเล่นเกมได้อย่างสมจริง สวมใส่สบายได้ตลอดทั้งเกม ชุดอุปกรณ์มาพร้อมกับเครื่องติดตามความเคลื่อนไหว (Tracking Beacon)​

ซึ่งสามารถวางที่พื้น เป็นฐานในการจับความเคลื่อนไหวของร่างกายระหว่างการเล่นเกม ในการใช้งานนั้นตัว ​headset จะทำการเชื่อมต่อกับดาบ Lightsaber ที่ออกแบบมาเป็นตัวควบคุมการดำเนินเกม โดยจะมีปุ่มบังคับ 2 ปุ่มบนตัวดาบ นอกจากนี้ตัว Lightsaber ยังถือว่าเป็นของสะสมสำหรับแฟนๆ Star Wars อีกด้วย เพราะออกแบบมาจากดาบจริงที่ถือโดยตัวละครหลักของ Star Wars ไม่ว่าจะเป็น Anakin Skywalker, Luke Skywalker และ Rey

ด้วยแนวทางที่เปิดกว้างในความร่วมมือ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ผสมผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ากับเรื่องราว หรือ content ที่เป็นที่น่าสนใจ ทำให้เลอโนโวแตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่น ซึ่งเราเชื่อว่าด้วยแนวทางนี้ จะทำให้เราสามารถสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่แตกต่าง และเป็นจุดเปลี่ยนของวงการได้

นอกจากนี้ เลอโนโวยังได้จับมือกับไมโครซอฟท์ เพื่อสร้างโลกเสมือนจริงที่แตกต่างด้วยชุดอุปกรณ์​ Lenovo Explorer Mixed Reality Headset ที่ถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อการใช้งานกับเครื่อง PC ได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานโปรแกรมทั่วไปอย่าง Microsoft Office suite อินเตอร์เน็ตหรือดูรายการต่างๆ หรือจะเป็นเล่นเกมเสมือนจริง และไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ กับ holo tour บนโลกเสมือนจริง นอกจากนี้ยังสามารถยกระดับประสบการณ์การชมวิดิโอ ด้วยเทคโนโลยีที่รองรับภาพ 3D, 360 องศา และ 4K โดยการติดตั้งก็สามารถทำได้อย่างง่ายๆ เพียงแค่ใช้เคเบิลในการเชื่อมต่อกับเครื่อง PC เท่านั้น


บริการสั่งงานด้วยเสียงล้ำหน้าสู่โมบายล์ – พบกับ moto x4 ใหม่

เลิกทักทายสมาร์ทโฟนด้วย “hello moto x” อีกต่อไป พบกับสมาร์ทโฟน moto x4 รุ่นที่ 4 น้องใหม่ล่าสุดของตระกูลที่มาพร้อมกับฟีเจอร์อัจฉริยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกล้องอัจฉริยะที่ทำได้มากกว่าการถ่ายภาพ ด้วยฟีเจอร์ Landmark Detection ทำให้กล้องของ moto x4 เป็นเสมือนดวงตาสู่โลกของคุณ เพียงแค่ส่องกล้องไปยังวัตถุต่างๆ กล้องจะตรวจจับวัตถุนั้น เพื่อนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ฟีเจอร์โลกเสมือนผสานจริงในกล้อง moto x4 จะทำให้ภาพเซลฟี่ของคุณล้ำสุดๆ ด้วยการตกแต่งภาพและวิดีโอแบบแอนิเมชัน และที่มากไปกว่านั้นคือ moto x4 จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Motorola ที่จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ผู้ช่วยส่วนตัว Amazon Alexa เป็นการเพิ่มทางเลือกในกับการใช้งานผู้ช่วยส่วนตัวผ่านทางมือถือ  โดยสามารถใช้งานได้ทุกเวลา โดยไม่ต้องปลดล็อคเครื่องก่อน ไม่ว่าจะอยู่ที่โรงแรม บ้านเพื่อน หรือที่ไหนก็ตาม คุณก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ Amazon Alexa ได้ เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีจุดเปลี่ยนสำหรับสมาร์ทโฟนเลยทีเดียว


ยกระดับแท็บเล็ต ด้วย Lenovo Home Assistant Pack

นอกจากการใช้งานบนสมาร์ทโฟนแล้ว ฟีเจอร์ผู้ช่วยส่วนตัว Alexa ยังทำให้การใช้งานอุปกรณ์อื่นๆ ฉลาดขึ้นอีกด้วย โดยเริ่มจาก tablet เป็นอย่างแรก คือ เป็นอุปกรณ์​ผู้ช่วยส่วนตัวในบ้านตระกูล Tab 4 ตัวใหม่ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์​ Alexa สามารถดูข่าว ฟังพยากรณ์อากาศ เช็คปฏิทิน ซื้อของ ฟังเพลง หรือสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้านได้ด้วยการสั่งการทางเสียง โดยผลการค้นหาต่างๆ จะถูกแสดงผ่านบนหน้าจอขนาด 10 หรือ 8 นิ้ว ชุดอุปกรณ์และซอฟต์แวร์​ Home Assistant Pack ที่มาพร้อมกับ Tab 4 นั้นประกอบด้วยแอพพลิเคชัน ‘Home Assistant,’ ลำโพง 3W เครื่องตรวจจับเสียงระยะไกล และไมโครโฟน 2 ตัวที่สามารถจับเสียงได้จากทุกทิศทาง เพียงแค่เชื่อมต่อ Tab 4 เข้ากับ Home Assistant Pack ก็สามารถใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณ​ และด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 320 กรัม คุณสามารถเคลื่อนย้ายตัวแท็บเล็ต Tab 4 ไปได้ทุกที่ นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของ Tab 4 ได้ด้วยซอฟต์แวร์ Kid’s Pack และ Productivity Pack สามารถปรับเปลี่ยนใช้งานได้หลากหลาย และคุ้มค่าเป็นอย่างมาก


สร้างอัตลักษณ์​ให้กับการใช้งาน PC ด้วยปากกาอิเล็กทรอนิกส์ และการยืนยันตัวตนด้วยเสียง และ Biometrics บนแล็ปท็อป Yoga 920

คอมพิวเตอร์ PC จะไม่เป็นเพียงคอมพิวเตอร์ส่วนตัว (Personal Computer) และถูกจำกัดด้วยปฏิสัมพันธ์เพียงทางเดียวอีกต่อไป ต่อไปนี้คอมพิวเตอร์ PC จะเอื้ออำนวยการใช้งานแบบ Personalized Computing เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้แต่ละคนโดยแท้จริง ด้วยเทคโนโลยี AI ที่จะสามารถเรียนรู้ความต้องการของผู้ใช้งาน เชื่อมต่อและปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้โดยตรง แล็ปท็อปรุ่น Yoga 920 ใหม่ล่าสุดจากเลอโนโวได้ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นทางฟังก์ชันรองรับการทำงานของปากกาอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ Voice Recognition จากเสียงระยะไกล ตัวเลือกในการใช้งานแบบโลกผสานเสมือนจริง (Mixed Reality)  ระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Biometrics จาก Windows Hello และฟีเจอร์ต่างๆ อีกมากมาย ทำให้การใช้งานแล็ปท็อปฉลาดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยความที่เรายังมีความต้องการ และความเคยชินในการใช้คีย์บอร์ด หรือปากกาในการสร้างสรรค์งาน แล็ปท็อปรุ่น Yoga 920 จึงถูกพัฒนามาเพื่อรองรับการใช้งานปากกาอิเล็กทรอนิกส์ Lenovo Active Pen 2 เหมาะสำหรับการใช้งานกับ Windows Ink™ ซึ่งมีระดับความละเอียดในการตรวจจับน้ำหนักลายเส้นสูงถึง 4,096 ระดับ ทำให้การสร้างสรรค์ผลงานที่ละเอียดได้โดยไม่สะดุด นอกจากนี้ตัว Yoga 920 จะมาพร้อมกับ เทคโนโลยีการตรวจจับเสียง (Voice Recognition) ของ Cortana ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่ปกติจะใช้งานบนสมาร์ทโฟนและลำโพง โดยจะสามารถตรวจจับเสียงระยะไกลได้ถึง 4 เมตร ไม่ว่าจะเป็นการลิสรายการซื้อของเพิ่ม ฟังเพลง ตรวจสภาพการจราจร ส่งอีเมล เช็คพัสดุ หรือกิจกรรมอื่นๆ ก็สามารถทำได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยี Voice Recognition จาก Cortana นี้ยังถูกสร้างมาด้วยระบบ AI สามารถเรียนรู้ความต้องการของผู้ใช้งานได้ ทำให้ Yoga 920​ ฉลาด และเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยทั้งหมดทำงานด้วยขุมพลังจาก Intel® Core™ i7 processor รุ่นที่ 8 บนระบบปฏิบัติการ Windows 10® และแสดงผลแบบคมชัดบนจอสัมผัส 4K IPS ขนาด 13.9 นิ้ว

ด้วยน้ำหนักเพียง 1.37 กิโลกรัม (3.02 ปอนด์​) Yoga 920 สามารถแปลงร่าง 360 องศา จากแล็ปท็อปไปเป็นแท็บเล็ตได้อย่างสบายๆ นอกจากนี้เปิดตัวใหม่พร้อมกับดีไซน์สุดพิเศษ​จาก Gorilla® Glass ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์เท่ๆ อย่างรุ่น Yoga 920 Vibes หรือจะเป็นดีไซน์รุ่นพิเศษ Star Wars Special Edition ทั้งแบบ Rebel Alliance และ Galactic Empire สำหรับใครที่ต้องการการแสดงผลบนหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น สามารถเชื่อมต่อเข้ากับมอนิเตอร์ ThinkVision P27u ใหม่ล่าสุด ที่มีจอแสดงผล 4K ไร้ขอบ สีสมจริง และมีการตอบรับ Response Time) เร็ว มาพร้อมกับช่องเชื่อมต่อ USB Type-C และชุดตั้งวางแบบครบเซ็ท รองรับการติดตั้งลำโพง


นอกจากนี้ เลอโนโวยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ แล็ปท็อป Yoga 720 ขนาด 12 นิ้ว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแล็ปท็อปในตระกูล Yoga 720 ที่กะทัดรัด และพกพาได้สะดวกที่สุด ด้วยความบางเพียง 0.62 นิ้ว หนักเพียง 2.53 ปอนด์​ มาพร้อมกับปากกาอิเล็กทรอนิกส์ Active Pen ระบบอ่านลายมือ และผู้ช่วยส่วนตัว Cortana ในตัว อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ คือ แท็บเล็ต Miix 520 ใหม่ กับระบบปฏิบัติการ Windows 10 ตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Content หรือรับชมความบันเทิงต่างๆ ด้วยปากกาดิจิทัล และอุปกรณ์เสริมกล้อง WorldView สำหรับการรังสรรค์ภาพแบบ 3 มิติ

ราคาและการจัดจำหน่าย ติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:  http://www.news.lenovo.com/IFA2017

 

from:https://www.appdisqus.com/2017/09/12/lenovo-moto-ifa2017.html

หลุดภาพ Moto X4 (Android One Edition) ว่าที่สมาร์ทโฟนราคาประหยัด คาดเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากที่ Xiaomi แบรนด์มือถือจากแดนมังกรได้เปิดตัว Xiaomi Mi A1 สมาร์ทโฟน Android One รุ่นแรกของปีนี้ไป ล่าสุดมีรายงานว่า Motorola ก็เตรียมที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟน Android One ด้วยเหมือนกัน โดยคาดว่าจะเป็น Moto X4 (Android One Edition) รุ่นราคาประหยัด

นาย Evan Bass หรือ @evleaks จอมปล่อยข่าวลือและาภาพหลุดสมาร์ทโฟนชื่อดังได้โพสต์ภาพสมาร์ทโฟน Android One โดยเผยให้เห็นเฉพาะด้านหลังเครื่องที่มาพร้อมดีไซน์ขอบโค้งทั้ง 2 ด้าน ตรงกลางด้านบนมีเลนส์กล้องคู่ Dual Camera ถัดลงลงมีโลโก้ Moto และด้านล่างมีโลโก้ android one

ทั้งนี้ สเปกของ Moto X4 (Android One) รวมถึงราคาและวันเปิดตัว ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้ แต่ก็มีรายงานว่าอาจจะไม่ใช้ชื่อ Moto X4

และคาดว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน Android One รุ่นแรกที่วางจำหน่ายในอเมริกา เนื่องจากสมาร์ทโฟน Android One ส่วนใหญ่จะถูกจำกัดในประเทศกำลังพัฒนา เช่น อินเดีย เท่านั้น 

ที่มา : Gizchina

from:http://mobileocta.com/moto-x4-android-one-edition-rumored-to-launch-soon/