คลังเก็บป้ายกำกับ: Mozilla

Firefox 61: Developer Edition ธีมสีดำกว่าเดิม, เพิ่มเครื่องมือนักพัฒนาหลายอย่าง

Mozilla ออก Firefox 61: Developer Edition รุ่นสำหรับนักพัฒนาใช้งาน (รุ่นเสถียรจะออกวันที่ 26 มิถุนายน) มีของใหม่ที่น่าสนใจดังนี้

  • ธีมสีดำกว่าเดิม ปกติแล้ว Developer Edition ใช้ธีมสีดำอยู่แล้ว แต่เวอร์ชันนี้ดำกว่าเดิม ไม่ใช่แค่กรอบดำอย่างเดียว แต่เมนูและเนื้อในก็ดำด้วย
  • เพิ่มเมนู Add Search Engine เมื่อเข้าเว็บที่มีระบบค้นหาแบบ OpenSearch
  • ปรับปรุงเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาหลายอย่าง เช่น Firefox Debugger (ดูคลิปประกอบ)
  • Developer Tools ลากแท็บแต่ละอันสลับตำแหน่งกันได้แล้ว
  • Accessibility Inspector เครื่องมือตัวใหม่ ช่วยตรวจสอบว่าเว็บของเราออกแบบมาสำหรับคนพิการได้ดีแค่ไหน
  • ประมวลผล CSS แยกเธร็ดขนานกัน ช่วยให้เริ่มเรนเดอร์เว็บเพจและวาดบนจอ (first paint) เร็วขึ้น
  • ปรับปรุงคอมไพเลอร์ WebAssembly ให้ทำงานกับซีพียูสถาปัตยกรรม AArch64 ที่ใช้ในมือถือและแท็บเล็ตได้ดีกว่าเดิม
  • เวอร์ชัน macOS แยกโพรเซสของ add-on ออกมาแล้ว

ที่มา – Mozilla Hacks

Dark Theme

No Description

Firefox Debugger

Accessibility Inspector

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/102436

Advertisements

มีอะไรใหม่ใน Firefox 60

Mozilla ได้ปล่อย Firefox 60 มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้งานอย่างสมบูรณ์แล้วตอนนี้สามารถอัปเดตใช้ได้ทันที ท่ามกลางฟีเจอร์เพิ่มใหม่หลายตัวแต่ไฮไลท์คงจะหนีไม่พ้นฟีเจอร์ เช่น Group Policy ที่ช่วยให้องค์กรสามารถติดตั้ง Firefox ในสภาพแวดล้อมของตนได้ หรือ การรองรับระบบ Passwordless Authentication 

Group Policy Support

Group Policy ที่ออกมาใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบขององค์กรสามารถติดตั้งและควบคุม Firefox ภายในองค์กรผ่านทาง GPO ได้ เช่นเดียวกับ Browser อื่นๆ ที่ทำได้มานานแล้วอย่าง Chrome, IE และ Edge ผู้สนใจสามารถติดตามความสามารถโดยภาพรวมได้ตามวีดีโอด้านล่างหรือจาก Blog ของ Mozilla

รองรับ Passwordless Authentication

ผู้ให้บริการรายใหญ่ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Mozilla ต่างออกมาสนับสนุนการพิสูจน์ตัวตนแบบ Passwordless โดยการใช้ ลายนิ้วมือ ระบบจดจำใบหน้า หรือการทำ Biometric อื่นๆ โดย API จาก W3C มีชื่อว่า Web Authentication (WebAuthn สามารถอ่านรายละเอียดจาก TechTalkThai ได้)

รองรับ Cookie จากไซต์เดียวกัน

เพื่อป้องกันเว็บไซต์อันตรายที่อาจจะเรียกไปยัง Cookie จากไซต์อื่น โดยวิธีการคือมันจะบล็อกเว็บไซต์จากการดาวน์โหลด Cookie จากโดเมนอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับใน URL บน Address Bar เช่น มันจะไม่โหลด Cookie จาก Facebook.com หากผู้ใช้กำลังชมหน้า domain.com อยู่ นอกจากนี้มันจะถือเป็นส่วนเล็กๆ ในการป้องกันการโจมตีแบบ CSRF ในบางรูปแบบอีกด้วย

จำกัดการการเข้าถึงของ Sensor

Sensor ที่ถูกปิดเป็นค่าเริ่มต้นคือ Proximity และ ambientLight ตามรูปด้านล่าง หากต้องการใช้งานต้องไปเปิดเองก่อน โดยสาเหตุเพราะมีนักวิจัยได้เผยว่าการเข้าถึง Sensor เหล่านี้สามารถนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องได้ อย่างเช่นนำ ambientLight ไปแยกแยะสีของหน้าจอเพื่อให้ทราบว่ามี Link อะไรในหน้าที่ผู้ใช้เยี่ยมชมได้

credit : Bleepingcomputer.com

ฟังก์ชันอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น เปิดหรือปิดการแสดงเรื่องราวจากผู้สนับสนุนได้เพื่อไม่ให้เป็นการรุกรานความเป็นส่วนตัวมากเกินไป ซึ่งฟีเจอร์ ‘Promoted Stories’ จะมีเฉพาะผู้ใช้งานในอเมริกาเท่านั้น และใน Firefox 60 ยังได้เปิดให้ผู้ใช้ปิดการ Sync ได้อีกด้วย นอกจากนี้หน้าตาการจัดการ Cookie ก็ต่างไปจากเดิมตามรูปด้านล่าง

credit : Bleepingcomputer.com

สำหรับผู้สนใจฟังก์ชันทั้งหมดสามารถติดตามได้ที่ Release Note หรือ สำหรับการอัปเดตด้านความมั่นคงปลอดภัยที่นี่

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/software/firefox-60-released-with-support-for-an-enterprise-friendly-policy-engine/

from:https://www.techtalkthai.com/whats-features-are-bundled-in-firefox-60/

Firefox 60 ออกแล้ว พร้อมฟีเจอร์ด้านองค์กร, WebAuthn มาตรฐานการล็อกอินเว็บแบบใหม่

Mozilla ออก Firefox เวอร์ชัน 60 แล้ว ทั้ง Windows, Mac, Linux และ Android โดยเวอร์ชันนี้จะยังคงพัฒนาบน Firefox Quantum พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ๆ หลายอย่าง

ฟีเจอร์แรกคือฟีเจอร์ด้านองค์กร ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์สำคัญมากใน Firefox 60 คือฝ่ายไอทีขององค์กรสามารถจัดการปรับแต่งค่าเบราว์เซอร์สำหรับใช้งานภายในองค์กรได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผ่าน Group Policy บน Windows หรือไฟล์ JSON ที่รองรับทั้ง Mac, Linux และ Windows

นอกจากนี้ ผู้ใช้แบบองค์กรยังสามารถเลือกดีพลอยเบราว์เซอร์ในอัพเดต Rapid Release (RR) ที่จะออกทุก 6 สัปดาห์ หรือ Extended Support Release (ESR) ที่จะอัพเกรดใหญ่ทุก 1 ปีก็ได้ (ซึ่ง Firefox 60 เป็น ESR) โดยการอัพเดตทั้งสองแบบหากมีช่องโหว่ความปลอดภัยสำคัญ Mozilla จะอัพเดตให้เร็วที่สุดทั้งคู่

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ Firefox ในการใช้งานภาคองค์กรสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก Mozilla Tech (Medium)

ส่วนฟีเจอร์ที่น่าสนใจอื่น ๆ ในอัพเดตครั้งนี้ เช่น

  • Web Authentication หรือ WebAuthn ซึ่งเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อระหว่างเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ยืนยันตัวตน โดยอุปกรณ์ยืนยันตัวตนสามารถเลือกใช้เป็นวิธียืนยันตัวตนหลักหรือใช้ร่วมกับรหัสผ่านก็ได้
  • Firefox for Android รองรับ CSS engine ใหม่ Stylo ซึ่งเขียนด้วยภาษา Rust โดยเอนจินใหม่นี้ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานบนอุปกรณ์พกพาที่มีซีพียูหลายคอร์ เพื่อให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและกินพลังงานต่ำ
  • หน้า New Tab ใหม่ ขยาย Top Sites ให้มีไอคอนจาก 6 เป็น 8 ไอคอน ส่วน Highlights ก็ขยายขนาดด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งระบบแนะนำคอนเทนต์โดยผู้สนับสนุนจาก Pocket ซึ่ง Mozilla ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้โดยให้อัลกอริทึมรันเฉพาะบนเครื่องเท่านั้น ไม่มีการส่งข้อมูลประวัติการท่องเว็บกลับไปตามที่เคยอธิบายไปก่อนหน้านี้

ที่มา – Mozilla

No Description

ภาพจาก Mozilla

from:https://www.blognone.com/node/102159

Firefox 60 จะเริ่มแสดงโฆษณาจาก Pocket ในหน้า New Tab แต่ยังจำกัดแค่ในสหรัฐ

Mozilla เตรียมแสดงโฆษณาในหน้า New Tab ของ Firefox โดยจะเริ่มมีผลใน Firefox 60 เวอร์ชันถัดไป และยังจำกัดเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา

การแสดงโฆษณาของ Firefox จะผ่านระบบของ Pocket ที่ Mozilla ซื้อกิจการเมื่อปีที่แล้ว ในหน้า New Tab จะมีหมวด Recommended by Pocket แนะนำบทความที่น่าสนใจจากระบบของ Pocket มาให้เรา และหนึ่งในบทความเหล่านั้นจะมีบทความที่เป็นโฆษณา (sponsored story) ด้วย

Mozilla ระบุว่าเคารพข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อย่างเต็มที่ อัลกอริทึมแนะนำบทความจะถูกรันบนเครื่องของผู้ใช้ทั้งหมด ไม่มีการส่งข้อมูลประวัติการท่องเว็บกลับไปให้ใคร และผู้ใช้สามารถสั่งปิดไม่แสดงโฆษณาได้อย่างถาวร

ที่มา – Mozilla, VentureBeat

ตัวอย่างบทความแนะนำของ Pocket

No Description

หน้าจอตั้งค่าปิดโฆษณา

No Description

from:https://www.blognone.com/node/101919

Mozilla เปิดตัว WebAssembly Studio เครื่องมือ IDE ออนไลน์สำหรับพัฒนา WebAssembly

เป็นที่รู้กันดีว่า Mozilla ผลักดันเทคโนโลยี WebAssembly แบบสุดตัว ปัจจุบันเว็บเบราว์เซอร์ 4 ค่ายใหญ่ล้วนรองรับ WebAssembly กันหมดแล้ว ผลงานใหม่ล่าสุดของ Mozilla จึงหันไปจับตลาดนักพัฒนา ด้วยการเปิดตัว IDE สำหรับ WebAssembly โดยเฉพาะ

IDE ตัวนี้ชื่อว่า WebAssembly Studio มันเป็น IDE แบบออนไลน์ใช้งานผ่านเว็บ โดย Mozilla พัฒนาขึ้นจากโค้ดของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหลายโครงการ เช่น Monaco Editor ของไมโครซอฟท์ (ตัวเดียวกับที่ใช้ใน VS Code), Binaryen, Clang Format ผสมกันออกมาเป็น IDE ที่สามารถเขียนโค้ดในภาษา C/C++/Rust แล้วแปลงเป็น WebAssembly ได้ทันที (กดเข้าไปลองเล่น)

จุดเด่นของ WebAssembly Studio คือมันเป็น IDE ที่ทำงานผ่านเบราว์เซอร์ได้อย่างสมบูรณ์ มันจึงสามารถ “ฝัง” หน้าจอ IDE ไว้บนเว็บเพจใดๆ ก็ได้ (ผ่าน embed.ly) ดังตัวอย่างด้านล่าง ลองกด Build/Run ได้เพราะคอมไพล์ในเบราว์เซอร์ของผู้ใช้แต่ละคน

https://cdn.embedly.com/widgets/media.html?url=https%3A%2F%2Fwebassembly.studio%2F%3Ff%3D05gyhlvv094b&src=https%3A%2F%2Fwebassembly.studio%2F%3Ffiddle%3D05gyhlvv094b%26embed%3D1&type=text%2Fhtml&key=internal&schema=webassembly

นอกจากนี้ WebAssembly Studio ยังออกแบบมาให้นักพัฒนาเว็บเข้าใจฟอร์แมตของ WebAssembly มากยิ่งขึ้น ตัว IDE จึงสามารถแปลงโค้ด C/C++/Rust เป็น WebAssembly (.wasm/.wat) แบบแก้ไขได้ ช่วยให้นักพัฒนาสามารถอ่านและทำความเข้าใจกับโค้ดได้สะดวกขึ้น

ตอนนี้ WebAssembly Studio ยังอยู่ในขั้นพรีวิว และมีแผนจะต่อยอดฟีเจอร์อีกมาก ตัวมันเองเป็นโอเพนซอร์สและเผยแพร่ซอร์สโค้ดบน GitHub

ที่มา – Mozilla Hacks

from:https://www.blognone.com/node/101514

Firefox บน iOS ออกอัพเดต เปิดฟีเจอร์ป้องกันการติดตามไว้เป็นค่าเริ่มต้น

Mozilla ออกอัพเดต Firefox สำหรับ iPhone และ iPad เวอร์ชันใหม่ โดยมาพร้อมกับการเปิดฟีเจอร์ Tracking Protection หรือป้องกันการติดตามไว้เป็นค่าเริ่มต้น ทั้งในโหมดเบราว์เซอร์ปกติและโหมดส่วนตัว ซึ่งระบบนี้เป็นระบบเดียวกับที่ใช้ใน Firefox เวอร์ชันเดสก์ท็อปและ Android รวมถึง Firefox Focus

การป้องกันการติดตามของ Mozilla นี้จะเน้นที่การรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ คือผู้ใช้สามารถกำหนดได้ว่าจะแชร์ข้อมูลอะไรบ้าง และจะไม่แชร์ข้อมูลอะไร ไปจนถึงการอนุญาตว่าจะแชร์ให้กับใครได้บ้าง โดยระบบป้องกันการติดตามนี้ยังมีผลพลอยได้คือเว็บไซต์จะโหลดเร็วขึ้น, ใช้ข้อมูลน้อยลง และใช้แบตเตอรี่น้อยลงอีกด้วย

นอกจากนี้ Mozilla ยังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในอัพเดตนี้สำหรับ iPad ได้แก่

  • ย้ายแท็บไปมาได้ตามต้องการ เพียงกดค้างและลากแท็บ
  • ลากวางลิงก์จาก Firefox ไปยังแอพอื่น ๆ ได้ เพื่อการแชร์ลิงก์ที่สะดวกยิ่งขึ้น
  • keyboard shortcut เพื่อให้การใช้งานรวดเร็วขึ้น เช่น Command + Option + Tab เพื่อเข้าโหมด all tabs เป็นต้น (สามารถดู shortcut ทั้งหมดได้ที่นี่)

ที่มา – Mozilla

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/101475

Mozilla เผยแผนการพัฒนา ให้เขียนภาษา Rust ร่วมกับ JavaScript ได้

Mozilla ประกาศแผนการพัฒนาให้ภาษา Rust ทำงานร่วมกับ JavaScript ในการใช้เขียนเว็บร่วมกัน

แนวทางของ Mozilla ไม่ได้ต้องการให้ Rust มาแทน JavaScript แต่มองว่าถ้าส่วนไหนจำเป็นต้องใช้ Rust เพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า (เช่น การ parse ข้อมูลขนาดใหญ่) ก็สามารถใช้ Rust เขียนส่วนนั้น แล้วนำมาใช้ร่วมกับ JavaScript ในส่วนอื่นได้

วิธีการที่ Mozilla ใช้คือคอมไพล์ Rust เป็น WebAssembly ก่อน แล้วค่อยให้ WebAssembly ทำงานร่วมกับ JavaScript อีกทอดหนึ่ง ซึ่งวิธีนี้จะเปิดให้ใช้ภาษาอื่นนอกจาก Rust ในระยะยาว โดย Mozilla ระบุว่ามีแผนจะแปลง C/C++ เป็น WebAssembly ในอนาคตด้วย

No Description

โจทย์ใหญ่ของการทำให้ WebAssembly ทำงานร่วมกับ JavaScript แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น

  1. การเรียกออบเจคต์ข้ามกันระหว่าง WebAssembly และ JavaScript
  2. การสร้างแพ็กเกจ NPM ที่มีทั้ง WebAssembly และ JavaScript
  3. การเรียกใช้ WebAssembly ในฐานะโมดูลของ JavaScript

wasm-bindgen ตัวช่วยส่งออบเจคต์ข้ามภาษา

ปัญหาของการใช้ Rust, WebAssembly, JavaScript ร่วมกัน คือ ชนิดตัวแปรของแต่ละภาษาที่แตกต่างกัน เพราะ Rust/JavaScript เป็นภาษาระดับสูงที่มีตัวแปรหลายชนิด แต่ WebAssembly มีตัวแปรเพียง 2 ชนิด (integer และ floating point) เท่านั้น การอ้างถึงตัวแปรจาก JavaScript ด้วย WebAssembly จึงต้องใช้พอยเตอร์ที่ยุ่งยากพอสมควร

ทางแก้ของปัญหานี้คือ Mozilla สร้าง wasm-bindgen เป็นตัวเชื่อม (binder) ช่วยให้การส่งผ่านตัวแปรเป็นไปอย่างอัตโนมัติ และเราสามารถเรียกฟังก์ชันจาก Rust <> JavaScript ได้

No Description

รายละเอียดของ wasm-bindgen อ่านได้จาก Mozilla Hacks

wasm-pack ตัวช่วยสร้างแพ็กเกจ NPM

เมื่อผ่านขั้นแรกที่เป็นการเขียนโค้ดสองภาษาแล้ว ประเด็นถัดมาคือเราจะได้ไฟล์ที่มีทั้ง .js และ .wasm (WebAssembly) สำหรับโครงการนั้น Mozilla จึงสร้างเครื่องมือชื่อ wasm-pack เพื่อทำหน้าที่สร้างแพ็กเกจ NPM ที่ใช้เป็นมาตรฐานในแวดวง JavaScript ต่อไป

No Description

ขั้นที่สามคือการนำแพ็กเกจ WebAssembly ไปใช้งานในแอพพลิเคชันที่เป็น JavaScript ในฐานะโมดูล ทางออกเรื่องนี้คือการใช้ฟีเจอร์ตามสเปก ES (ECMAScript) modules ที่เบราว์เซอร์และแอพพลิเคชันอื่นๆ (เช่น Node) เริ่มรองรับแล้ว ตรงนี้ Mozilla จะพัฒนาสเปกมาตรฐานของการใช้ WebAssembly ในฐานะโมดูล

No Description

ที่มา – Mozilla Hacks

from:https://www.blognone.com/node/101441